Share

บทที่ 5

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
รถหยุดลง โจวเฟิ่งถังเปิดประตูรถ เอ่ยชวนเธออีกครั้ง “ขึ้นมาคุยบนรถสิ”

เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ก็ขึ้นไปบนรถ

ไม่นานเจียงหร่านรู้จากปากโจวเฟิ่งถัง ว่าคนที่มาช่วยตัวเองคลี่คลายสถานการณ์วันนี้ มาจากตระกูลเจี่ยง ตระกูลเจ้าสัวระดับท็อปในประเทศ

ธุรกิจตระกูลเจี่ยงครอบคลุมสาขาหลัก เช่น การเงิน เทคโนโลยี พลังงาน มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ บอกว่า “รวยเทียบเท่าประเทศ” ก็ไม่เกินจริงสักนิด

ปัจจุบันทายาทตระกูลเจี่ยงอย่างเจี่ยงอี้ อายุแค่ 28 ปี นำธุรกิจของตระกูลไปสู่จุดสูงสุดใหม่ด้วยความสามารถของตัวเอง เป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่คนในแวดวงยอมรับว่าทรงอิทธิพลที่สุด

เมื่อคืนคุณท่านโจวได้รับสายจากตระกูลเจี่ยง ยื่นข้อเสนอว่าจะแต่งงานทางธุรกิจกับตระกูลโจว และคนที่พวกเขาเลือกคือเจียงหร่าน

โจวเฟิ่งถังบอกเจียงหร่านว่าตระกูลร่ำรวยที่อยากสานสัมพันธ์กับตระกูลเจี่ยงมีนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าตระกูลโจวก็อยู่ในนั้นด้วย

เขาได้รับคำสั่งจากคุณท่านตระกูลเจี่ยง จึงมาหาเจียงหร่าน

“หมายความว่าตระกูลเจี่ยงเจ๋งกว่าตระกูลโจวเหรอ?”

เจียงหร่านขี้เกียจฟังโจวเฟิ่งถังพูดมาก จึงถามตรงๆ

โจวเฟิ่งถังพูดว่า “เทียบไม่ได้หรอก แต่ถ้าจะพูดจริงๆ ตระกูลโจวเป็นมหาเศรษฐีของเมืองไห่ ฐานะเป็นอันดับหนึ่งในวงการธุรกิจเมืองไห่ แต่ตระกูลเจี่ยงน่ะเหรอ ในประเทศไม่มีใครกล้าไม่ไว้หน้าพวกเขา”

“แล้วเจี่ยงอี้......เขาเป็นยังไงเหรอ?” เจียงหร่านถามอีก

“เจี่ยงอี้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ แต่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าในประเทศ ลึกลับมาก ฉันก็ไม่เคยเจอเขา แต่ตามข่าวลือก็......”

โจวเฟิ่งถังลูบจมูก เขามาโน้มน้าวให้เจียงหร่านแต่งงาน บางคำพูดจะพูดออกมาก็ต้องคิดสักหน่อย

“ข่าวลือเป็นยังไง?”

“ข่าวลือบอกว่าเขา......เข้ากับคนยากนิดหน่อย”

แม้โจวเฟิ่งถังพูดความจริง แต่ก็พูดอ้อมค้อมสุดๆ

ถ้าเจี่ยงอี้แค่เข้ากับคนยากนิดหน่อย ป่านนี้ประตูตระกูลเจี่ยงคงโดนเหยียบจนเละแล้ว

“เข้ากับคนยากยังไง?”

เจียงหร่านถามอีก ท่าทางเหมือนต้องถามให้ถึงที่สุด

โจวเฟิ่งถังยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ประมาณว่า......นิสัยเย็นชานิดหน่อย เข้มงวดกับคนอื่นสักหน่อย แล้วก็ไม่ค่อยสนใจผู้หญิง แต่ธรรมเนียมของตระกูลเจี่ยงมีระเบียบและเที่ยงธรรม นิสัยของเจี่ยงอี้......น่าจะไม่ได้แย่เกินไป”

น่าจะเหรอ?

คำพูดนี้ยิ่งฟังยิ่งเหมือนคำพูดเชิงลบ

เจียงหร่านจ้องโจวเฟิ่งถังเงียบๆ

ในที่สุดโจวเฟิ่งถังก็ทนไม่ไหวแล้ว

“โอเค ว่ากันว่าเจี่ยงอี้ค่อนข้างเก็บตัวและใจร้าย วิธีการโหดเหี้ยม มองแค่ผลประโยชน์ นิสัยเย็นชา ใครก็ตามที่ล่วงเกินเขา จุดจบน่าสังเวชทุกคน”

ช้าเร็วเจียงหร่านก็ต้องอยู่ร่วมกับอีกฝ่าย เตรียมใจไว้ก็ดีเหมือนกัน

“แต่แค่แต่งงานทางธุรกิจเท่านั้น เธอไม่ต้องสนใจมาก ในตระกูลร่ำรวยมีการแต่งงานที่ไม่ได้รักกันเยอะแยะ ยิ่งไปกว่านั้นเธอมีทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ชื่อเธอเยอะขนาดนี้ ไม่ใช่แค่ตระกูลโจว มีคนจับจ้องเธอมากมาย ไม่มีที่พึ่งสักคนคงไม่ได้หรอก”

โจวเฟิ่งถังกลัวเจียงหร่านถอดใจกลางคัน จึงเตือนเรื่องที่เธอเจออยู่อีกครั้ง

“โอเค”

“เธออย่ารีบปฏิเสธ......”

โจวเฟิ่งถังชะงักไป เขานึกว่าเจียงหร่านจะปฏิเสธ คิดคำพูดเกลี้ยกล่อมไว้แล้วด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตกลงทันที?

“เธอตกลงเหรอ?”

“อืม”

เธอไม่เคยแต่งงานอย่างแท้จริง ตอนนี้ตัวคนเดียว

เจี่ยงอี้ที่โจวเฟิ่งถังพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางครอบครัวหรือความสามารถ ล้วนเหนือกว่าฮั่วจี้หมิงเป็นร้อยเท่า

ฮั่วจี้หมิงใช้ทะเบียนสมรสปลอมหลอกเธอสองปี ใช้เธอเป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายของตัวเอง

ถ้าได้เป็นพันธมิตรกับคนอย่างเจี่ยงอี้ ไม่ใช่แค่ “เหนือกว่าร้อยเท่า” มันคือหนทางที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากเลยนะ

ที่สำคัญกว่านั้น เรื่องตระกูลโจวซับซ้อนมาก

เหยียนหมิงเถากับลูกชายจ้องตาเป็นมัน “ลูกนอกสมรส” ที่เพิ่งคืนสู่สกุลอย่างเธอ อาศัยแค่เอกสารทางกฎหมายที่เป็นมรดกมูลค่าแสนล้าน ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรอก

อยากยืนได้อย่างมั่นคงจริงๆ รับช่วงธุรกิจพวกนั้นอย่างราบรื่น ถ้าไม่มีแรงสนับสนุนที่มากพอ เกรงว่าคงทำอะไรยาก

การแต่งงานทางธุรกิจไม่ใช่ความรัก แต่มันคือธุรกิจและพันธมิตร

เจียงหร่านมองไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงราบเรียบแต่แน่วแน่ “แทนที่จะต่อสู้เพียงลำพังแล้วโดนคนขย้ำ สู้หาพันธมิตรที่เข้าท่าสักคนดีกว่า ตระกูลเจี่ยงยอมเลือกฉัน ฉันไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”

ตกเย็น

เจียงหร่านกลับมาถึงตระกูลฮั่ว พบว่าฮั่วจี้หมิงกับไป่ชิงไม่อยู่

พอถามคนใช้ถึงรู้ว่า ฮั่วจี้หมิงพาไป่ชิงกับฮั่วมู่เฉิงไปดูนิทรรศการศิลปะที่เมืองใกล้ๆ คืนนี้ไม่กลับบ้าน

เจียงหร่านเอามือถือออกมา พบว่าช่วงบ่ายฮั่วจี้หมิงโทรหาเธอหลายสาย แล้วก็ส่งข้อความมาด้วย

“หรานหร่าน จู่ๆ เฉิงเฉิงก็อยากไปดูนิทรรศการศิลปะกับอาจารย์ไป่ ระยะทางค่อนข้างไกล ฉันเลยไปเป็นเพื่อนพวกเขา”

มีมารยาทจริงๆ พ่อ แม่ ลูกออกไปข้างนอก ยังส่งข้อความหาเธอด้วย

แต่พอดีเลย คืนนี้พวกเขาไม่อยู่ เจียงหร่านสามารถทำงานได้อย่างสงบ

พออ่านข้อความเสร็จ เจียงหร่านเรียกคนใช้สองสามคน ไปช่วยเธอเก็บของที่ห้อง

“คุณนายจะเดินทางไกลเหรอ?”

พอเห็นเจียงหร่านเก็บข้าวของทั้งหมดของตัวเองลงกล่อง พวกคนใช้อดสงสัยไม่ได้

“ใช่”

เจียงหร่านจัดเอกสารในลิ้นชักของตัวเองพลางพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องบอกฮั่วจี้หมิง ช่วงนี้เขายุ่งมาก พวกเธออย่าไปรบกวนเขา”

ตอนนี้ฮั่วจี้หมิงยุ่งจริงๆ ยุ่งอยู่กับการมีความสุขกับภรรยาและลูก

ยังไงช่วงเวลาดีๆ ของเขาก็เหลือไม่เยอะแล้ว

ไม่นาน เจียงหร่านจัดข้าวของทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย

ช่วงดึก คนใช้พักผ่อนกันหมดแล้ว เธอเรียกบริษัทขนย้ายของ ขนข้าวของออกไปจนหมด

แต่ยังมีของสองสามอย่างที่เจียงหร่านหาไม่เจอ

อย่างแรกคืองานวิจัยสำคัญที่เธอเขียนตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน ในนั้นมีข้อมูลที่เธอวิจัยมาหลายปี เป็นข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญมาก

อีกอย่างคือข้อมูลสำคัญของโครงการที่เธอทำให้บริษัทฮั่วจี้หมิง

อย่างแรกเธอเก็บและล็อกไว้ในลิ้นชักของตัวเองตลอด ตอนนี้หายไปแล้ว ฮั่วจี้หมิงน่าจะเอาไป

ส่วนอีกอย่างหนึ่งเก็บไว้ที่บริษัทฮั่วจี้หมิง เธอไม่มีสิทธิ์เอากลับมา

แต่สองอย่างนี้คือความทุ่มเทของเธอ ไม่ว่ายังไงก็ทิ้งไว้ให้ฮั่วจี้หมิงไม่ได้

เช้าตรู่วันต่อมา เจียงหร่านได้รับสายจากฮั่วจี้หมิง

ฝั่งนั้นเสียงดังจอแจ น่าจะอยู่บนทางด่วน

“หรานหร่าน เมื่อวานเธอได้ข้อความของฉันไหม?”

“อืม เห็นแล้ว”

เจียงหร่านคนกาแฟไปพลาง น้ำเสียงเดาอารมณ์ไม่ได้

“ขอโทษนะ ตัดสินใจออกมากะทันหัน ไม่ได้ปรึกษาเธอ แต่อาจารย์ไป่เป็นแขก ฉันให้เธอไปกับเฉิงเฉิงเพียงลำพังไม่ได้”

“มีอะไรต้องขอโทษล่ะ นายไปกับอาจารย์ไป่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

คำพูดของเจียงหร่านทำให้ฮั่วจี้หมิงอึ้งเล็กน้อย

ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่ตอบข้อความเพราะโกรธ แต่เมื่อคืนอยู่กับไป่ชิง เขาก็ไม่สะดวกที่จะโทรหาเจียงหร่านตลอดเหมือนกัน

ทว่าตอนนี้น้ำเสียงของหญิงสาวดูไม่ใส่ใจ

“หรานหร่าน เมื่อคืนเธอไม่ตอบข้อความฉัน ฉันนึกว่า......”

“เมื่อวานฉันยุ่งจนหัวหมุน ดูบ้านเสร็จก็ไปคุยเรื่องธุรกิจ ไม่มีเวลาตอบข้อความนายจริงๆ”

เจียงหร่านพูดตัดบทฮั่วจี้หมิง เสียงผ่อนคลายและสดใส ไม่มีกลิ่นอายความโกรธแม้แต่น้อย

ฮั่วจี้หมิงรู้สึกโล่งใจเช่นกัน “ฉันว่าแล้วว่าเธอกำลังยุ่ง อย่าทำงานหนักเกิน ฉันเป็นห่วงมาก”

เจียงหร่านขมวดคิ้ว ตอนเช้าเธอไม่อยากอาหารอยู่แล้ว ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ยิ่งไม่อยากกินอาหารเช้า

“พ่ออย่าไปคุยกับผู้หญิงไม่ดี!”

จู่ๆ เสียงของฮั่วมู่เฉิงดังแทรกเข้ามา เสียงห้ามของไป่ชิงก็ตามมาติดๆ

“โอเค แค่นี้ก่อนนะ ฉันขับรถก่อน เจอกันคืนนี้”

ครั้งนี้ไม่รอให้เจียงหร่านพูด ฮั่วจี้หมิงกดวางสายทันที

นานๆ ทีฮั่วจี้หมิงจะไม่อยู่ เจียงหร่านมาถึงบริษัทแล้วเข้ามาหาเอกสารในห้องทำงานของเขาเป็นอันดับแรก

แต่หาทั่วห้องทำงานแล้ว รวมถึงคอมพิวเตอร์ของฮั่วจี้หมิง แต่เธอก็ไม่เจออะไรสักอย่าง

ขณะที่เจียงหร่านกำลังคิดอย่างหนัก มีคนมาหาเธอด้วยความรีบร้อน

“ผู้จัดการเจียง วันนี้ประธานฮั่วไม่อยู่ มีสัญญาจัดสรรงบที่ต้องให้คุณเซ็นสองสามฉบับ”

เจียงหร่านหยิบสัญญาขึ้นมาดู

โครงการความร่วมมือสองสามโครงการนี้ ฮั่วซื่อในปัจจุบันยังไม่มีคุณสมบัติของหุ้นส่วนในโครงการ เธอใช้ทุกวิถีทาง ทุ่มเทสุดกำลังกว่าจะเจรจาได้

ถ้าจัดสรรงบช้า มีแนวโน้มที่โครงการจะล้มเหลวไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“ได้ติดต่อประธานฮั่วหรือยัง?”

“ติดต่อแล้ว แต่เหมือนประธานฮั่วยุ่งมาก บอกว่ามีอะไรให้มาหาคุณ”

เจียงหร่านยกยิ้มเล็กน้อย

บริษัทของฮั่วจี้หมิง เธอคือคนที่ทำงานหนักสุด ทำอะไรไม่เคยพลาด ทุกครั้งที่เขายุ่งจนจัดการไม่ทัน จะให้เธอจัดการแทนทุกอย่าง

แต่อำนาจดูแลแทนเป็นเพียงคำพูดปากเปล่าเท่านั้น

ในความเป็นจริง ตำแหน่งงานของเจียงหร่านไม่มีอำนาจแท้จริงอะไรเลย แม้แต่ตำแหน่งระดับกลางและระดับทั่วไปยังมีหุ้นของบริษัท แต่เธอไม่มีเลย

ดังนั้นทุกครั้งที่เจียงหร่านตัดสินใจแทนฮั่วจี้หมิง ชายหนุ่มจะตำหนิและลงโทษเธอในที่ประชุม เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อคนในบริษัทและผู้ถือหุ้น

ฮั่วจี้หมิงบอกเจียงหร่านว่าที่เขาทำแบบนี้ เพราะกังวลว่าถ้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แล้วจะกระทบกับความรู้สึกของทุกคน

“วางไว้ตรงนี้ก็ได้ ตอนนี้ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอก กลับมาแล้วจะตรวจดูและเซ็นให้”

“โอเค”

หลังจากอีกฝ่ายไปแล้ว เจียงหร่านโยนสัญญาไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ แล้วออกจากบริษัท

คนตระกูลเจี่ยงบอกว่าเจี่ยงอี้นัดตัวเองดินเนอร์วันนี้

ไม่ว่ายังไงเจอหน้าคนที่นัดดูตัว เธอก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้ดีสักหน่อย

เจียงหร่านไปที่ร้านเสริมสวยก่อน พอเสร็จก็ใกล้ห้าโมงแล้ว เธอหาห้างสรรพสินค้าแถวนั้น เลือกเดรสจากแบรนด์หรูที่ชอบที่สุด

“ว้าว คุณผู้หญิงพื้นฐานดีมาก เดรสของร้านเราเลือกคนใส่ แต่คุณใส่แล้วสวยกว่านางแบบโฆษณาอีก!”

คำชมของพนักงานขายหญิงมาจากใจจริง

ในกระจก เจียงหร่านหุ่นเซ็กซี่เย้ายวนอยู่แล้ว เดรสสายเดี่ยวที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันทำให้งดงามขึ้นอีก

อีกอย่างเดรสตัวนี้เป็นสีม่วงอ่อน ตรงรอยจีบใช้กลิตเตอร์เล็กๆ กับผ้าชีฟอง แม้สวยเหมือนนางฟ้า แต่ก็ทำให้ยิ่งดูคล้ำและเชยได้เหมือนกัน

แต่เจียงหร่านผิวขาวมาก หน้าตาสะสวย โครงหน้าคมชัดงดงามจับคู่กับเดรสผ้าพลิ้วเบา กลับเข้ากันเป็นอย่างมาก

“โอเค เอาตัวนี้”

เจียงหร่านหัวเราะ แล้วหมุนตัวเล็กน้อย

เดรสตัวนี้เป็นสายเดี่ยวปาดไหล่ ดีไซน์เรียบง่ายและดูดี ดูแพงมาก ระดับความเซ็กซี่ก็กำลังพอดี เหมาะกับการเดตมาก

สองปีที่อยู่กับฮั่วจี้หมิง เธอทุ่มเทอยู่กับงาน ไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นานแล้ว ลืมไปเลยว่าจริงๆ แล้วตัวเองสวยขนาดนี้

เจียงหร่านส่องกระจกอยู่นานกว่าจะไปจ่ายเงิน แต่ขณะที่เธอกำลังจะรูดบัตร อีกฝ่ายแจ้งว่าเมื่อกี้มีคนโทรมาชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แถมยังซื้อกระเป๋าถือที่เข้ากับชุด เครื่องประดับแบรนด์เนมหนึ่งเซ็ต และรองเท้าหนึ่งคู่ให้เธอด้วย

“อีกฝ่ายได้บอกชื่อไหม?”

“บอกว่าแซ่เจี่ยงค่ะ”

พอได้ยินแซ่นี้ เจียงหร่านหันไปมองโดยไม่รู้ตัว รอบๆ ไม่มีคนอื่นเลย

ไหนโจวเฟิ่งถังบอกว่าเจี่ยงอี้ใจร้ายและเย็นชาไม่ใช่เหรอ?

เจียงหร่านเดินออกจากห้างสรรพสินค้า เห็นรถกำลังรอเธออย่างที่คิดไว้

เหมือนคันที่เห็นที่ตระกูลโจวครั้งก่อน รถไม่มีโลโก้ ทะเบียนรถสะดุดตา

“คุณเจียง เราเคยเจอกันครั้งก่อน คุณผู้ชายของเรากำลังรอคุณอยู่ เชิญขึ้นรถครับ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 30

    เขาไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว ไม่สนใจเรื่องผู้หญิงด้วยดังนั้นแม้ถึงวัยที่แต่งงานมีลูกได้แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าพูดกับผู้ใหญ่ตระกูลเจี่ยงคนระดับนี้โดนเจียงหร่านแย่งที่นั่ง คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ต่อว่า กลับถามวิธีแก้ไขอย่างเป็นมิตร?เจียงหร่านรู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่ม ความกดดันเพิ่มขึ้นทันที แต่เธอสูดหายใจลึก ยังคงพูดต่อด้วยเสียงเบา“เคารพเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขให้ดีกว่าเดิม”เธอเงียบครู่หนึ่ง กวาดตามองโต๊ะงานเลี้ยงที่กว้างพอสมควร“พื้นที่ตรงนี้เหลือเฟือ เพิ่มเก้าอี้หนึ่งตัวไม่ใช่เรื่องยาก“ผู้จัดงานสามารถจัดที่นั่งแบบเดียวกันให้คุณเจี่ยงนั่งข้างฉันได้ทันที“ทำเช่นนี้ ทั้งรักษาหน้าตระกูลโจวได้ และแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคุณเจี่ยงอย่างชัดเจน แล้วก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้จัดงาน“ดีกว่าดึงดันให้ฉันออกจากที่นั่ง สร้างความขัดแย้งและกระอักกระอ่วนให้ทั้งสามฝ่ายเยอะไม่ใช่เหรอ?”เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ทั้งโถงงานเลี้ยงเงียบกริบทันทีทุกคนตกตะลึงกับคำพูดอย่างใจเย็นถึงที่สุด แล้วก็มีไหวพริบเป็นอย่างมากของเจียงหร่าน!นี่ใช่ลู

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 29

    แต่เจียงหร่านยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ความสุขุมบนใบหน้าไม่เหมือนแสร้งทำแม้แต่น้อยผู้จัดงานเห็นเจียงหร่านไม่ยอมง่ายๆ แทบจะพูดอ้อนวอน “คุณเจียง เราทำงานพลาดจริงๆ! เราสามารถประสานงานเรื่องที่นั่งแขกคนสำคัญให้คุณได้ทันที รับรองว่าไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน!”“แต่ที่นั่งตรงนี้......ได้สำรองไว้นานแล้ว แขกคนสำคัญท่านนั้นจะถึงแล้ว ได้โปรดอย่าทำให้ผู้จัดการตัวเล็กๆ อย่างฉันลำบากใจเลย......”ยิ่งเจียงหร่านยื้อต่อไป ก็ยิ่งกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เธอจะไปหรือไม่ไป สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีอยู่แล้วรอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าเหอซื่อเยว่ไม่สามารถซ่อนไว้ได้แล้ว เธอพูดอีกครั้ง “บางคนอวดดี สุดท้ายดันเสียหน้าเอง น่าอายจริงๆ”คำพูดของเหอซื่อเยว่มีความปลุกปั่นมาก คนจำนวนไม่น้อยเริ่มวิจารณ์ด้วยเสียงเบาทันที เห็นพ้องต้องกันว่าเจียงหร่านยอมให้ที่นั่งดีกว่าอย่างน้อยสามารถให้เหตุผลว่าไว้หน้าผู้จัดงาน พอรักษาภาพลักษณ์ได้เล็กน้อยถ้าสุดท้ายโดนเชิญออกไป หรือดึงดันอยู่ต่อแล้วเกิดความขัดแย้ง แบบนั้นจะดูไม่ดีมากเจียงหร่านยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จัดท่านั่งนิดหน่อย รีบเรียบเรียงความคิด แล้วพูดอย่างใจเย็น“ฉันเข้าใ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 28

    เหอหว่านไม่ได้อยากช่วยเจียงหร่าน แต่ตอนอยู่ในห้องน้ำได้ยินเหอซื่อเยว่คุยกับคนอื่นเธอแค่ไม่อยากให้เหอซื่อเยว่ทำสำเร็จเท่านั้น......อีกอย่าง เจียงหร่านเป็นน้องสาวโจวเยี่ยนด้วยท่าทางปกป้องเจียงหร่านของโจวเยี่ยนเมื่อคืน เหมือนเธอจะทำอะไรเจียงหร่านอย่างไรอย่างนั้น“ขอบคุณความหวังดีของคุณเหอ แต่......ฉันอยากนั่งตรงนี้”เจียงหร่านหันมาดึงเก้าอี้ตรงตำแหน่งที่ว่าง แล้วนั่งลงทันที“เจียงหร่าน ใครให้เธอนั่งตรงนั้น เธอเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า ไม่รู้จักมารยาทเลยสักนิด!”เหอซื่อเยว่โมโหจนทนไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมาพูดเสียงดังใส่เจียงหร่านโดยไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย“ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะฉันมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ครั้งแรกจริงๆ”เจียงหร่านพูดด้วยท่าทีเหมาะสม เธอยิ้มบางๆ ว่าไปตามคำพูดของเหอซื่อเยว่เหอซื่อเยว่พูดไม่ออกเจียงหร่านยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองขาดความรู้ ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ“แต่ตอนที่ฉันมา ผู้จัดงานกับตระกูลโจวบอกฉันแล้ว ในฐานะที่เป็นมหาเศรษฐีเมืองไห่ ฉันต้องนั่งที่แขกคนสำคัญ ที่นั่งวีไอพี ไม่งั้นก็ถือว่าไม่ไว้หน้า"“ตรงนี้เป็นที่แขกคนสำคัญ ไม่มีป้ายชื่อด้วย ฉันหาป้ายชื่อขอ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 27

    แต่คิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านหาที่นั่งจนทั่วแล้ว ก็ไม่เห็นชื่อของตัวเองตอนนี้ทุกคนนั่งกันหมดแล้ว เจียงหร่านที่ยืนเด่นคนเดียวอยู่ด้านข้าง ดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัดผู้จัดการที่รับผิดชอบเรื่องเสิร์ฟอาหารเดินเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี “คุณเจียง ใกล้ทานอาหารแล้ว เชิญคุณรีบไปนั่งเถอะ”“โอเค”เจียงหร่านเห็นโต๊ะหนึ่งเหลือที่นั่งอยู่หนึ่งที่ เป็นที่นั่งของแขกคนสำคัญ เธอจึงเดินไป“ขอโทษนะ ที่นั่งตรงนี้นั่งไม่ได้”ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะนั่ง เสียงผู้หญิงห้ามเธอไว้เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น โลกกลมจริงๆ คนพูดคือเหอซื่อเยว่เธอยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองเจียงหร่านอย่างมีเลศนัย คุณหนูสองสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบก้มหน้าแอบขำ“ฉันหาที่นั่งไม่เจอ ตรงนี้ไม่มีชื่อไม่ใช่เหรอ?”เจียงหร่านมองอย่างละเอียด ตรงที่นั่งว่างไม่มีป้ายชื่อวางอยู่“เป็นที่สำรองไว้ สำหรับแขกคนสำคัญที่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือเปล่า ไม่วางชื่อไว้ก่อน ฉันนึกว่าทุกคนจะรู้เรื่องพวกนี้ซะอีก”เหมือนเหอซื่อเยว่อธิบายให้เจียงหร่านฟังอย่างใจเย็น แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยแอบแซะว่าเจียงหร่านไร้ความรู้เมื่อสิ้นเสียงของเธอ คนรอบๆ หัวเราะ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 26

    เจียงหร่านเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงพยายามปรับตัวขนาดไหนก็ประหม่าอยู่ดี“เธอคือใครเหรอ? ตัวแทนของโจวซื่อควรเป็นโจวเฮ่าจิงหรือไม่ก็คุณนายโจวไม่ใช่เหรอ?”“นายไม่รู้หรือไง เธอคือลูกสาวนอกสมรสของโจวซุน ว่ากันว่าฟลุกได้สืบทอดมรดกแสนล้าน”“ตระกูลโจวไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ เธอมีความรู้เรื่องธุรกิจไหม ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีได้ด้วยเหรอ?”“ว่ากันว่าตอนนี้ตระกูลโจววุ่นวายไปหมดแล้ว คนนอกที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเป็นทายาทสืบทอดตระกูล ดูเหมือนตระกูลโจวใกล้พังพินาศแล้ว......”“ดูเธอแต่งตัวอลังการหรูหรา น่าจะคิดว่าที่นี่เป็นแคตวอล์กแน่ๆ......”“......”เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ไม่รู้ว่าเสียงวิจารณ์ดังมาจากส่วนไหนของงาน เสียงวิจารณ์เยอะขึ้นเรื่อยๆขณะที่เธอทำตัวไม่ถูกอยู่ด้านหน้าไมค์ เสียงปรบมือเสียงหนึ่งดังขึ้นโจวเยี่ยนเขาปรบมือขึ้นมาเป็นคนแรก พอเห็นการกระทำของเขา คนรอบๆ จำนวนไม่น้อยก็ปรบมือตามในที่สุดเสียงปรบมือประปรายก็ดึงความคิดของเจียงหร่านกลับมาเธอรีบตั้งสติ มองจอแสดงสคริปต์ที่อยู่ตรงหน้า คิดไม่ถึงว่าหน้าจอว่างเปล่า!เจียงหร่านรู้ทันทีว่าต้องมีคนแอบทำอะไรบางอย่าง ต้องการให

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 25

    ทุกครั้งที่เขาพูดจบ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วงาน แม้แต่เจียงหร่านก็ปรบมือโดยไม่รู้ตัวคนที่มีความสามารถเฉพาะทางยอดเยี่ยม มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆเห็นๆ อยู่ว่าชายหนุ่มยืนอย่างเย็นชาอยู่บนเวที เหมือนรูปปั้นที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าเขาหล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดมากพอดูถ่ายทอดสดจบ เจียงหร่านคิดว่าเจี่ยงอี้เป็นคนเข้าถึงยากเล็กน้อยก็ปกติมากคนดีเลิศแบบนั้น ให้คนอื่นยกย่องชื่นชมก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าสังคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีความรักไม่มีข้อความส่งมาในมือถืออีกเช่นกันในที่สุดเจียงหร่านเริ่มง่วงแล้ว นอนคลุมโปงแล้วหลับไปงานเลี้ยงวันรุ่งขึ้น โจวเฟิ่งถังอยู่ในงานสังสรรค์กับเจียงหร่านถึงกลางงาน ก่อนจะมีธุระให้ต้องกลับก่อนโจวเยี่ยนก็ยุ่งอยู่ตลอด ถ้าไม่มีคนโทรมา ก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตรงกันข้ามกับเจียงหร่าน แม้เป็นทายาทตระกูลโจว นอกจากอยู่ข้างๆ โจวเฟิ่งถังกับโจวเยี่ยน แทบไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเธอเลย มีแต่ให้นามบัตรและทักทายตามมารยาทเจียงหร่านรู้ว่าคนที่มางานเลี้ยงเป็นคนใหญ่คนโตในวงการธุรกิจ ถึงพวกเขาเคารพตระกูลโจว แต่ส่วนใหญ่เคารพโจวซุนรวมถึงคนตระกูลโจว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status