Share

บทที่ 5 กำไลมิติสมุนไพร

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-03 00:32:34

บทที่ 5

กำไลมิติสมุนไพร

เวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันลั่วชิงที่ทำตามคำสั่งสำเร็จได้นำสมุดเล่มหนามาวางลงตรงหน้าผู้เป็นนายหญิงของตน ด้านในเต็มไปด้วยรายชื่อของบ่าวรับใช้และทหารในจวน รวมทั้งคำบรรยายเรื่องราวบทลงโทษอันโหดร้ายที่พวกเขาได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างละเอียด

เว่ยหว่านหนิงนั่งอ่านเนื้อหาด้านในอย่างตั้งใจ แต่ทว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกคลื่นไส้กับบทลงโทษแสนโหดร้ายของร่างเดิม จนนางอดไม่ได้ที่จะสบถด่าอีกฝ่ายในใจอยู่หลายครั้ง

เว่ยหว่านหนิงจากพฤติกรรมทั้งหมดนี่ของเจ้าไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะโกรธแค้นถึงเพียงนั้น

“นี่คือรายชื่อทั้งหมดใช่หรือไม่?”

“เพคะ นี่คือรายชื่อของคนรับใช้และทหารในจวนที่บ่าวรวบรวมมาทั้งหมด”

“ยังไม่มีใครในจวนเสียชีวิตเพราะถูกลงโทษใช่หรือไม่” เสียงของนางเย็นขมขณะมือบางชิงบิดปลายกระดาษ

ลั่วชิงได้ฟังคำถามก็คุกเข่าเล็กน้อยพลางก้มหน้าเอ่ยตอบผู้เป็นนาย

“เพคะ แม้ทุกคนจะถูกลงโทษรุนแรงจนบาดเจ็บสาหัสแต่ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเพคะ”

หญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะพลางคิดถึงเนื้อหาในนิยายที่เคยบรรยายว่า เว่ยหว่านหนิงที่ได้รับข่าวว่าพระเอกและนางเอกที่อยู่เมืองหลวงกำลังเข้าสู่พิธีมงคลก็พลันเกิดโทสะในใจ ในจังหวะนั้นมีเด็กชายวัยหกขวบบุตรชายของบ่าวในจวนวิ่งซนมาชนนาง

สุดท้ายเว่ยหว่านหนิงก็ระบายโทสะใส่เด็กน้อย นางสั่งลงโทษโยนเด็กชายลงในบ่ออสรพิษโดยห้ามผู้ใดเข้าไปช่วยเหลือ สุดท้ายเด็กคนนั้นก็ถึงแก่ความตาย....

“โชคดีที่ข้าเข้ามาอยู่ในร่างก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น...” หญิงสาวพึมพำกับตนเองแผ่วเบา

ร่างบางปิดสมุดลงพลางย่างกายเดินไปยืนที่ริมหน้าต่าง นัยน์ตาคู่สวยมองเกล็ดหิมะที่กำลังละลายบ่งบอกถึงการเปลี่ยนฤดูและนั่นหมายถึงจุดจบของนางตามนิยายต้นฉบับใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

ข้าควรเริ่มลงมือเปลี่ยนแปลงได้แล้วก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...

“ลั่วชิงเชิญท่านหมอไปรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บ” เว่ยหว่านหนิงเอ่ยเสียงนิ่งแต่หนักแน่น “บอกท่านหมอว่าจงรักษาทุกคนอย่างสุดความสามารถ”

“เพคะ”

ลั่วชิงโน้มกายรับคำสั่งก่อนด้วยรอยยิ้มเพราะนี่นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน หญิงสาวรีบเดินออกมาจากห้องรีบเร่งฝีเท้าไปยังโรงหมอที่อยู่เรือนอีกฝั่งของจวนอ๋องเพื่อทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

แสงอาทิตย์ยามอัสดงค่อย ๆ ลับหายไปเหลือเพียงเงาสลัวปกคลุมทั่วจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง ความเงียบสงัดแผ่คลุมราวกับเวลาหยุดนิ่งทว่ารอบนอกยังคงมีเหล่าทหารมากฝีมือผลัดเวรยามเดินตรวจตราเป็นระยะ ๆ เสียงก้าวเท้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอขับกล่อมยามค่ำให้มั่นคงและปลอดภัย

ภายในห้องนอนหรูหราเว่ยหว่านหนิงขดกายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าที่มักเต็มไปด้วยความระแวดระวังยามนี้กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเล็กน้อยคล้ายกำลังจมดิ่งสู่ห้วงฝันอันอบอุ่น

“หว่านหนิง”

เสียงแผ่วหวานดังขึ้นท่ามกลางหมอกสีขาวขุ่นรอบกาย เว่ยหว่านหนิงหันขวับไปทางต้นเสียง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างก่อนจะพรั่งพรูด้วยหยาดน้ำตา

ใบหน้านั้น...นางจำได้ดี

“แม่!” เสียงร้องเรียกเต็มไปด้วยความโหยหา หญิงสาวโผเข้าไปสวมกอดหญิงวัยกลางคนน้ำตาไหลพรากไม่หยุด

ไป๋หยางชิงโอบกอดบุตรสาวแนบแน่นประหนึ่งกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วอีกฝ่ายจะหายไปอีกครั้ง ริมฝีปากของนางพรมจูบลงบนศีรษะลูกสาวดวงตาอ่อนโยนพร่ามัวด้วยน้ำตา

“เด็กดีเหนื่อยมากใช่ไหม แม่...แม่ขอโทษที่ทิ้งลูกไว้เพียงลำพัง”

ไป๋หยางชิงเอ่ยออกมาน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาคู่สวยยามนี้ฉายแววรู้สึกผิดที่ตนเองประสบอุบัติเหตุจากไปอย่างกะทันหันทิ้งให้บุตรสาววัยสิบแปดใช้ชีวิตเพียงลำพังบนโลก

“ไม่...หนูไม่เคยโทษแม่เลย แค่ได้เจอแม่อีกครั้ง...หนูก็ดีใจที่สุดแล้ว” หว่านหนิงสะอื้นไห้น้ำตาไหลอาบแก้มแต่มุมปากยังยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

บรรยากาศรอบกายอบอวลด้วยความรัก ความคิดถึง และความโหยหาอันเนิ่นนาน ทั้งสองแม่ลูกโอบกอดกันแน่นไม่อยากให้เวลานี้ผ่านไป

ไม่นานนักไป๋หยางชิงค่อย ๆ ดึงกำไลหยกเขียวเนื้อดีที่ตนเองสวมใส่อยู่บนข้อมือออกมา กำไลวงนั้นเนื้อหยกสุกปลั่งราวหยดน้ำค้างต้องแสงอรุณ ลวดลายภายนอกเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม เมื่อพลิกดูด้านในจะเห็นตัวอักษร “ไป๋” ที่ถูกสลักไว้อย่างประณีตและบรรจง

“นี่คือกำไลประจำตระกูล เพราะแม่จากไปกะทันหันจึงไม่ได้ส่งต่อให้ลูก ตอนนี้แม่มีโอกาสแล้ว หว่านหนิง ลูกต้องสวมกำไลวงนี้ไว้ตลอดหากต้องการใช้งานเพียงลูบมันเบา ๆ สามครั้ง”

หว่านหนิงรับกำไลมาอย่างประคับประคองน้ำตายังคงไหลพราก

“แม่...”

ไป๋หยางชิงลูบแก้มลูกสาวเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นถูกเอ่ยออกมา

“เด็กดีจำไว้จงทำดีกับเซียวอวี้หาน เขาเป็นเพียงคนเดียวที่จะปกป้องลูกได้”

สิ้นประโยคนั้นร่างของไป๋หยางชิงก็ค่อย ๆ เลือนหายไปท่ามกลางหมอกขาว เว่ยหว่านหนิงพยายามเอื้อมมือคว้าไว้แต่กลับว่างเปล่า

เฮือก!

“แม่!”

หว่านหนิงสะดุ้งตื่นขึ้นดวงตาคู่สวยพร่าเลือนน้ำตายังเกาะอยู่ที่หางตา นางหอบหายใจถี่พลางก้มลงมองที่ข้อมือพบว่ามีกำไลหยกเขียวสวมอยู่จริง ๆ ร่างกายพลันสั่นสะท้าน

“เรื่องจริงหรือ....” นางพึมพำเสียงแผ่ว

ความสงสัยและความตื่นเต้นผลักดันให้นางลองทำตามคำสอนของมารดา ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบลงบนกำไลทีละครั้ง

หนึ่ง...สอง...สาม

และในพริบตาร่างทั้งร่างของนางถูกแรงดูดมหาศาลดึงเข้าไป...

เว่ยหว่านหนิงพบว่าตนยืนอยู่ในโลกอีกแห่ง ที่นี่คือหุบเขาอันสงบเงียบมีลมพัดกลิ่นหอมสมุนไพรมาเป็นระยะ เบื้องหน้าของนางมีกระท่อมไม้หลังเล็กเรียบง่ายด้านข้างมีแปลงสมุนไพรหายากผลิใบเขียวขจีละลานตาพร้อมกับสระน้ำกว้างใหญ่ที่มีสมุนไพรหลายสิบชนิดเติบโตอยู่

“สมุนไพรพวกนี้มันล้ำค่าและหายากมากเลยไม่ใช่หรือ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 11 แผนการหลบหนี

    บทที่ 11แผนการหลบหนีบรรยากาศหน้าจวนอ๋องเจิ้นเป่ยยามเช้าตรู่คึกคักไปด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงเกือกม้า รถม้าคันหนึ่งจอดรออยู่หน้าจวน ขนาบข้างด้วยเหล่าทหารกล้านับสิบนายที่ได้รับคำสั่งให้คุ้มกันพระชายาไปสวดภาวนาถือศีลที่วัดบนหุบเขาเพื่ออธิษฐานให้ท่านอ๋องและกองทัพในสนามรบปลอดภัยและมีชัยกลับมาหลิวอวิ๋นเหมยและเหล่าบ่าวไพร่ต่างมายืนส่งเสด็จที่หน้าประตูใหญ่ แววตาของหญิงชราที่ผ่านโลกมาค่อนชีวิตเต็มไปด้วยความกังวล“พระชายาจะไม่นำบ่าวติดตามไปเพิ่มจริงๆ หรือเพคะ มีเพียงลั่วชิงคนเดียว หม่อมฉันเกรงว่าพระนางจะทรงลำบาก” หลิวอวิ๋นเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นแฝงความกังวลเล็กน้อยเว่ยหว่านหนิงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจดอกบัวหิมะ ทอดสายตามองหญิงชราผู้เป็นตัวประกอบในนิยายที่ถูกกล่าวถึงเพียงหน้ากระดาษเดียว ในต้นฉบับหลิวอวิ๋นเหมยเป็นคนที่ภักดีต่อเซียวอวี้หานเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่นางถูกเว่ยหว่านหนิงสังหารเพียงเพราะต้องการแย่งอำนาจดูแลจวนอ๋องหลิวอวิ๋นเหมยผู้นี้...หากผูกมิตรไว้ย่อมดีกว่าเป็นศัตรู หญิงสาวคิดในใจก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความนุ่มนวล“ข้าต้องการเพียงความสงบเพื่อสวดภาวนา มิอยากให้ผู้ใดมา

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 10 รายงานลับจากองครักษ์เงา

    บทที่ 10รายงานลับจากองครักษ์เงาท่ามกลางความมืดมิดของราตรี สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านค่ายทหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างพาเอากลิ่นควันไฟจากกองฟืนลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ เต็นท์ผ้าใบสีเข้มเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทหารยามถือหอกยืนประจำการ ดวงตาแข็งกร้าวจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวภายนอกค่ายอย่างไม่คลาดสายตาภายในกระโจมบัญชาการสว่างไสวด้วยแสงเทียนวูบไหว เซียวอวี้หานสวมชุดเกราะสีดำสนิทยืนอยู่หน้าโต๊ะสายตาจดจ้องไปยังแผนที่หนังแกะที่กางแผ่หราอยู่เบื้องหน้า“พวกชนเผ่าเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับล่วงรู้แผนการศึกของพวกเราล่วงหน้า” หม่าเฉิงกงหรือแม่ทัพหม่าเอ่ยพลางขมวดคิ้วหนา นิ้วหยาบกร้านชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์ที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ “เมื่อหลายวันก่อนกระหม่อมส่งทหารออกไปสอดแนมศัตรูแต่ก็ถูกพวกมันซุ้มโจมตีที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่จื่อฉีกุนซือหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายอ๋องเจิ้นเป่ยขยับพัดในมือเบาๆ เขามองแผนที่พลางเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “พวกชนเผ่าอยู่ใกล้ค่ายทหารเรากว่าที่คิดแต่พวกมันกลับไม่บุกเข้ามาทำเพียงลอบซุ้มโจมตีเท่านั้น กระหม่อมคิดว่าตอนนี้พวกมันอาจมีกำลังพลน้อยกว่าพวกเรา คาดว่าคงรอกำลังเสริมเพ

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 9 ภาพลักษณ์ของพระชายาที่เปลี่ยนไป

    บทที่ 9ภาพลักษณ์ของพระชายาที่เปลี่ยนไปภายในจวนอ๋องเจิ้นเป่ยยามเช้า กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรนับสิบชนิดอบอวลไปตามระเบียงทางเดิน บ่าวรับใช้และทหารยามต่างได้รับขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาด้านในบรรจุยาบำรุงที่ทำมาจากสมุนไพรชั้นดี ทว่าแทนที่ทุกคนจะยินดีที่ได้รับยาบำรุงล้ำค่า แต่พวกเขากลับแสดงออกถึงความกังวลและหวาดกลัวต้นเหตุนั่นก็เพราะยาบำรุงที่ถูกแจกจ่ายในวันนี้ ล้วนออกมาจากฝีมือของพระชายา“นี่จะเป็นยาบำรุงจริงหรือ คงไม่ใช่ยาพิษหรอกใช่ไหม” หญิงรับใช้คนหนึ่งหันไปกระซิบกับสหายที่ยืนอยู่ข้างกายเสียงเบาพระชายาในความทรงจำของพวกเขาเปรียบเสมือนปีศาจร้าย ต่อให้ตอนนี้พระชายาจะสูญเสียความทรงจำและไม่ได้ทุบหรือด่าทอพวกเขาเช่นในอดีต แต่ความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของพวกเขาก็ยากที่จะลบเลือนได้ หลายคนมองขวดยาในมือด้วยสายตาระแวง บางคนถึงกับแอบกระซิบเสียงเบา“ลั่วชิงบอกว่ายาบำรุงนี้ต้องดื่มภายในสามวัน หากทิ้งไว้นานกว่านี้สรรพคุณของยาจะอ่อนลง”“ข้าไม่กล้าดื่มยานี้ลงไปหรอก กลัวว่าจะเป็นยาพิษ”“แต่นี่เป็นยาที่พระชายาประทานมาให้ หากพวกเราไม่ดื่มจะกลายเป็นขัดคำสั่งหรือไม่”ความลังเลปกคลุมไปทั่วจวนสุดท

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 8 ความหมายที่แท้จริงของระบบเทพโอสถ

    บทที่ 8ความหมายที่แท้จริงของระบบเทพโอสถภายในห้องบรรทมที่เงียบงัน มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษดังแผ่วเบาและเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของเว่ยหว่านหนิง ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานางจมอยู่ในกองตำรามากมายที่ขนออกมาจากมิติ ตำราหลายสิบเล่มถูกตั้งราวกับภูเขาเตี้ย ๆ บางเล่มวางระเกะระกะบนพื้น โต๊ะ เตียง ไม่มีที่ว่างแม้แต่คืบเดียว กระดาษหลายแผ่นถูกคั่นด้วยด้ายสีแดง บางเล่มเปิดค้างไว้ บางเล่มถูกโยนทิ้งเพราะไม่พบสิ่งที่ตามหา แต่ไม่ว่าจะค้นเท่าไรหญิงสาวก็ยังไม่พบแม้แต่ร่องรอยของพิษหยกดำเว่ยหว่านหนิงถอนหายใจหนักจนไหล่ตกมือเรียวเอื้อมหยิบตำราเล่มถัดไปมาเปิดอีกครั้ง ใบหน้าที่เคยงดงามของหญิงสาวยามนี้ซีดขาวและดูอิดโรย เส้นผมดำขลับยุ่งเหยิงเล็กน้อย ขอบตาดำคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการตรากตรำอดนอนอ่านตำรามาตลอดหลายวันหน้าต่างระบบลอยนิ่งอยู่บนอากาศด้านในมีลูกหมาตัวน้อยนอนยืดพุง ขาของมันก่ายกันอย่างสบายอารมณ์แถมยังเคี้ยวขนมที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหนราวกับกำลังชมละครชีวิตมนุษย์ต่ำต้อย หลังจากเฝ้าดูเว่ยหว่านหนิงก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หลายชั่วยาม ลูกหมาก็เริ่มพึมพำเสียงดังราวกับตั้งใจจะให้ได้ยินหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าได้ยิน[เฮ้อ…ดูท

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 7 หนทางรอดจากการตายของนางร้าย

    บทที่ 7หนทางรอดจากการตายของนางร้ายภายในจวนอ๋องเจิ้นเป่ยบริเวณริมสระบัวเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดต้องผืนน้ำ ศาลาไม้ทรงแปดเหลี่ยมตั้งอยู่กลางสระให้บรรยากาศอบอุ่นภายใต้ความเงียบสงบเว่ยหว่านหนิงนั่งอยู่ภายในศาลา ลมอ่อนพัดปลายผมนุ่มสลวยให้ไหวโอน เบื้องหน้าของนางมีลูกหมามอลทีสขนฟูที่ลอยตัวอยู่ภายในหน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งแสง[สรุปเจ้ากำลังบอกว่าที่นี่คือโลกนิยาย ส่วนตัวเจ้าได้มาเข้าร่างของสตรีสารเลวมีบทบาทเป็นนางร้ายที่จะตายในอีกไม่กี่เดือน]น้ำเสียงของลูกหมาคราวนี้ไม่มีทีท่าล้อเล่นแม้แต่น้อยหลังฟังเรื่องราวทุกอย่างจากปากของเว่ยหว่านหนิง มันถอนหายใจยาวสั่นสะเทือนทั้งตัวราวกับโลกทั้งใบถาโถมอยู่บนบ่าของมันหว่านหนิงพยักหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“ว่าแต่ท่านเป็นเทพมิใช่หรือ พอจะมีวิธีให้ข้ากลับไปโลกปัจจุบันได้หรือไม่?”ลูกหมาเบิกตาโตก่อนสะบัดหางอย่างแรงราวกับกำลังฟาดปัญหาออกไป[ข้าเป็นเทพโอสถไม่ใช่เทพควบคุมโชคชะตามนุษย์ เรื่องนั้นข้าไม่อาจช่วยเจ้าได้ อีกทั้งจากที่เจ้าบอกร่างของเจ้าในโลกเดิมคงตายไปแล้ว หากเจ้ากลับไปก็มีเพียงจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนเท่านั้น]หว่านหนิงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจ

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 6 ระบบเทพโอสถ

    บทที่ 6ระบบเทพโอสถ“สมุนไพรพวกนี้มันล้ำค่าและหายากมากเลยไม่ใช่หรือ...”หญิงสาวพึมพำกับตนเองมองสมุนไพรที่อยู่ในสวนตาเป็นประกาย ก่อนร่างบางจะก้าวเข้าไปในกระท่อมกลิ่นหอมของสมุนไพรพลันลอยโชยเข้ามากระทบจมูก หว่านหนิงเริ่มเดินสำรวจภายในกระท่อมพบโอสถถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเต็มตู้ไม้และยังมีตำราแพทย์นับร้อยเล่มวางเรียงรายบนชั้นหนังสือ กลิ่นกระดาษเก่าผสมกลิ่นสมุนไพรทำให้หัวใจสั่นสะท้าน“นี่มันคลังสมบัติชัด ๆ”ทว่าในขณะที่หญิงสาวกำลังดีใจกับมรดกที่ได้รับจากมารดา เบื้องหน้าของนางกลับปรากฏหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงขึ้นติ้ง![ระบบเทพโอสถกำลังเชื่อมต่อ….][ระบบเทพโอสถกำลังยืนยันตัวตนผู้สืบทอด….][ผู้สืบทอดไป๋หว่านหนิงเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว]“ฮะ? ระบบเทพโอสถคืออะไร?”หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าต่างโปร่งแสงเบื้องหน้าที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนอย่างงุนงง ก่อนตัวอักษรทั้งหมดจะบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นลูกหมามอลทีสขนปุยสีขาวโพลนตัวหนึ่งที่ยืนเชิดหน้าภูมิใจบนหน้าต่างระบบนั้น[ในที่สุดเจ้าก็เชื่อมต่อกับข้าเสียที เจ้ามนุษย์ต่ำต้อย]หว่านหนิงถึงกับชะงักงัน “เจ้าคือระบบเทพโอสถ?”[แน่นอน ข้าคือเทพโอสถผู้สูงส่งที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status