“แพงเธออย่าเดินเร็วได้ไหม แล้วก็ต้องใจเย็น ๆ ด้วย ไหนบอกว่า
พี่ตรีไม่ชอบให้เธอวีนไง”
‘น้ำฟ้า’ เพื่อนร่วมชั้นม.หนึ่ง เร่งฝีเท้าตามหลังร่างอวบ พริริมายังคงก้าวฉับ ๆ ต่อไปโดยไม่สนใจคำทัดทานของเพื่อนสนิท ฝีเท้าที่กระทบลงพื้นทางเดินคอนกรีตหนักหน่วง ราวกับจะระบายอารมณ์คุกรุ่นที่อยู่ข้างใน
ใบหน้าอวบอิ่มที่ เคยประดับด้วยรอยยิ้มสดใสยามอยู่ต่อหน้าตรีวิทย์ บัดนี้บูดบึ้งจนน้ำฟ้าที่เดินตามมาข้างหลัง รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปด้วย
“ก็พี่ตรีไม่ชอบให้วีนเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่ตอนนี้ไม่มีคนอื่น แล้วก็ไม่มีพี่ตรีอยู่ตรงนี้ด้วย!”
เด็กสาวยังคงเถียงข้าง ๆ คู่ ๆ ก่อนจะเอ่ยพูดต่อ
“แล้วนี่มันก็เรื่องของเรา น้ำฟ้าไม่ต้องตามมาก็ได้นะ”
“บ้าเหรอ! จะให้ฉันปล่อยเธอไปอาละวาดคนอื่นหรือไง” น้ำฟ้าสวนกลับทันควัน ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย
“ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอไปมีเรื่องมีราว เธอคิดดูสิ พี่ตรีเขาเป็นนักกีฬาโรงเรียน เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ อยู่แล้ว มันก็เป็นเรื่องธรรดาไม่ใช่เหรอที่ จะมีคนไปดูเขาเล่นบาส”
“ธรรมดาอะไรล่ะ!”
พริริมาหยุดเดินกะทันหัน แล้วหันขวับมาเผชิญหน้ากับเพื่อน ดวงตากลมโตลุกวาว ราวกับจะกินหัวใครก็ตาม ที่กล้ามาแหยมกับเธอในเวลาแบบนี้
“พี่ตรีเป็นของเรานะ! แล้วเราก็จองไว้ตั้งแต่เก้าขวบแล้ว คนอื่นห้ามมายุ่มย่าม”
คำประกาศกร้าว ที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทำเอา
น้ำฟ้าถึงกับพูดไม่ออก เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ ‘รัก’ และ ‘หวง’ พี่ชายบุญธรรมของตัวเองมากแค่ไหน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกทั้งใบของพริริมาดูเหมือนจะหมุนรอบผู้ชายที่ชื่อตรีวิทย์เพียงคนเดียว เขาคือทุกสิ่งทุกอย่าง คือลมหายใจเข้าออกของเพื่อนเธอ
แต่ไอ้คำว่าจองไว้ตั้งแต่ ‘เก้าขวบ’ มันเพิ่งผ่านมาสี่ปีเองนะ แล้วที่สำคัญเพื่อนเธอก็เพิ่งจะอายุสิบสาม มันไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องความรักเสีย
ด้วยซ้ำ ทว่าจะทำอย่างไรได้ สุดท้ายก็ไม่มีใครห้ามได้อยู่ดี
“โอเค ๆ ฉันเข้าใจแล้ว...” น้ำฟ้ายกมือยอมแพ้ “แต่เธอสัญญากับฉันก่อนได้ไหม ว่าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม จะไม่กรี๊ด ไม่วีน แค่ไปดูเฉย ๆ นะ”
พริริมาเม้มปากแน่น ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก “ก็ได้ แต่ถ้าใครมายุ่งกับพี่ตรีก่อน ฉันไม่รับประกันนะ”
พูดจบ ร่างอวบก็หมุนตัวแล้วมุ่งหน้าไปยังอาคารมัธยมปลายอีกครั้งด้วยความเร็วที่ไม่ลดละ ทิ้งให้น้ำฟ้าได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจกับความดื้อรั้นของเพื่อนรัก
เมื่อทั้งสองเลี้ยวผ่านหัวมุมตึก เสียงจอแจและเสียงกรี๊ดกร๊าดของเหล่าเด็กสาวก็ดังลอดเข้ามาในโสตประสาททันที สนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง ที่บัดนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยนักเรียนหญิงจากทุกระดับชั้น ตั้งแต่
ม.ต้นไปจนถึงม.ปลาย ราวกับเป็นมหกรรมอะไรสักอย่าง
แม้จะรีบมาแค่ไหน ทว่าพวกเธอก็มาถึงช้าอยู่ดี การแข่งขันดูเหมือนจะจบลงแล้ว นักกีฬาจากทั้งสองทีมกำลังทยอยกันเดินออกจากสนาม เหลือเพียงร่างสูงโปร่งของตรีวิทย์ที่โดดเด่นอยู่กลางวงล้อมของสาว ๆ
เหงื่อที่ท่วมกายและไหล่กว้างที่หอบหายใจเบา ๆ จากความ
เหนื่อยล้า ไม่ได้ทำให้ความนิยมในตัวเขาลดลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งขับเสน่ห์ของความเป็นนักกีฬาให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
‘พี่ตรีคะ ดื่มน้ำก่อนค่ะ’
‘พี่ตรีสุดยอดไปเลยค่ะ วันนี้ทำไปตั้งหลายแต้มแน่ะ’
‘อันนี้แซนด์วิชค่ะ หนูทำมาเองเลยนะคะ อยากให้พี่ลองชืม’
เสียงเล็กเสียงน้อยดังระงมขึ้นจากรอบทิศทาง ทุกคนต่างพยายามยื่นขวดน้ำ ผ้าเย็น และกล่องขนม ให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลาง ตรีวิทย์ยิ้มรับอย่างสุภาพตามนิสัย เขากล่าวขอบคุณทุกคน และรับของบางอย่างมาถือไว้ในมือเพื่อรักษาน้ำใจ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะฉายแววของความเหนื่อยและอึดอัดใจอยู่บ้างก็ตาม
ภาพนั้นบาดตาบาดใจพริริมาอย่างรุนแรง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เล็บที่ตัดสั้นจิกลงไปในฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ‘พวกหน้าไม่อาย’
เธออยากจะกรีดร้องออกไปให้สุดเสียง อยากจะจวิงเข้าไปผลักผู้หญิงทุกคนที่ยืนเบียดเสียดพี่ชายของเธอให้ออกไปไกล ๆ
‘ใจเย็นไว้พริริมา... ใจเย็นไว้... พี่ตรีไม่ชอบเด็กวีน’ เธอพร่ำบอกตัวเองในใจ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา ก่อนที่จะแพ้เสียงอีกฝั่งในหัว แล้วกระโจนเข้าไปกลางวง
น้ำฟ้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเพื่อนก็ รีบคว้าแขนเธอไว้เบา ๆ “แพง... ใจเย็น ๆ นะ”
พริริมาหันมาพยักหน้าให้เพื่อนช้า ๆ ก่อนจะคลายกำปั้นที่กำแน่นออก แล้วปรับสีหน้าจากบูดบึ้งเป็นรอยยิ้มหวานหยดในชั่วพริบตา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้าไปอย่างนุ่มนวล
“ขอทางหน่อยนะคะ... ขอทางหน่อยค่ะ”
เสียงหวาน ๆ ของเธอทำให้สาว ๆ หลายคนหันมามองด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเพียงเด็กรุ่นน้องตัวอ้วนกลมคนหนึ่งก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
พริริมาเดินตรงไปหยุดอยู่ข้างกายตรีวิทย์ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแขนขวาของเขาที่ยังว่างอยู่มากอดไว้แน่นราวกับงูรัด แล้วซบใบหน้าลงกับต้นแขนกำยำนั้นอย่างออดอ้อน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มหวานให้เขา
“พี่ตรีคะ... กลับบ้านกันเถอะค่ะ แพงหิวข้าวแล้ว ป่านนี้คุณพ่อให้ป้าไหมเตรียมของอร่อยเอาไว้รอเราแล้วค่ะ”
การกระทำและคำพูด ที่จงใจแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน จนทำให้ทุกคนที่อยู่โดยรอบถึงกับชะงักไป บรรยากาศที่เคยจอแจเมื่อครู่พลันเงียบลงกะทันหัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหญิงผู้มาใหม่เป็นตาเดียว
ตรีวิทย์เองก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่ แต่เขาก็คุ้นชินกับการแสดงออกของเธอเป็นอย่างดี ชายหนุ่มยิ้มเอ็นดู ก่อนจะยกมือข้างที่ว่างขึ้นลูบศีรษะของเธอเบา ๆ
“ครับ... งั้นพี่ขอตัวก่อนนะทุกคน ขอบคุณสำหรับน้ำและขนมนะ”
เขาหันกลับไปกล่าวขอบคุณสาว ๆ รอบตัวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ก่อนจะปล่อยให้พริริมาจูงแขนพาเดินออกมาจากวงล้มอย่างง่ายดาย