Share

บทที่ 5

Penulis: ลิตเติ้ลชูการ์
รถหยุดลง โจวเฟิ่งถังเปิดประตูรถ เอ่ยชวนเธออีกครั้ง “ขึ้นมาคุยบนรถสิ”

เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ก็ขึ้นไปบนรถ

ไม่นานเจียงหร่านรู้จากปากโจวเฟิ่งถัง ว่าคนที่มาช่วยตัวเองคลี่คลายสถานการณ์วันนี้ มาจากตระกูลเจี่ยง ตระกูลเจ้าสัวระดับท็อปในประเทศ

ธุรกิจตระกูลเจี่ยงครอบคลุมสาขาหลัก เช่น การเงิน เทคโนโลยี พลังงาน มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ บอกว่า “รวยเทียบเท่าประเทศ” ก็ไม่เกินจริงสักนิด

ปัจจุบันทายาทตระกูลเจี่ยงอย่างเจี่ยงอี้ อายุแค่ 28 ปี นำธุรกิจของตระกูลไปสู่จุดสูงสุดใหม่ด้วยความสามารถของตัวเอง เป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่คนในแวดวงยอมรับว่าทรงอิทธิพลที่สุด

เมื่อคืนคุณท่านโจวได้รับสายจากตระกูลเจี่ยง ยื่นข้อเสนอว่าจะแต่งงานทางธุรกิจกับตระกูลโจว และคนที่พวกเขาเลือกคือเจียงหร่าน

โจวเฟิ่งถังบอกเจียงหร่านว่าตระกูลร่ำรวยที่อยากสานสัมพันธ์กับตระกูลเจี่ยงมีนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าตระกูลโจวก็อยู่ในนั้นด้วย

เขาได้รับคำสั่งจากคุณท่านตระกูลเจี่ยง จึงมาหาเจียงหร่าน

“หมายความว่าตระกูลเจี่ยงเจ๋งกว่าตระกูลโจวเหรอ?”

เจียงหร่านขี้เกียจฟังโจวเฟิ่งถังพูดมาก จึงถามตรงๆ

โจวเฟิ่งถังพูดว่า “เทียบไม่ได้หรอก แต่ถ้าจะพูดจริงๆ ตระกูลโจวเป็นมหาเศรษฐีของเมืองไห่ ฐานะเป็นอันดับหนึ่งในวงการธุรกิจเมืองไห่ แต่ตระกูลเจี่ยงน่ะเหรอ ในประเทศไม่มีใครกล้าไม่ไว้หน้าพวกเขา”

“แล้วเจี่ยงอี้......เขาเป็นยังไงเหรอ?” เจียงหร่านถามอีก

“เจี่ยงอี้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ แต่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าในประเทศ ลึกลับมาก ฉันก็ไม่เคยเจอเขา แต่ตามข่าวลือก็......”

โจวเฟิ่งถังลูบจมูก เขามาโน้มน้าวให้เจียงหร่านแต่งงาน บางคำพูดจะพูดออกมาก็ต้องคิดสักหน่อย

“ข่าวลือเป็นยังไง?”

“ข่าวลือบอกว่าเขา......เข้ากับคนยากนิดหน่อย”

แม้โจวเฟิ่งถังพูดความจริง แต่ก็พูดอ้อมค้อมสุดๆ

ถ้าเจี่ยงอี้แค่เข้ากับคนยากนิดหน่อย ป่านนี้ประตูตระกูลเจี่ยงคงโดนเหยียบจนเละแล้ว

“เข้ากับคนยากยังไง?”

เจียงหร่านถามอีก ท่าทางเหมือนต้องถามให้ถึงที่สุด

โจวเฟิ่งถังยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ประมาณว่า......นิสัยเย็นชานิดหน่อย เข้มงวดกับคนอื่นสักหน่อย แล้วก็ไม่ค่อยสนใจผู้หญิง แต่ธรรมเนียมของตระกูลเจี่ยงมีระเบียบและเที่ยงธรรม นิสัยของเจี่ยงอี้......น่าจะไม่ได้แย่เกินไป”

น่าจะเหรอ?

คำพูดนี้ยิ่งฟังยิ่งเหมือนคำพูดเชิงลบ

เจียงหร่านจ้องโจวเฟิ่งถังเงียบๆ

ในที่สุดโจวเฟิ่งถังก็ทนไม่ไหวแล้ว

“โอเค ว่ากันว่าเจี่ยงอี้ค่อนข้างเก็บตัวและใจร้าย วิธีการโหดเหี้ยม มองแค่ผลประโยชน์ นิสัยเย็นชา ใครก็ตามที่ล่วงเกินเขา จุดจบน่าสังเวชทุกคน”

ช้าเร็วเจียงหร่านก็ต้องอยู่ร่วมกับอีกฝ่าย เตรียมใจไว้ก็ดีเหมือนกัน

“แต่แค่แต่งงานทางธุรกิจเท่านั้น เธอไม่ต้องสนใจมาก ในตระกูลร่ำรวยมีการแต่งงานที่ไม่ได้รักกันเยอะแยะ ยิ่งไปกว่านั้นเธอมีทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อเธอเยอะขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ตระกูลโจว มีคนจับจ้องเธอมากมาย ไม่มีที่พึ่งสักคนคงไม่ได้หรอก”

โจวเฟิ่งถังกลัวเจียงหร่านถอดใจกลางคัน จึงเตือนเรื่องที่เธอเจออยู่อีกครั้ง

“โอเค”

“เธออย่ารีบปฏิเสธ......”

โจวเฟิ่งถังชะงักไป เขานึกว่าเจียงหร่านจะปฏิเสธ คิดคำพูดเกลี้ยกล่อมไว้แล้วด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตกลงทันที?

“เธอตกลงเหรอ?”

“อืม”

เธอไม่เคยแต่งงานอย่างแท้จริง ตอนนี้ตัวคนเดียว

เจี่ยงอี้ที่โจวเฟิ่งถังพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางครอบครัวหรือความสามารถ ล้วนเหนือกว่าฮั่วจี้หมิงเป็นร้อยเท่า

ฮั่วจี้หมิงใช้ทะเบียนสมรสปลอมหลอกเธอสองปี ใช้เธอเป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายของตัวเอง

ถ้าได้เป็นพันธมิตรกับคนอย่างเจี่ยงอี้ ไม่ใช่แค่ “เหนือกว่าร้อยเท่า” มันคือหนทางที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากเลยนะ

ที่สำคัญกว่านั้น เรื่องตระกูลโจวซับซ้อนมาก

เหยียนหมิงเถากับลูกชายจ้องตาเป็นมัน “ลูกนอกสมรส” ที่เพิ่งคืนสู่สกุลอย่างเธอ อาศัยแค่เอกสารทางกฎหมายที่เป็นมรดกมูลค่าแสนล้าน ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรอก

อยากยืนได้อย่างมั่นคงจริงๆ รับช่วงธุรกิจพวกนั้นอย่างราบรื่น ถ้าไม่มีแรงสนับสนุนที่มากพอ เกรงว่าคงทำอะไรยาก

การแต่งงานทางธุรกิจไม่ใช่ความรัก แต่มันคือธุรกิจและพันธมิตร

เจียงหร่านมองไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงราบเรียบแต่แน่วแน่ “แทนที่จะต่อสู้เพียงลำพังแล้วโดนคนขย้ำ สู้หาพันธมิตรที่เข้าท่าสักคนดีกว่า ตระกูลเจี่ยงยอมเลือกฉัน ฉันไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”

ตกเย็น

เจียงหร่านกลับมาถึงตระกูลฮั่ว พบว่าฮั่วจี้หมิงกับไป่ชิงไม่อยู่

พอถามคนใช้ถึงรู้ว่า ฮั่วจี้หมิงพาไป่ชิงกับฮั่วมู่เฉิงไปดูนิทรรศการศิลปะที่เมืองใกล้ๆ คืนนี้ไม่กลับบ้าน

เจียงหร่านเอามือถือออกมา พบว่าช่วงบ่ายฮั่วจี้หมิงโทรหาเธอหลายสาย แล้วก็ส่งข้อความมาด้วย

“หรานหร่าน จู่ๆ เฉิงเฉิงก็อยากไปดูนิทรรศการศิลปะกับอาจารย์ไป่ ระยะทางค่อนข้างไกล ฉันเลยไปเป็นเพื่อนพวกเขา”

มีมารยาทจริงๆ พ่อ แม่ ลูกออกไปข้างนอก ยังส่งข้อความหาเธอด้วย

แต่พอดีเลย คืนนี้พวกเขาไม่อยู่ เจียงหร่านสามารถทำงานได้อย่างสงบ

พออ่านข้อความเสร็จ เจียงหร่านเรียกคนใช้สองสามคน ไปช่วยเธอเก็บของที่ห้อง

“คุณนายจะเดินทางไกลเหรอ?”

พอเห็นเจียงหร่านเก็บข้าวของทั้งหมดของตัวเองลงกล่อง พวกคนใช้อดสงสัยไม่ได้

“ใช่”

เจียงหร่านจัดเอกสารในลิ้นชักของตัวเองพลางพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องบอกฮั่วจี้หมิง ช่วงนี้เขายุ่งมาก พวกเธออย่าไปรบกวนเขา”

ตอนนี้ฮั่วจี้หมิงยุ่งจริงๆ ยุ่งอยู่กับการมีความสุขกับภรรยาและลูก

ยังไงช่วงเวลาดีๆ ของเขาก็เหลือไม่เยอะแล้ว

ไม่นาน เจียงหร่านจัดข้าวของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย

ช่วงดึก คนใช้พักผ่อนกันหมดแล้ว เธอเรียกบริษัทขนย้ายของ ขนข้าวของออกไปจนหมด

แต่ยังมีของสองสามอย่างที่เจียงหร่านหาไม่เจอ

อย่างแรกคืองานวิจัยสำคัญที่เธอเขียนตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน ในนั้นมีข้อมูลที่เธอวิจัยมาหลายปี เป็นข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญมาก

อีกอย่างคือข้อมูลสำคัญของโครงการที่เธอทำให้บริษัทฮั่วจี้หมิง

อย่างแรกเธอเก็บและล็อกไว้ในลิ้นชักของตัวเองตลอด ตอนนี้หายไปแล้ว ฮั่วจี้หมิงน่าจะเอาไป

ส่วนอีกอย่างหนึ่งเก็บไว้ที่บริษัทฮั่วจี้หมิง เธอไม่มีสิทธิ์เอากลับมา

แต่สองอย่างนี้คือความทุ่มเทของเธอ ไม่ว่ายังไงก็ทิ้งไว้ให้ฮั่วจี้หมิงไม่ได้

เช้าตรู่วันต่อมา เจียงหร่านได้รับสายจากฮั่วจี้หมิง

ฝั่งนั้นเสียงดังจอแจ น่าจะอยู่บนทางด่วน

“หรานหร่าน เมื่อวานเธอได้ข้อความของฉันไหม?”

“อืม เห็นแล้ว”

เจียงหร่านคนกาแฟไปพลาง น้ำเสียงเดาอารมณ์ไม่ได้

“ขอโทษนะ ตัดสินใจออกมากะทันหัน ไม่ได้ปรึกษาเธอ แต่อาจารย์ไป่เป็นแขก ฉันให้เธอไปกับเฉิงเฉิงเพียงลำพังไม่ได้”

“มีอะไรต้องขอโทษล่ะ นายไปกับอาจารย์ไป่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

คำพูดของเจียงหร่านทำให้ฮั่วจี้หมิงอึ้งเล็กน้อย

ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่ตอบข้อความเพราะโกรธ แต่เมื่อคืนอยู่กับไป่ชิง เขาก็ไม่สะดวกที่จะโทรหาเจียงหร่านตลอดเหมือนกัน

ทว่าตอนนี้น้ำเสียงของหญิงสาวดูไม่ใส่ใจ

“หรานหร่าน เมื่อคืนเธอไม่ตอบข้อความฉัน ฉันนึกว่า......”

“เมื่อวานฉันยุ่งจนหัวหมุน ดูบ้านเสร็จก็ไปคุยเรื่องธุรกิจ ไม่มีเวลาตอบข้อความนายจริงๆ”

เจียงหร่านพูดตัดบทฮั่วจี้หมิง เสียงผ่อนคลายและสดใส ไม่มีกลิ่นอายความโกรธแม้แต่น้อย

ฮั่วจี้หมิงรู้สึกโล่งใจเช่นกัน “ฉันว่าแล้วว่าเธอกำลังยุ่ง อย่าทำงานหนักเกิน ฉันเป็นห่วงมาก”

เจียงหร่านขมวดคิ้ว ตอนเช้าเธอไม่อยากอาหารอยู่แล้ว ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ยิ่งไม่อยากกินอาหารเช้า

“พ่ออย่าไปคุยกับผู้หญิงไม่ดี!”

จู่ๆ เสียงของฮั่วมู่เฉิงดังแทรกเข้ามา เสียงห้ามของไป่ชิงก็ตามมาติดๆ

“โอเค แค่นี้ก่อนนะ ฉันขับรถก่อน เจอกันคืนนี้”

ครั้งนี้ไม่รอให้เจียงหร่านพูด ฮั่วจี้หมิงกดวางสายทันที

นานๆ ทีฮั่วจี้หมิงจะไม่อยู่ เจียงหร่านมาถึงบริษัทแล้วเข้ามาหาเอกสารในห้องทำงานของเขาเป็นอันดับแรก

แต่หาทั่วห้องทำงานแล้ว รวมถึงคอมพิวเตอร์ของฮั่วจี้หมิง แต่เธอก็ไม่เจออะไรสักอย่าง

ขณะที่เจียงหร่านกำลังคิดอย่างหนัก มีคนมาหาเธอด้วยความรีบร้อน

“ผู้จัดการเจียง วันนี้ประธานฮั่วไม่อยู่ มีสัญญาจัดสรรงบที่ต้องให้คุณเซ็นสองสามฉบับ”

เจียงหร่านหยิบสัญญาขึ้นมาดู

โครงการความร่วมมือสองสามโครงการนี้ ฮั่วซื่อในปัจจุบันยังไม่มีคุณสมบัติของหุ้นส่วนในโครงการ เธอใช้ทุกวิถีทาง ทุ่มเทสุดกำลังกว่าจะเจรจาได้

ถ้าจัดสรรงบช้า มีแนวโน้มที่โครงการจะล้มเหลวไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“ได้ติดต่อประธานฮั่วหรือยัง?”

“ติดต่อแล้ว แต่เหมือนประธานฮั่วยุ่งมาก บอกว่ามีอะไรให้มาหาคุณ”

เจียงหร่านยกยิ้มเล็กน้อย

บริษัทของฮั่วจี้หมิง เธอคือคนที่ทำงานหนักสุด ทำอะไรไม่เคยพลาด ทุกครั้งที่เขายุ่งจนจัดการไม่ทัน จะให้เธอจัดการแทนทุกอย่าง

แต่อำนาจดูแลแทนเป็นเพียงคำพูดปากเปล่าเท่านั้น

ในความเป็นจริง ตำแหน่งงานของเจียงหร่านไม่มีอำนาจแท้จริงอะไรเลย แม้แต่ตำแหน่งระดับกลางและระดับทั่วไปยังมีหุ้นของบริษัท แต่เธอไม่มีเลย

ดังนั้นทุกครั้งที่เจียงหร่านตัดสินใจแทนฮั่วจี้หมิง ชายหนุ่มจะตำหนิและลงโทษเธอในที่ประชุม เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อคนในบริษัทและผู้ถือหุ้น

ฮั่วจี้หมิงบอกเจียงหร่านว่าที่เขาทำแบบนี้ เพราะกังวลว่าถ้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แล้วจะกระทบกับความรู้สึกของทุกคน

“วางไว้ตรงนี้ก็ได้ ตอนนี้ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอก กลับมาแล้วจะตรวจดูและเซ็นให้”

“โอเค”

หลังจากอีกฝ่ายไปแล้ว เจียงหร่านโยนสัญญาไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ แล้วออกจากบริษัท

คนตระกูลเจี่ยงบอกว่าเจี่ยงอี้นัดตัวเองดินเนอร์วันนี้

ไม่ว่ายังไงเจอหน้าคนที่นัดดูตัว เธอก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้ดีสักหน่อย

เจียงหร่านไปที่ร้านเสริมสวยก่อน พอเสร็จก็ใกล้ห้าโมงแล้ว เธอหาห้างสรรพสินค้าแถวนั้น เลือกเดรสจากแบรนด์หรูที่ชอบที่สุด

“ว้าว คุณผู้หญิงพื้นฐานดีมาก เดรสของร้านเราเลือกคนใส่ แต่คุณใส่แล้วสวยกว่านางแบบโฆษณาอีก!”

คำชมของพนักงานขายหญิงมาจากใจจริง

ในกระจก เจียงหร่านหุ่นเซ็กซี่เย้ายวนอยู่แล้ว เดรสสายเดี่ยวที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันทำให้งดงามขึ้นอีก

อีกอย่างเดรสตัวนี้เป็นสีม่วงอ่อน ตรงรอยจีบใช้กลิตเตอร์เล็กๆ กับผ้าชีฟอง แม้สวยเหมือนนางฟ้า แต่ก็ทำให้ยิ่งดูคล้ำและเชยได้เหมือนกัน

แต่เจียงหร่านผิวขาวมาก หน้าตาสะสวย โครงหน้าคมชัดงดงามจับคู่กับเดรสผ้าพลิ้วเบา กลับเข้ากันเป็นอย่างมาก

“โอเค เอาตัวนี้”

เจียงหร่านหัวเราะ แล้วหมุนตัวเล็กน้อย

เดรสตัวนี้เป็นสายเดี่ยวปาดไหล่ ดีไซน์เรียบง่ายและดูดี ดูแพงมาก ระดับความเซ็กซี่ก็กำลังพอดี เหมาะกับการเดตมาก

สองปีที่อยู่กับฮั่วจี้หมิง เธอทุ่มเทอยู่กับงาน ไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นานแล้ว ลืมไปเลยว่าจริงๆ แล้วตัวเองสวยขนาดนี้

เจียงหร่านส่องกระจกอยู่นานกว่าจะไปจ่ายเงิน แต่ขณะที่เธอกำลังจะรูดบัตร อีกฝ่ายแจ้งว่าเมื่อกี้มีคนโทรมาชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แถมยังซื้อกระเป๋าถือที่เข้ากับชุด เครื่องประดับแบรนด์เนมหนึ่งเซ็ต และรองเท้าหนึ่งคู่ให้เธอด้วย

“อีกฝ่ายได้บอกชื่อไหม?”

“บอกว่าแซ่เจี่ยงค่ะ”

พอได้ยินแซ่นี้ เจียงหร่านหันไปมองโดยไม่รู้ตัว รอบๆ ไม่มีคนอื่นเลย

ไหนโจวเฟิ่งถังบอกว่าเจี่ยงอี้ใจร้ายและเย็นชาไม่ใช่เหรอ?

เจียงหร่านเดินออกจากห้างสรรพสินค้า เห็นรถกำลังรอเธออย่างที่คิดไว้

เหมือนคันที่เห็นที่ตระกูลโจวครั้งก่อน รถไม่มีโลโก้ ทะเบียนรถสะดุดตา

“คุณเจียง เราเคยเจอกันครั้งก่อน คุณผู้ชายของเรากำลังรอคุณอยู่ เชิญขึ้นรถครับ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 302

    ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ดึงสติเจียงหร่านกลับมา เธอรับสายขานตอบอยู่สองสามคำ ก่อนรีบไปเข้าประชุมทันทีเมื่อสองวันก่อน ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โจวซื่อพัฒนาขึ้นกำลังจะเปิดตัวสู่ตลาดนี่คือยาที่ทีมวิจัยใช้เวลาพัฒนาสิบปีและทดสอบอีกสามปี เป็นผลงานสำคัญที่ทีมทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด อีกไม่กี่วันนี้จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจรับผลงาน และนักลงทุนต่างชาติหลายรายก็จะมาลงนามสัญญาพร้อมกันด้วยในฐานะประธานของโจวซื่อ เจียงหร่านย่อมต้องต้อนรับและลงนามสัญญาด้วยตนเอง โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจสอบที่ห้ามเกิดข้อผิดพลาด เพราะเกี่ยวข้องกับความลับของบริษัทและความปลอดภัยของยาระหว่างประชุม เจียงหร่านพยายามตั้งสมาธิ แต่ก็ยังเผลอใจลอยอยู่บ่อยครั้งเธอนึกถึงตอนแยกจากกัน เจี่ยงอี้จับมือเธอไว้แน่น ย้ำว่าจะโทรหาเธอวันละสามครั้ง และจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเขาบอกให้เธอรออย่างสบายใจก็พอพอกลับมาแล้ว พวกเขาก็จะจัดงานแต่ง และมอบตัวตนของกันและกันให้อีกฝ่ายอย่างแท้จริงความจริงใจในแววตาของเขาไม่มีทางเป็นเรื่องหลอกลวง และเจียงหร่านก็ชอบเขาจริง ๆ ชอบจากก้นบึ้งของหัวใจมันต่างจากความซาบซึ้งและความพึ่งพาที่เธอเคยมีตอนถูกฮั่วจี้

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 301

    ไม่ถึงไม่กี่วินาที ภาพถ่ายสนิทสนมห้าภาพก็ปรากฏสู่สายตาของเจียงหร่านแค่ปราดเดียวเธอก็จำเจี่ยงอี้ได้ทันทีคนในภาพก็คือเขากับซูหนิงจริง ๆมีทั้งภาพที่ทั้งสองขึ้นรถคันเดียวกัน ภาพที่ยืนชิดกันมากอยู่หน้าโรงแรมยามค่ำคืน และภาพที่ทั้งสองจับมือกันแนบชิดอยู่บนภูเขาภาพถ่ายเหล่านี้กระจัดกระจายและถ่ายจากระยะไกล ดูเหมือนเป็นภาพที่นักข่าวแอบถ่ายมาแต่ก็ยังมองออกได้ชัดว่าซูหนิงกับอีกฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา หากจะบอกว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยมือของเจียงหร่านสั่นวูบหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตาอ่านพาดหัวข่าวนั้นซ้ำอีกรอบ“ซูหนิงร่วมเดินทางขึ้นพื้นที่ภูเขาเพื่อทำกิจกรรมการกุศลครั้งใหม่กับซีอีโอหนุ่มปริศนา คาดรักเก่าหวนคืน ด้านใบหน้าด้านข้างของฝ่ายชายหล่อสะดุดตาจนชาวเน็ตจับตามองอย่างหนัก”ก่อนหน้านี้บนโลกออนไลน์ต่างคาดเดากันว่าใครคือแฟนเก่าที่ทำให้ซูหนิงมีสภาพย่ำแย่หลังถอนตัวจากวงการบันเทิง พอข่าวบันเทิงชิ้นนี้ออกมา ผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มจับเจี่ยงอี้มาเป็นประเด็นซุบซิบกันทันทีเจี่ยงอี้แทบไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะในระดับนานาชาติ ส่วนตระกูลเจี่ยงก็เป็นกลุ่มทุนที่ค่อนข้า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 300

    เจี่ยงอี้ไม่มีทางไม่ติดต่อเธอทั้งวันแบบนี้แน่นอนจนปัญญาแล้ว เจียงหร่านจึงโทรหาอาซวี่อีก แต่โทรติดกันหลายสาย อาซวี่ก็ไม่รับเช่นกันแต่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อาซวี่ก็ส่งข้อความมาหาเธอข้อความหนึ่งว่า[ขออภัยนะครับคุณเจียงหร่าน เมื่อครู่นี้ผมกำลังยุ่งอยู่ ทางคุณผู้ชายมีธุระบางอย่างเข้ามาแทรก จึงยังกลับมาไม่ได้ และยังไม่สามารถติดต่อคุณได้เช่นกัน รอให้เขาว่างเมื่อไร ผมจะให้เขาโทรกลับหาคุณด้วยตัวเองครับ]แม้จะได้รับข้อความตอบกลับจากอาซวี่แล้ว แต่ปมกังวลที่ขมวดแน่นอยู่ระหว่างคิ้วของเจียงหร่านก็ยังไม่คลายลงนี่ไม่ปกติเลย เจี่ยงอี้บอกแล้วว่าวันนี้จะกลับมา ต่อให้มีธุระติดขัด อย่างน้อยก็ควรบอกเธอด้วยตัวเองสักคำเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นกันแน่? ถึงทำให้เขายุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะติดต่อเธอ?เจียงหร่านมองสายโทรออกสิบสายและข้อความฝากไว้หลายข้อความที่ส่งถึงเจี่ยงอี้ ความไม่สบายใจในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆแต่เมื่อเธอส่งข้อความไปถามอาซวี่อีก อาซวี่ก็ไม่ตอบกลับมาอีกเลยหากเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการจริง ๆ การที่เธอคอยถามไม่หยุดก็ดูจะรบกวนเกินไปอยู่บ้างแต่ทำไมกัน...ในใจของเธอถึงได้กระสับกระส

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 299

    “เดิมทีตระกูลฮั่วก็ไม่เห็นด้วยให้ไป่ชิงเป็นภรรยาของฉันอยู่แล้ว... ต่อให้ไป่ชิงจะยอมหรือไม่ ก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้ ฉันแค่อยากอยู่กับเธอ ส่วนเฉิงเฉิง ฉันยกให้ไป่ชิงเลี้ยงได้ แล้วเราค่อยมีลูกของเราเองอีกคน”ตอนนี้ฮั่วจี้หมิงแทบเสียสติไปแล้ว เขาคิดแค่อยากโน้มน้าวให้เจียงหร่านกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้งเพื่อสิ่งนั้น เขายินดีทุ่มทุกอย่างออกไปด้วยความจริงใจ“ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม ไป่ชิง? สามีของเธอตอนนี้ยืนกรานจะหย่ากับเธอเลยนะ”แต่ทันทีที่ฮั่วจี้หมิงพูดจบ เจียงหร่านก็หัวเราะเยาะออกมาด้วยความดูแคลนสายตาของเธอเลื่อนไป ก่อนจะหยุดอยู่ที่จุดหนึ่งไม่ไกลด้านหลังฮั่วจี้หมิงฮั่วจี้หมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ก็เห็นว่าไป่ชิงไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไร กำลังยืนอยู่ด้านหลังเขาไป่ชิงจ้องฮั่วจี้หมิงเขม็ง ไม่สนใจคำเยาะเย้ยของเจียงหร่านอีกต่อไป รู้สึกเพียงว่าทั้งร่างเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหวความสิ้นหวังอย่างลึกซึ้งแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจนี่คือกรรมสนองของเธอเหมือนกันเหรอ?ตอนนั้นเธอดึงดันจะคบกับฮั่วจี้หมิง ก็เพราะต้องการแก้แค้นคุณปู่ฮั่วกระทั่งก่อนตาย ตาแก่นั่นก็ยังสาปแช่งเธออย

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 298

    แต่ในหัวของฮั่วจี้หมิงเต็มไปด้วยความคิดสับสนวุ่นวาย ทั้งหมดล้วนเกี่ยวกับเจียงหร่าน เวลานี้เขาไม่เหลือเหตุผลอยู่เลยแม้แต่น้อยเข้าไปในบริษัทไม่ได้ เขาก็จะรออยู่หน้าบริษัท รออยู่บนเส้นทางที่เจียงหร่านต้องผ่านตอนออกมาแน่นอนเขาต้องได้เจอเธออีกครั้ง และบอกความในใจทั้งหมดให้เธอฟังให้ได้บอกเธอด้วยปากตัวเองว่า เขาไม่ได้มาเพื่อทวงบริษัทคืน ไม่ได้มาเพื่อตระกูลฮั่ว แต่แค่อยากขอเธอกลับคืนมาเท่านั้นความสัมพันธ์ที่ยาวนานหลายปีขนาดนั้น แม้แต่เขายังตัดใจไม่ได้ แล้วเจียงหร่านจะตัดขาดได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร?ฮั่วจี้หมิงเดิมพันถูกแล้วหลายวันที่ผ่านมาเจียงหร่านยุ่งกับการสะสางเรื่องของฮั่วซื่อ ช่วงเช้าอยู่ที่โจวซื่อ ช่วงบ่ายก็อยู่ที่ฮั่วซื่อทันทีที่เงาร่างของเจียงหร่านปรากฏตัวหน้าบริษัท ฮั่วจี้หมิงก็ราวกับได้รับยากระตุ้นหัวใจ รีบผลักประตูรถแล้วพุ่งลงไปทันที“หรานหร่าน!”เขารีบวิ่งไม่กี่ก้าวไปหยุดตรงหน้าเจียงหร่าน แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ตัว ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณบริษัทเข้ามารั้งไว้ก่อนบอดี้การ์ดคนหนึ่งที่ติดตามเจียงหร่านมาด้วย รีบก้าวมาขวางอยู่ตรงหน้าเธอทันทีเธอหันกลับไปมอง ยืนอย

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 297

    ตอนเที่ยง ภายในคฤหาสน์ตระกูลฮั่วไป่ชิงพาฮั่วมู่เฉิงกลับจากโรงพยาบาลมาถึงบ้าน สีหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนล้า“คุณแม่ คุณพ่อเหนื่อยมากเลยเหรอครับ เขาหลับมาตั้งสองวันแล้วนะ!”ฮั่วมู่เฉิงเงยหน้ามองห้องชั้นบน ก่อนจะถามไป่ชิงด้วยความสงสัยไป่ชิงมองหน้าฮั่วมู่เฉิงอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีผ่านไปพักใหญ่ เธอจึงลูบศีรษะเขาเบา ๆ “คุณพ่อแค่เหนื่อยเกินไป ต้องพักผ่อนเยอะหน่อย ช่วงนี้ที่บ้านเรามีเรื่องหลายอย่าง เฉิงเฉิงต้องเป็นเด็กดีให้มากขึ้นนะ ตกลงไหม?”ฮั่วมู่เฉิงมองไป่ชิงอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะพยักหน้าแรง ๆเขาก็รู้ว่าช่วงนี้ทุกคนในบ้านไม่มีความสุขกันเลย ต้องเป็นเพราะยัยผู้หญิงใจร้ายอย่างเจียงหร่านอีกแน่ ๆพอโตขึ้น เขาจะต้องช่วยคุณพ่อคุณแม่จัดการผู้หญิงเลวคนนั้นให้ได้!ไป่ชิงส่งฮั่วมู่เฉิงให้คนรับใช้ดูแล ก่อนจะขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปหาฮั่วจี้หมิงสองวันนี้อาการของฮั่วกุ้ยจิ่นไม่ค่อยดี แม้จะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่มีอาการแทรกซ้อนค่อนข้างหนัก พูดจาไม่ค่อยชัดเจนเหวินหัวถิงร้องไห้แล้วร้องไห้อีก วัน ๆ เอาแต่เฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงชั่วข้ามคืน เธอก็เปลี่ยนจากคุณหญิงผู้สูงศักดิ์และวางอำนาจ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 82

    แต่พอเปิดประตูออกมา คนที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับไม่ใช่เจี่ยงอี้ หากเป็นผู้จัดการของคลับหรูในช่วงบ่าย เขายังถือกล่องของขวัญสุดประณีตมาสองกล่อง บนกล่องผูกริบบิ้นสีทองแวววาว เพียงมองก็รู้แล้วว่าของข้างในต้องมีมูลค่าสูงไม่น้อยผู้จัดการมีท่าทีสุภาพนอบน้อม ยื่นกล่องของขวัญมาทั้งสองมือให้เธอ “คุณเจียง สวัสดีค

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 74

    “……”ฝ่ามือใหญ่ของเจี่ยงอี้ลูบไล้ไปที่แก้มของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ ปัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงบนใบหน้าของเธอออก จากนั้นก็แกะมือที่เธอกำเขาไว้แน่นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางกลับเข้าไปในผ้าห่มแต่หญิงสาวเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไรอีก จู่ ๆ ก็ขยับตัวดิ้นรนขึ้นมา คราวนี้เหมือนจะมีเสียงสะอื้นปน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 63

    ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด ทั้งตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า แววตาก็ดูพร่าเลือนเล็กน้อยแต่ถึงจะอยู่ในสภาพมึนเมา เจียงหร่านก็ยังงดงามจนสะกดใจผู้คนเซี่ยหนานมองเจียงหร่านแล้วก็เข้าใจทันทีถึงความคิดบ้าบิ่น หน้าด้านไร้ยางอายของคนพวกนั้นอย่างไรเสียเจียงหร่านก็เป็นผู้หญิง ต่อให้มีความสามารถด้านงานมากแค่ไหน แ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 66

    ได้ยินคำพูดของเจี่ยงอี้ดังมาถึงข้างหู เธอจึงเอ่ยตอบกลับไปทันทีเมื่อนึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นแนบชิดกับแผงอกของเขาอย่างแน่นหนา เสียงก็ทุ้มต่ำลงฉับพลัน เธอยังไม่หลับเหรอ?”“เมื่อกี้ฉันง่วงจริง ๆ ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นเลย……แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่า คุณเจี่ยง คุณมาแล้ว”เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น ดวงตายังลืมไม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status