Teilen

ตอน 10 หมอหลี่กลับมา

last update Veröffentlichungsdatum: 02.08.2026 10:03:37

ตอน 10 หมอหลี่กลับมา

รุ่งเช้าในค่ายชายแดนไม่ได้มีกลิ่นหอมของข้าวใหม่เหมือนในเมืองหลินอัน มันมีกลิ่นโลหะจากเกราะที่ถูกเช็ด กลิ่นดินจากลานฝึก และกลิ่นยาสมุนไพรที่ต้มค้างคืนอยู่ในเรือนบาดเจ็บ เสียงแตรปลุกดังยาว ทหารเดินเป็นแถวผ่านหน้าต่างไม้แคบ ๆ จังหวะเท้ากระทบพื้นเหมือนหัวใจของค่ายที่ไม่เคยหยุดพัก

เซวียนอิงไม่ได้นอนทั้งคืนเต็ม ๆ เธอนั่งเฝ้าข้างเตียงซือจิ่ว สลับระหว่างจับชีพจรลึก ตรวจสีริมฝีปาก และเช็ดเหงื่อเย็นที่ออกเป็นระยะ เมื่อใดที่ชีพจรแกว่ง เธอจะหมุนเข็มที่คุมหัวใจเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ แล้วปล่อยให้ร่างกายจัดระเบียบตัวเองเหมือนให้โอกาสคนเจ็บหายใจด้วยแรงของตนเอง

ตอนฟ้าสาง ซือจิ่วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่การตื่นแบบหลงทาง แต่เป็นการตื่นที่มีสติ เขามองเพดานไม้ของเรือนบาดเจ็บ แล้วหันมามองเธอด้วยสายตาที่ชัดและนิ่งกว่าเดิมมาก

"ข้ายังอยู่" เขาพูดเสียงแหบ แต่ประโยคเต็มคำ

เซวียนอิงวางปลายนิ้วบนข้อมือเขาอีกครั้ง ชีพจรแท้ตอบแรงขึ้น มีจังหวะที่แน่นเหมือนกลองที่เพิ่งถูกขึงใหม่ เธอถอนลมหายใจยาวอย่างเงียบ ๆ เหมือนคนเพิ่งวางหินหนักลงจากบ่า

"เจ้ายังอยู่" เธอตอบ "และคราวนี้อยู่จริง"

ซือจิ่วพยายามยกมือ แต่ยังอ่อนแรง เซวียนอิงช่วยประคองให้เขาดื่มน้ำอุ่นผสมเกลืออ่อน ๆ สองอึก แล้วให้เขานอนนิ่งอีกครั้ง

กวานซงที่เฝ้าประตูอยู่ตลอดคืนชะโงกหน้าเข้ามา ดวงตาเขาแดงแต่มีแสง เขากระซิบ "เขาฟื้นแล้วหรือ"

เซวียนอิงพยักหน้า

กวานซงยิ้มแบบคนที่แทบลืมวิธียิ้ม "ดี"

ยังไม่ทันที่ความดีนั้นจะอุ่นได้เต็มห้อง ประตูเรือนบาดเจ็บก็เปิดขึ้นอย่างหนักแน่น แม่ทัพเซียวเหยียนจวินก้าวเข้ามาโดยไม่ต้องให้ใครประกาศ เขาเปลี่ยนจากเสื้อคลุมเดินทางเป็นชุดเกราะเบากว่าเดิม แต่ดวงตายังคมเหมือนเดิม เขามองซือจิ่วก่อน เห็นคนบนเตียงลืมตาและหายใจนิ่งขึ้น เขาจึงถามทันที "พูดได้ไหม"

ซือจิ่วกลืนลมหายใจ "พูดได้"

แม่ทัพพยักหน้า แล้วสายตาเขาเลื่อนไปที่เซวียนอิง "หมอหลี่"

คำเรียกนั้นทำให้เซวียนอิงชะงักเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความสนิท แต่เพราะน้ำหนักของมัน ในเมืองหลินอัน ชื่อ "หลี่" ถูกพูดด้วยเสียงต่ำ ถูกแฝงด้วยคำว่า "ตระกูลที่เคยมีคดีพิษ" แต่ที่นี่ แม่ทัพเรียกเธอว่า "หมอหลี่" เหมือนคำยืนยันว่า เธอมีตัวตนในฐานะหมอ ไม่ใช่ข้อกล่าวหา

"เขารอด" แม่ทัพพูดสั้น ๆ เหมือนสรุปผลการรบ

เซวียนอิงค้อมศีรษะ "รอดเพราะเขายังอยากรอด และเพราะท่านให้ข้าทำงาน"

แม่ทัพไม่รับคำชม เขาหันไปสั่งทหารเฝ้าประตู "เรียกหมอหลิวมาที่นี่ และเรียกหัวหน้าหน่วยลาดตระเวน" แล้วหันกลับมามองซือจิ่ว "บัญชีอยู่ที่ไหน"

ซือจิ่วมองเขา สีหน้าเหนื่อยแต่แน่น "ใต้แท่นบูชาศาลเจ้าเก่าปลายเมือง ในกระบอกไม้ไผ่"

แม่ทัพพยักหน้าอย่างคนจดจำทางทันที "ข้าจะส่งคนไป"

ซือจิ่วรีบพูด "ต้องเป็นคนที่ท่านไว้ใจเท่านั้น" เขาหอบ "ในค่ายมีคนร่วมมือ"

คำว่า "คนร่วมมือ" ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที แม่ทัพไม่แสดงความตกใจ เขาเพียงตอบ "ข้ารู้"

เซวียนอิงเห็นปฏิกิริยานั้นแล้วใจเธอหนักขึ้น แปลว่าค่ายนี้ไม่ได้สะอาดอย่างที่หวัง แม่ทัพอาจไม่รับสินบน แต่ความเน่าในระบบไม่ได้เกิดจากคนเดียว มันเกิดจากเครือข่าย

หมอหลิวจื้อเหยียนเข้ามาไม่นาน เขาโค้งคำนับแม่ทัพก่อน แล้วหันมาดูซือจิ่วอย่างรวดเร็ว เขาจับชีพจร ท่าทีของเขาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเมื่อคืนเป็นความเงียบจริงจัง เขาพูดกับแม่ทัพ "ชีพจรนิ่งกว่าก่อน อาการตะกอนพิษลดลง"

แม่ทัพถาม "ตามกฎ เจ้าจะลงบันทึกอย่างไร"

หมอหลิวชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างเลือกคำ "จะลงบันทึกว่าใช้การประคองและการคุมเข็มอย่างเข้มงวด ภายใต้คำสั่งท่านแม่ทัพ"

เซวียนอิงมองเขาและเข้าใจในเสี้ยววินาที หมอหลิวกำลังช่วยปิดช่องโจมตีให้เธอ เขาไม่พูดชื่อยาต้องห้าม ไม่พูดคำว่า "ผงแดง" เขาเขียนให้เป็น "การคุมเข็ม" กับ "คำสั่งแม่ทัพ" ซึ่งหมายถึงถ้าจะมีคนกล่าวหา ก็ต้องกล่าวหาผู้สั่งด้วย ไม่ใช่หมอหญิงคนเดียว

เธอไม่ได้ขอบคุณออกมา เพราะขอบคุณในที่นี้คือการเปิดเงื่อนไขใหม่ แต่เธอจดจำไว้

แม่ทัพหันไปมองเซวียนอิงอีกครั้ง "เจ้าจะกลับเมืองหลินอันหรืออยู่ค่าย"

เซวียนอิงไม่ตอบทันที หัวใจเธอเหมือนถูกดึงสองทาง ทางหนึ่งคือโรงหมอหลี่ที่อาจถูกสมาคมบีบ อีกทางหนึ่งคือค่ายที่มีอันตรายแต่ก็มีโอกาสเปิดโปงเครือข่ายยาปลอมและพิษที่เชื่อมกับทหาร

เธอถามกลับ "ท่านจะให้ข้ากลับได้หรือ"

แม่ทัพตอบ "ข้าจะให้คนคุ้มกันส่งเจ้าออกจากเขตค่าย" เขามองเธอ "แต่ข้าจะไม่บังคับให้เจ้ากลับ ถ้าเจ้าอยู่ เจ้าจะถูกจับตาจากหลายฝ่าย"

เซวียนอิงพยักหน้า "ข้าจะกลับ" เธอพูดช้า ๆ "เพราะโรงหมอหลี่คือบ้านข้า และที่นั่นคือที่ที่สมุนไพรปลอมถูกปล่อยออกสู่คนทั้งเมือง"

แม่ทัพมองเธอนิ่ง เหมือนคาดคำตอบนี้ไว้แล้ว "เจ้ากลับไปแล้วจะทำอะไร"

เซวียนอิงตอบ "ทำให้คนในเมืองรู้ว่า ยาปลอมฆ่าคนได้ และโรงหมอหลี่จะไม่ใช้ยาปลอม" เธอเว้นจังหวะ "และถ้าสมาคมแพทย์คิดจะปิดข้าเพราะข้ารักษาคนเจ็บ ข้าจะทำให้พวกเขาต้องตอบต่อคนเมือง"

แม่ทัพพยักหน้าเล็กน้อย "เจ้าพูดเหมือนคิดจะยืนกลางลม"

เซวียนอิงตอบ "ข้าถูกลมพัดมาทั้งชีวิตแล้ว" เธอมองเขา "คราวนี้ข้าจะยืนเอง"

แม่ทัพเซียวเหยียนจวินไม่พูดอะไรต่อ เขาหันไปสั่งหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่เพิ่งเข้ามา "ส่งคนสองคนคุ้มกันนาง กลับไปเมืองหลินอัน" เขาหยุดนิดหนึ่ง "และอย่าให้ใครรู้ว่าเป็นคนของค่าย"

หัวหน้าหน่วยรับคำสั่งทันที

ก่อนออกจากห้อง แม่ทัพหันกลับมามองเซวียนอิงอีกครั้ง "หมอหลี่"

"เจ้าทำให้คนของข้ารอด" เขาพูด "และเจ้าทำให้ข้าเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ค่าย"

เซวียนอิงค้อมศีรษะ "ข้าจะไม่ปล่อยให้มันจบแบบเงียบ"

แม่ทัพมองเธอนานกว่าปกติเล็กน้อย สายตาเขาไม่ได้อ่อนหวาน แต่มีความหนักแน่นแบบคนที่ยืนอยู่ข้างเดียวกัน "ถ้าถูกบีบจนมุม ส่งข่าวมาหาข้า"

ประโยคนั้นเหมือนเชือกเส้นหนึ่งที่โยนมาให้คนกำลังจะเดินบนหน้าผา ไม่ใช่เชือกที่ดึงเธอขึ้นโดยไม่ต้องปีน แต่เป็นเชือกที่บอกว่า ถ้าจะตกจริง ๆ อย่างน้อยยังมีมือหนึ่งที่พร้อมจับ

เซวียนอิงพยักหน้า "ข้าจะจำ"

เมื่อการจัดการในค่ายเริ่มเดินต่อ ขบวนเล็ก ๆ ก็พาเซวียนอิงออกจากค่ายทางประตูด้านหลัง ทหารคุ้มกันสองคนสวมเสื้อผ้าชาวบ้าน ไม่ติดตราค่าย เดินตามห่าง ๆ ทำเหมือนบังเอิญร่วมทางเพื่อไม่ให้ใครสังเกต กวานซงเดินข้างเธอ เขายังอยู่ในฐานะคนของหน่วย แต่ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่เธอเชื่อใจในระดับที่ยากจะอธิบาย

ระหว่างทางกลับ หลินอันดูเหมือนเดิม บ้านเรือนเริ่มคึกคัก ตลาดเริ่มตั้งแผง เสียงเรียกขายผักดังมาแต่ไกล แต่เซวียนอิงรู้ว่าใต้ความคึกคักนี้มีเครือข่ายที่พร้อมฆ่าคนด้วยสมุนไพรปลอม และพร้อมปิดปากหมอด้วยสมาคม

เมื่อถึงตรอกหน้าโรงหมอหลี่ แดดบ่ายส่องลงบนป้ายผ้าสีซีด เธอหยุดยืนชั่วครู่ รู้สึกเหมือนกลับมาจากสงครามทั้งที่ไม่ได้ถือดาบ เธอดันประตูเข้าไป กลิ่นสมุนไพรในร้านคุ้นเคยเหมือนอ้อมกอดของบ้านที่ยังยืนอยู่

แต่มีบางอย่างต่างไป

มีชาวบ้านสองสามคนยืนรอหน้าร้าน ทั้งที่เธอไม่ได้เปิดป้ายรับคนไข้มากนักในช่วงนี้ คนหนึ่งเป็นหญิงสูงวัยถือห่อผ้า คนหนึ่งเป็นชายหนุ่มพาลูกเล็กที่ไอไม่หยุด และอีกคนเป็นแม่บ้านที่ถือถุงสมุนไพรเก่า ๆ มาให้ดู

เมื่อเห็นเซวียนอิงเข้ามา คนสูงวัยรีบถาม "คุณหมอหลี่ใช่หรือไม่"

คำว่า "คุณหมอหลี่" ทำให้เซวียนอิงใจสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะตื้นตัน แต่เพราะเธอรู้ว่าคำนี้เคยถูกกลืนหายไปจากตรอกนี้นานแล้ว

เธอตอบ "ใช่ ข้าเอง มีอะไรหรือ"

หญิงสูงวัยพูดเร็วเหมือนกลัวจะเสียโอกาส "ข้าได้ยินว่าเจ้ารักษาคนที่ไม่มีใครกล้ารักษา แล้วคนคนนั้นรอดจริง"

ชายหนุ่มเสริมทันที "ข้าได้ยินจากคนในตลาด เขาบอกว่าโรงหมอหลี่จับพิษออกได้ แม้ไม่มีแผล"

แม่บ้านยื่นถุงสมุนไพรเก่าให้ "ข้าซื้อยาจากตลาดใต้สะพานมากินแล้วเวียนหัว คุณหมอดูให้ได้หรือไม่ ว่ามันปลอมไหม"

เซวียนอิงรับถุงนั้นมา กลิ่นคาวโลหะจาง ๆ แตะจมูก เธอไม่ได้แสดงสีหน้า แต่ใจเธอเย็นลง เพราะสิ่งที่เธอกลัวเกิดขึ้นแล้ว ยาปลอมเริ่มทำร้ายคนทั่วไป และข่าวเริ่มวิ่งเร็วกว่าเท้าคน

กวานซงกระซิบข้างหู "ข่าวมาถึงเร็ว"

เซวียนอิงตอบเบา "ข่าวไม่เคยมาช้า เมื่อคนเริ่มกลัวตาย"

เธอพาคนทั้งหมดเข้ามานั่ง จัดลำดับตรวจอย่างสงบ ตรวจเด็กที่ไอก่อน จ่ายยาที่เหมาะ ไม่ใช้ของจากตลาด แต่ใช้ของจากหีบส่วนตัว ตรวจถุงสมุนไพรของแม่บ้าน ใช้เข็มเงินแตะแล้วเห็นสีหม่น เธอพูดชัด "นี่ปลอม และมีผงแร่ปน อย่ากินต่อ"

แม่บ้านหน้าซีด "แล้วร้านขายยา"

เซวียนอิงตอบ "เก็บถุงนี้ไว้ ข้าจะเขียนบันทึกให้ เจ้าพาไปคืนร้านได้ แต่ห้ามทะเลาะ ถ้าร้านไม่รับ ข้าจะทำหนังสือร้องเรียนสมาคมให้ตรวจ"

คำว่า "สมาคม" ทำให้คนในร้านเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะทุกคนรู้ว่าสมาคมแพทย์คือเงาที่ใหญ่กว่าโรงหมอเล็ก ๆ

ไม่นาน ข่าวก็เดินเข้ามาในรูปของเสียงฝีเท้าและกลิ่นน้ำหอมราคาถูก ประตูร้านถูกผลักเปิด ชายวัยกลางคนสวมชุดเรียบร้อยเดินเข้ามาพร้อมคนติดตาม เขาคือคนที่เคยอยู่กับหมอหวังเหวินวันก่อน หน้าเขามีรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ

เขาพูดเสียงดังให้คนในร้านได้ยิน "โรงหมอหลี่เปิดอีกแล้วหรือ ข้าได้ยินว่าหมอหลี่ไปยุ่งเรื่องค่ายทหารมา"

ชาวบ้านบางคนสะดุ้ง บางคนมองหน้ากันแบบไม่แน่ใจว่าจะอยู่หรือไป ความกลัวของคนจนมักถูกควบคุมด้วยคำว่า "ทหาร" ง่ายที่สุด

เซวียนอิงวางพู่กันลงอย่างช้า ๆ เธอไม่ลุกพรวด ไม่เถียงทันที เธอทำเหมือนหมอที่กำลังจะวางเข็ม ต้องเลือกจังหวะที่ไม่ทำให้หัวใจคนไข้สะดุด

เธอถามกลับ "ท่านมาจากสมาคมหรือ"

ชายคนนั้นยกคาง "ใช่ ข้าคือเสมียนสมาคม มาตรวจดูว่าโรงหมอหลี่มีความผิดหรือไม่"

เซวียนอิงยิ้มบาง ๆ "มาตรวจหรือ มาขู่"

เสมียนสมาคมหัวเราะ "ข้าแค่ทำหน้าที่ เจ้าอย่าเข้าใจผิด"

เซวียนอิงหยิบถุงสมุนไพรปลอมของแม่บ้านขึ้นมา วางบนโต๊ะให้เห็นชัด แล้วพูดเสียงเรียบแต่ดังพอให้ทั้งร้านได้ยิน "หน้าที่ของสมาคมคือปกป้องมาตรฐานยาใช่หรือไม่"

เสมียนชะงัก "ใช่"

เซวียนอิงแตะเข็มเงินลงบนผงยา ปลายเข็มหม่นชัดขึ้นทันตา เธอยกขึ้นให้ทุกคนเห็น "นี่คือสมุนไพรปลอมจากตลาดใต้สะพาน มีผงแร่ปน คนในเมืองกินแล้วเวียนหัว บางคนอาจตาย" เธอวางเข็มลง "ถ้าท่านมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องทหาร ข้าจะถามกลับว่า แล้วเรื่องยาปลอมที่ฆ่าคน ท่านจะตรวจเมื่อไร"

ชาวบ้านเริ่มซุบซิบ เสียงเบา ๆ แต่เร็วเหมือนไฟลามฟาง "จริงหรือ" "ข้าก็ซื้อจากตลาดนั้น" "ลูกข้ากินแล้วปวดท้อง"

เสมียนสมาคมหน้าแข็ง "เจ้าพูดเหมือนจะกล่าวหาสมาคม"

เซวียนอิงตอบ "ข้าไม่ได้กล่าวหา" เธอพูดชัด "ข้าเรียกร้องให้ทำหน้าที่"

เสมียนสมาคมมองไปรอบ ๆ เห็นคนเริ่มจับกลุ่ม เริ่มมองเขาด้วยสายตาไม่ไว้ใจ เขารู้ว่าถ้ายืนที่นี่นานจะเสียหน้า เขาจึงเปลี่ยนคำพูด "เรื่องยาปลอม สมาคมจะตรวจ" เขาเว้นจังหวะ "แต่เรื่องค่ายทหาร เจ้าก็ต้องตอบให้ได้ว่าไปเกี่ยวข้องอย่างไร"

เซวียนอิงรู้ว่าเขากำลังรอให้เธอเผลอพูดคำผิด เธอจึงตอบแบบหมอ ไม่ตอบแบบนักการเมือง "ข้ารักษาคนเจ็บตามศีลแพทย์" เธอมองตาเขา "ถ้าคนเจ็บเป็นชาวบ้านหรือเป็นทหาร เขาก็คือคน"

เสมียนสมาคมแค่นเสียง "คำสวย"

เซวียนอิงยิ้มบาง ๆ "ถ้าคำสวยช่วยให้คนไม่ตาย สมาคมควรพูดให้มากกว่านี้"

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากมุมร้าน ชาวบ้านบางคนเริ่มกล้าขึ้น เพราะเห็นว่าหมอหลี่ไม่ถอย และเพราะความกลัวตายจากยาปลอมใกล้ตัวกว่าความกลัวสมาคม

เสมียนสมาคมหน้าตึง เขาพูดเสียงต่ำ "หมอหลี่ เจ้าระวังตัวไว้" แล้วหันหลังเดินออกไปพร้อมคนติดตาม

เมื่อประตูปิดลง ความเงียบอยู่เพียงครู่เดียวก่อนเสียงพูดคุยจะดังขึ้นอีก ชาวบ้านหันมาหาเซวียนอิงด้วยสายตาใหม่ ไม่ใช่แค่สายตาคนมาหาหมอ แต่เป็นสายตาคนที่กำลังฝากความหวังไว้กับโรงหมอเล็ก ๆ ที่กล้าแตะเรื่องที่คนอื่นไม่กล้าแตะ

หญิงสูงวัยค้อมศีรษะ "ขอบคุณหมอหลี่"

ชายหนุ่ม抱ลูกพูด "ข้าจะบอกคนอื่นว่า ถ้าจะซื้อยาให้ระวัง และถ้าป่วยให้มาหาเจ้า"

คำว่า "บอกคนอื่น" นั่นคือสิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงเกิด และสิ่งที่ทำให้ศัตรูหันมาจับตา

หลังคนไข้ชุดแรกออกไป เซวียนอิงนั่งลงอีกครั้ง ความเหนื่อยเหมือนคลื่นย้อนกลับมา แต่เธอไม่ปล่อยให้มันกลืน เธอหยิบกระดาษขึ้นมา เริ่มเขียนประกาศเล็ก ๆ ติดหน้าร้านว่า "รับตรวจสมุนไพรสงสัยปลอม ไม่คิดเงิน" เธอรู้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้คนมามาก และจะทำให้ศัตรูไม่พอใจมากกว่าเดิม แต่ถ้าไม่ทำ คนจะตายเงียบ ๆ แล้วความจริงก็จะถูกกลบด้วยคำว่า "โชคร้าย"

กวานซงยืนเฝ้าหน้าประตู เขาถามเบา "เจ้าจะเปิดหน้าแบบนี้จริงหรือ"

เซวียนอิงตอบ "ใช่" เธอพูด "เพราะโรงหมอหลี่เคยถูกลบชื่อด้วยข้อหาพิษ ถ้าข้าไม่ยืนให้คนเห็นว่าเราตรวจพิษได้และต่อต้านยาปลอม ข้าจะไม่มีวันกู้ชื่อได้"

กวานซงนิ่งไป แล้วพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้น ข้าจะเฝ้า"

เซวียนอิงมองไปนอกหน้าต่าง เห็นปลายตรอกมีคนสองคนยืนคุยกันแล้วหันมาทางร้าน เหมือนชาวบ้านซุบซิบ แต่ท่าทางแข็งเกินไป เหมือนคนที่แกล้งเป็นชาวบ้าน

เธอจับชีพจรตัวเองเบา ๆ อย่างเคยชิน ไม่ใช่เพราะป่วย แต่เพราะต้องการความนิ่ง จังหวะชีพจรเธอเร็วขึ้นนิดหนึ่ง แต่ยังมั่นคง เธอรู้ว่าเธอกำลังถูกมอง

ในหัว ระบบโอสถบัญชาชะตากระพริบข้อความสั้น ๆ เหมือนสรุปตอนจบของบทนี้

"ชื่อเสียงตระกูลหลี่ เพิ่มขึ้นในหมู่ชาวบ้าน"

"คำเตือน ศัตรูเริ่มจับตา การกดดันจะทวีขึ้น"

เซวียนอิงหลับตาแวบหนึ่ง แล้วลืมตาขึ้นด้วยความแน่วแน่ เธอไม่สนใจคำว่า "ชื่อเสียง" เท่ากับคำว่า "จับตา" เพราะเมื่อศัตรูจับตา หมายถึงคดีจะใหญ่ขึ้น และหมายถึงการรักษาต่อไปจะไม่ใช่แค่รักษาคนไข้ทีละคน แต่เป็นการรักษาโรคของโครงสร้างทั้งเมือง

และนั่นคือสิ่งที่เธอเลือกตั้งแต่คืนแรกแล้ว

ข้างนอก คนเริ่มมามากขึ้น บางคนถือห่อยา บางคนพาเด็กป่วย บางคนแค่มองป้ายแล้วพึมพำชื่อโรงหมอหลี่เหมือนเรียกความหวังกลับมา

แต่ในเงาตรอก มีสายตาอีกคู่จ้องนิ่ง เหมือนเขียนชื่อของเธอลงในบัญชีเดียวกับที่เคยพยายามลบชื่อคนอื่น

หมอหลี่กลับมาแล้ว

เด็กหนุ่มรอดชีวิตแล้ว

และเกมของศัตรู เพิ่งเริ่มจริง ๆ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลก

    ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลกข่าวเดินเร็วกว่าไฟลามฟางเสมอ โดยเฉพาะข่าวที่มีทั้งชื่อเสียง สมาคมแพทย์ และคำว่าขโมยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงครึ่งวันหลังหมอฉู่เหวินซานพาคนมาปรากฏตัวที่โรงหมอหลี่ คำลือก็เริ่มแตกแขนงไปทั่วตรอก ผู้คนบางส่วนพูดว่าโรงหมอหลี่กำลังสืบคดียาลวงจริง บางส่วนกลับพูดว่าเซวียนอิงทำตัวเกินฐานะจนไปแตะของต้องห้ามของสมาคม และอีกไม่น้อยเริ่มไม่แน่ใจว่าหญิงสาวผู้ตรวจยาจนคนยอมต่อคิวหน้าประตูนั้นเป็นหมอที่กล้าหาญ หรือเป็นคนหัวแข็งที่กำลังพาตัวเองและคนรอบข้างลงเหวในห้องหน้าของโรงหมอ หลี่เซวียนอิงยังนั่งตรวจคนไข้ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคำถามที่ดังขึ้นวันนี้ล้วนต่างจากเมื่อวาน“ท่านหมอหลี่ ยาบำรุงนี้กินได้จริงหรือ”“ท่านไปเอาของจากสมาคมมาจริงหรือไม่”“สมาคมว่าอย่างนั้น โรงหมอหลี่จะมีปัญหาหรือเปล่า”“ถ้าข้าส่งยามาให้ท่านดู ชื่อข้าจะหลุดหรือไม่”คำถามเรื่องโรคกับคำถามเรื่องความเชื่อใจถักปนกันจนแยกไม่ออก อาเยวี่ยวิ่งเข้าออกจนหน้าซีดแต่ยังไม่บ่นสักคำ เพราะรู้ดีว่าตั้งแต่นาทีนี้ไป โรงหมอหลี่ไม่ใช่แค่ที่รักษาคนอีกต่อไป มันกำลังกลายเป็นสนามที่คนทั้งตรอกใช้ตัดสินว่าตนจะเชื่อหมอแ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับ

    ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับเช้าวันถัดจากคืนที่ศาลาเหนือถูกแตะต้อง เมืองหลวงดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน แผงขายโจ๊กยังตั้งเรียงตรงหัวมุมตรอกเหมือนเดิม คนหาบสมุนไพรยังเดินตะโกนชื่อของแห้งตามถนน และหน้าหอสมาคมแพทย์ก็ยังมีรถม้ามาจอดส่งแขกตามปกติ หากมองเพียงผิวเผิน ทุกอย่างสงบเรียบร้อยราวกับความลับทั้งหลายยังนอนนิ่งใต้พื้นไม้แต่หลี่เซวียนอิงรู้ดีว่า ความเงียบเช่นนี้มักเป็นความเงียบก่อนมีดจะลงนางนั่งอยู่ในห้องด้านในของโรงหมอหลี่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ สมุดสองเล่มที่นำออกมาจากห้องผสมหลังศาลาเหนือถูกกางไว้ตรงหน้า ซองยาหลายชุดเรียงอยู่บนผ้าสะอาด ส่วนกระดาษฉีกครึ่งที่ประกบกันสมบูรณ์แล้ววางอยู่ข้างตะเกียงเช่นหลักฐานที่มีลมหายใจของตัวเอง แสงเช้าตกลงบนข้อความ ชุดเหนือ สี่ สาม ส่งต่อเฉพาะรายผ่านหอชิงหลาน ประทับตราชงซื่อหาน อย่างเย็นชาจนแม้แต่หมึกก็ดูเหมือนจะซ่อนพิษไว้จ้าวเยี่ยนยืนพิงเสาใกล้หน้าต่าง มองออกไปยังลานด้านหน้าโรงหมอซึ่งเริ่มมีคนทยอยมารอคิวตั้งแต่เช้า ท่าทีของเขายังนิ่ง แต่เซวียนอิงเห็นว่าเขาระวังมากกว่าปกติ สายตาไม่ได้หยุดเพียงคนไข้ หากกวาดถึงเงามุมถนนและชายชุดเรียบที่ยืนคุยกันไกลออกไปด

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 86 ศาลาเหนือ

    ตอนที่ 86 ศาลาเหนือคืนวันนั้นมาเร็วกว่าปกติ หรืออย่างน้อยหลี่เซวียนอิงก็รู้สึกเช่นนั้น แสงสนธยาบนหลังคาเมืองหลวงยังไม่ทันเลือนหมดดี ความมืดกลับเหมือนค่อย ๆ ไหลลงมาตามชายคาและตรอกซอยราวน้ำหมึกที่มีเจตนา โรงหมอหลี่ปิดประตูหน้าเร็วกว่าทุกวัน อาเยวี่ยถูกกำชับให้นับจำนวนยาทุกขวด ลั่นกลอนทุกบาน และห้ามเปิดรับใครหลังยามซวีเด็ดขาด แม้จะมีคนไข้มาเคาะประตูก็ตามจ้าวเยี่ยนยืนอยู่ในลานหลังเรือนใต้เงาไม้แห้ง มือหนึ่งถือแผนผังที่ขีดอย่างคร่าวจากความทรงจำของผู้เคยเข้าเขตสมาคม อีกมือแตะดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอว เขาไม่พูดมากตั้งแต่กลับจากศาลาเก่า บางทีเพราะเขาเองก็รู้ว่าคำว่า ห้องผสมหลังศาลาเหนือ นั้นมีน้ำหนักเพียงใด หากเป็นเพียงห้องเก็บตำรับผิดกฎหมายก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อผูกเข้ากับห้องยาใต้หอสมาคม บัญชีเก่า รหัสเหนือ สี่ สาม และคนคุมคลังที่ถูกปิดปาก มันย่อมหมายถึงศูนย์กลางระดับหนึ่งของเครือข่ายนี้เซวียนอิงเดินออกมาจากห้องในพร้อมเสื้อคลุมสีเข้มกว่าปกติ รวบผมขึ้นแน่นไม่มีปิ่นเงินใ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปาก

    ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปากยามบ่ายของเมืองหลวงอบอ้าวกว่าปกติ แม้ฟ้าจะมีเมฆบางคลุมอยู่ตลอด แต่ลมกลับไม่ยอมพัดให้หายแน่นหน้าอกสักนิด กลิ่นสมุนไพรตากแดดจากลานหลังโรงหมอหลี่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นหมึกและกระดาษเก่าจากห้องใน หลี่เซวียนอิงกำลังนั่งจัดบันทึกร่องรอยนิติเวชจากสองศพที่เพิ่งตรวจไปในช่วงเช้า ปลายพู่กันของนางลากลงบนกระดาษอย่างมั่นคง เขียนแยกอาการที่เกิดจากโรคธรรมชาติออกจากอาการที่ถูกเร่งด้วยตำรับพิษอย่างละเอียดทีละบรรทัดนับจากระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น ดวงตาของนางก็ดูเหมือนจะมองเห็นความผิดปกติในร่างคนมากขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เพียงสีลิ้น เล็บ หรือตาขาวที่ต่างไปจากเดิม แต่คือความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเล็กที่สุดกับสาเหตุของความตายที่คนทั่วไปมักมองข้าม ความรู้เช่นนี้ทำให้คดีใต้หอสมาคมคมชัดขึ้น ทว่าก็ทำให้ความน่ากลัวของศัตรูยิ่งเด่นชัดขึ้นเช่นกัน เพราะยิ่งมองออกมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้ว่าคนเหล่านั้นตั้งใจซ่อนความตายได้ลึกเพียงใดอาเยวี่ยเพิ่งจะยกชาร้อนเข้ามาวางข้างมือ เมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านหน้าโรงหมอ พร้อมเสียงหอบหายใจของเด็กใช้คนหนึ่งที่แทบพุ่งเข้ามาทั้งตัว“ท่านหมอหลี่ ท่าน

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น

    ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้นเสียงฝนเมื่อคืนเพิ่งหยุดไปเมื่อยามอิ๋น แต่โรงหมอหลี่กลับไม่เคยได้พักตามสายฝนเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ข่าวเรื่องยาบำรุงลวงแพร่ไปอย่างเงียบ ๆ ตามตรอกซอย คนที่เคยกล้ำกลืนสงสัยอยู่ในใจเริ่มหอบขวดยา ห่อยา ใบสั่งยาเก่า และอาการประหลาดของคนในบ้านมาหาเซวียนอิงทีละราย บางคนมาด้วยท่าทีลังเลคล้ายกลัวว่าตนกำลังคิดมากไปเอง บางคนมาด้วยสีหน้าขาวซีดราวเพิ่งเดินออกจากเงื้อมมือสิ่งที่มองไม่เห็น และบางคนไม่ได้มาด้วยหวังเพียงตรวจยา แต่อยากถามให้แน่ใจว่าคนที่จากไปแล้วตายเพราะชะตาจริงหรือถูกใครบางคนทำให้ดูเหมือนชะตาโต๊ะในห้องด้านในของเซวียนอิงจึงเต็มไปด้วยขวดยาและถุงผ้าจากหลายบ้าน เรียงกันจนดูเหมือนคลังยาขนาดย่อม แต่สำหรับนาง มันคือกองเงื่อนปมที่ส่งกลิ่นคาวจาง ๆ ของความตาย บนกระดาษแผ่นใหญ่ซึ่งกางอยู่กลางโต๊ะ นางเขียนชื่ออาการหลักของแต่ละรายไว้ด้วยหมึกดำแล้วโยงเส้นเข้าหากัน บางเส้นโยงไปทางพิษที่กระทบเลือด บางเส้นโยงไปทางพิษที่เล่นกับปอดหรือหัวใจ บางเส้นยังขาดอยู่เพราะหลักฐานไม่พอ แต่ทุกเส้นล้วนชี้ไปในทิศเดียวกันคนทำไม่เพียงเก่งแพทย์ หากยังเก่งการซ่อนแพทย์ไว้ใต้ผิวหน้าข

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวง

    ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวงฝนปรอยบาง ๆ ตั้งแต่ยามเฉินจนกระทั่งสาย ละอองชื้นเกาะตามขอบหน้าต่างไม้ของโรงหมอหลี่เป็นเม็ดเล็กละเอียด กลิ่นดินเปียกผสมกับกลิ่นสมุนไพรตากแห้งในห้องโถงจนเกิดความรู้สึกสะอาดเงียบแบบที่ทำให้คนเจ็บอยากพูดความลับออกมาเอง หลี่เซวียนอิงนั่งคัดใบสั่งยาจากสองคดีเมื่อวานอยู่หลังโต๊ะตรวจ มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างแตะเม็ดยาที่เก็บมาจากบ้านชายไอเรื้อรังเป็นครั้งคราวราวกับจะบังคับให้ตัวเองจำพื้นผิวและกลิ่นของมันให้ติดถึงกระดูกนางยังไม่ได้หลับเต็มตาตั้งแต่คืนที่ลอบเข้าไปในห้องยาใต้หอสมาคม แต่สมองกลับยิ่งคมขึ้นทุกชั่วยาม คล้ายเมื่อเส้นทางของคดีเริ่มปรากฏ ความเหนื่อยทั้งหมดก็ถูกแรงค้ำจากความโกรธและความแน่วแน่กลบไปชั่วคราว บนกระดาษตรงหน้านางมีตัวอักษรเรียงแน่นเป็นสามคอลัมน์ คอลัมน์แรกคือโรคเดิมของเหยื่อ คอลัมน์ที่สองคืออาการแปลกหลังรับยา คอลัมน์ที่สามคือชนิดพิษหรือทิศทางพิษที่นางคาดไว้ ยิ่งเขียนมากเท่าไร รูปแบบยิ่งชัด คนทำกำลังใช้ตำรับลวงที่แทรกพิษเข้าไปอย่างกลมกลืนกับร่างเ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status