แชร์

บทที่ 11

ผู้เขียน: LittleGhost
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-04 12:14:03

ตอนที่สิบ

ต้นไม้เกเร

วันนี้ทุกคนพากันเตรียมตัวเพื่อออกจากบ้านเป็นครั้งที่สอง เพื่อรวบรวมเสบียงอาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น แม้ว่าวันสิ้นโลกแบบในนิยายที่เคยอ่านจะมีหลากหลายรูปแบบ แต่ตอนนี้ผมกำลังเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลกในแบบของตัวเองอยู่

วันสิ้นโลกที่มีคนตายลุกเดินได้และคนที่ยังไม่ตายบางส่วนได้กลายเป็นผู้มีพลังเช่นผมและครอบครัว ผมมีพลังมิติที่น่าจะวิเศษกว่าคนอื่นเพราะผมเข้าไปได้ทั้งยังสามารถพาคนอื่นเข้าได้อีกด้วย มิติวิเศษพื้นที่มากถึงห้าไร่ทำให้ผมไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร แต่เรื่องของใช้ผมยังไม่สามารถผลิตเองได้เพราะเคยแต่ซื้อใช้ไม่เคยทำเอาสักอย่าง พวกเราจึงต้องออกจากพื้นที่ปลอดภัยมาสู่โลกภายนอก

และที่พิเศษสุดๆ คือผมมีพลังรักษาด้วยนะ พลังนี้สามารถเยียวยาบาดแผลได้รักษาอาการป่วยไข้ได้ มันไม่เหมือนการย้อนกลับหรือการคืนสภาพแต่เป็นการปรับปรุงร่างกายให้ดีขึ้น ขอบอกเลยว่าพลังนี้จำเป็นสำหรับคนที่มีลูกชายแฝดสามเป็นอย่างมาก

"พี่ตรีเลิกเล่นใหญ่แล้วรีบออกเดินทางเถอะครับ เราต้องเก็บของทุกอย่างที่มีให้เก็บนะครับ และสองข้างทางตอนนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากบ้านคนกับรถเต็มสองข้างทาง"

"ได้ครับที่รักพี่จะรีบจัดการให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้เลยครับ"

คนนี้คือสามีของผมเอง ตรีภัทรนักธุรกิจหนุ่มผู้แสนจะหล่อบาดตาบาดใจแต่ดันมีนิสัยติงต๊อง แต่คนที่ได้เห็นมุมนี้ก็มีแค่ผมกับลูกๆ เท่านั้นแหละ

มาพูดถึงเจ้าแฝดกันครับ พี่ไซน์เป็นพี่คนโตที่ชอบเลียนแบบป่าป๊าของตัวเองมาก ชอบทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ทั้งที่สูงเลยหัวเข่าขึ้นมานิดเดียว ต่อไปเป็นน้องคอสลูกชายคนกลางที่มีนิสัยอ่อนโยนที่สุดและน่ารักจนใจเจ็บ อย่าเผลอให้น้องคอสอ้อนเชียวนะครับรับรองว่าหลงกันหมด และคนสุดท้องในตอนนี้คือน้องแทน คนนี้ทั้งแสบทั้งกวนแถมยังขี้โวยวายแต่ไม่เกเรนะครับแค่ซนเท่านั้น

และจากที่สังเกตผมคิดว่าลูกชายของผมทั้งสามคนจะมีพลังสองสายกันหมดเลย คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าพลังของแต่ละคนจะอลังการแค่ไหน เพราะขนาดน้องคอสที่อ่อนโยนที่สุดยังมีพลังพฤกษาที่แข็งแกร่งมาก แทบจะกลายเป็นนายของต้นไม้กลายพันธุ์ทุกตนที่เดินผ่านเลยด้วยซ้ำ

"นายครับพวกเราใกล้ถึงห้างขายส่งแล้วครับ ดูเหมือนจะมีคนมาเก็บขอไม่น้อยเลย"

"อย่าเพิ่งขับเข้าไปรอดูสถานการณ์ก่อนสักพัก ฉันไม่อยากไปแย่งของจากใคร"

ตอนนี้พวกเรามาถึงห้างขายส่งแล้วครับแต่ติดปัญหาตรงที่มีหลายคนมาเก็บของเช่นกัน ดูท่าว่าคงต้องใช้ประสบการณ์จากการอ่านนิยายสักหน่อยแล้ว

"พี่ตรีครับ ในตัวห้างคนน่าจะเข้าไปเก็บเยอะแล้ว เราไปหาจุดที่เป็นโกดังสินค้าดีกว่าครับ ผมแน่ใจว่าถ้าเราเก็บส่วนนั้นได้ก่อนจะมีผลดีมากกว่า"

"ได้เลยครับ พี่ก็คิดเหมือนกันว่าควรไปที่โกดังมากกว่า"

เห็นไหมล่ะครับนี่แหละสามีผมเอง นอกจากจะหล่อแล้วยังฉลาดด้วย ส่วนเจ้าตัวเล็กทั้งสามเหมือนจะชอบมากที่จะได้ลงจากรถไปสำรวจห้าง เพราะแต่ละคนทำตาโตเชียวครับพอได้ยินคำว่าถึงห้างแล้ว

"พี่ไซน์น้องคอสน้องแทนห้ามห่างจากหม่ามี้นะลูก เผื่อเราเจออะไรที่น่ากลัวหม่ามี้จะได้ปกป้องพวกหนูได้ทันเวลา"

"หม่ามี้ไม่ต้องห่วง ไซน์เก่งมาก ปกป้องหม่ามี้ได้"

"น้องคอสไม่ดื้อจะอยู่กับหม่ามี้"

"แต่น้องแทนอยากสู้นี่หน่า"

เป็นอย่างไรครับลูกชายผมมีทั้งเก่งเรียบร้อยและดื้อแบบครับทีมเลย ถึงผมจะพาลูกมาลุยกับซอมบี้ก็จริงแต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะเด็กทั้งสามนะเก่งอย่าบอกใครเชียว ยิ่งโดยเฉพาะน้องแทนคนนี้ชอบการต่อสู้มากถึงขั้นขอเรียนเทควันโดตั้งแต่สองขวบเลยนะ เดินยังไม่ตรงแต่อยากใส่ชุดเท่ๆ สรุปเลยได้เรียนกันหมด

ระหว่างทางที่เราหลบผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ มาที่โกดังเก็บสินค้า ก็พบเข้ากับเถาวัลย์ขนาดใหญ่ยักษ์ ทั้งยังแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วด้านหลังของห้าง ยิ่งเดินไปใกล้ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมของดอกไม้ทำเอาทุกคนเผลอตัวสูดกลิ่นเข้าเต็มปอด กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้วเพราะทุกคนทำท่ามึนหัวคล้ายคนง่วงนอน เห็นจะมีก็แค่น้องคอสที่ไม่มีอาการอะไรเลย

"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำตัวแบบนี้ไม่น่ารักเลย คอสไม่รักต้นไม้เกเร!"

ไม่ใช่แค่น้องคอสไม่มีอาการอะไรแต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าตัวน้อยที่แสนจะเรียบร้อยของบ้าน กำลังยืนแอ่นพุงแล้วยกมือชี้เถาวัลย์ที่เลื้อยไปมาไม่ต่างจากงูอย่างไร้ซึ่งความกลัว ทำเอาหัวใจของผมตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยครับ

คนเป็นแม่ที่ไหนจะอยากเห็นภาพของลูกชายตัวน้อย กำลังยืนเถียงกับต้นไม้กลายพันธุ์ที่เลื้อยได้ไม่ต่างจากงู แถมยังมีเถาวัลย์มากมายคล้ายหนวดปลาหมึกอีก โชคยังดีที่ต้นกระบองเพชรแสนน่ารักที่ตามมาด้วย เวลานี้ต้นแมมขนแกะทั้งห้าที่ตามมาอารักขาน้องคอส ต่างพากันขยายขนาดจนต้นสูงเกือบเมตร

ฟวี้!!!

"ใช่ๆ พี่แมมจัดการเลย"

"น้องคอสระวังนะครับลูก"

พี่ตรีสามีของผมขนาดไร้เรี่ยวแรงเพราะกลิ่นของดอกไม้จากเถาวัลย์บ้านี่ แต่ก็ไม่มีแววตาที่จะยอมแพ้เลยทำเอาทุกคนมีแรงฮึดสู้ขึ้นมา จะติดก็เพียงอย่างเดียวนั่นคือน้องคอสกับต้นแมมขนแกะทั้งหลายนี่แหละ

"ทุกคนไม่ต้องกลัวน้า พี่แมมบอกว่ากลิ่นหอมๆ ทำให้ง่วงๆ เลย"

น้องคอสที่ดูเหมือนจะห่วงทุกคนรีบเอ่ยออกมาทำเอาผมทั้งเอ็นดูทั้งขำ มีการบอกไม่ให้กลัวด้วยนะครับเด็กคนนี้ แต่จะว่าไปมันก็ง่วงจริงๆ นะครับกลิ่นของเจ้าเถาวัลย์บ้านนี่นะ ดูท่าแล้วน่าจะมีดอกขนาดใหญ่เลยด้วย ไม่อย่างนั้นคงส่งกลิ่นรุนแรงขนาดนี้ไม่ได้หรอก

"ไซน์ง่วงมาก คอสจัดการที"

"แทนก็ง่วง ตาจะปิดแล้วเนี่ย"

เจ้าแฝดอีกสองคนที่เหลือตอนนี้แทบจะหลับแล้วครับแต่ยังไม่วายบ่นก่อน ทำเอาผมที่กำลังกอดทั้งสองคนเอาไว้ต้องกัดกระพุ้งแก้มให้คลายความง่วงลง

แต่แล้วเมื่อเจ้าเถาวัลย์มันโผล่ออกมาเต็มต้น ทำเอาผมแทบจะกลั้นหายใจเลยครับ เถาวัลย์ใหญ่ยักษ์ขนาดเท่าแขนมนุษย์กำลังเดินมาหาพวกเรา มันเดินคล้ายมนุษย์โดยใช้เถาวัลย์แทนแขนขาและมีดอกไม้สีแดงสดน่ากลัวมากขนาดกว้างเกือบสองเมตร ทำเอาทุกคนขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด

"ไอ้เจ้าตัวอันตราย!"

น้องคอสที่ยังคงไร้ซึ่งความง่วงกำลังยืนชี้นิ้วต่อว่าเจ้าเถาวัลย์ยักษ์ และเหมือนมันจะรู้ว่าน้องคอสบ่นว่าอะไรมันจึงหันดอกไม้สีแดงสดมาทางน้องคอส ทำเอาเจ้าต้นแมมขนแกะทั้งห้าถึงกับโมโหแล้วพากันพุ่งเข้าใส่เจ้าเถาวัลย์ยักษ์

ดูเหมือนว่าพอเจ้าเถาวัลย์โดนโจมตีกลิ่นหอมที่น่าจะมาจากดอกไม้สีแดงก็เจือจางลงทันที ทำให้พวกเราทุกคนง่วงน้อยลงจนสามารถลุกขึ้นมายืนล้อมวงกันได้ในที่สุด

"ทุกคนมาตรงนี้ น้องคอสจะช่วยเอง"

พวกเราแม้จะยังคงง่วงกันอยู่แต่เมื่อน้องคอสยืนทำตาแป๋วใส่ ทุกคนต่อให้ง่วงแค่ไหนก็บังคับตัวเองให้เดินไปหาน้องคอสได้อยู่ดี จนกระทั่งผมพี่ตรีพี่ไซน์น้องแทนและคนอื่นๆ เข้ามาใกล้น้องคอสก็ปล่อยพลังบางอย่างออกมา

"นี่มัน!"

"ฟองสบู่ของน้องคอสเอง"

ผมกับพี่ตรีถึงกับหันมองหน้ากันเพราะตกใจที่น้องคอสมีพลังแข็งแกร่งเกินหน้าเกินตามาก เจ้าตัวน้อยสามารถสร้างฟองสบู่ขึ้นมาครอบพวกเราเอาไว้จนหมดได้ เมื่อทำเสร็จก็ตบมือชอบใจจนน่ามันเขี้ยวแต่ทุกคนก็ต้องตกตะลึงมากขึ้นไปอีก เพราะอาการง่วงนอนที่เกิดจากกลิ่นของดอกไม้สีแดงหายไปจนหมด เวลานี้ไม่มีใครง่วงเลยสักนิดจึงพากันหันไปหาน้องคอสอย่างพร้อมใจกัน

"น้องคอสรักษาทุกคนด้วยเหรอครับลูก?"

"ใช่ครับหม่ามี้ ในฟองสบู่ไม่มีพิษแน่นอน พี่แมมบอกไว้"

"เก่งมากครับน้องคอส ว่าแต่เราอยู่ในฟองสบู่จะปลอดภัยใช่ไหมครับ?"

น้องคอสทำท่านึกอะไรสักอย่างจนผมอดใจลุ้นตามไม่ได้ เจ้าแฝดอีกสองคนก็จ้องน้องคอสตาแป๋วพอกัน ทำเอาบรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลายที่แพ้ความน่ารักเป็นใจเหลวกันหมด

"พี่แมมบอกว่าฟองสบู่ช่วยป้องกัน แถมต่อสู้ได้ด้วย"

"หมายความว่าป๊าปล่อยพลังจากในนี้ออกไปด้านนอกได้ใช่ไหมครับ?"

พี่ตรีคงอยากอวดฝีมือบ้างเพราะวันนี้น้องคอสกลายเป็นดาวเด่นจากการมีองครักษ์อย่างพี่แมมต้นกระบองเพชรแสนนุ่มฟู ทั้งยังมีพลังฟองสบู่ที่ดูเหมือนบาเรียป้องกันนี่อีก คนเป็นป่าป๊าคงอยากจะเท่ให้ลูกดูบ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่ถามเรื่องการใช้พลังจากด้านในอย่างแน่นอน

"ปล่อยพลังได้เลย น้องคอสจะปกป้องฟองสบู่เองครับ"

"งั้นไซน์จะสู้บ้าง ไซน์จะฝึกต่อสู้"

"ใช่ๆ แทนก็จะสู้ คอสปกป้องหม่ามี้กับป่าป๊าไว้นะ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แฝดสามจอมป่วนกับภารกิจกอบกู้วันสิ้นโลก   บทที่ 125

    "คุณหนูคุณชาย เจ้านี่คือลูกตะขบเรืองแสงจากต้นตะขบกลายพันธุ์ค่ะ ถึงจะกินไม่ได้แต่มันเรืองแสงได้เหมือนหลอดไฟเลยนะคะ""เดลจ้อบมั่ก ปี้จายจื้อห้ายโหน่ย"ปกติน้องเดลจะสวมจี้ห้อยคอที่ใช้แทนบัตรประจำตัว และทำหน้าที่แทนบัตรเงินสดติดตัวตลอด แต่ยัยตัวน้อยกลับหันไปอ้อนเจ้าแฝดให้ซื้อของให้แทน ดูจากดาวอังคารยังร

  • แฝดสามจอมป่วนกับภารกิจกอบกู้วันสิ้นโลก   บทที่ 124

    "บ้านดินหรือครับ? แล้วนี่เริ่มทำกันตอนไหน ทำไมไม่เห็นจะบอกซินเลย""เอาน่า พ่อแค่อยากทดลองดูก่อน แต่ว่ามันได้ผลดีอยู่นะแค่ต้องพัฒนาอีกเล็กน้อย รับรองว่าการขยายพื้นที่ใช้สอยลงใต้ดินนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว"เมื่อเห็นว่าผมเริ่มสนใจ พ่อก็เริ่มเล่าถึงการใช้พลังในการขุดเจาะดิน ไปจนถึงการใช้

  • แฝดสามจอมป่วนกับภารกิจกอบกู้วันสิ้นโลก   บทที่ 123

    ตอนที่หกสิบห้าโลกยุคใหม่(ตอนจบ)หลังจากไทรออนเป็นที่รู้จักของผู้คน ก็เริ่มมีการติดต่อซื้อขายและแลกเปลี่ยนระดับประเทศมากขึ้น ไม่เพียงแค่ในภูมิภาคที่เริ่มมีการติดต่อขอความช่วยเหลือเข้ามา แต่ในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย ก็เริ่มมีการเดินทางมาทำการค้าด้วยไม่ต่างกันในทุกวันมีผู้คนมากมาย

  • แฝดสามจอมป่วนกับภารกิจกอบกู้วันสิ้นโลก   บทที่ 122

    ผมเอ่ยแซวออกมาก่อนจะหันไปมองเจ้าแฝดที่เงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่แต่ละคนจะกระโดดไปมาพร้อมกับชูมือขึ้นฟ้า ประหนึ่งท่าแปลงร่างของยอดมนุษย์ในการ์ตูนก็ไม่ปาน ส่วนน้องเดลไม่สนอะไรเลยนอกจากนอนอุตุอยู่ในเปลเด็ก ไม่ได้ตื่นขึ้นมาดีใจร่วมกับพี่ชายทั้งสาม"ไทออน? เย้ๆ น้องคอสชอบมาก""เท่มาก น้องแทนให้สามผ่านเลย""ถ

  • แฝดสามจอมป่วนกับภารกิจกอบกู้วันสิ้นโลก   บทที่ 121

    "แต่พี่ว่าแบบนี้ก็ดีนะ เหมือนโลกกำลังบอกพวกเราว่าถ้าใช้ชีวิตเหมือนคนยุคหินพวกเราถึงจะรอด""จริงด้วยครับ พอพวกเราหันมาใช้พวกสัตว์กลายพันธุ์ในการเดินทาง ก็แทบไม่เจอการโจมตีทั้งจากซอมบี้คนหรือซอมบี้สัตว์อีกเลย เห็นจะมีก็แค่พวกเรานี่แหละที่ไปล่าซอมบี้กันเอง"ผมและพี่ตรีหันมองหน้ากันประหนึ่งไขความลับของโ

  • แฝดสามจอมป่วนกับภารกิจกอบกู้วันสิ้นโลก   บทที่ 120

    ตอนที่หกสิบสี่ไทรออนหลังจากการส่งของผ่านลุล่วงไปด้วยดีและกลับบ้านอย่างปลอดภัย เมื่อทุกคนรู้ข่าวเรื่องที่เจ้าแฝดอยากจะสร้างบ้านใหม่ เรื่องนี้ก็กลายเป็นแผนการใหญ่ของคนทั้งค่ายขึ้นมาทันทีนั่นก็เพราะทุกคนล้วนรู้ดีว่า ผู้นำของค่ายต้นไม้โบราณนั้นบริหารงานด้วยความยุติธรรมเพียงใด ทำให้ทุกคนล้วนอยากตามหาญ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status