Share

บทที่ 5

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
รถหยุดลง โจวเฟิ่งถังเปิดประตูรถ เอ่ยชวนเธออีกครั้ง “ขึ้นมาคุยบนรถสิ”

เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ก็ขึ้นไปบนรถ

ไม่นานเจียงหร่านรู้จากปากโจวเฟิ่งถัง ว่าคนที่มาช่วยตัวเองคลี่คลายสถานการณ์วันนี้ มาจากตระกูลเจี่ยง ตระกูลเจ้าสัวระดับท็อปในประเทศ

ธุรกิจตระกูลเจี่ยงครอบคลุมสาขาหลัก เช่น การเงิน เทคโนโลยี พลังงาน มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ บอกว่า “รวยเทียบเท่าประเทศ” ก็ไม่เกินจริงสักนิด

ปัจจุบันทายาทตระกูลเจี่ยงอย่างเจี่ยงอี้ อายุแค่ 28 ปี นำธุรกิจของตระกูลไปสู่จุดสูงสุดใหม่ด้วยความสามารถของตัวเอง เป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่คนในแวดวงยอมรับว่าทรงอิทธิพลที่สุด

เมื่อคืนคุณท่านโจวได้รับสายจากตระกูลเจี่ยง ยื่นข้อเสนอว่าจะแต่งงานทางธุรกิจกับตระกูลโจว และคนที่พวกเขาเลือกคือเจียงหร่าน

โจวเฟิ่งถังบอกเจียงหร่านว่าตระกูลร่ำรวยที่อยากสานสัมพันธ์กับตระกูลเจี่ยงมีนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าตระกูลโจวก็อยู่ในนั้นด้วย

เขาได้รับคำสั่งจากคุณท่านตระกูลเจี่ยง จึงมาหาเจียงหร่าน

“หมายความว่าตระกูลเจี่ยงเจ๋งกว่าตระกูลโจวเหรอ?”

เจียงหร่านขี้เกียจฟังโจวเฟิ่งถังพูดมาก จึงถามตรงๆ

โจวเฟิ่งถังพูดว่า “เทียบไม่ได้หรอก แต่ถ้าจะพูดจริงๆ ตระกูลโจวเป็นมหาเศรษฐีของเมืองไห่ ฐานะเป็นอันดับหนึ่งในวงการธุรกิจเมืองไห่ แต่ตระกูลเจี่ยงน่ะเหรอ ในประเทศไม่มีใครกล้าไม่ไว้หน้าพวกเขา”

“แล้วเจี่ยงอี้......เขาเป็นยังไงเหรอ?” เจียงหร่านถามอีก

“เจี่ยงอี้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ แต่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าในประเทศ ลึกลับมาก ฉันก็ไม่เคยเจอเขา แต่ตามข่าวลือก็......”

โจวเฟิ่งถังลูบจมูก เขามาโน้มน้าวให้เจียงหร่านแต่งงาน บางคำพูดจะพูดออกมาก็ต้องคิดสักหน่อย

“ข่าวลือเป็นยังไง?”

“ข่าวลือบอกว่าเขา......เข้ากับคนยากนิดหน่อย”

แม้โจวเฟิ่งถังพูดความจริง แต่ก็พูดอ้อมค้อมสุดๆ

ถ้าเจี่ยงอี้แค่เข้ากับคนยากนิดหน่อย ป่านนี้ประตูตระกูลเจี่ยงคงโดนเหยียบจนเละแล้ว

“เข้ากับคนยากยังไง?”

เจียงหร่านถามอีก ท่าทางเหมือนต้องถามให้ถึงที่สุด

โจวเฟิ่งถังยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ประมาณว่า......นิสัยเย็นชานิดหน่อย เข้มงวดกับคนอื่นสักหน่อย แล้วก็ไม่ค่อยสนใจผู้หญิง แต่ธรรมเนียมของตระกูลเจี่ยงมีระเบียบและเที่ยงธรรม นิสัยของเจี่ยงอี้......น่าจะไม่ได้แย่เกินไป”

น่าจะเหรอ?

คำพูดนี้ยิ่งฟังยิ่งเหมือนคำพูดเชิงลบ

เจียงหร่านจ้องโจวเฟิ่งถังเงียบๆ

ในที่สุดโจวเฟิ่งถังก็ทนไม่ไหวแล้ว

“โอเค ว่ากันว่าเจี่ยงอี้ค่อนข้างเก็บตัวและใจร้าย วิธีการโหดเหี้ยม มองแค่ผลประโยชน์ นิสัยเย็นชา ใครก็ตามที่ล่วงเกินเขา จุดจบน่าสังเวชทุกคน”

ช้าเร็วเจียงหร่านก็ต้องอยู่ร่วมกับอีกฝ่าย เตรียมใจไว้ก็ดีเหมือนกัน

“แต่แค่แต่งงานทางธุรกิจเท่านั้น เธอไม่ต้องสนใจมาก ในตระกูลร่ำรวยมีการแต่งงานที่ไม่ได้รักกันเยอะแยะ ยิ่งไปกว่านั้นเธอมีทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อเธอเยอะขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ตระกูลโจว มีคนจับจ้องเธอมากมาย ไม่มีที่พึ่งสักคนคงไม่ได้หรอก”

โจวเฟิ่งถังกลัวเจียงหร่านถอดใจกลางคัน จึงเตือนเรื่องที่เธอเจออยู่อีกครั้ง

“โอเค”

“เธออย่ารีบปฏิเสธ......”

โจวเฟิ่งถังชะงักไป เขานึกว่าเจียงหร่านจะปฏิเสธ คิดคำพูดเกลี้ยกล่อมไว้แล้วด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตกลงทันที?

“เธอตกลงเหรอ?”

“อืม”

เธอไม่เคยแต่งงานอย่างแท้จริง ตอนนี้ตัวคนเดียว

เจี่ยงอี้ที่โจวเฟิ่งถังพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางครอบครัวหรือความสามารถ ล้วนเหนือกว่าฮั่วจี้หมิงเป็นร้อยเท่า

ฮั่วจี้หมิงใช้ทะเบียนสมรสปลอมหลอกเธอสองปี ใช้เธอเป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายของตัวเอง

ถ้าได้เป็นพันธมิตรกับคนอย่างเจี่ยงอี้ ไม่ใช่แค่ “เหนือกว่าร้อยเท่า” มันคือหนทางที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากเลยนะ

ที่สำคัญกว่านั้น เรื่องตระกูลโจวซับซ้อนมาก

เหยียนหมิงเถากับลูกชายจ้องตาเป็นมัน “ลูกนอกสมรส” ที่เพิ่งคืนสู่สกุลอย่างเธอ อาศัยแค่เอกสารทางกฎหมายที่เป็นมรดกมูลค่าแสนล้าน ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรอก

อยากยืนได้อย่างมั่นคงจริงๆ รับช่วงธุรกิจพวกนั้นอย่างราบรื่น ถ้าไม่มีแรงสนับสนุนที่มากพอ เกรงว่าคงทำอะไรยาก

การแต่งงานทางธุรกิจไม่ใช่ความรัก แต่มันคือธุรกิจและพันธมิตร

เจียงหร่านมองไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงราบเรียบแต่แน่วแน่ “แทนที่จะต่อสู้เพียงลำพังแล้วโดนคนขย้ำ สู้หาพันธมิตรที่เข้าท่าสักคนดีกว่า ตระกูลเจี่ยงยอมเลือกฉัน ฉันไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”

ตกเย็น

เจียงหร่านกลับมาถึงตระกูลฮั่ว พบว่าฮั่วจี้หมิงกับไป่ชิงไม่อยู่

พอถามคนใช้ถึงรู้ว่า ฮั่วจี้หมิงพาไป่ชิงกับฮั่วมู่เฉิงไปดูนิทรรศการศิลปะที่เมืองใกล้ๆ คืนนี้ไม่กลับบ้าน

เจียงหร่านเอามือถือออกมา พบว่าช่วงบ่ายฮั่วจี้หมิงโทรหาเธอหลายสาย แล้วก็ส่งข้อความมาด้วย

“หรานหร่าน จู่ๆ เฉิงเฉิงก็อยากไปดูนิทรรศการศิลปะกับอาจารย์ไป่ ระยะทางค่อนข้างไกล ฉันเลยไปเป็นเพื่อนพวกเขา”

มีมารยาทจริงๆ พ่อ แม่ ลูกออกไปข้างนอก ยังส่งข้อความหาเธอด้วย

แต่พอดีเลย คืนนี้พวกเขาไม่อยู่ เจียงหร่านสามารถทำงานได้อย่างสงบ

พออ่านข้อความเสร็จ เจียงหร่านเรียกคนใช้สองสามคน ไปช่วยเธอเก็บของที่ห้อง

“คุณนายจะเดินทางไกลเหรอ?”

พอเห็นเจียงหร่านเก็บข้าวของทั้งหมดของตัวเองลงกล่อง พวกคนใช้อดสงสัยไม่ได้

“ใช่”

เจียงหร่านจัดเอกสารในลิ้นชักของตัวเองพลางพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องบอกฮั่วจี้หมิง ช่วงนี้เขายุ่งมาก พวกเธออย่าไปรบกวนเขา”

ตอนนี้ฮั่วจี้หมิงยุ่งจริงๆ ยุ่งอยู่กับการมีความสุขกับภรรยาและลูก

ยังไงช่วงเวลาดีๆ ของเขาก็เหลือไม่เยอะแล้ว

ไม่นาน เจียงหร่านจัดข้าวของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย

ช่วงดึก คนใช้พักผ่อนกันหมดแล้ว เธอเรียกบริษัทขนย้ายของ ขนข้าวของออกไปจนหมด

แต่ยังมีของสองสามอย่างที่เจียงหร่านหาไม่เจอ

อย่างแรกคืองานวิจัยสำคัญที่เธอเขียนตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน ในนั้นมีข้อมูลที่เธอวิจัยมาหลายปี เป็นข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญมาก

อีกอย่างคือข้อมูลสำคัญของโครงการที่เธอทำให้บริษัทฮั่วจี้หมิง

อย่างแรกเธอเก็บและล็อกไว้ในลิ้นชักของตัวเองตลอด ตอนนี้หายไปแล้ว ฮั่วจี้หมิงน่าจะเอาไป

ส่วนอีกอย่างหนึ่งเก็บไว้ที่บริษัทฮั่วจี้หมิง เธอไม่มีสิทธิ์เอากลับมา

แต่สองอย่างนี้คือความทุ่มเทของเธอ ไม่ว่ายังไงก็ทิ้งไว้ให้ฮั่วจี้หมิงไม่ได้

เช้าตรู่วันต่อมา เจียงหร่านได้รับสายจากฮั่วจี้หมิง

ฝั่งนั้นเสียงดังจอแจ น่าจะอยู่บนทางด่วน

“หรานหร่าน เมื่อวานเธอได้ข้อความของฉันไหม?”

“อืม เห็นแล้ว”

เจียงหร่านคนกาแฟไปพลาง น้ำเสียงเดาอารมณ์ไม่ได้

“ขอโทษนะ ตัดสินใจออกมากะทันหัน ไม่ได้ปรึกษาเธอ แต่อาจารย์ไป่เป็นแขก ฉันให้เธอไปกับเฉิงเฉิงเพียงลำพังไม่ได้”

“มีอะไรต้องขอโทษล่ะ นายไปกับอาจารย์ไป่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

คำพูดของเจียงหร่านทำให้ฮั่วจี้หมิงอึ้งเล็กน้อย

ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่ตอบข้อความเพราะโกรธ แต่เมื่อคืนอยู่กับไป่ชิง เขาก็ไม่สะดวกที่จะโทรหาเจียงหร่านตลอดเหมือนกัน

ทว่าตอนนี้น้ำเสียงของหญิงสาวดูไม่ใส่ใจ

“หรานหร่าน เมื่อคืนเธอไม่ตอบข้อความฉัน ฉันนึกว่า......”

“เมื่อวานฉันยุ่งจนหัวหมุน ดูบ้านเสร็จก็ไปคุยเรื่องธุรกิจ ไม่มีเวลาตอบข้อความนายจริงๆ”

เจียงหร่านพูดตัดบทฮั่วจี้หมิง เสียงผ่อนคลายและสดใส ไม่มีกลิ่นอายความโกรธแม้แต่น้อย

ฮั่วจี้หมิงรู้สึกโล่งใจเช่นกัน “ฉันว่าแล้วว่าเธอกำลังยุ่ง อย่าทำงานหนักเกิน ฉันเป็นห่วงมาก”

เจียงหร่านขมวดคิ้ว ตอนเช้าเธอไม่อยากอาหารอยู่แล้ว ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ยิ่งไม่อยากกินอาหารเช้า

“พ่ออย่าไปคุยกับผู้หญิงไม่ดี!”

จู่ๆ เสียงของฮั่วมู่เฉิงดังแทรกเข้ามา เสียงห้ามของไป่ชิงก็ตามมาติดๆ

“โอเค แค่นี้ก่อนนะ ฉันขับรถก่อน เจอกันคืนนี้”

ครั้งนี้ไม่รอให้เจียงหร่านพูด ฮั่วจี้หมิงกดวางสายทันที

นานๆ ทีฮั่วจี้หมิงจะไม่อยู่ เจียงหร่านมาถึงบริษัทแล้วเข้ามาหาเอกสารในห้องทำงานของเขาเป็นอันดับแรก

แต่หาทั่วห้องทำงานแล้ว รวมถึงคอมพิวเตอร์ของฮั่วจี้หมิง แต่เธอก็ไม่เจออะไรสักอย่าง

ขณะที่เจียงหร่านกำลังคิดอย่างหนัก มีคนมาหาเธอด้วยความรีบร้อน

“ผู้จัดการเจียง วันนี้ประธานฮั่วไม่อยู่ มีสัญญาจัดสรรงบที่ต้องให้คุณเซ็นสองสามฉบับ”

เจียงหร่านหยิบสัญญาขึ้นมาดู

โครงการความร่วมมือสองสามโครงการนี้ ฮั่วซื่อในปัจจุบันยังไม่มีคุณสมบัติของหุ้นส่วนในโครงการ เธอใช้ทุกวิถีทาง ทุ่มเทสุดกำลังกว่าจะเจรจาได้

ถ้าจัดสรรงบช้า มีแนวโน้มที่โครงการจะล้มเหลวไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“ได้ติดต่อประธานฮั่วหรือยัง?”

“ติดต่อแล้ว แต่เหมือนประธานฮั่วยุ่งมาก บอกว่ามีอะไรให้มาหาคุณ”

เจียงหร่านยกยิ้มเล็กน้อย

บริษัทของฮั่วจี้หมิง เธอคือคนที่ทำงานหนักสุด ทำอะไรไม่เคยพลาด ทุกครั้งที่เขายุ่งจนจัดการไม่ทัน จะให้เธอจัดการแทนทุกอย่าง

แต่อำนาจดูแลแทนเป็นเพียงคำพูดปากเปล่าเท่านั้น

ในความเป็นจริง ตำแหน่งงานของเจียงหร่านไม่มีอำนาจแท้จริงอะไรเลย แม้แต่ตำแหน่งระดับกลางและระดับทั่วไปยังมีหุ้นของบริษัท แต่เธอไม่มีเลย

ดังนั้นทุกครั้งที่เจียงหร่านตัดสินใจแทนฮั่วจี้หมิง ชายหนุ่มจะตำหนิและลงโทษเธอในที่ประชุม เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อคนในบริษัทและผู้ถือหุ้น

ฮั่วจี้หมิงบอกเจียงหร่านว่าที่เขาทำแบบนี้ เพราะกังวลว่าถ้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แล้วจะกระทบกับความรู้สึกของทุกคน

“วางไว้ตรงนี้ก็ได้ ตอนนี้ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอก กลับมาแล้วจะตรวจดูและเซ็นให้”

“โอเค”

หลังจากอีกฝ่ายไปแล้ว เจียงหร่านโยนสัญญาไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ แล้วออกจากบริษัท

คนตระกูลเจี่ยงบอกว่าเจี่ยงอี้นัดตัวเองดินเนอร์วันนี้

ไม่ว่ายังไงเจอหน้าคนที่นัดดูตัว เธอก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้ดีสักหน่อย

เจียงหร่านไปที่ร้านเสริมสวยก่อน พอเสร็จก็ใกล้ห้าโมงแล้ว เธอหาห้างสรรพสินค้าแถวนั้น เลือกเดรสจากแบรนด์หรูที่ชอบที่สุด

“ว้าว คุณผู้หญิงพื้นฐานดีมาก เดรสของร้านเราเลือกคนใส่ แต่คุณใส่แล้วสวยกว่านางแบบโฆษณาอีก!”

คำชมของพนักงานขายหญิงมาจากใจจริง

ในกระจก เจียงหร่านหุ่นเซ็กซี่เย้ายวนอยู่แล้ว เดรสสายเดี่ยวที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันทำให้งดงามขึ้นอีก

อีกอย่างเดรสตัวนี้เป็นสีม่วงอ่อน ตรงรอยจีบใช้กลิตเตอร์เล็กๆ กับผ้าชีฟอง แม้สวยเหมือนนางฟ้า แต่ก็ทำให้ยิ่งดูคล้ำและเชยได้เหมือนกัน

แต่เจียงหร่านผิวขาวมาก หน้าตาสะสวย โครงหน้าคมชัดงดงามจับคู่กับเดรสผ้าพลิ้วเบา กลับเข้ากันเป็นอย่างมาก

“โอเค เอาตัวนี้”

เจียงหร่านหัวเราะ แล้วหมุนตัวเล็กน้อย

เดรสตัวนี้เป็นสายเดี่ยวปาดไหล่ ดีไซน์เรียบง่ายและดูดี ดูแพงมาก ระดับความเซ็กซี่ก็กำลังพอดี เหมาะกับการเดตมาก

สองปีที่อยู่กับฮั่วจี้หมิง เธอทุ่มเทอยู่กับงาน ไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นานแล้ว ลืมไปเลยว่าจริงๆ แล้วตัวเองสวยขนาดนี้

เจียงหร่านส่องกระจกอยู่นานกว่าจะไปจ่ายเงิน แต่ขณะที่เธอกำลังจะรูดบัตร อีกฝ่ายแจ้งว่าเมื่อกี้มีคนโทรมาชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แถมยังซื้อกระเป๋าถือที่เข้ากับชุด เครื่องประดับแบรนด์เนมหนึ่งเซ็ต และรองเท้าหนึ่งคู่ให้เธอด้วย

“อีกฝ่ายได้บอกชื่อไหม?”

“บอกว่าแซ่เจี่ยงค่ะ”

พอได้ยินแซ่นี้ เจียงหร่านหันไปมองโดยไม่รู้ตัว รอบๆ ไม่มีคนอื่นเลย

ไหนโจวเฟิ่งถังบอกว่าเจี่ยงอี้ใจร้ายและเย็นชาไม่ใช่เหรอ?

เจียงหร่านเดินออกจากห้างสรรพสินค้า เห็นรถกำลังรอเธออย่างที่คิดไว้

เหมือนคันที่เห็นที่ตระกูลโจวครั้งก่อน รถไม่มีโลโก้ ทะเบียนรถสะดุดตา

“คุณเจียง เราเคยเจอกันครั้งก่อน คุณผู้ชายของเรากำลังรอคุณอยู่ เชิญขึ้นรถครับ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 100

    นั่งรอเฉย ๆ อยู่นานเป็นค่อนวัน ความอดทนในการมาดูละครของโจวเฮ่าจิงก็หมดลงแล้วเขาถอนหายใจเบา ๆ และแววตาเยาะเย้ยก็ยิ่งลึกขึ้น“อย่าเพิ่งรีบไป คนกำลังจะมาถึงแล้ว”เจียงหร่านเหลือบดูเวลาครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับอย่างเรียบเฉยพอเธอพูดจบ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกพอดีร่างที่ผ่อนคลายของโจวเฮ่าจิงแข็งค้างขึ้นทันทีผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทมีทั้งหมดเจ็ดคน ไม่นับเขา เหยียนหมิงเถา และเจียงหร่าน อีกสี่คนที่เหลือล้วนเป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นของเหยียนหมิงเถา และเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะออกหน้าเข้าร่วมประชุมแต่คนที่ผลักประตูเข้ามาในตอนนี้ กลับเป็นสองคนจากสี่ผู้ถือหุ้นนั้นพอดีชายวัยกลางคนสองคนที่อายุเกินห้าสิบ แต่งกายด้วยสูทอย่างเป็นทางการ เดินเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ พอเข้ามาแล้วก็ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองโจวเฮ่าจิงอีก ใบหน้าซีดเผือดก่อนจะไปนั่งลงด้านข้างอย่างเงียบ ๆและยังไปนั่งอยู่ฝั่งข้างตัวของเจียงหร่านอีกด้วย“……”โจวเฮ่าจิงหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย ใช้สองมือยันโต๊ะประชุมไว้ รู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่งนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?พอข่าวที่ว่ามีผู้ถือหุ้นมาร่วมประชุมแพร่ออกไป ไม่ถึงห้า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 99

    “คุณเจี่ยง…” เจียงหร่านเพิ่งจะอ้าปากจะอธิบายเรื่องของฮั่วจี้หมิงเจี่ยงอี้กลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เรื่องส่วนตัวของเธอ ฉันจะไม่ซักถามและไม่ก้าวก่าย แต่ตอนนี้เรามีสัญญาหมั้นกันอยู่ ฉันเชื่อว่าเธอจะจัดการเรื่องในอดีตของเธอให้เรียบร้อยได้”เขาไม่ได้ซักถาม ไม่ได้เรียกร้องอะไร ทำให้เจียงหร่านรู้สึกมีความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยเดิมทีเธอยังคิดว่า ด้วยสถานะของเจี่ยงอี้ เขาอาจจะใส่ใจเรื่องในอดีตของเธอ หรือถึงขั้นซักถามรายละเอียด แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ถามอะไรสักคำ“ฉัน… ฉันจะรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เชื่อใจฉันนะ!”ตอนนี้เองเจียงหร่านเพิ่งตระหนักได้ว่า คนตรงหน้าให้ความสำคัญกับสัญญาหมั้นนี้จริง ๆ และแม้แต่ท่าทีที่มีต่อเธอก็เต็มไปด้วยความเคารพเจี่ยงอี้พยักหน้ารับ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ วาบผ่านขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้เขาไม่ใช่ไม่เคยตรวจสอบประวัติของเจียงหร่าน ความสัมพันธ์หกปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับใครก็ตาม แล้วในใจของเธอจะยังปล่อยวางผู้ชายชื่อฮั่วจี้หมิงคนนั้นไม่ได้ไหม?เขากดความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ในใจเอาไว้ แล้วเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 98

    เจียงหร่านพยักหน้า นึกขึ้นได้ว่าเจี่ยงอี้ไม่ชอบกินหวาน จึงถามต่อว่าเขากินเผ็ดได้ไหมพอเห็นชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เธอก็เข้าใจทันทีและพูดต่อว่า “ได้ค่ะ ฉันจำไว้แล้ว คุณเจี่ยงไม่ชอบกินหวาน และกินเผ็ดไม่ได้”“กินบ้างก็ได้ ไม่เป็นไร” เจี่ยงอี้พูดเขาเป็นคนกินง่าย ๆ แต่โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยกินรสจัดเท่าไรเจียงหร่านไม่พูดอะไรต่อ สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหารทันทีครัวเป็นแบบกึ่งเปิด ทำให้มองเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารได้ตลอดทั้งขั้นตอนสายตาของเจี่ยงอี้ก็ไม่อาจละไปจากเจียงหร่านได้เลยทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของสองผู้เฒ่าจอมซนที่คอยเป็นห่วงเรื่องแต่งงานของเขามาตลอดในตระกูลใหญ่ ความสัมพันธ์ทางใจมักถูกวางไว้รองจากผลประโยชน์เสมอ พ่อแม่ของเจี่ยงอี้แยกทางกันตั้งแต่เขายังไม่ทันเกิดในตระกูลเจี่ยง มีเพียงคุณปู่กับคุณย่าของเจี่ยงอี้เท่านั้นที่รักกันอย่างแท้จริง และจับมือกันใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบทั้งชีวิต“มีคนที่รู้จักห่วงใย รู้จักใส่ใจ และอยู่เคียงข้างกันไปยาว ๆ มันไม่ดีเหรอ? หรือแกคิดว่าจะทุ่มเทให้กับงานไปได้ทั้งชีวิต? เวลากลับบ้านแล้วเห็นมีคน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 97

    เจียงหร่านพูดไปพลาง ก็สังเกตเห็นสาวใช้ที่เพิ่งดูแลคุณย่าเมื่อครู่ยืนแอบมองพวกเขาอยู่ด้านข้างเธอส่งสายตาให้เจี่ยงอี้ เจี่ยงอี้เหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อย แต่ถึงไม่ต้องมองเขาก็เดาได้อยู่แล้ว“ปู่กับย่าของฉันก็เป็นแบบนี้แหละ เธอค่อย ๆ ชินไปก็แล้วกัน ครั้งหน้าถ้าไม่สะดวก ก็ปฏิเสธได้ตรง ๆ เลยนะ”เจียงหร่านส่ายหน้า “จริง ๆ แล้ววันนี้ฉันก็อยากพบคุณเจี่ยงเหมือนกันค่ะ โปรเจกต์ของตระกูลโจวฉันจัดการสำเร็จแล้ว การช่วยเหลือของคุณเจี่ยงมีส่วนสำคัญมาก ฉันตั้งใจจะขอบคุณคุณอย่างจริงจังอยู่แล้ว”เจี่ยงอี้เอ่ยเสียงเบา “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”“ไม่ใช่เกรงใจ แต่ฉันตั้งใจจริง ๆ อยากทำอะไรสักอย่างให้คุณเจี่ยงค่ะ ขอฉันคิดก่อนนะ… ฉันควรจะขอบคุณคุณเจี่ยงด้วยอะไรดี?”ประโยคนี้ของเจียงหร่านออกจะเหมือนพูดพึมพำกับตัวเองอยู่เล็กน้อยเจี่ยงอี้ไม่ขาดอะไรเลย ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเธอนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าควรขอบคุณเขาอย่างไร“ขอบคุณ?”เจี่ยงอี้ไม่คาดคิดว่าเจียงหร่านจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่จู่ ๆ เขากลับรู้สึกมีความคาดหวังบางอย่างขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้“คุณเจี่ยงทานข้าวเย็นหรือยังคะ?”เจียงหร่านคิดอยู่ครู่หน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 96

    เจียงหร่านไม่คิดว่าเจี่ยงอี้จะกลับมากะทันหัน หน้าเธอแดงขึ้นทันที “คุณเจี่ยง… คุณกลับมาตอนไหนคะ…”ทั้งที่คุณย่าเจี่ยงบอกชัด ๆ ว่าคืนนี้เจี่ยงอี้มีงานต้องยุ่งจนดึกแท้ ๆ“บอกว่าอาการหนักไม่ใช่เหรอครับ? ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”แม้น้ำเสียงของเจี่ยงอี้จะฟังดูเย็นชา แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อคุณย่าไม่ใช่ของปลอม เขาเดินเข้าไปหาคุณย่าอย่างรวดเร็วแล้วก้มลงดูสภาพของท่านอย่างละเอียดอีกฝ่ายรีบปล่อยมือที่จับเจียงหร่านอยู่ แต่สีหน้าของคุณย่ากลับดูสดใสมีเลือดฝาด ไม่เหมือนตอนโทรมาบอกว่าแทบจะทนไม่ไหว แถมยังไม่ยอมไปโรงพยาบาล และยืนกรานให้เขารีบกลับมาทันทีเลยสักนิด“ก็… เมื่อกี้มันค่อนข้างหนักจริง ๆ แหละ แต่พอเสี่ยวหร่านอยู่เป็นเพื่อนย่าครึ่งวัน ร่างกายย่าก็รู้สึกสบายขึ้นไปหมดเลย”คุณย่าเจี่ยงกระแอมเบา ๆ แล้วชายตามองเจียงหร่านอย่างเกรงใจ “หลานรัก ต้องช่วยย่าขอบคุณเสี่ยวหร่านดี ๆ นะ เดิมทีเธอมีงาน แต่ยอมยกเลิกเพื่อมานั่งเป็นเพื่อนย่าเลย”“……” เจี่ยงอี้นิ่งไปชั่วครู่ พูดไม่ออกพอเจียงหร่านได้ยินแบบนั้น ก็เข้าใจทันทีว่าที่คุณย่าเจี่ยงเรียกเธอให้มาวันนี้เพราะอะไรประมาทไปแล้วเมื่อกี้คุณย่า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 95

    “ฉันได้ยินมาว่า งานหมั้นจัดได้ดีมากเลยใช่ไหม ประธานเจี่ยงคงพอใจในตัวน้องเจียงหร่านไม่น้อยสินะ?”โจวเฮ่าจิงแค่พูดไม่กี่คำก็แฝงความเหน็บใส่เจียงหร่านทันทีในโปรเจกต์นี้ มีเงินลงทุนส่วนหนึ่งที่บังเอิญมาจากเครือของเจี่ยงซื่อพอดีคำพูดของเขากำลังสื่อว่าเจียงหร่านพึ่งพาเจี่ยงอี้ไม่ได้พึ่งพาตระกูลโจว แต่กลับพึ่งพาเจี่ยงอี้ ถึงจะไม่ถือว่าผิดสัญญาเดิมพัน แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปก็ยังทำให้คนอื่นไม่ยอมรับอยู่ดี ใครจะรู้กันล่ะว่าเจี่ยงอี้ช่วยแค่ครั้งเดียว หรือช่วยมาตั้งแต่ต้นจนจบ“โจวเฮ่าจิง ฉันพาทีมของตัวเองมาทำงานอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา เพื่อช่วยคุณเก็บกวาดปัญหาที่ค้างอยู่ แต่แทนที่ฉันจะได้รับคำขอบคุณจากคุณ กลับถูกคุณตั้งคำถามถึงความสามารถแบบนี้ ฉันรู้สึกผิดหวังมาก ถ้าอย่างนั้นคุณลองโทรไปถามประธานเจี่ยงดูสิว่าเขามองโปรเจกต์นี้อย่างไร เขาลงทุนเพราะตัวโปรเจกต์ หรือเพราะตัวฉันกันแน่”เจียงหร่านฉีกหน้ากากเสียดสีของโจวเฮ่าจิงออกตรง ๆ ทำให้เขาเองก็เสียหน้าอยู่ไม่น้อยโจวเฮ่าจิงยิ้มบาง ๆ เขาไม่มีทางโทรหาเจี่ยงอี้อยู่แล้ว“นี่เป็นเรื่องภายในของพวกเรา จะไปดึงประธานเจี่ยงเข้ามาเกี่ยวได้ยังไง น้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status