LOGINแสงเทียนริบหรี่ส่องไล้ไปตามโครงหน้าคมสันได้รูปของชายหนุ่ม เจียงหร่านเผลอมองจนเหม่อลอยไปชั่วขณะกระทั่งเปลวเทียนถูกเป่าดับ เธอจึงรีบจัดจานชามช้อนส้อมให้คุณย่าเจี่ยงกับคุณปู่เจี่ยง แล้วหยิบเค้กมาแบ่งทุกคนรู้ว่าเจี่ยงอี้ไม่ชอบของหวาน จึงไม่มีใครยื่นเค้กให้เขาแต่เค้กก้อนนี้เป็นฝีมือของเจียงหร่าน หลังจากแบ่งให้คนอื่นเสร็จ เจี่ยงอี้ก็หั่นให้ตัวเองชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง แล้วค่อย ๆ กินจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะไม่ลืมหันไปชมเจียงหร่านว่า “อร่อย”ทั้งที่รสชาติก็ธรรมดา แต่เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าเค้กก้อนนี้อร่อยยิ่งกว่าฝีมือเชฟขนมระดับท็อปเสียอีกคุณย่าเจี่ยงกับคุณปู่เจี่ยงก็มีความสุขเหมือนเด็ก ๆ กินกันไปไม่น้อยพอกินเค้กเสร็จ เว่ยเสวี่ยก็วิดีโอคอลเข้ามาหลังจากคุยกับพวกเจียงหร่านแล้ว ก็ยังต่อสายไปหาพ่อของเจี่ยงอี้อย่างเจี่ยงเจิ้นจงอีกพ่อของเจี่ยงอี้มีโครงหน้าแทบจะเหมือนเขา แต่เครื่องหน้ากลับไม่ได้คมเฉียบแบบเจี่ยงอี้ กลับดูอ่อนโยนกว่าอยู่มากบางทีอาจเป็นเพราะผ่านหน้าจอ เจี่ยงเจิ้นจงจึงไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนภาพลักษณ์ที่คนนอกเล่าให้เจียงหร่านฟัง ผมของเขาเริ่มขาว ใส่แว่นกรอบสี่เหลี่ยม เวลาพูดกับเจี
คำพูดของคุณย่าเจี่ยงทั้งอบอุ่นเป็นกันเอง และตรงไปตรงมามากเช่นกันเจียงหร่านฟังแล้วหน้าแดงใจเต้น รีบเหลือบมองเจี่ยงอี้ที่กำลังขับรถอยู่แม้เจี่ยงอี้จะมองตรงไปข้างหน้า แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มจาง ๆ ประดับอยู่เขายื่นมือไปรับโทรศัพท์มา น้ำเสียงอ่อนโยนราวสายน้ำอย่างที่หาได้ยาก “คุณย่า อย่าทำให้เธอตกใจสิครับ พวกเรากำลังกลับไปแล้ว”“ดี ๆ! ระหว่างทางขับรถระวังด้วยนะ ดูแลความปลอดภัยให้ดี” เสียงของคุณย่าเจี่ยงดังมาจากปลายสายเจี่ยงอี้คืนโทรศัพท์ให้เจียงหร่าน เธอถามขึ้นอย่างไม่ทันคิดว่า “คืนนี้…จะไปพักที่บ้านคุณเหรอ?”“บ้านของพวกเราต่างหาก”คำเรียกของเจี่ยงอี้ทำให้หัวใจของเจียงหร่านสั่นไหวขึ้นมาจริงด้วย บ้านของเจี่ยงอี้ ตอนนี้ก็เป็นบ้านของเธอแล้ว“คุณย่าแค่พูดเล่นน่ะ ถ้าคืนนี้เธอไม่อยากค้าง ฉันจะไปส่งเธอกลับ”“……”ยามค่ำค่อย ๆ ลึกลง เจียงหร่านกับเจี่ยงอี้กลับมาถึงวิลล่า ก็มีคนไม่น้อยรอพวกเขาอยู่แล้วคุณย่าเจี่ยงจัดคนรับใช้หลายคนให้รออยู่ข้างนอก พอรถมาถึงก็รีบเข้ามาช่วยถือของ ต้อนรับพวกเขาเข้าบ้านอย่างเอิกเกริกราวกับต้อนรับแขกคนสำคัญในบ้านก็เห็นได้ชัดว่าถูกตกแต่งใหม่ไปทั้งหลัง มีของป
มีที่ไหนกัน เวลาเดินซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหยิบของจากชั้นมาเป็นแถว ๆ แบบนั้นน่ะ!เธอยังสังเกตเห็นว่ามีคนหลายคนเดินตามอยู่ด้านหลัง จ้องมองของในรถเข็นของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าของที่คนอื่นอยากซื้อถูกเขากวาดมาเหมาหมดแล้ว“ขอโทษนะคะ เชิญพวกคุณหยิบเลยค่ะ” เจียงหร่านเห็นแบบนั้นก็รีบเอาของกลับไปคืนทันที“ถ้าชอบก็ซื้อเพิ่มหน่อยสิ ยังไงก็ไม่ได้มาบ่อยอยู่แล้ว ของที่นี่ก็มีเยอะ เดี๋ยวฉันให้อาซวี่พาคนมาช่วยขนให้ก็ได้”เจี่ยงอี้ยังคงพูดขึ้นมาอย่างเรียบเฉยอยู่ด้านข้างเจียงหร่านมองเขาอย่างขำ ๆ “เจี่ยงอี้ คุณไม่เคยเดินซูเปอร์มาร์เก็ตใช่ไหม? เสน่ห์ของการเดินซูเปอร์มาร์เก็ตก็คือการเดินดูไปเรื่อย ๆ หยิบของที่บ้านขาดมานิด ๆ หน่อย ๆ ซื้อแค่หนึ่งสองชิ้นก็พอ แบบนี้ถึงจะมีข้ออ้างมาเดินบ่อย ๆ แล้วของก็จะไม่เหลือจนใช้ไม่ทันหรือหมดอายุ”“มาบ่อย ๆ เหรอ? มากับฉันใช่ไหม?”เจี่ยงอี้ดูเหมือนจะจับใจความได้แค่คำว่า “มาบ่อย ๆ” เท่านั้นเจียงหร่านสบตาลึกซึ้งของเขา อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเขาน่ารักจนใจละลาย เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “แน่นอนสิ ถ้าต่อไปคุณยังยอมมาเดินกับฉันด้วย”พอพูดจบเธอก็หันกลับไปจัดของต่อ ชั้นวางด้านบ
นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่เจียงหร่านตั้งใจมอบให้เจี่ยงอี้ ตอนรูดบัตร เธอก็รีบแย่งใช้บัตรของตัวเองจ่ายแต่พอแพ็กเสื้อผ้าเสร็จ เจี่ยงอี้ก็พาเจียงหร่านไปยังร้านเครื่องประดับแบรนด์หรูข้าง ๆ ทันที แล้วเลือกแหวนคู่หนึ่งคู่กับกำไลอีกหนึ่งคู่ทั้งแหวนคู่และกำไลล้วนเป็นดีไซน์เรียบง่าย เส้นสายคมชัดสะอาดตา ไม่มีลวดลายซับซ้อนมากเกินไป แต่ด้วยวัสดุชั้นเลิศและงานฝีมือประณีตระดับสูง จึงเปล่งประกายโดดเด่นอย่างเรียบหรูเสื้อผ้าที่เจียงหร่านซื้อมีมูลค่ากว่าหนึ่งล้านห้าแสนบาท ส่วนแหวนคู่กับกำไลคู่นี้เกือบสิบห้าล้านบาทเธอได้แต่ยิ้มทั้งขำทั้งจนใจ “วันนี้ควรเป็นฉันที่ให้ของขวัญคุณสิ”“เธอให้ส่วนของเธอ ฉันก็ให้ส่วนของฉัน นี่เป็นของขวัญแต่งงานของเรา”เจี่ยงอี้ยกยิ้มเล็กน้อย แล้วสวมแหวนกับกำไลให้เธอด้วยตัวเอง ก่อนจะส่งสายตาให้เธอช่วยสวมให้เขาบ้างบนข้อมือของเจี่ยงอี้ยังสวมนาฬิกามูลค่าเกือบสิบล้านอยู่ เจียงหร่านยิ้มพรายในดวงตา “นี่มันของคู่รักนะ คุณเจี่ยงใส่ไปทำงาน ไม่กลัวคนอื่นล้อเหรอ?”“ยิ่งมีคนล้อกันทั้งบริษัทก็ดีสิ” เจี่ยงอี้กระซิบแหย่เบา ๆ ข้างหูเจียงหร่านเสียงของเขาเบามาก พนักงานที่อยู่ข้าง ๆ แทบ
เจี่ยงอี้เรียนรู้ได้เร็วมาก และไม่ว่าจะทำอะไรก็ตั้งใจจดจ่อเสมอไม่มีท่าทีวางมาดแบบประธานบริษัทเลยแม้แต่นิดเดียว“ก็เธอสอนดี” เจี่ยงอี้ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะถามเจียงหร่านขึ้นมาทันที “เมื่อก่อน…เธอเคยทำเค้กให้คนอื่นด้วยไหม?”ครึ่งหลังของประโยคเขาพูดเว้นจังหวะเล็กน้อย เจียงหร่านจึงนิ่งไปครู่หนึ่งกว่าจะเข้าใจความหมายของเขา“ฉันเคยทำเค้กให้ตัวเองเท่านั้น นอกจากตัวฉันเองแล้ว คุณคือคนแรกที่ทำให้ฉันอยากลงมือทำเค้กให้ด้วยตัวเอง”เธอพูดความจริงเจียงหร่านเริ่มฉลองวันเกิดให้ตัวเองตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเทียบกับการซื้อเค้กแล้ว เธอกลับชอบสวมบทบาทเป็นคนดูแลตัวเองในวันเกิดมากกว่าต่อมาพอได้รู้จักฮั่วจี้หมิง เธอก็เคยอยากทำเค้กวันเกิดให้เขาด้วยตัวเอง แต่กลับถูกเขาปฏิเสธเขามองว่าสิ่งพวกนี้ฉูดฉาดไร้สาระ ไม่ได้ดูมีระดับเลยสักนิด และไม่เคยนึกถึงความตั้งใจของเธอเลยแม้แต่ของขวัญทำมือที่เธอให้ เขาก็ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวมองสักครั้งเจียงหร่านรู้ดีว่านั่นคือความแตกต่างในวิถีชีวิตของทั้งสองคน ฮั่วจี้หมิงใช้เงินเป็นตัววัดทุกอย่าง จึงมองว่าสิ่งที่เธอให้ไปนั้นไม่มีค่าพอจะเทียบกับของขวัญราคาแพงที่เขาซื้อเอง
“ร้านงานแฮนด์เมดที่สวยมากร้านหนึ่ง!” เจียงหร่านยิ้มหวานตอบทั้งสองจับมือกันยืนอยู่บนบันไดเลื่อน เจียงหร่านยืนอยู่ขั้นบน ส่วนเจี่ยงอี้ยืนอยู่ด้านล่าง แต่ส่วนสูงของทั้งคู่กลับดูเข้ากันอย่างพอดี ระหว่างทางก็เรียกสายตาผู้คนได้ไม่น้อยเจี่ยงอี้ยังไม่ค่อยชินกับการถูกคนมอง จึงเผลอก้มหน้าลงปกติเวลาเขาออกไปไหนก็มักใช้ทางพิเศษ นั่งลิฟต์ส่วนตัว แม้แต่จะซื้อของก็ให้พวกอาซวี่จัดการแทน เขาแทบไม่เคยมาที่แบบนี้ด้วยตัวเองเลยเจียงหร่านก็มองออกว่าเขาไม่ค่อยสบายใจ เลยกระซิบเบา ๆ ว่า “เอางี้ไหม มาซบอกฉันก็ได้นะ ฉันจะช่วยบังหน้าหล่อ ๆ ของคุณให้เอง?”คำหยอกล้อเจือแซวของหญิงสาวทำให้เจี่ยงอี้หลุดยิ้ม เขาแค่นหัวเราะเบา ๆ “ฉันยังไม่ได้หลงตัวเองขนาดนั้นหรอก”พอขึ้นมาถึงชั้นบนสุด ตรงหน้าก็เป็นร้านเค้กแฮนด์เมดร้านหนึ่ง ตัวร้านกว้างขวางมาก กินพื้นที่ไปเกือบหนึ่งในสามของทั้งชั้นเจียงหร่านจองห้องส่วนตัวไว้ตั้งแต่ระหว่างทางแล้ว พอมาถึง เจ้าของร้านก็ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง ก่อนจะพาทั้งสองไปยังห้องที่เตรียมไว้ และช่วยเลือกแบบเค้กให้เรียบร้อยเจี่ยงอี้พอเห็นว่าเป็นการทำเค้ก ก็แปลกใจเล็กน้อย “เธออยากทำเค้กให้ฉันเ
แต่พอเปิดประตูออกมา คนที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับไม่ใช่เจี่ยงอี้ หากเป็นผู้จัดการของคลับหรูในช่วงบ่าย เขายังถือกล่องของขวัญสุดประณีตมาสองกล่อง บนกล่องผูกริบบิ้นสีทองแวววาว เพียงมองก็รู้แล้วว่าของข้างในต้องมีมูลค่าสูงไม่น้อยผู้จัดการมีท่าทีสุภาพนอบน้อม ยื่นกล่องของขวัญมาทั้งสองมือให้เธอ “คุณเจียง สวัสดีค
“หรานหร่าน? เธอจะงอแงให้มันพอเสียทีได้หรือยัง นี่มันกี่วันแล้ว คิดจะไม่ติดต่อกับฉันไปทั้งชีวิตเลยหรือไง?”ในที่สุดสายโทรศัพท์ก็เชื่อมต่อ เสียงของฮั่วจี้หมิงก็ดังเข้ามาในหูของเจี่ยงอี้ทันทีสีหน้าของเจี่ยงอี้หม่นลงในพริบตาเจียงหร่านกำลังจะกลายเป็นภรรยาของเขาอยู่แล้ว แต่ในสายตาของผู้ชายคนนั้น กลับ
“……”ฝ่ามือใหญ่ของเจี่ยงอี้ลูบไล้ไปที่แก้มของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ ปัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงบนใบหน้าของเธอออก จากนั้นก็แกะมือที่เธอกำเขาไว้แน่นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางกลับเข้าไปในผ้าห่มแต่หญิงสาวเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไรอีก จู่ ๆ ก็ขยับตัวดิ้นรนขึ้นมา คราวนี้เหมือนจะมีเสียงสะอื้นปน
ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด ทั้งตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า แววตาก็ดูพร่าเลือนเล็กน้อยแต่ถึงจะอยู่ในสภาพมึนเมา เจียงหร่านก็ยังงดงามจนสะกดใจผู้คนเซี่ยหนานมองเจียงหร่านแล้วก็เข้าใจทันทีถึงความคิดบ้าบิ่น หน้าด้านไร้ยางอายของคนพวกนั้นอย่างไรเสียเจียงหร่านก็เป็นผู้หญิง ต่อให้มีความสามารถด้านงานมากแค่ไหน แ







