ความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีน้องสาวแท้ ๆ ที่ต้องคอยดูแลปกป้อง คำประกาศว่าจะแต่งงานด้วยนั้น สำหรับเขาแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรจากการที่เด็กคนหนึ่งบอกว่า จะแต่งงานกับซูเปอร์ฮีโร่ที่ตัวเองชื่นชอบ เขาจึงได้แต่ยิ้มรับ และคอยหยอกล้อเธอกลับไปเสมอ
แต่ใครเลยจะล่วงรู้ว่า คำมั่นสัญญาที่ดูเหมือนจะเลื่อนลอยของเด็กหญิงวัยเก้าขวบในวันนั้น ไม่เคยเป็นคำพูดเล่น ๆ เลยแม้แต่ครั้งเตียว
นับตั้งแต่วันที่ตรีวิทย์ก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ โลกทั้งใบของ
พริริมา ก็ดูเหมือนจะหมุนรอบตัวเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว คุณหนูของบ้านทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เธอเลิกกรีดร้องอาละวาดหากถูกขัดใจหรือไม่ได้ดังใจ แม้จะหลงเหลือสีหน้าที่แสดงออกชัดว่าไม่พอใจแต่ก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
ไม่ว่าตรีวิทย์จะบอกหรือสอนอะไรเจ้าตัวก็ทำตามอย่างว่าง่าย หากดื้อกับใครในบ้านขึ้นมา เพียงแค่เอ่ยว่าจะฟ้องคุณตรี พริริมาก็จะเชื่อฟังแทบในทันที
ชีวิตประจำวันของตรีวิทย์ มีเงาของเด็กหญิงตัวป้อมตามติดแทบจะทุกฝีก้าว ไม่ว่าเขาจะไปไหน หรือทำอะไร ก็จะมีเสียงเล็ก ๆ คอยเรียก
‘พี่ตรี’พร้อมกับร่างอวบที่วิ่งดุ๊กดิ๊กตามมาเสมอ
มีบ้างที่เด็กหนุ่มรู้สึกอึดอัด จนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แต่เพราะว่าเห็นแก่ลุงพีที่คอยส่งเสียให้เล่าเรียน และเลี้ยงดู เขาจึงต้องทำหน้าที่ทดแทนบุญคุณให้ถึงที่สุด
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่สายลมพัดมาเอื่อย ๆ ตรีวิทย์กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่ศาลาริมสวน บรรยากาศเช้านี้กำลังสดชื่น แต่แล้วความสงบสุขของเขาก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเล็ก ๆ ที่ดังเจื้อยแจ้วมาจากอีกฟากของสนามหญ้า
“มาเร็วเจ้าพารวย! มาวิ่งไล่จับกัน!”
เสียงใส ๆ ของพริริมาดังขึ้น พร้อมกับร่างอวบในชุดกระโปรงสีชมพูที่กำลังวิ่งไล่กวดเจ้า ‘พารวย’ สุนัขพันธ์ผสมบางแก้ว ขนปุยสีขาวตัวโปรดอย่างสนุกสนาน
เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กหญิงดังสลับกับเสียงเห่าโฮ่ง ๆ ของเจ้าสุนัขตัวขนาดเคือง สร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับบ้านหลังใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ตรีวิทย์ละสายจากตัวหนังสือ เงยหน้าขึ้นมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบา เขารู้สึกเอ็นดูในความร่าเริงสดใสของเด็กหญิงเสมอ แม้บางครั้งจะรู้สึกรำคาญกับการตามติดแจของเธอบ้าง แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างที่ประดับอยู่บนใบหน้ากลม ๆ นั้น ความรู้สึกอึดอัดใจก็มลายหายไปสิ้น
เด็กหญิงวิ่งวนไปรอบ ๆ สนามหญ้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยมีเจ้าพารวยไล่ตามติด ๆ ไม่ห่าง ความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ตรีวิทย์เริ่มรู้สึกเป็นห่วง เขากำลังจะตะโกนให้เธอระวัง ทว่ามันก็ช้าไปแล้ว
“ว้าย!”
เสียงร้องสั้น ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างอวบของพริริมา ที่เสียหลักล้มคะมำลงไปกับหญ้าอย่างแรง เจ้าพารวยวิ่งตามมาเบรกไม่ทัน ชนเขากับร่างของเจ้านายตัวน้อยอย่างจัง ก่อนจะวิ่งวนรอบตัวเธอพร้อมกับร้องคราง
หงิง ๆ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงร้องไห้จ้า ที่ดังลั่นไปทั่วบริเวณ
“ฮือ ๆ เจ็บ... ฮือ ๆ “
ตรีวิทย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง
“น้องแพง! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ!” เขาตะโกนถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน ขณะที่ยังวิ่งไม่ถึงตัวเสียด้วยซ้ำ
เขาค่อย ๆ ช้อนตัวเด็กหญิงขึ้นมานั่งในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา
พริริมายังคงร้องไห้ไม่หยุด ใบหน้ากลมแดงก่ำเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและเศษดิน
“เจ็บตรงไหนครับ ให้พี่ดูหน่อย” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางสำรวจร่างกายของคนตัวป้อมอย่างละเอียด
“ฮือ ๆ เข่า... แพงเจ็บเข่า”เด็กหญิงสะอึกสะอื้นพลางชี้ไปที่หัวเข่าขวาของตัวเอง
ตรีวิทย์ก้มลงมองตามแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ที่หัวเข่าของเธอมีแผลถลอกเป็นทางยาว เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาปะปนกับเศษดินและเศษหญ้า ดูแล้วน่าหวาดเสียวไม่น้อย
เขารีบประคองร่างกลม ๆ ของเธอให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ก่อนจะพาเดินกะเผลก ๆ ไปยังศาลาที่เขานั่งอ่านหนังสืออยู่เมื่อครู่
เมื่อจัดแจงให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มก็คุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าเธออย่างไม่ลังเล
“เดี๋ยวพี่ทำแผลให้นะครับ” เขาพูดปลอบเสียงนุ่ม ก่อนจะก้มหน้าลงไปใกล้ ๆ แผลที่หัวเข่าของเธอ
พริริมาสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ “พี่ตรีจะทำอะไรคะ”
แทนคำตอบ ตรีวิทย์ใช้ริมฝีปากเบา ๆ ไปที่แผลของเธอ เพื่อไล่เศษดินและฝุ่นที่ติดอยู่ออกไปให้ได้มากที่สุด สัมผัสอุ่นจากลมหายใจของเขาทำให้เด็กหญิงรู้สึกจั๊กจี้ระคนแปลกใจ เธอหยุดร้องไห้ไปโดยปริยาย ได้แต่นั่งนิ่งมองการกระทำของเขาด้วยความงุนงง
เมื่อเห็นว่าเศษดินชิ้นใหญ่ออกไปหมดแล้ว เขาก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอย่างอ่อนโยน “รอแป๊บนะครับ เดี๋ยวพี่ไปเอายามาให้”
ไม่นาน ตรีวิทย์ก็กลับมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ เขานั่งลงในท่าเดิม ก่อนจะค่อย ๆ บรรจงใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ แผลอย่างเบามือที่สุด
“อาจจะแสบหน่อยนะ น้องแพงทนเอาหน่อยนะ” เขาบอกเสียงนุ่ม
พริริมาเม้มปากแน่น พยักหน้ารับเบา ๆ แม้จะรู้สึกแสบจนน้ำตาเล็ด แต่เธอก็ไม่ได้ร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว เมื่อทำความสะอาดแผลเสร็จ เขาก็ทายาฆ่าเชื้อให้เธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแปะพลาสเตอร์ลายการ์ตูนน่ารัก ๆ ลงบนแผลให้อย่างเรียบร้อย
“เรียบร้อยแล้วครับ คนเก่ง” เขายิ้มให้เธออีกครั้ง ก่อนจะลูบศีรษะทุยของเธอเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ
‘พี่ตรีของแพง... ใจดีที่สุดในโลกเลย’ เด็กหญิงคิดในใจ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เธอรู้แค่เพียงว่า... ผู้ชายคนนี้คือคนที่เธอจะรัก และเทิดทูนไปตลอดชีวิต...