ตอนที่แปด
ป่าป๊าที่เก่งที่สุด
หลังจากการสร้างกำแพงด้วยแรงงานคนและต้นไม้แล้วเสร็จ ตรีภัทรก็ได้รวบรวมกำลังคนอีกครั้งโดยครั้งนี้มีบอดี้การ์ดที่มีพลังมิติเพิ่มมาด้วยหนึ่งคน แม้จะมีความกว้างไม่มากแต่ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกในการรวบรวมสิ่งของได้พอสมควร
"ยินดีที่ได้ร่วมงานนะครับคุณชายพี่ไซน์คุณชายน้องคอสคุณชายน้องแทน กระผมชื่อว่ามายนะครับเผื่อคุณชายอยากเรียกใช้"
"ให้มันน้อยๆ หน่อยเจ้ามาย เรียกลูกฉันเสียเต็มยศขนาดนี้กลัวคนไม่รู้รึไงว่าเป็นบอดี้การ์ด"
ตรีภัทรถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นมองหน้ามาย เด็กหนุ่มที่เก่งกาจด้านไอทีและเป็นโปรแกรมเมอร์มือฉมัง ถึงความฉลาดจะนำหน้าชาวบ้านไปมาก แต่เจ้าตัวกลับมีนิสัยแปลกประหลาดจนเพื่อนร่วมงานปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง
รวมถึงครั้งนี้ที่ได้ออกนอกบ้านครั้งแรกตั้งแต่มีซอมบี้ เจ้าตัวก็พกทั้งเสือเกราะและกระเป๋าสะพายหลังใบใหญ่ทั้งที่มีพลังมิติ พอทุกคนถามก็บอกว่าเอาไว้หลอกตาเผื่อมีคนแอบจับตามองจะได้ไม่รู้ว่าเป็นคนที่มีพลังมิติ
"พี่มายตัวเล็กจังเลย" น้องคอสเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย ทั้งยังทำมือประกอบให้ทุกคนเข้าใจว่าเล็กแค่ไหนอย่างน่าเอ็นดู
"ตัวเท่าไหล่อาคินอากิตเลย" พี่ไซน์แอบมองซ้ายมองขวาพบว่าพี่ชายคนนี้ตัวเล็กกว่าคนอื่นมากจนเผลอพูดออกมา
"พี่สาวคนสวย น้องแทนโสดมาก" น้องแทนจ้องมองลูกน้องของป่าป๊าด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะป่าวประกาศว่าตัวเองโสดทั้งที่เพิ่งจะได้สามขวบ ทำเอามายถึงกับแก้มแดงเพราะทั้งอายทั้งเขินที่โดนเด็กน้อยน่ารักชมว่าสวยทั้งที่ตัวเองเป็นผู้ชาย
ส่วนคนเป็นป่าป๊าหม่ามี้แทบจะกุมขมับเพราะเจ้าตัวเล็กของบ้าน มีอย่างที่ไหนไปทักว่าคนเขาทั้งตัวเล็กทั้งสวย ดีนะที่ไปทักลูกน้องของป่าป๊าถ้าหากไปทักคนอื่นเข้าคงโดนดุเป็นแน่
"พี่ไซน์น้องคอสน้องแทนครับ พี่มายเป็นผู้ชายนะครับลูก ที่สำคัญวันหลังไม่ทักว่าใครตัวเล็กตัวใหญ่ตัวอ้วนตัวผอมอะไรแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะครับ ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะรู้ไหมเอ่ย"
"หม่ามี้ไม่ดุน้อง" น้องคอสรีบเอ่ยขอโทษแล้วกอดซบหม่ามี้คนสวยทันที ทำเอาคนเป็นหม่ามี้ดุต่อไม่ลง ส่วนพี่ไซน์กับน้องแทนนั้นก็ช้อนตามองอย่างน่าเอ็นดู ทำเอามายที่โดนทักว่าสวยและตัวเล็กถึงกับต้องเอ่ยปากช่วยคุณชายน้อยทั้งสาม
"คุณซินอย่าดุคุณชายเลยนะครับ ผมไม่โกรธเลยครับแค่เขินนิดหน่อย"
"นายไม่โกรธแต่ยังไงก็ต้องสอนเอาไว้ อย่างน้อยต้องให้เด็กๆ รู้ว่าทำแบบไหนดีไม่ดีห้ามใจอ่อนเด็ดขาด"
ศศินพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีแต่ก็แอบจริงจังไปด้วย เพราะเด็กทั้งสามคนยังเล็กอยู่มากศศินจึงคิดว่าการสอนให้ลูกชายเข้าใจเรื่องมารยาทและอะไรควรทำไม่ควรทำตั้งแต่ยังเล็กย่อมดีที่สุด
ด้านเจ้าแฝดทั้งสามก็พยักหน้าหงึกหงักตามเวลาที่หม่ามี้สอนไปด้วย จนกลายเป็นภาพของคุณชายน้อยที่แสนจะน่ารักน่าชัง กำลังพยักหน้าขึ้นลงจนแก้มกระเพื่อม ทำเอาบรรดาลูกน้องของตรีภัทรถึงกับอยากวิ่งเข้าไปกอดหอมคุณชายน้อยทั้งสาม หากไม่ติดว่าจะโดนเจ้านายกระทืบเสียก่อน
"เอาละพี่ไซน์น้องคอสน้องแทน ไหนลูกช่วยบอกป่าป๊าหน่อยสิว่าวันนี้พวกเราจะออกไปเก็บของกัน พวกลูกต้องปฏิบัติตัวยังไงเอ่ย"
ตรีภัทรเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเจ้าตัวแสบทั้งสามไม่ได้หลงลืมคำสั่งไป และคำตอบที่ได้รับก็ทำให้คนเป็นป่าป๊าถึงกับอมยิ้ม
"น้องคอสจะไม่ดื้อไม่ซน"
"พี่ไซน์ก็จะอยู่กับหม่ามี้ตลอด"
"น้องแทนจะช่วยป่าป๊ามองหาของกิน"
"เก่งมากครับเด็กๆ เอาล่ะทีนี้ก็ขึ้นประจำที่ได้เลยครับ"
เมื่อลูกชายเอ่ยตอบทั้งศศินและตรีภัทรก็ยกยิ้มพอใจในความน่ารักของลูก แต่เมื่อจะเดินทางออกนอกกำแพงต้นไม้ก็เล่นเอาลำบากไม่ใช่น้อย เพราะบรรดาต้นไม่ทั้งหลายไม่ยอมปล่อยให้เจ้านายตัวน้อยของพวกตนออกไปเผชิญอันตราย
สุดท้ายแล้วน้องคอสที่สื่อสารรู้เรื่องเพียงคนเดียวก็ใช้ความน่ารักเข้าสู้ จนกระทั่งสามารถต่อรองกับพี่ต้นไม้ทั้งหลายได้ โดยจะมีตัวแทนของพี่ต้นไม้ทั้งหลายเป็นองครักษ์ต้นแมมขนแกะแสนนุ่มฟูน่ารักมาทั้งหมดถึงห้าต้นด้วยกัน
แม้ว่าต้นแมมขนแกะเหล่านี้จะมีขนาดเล็กและดูน่ารักเพียงใด แต่เมื่อกลายพันธุ์แล้วต้นแมมขนแกะขนาดจิ๋วเหล่านี้ กลับพัฒนาความสามารถไปไกลมาก ทั้งสามารถขยายตัวเพิ่มขนาดได้อย่างรวดเร็ว ไหนจะขนนุ่มฟูสีขาวที่ห่อหุ้มทั่วร่างก็สามารถเปลี่ยนเป็นเข็มพิษได้ ดังนั้นต้นแมมขนแกะทั้งห้าต้นจึงได้ร่วมขบวนเดินทางไปด้วยได้นั่นเอง
"ป่าป๊าๆ พี่แมมบอกว่าข้างนอกอากาศเหม็นมาก"
"พี่แมมไม่ต้องบอกแทนก็เหม็นเหมือนกัน"
น้องคอสได้ยินพี่แมมขนแกะบ่นก็รีบบอกป่าป๊าของตนทันที แต่แทนที่ทุกคนจะตื่นเต้นกลับกลายเป็นทุกคนก็ได้กลิ่นไม่ต่างกัน เพราะเมื่อออกพ้นรั้วบ้านแล้วทุกคนได้พบว่าที่ด้านนอกกำแพงต้นไม้ ล้วนเต็มไปด้วยเศษซากของมนุษย์และสัตว์ที่ถูกกัดกิน และยังมีซอมบี้ตัวเหม็นที่เดินเพ่นพ่านไปทั่วจึงทำให้อากาศไม่บริสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย
"พี่แมมบอกว่ามีพิษ"
น้องคอสไม่ยอมแพ้รีบอธิบายให้ทุกคนได้ฟัง เพราะต้นแมมขนแกะไม่ยอมแพ้ที่จะอธิบายออกมา มันบอกเล่าให้น้องคอสได้ฟังว่าในอากาศด้านนอกนั้นเต็มไปด้วยพิษร้ายที่มาจากเกสรของดอกไม้กลายพันธุ์ พวกมันสามารถทำให้คนที่สูดดมเข้าไปมึนเมาและหลงลืมได้
เมื่อน้องคอสอธิบายเสร็จทุกคนก็เริ่มวิตกเพราะละอองเกสรมีขนาดเล็กมา ทุกคนอาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อถ้าเผลอสูดดมเข้าไป แต่น้องคอสที่ตั้งใจฟังต้นแมมขนแกะเล่า
จนสุดท้ายตรีภัทรต้องใช้พลังจิตของตนเองควบคุมอากาศที่อยู่นอกตัวรถเอาไว้ ไม่ให้เคลื่อนที่เข้ามาภายในรถขณะที่กำลังลดหน้าต่างลง เพื่อให้ต้นแมมขนแกะได้ปล่อยขนของพวกมันออกไปด้านนอกเพื่อจัดการกับพิษทั้งหลาย
"พี่แมมบอกว่าปลอดภัยแล้วครับป่าป๊า"
น้องคอสยิ้มแฉ่งจนแก้มขึ้นหนวดแมวพร้อมกับเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง สาเหตุก็เพราะว่าต้นแมมขนแกะของเจ้าตัวนั้นนอกจากจะกำจัดพิษด้านนอกได้แล้ว ยังสามารถหลอกล่อต้นกระดิ่งนางฟ้าที่กลายพันธุ์แล้วให้เดินทางกลับไปรอที่บ้านได้ น้องคอสที่แสนจะชอบพี่ต้นไม้จึงดีใจมากที่จะมีพี่ต้นไม้เพิ่ม
"ฝากขอบคุณพี่แมมของลูกด้วยนะครับ ทุกคนปลอดภัยเพราะน้องคอสกับพี่แมมเลยนะคนเก่ง"
"คิกคิก พี่แมมบอกว่าน้องคอสเก่งที่สุด"
พี่ไซน์กับน้องแทนถึงกับกลอกตามองบนเมื่อน้องคอสถูกชม แต่จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาฝาแฝดของพวกตนนั้นสั่งงานต้นไม้ได้เก่งมาก ทำเอาสองคนต่างรีบค้นหาพลังของตัวเองเพื่อมาปล่อยท่าไม้ตายอวดหม่ามี้กันเลยทีเดียว
หลังจากเดินทางเข้าเมืองมาไกลกว่าครั้งก่อนเกือบสามสิบกิโลเมตร ตรีภัทรก็ถึงกับรู้สึกถึงพลังที่พลุ่งพล่านออกมาจากร่างกาย เพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมานั้น ป่าป๊าสุดหล่อของเจ้าแฝดพยายามใช้พลังเคลื่อนย้ายรถทุกคันที่ขวางทางออกให้พ้นทาง และดูเหมือนว่าพลังที่มีอยู่เดิมจะเลื่อนระดับขึ้นด้วย สังเกตได้จากรถหลายสิบคันที่เหมือนถูกพลังบางอย่างผลักออกเป็นวงกว้าง
"พี่ตรีครับ พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
"พี่คิดว่าพี่เพิ่งจะเลื่อนระดับขึ้นนะครับ ดูเหมือนว่าพี่จะควบคุมทุกอย่างรอบตัวได้ไกลกว่าเดิมมาก"
ตรีภัทรไม่ปล่อยให้ตนเองข้องใจกับเรื่องการเลื่อนระดับ เพราะตั้งแต่วันสิ้นโลกมาถึงมีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป ถ้าการที่ได้รับพลังมาและมันเลื่อนระดับได้ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป
"พี่จะลองผลักรถออกให้พ้นเส้นทางทั้งหมด จะได้ไม่ต้องคอยเลื่อนรถออกครั้งละคันสองคันแบบนี้"
ศศินได้แต่กุมมือของสามีเอาไว้เพราะไม่อยากให้อีกคนใช้พลังมากเกินไป เวลานี้พวกเขาไม่อาจทำอะไรเกินตัวได้ การที่ตรีภัทรอยากทดลองใช้พลังจึงเป็นเรื่องที่ศศินกังวลไม่น้อย
"นายจัดเต็มได้เลยครับ ผมกับไอ้กิตจะคุ้มครองนายเอง"
"ฉันมีลูกกับเมียอยู่ด้วย คิดว่าฉันจะเผลอบ้าใช้พลังมากจนหมดสติได้รึไงกัน? ซินไม่ต้องห่วงนะครับพี่จะไม่ทำอะไรเกินตัว"
เมื่อพูดกับภรรยาสุดที่รักจบตรีภัทรก็เริ่มควบคุมพลังให้พุ่งไปด้านหน้าเป็นทิศทางเดียว กระแสพลังที่ถูกส่งออกไปนั้นแข็งแกร่งมาก จนทำให้รถยนต์ที่จอดระเกะระกะอยู่ทั่วถนน ถูกกวาดออกไปกองอยู่สองข้างทางจนคล้ายกำแพงที่ทำจากเศษรถ
ตรีภัทรใช้พลังอีกครั้งเพื่อบดอัดเศษรถให้รวมตัวกันเป็นกำแพงทอดยาวไปไกล ยิ่งกิตติขับรถออกมาไกลเท่าไหร่กำแพงเศษเหล็กก็ถูกสร้างทอดยาวออกไปเท่านั้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดตรีภัทรก็เลื่อนระดับอีกครั้ง
"พี่คิดว่าตอนนี้พลังของพี่น่าจะอยู่ที่ระดับสาม และที่สำคัญคือพี่คิดว่าพี่มีพลังอีกอย่างเพิ่มขึ้นมา"
ตรีภัทรหันมองภรรยาของตนเองด้วยความดีใจ การฝืนใช้พลังเพื่อพิสูจน์ว่าการเลื่อนระดับมีอยู่จริง ทำให้ตรีภัทรได้รู้ว่าตนเองนั้นมีพลังอีกอย่างหลบซ่อนอยู่ ไม่นานหลังจากที่พูดจบทุกคนก็ได้เห็นกลุ่มก้อนสายฟ้าที่รวมตัวกันหมุนวนคล้ายพายุอยู่ตรงหน้าขบวนรถ
"พี่ว่าพี่มีพลังจิตพลังสายฟ้าแล้วก็พลังลมด้วย พี่ไซน์กับน้องแทนชอบไหมครับ ป่าป๊ามีพลังสายฟ้าแล้วก็พลังลมเลยนะ"
"เย้ๆ พี่ไซน์ชอบมาก"
"ว้าว!! สายฟ้าหมุนติ้วๆ"
"ป่าป๊าเก่งมาก เก่งที่สุดเลยเย้!"
พี่ไซน์ที่ชอบเลียนแบบป่าป๊า ในเวลานี้ถึงกับดีดขาไปมาด้วยความดีใจเพราะป่าป๊ามีพลังเหมือนตัวเอง ในขณะที่น้องคอสก็เอาแต่มองตามพายุสายฟ้าตาโตอย่างน่าเอ็นดู ส่วนตัวแสบประจำบ้านอย่างน้องแทนก็ถึงกับปรบมือชอบใจ เพราะป่าป๊ามีพลังสุดเท่แถมยังมีมากถึงสามอย่าง นับว่าการเลื่อนระดับของตรีภัทรในครั้งนี้ เจ้าตัวได้กลายเป็นป่าป๊าที่เก่งที่สุดในสายตาของเจ้าแฝดไปเสียแล้ว