เข้าสู่ระบบหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันแต่งงาน โลเรนโซเปลี่ยนชื่อในใบสมัครแต่งงานเป็นชื่อของอาของเขา—เอนโซ ผู้เป็นเจ้าพ่อมาเฟียคนใหม่ เพื่อนของเขาเอ่ยถามด้วยความตกใจ "นายบ้าไปแล้วเหรอ? เซเลนารอนายมาตั้งเจ็ดปีนะ จนเธอแทบจะขึ้นคานอยู่แล้ว! แล้วนี่นายกลับยกเธอให้คุณอาที่โหดเหี้ยมที่สุดของนายเนี่ยนะ?" โลเรนโซยิ้มอย่างไม่แยแส "เลนากับฉันพนันกันไว้ แล้วฉันก็สัญญาว่าจะทำตามคำขอของเธอเรื่องหนึ่ง" "อีกอย่าง พอเซเลนารู้เรื่องเปลี่ยนชื่อขึ้นมา เดี๋ยวเธอก็ตื่นตระหนกจนต้องวิ่งแจ้นมาหาฉันเพื่อขอให้แก้ไขมันอยู่ดีนั่นแหละ" "แถมคุณอาของฉันจะไปแต่งงานกับเซเลนาได้ยังไง? พอเขารู้เรื่องเข้า เขาต้องยกเลิกการหมั้นหมายแน่นอน สุดท้ายแล้ว เซเลนาก็ยังต้องแต่งงานกับฉันอยู่ดี" น้ำเสียงของเขาช่างดูเบาสองและละเลย ทำเอาคนกลุ่มนั้นระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ฉันแอบฟังอยู่หน้าประตูเป็นเวลานาน หัวใจค่อยๆ เย็นเยียบลงไปทีละนิด และเมื่อวันแต่งงานมาถึง ฉันก็ปรากฏตัวตามกำหนดการ ทว่าโลเรนโซ ผู้ซึ่งเคยหยิ่งยโสและอยู่เหนือใครมาโดยตลอด กลับแทบคลั่งในตอนที่พยายามจะพังประตูเข้าไปในโบสถ์: "ฉันคือเจ้าบ่าว! ฉันต่างหากที่ควรจะเป็นเจ้าบ่าว!"
ดูเพิ่มเติมฉันรีบถามขึ้นด้วยความร้อนใจ “สุขภาพของคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ? เมื่อวานฉันยังเห็นคุณขี่ม้าอยู่เลย หรือว่าเป็นเพราะเรื่องนั้น…”เมื่อเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิดของฉัน เอนโซก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาพลางส่ายหน้า “เปล่าหรอก”หลังจากวันนั้น ฉันก็ใช้เวลาอยู่เคียงข้างเอนโซในทุกๆ วันแน่นอนว่าต่อให้ฉันจะยุ่งเพียงใด ฉันก็ไม่เคยลืมเรื่องของโลเรนโซในช่วงเวลานั้น ฉันจงใจปล่อยข่าวลือเรื่องที่โลเรนโซรับสาวใช้มาเป็นเมียน้อย ไม่นานนักคนทั้งเมืองก็พากันซุบซิบนินทาเรื่องนี้กันให้แซดบรรดาคุณหนูไฮโซต่างพากันดูแคลนพฤติกรรมต่ำช้าของโลเรนโซ และในที่สุด เรื่องอื้อฉาวนี้ก็ดังไปถึงหูของเลดี้อิซาเบลลาเลดี้อิซาเบลลานั้นขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดโหดเหี้ยม ทันทีที่เธอเดินทางกลับมา เธอสั่งลงทัณฑ์โลเรนโซด้วยการเฆี่ยนด้วยแส้ถึงยี่สิบทีทันที ฉันได้ยินมาว่าเขาถูกโบยจนหมดสติคาเท้าเลยทีเดียวหลังจากนั้น โดยที่ไม่รอให้บาดแผลของเขาหายดี เธอก็สั่งให้คนลากตัวเขาไปคุกเข่าสำนึกผิดในศาลบรรพชนใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าเลดี้อิซาเบลลารักและตามใจหลานชายคนนี้มาโดยตลอด แม้แต่คำพูดรุนแรงก็ไม่เคยเอ่ยปากว่าก
สายตาของเขาจับจ้องตรงมาที่ลำคอของฉันทันทีที่ตรงนั้นมีรอยรักสีกุหลาบเด่นชัดอยู่สองสามรอย—มันคือรอยประทับที่เอนโซฝากฝังไว้ตอนที่เขาจุมพิตฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาโลเรนโซจ้องเขม็งไปยังรอยเหล่านั้นอย่างไม่วางตา ดวงตาของเขาแผดเผาไปด้วยความเคียดแค้น “เธอมีอะไรกับเขาแล้วเหรอ? เธอทำแบบนี้ได้ยังไง…”ฉันมองตรงเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและโกรธเกรี้ยวคู่นั้น แล้วพบว่ามันช่างน่าขันสิ้นดีเขาหึงหวงและนึกเสียใจ แต่ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาพอที่จะคิดว่าเขาทำเพราะรักฉัน หรือเพราะเสียดายที่เห็นฉันไปแต่งงานกับคนอื่นหรอกนะสิ่งที่โลเรนโซนึกเสียดาย ก็แค่เพราะนกน้อยในกรงทองที่เขาเคยควบคุมได้มาตลอด มันดันบินหนีไปแล้วต่างหากสิ่งที่เขาเจ็บแค้น ก็แค่ความรู้สึกที่ว่าสิ่งที่เป็นของตัวเองถูกคนอื่นแย่งชิงไปก็เท่านั้น“โลเรนโซ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย”ฉันมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ตั้งแต่วันที่คุณจงใจกรอกชื่อผิดในใบสมัครแต่งงาน คุณก็ควรจะคาดคิดถึงวันที่จะมีวันนี้อยู่แล้ว”สายตาของฉันตวัดไปมองเลนาพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ “ดูเหมือนเมื่อคืนคุณจะมีความสุขกับ ‘สาวใช้’ ของคุณดีนี่คะ”ฉันจงใจเน้นคำว่
ฉันเดินตามเอนโซกลับมายังห้องหอ ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ อันแสนสดชื่นของดอกหอมหมื่นลี้เอนโซยิ้มละมุนก่อนจะเอ่ยขึ้น “ดึกมากแล้ว คุณควรพักผ่อนได้แล้วล่ะ”อาจเป็นเพราะความตึงเครียดที่สะสมมานานได้ผ่อนคลายลงในที่สุด ทำให้ฉันนอนหลับสนิทลากยาวไปจนถึงตอนเที่ยงวันของอีกวันเมื่อสาวใช้เห็นว่าฉันตื่นแล้ว ใบหน้าของเธอก็ขึ้นสีระเรื่อด้วยความขัดเขินก่อนจะเข้ามาช่วยพยุงฉัน “คุณหนูเซเลนาคะ ท่านเจ้าพ่อมาเฟียแจ้งว่าได้คุยกับเลดี้อิซาเบลลาเรียบร้อยแล้ว วันนี้คุณหนูไม่จำเป็นต้องไปเข้าพบท่านค่ะ ท่านบอกว่าอยากให้คุณหนูพักผ่อนให้เต็มที่”หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จสรรพ ฉันก็ค่อยๆ สาวเท้าเดินออกมาจากเรือนหอทว่าทันทีที่ฉันผลักบานประตูรั้วเปิดออก ก็เห็นเลนากำลังคุกเข่าอยู่ตรงทางเข้าพอดิบพอดีใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ดูอ่อนระโหยโรยแรงอย่างไร้เรี่ยวแรง และเมื่อเพ่งมองดูดีๆ เสื้อผ้าของหล่อนก็ดูหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อยนักหัวใจของฉันดิ่งวูบลงทันที รู้ดีว่าสภาพของหล่อนในตอนนี้ไม่มีทางนำเรื่องดีๆ มาให้แน่และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่เลนาเหลือบมาเห็นฉัน หล่อนก็รีบขยับเข่าคลานกะดึ๊กๆ เข้ามาหาทันที มือเรียวคว้
ฉันรู้ดีว่าใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน ข่าวลือเรื่องที่โลเรนโซเปิดศึกกับคุณอาของตัวเองเพื่อแย่งชิงผู้หญิงคนหนึ่งจะแพร่สะพัดไปทั่วราวกับไฟลามทุ่งเมื่อถึงตอนนั้น ไม่เพียงแต่ตัวเขาและตระกูลคัมมาราตาเท่านั้นที่จะต้องอับอายขายหน้า แต่ตัวฉันและตระกูลเคนก็คงจะกลายเป็นตัวตลกให้ผู้คนหัวเราะเยาะไปด้วยเช่นกันภายในโบสถ์เงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิต ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงเล็ดลอดออกมาฉันค่อยๆ สาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาโลเรนโซแววตาแห่งความหวังวาบขึ้นบนใบหน้าของเขาแวบหนึ่งทว่าในวินาทีถัดมา ฉันก็เงื้อมือขึ้นแล้วตบเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างสุดแรงเกิดฉันใส่แรงทั้งหมดที่มีลงไปในฝ่ามือนั้น แรงตบทำให้ใบหน้าของเขาหันสะบัดไปตามแรงนัยน์ตาของโลเรนโซหดเกร็งลงทันที เขาจ้องมองมาที่ฉันด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตาฉันมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชาพลางเอ่ยปากพูด “คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาจาบจ้วงสามีของฉันแบบนั้น และคุณเห็นตระกูลเคนเป็นตัวอะไร? คุณคิดว่าพวกเราจะจัดงานแต่งงานขึ้นมาโดยที่ไม่สืบประวัติเรื่องพวกนี้เลยงั้นเหรอ?”เขาชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ในทันทีว่าฉันกำลังหมายถึงเรื