ตอนที่เจ็ด
กำแพงบ้านอันใหม่ไฉไลกว่าเก่า
หลังจากออกไปสำรวจเป็นครั้งแรกและเก็บของเพื่อสร้างรั้วบ้านที่แข็งแรงกว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วทุกคนต่างพากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง แม้แต่เด็กน้อยอย่างคุณชายทั้งสามของบ้านก็ยังมีท่าทางกระตือรือร้นที่อยากจะช่วยงาน
เริ่มจากพี่ไซน์ที่กำลังเดินตามป่าป๊าคอยสั่งงานทุกคนอยู่ คุณชายน้องแทนที่กำลังไปช่วยทุกคนจัดข้าวของ แม้ว่าทั้งสองจะทำได้เพียงยืนทำหน้าตาน่ารักน่าชังไม่ได้ออกแรงเลยแม้แต่น้อย ต่างจากน้องคอสที่กำลังยืนยิ้มแฉ่งอยู่ข้างหม่ามี้คนสวยของตนเองมาก
"พี่ๆ ต้นไม้ น้องคอสอยากได้กำแพงบ้านแบบสวยๆ ดอกไม้เยอะๆ เลย"
ศศินได้ยินลูกชายยืนคุยกับต้นไม้ก็ยืนฟังด้วย แม้ว่าไม่ได้ยินเสียงของต้นไม้แต่ก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง เพราะน้องคอสคุยเจื้อยแจ้วให้ทุกคนได้ยินกันหมด
แรกเริ่มดูเหมือนน้องคอสจะบอกให้พี่ต้นไม้ของเจ้าตัว ให้พากันไปฝังรากนอกแนวรั้วบ้านเพราะอยากให้พี่ต้นไม้อยู่ใกล้ ตามมาด้วยการอธิบายกับพี่ต้นไม้ทั้งหลาย ว่าอยากได้กำแพงบ้านอันใหม่แบบไหน ซึ่งดูท่าแล้วเจ้าตัวน้อยคงอยากมีกำแพงดอกไม้เป็นแน่
"น้องคอสครับ ถ้าหนูชอบดอกไม้งั้นเอาเป็นดอกเฟื่องฟ้าดีไหมครับลูก ทั้งสวยทั้งมีหนามจะได้ป้องกันทั้งซอมบี้ทั้งคนไปเลย"
"เฟื่องฟ้าเหรอครับ พี่ต้นไม้มีพี่เฟื่องฟ้ารึเปล่า"
พอน้องคอสได้ยินว่าหม่ามี้อยากได้ดอกเฟื่องฟ้า แม้เจ้าตัวจะไม่รู้ว่าหน้าตาแบบไหนแต่น้องคอสก็ยังบอกพี่ต้นไม้ให้ช่วยกันหามาให้ ซึ่งเหล่าต้นไม้ที่กลายพันธุ์ทั้งหลายล้วนเต็มใจจะช่วยกัน ไม่นานนักก็มีต้นเฟื่องฟ้านับสิบต้นเดินนวยนาดกันออกมาอวดโฉม
ปกติแล้วต้นเฟื่องฟ้าจะมีแค่หนึ่งสีในหนึ่งต้น หรือหากเป็นพันธุ์ที่ปรับปรุงก็อาจจะมีมากถึงเจ็ดสีได้ แต่ดูท่าแล้วต้นเฟื่องฟ้าที่ออกมาอวดความงามในครั้งนี้จะแตกต่างออกไปเล็กน้อย
โดยที่แต่ละต้นมีความสูงประมาณสิบเมตรเห็นจะได้ ทั้งยังมีกิ่งก้านแผ่ขยายออกยืดยาวคล้ายปลาหมึกที่มีปุ่มหนวดเป็นดอกไม้หลากสี กลีบดอกไม้แต่ละช่อนั้นเมื่อกระทบเข้ากับแสงแดดจะเกิดประกายวิบวับ ทั้งในแต่ละดอกยังสลับสีไปมาคล้ายสายรุ้งอีกด้วย ทำเอาทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นตาลายในความงดงามกันไปเลย
"หม่ามี้น้องคอสอยากมีกำแพงต้นไม้สวยๆ เลยพี่เฟื่องฟ้าช่วยน้องคอสได้หรือเปล่าครับ"
วี้!!
"อิอิ พี่เฟื่องฟ้าบอกว่า จะทำกำแพงให้สวยๆ เลยครับหม่ามี้"
"ขอบคุณพี่ต้นไม้ทั้งหลายหรือยังครับน้องคอส"
"น้องคอสขอบคุณพี่ต้นไม้ทุกต้นเลยน๊า"
น้องคอสฉีกยิ้มหวานให้ต้นไม้ทุกต้นที่มารวมตัวกันอย่างน่ารักน่าชัง ก่อนจะวิ่งไปกอดขาของหม่ามี้เพื่อซ่อนแก้มที่กำลังแดงระเรื่อ เพราะว่ามีต้นทานตะวันนับร้อยต้น เดินออกมาหาแล้วทำท่าเลียนแบบมนุษย์ด้วยการส่งจูบให้
คุณชายน้องคอสทั้งชอบใจทั้งเขินที่โดนเหล่าต้นไม้ทั้งหลายแกล้ง จึงต้องมุดขาหม่ามี้คนสวยแก้เขินชั่วคราว ทำเอาคนเป็นหม่ามี้อย่างศศินถึงกับต้องย่อตัวลงไปอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมาฟัดแก้ม
"เขินพี่ต้นไม้หรือครับคนเก่ง"
"พี่ต้นไม้บอกว่าน้องคอสน่ารักที่สุด น้องคอสเลยเขินมากๆ"
"เจ้าตัวน่ารักของหม่ามี้ ฟอดดด"
"คิกคิก น้องคอสหอมด้วย"
จากความจริงจังที่ต้องเร่งสร้างกำแพงเพื่อปกป้องทุกคนจากโลกภายนอก ที่เวลานี้เต็มไปด้วยซอมบี้และมนุษย์ด้วยกันเอง กลายเป็นภาพของสองแม่ลูกที่กอดหอมแก้มกันไปมา ทำเอาเหล่าต้นไม้ที่ถูกหลงลืมเริ่มสั่งงานกันเอง
บรรดาต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ที่ปกติก็ต้นสูงใหญ่อยู่แล้วอย่างต้นราชพฤกษ์ ต้นพะยอม ต้นมะขามที่เคยปลูกไว้ทั่วบ้านต้องจัดการหาที่ทางให้ต้นไม้ที่ตามน้องคอสกลับบ้านมานั้น แยกย้ายตัวเองไปอยู่ตามฝั่งของกำแพงเดิม โดยจะมีต้นเทียนหยดและต้นเข็มแยกย้ายกันไปปลูกตัวเองแซมระหว่างต้นไม้ใหญ่ จนในที่สุดก็มีกำแพงต้นไม้ที่ยาวเหยียดก็ปกคลุมรอบรั้วบ้านอันเดิมอย่างแน่นหนา
ทางด้านตรีภัทรเองก็ไม่ประมาท นอกจากกำแพงต้นไม้แล้วยังมีการนำวัสดุก่อสร้างที่ได้มา จัดเตรียมก่อกำแพงเสริมความหนาและความสูงขึ้นไปอีก โดยที่ตรีภัทรได้วางแผนเอาไว้ว่าจะก่อกำแพงให้สูงมากกว่าห้าเมตรและกว้างหนึ่งเมตรตลอดแนว ส่วนแรงงานก็มาจากคนในบ้านที่มีพลังและอุปกรณ์ต่างๆ ที่หามาได้
ในที่สุดกำแพงรอบคฤหาสน์หลังใหญ่เนื้อที่กว่าห้าสิบไร่ก็แล้วเสร็จลง ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งคนและต้นไม้ กำแพงสูงใหญ่ที่เอารถมอเตอร์ไซต์ขึ้นไปขี่เล่นได้ก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
"ไม่คิดจริงๆ นะครับว่าพวกเราจะทำกำแพงที่ทั้งหนาทั้งสูงและครอบคลุมพื้นที่ห้าสิบไร่ได้ในเวลาแค่สามวัน"
"พูดไปใครจะเชื่อว่าพวกเราได้ต้นไม้มาช่วยทำงาน ภาพที่ต้นไผ่ช่วยกันก่ออิฐยังติดตาพี่อยู่เลย"
"พี่ต้นไม้เก่งทุกต้นเลย น้องคอสรักๆ เลยนะ"
ในขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายกำลังตื่นตาตื่นใจกับกำแพงขนาดใหญ่ คุณชายทั้งสามของบ้านก็กำลังเล่นชิงช้าที่ทำจากเถาวัลย์ขนาดยักษ์อย่างสนุกสนาน ที่สวนหน้าบ้านเวลานี้ได้กลายเป็นสวนสนุกมีชีวิตไปแล้ว
เพราะบรรดาต้นไม้ทั้งหลายล้วนแล้วแต่อยากจะเอาใจเจ้านายตัวน้อยของตน จึงแข่งขันกันดัดลำต้นของตนให้กลายเป็นของเล่นชนิดต่างๆ แม้แต่บ้านต้นไม้ที่เกิดจากต้นมะพร้าวและต้นไผ่ที่สานกันไปมา จนมีบ้านต้นไม้ลอยอยู่กลางอากาศหลายหลัง
โดยตลอดสามวันที่ผ่านมานั้นมักจะมีกลุ่มคนแวะเวียนผ่านมาตลอด แต่ก็ไม่มีใครสามารถผ่านกำแพงต้นไม้มาได้เลยแม้แต่คนเดียว เหตุผลที่ไม่มีใครสามารถผ่านมาได้ ก็เพราะว่าตรีภัทรได้บอกให้น้องคอสสั่งการกับพี่ต้นไม้ทั้งหลายเอาไว้นั่นเอง
"นายครับ วันนี้ก็มีขบวนของทหารมาลาดตระเวน มาสำรวจตรงถนนเส้นที่ใช้ขับเข้ามาทางบ้านของเราอีกแล้วครับ"
"ทหารพวกนั้นจะมาทำไมบ่อยนัก บ้านของพวกเราสร้างอยู่ชานเมืองขนาดนี้ ทั้งรอบด้านก็มีแต่ทุ่งนาไม่มีหมู่บ้านจัดสรรเสียด้วยซ้ำ"
"ผมกับวริสคิดว่าอาจมีคนเพ่งเล็งบ้านของพวกเราครับ ก่อนหน้านี้ไม่มีกำแพงต้นไม้แต่ตอนนี้กลับมีอยู่ล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมด พวกเขาอาจจะอยากได้ที่นี่เป็นที่อาศัยก็ได้"
ภาคินบอกกับผู้เป็นนายเพราะคิดว่าในอนาคตอาจจะมีคนมาแวะที่นี่ และคนพวกนั้นอาจจะพยายามหาทางเข้ามาที่นี่ก็เป็นได้ เพราะมีคนไม่น้อยที่รู้ว่าตรีภัทรมีที่ดินและปลูกคฤหาสน์ไว้นอกเมือง
"จริงครับนาย ผมคิดว่าในระหว่างที่พวกนั้นออกสำรวจและช่วยเหลือคนอื่นๆ พวกเขาอาจจะเห็นกำแพงต้นไม้เลยอยากสำรวจที่นี่"
"ถ้าพวกมันอยากเห็นก็ให้เห็นไป ฉันไม่สนใจหรอกว่าใครจะผ่านมาแวะสำรวจ แค่อย่าล้ำเส้นก็พอ"
ตรีภัทรไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่เพราะจากที่เห็นมาหลายวันนี้ บรรดาต้นไม้ทั้งหลายล้วนมีพลังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และทุกต้นล้วนต่อสู้ได้ไม่ต่างจากมนุษย์ ออกจะมีเรี่ยวแรงมหาศาลจนน่าหวั่นใจเสียด้วยซ้ำ และคงเป็นโชคดีของทุกคนที่ต้นไม้กลายพันธุ์ทุกต้น ล้วนเชื่อฟังและยกให้น้องคอสเป็นเจ้านาย
"ว่าแต่พวกที่ออกไปรับพ่อตาของฉันกลับมากันหรือยัง"
"กิตเพิ่งโทรมาบอกว่าเจอกับท่านอนันต์เมื่อครู่นี่เองครับ ตอนนี้กำลังอพยพคนที่ยังเหลืออยู่มาครับ"
"บอกกิตติให้ระวังตัวให้ดีอย่าให้ผิดพลาด ฉันไม่อยากให้ซินเสียใจ"
"ทราบแล้วครับนาย"
เรื่องภายในบ้านตอนนี้ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะทุกคนในบ้านล้วนภักดีต่อตรีภัทรและศศิน หากจะมีปัญหาคงเป็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ตรีภัทรจึงรีบสั่งการให้กิตติออกไปรับตัวพ่อตาที่เพิ่งจะติดต่อได้เมื่อเช้าในทันที
หลังจากตรวจความเรียบร้อยของกำแพงจนทั่วทุกมุมแล้ว ตรีภัทรก็สั่งการให้คนงานในบ้านพักผ่อนเก็บแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะเมื่อกำแพงแล้วเสร็จทั้งยังปลอดภัยขั้นสูง เนื่องด้วยมีระบบรักษาความปลอดภัยจากต้นไม้ทั้งหลาย ตรีภัทรจึงไม่อยากทิ้งเวลามากไปในการออกเก็บรวบรวมเสบียง
"ภาคิน อย่าลืมเตรียมคนที่จะออกไปเก็บเสบียงและของใช้ในวันพรุ่งนี้ด้วยนะ พรุ่งนี้พวกเราจะออกจากกำแพงต้นไม้เป็นครั้งแรก ฉันต้องการคนที่พร้อมที่สุด อย่าลืมว่าพวกเราอยู่ในยุคของโลกที่มีซอมบี้วิ่งเล่น"
"เออ.. นายครับ แล้วพวกเราจะแอบหนีคุณชายน้อยทั้งสามไปได้ยังไงครับ?"
เรื่องการออกเก็บเสบียงนั้นตรีภัทรยังไม่ได้ปรึกษากับศศิน เพราะรู้ดีว่าการออกไปเก็บของนั้นบุคคลที่มีความสำคัญที่สุดคงเป็นศศินเอง แต่พอนึกถึงหน้าลูกชายทั้งสามก็อดห่วงไม่ได้
"เฮ้อ! น้องคอสสั่งการต้นไม้ได้ พี่ไซน์กับน้องแทนก็คงเก่งไม่แพ้กันล่ะมั้ง?"
แต่ไม่ว่าจะห่วงแค่ไหนสุดท้ายแล้วก็แอบหนีไปเก็บของเองไม่ได้ ในเมื่อต่อต้านไม่ได้สุดท้ายคนเป็นป่าป๊าจึงจำใจร่วมด้วยเสียเลย อย่างน้อยก็ได้ฝึกให้ลูกชายได้เผชิญกับความน่ากลัวของวันสิ้นโลกไปในเวลาเดียวกัน