Share

บทที่ 5

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
รถหยุดลง โจวเฟิ่งถังเปิดประตูรถ เอ่ยชวนเธออีกครั้ง “ขึ้นมาคุยบนรถสิ”

เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ก็ขึ้นไปบนรถ

ไม่นานเจียงหร่านรู้จากปากโจวเฟิ่งถัง ว่าคนที่มาช่วยตัวเองคลี่คลายสถานการณ์วันนี้ มาจากตระกูลเจี่ยง ตระกูลเจ้าสัวระดับท็อปในประเทศ

ธุรกิจตระกูลเจี่ยงครอบคลุมสาขาหลัก เช่น การเงิน เทคโนโลยี พลังงาน มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ บอกว่า “รวยเทียบเท่าประเทศ” ก็ไม่เกินจริงสักนิด

ปัจจุบันทายาทตระกูลเจี่ยงอย่างเจี่ยงอี้ อายุแค่ 28 ปี นำธุรกิจของตระกูลไปสู่จุดสูงสุดใหม่ด้วยความสามารถของตัวเอง เป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่คนในแวดวงยอมรับว่าทรงอิทธิพลที่สุด

เมื่อคืนคุณท่านโจวได้รับสายจากตระกูลเจี่ยง ยื่นข้อเสนอว่าจะแต่งงานทางธุรกิจกับตระกูลโจว และคนที่พวกเขาเลือกคือเจียงหร่าน

โจวเฟิ่งถังบอกเจียงหร่านว่าตระกูลร่ำรวยที่อยากสานสัมพันธ์กับตระกูลเจี่ยงมีนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าตระกูลโจวก็อยู่ในนั้นด้วย

เขาได้รับคำสั่งจากคุณท่านตระกูลเจี่ยง จึงมาหาเจียงหร่าน

“หมายความว่าตระกูลเจี่ยงเจ๋งกว่าตระกูลโจวเหรอ?”

เจียงหร่านขี้เกียจฟังโจวเฟิ่งถังพูดมาก จึงถามตรงๆ

โจวเฟิ่งถังพูดว่า “เทียบไม่ได้หรอก แต่ถ้าจะพูดจริงๆ ตระกูลโจวเป็นมหาเศรษฐีของเมืองไห่ ฐานะเป็นอันดับหนึ่งในวงการธุรกิจเมืองไห่ แต่ตระกูลเจี่ยงน่ะเหรอ ในประเทศไม่มีใครกล้าไม่ไว้หน้าพวกเขา”

“แล้วเจี่ยงอี้......เขาเป็นยังไงเหรอ?” เจียงหร่านถามอีก

“เจี่ยงอี้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ แต่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าในประเทศ ลึกลับมาก ฉันก็ไม่เคยเจอเขา แต่ตามข่าวลือก็......”

โจวเฟิ่งถังลูบจมูก เขามาโน้มน้าวให้เจียงหร่านแต่งงาน บางคำพูดจะพูดออกมาก็ต้องคิดสักหน่อย

“ข่าวลือเป็นยังไง?”

“ข่าวลือบอกว่าเขา......เข้ากับคนยากนิดหน่อย”

แม้โจวเฟิ่งถังพูดความจริง แต่ก็พูดอ้อมค้อมสุดๆ

ถ้าเจี่ยงอี้แค่เข้ากับคนยากนิดหน่อย ป่านนี้ประตูตระกูลเจี่ยงคงโดนเหยียบจนเละแล้ว

“เข้ากับคนยากยังไง?”

เจียงหร่านถามอีก ท่าทางเหมือนต้องถามให้ถึงที่สุด

โจวเฟิ่งถังยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ประมาณว่า......นิสัยเย็นชานิดหน่อย เข้มงวดกับคนอื่นสักหน่อย แล้วก็ไม่ค่อยสนใจผู้หญิง แต่ธรรมเนียมของตระกูลเจี่ยงมีระเบียบและเที่ยงธรรม นิสัยของเจี่ยงอี้......น่าจะไม่ได้แย่เกินไป”

น่าจะเหรอ?

คำพูดนี้ยิ่งฟังยิ่งเหมือนคำพูดเชิงลบ

เจียงหร่านจ้องโจวเฟิ่งถังเงียบๆ

ในที่สุดโจวเฟิ่งถังก็ทนไม่ไหวแล้ว

“โอเค ว่ากันว่าเจี่ยงอี้ค่อนข้างเก็บตัวและใจร้าย วิธีการโหดเหี้ยม มองแค่ผลประโยชน์ นิสัยเย็นชา ใครก็ตามที่ล่วงเกินเขา จุดจบน่าสังเวชทุกคน”

ช้าเร็วเจียงหร่านก็ต้องอยู่ร่วมกับอีกฝ่าย เตรียมใจไว้ก็ดีเหมือนกัน

“แต่แค่แต่งงานทางธุรกิจเท่านั้น เธอไม่ต้องสนใจมาก ในตระกูลร่ำรวยมีการแต่งงานที่ไม่ได้รักกันเยอะแยะ ยิ่งไปกว่านั้นเธอมีทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อเธอเยอะขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ตระกูลโจว มีคนจับจ้องเธอมากมาย ไม่มีที่พึ่งสักคนคงไม่ได้หรอก”

โจวเฟิ่งถังกลัวเจียงหร่านถอดใจกลางคัน จึงเตือนเรื่องที่เธอเจออยู่อีกครั้ง

“โอเค”

“เธออย่ารีบปฏิเสธ......”

โจวเฟิ่งถังชะงักไป เขานึกว่าเจียงหร่านจะปฏิเสธ คิดคำพูดเกลี้ยกล่อมไว้แล้วด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตกลงทันที?

“เธอตกลงเหรอ?”

“อืม”

เธอไม่เคยแต่งงานอย่างแท้จริง ตอนนี้ตัวคนเดียว

เจี่ยงอี้ที่โจวเฟิ่งถังพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางครอบครัวหรือความสามารถ ล้วนเหนือกว่าฮั่วจี้หมิงเป็นร้อยเท่า

ฮั่วจี้หมิงใช้ทะเบียนสมรสปลอมหลอกเธอสองปี ใช้เธอเป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายของตัวเอง

ถ้าได้เป็นพันธมิตรกับคนอย่างเจี่ยงอี้ ไม่ใช่แค่ “เหนือกว่าร้อยเท่า” มันคือหนทางที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากเลยนะ

ที่สำคัญกว่านั้น เรื่องตระกูลโจวซับซ้อนมาก

เหยียนหมิงเถากับลูกชายจ้องตาเป็นมัน “ลูกนอกสมรส” ที่เพิ่งคืนสู่สกุลอย่างเธอ อาศัยแค่เอกสารทางกฎหมายที่เป็นมรดกมูลค่าแสนล้าน ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรอก

อยากยืนได้อย่างมั่นคงจริงๆ รับช่วงธุรกิจพวกนั้นอย่างราบรื่น ถ้าไม่มีแรงสนับสนุนที่มากพอ เกรงว่าคงทำอะไรยาก

การแต่งงานทางธุรกิจไม่ใช่ความรัก แต่มันคือธุรกิจและพันธมิตร

เจียงหร่านมองไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงราบเรียบแต่แน่วแน่ “แทนที่จะต่อสู้เพียงลำพังแล้วโดนคนขย้ำ สู้หาพันธมิตรที่เข้าท่าสักคนดีกว่า ตระกูลเจี่ยงยอมเลือกฉัน ฉันไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”

ตกเย็น

เจียงหร่านกลับมาถึงตระกูลฮั่ว พบว่าฮั่วจี้หมิงกับไป่ชิงไม่อยู่

พอถามคนใช้ถึงรู้ว่า ฮั่วจี้หมิงพาไป่ชิงกับฮั่วมู่เฉิงไปดูนิทรรศการศิลปะที่เมืองใกล้ๆ คืนนี้ไม่กลับบ้าน

เจียงหร่านเอามือถือออกมา พบว่าช่วงบ่ายฮั่วจี้หมิงโทรหาเธอหลายสาย แล้วก็ส่งข้อความมาด้วย

“หรานหร่าน จู่ๆ เฉิงเฉิงก็อยากไปดูนิทรรศการศิลปะกับอาจารย์ไป่ ระยะทางค่อนข้างไกล ฉันเลยไปเป็นเพื่อนพวกเขา”

มีมารยาทจริงๆ พ่อ แม่ ลูกออกไปข้างนอก ยังส่งข้อความหาเธอด้วย

แต่พอดีเลย คืนนี้พวกเขาไม่อยู่ เจียงหร่านสามารถทำงานได้อย่างสงบ

พออ่านข้อความเสร็จ เจียงหร่านเรียกคนใช้สองสามคน ไปช่วยเธอเก็บของที่ห้อง

“คุณนายจะเดินทางไกลเหรอ?”

พอเห็นเจียงหร่านเก็บข้าวของทั้งหมดของตัวเองลงกล่อง พวกคนใช้อดสงสัยไม่ได้

“ใช่”

เจียงหร่านจัดเอกสารในลิ้นชักของตัวเองพลางพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องบอกฮั่วจี้หมิง ช่วงนี้เขายุ่งมาก พวกเธออย่าไปรบกวนเขา”

ตอนนี้ฮั่วจี้หมิงยุ่งจริงๆ ยุ่งอยู่กับการมีความสุขกับภรรยาและลูก

ยังไงช่วงเวลาดีๆ ของเขาก็เหลือไม่เยอะแล้ว

ไม่นาน เจียงหร่านจัดข้าวของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย

ช่วงดึก คนใช้พักผ่อนกันหมดแล้ว เธอเรียกบริษัทขนย้ายของ ขนข้าวของออกไปจนหมด

แต่ยังมีของสองสามอย่างที่เจียงหร่านหาไม่เจอ

อย่างแรกคืองานวิจัยสำคัญที่เธอเขียนตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน ในนั้นมีข้อมูลที่เธอวิจัยมาหลายปี เป็นข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญมาก

อีกอย่างคือข้อมูลสำคัญของโครงการที่เธอทำให้บริษัทฮั่วจี้หมิง

อย่างแรกเธอเก็บและล็อกไว้ในลิ้นชักของตัวเองตลอด ตอนนี้หายไปแล้ว ฮั่วจี้หมิงน่าจะเอาไป

ส่วนอีกอย่างหนึ่งเก็บไว้ที่บริษัทฮั่วจี้หมิง เธอไม่มีสิทธิ์เอากลับมา

แต่สองอย่างนี้คือความทุ่มเทของเธอ ไม่ว่ายังไงก็ทิ้งไว้ให้ฮั่วจี้หมิงไม่ได้

เช้าตรู่วันต่อมา เจียงหร่านได้รับสายจากฮั่วจี้หมิง

ฝั่งนั้นเสียงดังจอแจ น่าจะอยู่บนทางด่วน

“หรานหร่าน เมื่อวานเธอได้ข้อความของฉันไหม?”

“อืม เห็นแล้ว”

เจียงหร่านคนกาแฟไปพลาง น้ำเสียงเดาอารมณ์ไม่ได้

“ขอโทษนะ ตัดสินใจออกมากะทันหัน ไม่ได้ปรึกษาเธอ แต่อาจารย์ไป่เป็นแขก ฉันให้เธอไปกับเฉิงเฉิงเพียงลำพังไม่ได้”

“มีอะไรต้องขอโทษล่ะ นายไปกับอาจารย์ไป่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

คำพูดของเจียงหร่านทำให้ฮั่วจี้หมิงอึ้งเล็กน้อย

ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่ตอบข้อความเพราะโกรธ แต่เมื่อคืนอยู่กับไป่ชิง เขาก็ไม่สะดวกที่จะโทรหาเจียงหร่านตลอดเหมือนกัน

ทว่าตอนนี้น้ำเสียงของหญิงสาวดูไม่ใส่ใจ

“หรานหร่าน เมื่อคืนเธอไม่ตอบข้อความฉัน ฉันนึกว่า......”

“เมื่อวานฉันยุ่งจนหัวหมุน ดูบ้านเสร็จก็ไปคุยเรื่องธุรกิจ ไม่มีเวลาตอบข้อความนายจริงๆ”

เจียงหร่านพูดตัดบทฮั่วจี้หมิง เสียงผ่อนคลายและสดใส ไม่มีกลิ่นอายความโกรธแม้แต่น้อย

ฮั่วจี้หมิงรู้สึกโล่งใจเช่นกัน “ฉันว่าแล้วว่าเธอกำลังยุ่ง อย่าทำงานหนักเกิน ฉันเป็นห่วงมาก”

เจียงหร่านขมวดคิ้ว ตอนเช้าเธอไม่อยากอาหารอยู่แล้ว ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ยิ่งไม่อยากกินอาหารเช้า

“พ่ออย่าไปคุยกับผู้หญิงไม่ดี!”

จู่ๆ เสียงของฮั่วมู่เฉิงดังแทรกเข้ามา เสียงห้ามของไป่ชิงก็ตามมาติดๆ

“โอเค แค่นี้ก่อนนะ ฉันขับรถก่อน เจอกันคืนนี้”

ครั้งนี้ไม่รอให้เจียงหร่านพูด ฮั่วจี้หมิงกดวางสายทันที

นานๆ ทีฮั่วจี้หมิงจะไม่อยู่ เจียงหร่านมาถึงบริษัทแล้วเข้ามาหาเอกสารในห้องทำงานของเขาเป็นอันดับแรก

แต่หาทั่วห้องทำงานแล้ว รวมถึงคอมพิวเตอร์ของฮั่วจี้หมิง แต่เธอก็ไม่เจออะไรสักอย่าง

ขณะที่เจียงหร่านกำลังคิดอย่างหนัก มีคนมาหาเธอด้วยความรีบร้อน

“ผู้จัดการเจียง วันนี้ประธานฮั่วไม่อยู่ มีสัญญาจัดสรรงบที่ต้องให้คุณเซ็นสองสามฉบับ”

เจียงหร่านหยิบสัญญาขึ้นมาดู

โครงการความร่วมมือสองสามโครงการนี้ ฮั่วซื่อในปัจจุบันยังไม่มีคุณสมบัติของหุ้นส่วนในโครงการ เธอใช้ทุกวิถีทาง ทุ่มเทสุดกำลังกว่าจะเจรจาได้

ถ้าจัดสรรงบช้า มีแนวโน้มที่โครงการจะล้มเหลวไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“ได้ติดต่อประธานฮั่วหรือยัง?”

“ติดต่อแล้ว แต่เหมือนประธานฮั่วยุ่งมาก บอกว่ามีอะไรให้มาหาคุณ”

เจียงหร่านยกยิ้มเล็กน้อย

บริษัทของฮั่วจี้หมิง เธอคือคนที่ทำงานหนักสุด ทำอะไรไม่เคยพลาด ทุกครั้งที่เขายุ่งจนจัดการไม่ทัน จะให้เธอจัดการแทนทุกอย่าง

แต่อำนาจดูแลแทนเป็นเพียงคำพูดปากเปล่าเท่านั้น

ในความเป็นจริง ตำแหน่งงานของเจียงหร่านไม่มีอำนาจแท้จริงอะไรเลย แม้แต่ตำแหน่งระดับกลางและระดับทั่วไปยังมีหุ้นของบริษัท แต่เธอไม่มีเลย

ดังนั้นทุกครั้งที่เจียงหร่านตัดสินใจแทนฮั่วจี้หมิง ชายหนุ่มจะตำหนิและลงโทษเธอในที่ประชุม เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อคนในบริษัทและผู้ถือหุ้น

ฮั่วจี้หมิงบอกเจียงหร่านว่าที่เขาทำแบบนี้ เพราะกังวลว่าถ้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แล้วจะกระทบกับความรู้สึกของทุกคน

“วางไว้ตรงนี้ก็ได้ ตอนนี้ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอก กลับมาแล้วจะตรวจดูและเซ็นให้”

“โอเค”

หลังจากอีกฝ่ายไปแล้ว เจียงหร่านโยนสัญญาไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ แล้วออกจากบริษัท

คนตระกูลเจี่ยงบอกว่าเจี่ยงอี้นัดตัวเองดินเนอร์วันนี้

ไม่ว่ายังไงเจอหน้าคนที่นัดดูตัว เธอก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้ดีสักหน่อย

เจียงหร่านไปที่ร้านเสริมสวยก่อน พอเสร็จก็ใกล้ห้าโมงแล้ว เธอหาห้างสรรพสินค้าแถวนั้น เลือกเดรสจากแบรนด์หรูที่ชอบที่สุด

“ว้าว คุณผู้หญิงพื้นฐานดีมาก เดรสของร้านเราเลือกคนใส่ แต่คุณใส่แล้วสวยกว่านางแบบโฆษณาอีก!”

คำชมของพนักงานขายหญิงมาจากใจจริง

ในกระจก เจียงหร่านหุ่นเซ็กซี่เย้ายวนอยู่แล้ว เดรสสายเดี่ยวที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันทำให้งดงามขึ้นอีก

อีกอย่างเดรสตัวนี้เป็นสีม่วงอ่อน ตรงรอยจีบใช้กลิตเตอร์เล็กๆ กับผ้าชีฟอง แม้สวยเหมือนนางฟ้า แต่ก็ทำให้ยิ่งดูคล้ำและเชยได้เหมือนกัน

แต่เจียงหร่านผิวขาวมาก หน้าตาสะสวย โครงหน้าคมชัดงดงามจับคู่กับเดรสผ้าพลิ้วเบา กลับเข้ากันเป็นอย่างมาก

“โอเค เอาตัวนี้”

เจียงหร่านหัวเราะ แล้วหมุนตัวเล็กน้อย

เดรสตัวนี้เป็นสายเดี่ยวปาดไหล่ ดีไซน์เรียบง่ายและดูดี ดูแพงมาก ระดับความเซ็กซี่ก็กำลังพอดี เหมาะกับการเดตมาก

สองปีที่อยู่กับฮั่วจี้หมิง เธอทุ่มเทอยู่กับงาน ไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นานแล้ว ลืมไปเลยว่าจริงๆ แล้วตัวเองสวยขนาดนี้

เจียงหร่านส่องกระจกอยู่นานกว่าจะไปจ่ายเงิน แต่ขณะที่เธอกำลังจะรูดบัตร อีกฝ่ายแจ้งว่าเมื่อกี้มีคนโทรมาชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แถมยังซื้อกระเป๋าถือที่เข้ากับชุด เครื่องประดับแบรนด์เนมหนึ่งเซ็ต และรองเท้าหนึ่งคู่ให้เธอด้วย

“อีกฝ่ายได้บอกชื่อไหม?”

“บอกว่าแซ่เจี่ยงค่ะ”

พอได้ยินแซ่นี้ เจียงหร่านหันไปมองโดยไม่รู้ตัว รอบๆ ไม่มีคนอื่นเลย

ไหนโจวเฟิ่งถังบอกว่าเจี่ยงอี้ใจร้ายและเย็นชาไม่ใช่เหรอ?

เจียงหร่านเดินออกจากห้างสรรพสินค้า เห็นรถกำลังรอเธออย่างที่คิดไว้

เหมือนคันที่เห็นที่ตระกูลโจวครั้งก่อน รถไม่มีโลโก้ ทะเบียนรถสะดุดตา

“คุณเจียง เราเคยเจอกันครั้งก่อน คุณผู้ชายของเรากำลังรอคุณอยู่ เชิญขึ้นรถครับ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 370

    ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างโจวเยี่ยนกับเหอหว่านก็มีอุปสรรคในความเป็นจริงอยู่ โจวเฟิ่งถังน่าจะไม่เห็นด้วยให้เหอหว่านกับโจวเยี่ยนคบกันโจวเยี่ยนเป็นคนรักเดียวใจเดียว กว่าจะวางความรู้สึกลงได้ไม่ง่ายเลย หากเหอหว่านปฏิบัติต่อเขาให้ดีไม่ได้...คนที่เจ็บปวดก็จะเป็นทั้งสองคนความรักนี่มันเป็นเรื่องแปลกจริง ๆไม่รักก็ไม่ได้ รักมากเกินไปก็ไม่ได้เจียงหร่านเองก็ยกแก้วขึ้นดื่มไปครึ่งแก้วเดิมทีเธอมาดื่มเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่พอโดนเหอหว่านพาอารมณ์ไปด้วย เธอก็เริ่มอ่อนไหวตามไปด้วยบอกว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว สุดท้ายเจียงหร่านก็ดื่มติดกันไปสามแก้วเหล้าที่เธอสั่งดีกรีไม่แรง เห็นว่าใกล้ได้เวลาแล้ว เธอจึงเรียกคนมาขับรถแทน ก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำเหอหว่านฟุบอยู่บนโต๊ะ ถือโทรศัพท์ไว้พลางเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อแล้วนิ้วก็เลื่อนไปแตะที่เบอร์ของโจวเยี่ยนอีกครั้งทันใดนั้น เสียงเครื่องสั่นก็ดึงสติของเหอหว่านกลับมามือถือของเจียงหร่านวางอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้หยิบติดตัวไปด้วยเหอหว่านหรี่ตามอง เห็นชื่อสายเข้าเป็น "เจี่ยงอี้"ไม่นานหน้าจอก็ดับลง แต่ปลายสายไม่ยอมแพ้ โทรเข้ามาอีกครั้งติด ๆ กันเหอหว่านมีอา

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 369

    "นั่นก็เพราะฉันต้องแต่งงาน..." เหอหว่านพูดขึ้นมาอย่างขุ่นเคืองเรื่องนี้เธอก็พูดยากเหมือนกัน!ในพินัยกรรมของแม่มีอีกข้อหนึ่งระบุไว้ ขอเพียงเธอแต่งงาน ก็จะออกจากตระกูลเหอได้ทันที และรับมรดกส่วนหนึ่งที่คนตระกูลเหอเก็บรักษาไว้กลับคืนมาตอนนั้นเหอหว่านยังเด็ก ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้พอโตขึ้น เธอถึงได้รู้ว่าแม่ผิดหวังในตัวเธอและไม่เชื่อมั่นในตัวเธอมากแค่ไหน ถึงได้ยกสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตของเธอให้คนอื่นไม่ใช่ตระกูลเหอ ก็เป็นสามีราวกับถ้าไม่มีใครให้พึ่งพา เธอก็ไม่มีค่าพอจะอยู่ในสังคมนี้เหอหว่านเคยแค้นแม่มากเหมือนกัน หรือเพียงเพราะพ่อของเธอแย่ เธอจึงต้องแย่ตามไปด้วยงั้นเหรอ?ดังนั้นยิ่งแม่กำหนดตัวตนของเธอไว้แบบนั้น เธอก็ยิ่งปล่อยตัวเองให้ตกต่ำ ยิ่งไม่คิดจะขวนขวายถ้าอย่างนั้นก็เป็นคนเหลวแหลก เป็นโคลนเลน ให้ทุกคนด่าทอรังเกียจไปเสียเลยแต่หลายปีผ่านไป การแก้แค้นแบบคิดเองเออเองของเธอ ไม่อาจได้รับการตอบสนองหรือการเยียวยาอีกแล้ว ในใจเธอเหลือเพียงความเกลียดชังต่อตัวเอง ความผิดหวังที่แม่มีต่อเธอ ถูกเธอสลักลงไปในกระดูกและวิญญาณของตัวเองด้วยมือของเธอเอง"แต่งงาน?"เจียงหร่านดูเหมือนจะนึกอะไ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 368

    "ใช่" เหอหว่านยังคงคาดคั้น เจียงหร่านจึงยอมพูดตรง ๆ "คุณเหอ ในเมื่อรู้อยู่แล้วจะถามทำไม ในเมื่อคุณไม่อยากติดหนี้บุญคุณ อีกฝ่ายก็ไม่อยากให้คุณติดหนี้บุญคุณ คุณก็ไม่ต้องถามแล้ว อีกอย่างตอนนี้คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญที่สุดของคุณตอนนี้คือออกจากตระกูลเหอ ในเมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็ควรเติบโตขึ้นอย่างกล้าหาญ"ปกติเจียงหร่านไม่ค่อยชอบสั่งสอนคน อาจเป็นเพราะช่วงนี้สภาพจิตใจของตัวเองก็ไม่ค่อยดี คำพูดเลยออกแนวครูฝ่ายปกครองนิด ๆเหอหว่านไม่ถือสา ปกติเธอได้ยินคำพูดร้าย ๆ มามากแล้ว คำเตือนด้วยความหวังดีของเจียงหร่านแบบนี้ กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นใจเธอยกเหล้าดื่มอึกใหญ่ "โจวเยี่ยนใช่ไหม เขารีบตอบแทนน้ำใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?"เจียงหร่านรู้สึกหนักอึ้งในอก ก่อนจะตอบรับเบา ๆ "อืม เขาไม่ให้ฉันพูด คุณรู้ก็พอ"นิสัยตรงไปตรงมาของเหอหว่านทำให้คนอยู่ด้วยรู้สึกผ่อนคลายเจียงหร่านรับปากจะช่วยโจวเยี่ยนจริง แต่คำโกหกที่ปิดไม่มิดแบบนี้ เธอพูดต่อไม่ไหวแล้วครั้งนี้เหอหว่านช่วยโจวเยี่ยนไว้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังน่าอึดอัด โจวเยี่ยนไม่อยากออกหน้าเอง คิดว่าเหอหว่านคงไม่ยอมรับการดูแลจากเขาเจียงหร่านเป็นเ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 367

    "ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง"ก่อนออกไป เจียงหร่านส่งข้อความหาเจี่ยงอี้ บอกให้เขารีบพักผ่อน ไม่ต้องรอเธอ เธอจะอยู่กับเพื่อนสักพักแล้วค่อยกลับพอเห็นข้อความ เจี่ยงอี้ก็ตอบกลับแทบจะทันทีว่า "ได้"เจียงหร่านรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้างเจี่ยงอี้เฝ้ารอเธออยู่ตลอด เธอเองก็รู้สึกผิด แต่พอนึกถึงซูหนิง ก็เหมือนมีหนามเล็ก ๆ ทิ่มอยู่ในใจช่างเถอะ ให้เธอปรับอารมณ์ก่อนแล้วกัน จะได้ไม่กลับไปให้เจี่ยงอี้จับพิรุธได้และทำให้เขาเป็นห่วงเพิ่มเปล่า ๆอีกด้านหนึ่ง เจี่ยงอี้มองข้อความบนหน้าจอ แววตาก็ค่อย ๆ หม่นลง…………"ฉันจองห้องใหญ่ไว้ สำหรับสิบคน"ดึกแล้ว ที่เคาน์เตอร์ของร้านนั่งดื่มสไตล์ย้อนยุคแห่งหนึ่ง มีกลุ่มชายหญิงเดินเข้ามาคู่สามีภรรยาที่เดินนำหน้าเข้าไปสั่งพนักงาน เพื่อเปิดห้องส่วนตัวที่จองไว้พนักงานพาทุกคนเข้าไปในห้อง ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นก็แยกไปคนละทาง ภรรยาพาเพื่อน ๆ เข้าไปก่อน ส่วนสามีเดินออกมารับคนที่หน้าประตู"พี่จี้หมิง"ฮั่วจี้หมิงกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตู พอเห็นอีกฝ่ายเดินมา ก็รีบดับก้นบุหรี่ที่เหลืออยู่ทันทีเมื่อครู่นี้ทุกคนเพิ่งกินข้าวด้วยกันเสร็จ ตอนนี้เป็นรอบสอง จะมานั่งดื่ม ค

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 366

    เจียงหร่านรู้ว่าการพูดละเมอไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ถึงอยากปล่อยมันผ่านไป แต่ในใจก็ยังปล่อยวางไม่ได้อยู่ดีแต่จะให้บอกเจี่ยงอี้ตรง ๆ ว่าเธอโกรธ เธอก็พูดไม่ออกเจียงหร่านรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาแบบไหน ทั้งกังวล ทั้งรู้สึกผิด แล้วก็ขอโทษไม่รู้จบอีกอย่าง...ต่อให้ในใจเขาจะมีที่ให้ซูหนิงจริง ๆ ...เขาก็คงไม่มีทางยอมรับออกมาตรง ๆ ใช่ไหม?เจียงหร่านลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ลุกเก็บของ เตรียมกลับแต่พอเปิดประตูห้องทำงานออกไป ก็เห็นเหอหว่านยืนอยู่หน้าประตูไม่รู้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างทั้งร่างจมหายอยู่ในความมืดพอเจียงหร่านเดินออกมา ไฟทางเดินก็ติดขึ้นอัตโนมัติ เหอหว่านถึงค่อยเดินเข้ามาสองก้าวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ"ทำไมคุณยังอยู่ล่ะ วันนี้เริ่มงานราบรื่นไหม?"เจียงหร่านเดินเข้าไปหาเหอหว่าน แล้วถามด้วยความเป็นห่วงเหอหว่านพยักหน้า "คุณจัดการไว้แล้ว ทุกอย่างก็ราบรื่น ทุกคนดีกับฉัน""เดี๋ยวก็มีอบรม คุณค่อย ๆ เรียนรู้ ไม่ต้องรีบ" เจียงหร่านปลอบสบาย ๆ "กลับด้วยกันไหม?"เหอหว่านตอบเพียง "อืม" พูดแค่นั้น แล้วก็เดินอยู่ข้างเจียงหร่านทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยกันตอนนี้คนในบริษัทกลับกัน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 365

    ใบหน้าของชายหนุ่มมีโครงชัด ยิ่งมองนานก็ยิ่งหล่อเหลาแต่สำหรับเซี่ยหนาน ใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่น่าชังเสมอบรรยากาศเงียบงัน โจวเฮ่าจิงจึงเปิดเพลงขึ้นมาตามสบายพอถึงท่อนฮุก เขาก็ฮัมตามอยู่สองสามท่อนเขาร้องเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา เสียงทุ้มมีเสน่ห์ ฟังเพราะไม่แพ้นักร้องต้นฉบับแต่โจวเฮ่าจิงร้องอยู่ตั้งนาน เซี่ยหนานก็ไม่ตอบสนองเลยสักนิด"เซี่ยหนาน" ในที่สุดโจวเฮ่าจิงก็เรียกเธอ"หือ?" เซี่ยหนานไม่หันมา"ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"พอดีรถแล่นผ่านแยกไฟแดง โจวฮ่าวจิงวางมือข้างหนึ่งบนพวงมาลัย อีกข้างแตะปลายจมูกเซี่ยหนานกดมุมปากลงเล็กน้อยนกยูงเริ่มรำแพนหางอวดแล้วเธอไม่ได้ตอบเขาตรง ๆ "ฉันชอบผู้ชายแบบคุณเจี่ยง"“?”โจวเฮ่าจิงขมวดคิ้วเหลือบมองเซี่ยหนาน เหมือนกำลังมองคนบ้า"เฮ้ ฉันถามว่า ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"ในที่สุดเซี่ยหนานก็หันมามองโจวเฮ่าจิง "คุณโจวตามฉันมาถึงที่นี่ ช่วยฉันแก้สถานการณ์ ยังพยายามดึงความสนใจจากฉันอีก ไม่ใช่เพราะมีใจให้ฉันเหรอคะ? แต่ฉันบอกแล้วว่า ฉันกับคุณโจวไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน และฉันไม่มีทางเป็นคนคุยคลุมเครือ หรือเป็นผู้หญิงที่คุณเอาไว้ระบายความใ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status