ตอนที่เก้า
สายฟ้าหมุนติ้ว
เมื่อระดับพลังของตรีภัทรเพิ่มสูงมากขึ้น การควบคุมพลังจิตก็สูงตามขึ้นไปด้วย ในเวลานี้ตรีภัทรสามารถควบคุมพลังสายฟ้าให้กลายเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่ได้ ทำเอาลูกชายทั้งสามเอ่ยปากชมป่าป๊ากันไม่หยุด แม้แต่คนที่แอบซุ่มดูขบวนเดินทางของตรีภัทรอยู่ ยังรู้สึกได้ถึงความอันตรายของคนที่อยู่ในขบวนเดินทางตรงหน้า
"ซินดีใจจังเลยครับ พี่ตรีเก่งขนาดนี้ซินกับลูกๆ ต้องปลอดภัยแน่นอน"
"ต่อให้พี่ไม่เก่งพี่ก็จะปกป้องหนูกับลูกไปตลอดครับ พี่สัญญา"
สองสามีภรรยามองหน้ากันด้วยสายตาหวานหยดย้อย ทำเอากิตติต้องเพ่งสมาธิกับการขับรถมากขึ้นไปอีก เพราะรู้สึกหวานเลี่ยนจนขนลุกไปทั่วร่างกาย เจ้านายในโหมดคลั่งรักนะไม่ว่าใครก็ต้านทานไม่ไหวกันทั้งนั้น
"ป่าป๊าๆ พี่ไซน์ก็อยากมีพายุสายฟ้า"
"แทนด้วย แทนเอาพายุไฟก็ได้"
"ถ้าอย่างนั้นพวกลูกก็ต้องขยันใช้พลัง เอาเป็นว่าวันนี้ป่าป๊าคนนี้จะพาพวกลูกตะลุยเอง"
ศศินที่เพิ่งจะดีใจที่มีสามีเก่งไม่นานก็ต้องคิ้วขมวดแทน เพราะสามีของตนนั้นนอกจากจะชอบอวดความรักแล้ว ยังขยันตามใจลูกชายทั้งสามเป็นอย่างมาก ยิ่งเวลานี้ลูกชายเอ่ยปากชมไม่หยุดก็ถึงขั้นจะพาไปจัดการซอมบี้ด้วยกันเสียแล้ว ทำเอาคนเป็นหม่ามี้อยากจะหยิกสามีให้เนื้อเขียว
แต่ไม่ว่าใครจะหมายหัวใคร ใครจะเท่แค่ไหนน้องคอสก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้ตรงหน้าของน้องคอสนั้น นอกจากจะมีพายุสายฟ้าหมุนติ้วๆ แล้วยังมีฝูงนกซอมบี้กำลังบินมาที่ขบวนรถของทุกคนอยู่ด้วย
"หม่ามี้! นั่นซอมบี้นก พี่แมมบอกว่าป่าป๊าต้องเผาพวกมันให้หมด"
ตรีภัทรที่กำลังเห่อพลังใหม่และอยากอวดความเท่ให้ลูกชายทั้งสามได้เห็น นอกจากจะไร้ซึ่งความกลัวต่อฝูงซอมบี้นกแล้ว เจ้าตัวยังเริ่มจัดการส่งพลังพายุสายฟ้าเข้าไปโจมตีฝูงนกซอมบี้นับแสนตัวทันที
พายุสายฟ้าที่เกิดจากการควบคุมอากาศให้หมุนด้วยความเร็ว และสายฟ้าที่ถูกสร้างจากพลังของตรีภัทร พุ่งตรงเข้าใส่ฝูงนกซอมบี้บนท้องฟ้าจนพวกมันทั้งหมดลุกไหม้จนกลายเป็นขี้เถ้า
แต่ในเวลาเดียวกันก็มีวัตถุเรืองแสงขนาดเล็กร่วงหล่นจากท้องฟ้าด้วยเช่นกัน และคงเป็นโชคดีของตรีภัทรเพราะเมื่อใช้พลังจิตรวบรวมวัตถุเรืองแสงทั้งหมดให้ลอยมารวมกันเป็นก้อนใหญ่ได้แล้ว ศศินที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนก็รีบลดกระจกลงแล้วเก็บเข้ามิติไปทันที
"พี่ตรีครับ ซินว่ามันน่าจะเป็นคริสตัลซอมบี้แน่เลย ซินเคยอ่านเจอในนิยายแนวแฟนตาซีวันสิ้นโลก พวกซอมบี้ที่เลื่อนระดับขึ้นแล้วจะมีคริสตัลซอมบี้หรือจะเรียกว่าผลึกซอมบี้ก็ได้ครับ พวกมันถูกใช้แทนเงินในวันสิ้นโลกแถมยังใช้เพิ่มระดับได้ด้วย"
"พี่ยังไม่รู้วิธีใช้เพราะฉะนั้นเราค่อยหาวิธีกันเมื่อกลับถึงบ้าน แต่ตอนนี้ทุกคนต้องระวังให้มากเพราะพลังสายฟ้าของพี่คงไม่ล่อตาล่อใจใครเข้าแน่ๆ"
และก็เป็นอย่างที่ตรีภัทรคิดเอาไว้เมื่อใช้พลังกำจัดซอมบี้นกฝูงใหญ่ เพราะเมื่อเดินทางต่อมาได้ไม่ไกลนักก็พบเข้ากับกลุ่มคนที่ร้องขอความช่วยเหลือเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นริมถนนหรือบนตึกรามบ้านช่องที่มีอยู่เต็มสองข้างทางก็ด้วย
แม้จะสงสารและเห็นใจมนุษย์ด้วยกัน แต่ใครจะกล้าเอาความปลอดภัยของครอบครัวมาเสี่ยงกับคนแปลกหน้า ดังนั้นตรีภัทรที่ห่วงลูกเมียยิ่งกว่าอะไรจึงสั่งให้ลูกน้องขับรถต่อไปโดยไม่ต้องจอดช่วยใครทั้งนั้น
"ป่าป๊า พวกเราไม่ช่วยพวกเขาเหรอครับ?"
พี่ไซน์เอ่ยถามออกมาโดยมีน้องคอสและน้องแทนนั่งรอฟังคำตอบด้วยดวงตาแดงก่ำ เด็กทั้งสามไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมคนเหล่านั้นถึงร้องขอความช่วยเหลือ และที่ไม่เข้าใจมากที่สุดคือทำไมป่าป๊าที่แสนจะใจดีถึงไม่ยอมช่วยใครเลย
"เด็กๆ ครับ พวกหนูรู้ใช่ไหมครับว่าซอมบี้อันตราย"
เจ้าแฝดทั้งสามพากันพยักหน้าเป็นคำตอบ ทำเอาศศินทั้งเอ็นดูทั้งสงสารลูกชาย แต่เพื่ออนาคตของลูกศศินจึงต้องทำใจแข็งและอธิบายให้ฟัง
"ถ้าซอมบี้อันตราย มนุษย์จะอันตรายยิ่งกว่า เพราะคนพวกนั้นที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ หม่ามี้บอกไม่ได้ว่าใครที่เป็นคนดีหรือไม่ดี พวกเขาจะทำอันตรายลูกของหม่ามี้หรือไม่ทำหม่ามี้ก็บอกไม่ได้ ดังนั้นพวกเราถึงช่วยพวกเขาไม่ได้ครับ"
"เพราะไม่รู้ว่าอันตรายรึเปล่าเลยช่วยไม่ได้เหรอ?"
น้องคอสที่เริ่มเบะปากจนหน้างอก็ได้แต่เอ่ยถามออกมา เจ้าตัวน้อยยังไม่เข้าใจว่ามนุษย์อันตรายยังไง และยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมถึงช่วยไม่ได้ เด็กน้อยทั้งสามจึงเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร สุดท้ายตรีภัทรจึงต้องอธิบายแทนภรรยาคนสวยที่เริ่มจะทำตัวไม่ถูก
"เด็กๆ ครับ ตอนนี้ไม่มีซอมบี้นกแล้วทุกคนจึงปลอดภัย แต่พวกเขากลับไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองเลย เอาแต่ร้องขอความช่วยเหลือจากพวกเรา ขนาดพี่ต้นไม้ของน้องคอสยังช่วยจัดการซอมบี้เลยจริงไหมครับ เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่ควรช่วยคนที่ขี้เกียจทำงานนะลูก"
เมื่อเด็กแฝดได้ฟังคำอธิบายของป่าป๊าก็เริ่มคิดตาม และทั้งสามก็พบว่าพี่ต้นไม้และทุกคนในบ้านทำงานช่วยกัน แต่คนพวกนี้ไม่ทำอะไรเลย ดังนั้นเด็กน้อยที่กำลังสงสารคนอื่นก็กลายเป็นไม่ชอบใจแทน
"ขี้เกียจไม่ดี น้องแทนไม่ช่วยหรอก"
"น้องคอสก็ไม่ช่วยแล้ว ป่าป๊าเหนื่อย"
"คนขี้เกียจน่ะ พี่ไซน์ไม่สนใจหรอกนะ"
เจ้าแฝดทั้งสามนั้นแม้จะเกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่กลับถูกเลี้ยงให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าคนเหล่านั้นขี้เกียจไม่ยอมช่วยเหลือตัวเอง เด็กน้อยทั้งสามจึงรู้สึกว่าไม่ควรช่วยแล้วเพราะเดี๋ยวป่าป๊าจะเหนื่อย
เมื่อเด็กๆ มีสีหน้าที่ดีขึ้นตรีภัทรจึงโล่งอกขึ้นมาก เพราะไม่ว่าอย่างไรป่าป๊าที่เพิ่งจะถูกชมก็ไม่อยากถูกลูกชายมองไม่ดี ส่วนคนสนิทอย่างภาคินและกิตติที่ร่วมเดินทางมาด้วยก็รู้สึกดีขึ้นมาก เพราะไม่อยากช่วยเหลือคนเหล่านั้นเช่นกัน
"เอาเป็นว่าถ้าป่าป๊าเห็นว่าสมควรช่วย ป่าป๊าจะช่วยดีไหมครับ"
"ใช่แล้วครับคุณชาย ถ้าเป็นเด็กตัวเล็กๆ รับรองว่าป่าป๊าของคุณชายต้องช่วยแน่นอนครับ ไม่ต้องเบะแล้วนะครับ อากิตจะเบะตามเลยนะคุณชาย"
กิตติที่ดูจะเป็นคนขี้เล่นและพลังงานเหลือเฟือถึงขั้นพูดหยอกคุณชายน้อยของตนด้วยความเอ็นดู ทั้งยังทำท่าจะร้องไห้ตามจนเด็กน้อยทั้งสามถึงกับหัวเราะชอบใจ แถมยังพูดตอบโตคุณอาคนหล่อของตนด้วย
"อากิตขี้แย น้องคอสไม่แย"
"เป็นผู้ใหญ่แล้ว ห้ามเบะนะอากิต"
"น้องแทนปวดหัว อากิตเบะทำไมเนี่ย"
กลายเป็นกิตติโดนเด็กน้อยทั้งสามแกล้งคืน จนแม้แต่เจ้านายอย่างตรีภัทรยังอดหัวเราะตามไม่ได้ ส่วนศศินเองก็โล่งอกขึ้นมาเพราะลูกชายเข้าใจอะไรได้ง่าย ไม่เช่นนั้นนอกจากต้องระวังซอมบี้แล้วคงต้องระวังลูกน้อยจากคนไม่ดีเพิ่มเป็นแน่
แต่ถึงแม้จะไม่มีใครสนใจก็ยังมีคนรนหาที่ตายด้วยการกระโดดลงมาขวางรถเอาไว้ ทำเอาภาคินเกือบเหยียบไปแล้วหากไม่ติดว่ามีคุณชายน้อยมาด้วย ภาคินคงเหยียบแบบไม่จนใจอะไรไปแล้ว
เอี๊ยด!!
"คุณคะช่วยพวกเราด้วยนะคะ"
"นี่คุณมาช่วยพวกเราใช่ไหม รีบเปิดประตูรถให้พวกเราเข้าไปสักทีสิ"
"แม่งเอ๊ย! จะไปอ้อนวอนทำไมว่ะ ปล้นรถพวกมันเลยก็จบแล้ว พวกมึงถอยไป!"
ภาคินเหยียบจนเสียงเบรกดังลั่น ไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งทยอยปีนข้ามรถที่ถูกผลักออกไปกองสองข้างทางเพื่อเข้ามาหา บางคนหวังขอความช่วยเหลือ บางคนข่มขู่และหมายจะปล้นสิ่งของ
โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าการที่พวกมันโดดมาขวางหน้ารถนั้น ได้ทำให้ทุกคนโกรธเป็นอย่างมากเพราะในรถมีเด็กตัวเล็กอยู่ถึงสามคน แต่คนเหล่านี้กลับไม่คิดถึงชีวิตคนอื่นเลย โดยเฉพาะกิตติที่เริ่มอยากอาละวาดมากขึ้นทุกทีจนเผลอตะโกนออกไป
"ใครจะช่วยพวกมึง ถอยไปให้พ้นรถกู!"
ตรีภัทรใช้พลังจิตเพื่อควบคุมให้ไม่มีเสียงพูดจาหยาบคายของกิตติหลุดไปถึงลูกชายทั้งสาม ก่อนจะเริ่มทุบทำลายกำแพงซากรถที่ตนทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ลงอย่างไม่ไยดี เพราะถึงอย่างไรพังได้ก็สร้างใหม่ได้อยู่แล้ว การทำลายกำแพงเพื่อล่อซอมบี้มาจัดการตัวปัญหาเหล่านี้ ตรีภัทรจึงไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนานนัก
"อะไรวะ? พวกมึงมีรถตั้งหลายคัน แค่แบ่งให้พวกกูมันจะอะไรนักหนา"
"กรี๊ด!! นี่คุณคะ ฉันยอมพวกคุณทุกอย่างเลย แต่ช่วยพาฉันไปด้วยได้ไหมคะ"
"นั่นสิครับ ผมเองก็ยอมเหมือนกันแต่ช่วยพาผมไปจากที่นี่ที ฮึก!!"
แต่ละคนไม่ว่าจะชายหรือหญิงล้วนแต่ยอมแลกทุกอย่าง แต่ใช่ว่าทุกคนจะอยากแลกเปลี่ยนด้วย โดยเฉพาะพวกที่โดดมาขวางรถจนทำให้ลูกเมียเกิดอันตราย
ในขณะที่ตรีภัทรกำลังโกรธและคนพวกนั้นทำตัวไร้ยางอาย ไม่นานก็มีกลุ่มของซอมบี้ที่ได้ยินเสียงดัง ทยอยลากสังขารเน่าเหม็นของพวกมันเข้าใกล้ขบวนรถของตรีภัทรมากขึ้นทุกที
"หลบไปให้พ้นทาง ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับพวกแกหรอกนะ"
ตรีภัทรไม่มีเวลาให้คนพวกนั้นนานนัก เพราะอยากรีบเก็บเสบียงแล้วพาลูกเมียกลับบ้าน เมื่อไม่มีใครยอมหลบให้แต่โดยดี ตรีภัทรจึงเริ่มปล่อยพลังจิตออกมารอบกาย
จากนั้นก็ยกร่างคนไร้ประโยชน์ทั้งหลายที่ขวางรถอยู่ให้ลอยออกจากถนน แต่เมื่อจะออกเดินทางอีกครั้งกลับพบว่าตรงหน้ามีซอมบี้ฝูงใหญ่ขวางทางไว้ ทำเอาป่าป๊าสสุดหล่อของเจ้าแฝดหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
"พวกแกทำให้ฉันเสียเวลา มาขวางไว้แบบนี้แล้วเมื่อไหร่ลูกๆ ของฉันจะได้นอนกลางวันฮะ?"
หลังจากบ่นซอมบี้ออกมาด้วยความโมโห พลังสายฟ้าของตรีภัทรก็ได้เวลาอวดโฉมอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันกลับทวีความรุนแรงมากขึ้นตามอารมณ์ของตรีภัทร
ไม่นานพายุสายฟ้าที่สูงกว่าร้อยเมตรก็กวาดเอาฝูงซอมบี้ที่ขวางทางอยู่เข้าไปในตาพายุ ก่อนจะถูกแผดเผาด้วยกระแสไฟจากสายฟ้าที่สาดไปมาไม่หยุด ภายในพายุหมุนสายฟ้าขนาดใหญ่ตรงหน้านั้น ร่างของซอมบี้นับพันกำลังเผาไหม้จนเหลือเพียงเถ้าถ่าน
"ป่าป๊าเก่งมาก!!"
"ป่าป๊าเท่สุดๆ ไปเลย"
พี่ไซน์ที่ลอบมองทุกเหตุการณ์ แม้จะไม่ได้ยินเสียงป่าป๊าแต่ก็แอบมองดูอยู่ตลอด ถึงกับเอ่ยชมออกมาเมื่อป่าป๊าจัดการซอมบี้ทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว ส่วนน้องแทนก็ได้แต่ตบมือชอบใจและเอ่ยชมป่าป๊าไม่หยุด ต่างจากน้องคอสเป็นอย่างมาก
"สายฟ้าหมุนติ้วๆ แล้วซอมบี้ก็หายไปเลย"