INICIAR SESIÓNคืนแห่งการลองออกนอกกรอบครั้งแรกของสาวน้อย ทำให้ชีวิตเธอพลิกตลบ วุ่นวายอะไรจะขนาดนั้น ถูกเพื่อนหลอกไปขาย? เสียจิ้น? (แต่ทำไมฟิน???) ถูกยากูซ่าตามทวงนี้ (หีม???) เอาไปเอามา ไฉนเธอต้องกลายไปเป็นเจ้าสาวทายาทยากูซ่า
Ver más“เป็นยังไงบ้างเมืองไทย”
เสียงของคนข้างๆ เอ่ยถาม ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังมองสำรวจบรรยากาศรอบตัวอย่างเพลินๆ หันมา พยักหน้าให้กับคนถาม ที่มองเขาอยู่ด้วยสายตายิ้มๆ
“สวย อาหารอร่อย ผักชีสดใหม่ รสชาติดีจนอยากจะแพคกลับไปญี่ปุ่นเยอะๆ”
คำตอบนั้นทำให้ ธงรามหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ ตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังเครซี่อาหารไทย โดยเฉพาะผัดกะเพรากับผักชี
“แล้วผัดกะเพราะออฟไทยแลนด์ล่ะ ไม่ถูกใจหรือ? เพื่อน”
“เผ็ดบรรลัยวายวอดมาก”
คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะให้ดังยิ่งขึ้นไปอีก เขาตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ มองกวาดไปที่ใบหน้าคมสันของอีกฝ่าย สองเชื้อชาติที่ผสมกันมาเป็นเพื่อนสนิทของเขา ทำให้โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และมีแต่คนหันมอง ทั้งสาวแท้สาวเทียม
อย่าว่าแต่สาวๆ มองเลย บางทีเขาก็มองเพื่อนคนนี้เคลิ้มไปเลยเหมือนกัน ทั้งปากคอคิ้วคางของหมอนี่ เหมาะเจาะไปหมด ละมุนจนสวย...คำนี้ปรกติจะใช้แต่กับผู้หญิง แต่กับผู้ชายข้างๆ เขา ชมแบบนี้คงไม่แปลกนัก ไล่ตั้งแต่หน้าเรียวได้รูป คิ้วเรียงได้รูปสวย นัยน์ตากลมโตที่ล้อมกรอบด้วยขนตาดกงอนยาวจนผู้หญิงอิจฉา ตาสีน้ำตาลเข้มเหมือนช็อกโกแลตร้อน ที่มีประกายวาววับ จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากหนาเล็กน้อยสีชมพูดสด เรือนร่างสูงโปร่ง ไม่กำยำล่ำสันแบบผู้ชายตัวโต แต่มีมัดกล้ามในที่ควรจะมี ผิวละเอียดลออตานั่นอีก หมอนี่คือผู้ชายแสนสวยตัวเป็น ๆ ชัด ๆ
“มองอะไรวะ?”
มีแต่คำพูดคำจา กิริยาแมน ๆ นั่นล่ะ ทำให้เขารู้ชัดเจนว่า ยามาชิโนะ เซริว นี่เป็นผู้ชายแท้ ๆ แถมเป็นไอดอลของสาวญี่ปุ่นเกือบครึ่งค่อนเลยก็ว่าได้
“มองหน้ามึงนั่นล่ะ ไอ้ห่า...สวยจนกูเคลิ้ม”
“ไอ้...”
คำสบถแบบไทยแท้ๆ แถมภาษาไทยชัดแจ๋วนั่น ถ้าไม่บอกก็คงจะเดายากว่าหมอเป็นคนชาติไหนกันแน่ พูดไทยชัดขนาดนี้ไม่แปลกหรอก ก็เพราะแม่ของเขาเป็นคนไทยแท้ ส่วนพ่อเป็นคนญี่ปุ่น
“เที่ยวเมืองไทยก็แล้ว อาหารไทยก็แล้ว มีอีกอย่าง ที่อยากให้ลองว่ะเพื่อน ไม่ลองเดี๋ยวเหมือนมาไม่ถึง”
ธงรามยักคิ้ว เซริวมองเพื่อนแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางพยักหน้า
“อยากพาไปก็พาไป แต่ฉันไม่ชอบที่แบบนั้นเท่าไหร่ ชอบที่จะใช้ฝีมือมากกว่า”
“อื้อหือ...ได้ครับพ่อเสือ พร้อมจะล่าเหยื่อแล้วสินะ”
“หึๆ”
ไม่อยากจะตอบเพื่อนหรอกว่า เอียนผู้หญิงมากต่างหากตอนนี้ ขืนไปที่แหล่งขายแบบนั้น เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ้าไปหาเอาข้างหน้า ก็พอจะอ้างได้ว่า หาไม่ได้ ไม่ถูกใจ จะได้ไม่เสียเชิงชาย
คงเพราะตอนที่หมอนี่ไปญี่ปุ่น เขาพาเที่ยว พาไปทุกอย่างจนปรุนั่นเอง อย่างที่รู้ ผู้ชายเกือบทั้งโลกกระมัง มีด้านเทาๆ คือการเสพหนังเอวี และหนังเอวีญี่ปุ่นขึ้นชื่อลือชาระดับโลก นั่นล่ะ...เขาพาเพื่อนรักไปจนอิ่มหนำสำราญดี และคงจะมีเรื่องไปโวอีกนานเลยทีเดียว
พาไปลึกได้ขนาดนั้น ชนิดที่ว่าไม่ต้องจ่ายสักเยน เลือกได้ระดับตัวท็อป ชนิดนางเอกเอวีเกรดเอมาเอง ให้เพื่อนเขาฟินได้ขนาดนั้น ก็เพราะ...
เฮ้อ...
บางทีเขาก็เบื่อนะ...ก็เบื่อนี่แหละ ถึงต้องเผ่นมาถึงนี่ การสืบทอดอะไรแบบนั้น ต้องทำงานต่อจากบิดา มันทำให้เขาปวดหัวนิดๆ ในเมื่อเขาก็มีความชอบของเขานี่หว่า บางทีก็ไม่อยากทำอยากอะไร อำนาจทุกคนอยากได้ก็จริง แต่ก็เว้นเขาไปเถอะวะ
เซริวคิดในใจอย่างเซ็งๆ เขาขอบิดามาเที่ยวก่อนจะกลับไปสืบทอดตำแหน่ง รอยสักพร้อมแล้วบนหลังเขา เหลือแต่ตัวเขานี่ล่ะที่ยังไม่พร้อม ใจไม่รักเลยให้ตายสิ! ถ้าเขาขึ้นตำแหน่งแล้วพ่อเขาตาย...จะขายต่อให้ใครได้หรือเปล่านะ ไอ้ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งยากูซ่านี่
ใครจะซ่าก็ซ่าไป แต่กูไม่อยากจะซ่าเว้ย!
คิดฮาๆ แต่ก็ฮาไม่ค่อยจะออก ความกดดันมันมีเยอะจริงจัง เขาอายุเพิ่งจะยี่สิบหกปี บิดาก็จับมาเป็นหัวหน้าแก๊งแทนเสียแล้ว ก็อย่างว่า อายุท่านก็เยอะมากพอสมควรแล้ว จากที่บิดาของเขา เคนจิ ถอดใจไปแล้วว่าคงจะไม่มีทายาท ก็เมียท่านออกจะเป็นพรวนขนาดนั้น แต่ไม่ยักกะได้ลูกกับใครสักคน ก่อนที่ท่านจะมาพบรักกับมารดาของเขาที่เป็นสาวไทยอายุห่างกันเกือบสิบปี ทำให้เคนจิเลิกมีเมียมาก กลายเป็นมีเมียเดียวแถมมีลูกชายคือเขาอีกต่างหาก จะไม่ให้ปลื้ม ไม่ให้หวังในตัวเขามากมายได้อย่างไรกัน
เส้นทางนักเลงมีเรื่องราวมากมายและชวนให้ ฮึกเหิม อยากมีอำนาจ อยากเดินตาม
แต่เขาไม่อยากเดินนี่หว่า?
เฮ้อ...
ปลง คงได้แต่ปลง แต่ที่ยังไม่ค่อยจะปลงนอกจากเรื่องการสืบทอดตำแหน่ง ที่อาจจะพอหยวนๆ โยนซ้ายให้ อิชิกาวะ มือขวาของบิดาทำงานแทน หรือโยนขวา ให้ โตกาวะมือซ้ายของบิดาไปจัดเคลมแทนได้ แต่เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยเขาได้จริงๆ
ก็เรื่อง...
สืบทอดทางพันธุกรรมน่ะสิ
ทำไมจะต้องให้แต่งงานกับ...แม่นั่นด้วยวะ
โอย...
กูจะบ้า!
ยิ่งคิดก็ยิ่งจะบ้าไปจริงๆ เห็นพฤติกรรมของคุณหนูแก๊งโอริวแล้ว อยากจะตายวันละสิบหน ถ้าเจ้าหล่อนมาเป็นเมียเขาจริงๆ คงจะถุยชีวิตน่าดู
เฮ้อ...
ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยแปด จนเหนื่อยแล้ว เขาก็กินผัดไทยที่อร่อยจนแทบขาดใจหมดกล่องพอดี อาหารไทยต้นตำรับนี่อร่อยจนอยากจะลงไปร้องแรปสรรเสริญสักสามเพลง มันเผ็ดร้อนแบบบอกไม่ถูก ชวนให้ท้องร้องโครกคราก แต่ในความเผ็ดร้อนมีความอร่อยจนหยุดไม่ได้ซ่อนอยู่ ใครว่าวาซาบิเผ็ด มาเจอพริกขี้หนูเมืองไทยเข้าไปเถิด คงจะร้องกรี๊ดกันเลยทีเดียว
“กินหมดแล้ว...ไปออกกำลังสลายแคลลอรีกันดีกว่าว่ะ”
เพื่อนรักของเขาสะกิดยิกๆ เซริวฝืนยิ้มให้ แม้จะเซ็งผู้หญิงจนสุดจะบรรยายนาทีนี้ แต่สันดานชาย จะมาบอกว่าไม่แล้วโดนเพื่อนตราหน้าว่าตุ๊ด ก็น่ะ...มันไม่ค่อยจะดี
“ไปเลยเพื่อน คืนนี้เราจะไปไหนกันดีวะ”
“กูไม่มีเส้นขนาดพามึงไปที่โจ๊ะ ๆ พรึม ๆ ได้แบบอลังการอย่างที่มึงพากูไปว่ะ แต่ก็รับรองคุณภาพได้ว่า สาวที่นี่แจ่ม ๆ ใส ๆ แบ้ว ๆ ทุกนาง ก็มันใกล้มหาวิทยาลัย หึ ๆ สนหรือเปล่า?”
“อื้ม...ไปก็ไป”
ไปแล้วกูไม่ได้...ก็อย่ามาว่ากันนะเพื่อน
เซริวคิดในใจ ไอ้มังกรแห่งญี่ปุ่น วันนี้อยากจะกลายร่างเป็นไส้เดือนสักวัน ก็มันขี้เกียจ และเอือมหญิงขั้นสุดจริงๆ แล้วนี่หว่า
นั่นก็เพราะพ่อเขาขอร้องแกมบังคับ ให้เขาแต่งงานกับแม่สาวมังกรแห่งแก๊งโอริวนั่นน่ะสิ
รู้กันไหมนั่นน่ะ ว่าเจ้าหล่อน...
เฮ้อ...
ไหน ๆ ก็ถอนใจมาตั้งแต่รู้ข่าวนี้แล้ว จะถอนไปอีกสักหนสองหนจะเป็นอะไรไปเรา เซริวคิดในใจ ขณะที่เดินตามเพื่อนสนิทไปต้อย ๆ
อิชิกาวะ vs ยูกะ หนุ่มใหญ่ร่างยักษ์ ปะทะ สาวแสบแสนฮอต ยูกะเม้มริมฝีปาก มองดูเนื้อตัวที่แดงเป็นจ้ำ ๆ เพราะ...เพราะทั้งฝีมือ และฝีปากของใครบางคน แล้วก็ให้ขัดเคืองยิ่งนัก ทั้งเคืองทั้งเต็มอิ่มไปทั้งร่างกาย โอ... ทำไมเธอจะต้อง... คิดแล้วสาวแสบก็หน้าแดงซ่าน เธอเป็น ไบเซ็กซ์ชวล รสนิยมของเธอได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่จะค่อนไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า เพราะยูกะชอบสิ่งอ่อนนุ่ม สวยงาม ซึ่งไม่มีในเพศชาย เธอไม่ค่อยชอบผู้ชายตัวแข็ง ขนยุ่บยั่บ กลิ่นตัวแบบผู้ชายเป็นสิ่งที่ยูกะไม่เคยคิดจะชอบมันมาก่อน ขนาดลูกน้องของเธอที่ติดตามเธอ พวกเขาก็ได้รับมอบน้ำหอมประจำตัว แน่นอนกว่ากลิ่นของมันหวาน หอมฟุ้งเลยละ ผู้ชายที่เธอเลือกจะมาขึ้นเตียงด้วย ส่วนใหญ่ตัวบาง อ้อนแอ้น หน้าสวย ใช่...ผู้ชายเดี๋ยวนี้หน้าสวยจนผู้หญิงยังอาย คนโปรดที่สุดของเธอก็คือเค เขา...เอ่อ...ถึงจะศัลยกรรมมามากก็เถอะ แต่หมอก็หน้าสวย มองเพลิน แถมยังตัวบาง ผิวเนียนละเอียด กลิ่นหอม ไม่มีขนาดที่ใหญ่โตมากมายอะไรจนเธอสะพรึงหรือเจ็บปวด ใช่...เธอไม่เคยชอบผู้ชายที่มีอาวุธประจำตัวใหญ่โตอะไร เธอชอบเป
“ฟิน ฟิน ไม่เป็นอะไรแล้วนะที่รัก ที่รัก” ฟ้าใหม่โผผวาเข้ากอด คนที่มาปลดปล่อยเธอจากพันธนาการ เขากอดเธอแน่น เธอเองก็เช่นกัน “ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ฮือ ๆ กลัวแทบตาย กลัวมาก” เธอพึมพำกับอกกว้าง เขาอุ้มเธอออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่ขังเธอไว้ เซริวมาช่วยเธอไว้ก่อนที่เธอจะทันถูกเจ้าผู้ชายคนนั้นจับเธอเปลี่ยนชุดนางแมวอะไรนั่น ดีเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ถูกผู้หญิงด้วยกัน...โอยคิดแล้วก็ขนลุกอย่างไรพิกล ผู้ชายอีกคนก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน จากลูกน้องของเซริว เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาการค่อนข้างหนัก เรื่องนี้คงจะต้องสืบกันอีกยาวเลยทีเดียวละ ว่าทำไมลูกชายของแก๊งคัทซึเนะถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยกเว้นจะคุยกันได้เท่านั้น ฟ้าใหม่ถูกนำไปตรวจที่โรงพยาบาล เธอมีเพียงอาการฟกช้ำในบางที่และขวัญเสียเล็กน้อย นอกนั้นเป็นปรกติดี ทำให้เซริวโล่งใจมาก อิชิกาวะเป็นฮีโร่จริงๆ ที่จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแบบนี้ พวกผู้ใหญ่ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ลูกน้องมือขวาของเคนจิถือเป็นเรื่องที่จะต้องไปรายงาน เขาบอกทุกอย่างกับเคนจิ เล่นเอาเคนจิถึงกับเครียด แต่ประโยคท้ายของ
ฟ้าใหม่ยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เธอถูกบังคับพามาจากร้านราเม็งนั่น ปืนถูกจี้เข้าที่สีข้างของเธอ และผู้ชายที่รายล้อมเธอแต่ละคนตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น พวกเขาพาเธอออกมาจากร้าน และตรงมาขึ้นรถ การกระทำเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีคนสังเกต เธอถูกจับพันธนาการและถูกปิดตา ผ้าเปิดตาตอนนี้ยังไม่ถูกปลดออก เธออยู่ในความเงียบ หูได้ยินเสียงครางเบาๆ จากมุมห้อง ห้องนี้ชื้นและมีกลิ่นอับ ไม่ได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวแน่ ๆ ที่ถูกจับมาแบบนี้ แต่ว่าใครอีกคนกันนะ คนพวกนี้จับเธอมาทำไมหนอ หญิงสาวพยายามทำสมาธิ รวบรวมสติไว้ การมีสติจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน ใครจับเธอมากันนะ? เรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิวาห์ของบิดาและมารดาของเขาแวบเข้ามาในห้วงนึก หรือว่าจะมีพวกที่อยากจะขัดขวางงานแต่งงานของพวกเขากันหนอ? มันจะมีเหตุการณ์ขนาดของงานพวกท่านอีกไหมนะ แล้วเธอ...จะรอดหรือเปล่า เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต เสียงประตูเปิด ทำให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งเกร็ง หูพยายามจับฟังเสียง มีคนเข้ามาและกำลังเดินตรงมาที่เธอ ไปยังมุมห้องเธอถูกหิ้วขึ้นมาฟ้
“ร้านราเม็งร้านนี้ อร่อยอย่างที่เซริวบอกจริงๆ ด้วยล่ะ” “ใช่ไหมล่ะครับ ผมบอกแล้ว ว่าร้านอร่อยในตำนานเลย เห็นอะไรตรงนี้ไหม?” เขาขยิบตาให้เธออย่างซุกซน แล้วชี้ตรงผนัง เธอเขม้นตามอง มันเป็นเหมือนรูปวาดเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงนั้น “อะไรคะ?” “ผมมือบอนน่ะครับ แหะ ๆ เคยมาแอบเอาสีเมจิกเขียนไว้ตรงนี้ กับโกคุงเพื่อนของผม แล้วตาเฒ่าจุนก็เลยจับพวกเราอบรมและทำโทษ สีของผมมันลบไม่ออก จนถึงทุกวันนี้ จุนซังบอกไว้ว่ามันก็เหมือนความผิดของคนเรา ที่ทำลงไปแล้ว ลบไม่ได้ แต่เรายอมรับและปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้” “ลุงแกสอนดีจังเลยค่ะ” เธอลูบภาพเล็กๆ นั้น แล้วเอ่ยพึมพำกับตนเอง “จริงสินะคะ ความผิดของคนเรา ทำลงไปแล้วก็ลบไม่ได้” “ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ใช่แค่แต่ความผิด” เสียงทุ้มแหบดังขึ้นด้านหลังเธอ สาวน้อยสะดุ้ง ขณะที่เซริวมองขึ้นไปสบตากับคนพูด แล้วยิ้มกว้าง พลางค้อมศีรษะให้ “สวัสดีครับจุนซัง” “สวัสดีพ่อเด็กดื้อ ยังไงถึงแวะมากินแถวนี้ได้ล่ะ” “หนีพ่อมาน่ะครับ” เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ จุนส่ายหน้าน้อยๆ พลางหัวเราะหึ ๆ เขามองดูแม่สาวที่มากับพ่