Share

หมาหวงก้าง...(1)

“แพงเธออย่าเดินเร็วได้ไหม แล้วก็ต้องใจเย็น ๆ ด้วย ไหนบอกว่า

พี่ตรีไม่ชอบให้เธอวีนไง”

‘น้ำฟ้า’ เพื่อนร่วมชั้นม.หนึ่ง เร่งฝีเท้าตามหลังร่างอวบ พริริมายังคงก้าวฉับ ๆ ต่อไปโดยไม่สนใจคำทัดทานของเพื่อนสนิท ฝีเท้าที่กระทบลงพื้นทางเดินคอนกรีตหนักหน่วง ราวกับจะระบายอารมณ์คุกรุ่นที่อยู่ข้างใน

ใบหน้าอวบอิ่มที่ เคยประดับด้วยรอยยิ้มสดใสยามอยู่ต่อหน้าตรีวิทย์ บัดนี้บูดบึ้งจนน้ำฟ้าที่เดินตามมาข้างหลัง รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปด้วย

“ก็พี่ตรีไม่ชอบให้วีนเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่ตอนนี้ไม่มีคนอื่น แล้วก็ไม่มีพี่ตรีอยู่ตรงนี้ด้วย!”

เด็กสาวยังคงเถียงข้าง ๆ คู่ ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ

“แล้วนี่มันก็เรื่องของเรา น้ำฟ้าไม่ต้องตามมาก็ได้นะ”

“บ้าเหรอ! จะให้ฉันปล่อยเธอไปอาละวาดคนอื่นหรือไง” น้ำฟ้าสวนกลับทันควัน ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย

“ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอไปมีเรื่องมีราว เธอคิดดูสิ พี่ตรีเขาเป็นนักกีฬาโรงเรียน เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ อยู่แล้ว มันก็เป็นเรื่องธรรดาไม่ใช่เหรอที่ จะมีคนไปดูเขาเล่นบาส”

“ธรรมดาอะไรล่ะ!”

พริริมาหยุดเดินกะทันหัน แล้วหันขวับมาเผชิญหน้ากับเพื่อน ดวงตากลมโตลุกวาว ราวกับจะกินหัวใครก็ตาม ที่กล้ามาแหยมกับเธอในเวลาแบบนี้

“พี่ตรีเป็นของเรานะ! แล้วเราก็จองไว้ตั้งแต่เก้าขวบแล้ว คนอื่นห้ามมายุ่มย่าม”

คำประกาศกร้าว ที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทำเอา

น้ำฟ้าถึงกับพูดไม่ออก เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ ‘รัก’ และ ‘หวง’ พี่ชายบุญธรรมของตัวเองมากแค่ไหน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกทั้งใบของพริริมาดูเหมือนจะหมุนรอบผู้ชายที่ชื่อตรีวิทย์เพียงคนเดียว เขาคือทุกสิ่งทุกอย่าง คือลมหายใจเข้าออกของเพื่อนเธอ

แต่ไอ้คำว่าจองไว้ตั้งแต่ ‘เก้าขวบ’ มันเพิ่งผ่านมาสี่ปีเองนะ แล้วที่สำคัญเพื่อนเธอก็เพิ่งจะอายุสิบสาม มันไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องความรักเสีย

ด้วยซ้ำ ทว่าจะทำอย่างไรได้ สุดท้ายก็ไม่มีใครห้ามได้อยู่ดี

“โอเค ๆ ฉันเข้าใจแล้ว...” น้ำฟ้ายกมือยอมแพ้ “แต่เธอสัญญากับฉันก่อนได้ไหม ว่าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม จะไม่กรี๊ด ไม่วีน แค่ไปดูเฉย ๆ นะ”

พริริมาเม้มปากแน่น ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก “ก็ได้ แต่ถ้าใครมายุ่งกับพี่ตรีก่อน ฉันไม่รับประกันนะ”

พูดจบ ร่างอวบก็หมุนตัวแล้วมุ่งหน้าไปยังอาคารมัธยมปลายอีกครั้งด้วยความเร็วที่ไม่ลดละ ทิ้งให้น้ำฟ้าได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจกับความดื้อรั้นของเพื่อนรัก

เมื่อทั้งสองเลี้ยวผ่านหัวมุมตึก เสียงจอแจและเสียงกรี๊ดกร๊าดของเหล่าเด็กสาวก็ดังลอดเข้ามาในโสตประสาททันที สนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง ที่บัดนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยนักเรียนหญิงจากทุกระดับชั้น ตั้งแต่

ม.ต้นไปจนถึงม.ปลาย ราวกับเป็นมหกรรมอะไรสักอย่าง

แม้จะรีบมาแค่ไหน ทว่าพวกเธอก็มาถึงช้าอยู่ดี การแข่งขันดูเหมือนจะจบลงแล้ว นักกีฬาจากทั้งสองทีมกำลังทยอยกันเดินออกจากสนาม เหลือเพียงร่างสูงโปร่งของตรีวิทย์ที่โดดเด่นอยู่กลางวงล้อมของสาว ๆ

เหงื่อที่ท่วมกายและไหล่กว้างที่หอบหายใจเบา ๆ จากความ

เหนื่อยล้า ไม่ได้ทำให้ความนิยมในตัวเขาลดลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งขับเสน่ห์ของความเป็นนักกีฬาให้เด่นชัดขึ้นไปอีก

‘พี่ตรีคะ ดื่มน้ำก่อนค่ะ’

‘พี่ตรีสุดยอดไปเลยค่ะ วันนี้ทำไปตั้งหลายแต้มแน่ะ’

‘อันนี้แซนด์วิชค่ะ หนูทำมาเองเลยนะคะ อยากให้พี่ลองชืม’

เสียงเล็กเสียงน้อยดังระงมขึ้นจากรอบทิศทาง ทุกคนต่างพยายามยื่นขวดน้ำ ผ้าเย็น และกล่องขนม ให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลาง ตรีวิทย์ยิ้มรับอย่างสุภาพตามนิสัย เขากล่าวขอบคุณทุกคน และรับของบางอย่างมาถือไว้ในมือเพื่อรักษาน้ำใจ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะฉายแววของความเหนื่อยและอึดอัดใจอยู่บ้างก็ตาม

ภาพนั้นบาดตาบาดใจพริริมาอย่างรุนแรง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เล็บที่ตัดสั้นจิกลงไปในฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ‘พวกหน้าไม่อาย’

เธออยากจะกรีดร้องออกไปให้สุดเสียง อยากจะจวิงเข้าไปผลักผู้หญิงทุกคนที่ยืนเบียดเสียดพี่ชายของเธอให้ออกไปไกล ๆ

‘ใจเย็นไว้พริริมา... ใจเย็นไว้... พี่ตรีไม่ชอบเด็กวีน’ เธอพร่ำบอกตัวเองในใจ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา ก่อนที่จะแพ้เสียงอีกฝั่งในหัว แล้วกระโจนเข้าไปกลางวง

น้ำฟ้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเพื่อนก็ รีบคว้าแขนเธอไว้เบา ๆ “แพง... ใจเย็น ๆ นะ”

พริริมาหันมาพยักหน้าให้เพื่อนช้า ๆ ก่อนจะคลายกำปั้นที่กำแน่นออก แล้วปรับสีหน้าจากบูดบึ้งเป็นรอยยิ้มหวานหยดในชั่วพริบตา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้าไปอย่างนุ่มนวล

“ขอทางหน่อยนะคะ... ขอทางหน่อยค่ะ”

เสียงหวาน ๆ ของเธอทำให้สาว ๆ หลายคนหันมามองด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเพียงเด็กรุ่นน้องตัวอ้วนกลมคนหนึ่งก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

พริริมาเดินตรงไปหยุดอยู่ข้างกายตรีวิทย์ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแขนขวาของเขาที่ยังว่างอยู่มากอดไว้แน่นราวกับงูรัด แล้วซบใบหน้าลงกับต้นแขนกำยำนั้นอย่างออดอ้อน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มหวานให้เขา

“พี่ตรีคะ... กลับบ้านกันเถอะค่ะ แพงหิวข้าวแล้ว ป่านนี้คุณพ่อให้ป้าไหมเตรียมของอร่อยเอาไว้รอเราแล้วค่ะ”

การกระทำและคำพูด ที่จงใจแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน จนทำให้ทุกคนที่อยู่โดยรอบถึงกับชะงักไป บรรยากาศที่เคยจอแจเมื่อครู่พลันเงียบลงกะทันหัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหญิงผู้มาใหม่เป็นตาเดียว

ตรีวิทย์เองก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่ แต่เขาก็คุ้นชินกับการแสดงออกของเธอเป็นอย่างดี ชายหนุ่มยิ้มเอ็นดู ก่อนจะยกมือข้างที่ว่างขึ้นลูบศีรษะของเธอเบา ๆ

“ครับ... งั้นพี่ขอตัวก่อนนะทุกคน ขอบคุณสำหรับน้ำและขนมนะ”

เขาหันกลับไปกล่าวขอบคุณสาว ๆ รอบตัวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ก่อนจะปล่อยให้พริริมาจูงแขนพาเดินออกมาจากวงล้มอย่างง่ายดาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แพงจะเป็นเมียพี่ตรี   แพงจะเป็นเมียพี่ตรี...(2)(จบ)

    พริริมายืนหันหลังบนเวที มือถือช่อดอกไม้สีหวาน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หันไปยิ้มตรีวิทย์ที่ส่งสายตาเชียร์อยู่ข้าง ๆ“นับหนึ่ง ... สอง ... สาม”ฟึ่บ!ช่อดอกไม้ลอยละลิ่วข้ามศีรษะไปในอากาศ ท่ามกลางมือหลายคู่ที่ชูขึ้นไขว่คว้าตุ้บ!“กรี๊ดดด ฉันได้ ฉันได้แก ยัยแพงฉันรับได้”น้ำฟ้าในชุดราตรีสีหวานกระโดดโลดเต้นดีใจจนตัวลอย ชูช่อดอกไม้ขึ้นฟ้าอย่างผู้ชนะ ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของทุกคน“ยินดีด้วยครับคุณผู้โชคดี!”จู่ ๆ เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นผ่านไมโครโฟน ไฟในงานหรี่ลง เหลือเพียงสปอตไลท์ดวงเดียวที่ส่องไปที่กลางฟลอร์คีตะ... เพื่อนเจ้าบ่าวสุดหล่อ เดินถือไมค์ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าที่ปกติจะขี้เล่นและกวนประสาท วันนี้กลับดูประหม่า และจริงจังจนแก้มแดงไปหมดน้ำฟ้าหยุดกระโดด ยืนนิ่งอึ้งมองหน้าหมอหนุ่มที่เธอแอบปลื้มมานาน“น้องน้ำฟ้าครับ...” คีตะเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ “ดอกไม้ช่อนั้นสวยนะครับ แต่คนถือสวยกว่าเยอะเลย”เสียงโห่ฮิ้วดังสนั่นหวั่นไหว น้ำฟ้าหน้าแดงก่ำ ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนบิดไปมา“พี่อาจจะปากเสีย ชอบกวนประสาทเราบ่อยๆ แต่พี่ก็รักเราจริง ๆ นะ” คีตะพูดไปเกาท้ายทอยไป“เห็นเพื่อนแต่งงานแล้วอิจฉา พี

  • แพงจะเป็นเมียพี่ตรี   แพงจะเป็นเมียพี่ตรี...(1)

    “พี่ตรีจะพาแพงไปไหนเหรอคะ”พริริมาเอ่ยถาม ขณะมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ซึ่งเคลื่อนตัวออกนอกตัวเมืองมาเรื่อย ๆ ทัศนียภาพสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง แสงแดดสีทองยามบ่ายคล้อยส่องลงมากระทบยอดหญ้าทุกอย่างรอบตัวดูผ่อนคลายตรีวิทย์ละสายตาจากถนนเบื้องหน้า หันมามองคนรักที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขายิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยน แววตาฉายชัดถึงอะไรบางอย่างที่เธออ่านไม่ค่อยออกเท่าไร ก่อนจะเอื้อมมือข้างหนึ่งไปกุมมือเธอเอาไว้ แล้วยกขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือเบา ๆ“ไปทำสิ่งที่พี่ควรจะทำมาตั้งนานแล้วครับ ไปบอกลาอดีต เพื่อที่เราจะได้เริ่มต้นอนาคตด้วยกันอย่างสนิทใจไง”ไม่น่านนัก รถยนต์ก็เลี้ยวเข้าไปจอดภายในวัดเก่าแก่หนึ่งที่ตั้งอยู่ชานเมือง บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เงียบสงบ และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสดชื่นตริวิทย์พาพริริมาเดินตางไปยังเจดีย์เก็บอัฐิสีขาว ที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหลังโบสถ์ สายลมเย็นพัดผ่านกิ่งก้านของต้นโพธิ์ ใบไม้สีเขียวขจีลู่ลมเกิดเสียงสวบสาบเขาหยุดยืนอยู่หน้าเจดีย์ช่องหนึ่งที่มีรูปถ่ายของหญิงสาวหน้าตาเศร้าสร้อยแต่ทว่าอ่อนโยนติดอยู่‘จอมขวัญ’พริริมามองรูปนั้นด้วยความรู้

  • แพงจะเป็นเมียพี่ตรี   ดวงใจตรีวิทย์...(2)

    “กรี๊ดดด”จังหวะนรกนั้นเอง ตรีวิทย์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าใส่จิตตาอย่างไม่คิดชีวิตตุ้บ!ร่างสูงกระแทกเข้ากับร่างของจิตตาอย่างจัง จนเธอกระเด็นถอยห่างจากขอบตึก จิตตากรีดร้อง ล้มลงกระแทกพื้น แต่แรงกระแทกนั้น ทำให้ร่างเล็กของตริริศาที่ยืนหมิ่นแหม่เสียหลัก“กรี๊ดดด แม่แพง!!”ร่างน้อย ๆ หงายหลังร่วงลงไปจากขอบปูน!“ตริริศา!!”พริริมาและตรีวิทย์ตะโกนเรียกชื่อลูกสุดเสียง หัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่แตกสลายแต่ทว่า...หมับ!มือหนาของตรีวิทย์คว้าข้อมือเล็กๆ ของลูกสาวไว้ได้ทันท่วงทีในเสี้ยววินาทีสุดท้ายร่างของตริริศาห้อยตองแต่งอยู่กลางอากาศ สูงจากพื้นดินเบื้องล่างหลายสิบเมตร เด็กน้อยร้องไห้จ้าด้วยความกลัว“พี่ตรี! จับลูกไว้ จับลูกไว้แน่น ๆ นะ” พริริมาถลาเข้าไปช่วย เธอเอื้อมมือไปคว้าแขนอีกข้างของลูกสาว ช่วยกันดึงรั้งร่างน้อยขึ้นมา“อึบ!”ตรีวิทย์ออกแรงสุดกำลัง เส้นเลือดที่แขนปูดโปน เขาค่อยๆ ดึงร่างลูกสาวกลับขึ้นมาพ้นขอบปูน ดึงแกเข้ามาสู่อ้อมกอดที่ปลอดภัยทันทีที่เท้าแตะพื้น ตริริศาก็โผเข้ากอดคอพ่อแน่น ร้องไห้ตัวสั่นเทา พริริมาโถมตัวเข้ากอดทั้งพ่อและลูกไว้แน่น ร้องไห้โฮออกมาด้วยความโล่งใจจนแทบขาดใจ“

  • แพงจะเป็นเมียพี่ตรี   ดวงใจตรีวิทย์...(1)

    แสงแดดสุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมตึกร้าง ลมแรงพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้กระจก เกิดเป็นเสียงหวีดราวกับเสียงร้องได้ของวิญญาณพริริมาหอบหายใจถี่ ขาป้อมสั่นเทาพาเธอก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายมาสู่ชั้นดาดฟ้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของคนเป็นแม่แทบหยุดเต้นเดี๋ยวนั้น“ตรีม! ลูก”เสียงกรีดร้องของพริริมาดังลั่นไปทั่วดาดฟ้าบริเวณขอบระเบียบที่ไร้รั้วกั้น ร่างสมส่วนของจิตตายืนอยู่ตรงนั้น ผมเผ้าที่เคยจัดทรงสวยงามบัดนี้ยุ่งเหยิงปลิวไสวไปตามแรงลม ในอ้อมแขนของเธอคือร่างเล็กจ้อยของตริริศาที่ถูกมัดปาก และมัดมือไพล่หลัง เด็กน้อยร้องไห้จนตัวสั่น หน้าตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจิตตาจับตัวตริริศาหันหน้าออกไปทางความว่างเปล่าเบื้องล่างขาเล็ก ๆ ของเด็กน้อยห้อยต่องแต่งอยู่เหนือความตายเพียงไม่กี่เซนติเมตร“อย่าเข้ามานะ”จิตตาตวาดลั่น เมื่อเห็นพริริมาทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามา เธอขยับตัวพาลูกสาวของพริริมาออกไปยืนหมิ่นเหม๋ที่ริมขอบปูนยิ่งกว่าเดิม“ถ้าแกก้าวเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”“ไม่ ๆ อย่าทำนะจิตตา อย่าทำลูกฉัน”พริริมาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นปูนท

  • แพงจะเป็นเมียพี่ตรี   ฟางเส้นสุดท้าย...(2)

    “รักมากใช่ไหม” เธอแสยะยิ้มกับรูปในโทรศัพท์“ขาดไม่ได้ใช่ไหม”แววตาของจิตตาวาวโรจน์ขึ้นในความมืด ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ“ได้ ถ้าตรีรักมันมาก จิตตาจะช่วยสงเคราะห์ให้เอง”“จิตตาจะทำให้คุณรู้ซึ้ง ว่าการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไป มันเจ็บปวดแค่ไหน!”แผนการชั่วร้ายผุดขึ้นในสมองที่บิดเบี้ยว เธอจะไม่ยอมเจ็บคนเดียวเด็ดขาด ถ้าเธอไม่ได้ครอบครองเขา เธอก็จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารักให้พินาศย่อยยับ!“เตรียมตัวลงนรกได้เลย ... นังแพง ... นังมารหัวใจ!”ความแค้นฝั่งหุ่นปะทุขึ้นในใจ มันทำให้จิตตาหน้ามืดตามัว วันต่อมาเธอจึงขับรถเพื่อไปดูลาดเลา บรรยากาศช่วงสามโมงเย็นหน้าโรงเรียนอนุบาลนานาชาติชื่อดัง เต็มไปด้วยความจอแจของผู้ปกครอง และรถยนต์หรูที่ทยอยมารับลูกกลับบ้านเสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังประสานกับเสียงนกหวีดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เธอนึกว่าโรงเรียนแพงขนาดนี้ความปลอดภัยน่าจะสูง แต่มันก็เปล่าเลยท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ร่างระหงในชุดพยาบาลสีขาวเดินฝ่าฝูงชนตรงไปยังประตูทางเข้าโรงเรียน ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อนๆ ประดับด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าแววตานั้นกลับเย็นเยียบและว่างเ

  • แพงจะเป็นเมียพี่ตรี   ฟางเส้นสุดท้าย...(1)

    ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนไร้ซึ่งแสงดาว มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้า และไฟถนนที่ส่องแสงสว่างแข่งกับความมืดมิด บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาล ร่างสูงของตรีวิทย์กำลังเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี ในแบบที่ไม่ได้เป็นมานานหลายปี มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกา อีกข้างแกว่างกุญแจรถเล่นไปมาแม้วันนี้จะเป็นวันหยุด แต่สำหรับหมออย่างเขาก็ต้องมาเข้าเวรช่วงดึกอยู่ดี กำลังจะก้าวขาผ่านประตูทางเข้า ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ ชายหนุ่มจึงเดินย้อนกลับมาหากเป็นปกติตรีวิทย์คงจะหงุดหงิดกับความสะเพร่าของตัวเอง แต่เพราะความทรงจำช่วงบ่ายที่อควาเรียมมันคือสัญญาณที่ดี ว่าผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามง้อมาตลอดหลายเดือน กำลังจะเปิดใจให้ตัวเองบ้างแล้ว หัวใจของเขาที่เคยด้านชา ก็กลับมาเต้นแรงอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง‘รอพี่ก่อนนะแพง อีกไม่นาน... พี่จะทำให้แพงกลับมารักพี่ให้ได้’ชายหนุ่มยิ้มกับตัวเองขณะเดินมาหยุดที่หน้ารถยุโรปคันหรู เขากดรีโมตปลดล็อกรถ ไฟหน้ารถกระพริบตอบรับเสียงดัง ติ๊ดทว่าก่อนที่มือหนาจะทันได้เอื้อมไปเปิดประตูรถ เงาดำหนึ่งก็ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังเสาต้นใหญ่“มีความสุขจังเลยนะคะ”เสียงเย็นเยียบที่คุ้นหูด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status