ทะลุมิติเป็นเมิ่งอวี่ หมอผู้เปลี่ยนชะตาแผ่นดิน

ทะลุมิติเป็นเมิ่งอวี่ หมอผู้เปลี่ยนชะตาแผ่นดิน

last updateHuling Na-update : 2026-10-23
By:  พิมพ์ใจIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
10Mga Kabanata
6views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เมื่อแพทย์หนุ่มจากโลกปัจจุบันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ “เมิ่งอวี่” ชายหนุ่มยากจนแห่งหมู่บ้านชนบท สิ่งที่เขามีติดตัวไม่ใช่อำนาจหรือโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ หากแต่เป็นความรู้ด้านการแพทย์และสมุนไพรที่สั่งสมมาทั้งชีวิต จากกระท่อมเก่าหลังหนึ่งและที่ดินรกร้างผืนเล็ก เมิ่งอวี่เริ่มปลูกสมุนไพร ปรุงยา รักษาคนป่วย และค่อยๆ สร้างชื่อเสียงในฐานะหมอผู้มีฝีมือเหนือผู้ใด ทว่าเส้นทางชีวิตของเขากลับเปลี่ยนไป เมื่อได้ช่วยชีวิต “หรงจิ่นเซวียน” เศรษฐีเจ้าของที่ดินผู้มั่งคั่งที่สุดในแคว้น ชายผู้ถูกหมอทั่วหล้าตัดสินว่าไม่มีวันมีชีวิตยืนยาว จากคนไข้…กลายเป็นสหาย จากสหาย…กลายเป็นคนสำคัญ และจากการรักษาโรคร้าย กลับกลายเป็นการรักษาหัวใจของชายผู้โดดเดี่ยวมาตลอดชีวิต ร่วมติดตามเรื่องราวการสร้างสวนสมุนไพร คิดค้นตำรับยา รักษาผู้คนทั่วแผ่นดิน และความรักอันอบอุ่นของหมอหนุ่มผู้เปลี่ยนชะตาผู้คนด้วยสองมือของตนเอง

view more

Kabanata 1

ตอนที่ 1: ตื่นจากฝัน รอยต่อของสองวิญญาณ

ตอนที่ 1: ตื่นจากฝัน รอยต่อของสองวิญญาณ

ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงเสียจนประสาทรับรู้ทุกส่วนของร่างกายคล้ายจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ

เสียงบดขยี้ของโลหะหนักหลายตันที่พุ่งเข้าปะทะร่างอย่างรุนแรงยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ‘เหมือนฝัน’ ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลจำได้ดีว่าวินาทีนั้นเขากำลังประคองพวงมาลัยรถยนต์คันเก่งกลับจากการเข้าเวรยาวนานกว่าสามสิบชั่วโมง เปลือกตาที่หนักอึ้งและสติที่หลุดลอยเพียงเสี้ยววินาทีดึงเขาลงสู่ขุมนรกแห่งความตายเด่นชัด

วิ้ดว่อ... วิ้ดว่อ...

เสียงไซเรนของรถพยาบาลดังก้องสะท้อนกังวานลอยมาแว่ว ๆ แสงสีแดงและน้ำเงินกะพริบวิบวับผ่านม่านตาที่พร่าเลือน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นไหม้ของยางรถยนต์และน้ำมันเครื่อง เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามยื้อชีวิตเขาดังกดทับเข้ามาในสมอง

“คนไข้สัญญาณชีพต่ำลงเรื่อย ๆ! คุณหมอครับ! คุณหมอเหมือนฝัน ได้ยินผมไหมครับ!”

‘ได้ยิน... ฉันได้ยิน...’ เหมือนฝันพยายามเปล่งเสียงตอบในใจ ทว่าลำคอกลับแห้งผากและเต็มไปด้วยก้อนเลือดอุ่นจัดที่ทะลักออกมา เขาเป็นหมอ ย่อมรู้ดีว่าสภาพการณ์เช่นนี้หมายถึงอะไร โอกาสรอดชีวิตแทบเป็นศูนย์ กระดูกทุกชิ้นในร่างแหลกเหลว สัญญาณชีพที่กำลังดิ่งลงเหวคือเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย

แต่แล้ว... ในจังหวะที่หัวใจเต้นช้าลงจนเกือบจะหยุดนิ่ง เสียงไซเรนที่เคยดังก้องกลับค่อย ๆ แผ่วลง... แผ่วลง... ราวกับมีใครบางคนหมุนปุ่มลดเสียงของโลกใบนี้ลงอย่างช้า ๆ

แสงสีแดงน้ำเงินที่กะพริบพรายละลายหายไปในความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง กลิ่นไหม้ของยางรถยนต์จางหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นกลิ่นอีกชนิดหนึ่ง... มันเป็นกลิ่นอับชื้นของเนื้อไม้เก่า กลิ่นดินแห้ง และกลิ่นจาง ๆ ของหญ้าแห้งที่คุ้นเคยอย่างประหลาด

ซ่า... ซ่า...

ไม่ใช่เสียงฝนตก แต่เป็นเสียงลมพัดผ่านทะลุยอดไม้เขียวขจีลึกเข้าไปในราวป่า ผสมผสานกับเสียงระงมของจิ้งหรีดเรไรและแมลงกลางคืนที่กรีดร้องระงมเป็นท่วงทำนองต่ำเบา บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนจากความเร่งรีบวุ่นวายในเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ กลายเป็นความสงัดเงียบที่เยือกเย็น

“อึก...”

ความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สมอง ทว่ามันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากกระดูกแหลกเหลวเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันเป็นความเจ็บปวดจากความหนาวเหน็บที่กัดกินเข้าถึงกระดูก และความระบมล้าของร่างกายที่ขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน

เหมือนฝันพยายามลืมตาขึ้น เปลือกตาของเขาหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหิน ขนตาขยับเปิดออกอย่างยากลำบาก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพดานสีขาวสะอาดของห้องฉุกเฉิน หรือแสงไฟจากโคมผ่าตัดที่สว่างจ้า หากแต่เป็นโครงหลังคามุงจากและแผ่นไม้ผุพังที่มีรอยโหว่ขนาดใหญ่ จนมองเห็นแสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้ายามค่ำคืนได้อย่างสลัวลาง

“ที่นี่... ที่ไหน...”

เสียงที่หลุดรอดจากริมฝีปากแห้งแตกนั้นแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของภูตผี เขาพยายามจะขยับมือ แต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับไม่ใช่เตียงคนไข้ที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาว หากแต่เป็นเตียงไม้กระดานแข็ง ๆ ที่มีเสี้ยนไม้ตำผิว และผ้าห่มเก่า ๆ บางเฉียบจนแทบไม่ช่วยกันลมหนาวที่รอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่พังทลายลงมาครึ่งซีกเลยแม้แต่น้อย

ลมหนาวแห่งราตรีกาลพัดกรรโชกเข้ามาหอบหนึ่ง พาเอาความเย็นเยียบจนตัวสั่นสะท้านมาสู่ร่างบางบนเตียง เหมือนฝันขดตัวเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ สมองของเขาสับสนงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

‘เราตายแล้วไม่ใช่หรือ? ร่างกายที่แหลกเหลวขนาดนั้น ไม่มีทางรอดได้เลย... แล้วที่นี่มันคือส่วนไหนของโรงพยาบาลกัน?’

ในขณะที่จิตใต้สำนึกของศัลยแพทย์หนุ่มกำลังตั้งคำถาม จู่ ๆ ความปวดแปลบอย่างรุนแรงก็แล่นเข้าสู่ใจกลางสมอง ราวกับมีน้ำพุร้อนเดือดพล่านระเบิดออกอยู่ภายใน หัวของเขาแทบจะแยกออกเป็นสองซีก ภาพเหตุการณ์ เรื่องราว และความรู้สึกมากมายที่ไม่ใช่ของเขาเองหลั่งไหลบ่าบ่าเข้ามาดั่งเขื่อนแตก

มันเป็นความทรงจำของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง... เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า ‘เมิ่งอวี่’ (梦玉)

ภาพชีวิตของเมิ่งอวี่ฉายชัดในหัวของเหมือนฝันราวกับภาพยนตร์ที่เร่งความเร็ว ชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบสองปี ผิวพรรณซูบซีด ร่างกายผอมเกร็งจนเห็นกระดูก โครงหน้าสละสลวยติดจะงดงามทว่ากลับหม่นหมองเพราะความทุกข์ยาก เมิ่งอวี่เป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาใน ‘หมู่บ้านชิงซี’ (青溪村) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่สุดปลายชายขอบของ ‘แคว้นต้าหรง’ (大荣国) ดินแดนที่โอบล้อมไปด้วยทิวเขาและลำธารธรรมชาติ

เมิ่งอวี่ไม่มีบิดามารดา ไม่มีญาติพี่น้อง อาศัยอยู่ในกระท่อมไม้ผุพังหลังนี้เพียงลำพัง เลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างทำไร่ไถนาและเก็บฟืนไปขายในเมืองทว่าโชคชะตากลับกลั่นแกล้ง เมื่อไม่กี่วันก่อน ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วของเมิ่งอวี่เกิดล้มป่วยด้วยไข้ป่าอย่างรุนแรง ไม่มีเงินซื้อยา นอนซมอยู่บนเตียงไม้กระดานนี้ท่ามกลางความหนาวเหน็บและหิวโหย จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารหลุดลอยไปในความมืด

และในเสี้ยววินาทีที่วิญญาณของเมิ่งอวี่ดับสูญ วิญญาณของ ‘เหมือนฝัน’ ที่หลุดลอยมาจากอุบัติเหตุในอีกโลกหนึ่งก็ถูกแรงเหวี่ยงแห่งโชคชะตาดึงดูดให้เข้ามาสวมรอยในร่างที่ยังอุ่นอยู่ดุจรอยต่อที่ไร้ตะเข็บ

“อึก... อา...”

เหมือนฝัน— หรือในยามนี้คือเมิ่งอวี่ ยกมือขึ้นกุมศีรษะที่แทบระเบิด ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับภาษา วัฒนธรรม โครงสร้างสังคม และภูมิศาสตร์ของโลกใบนี้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเขาอย่างสมบูรณ์ เขาพบว่าตัวเองสามารถเข้าใจและพูดภาษาของโลกนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด

เมื่ออาการปวดหัวค่อย ๆ บรรเทาลง เมิ่งอวี่กางฝ่ามือของตนเองขึ้นมาดูตรงหน้า อาศัยแสงจันทร์สีเงินที่สาดส่องผ่านช่องหลังคาผุพัง สำรวจสิ่งที่เรียกว่า ‘ร่างกายใหม่’ ของตน

ฝ่ามือนั้นคู่หนาและหยาบกร้าน มีรอยด้านหนาตามข้อนิ้วและอุ้งมือจากการตรากตรำทำงานหนัก เล็บมือมีรอยขีดข่วนและคราบดินแห้งกรัง แขนเสื้อผ้าป่านหยาบ ๆ ที่สวมอยู่ขาดกะรุ่งกะริ่งและเต็มไปด้วยรอยปะชุน สภาพเช่นนี้ห่างไกลจากคำว่า ‘หมอหนุ่มในห้องแอร์’ ที่มีมือเนียนนุ่มสำหรับจับมีดผ่าตัดราวนภาขยับลงสู่พสุธา

“นี่ฉัน... ทะลุมิติมาจริง ๆ หรือนี่?”

เมิ่งอวี่พึมพำกับตัวเอง เสียงที่เปล่งออกมาใสกระจ่างกว่าเสียงเดิมในโลกก่อน ทว่าแฝงไปด้วยความอ่อนแรงอย่างถึงที่สุด เขาหัวเราะแหบ ๆ ในลำคอ ความรู้สึกปนเปกันระหว่างความเหลือเชื่อ ความอัศจรรย์ใจ และความรันทดในโชคชะตาผุดขึ้นมาในอก

ในโลกก่อน เขาเรียนแทบล้มประดาตายกว่าจะได้เป็นศัลยแพทย์ระดับแนวหน้า มีเงินทอง มีหน้าตาในสังคม มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยอยู่ปลายนิ้ว แต่ในตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความฝันที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือความจริงอันโหดร้ายของยุคโบราณที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าหรือยาปฏิชีวนะ

เมิ่งอวี่สูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นและลมหนาวช่วยเรียกสติที่ยังหลงเหลือให้กลับคืนมาอย่างเต็มที่ ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสที่สองให้เขาได้มีชีวิตรอด ไม่ว่าจะอยู่ในร่างของใคร หรือในโลกที่ทุรกันดารเพียงใด เขาก็ไม่มีวันยอมแพ้ล้มตายไปเป็นรอบที่สองอย่างแน่นอน คนเป็นหมอย่อมตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตมากกว่าใคร

เขาค่อย ๆ พยุงกายที่อ่อนเปลี้ยลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังบางสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านมาจากกระดานไม้ เมิ่งอวี่สะบัดผ้าห่มผืนบางออก ก้าวเท้าเปลือยเปล่าลงแตะพื้นดินที่เย็นเฉียบจนตัวสั่นสะท้าน เขาต้องเดินประคองผนังไม้ที่สั่นไหวตามแรงลมเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มพับลงไป

ดวงตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้ดีแล้วกวาดมองไปรอบ ๆ กระท่อมหลังน้อย สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามีเพียงความว่างจำเจและแร้นแค้น

ภายในกระท่อมมีขนาดเล็กแคบไม่ต่างจากห้องเก็บของเก่า บนพื้นดินมีเตาดินเผาเล็ก ๆ สำหรับต้มน้ำที่เวลานี้มีเพียงเถ้าถ่านเย็นชืด มุมหนึ่งของห้องมีโต๊ะไม้สามขาที่ดูโยกเยก บนโต๊ะมีตะเกียงน้ำมันเก่า ๆ ที่น้ำมันแห้งขอดจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว

เมิ่งอวี่เดินลากขากะเผลกไปยังมุมที่จำได้ว่าเป็น ‘ห้องครัว’ หรือจะเรียกให้ถูกคือมุมทำอาหารที่มีหม้อดินเผามีรอยร้าวอยู่ใบหนึ่ง ข้าง ๆ กันนั้นมีถังไม้สำหรับใส่ข้าวสารตั้งอยู่ เขาใช้มือที่สั่นเทาเปิดฝาถังไม้ออกดู หวังว่าจะพบสิ่งใดที่สามารถประทังความหิวโหยที่กำลังกัดกินลำไส้จนแสบร้อน

ทว่า ความเป็นจริงกลับสะท้อนกลับมาเป็นความว่างเปล่า

ในถังไม้ขนาดกลางใบนั้น มีเมล็ดข้าวสารหัก ๆ กองอยู่ที่ก้นถังเพียงไม่กี่กำมือ... มันน้อยเสียจนหากนำมาต้มเป็นข้าวต้ม ก็คงได้เพียงน้ำข้าวใส ๆ ที่ไม่มีเนื้อให้เคี้ยวเลยด้วยซ้ำ

“ให้ตายเถอะ... นี่มันยิ่งกว่าถังแตกเสียอีก”

เมิ่งอวี่ประคองถังข้าวสารพลางตัดพ้อปนขำ ใบหน้าสละสลวยบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความปลงตก ในชีวิตก่อนอย่างมากที่สุดเขาก็แค่เหนื่อยล้าจากการควงเวรจนไม่มีเวลาทานข้าว แต่ไม่เคยต้องมาเผชิญหน้ากับความอดอยากระดับวิกฤตเช่นนี้มาก่อน สมองของหมอหนุ่มเริ่มคำนวณสารอาหารในร่างกายทันที ร่างนี้ขาดสารอาหารเรื้อรัง ดัชนีมวลกายคงต่ำกว่าเกณฑ์ไปไกล หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อให้ไม่ตายด้วยไข้ป่า ก็คงต้องตายเพราะขาดสารอาหารในไม่กี่วัน

สายตาของเขาเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษหยาบ ๆ แผ่นหนึ่งที่ถูกหินก้อนเล็ก ๆ ทับไว้บนโต๊ะไม้สามขา เมิ่งอวี่วางถังข้าวสารลงแล้วเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู อาศัยแสงสว่างจากดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา เขากวาดสายตาอ่านตัวอักษรจีนโบราณที่ปรากฏบนกระดาษด้วยความเข้าใจจากความทรงจำของร่างเดิม

มันคือ ‘ใบตราหนี้’

เนื้อความในกระดาษระบุชัดเจนว่า เมิ่งอวี่ได้หยิบยืมเงินจากผู้ใหญ่บ้านมาชำระค่าภาษีที่ดินและค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยก่อนหน้านี้ เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น ๕ ตำลึงเงิน และมีกำหนดที่ต้องชำระคืนภายในสิ้นเดือนนี้ หากไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ ที่ดินทำกินผืนเล็กและกระท่อมหลังนี้จะถูกยึด

“๕ ตำลึงเงิน...” เมิ่งอวี่พึมพำ ตัวเลขนี้สำหรับชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านชิงซีนับว่าเป็นเงินก้อนโตมหาศาล ลำพังแค่ข้าวสารจะกรอกหม้อยังไม่มี แล้วเขาจะไปหาเงินจำนวนมากมายขนาดนี้มาจากไหนในเวลาอันสั้น

เมิ่งอวี่ปล่อยกระดาษใบหนี้ลงบนโต๊ะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ตัวเตี้ยอย่างหมดแรง พิงแผ่นหลังเข้ากับผนังกระท่อม ฟังเสียงลมหนาวที่ยังคงหวีดหวิวอยู่นอกหน้าต่าง สภาพแวดล้อมรอบกายช่างห่างไกลจากโลกเทคโนโลยีที่เขาจากมาเหลือเกิน

ที่นี่ไม่มีสมาร์ตโฟนสำหรับติดต่อสื่อสาร ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ค้นคว้าข้อมูล ไม่มีรถยนต์ความเร็วสูง และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีโรงพยาบาลที่ทันสมัย ไม่มีระบบยาต้านจุลชีพ ไม่มีห้องผ่าตัดปลอดเชื้อที่สามารถเนรมิตปาฏิหาริย์ให้แก่ผู้ป่วยได้ หากใครคนหนึ่งล้มป่วยลงในยุคนี้ สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือสมุนไพรจากธรรมชาติและโชคชะตาเท่านั้น

“เริ่มต้นจากศูนย์ยังไม่พอ นี่มันเรียกว่าเริ่มต้นจากติดลบชัด ๆ”

เขาหัวเราะเยาะหยันในโชคชะตาของตนเองเบา ๆ ทว่าในแววตาที่หม่นแสงของเมิ่งอวี่กลับค่อย ๆ จุดประกายความมุ่งมั่นขึ้นมาทีละน้อย ความกลัวเริ่มมลายหายไป สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์และความเป็นแพทย์เริ่มเข้าควบคุมสถานการณ์

แม้ว่าเขาจะไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีเงินทอง และไม่มีพละกำลังของร่างกาย แต่สิ่งหนึ่งที่สวรรค์ไม่ได้พรากไปจากเขา และเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดยิ่งกว่าทองคำร้อยชั่ง... นั่นคือ ‘ความรู้ทางการแพทย์’

สมองของเขาอัดแน่นไปด้วยความรู้เรื่องกายวิภาคศาสตร์ คลังตำรับยาสมุนไพรทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณที่เขาเคยศึกษามาอย่างทะลุปรุโปร่งในฐานะแพทย์ บาดแผล โรคภัยไข้เจ็บ หรือการรักษาพยาบาล สิ่งเหล่านี้คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดที่เขาจะใช้เบิกทางในโลกใบใหม่นี้

จากความทรงจำของร่างเดิม หมู่บ้านชิงซีตั้งอยู่ติดกับ ‘ภูเขาหมื่นโอสถ’ (万药山) ทิวเขาสลับซับซ้อนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งชาวบ้านล่ำลือกันว่าเป็นแหล่งรวมของสมุนไพรล้ำค่าและหายากมากมาย แม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยความอันตรายจากสัตว์ร้ายและเส้นทางที่สูงชัน แต่สำหรับเมิ่งอวี่แล้ว มันคือขุมทรัพย์ธรรมชาติที่จะช่วยให้เขารอดชีวิต

“ในเมื่อให้ฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ฉันก็จะไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอกนะ”

เมิ่งอวี่กำหมัดแน่น ผิวสัมผัสที่หยาบกร้านของฝ่ามือย้ำเตือนให้เขารู้ว่าต้องสูดลมหายใจและสู้ต่อไป

“หนี้ ๕ ตำลึงเงิน ข้าวสารไม่กี่กำมือ... คอยดูเถอะ หมอคนนี้จะเปลี่ยนชะตาชีวิตบัดซบนี้ให้ดู”

เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยความมั่นคงที่มากกว่าเดิม แม้ร่างกายจะยังคงสั่นเทาจากความหนาวและเหนื่อยล้า เมิ่งอวี่เดินกลับไปที่เตียงไม้กระดาน ล้มตัวลงนอนและดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมกาย เขาจำเป็นต้องพักผ่อนเพื่อให้ร่างนี้มีพละกำลังมากพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริงในวันพรุ่งนี้

เสียงจิ้งหรีดนอกกระท่อมยังคงบรรเลงเพลงขับกล่อม ลมหนาวยังคงพัดผ่านรอยโหว่ของผนังไม้ ทว่าในใจของ ‘เมิ่งอวี่’ คนใหม่ในยามนี้ กลับไม่มีความหวาดกลัวต่อความมืดมิดอีกต่อไป มีเพียงเปลวไฟแห่งความหวังและการเริ่มต้นใหม่ที่จะสว่างไสวขึ้นพร้อมกับแสงตะวันของวันพรุ่งนี้

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
10 Kabanata
ตอนที่ 1: ตื่นจากฝัน รอยต่อของสองวิญญาณ
ตอนที่ 1: ตื่นจากฝัน รอยต่อของสองวิญญาณความเจ็บปวดนั้นรุนแรงเสียจนประสาทรับรู้ทุกส่วนของร่างกายคล้ายจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆเสียงบดขยี้ของโลหะหนักหลายตันที่พุ่งเข้าปะทะร่างอย่างรุนแรงยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ‘เหมือนฝัน’ ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลจำได้ดีว่าวินาทีนั้นเขากำลังประคองพวงมาลัยรถยนต์คันเก่งกลับจากการเข้าเวรยาวนานกว่าสามสิบชั่วโมง เปลือกตาที่หนักอึ้งและสติที่หลุดลอยเพียงเสี้ยววินาทีดึงเขาลงสู่ขุมนรกแห่งความตายเด่นชัดวิ้ดว่อ... วิ้ดว่อ...เสียงไซเรนของรถพยาบาลดังก้องสะท้อนกังวานลอยมาแว่ว ๆ แสงสีแดงและน้ำเงินกะพริบวิบวับผ่านม่านตาที่พร่าเลือน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นไหม้ของยางรถยนต์และน้ำมันเครื่อง เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามยื้อชีวิตเขาดังกดทับเข้ามาในสมอง“คนไข้สัญญาณชีพต่ำลงเรื่อย ๆ! คุณหมอครับ! คุณหมอเหมือนฝัน ได้ยินผมไหมครับ!”‘ได้ยิน... ฉันได้ยิน...’ เหมือนฝันพยายามเปล่งเสียงตอบในใจ ทว่าลำคอกลับแห้งผากและเต็มไปด้วยก้อนเลือดอุ่นจัดที่ทะลักออกมา เขาเป็นหมอ ย่อมรู้ดีว่าสภาพการณ์เช่นนี้หมายถึงอะไร โอกาสรอดชีวิตแทบเป็นศูนย์ กระดูกทุกชิ้นในร่
last updateHuling Na-update : 2026-10-20
Magbasa pa
ตอนที่ 2: สำรวจป่าหลังบ้านและทรัพย์สินที่ซ่อนอยู่
ตอนที่ 2: สำรวจป่าหลังบ้านและทรัพย์สินที่ซ่อนอยู่แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า ทอประกายผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้ผุพังในกระท่อมหลังน้อยที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านชิงซี เสียงไก่ป่าขันกระชั้นชิดแว่วมาจากแนวเขาหมื่นโอสถ ปลุกให้ดวงจิตของแพทย์หนุ่มจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดในร่างของ ‘เมิ่งอวี่’ ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนานและสับสนเขาลืมตาขึ้น มองสำรวจเพดานมุงจากที่มีร่องรอยซ่อมแซมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม กลิ่นอับชื้นของฟางและคราบฝุ่นจางๆ ลอยมาแตะจมูก ย้ำเตือนว่าความทรงจำเมื่อวานไม่ใช่ความฝันอันเหลวไหล เขาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองปีที่มีชื่อแซ่เดียวกัน ทว่ามีชะตากรรมต่างกันลิบลับจากอายุรแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์การแพทย์ที่มีอนาคตรุ่งโรจน์ กลับต้องกลายมาเป็นชาวบ้านยากจนข้นแค้น มีเพียงกระท่อมซ่อมซ่อและหนี้สินที่บิดาผู้ล่วงลับทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเมิ่งอวี่ถอนหายใจยาว พลางยันกายลุกขึ้นจากเตียงไม้กระดานที่แข็งกระด้างจนทำให้แผ่นหลังระบม เขาสำรวจร่างกายนี้อีกครั้ง ผิวพรรณหยาบกร้านจากการทำงานหนักและขาดสารอาหาร นิ้วมือเรียวยาวแต่มีรอยแผลเป็นเล็กๆ น้อยๆ จากการถากถางพงหญ้า
last updateHuling Na-update : 2026-10-20
Magbasa pa
ตอนที่ 3: คนไข้คนแรกกับอานุภาพแห่งวิชาแพทย์
ตอนที่ 3: คนไข้คนแรกกับอานุภาพแห่งวิชาแพทย์แสงอรุณแรกแห่งวันสาดส่องผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมยอดเขาหมื่นโอสถ ละอองหมอกสีขาวนวลราวกับผืนผ้าไหมเนื้อละเอียดค่อยๆ เคลื่อนตัวเอื่อยเฉื่อยไปตามไหล่เขา เผยให้เห็นความเขียวขจีของแมกไม้และหน้าผาสูงชันที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วประสานกับเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านยอดสน บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความสงบและบริสุทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์ของชนบทในแคว้นต้าหรงเมิ่งอวี่ ในชุดผ้ากระสอบป่านเนื้อหยาบสีซีด ทว่าสะอาดสะอ้าน ยืนสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด กลิ่นอายของดินชื้นและใบไม้ใบหญ้าหลังฝนตกเมื่อคืนช่วยให้สมองของเขาปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บนแผ่นหลังบอบบางของชายหนุ่มอายุยี่สิบสองปีมีตะกร้าสานไม้ไผ่ใบเก่าสะพายอยู่ ในมือถือมีดด้ามสั้นสำหรับขุดรากไม้ที่เขาฝนจนคมกริบนับเป็นเวลาหลายวันแล้วหลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาในร่างนี้ ร่างของเด็กหนุ่มกำพร้าผู้ยากไร้ในหมู่บ้านชิงซี ผู้มีชื่อแซ่เดียวกับเขาในชาติภพก่อน ในฐานะแพทย์แผนปัจจุบันที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เข็มฉีดยา และเสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดสัญญาณชีพในห้องฉุกเฉินอันเร่งรีบ
last updateHuling Na-update : 2026-10-20
Magbasa pa
ตอนที่ 4: มิตรภาพ น้ำใจ และข้าวสารเม็ดแรก
ตอนที่ 4: มิตรภาพ น้ำใจ และข้าวสารเม็ดแรกสายลมเอื่อยยามเช้าพัดผ่านยอดหญ้าเขียวขจี ชะล้างเอาความเหน็บหนาวของค่ำคืนให้อันตรธานหายไป แสงอาทิตย์สีทองอ่อนรำไรทอประกายจับท้องฟ้า ทะลุผ่านหมู่เมฆขาวและทอดตัวลงกระทบผิวน้ำในลำธารสายเล็กของหมู่บ้านชิงซีจนดูราวกับเกล็ดเงินระยิบระยับ เสียงนกร้องจิ๊บๆ แว่วมาจากราวป่า ช่างเป็นทัศนียภาพที่งดงามและสงบเงียบจนยากจะเชื่อว่านี่คือโลกโบราณที่ห่างไกลจากเทคโนโลยีและแสงสีที่เมิ่งอวี่เคยคุ้นเคยภายในเรือนเมิ่ง หรือหากจะเรียกให้ถูกต้องตามความเป็นจริงในเวลานี้ก็คือ ‘กระท่อมดินมุงหญ้าคาหลังย่อม’ ร่างโปร่งของเมิ่งอวี่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างคูหาเล็ก เขากำลังสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ สองวันแล้ว... สองวันเต็มๆ ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มกำพร้าผู้อัตคัดขัดสนคนนี้ แม้ในช่วงแรกจะมีความสับสนและตื่นตระหนกแล่นพล่านอยู่ในอก ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป จิตวิญญาณของแพทย์หนุ่มจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดผู้ผ่านโลกมามากและมีจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวก็เริ่มปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมิ่งอวี่ก้มลงมองฝ่ามือของตนเอง ผิวพรรณของร่างนี้ค่อนข้างซูบซีดและหยาบกร้านจากการทำงานหนักและขาดสารอาหาร
last updateHuling Na-update : 2026-10-23
Magbasa pa
ตอนที่ 5: ก้าวแรกสู่อวิ๋นโจว เมืองแห่งโอกาส
ตอนที่ 5: ก้าวแรกสู่อวิ๋นโจว เมืองแห่งโอกาสสายลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านหุบเขา นำพาเอาความเย็นสบายมาสู่หมู่บ้านชิงซี แสงทองของดวงอาทิตย์เพิ่งจะจับขอบฟ้า ทอประกายระยิบระยับบนยอดหญ้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้าง นกป่าส่งเสียงร้องจิ๊บจับรับอรุณอันสดใสภายในเรือนเมิ่งอันเป็นกระท่อมหลังย่อม ทว่าบัดนี้กลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เมิ่งอวี่ ชายหนุ่มวัยยี่สิบสองปีในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบสีสะอาดตากำลังสาละวนอยู่กับการจัดเตรียมสิ่งของ ร่างโปร่งบางทว่าแฝงไปด้วยความทะมัดทะแมงก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างกระด้งสานใบใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่บนแคร่ไม้ไผ่"ตังกุยชุดนี้แห้งสนิทดีแล้ว สีสันยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่ดำคล้ำเหมือนที่ชาวบ้านคนอื่นเอาไปตากแดดจัดๆ"เมิ่งอวี่พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม นิ้วเรียวยาวหยิบรากตังกุยขึ้นมาดม กลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัวของสมุนไพรโชยเข้าจมูก มันเป็นกลิ่นที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของสารอาหารภายในตัวยาอย่างเต็มเปี่ยมในฐานะแพทย์หนุ่มจากยุคปัจจุบันที่ต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของชาวบ้านผู้ยากไร้ เมิ่งอวี่รู้ดีว่าทรัพย์สินที่ล้ำค่าที่สุดของเขาในตอนนี้ไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความรู้ความเข้าใจในศาสตร์แห
last updateHuling Na-update : 2026-10-23
Magbasa pa
ตอนที่ 6: แปลงสมุนไพรจำลองและเงาหัวใจที่ขยับเข้ามา
ตอนที่ 6: แปลงสมุนไพรจำลองและเงาหัวใจที่ขยับเข้ามาแสงอรุณแรกแห่งวันทอประกายขับไล่ความมืดมิดออกจากขอบฟ้าเหนือน่านฟ้าหมู่บ้านชิงซี ละอองหมอกบางเบาที่เคยปกคลุมลานเรือนเมิ่งค่อยๆ เลือนหายไปตามสายลมยามเช้า เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วบนกิ่งไม้ใหญ่คล้ายเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ที่อยู่อาศัยในกระท่อมหลังย่อมตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความหวังที่แตกต่างไปจากเดิมเมิ่งอวี่ ยืนอยู่กลางลานบ้าน ทอดสายตามองแผ่นดินผืนเล็กๆ ด้านหลังเรือนด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้นในอก ในที่สุดภาระอันหนักอึ้งที่คอยกดทับร่างนี้มานานอย่างหนี้สินจำนวนห้าตำลึงเงินก็ถูกสะสางจนหมดสิ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงและการนำความรู้แพทย์แผนปัจจุบันมาประยุกต์ใช้ในโลกใบใหม่นี้ บัดนี้เขามิใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกที่มีแต่หนี้สินรุมเร้าอีกต่อไป แต่เป็นอิสระและพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเงินส่วนที่เหลือจากการขายสมุนไพรสดและตากแห้งให้แก่ร้านยาในเมืองอวิ๋นโจวถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ เมิ่งอวี่มิได้นำมันไปจับจ่ายซื้อหาเสื้อผ้าหรูหราหรืออาหารรสเลิศ หากแต่เลือกที่จะลงทุนกับสิ่งที่เขาเชื่อมั่นที่สุด… นั่นคือ ผืนดินเมื่อวานนี้เขาตื่นแต่รุ่งสางเพื่อเดินทางเข้าเม
last updateHuling Na-update : 2026-10-23
Magbasa pa
ตอนที่ 7: พายุฝนกระหน่ำ และบุรุษลึกลับกลางป่าลึก
ตอนที่ 7: พายุฝนกระหน่ำ และบุรุษลึกลับกลางป่าลึกบนยอดสูงของภูเขาหมื่นโอสถ สภาพอากาศในยามบ่ายคล้อยควรที่จะเป็นช่วงเวลาที่แสงแดดส่องสว่างรำไรผ่านทิวสนและดงสมุนไพรนานาพรรณ ทว่าในวันนี้นัยตาของผืนฟ้ากลับแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงอย่างผิดปกติ เสียงนกร้องที่เคยขับขานเจื้อยแจ้วตามกิ่งไม้กลับเงียบหายไปในพริบตา สัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยต่างพากันวิ่งมุดเข้าโพรงดินด้วยสัญชาตญาณเตือนภัยเมิ่งอวี่ แพทย์หนุ่มจากโลกปัจจุบันผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มชาวบ้านยากจนวัย 22 ปี ยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนหินสูง มือหนึ่งยังคงถือจอบขุดยาด้ามสั้นเอาไว้แน่น ส่วนอีกมือหนึ่งยกขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมชื้นตามไรผม เขาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวลมวลเมฆาสีหมึกก้อนมหึมากำลังเคลื่อนตัวเข้าบดบังดวงตะวันอย่างรวดเร็ว แสงสว่างที่เคยอบอุ่นถูกกลืนหายไปในความมืดสลัวอันเยือกเย็น ลมฤดูร้อนที่เคยพัดเอื่อยพลันเปลี่ยนเป็นกระโชกแรง หอบเอาไอความชื้นหนาวเหน็บและกลิ่นดินโคลนโชยมาเตะจมูก ใบไม้ทุกใบในป่าทึบต่างสั่นระริกพริ้วไหวจนเกิดเสียงดังกราวราวกับเสียงคลื่นซัดสาด"แย่แล้ว.
last updateHuling Na-update : 2026-10-23
Magbasa pa
ตอนที่ 8: ยาผิดตำรับ ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ชีพจร
ตอนที่ 8: ยาผิดตำรับ ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ชีพจรสายฝนยามค่ำคืนบนภูเขาหมื่นโอสถยังคงกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด เสียงหยาดน้ำกระทบหลังคามุงจากของกระท่อมเรือนเมิ่งดังประสานกับเสียงลมหวีดหวิวภายนอก ทว่าภายในกระท่อมอับๆ หลังเล็กกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรนและความวุ่นวายใจของผู้อาศัย"ประคองเขาดีๆ หลิวหนิว... ระวังแผลที่ไหล่ด้วย!"เมิ่งอวี่ ตะโกนฝ่าเสียงฝน ร่างโปร่งบางในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบรีบก้าวเข้าไปช่วยหลิวต้าหนิวแบกร่างสูงใหญ่ของ หรงจิ่นเซวียน เข้ามาภายในตัวเรือน ชายหนุ่มลึกลับผู้เป็นเศรษฐีเจ้าของที่ดินรายใหญ่บัดนี้หมดสติสัมปชัญญะ ร่างกายเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนผสมกับโลหิตสีเข้มที่หลั่งรินจากบาดแผล ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาคมคายบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผากจนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความหนาวเหน็บ"ท่านหมอเมิ่ง ข้าส่งคุณชายหรงเท่านี้ก่อนนะขอรับ เมียข้ายังรออยู่ที่บ้าน ฝนตกหนักขนาดนี้ข้ากลัวทางขึ้นเขาจะขาด" หลิวต้าหนิวปาดเหงื่อบนใบหน้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง"อืม ลำบากพี่ต้าหนิวแล้ว รีบกลับไปเถอะ เดินทางระวังด้วย" เมิ่งอวี่พยักหน้ารับ รู้ดีว่าสถานการณ์ตรงหน้าเขาต้องรับมือเพียง
last updateHuling Na-update : 2026-10-23
Magbasa pa
ตอนที่ 9: แววตาของคนแปลกหน้า และถ้วยยาที่เปลี่ยนชีวิต
ตอนที่ 9: แววตาของคนแปลกหน้า และถ้วยยาที่เปลี่ยนชีวิตพายุฝนคลั่งที่พัดกระหน่ำตลอดค่ำคืนค่อนรุ่งบัดนี้ได้สงบลงแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงหยาดน้ำค้างที่หยดจากชายคาแฝกกระท่อมลงสู่พื้นดินด้านล่างเป็นจังหวะเชื่องช้า สายลมเหนือพัดพาเอาความเย็นเยียบของผืนป่าหลังฝนตกเข้ามาทางรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เก่าๆ ทว่ากลิ่นอายที่อบอวลอยู่ภายในห้องกลับไม่ใช่ความชื้นแฉะอันชวนให้หายใจติดขัดอย่างที่เคยเป็นบนเตียงไม้ไผ่สานหลังย่อมที่ปูด้วยฟูกผ้าฝ้ายหยาบๆ ทว่าสะอาดสะอ้าน ร่างสูงใหญ่ของหรงจิ่นเซวียนค่อยๆ ขยับกาย เปลือกตาที่หนักอึ้งเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า แสงแดดสีทองอบอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นลำ แสงนั้นสะท้อนให้เห็นละอองฝุ่นเล็กๆ ที่ลอยล่องอยู่ในอากาศ ราวกับจะย้ำเตือนว่าเขายังมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้สิ่งแรกที่กระทบเข้ากับโสตประสาทและการรับรู้ของชายหนุ่ม ไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดเหนียวข้นที่เขามักจะได้กลิ่นทุกครั้งยามตื่นนอน และไม่ใช่ความเจ็บปวดเจียนตายที่แผ่ซ่านจากทรวงอกจนต้องไอโขลกออกมาจนตัวโยน ทว่ามันกลับเป็นกลิ่นหอมละมุน ละเอียดอ่อน และแฝงไปด้วยความสดชื่นของสมุนไพรต้มที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จใหม่ๆ กล
last updateHuling Na-update : 2026-10-23
Magbasa pa
ตอนที่ 10: สัญญาณจากผู้ติดตาม และข้อผูกมัดแห่งพรหมลิขิต
ตอนที่ 10: สัญญาณจากผู้ติดตาม และข้อผูกมัดแห่งพรหมลิขิตสายลมยามเช้าพัดผ่านยอดไผ่สีเขียวขจีเบื้องหลังเรือนเมิ่ง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังซ่าๆ คล้ายเสียงคลื่นทะเล ควันไฟสีขาวนวลลอยเอื่อยเฉื่อยออกจากปล่องไฟของกระท่อมหลังย่อม กลิ่นอายหอมละมุนของสมุนไพรที่ถูกเคี่ยวจนงวดคลุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณ ชวนให้ผู้ที่ได้สูดดมรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายเป็นอย่างยิ่งเมิ่งอวี่ ในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบสีซีด ทว่าสะอาดสะอ้านหมดจด กำลังยืนอยู่หน้าแคร่ไม้ไผ่ มือเรียวบางคอยหยิบจับพลิกคว่ำแผ่นสมุนไพรที่ตากแดดไว้อย่างประณีต ใบหน้าขาวเนียนล้อมกรอบด้วยไรผมที่เปียกชื้นเหงื่อเล็กน้อย ดวงตากลมโตสุกใสราวดวงดาวในคืนค่ำส่องประกายแห่งความตั้งใจ ผิวพรรณของเขาแม้จะดูซูบผอมไปบ้างตามประสาคนเพิ่งฟื้นตัวจากความยากจน แต่กลับมีสง่าราศีและกลิ่นอายอันนุ่มนวลเยือกเย็นชวนมองอย่างประหลาดภายในห้องโถงเล็กๆ ของกระท่อม หรงจิ่นเซวียน นั่งอยู่บนตั่งไม้ขัดตาสมถะ บุรุษผู้มีเรือนร่างสูงใหญ่ สง่างามดุจต้นสนเขียวขจีท่ามกลางหิมะ แม้จะสวมเพียงเสื้อตัวในสีขาวสะอาดที่เมิ่งอวี่หยิบยื่นให้ ทว่าประกายความสูงศักดิ์และอำนาจบารมีที่แผ่ออกมากลับมิอาจซ่อนเร้นได้เล
last updateHuling Na-update : 2026-10-23
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status