공유

ตอนที่ 86 ศาลาเหนือ

last update 게시일: 2026-08-31 08:35:13

ตอนที่ 86 ศาลาเหนือ

คืนวันนั้นมาเร็วกว่าปกติ หรืออย่างน้อยหลี่เซวียนอิงก็รู้สึกเช่นนั้น แสงสนธยาบนหลังคาเมืองหลวงยังไม่ทันเลือนหมดดี ความมืดกลับเหมือนค่อย ๆ ไหลลงมาตามชายคาและตรอกซอยราวน้ำหมึกที่มีเจตนา โรงหมอหลี่ปิดประตูหน้าเร็วกว่าทุกวัน อาเยวี่ยถูกกำชับให้นับจำนวนยาทุกขวด ลั่นกลอนทุกบาน และห้ามเปิดรับใครหลังยามซวีเด็ดขาด แม้จะมีคนไข้มาเคาะประตูก็ตาม

จ้าวเยี่ยนยืนอยู่ในลานหลังเรือนใต้เงาไม้แห้ง มือหนึ่งถือแผนผังที่ขีดอย่างคร่าวจากความทรงจำของผู้เคยเข้าเขตสมาคม อีกมือแตะดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอว เขาไม่พูดมากตั้งแต่กลับจากศาลาเก่า บางทีเพราะเขาเองก็รู้ว่าคำว่า ห้องผสมหลังศาลาเหนือ นั้นมีน้ำหนักเพียงใด หากเป็นเพียงห้องเก็บตำรับผิดกฎหมายก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อผูกเข้ากับห้องยาใต้หอสมาคม บัญชีเก่า รหัสเหนือ สี่ สาม และคนคุมคลังที่ถูกปิดปาก มันย่อมหมายถึงศูนย์กลางระดับหนึ่งของเครือข่ายนี้

เซวียนอิงเดินออกมาจากห้องในพร้อมเสื้อคลุมสีเข้มกว่าปกติ รวบผมขึ้นแน่นไม่มีปิ่นเงินใดให้สะท้อนแสง นางพกเพียงถุงเข็ม กล่องยาฉุกเฉิน มีดเล็ก กระดาษเปล่า และถุงผ้าสำหรับเก็บหลักฐาน สีหน้าของนางนิ่งจนเหมือนน้ำก่อนพายุ แต่ในความนิ่งนั้นกลับแน่นไปด้วยความตื่นตัว

จ้าวเยี่ยนเงยหน้ามอง “พร้อมหรือยัง”

“พร้อม” นางตอบ “คนของเจ้าที่วางไว้รอบศาลาเหนือส่งข่าวอย่างไร”

เขาคลี่กระดาษบนโต๊ะหินเตี้ย “ทางเข้าหลักมีคนเฝ้าสี่คน ผลัดเปลี่ยนทุกครึ่งก้านธูป ประตูตะวันตกติดชิดกำแพงด้านใน ใช้ขนหีบเอกสารช่วงกลางวัน กลางคืนล็อกแต่ยังมีคนเดินผ่านประปราย ส่วนด้านหลังศาลาเหนือเงียบที่สุด ติดสวนสมุนไพรแคบแล้วต่อด้วยกำแพงเก่า หากมีห้องผสมลับจริง ทางนั้นมีโอกาสมากที่สุด”

เซวียนอิงพยักหน้า “แล้วห้องเอกสาร”

“ชั้นล่างด้านหน้า” เขาตอบ “คนของข้าบอกว่าเห็นเจ้าหน้าที่สมาคมขนหีบกระดาษเข้าออกจริง จึงไม่มีใครสงสัยว่าศาลาเหนือเป็นเพียงที่เก็บเอกสาร”

“ยิ่งธรรมดายิ่งดีสำหรับซ่อนสิ่งที่ไม่อยากให้ใครมองเห็น” นางกล่าวเบา ๆ

จ้าวเยี่ยนมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูด “คืนนี้เราเข้าไปเอาหลักฐาน ไม่ปะทะถ้าไม่จำเป็น หากเกิดเรื่อง ข้าจะกันทางให้ เจ้าเอาเอกสารกับตัวอย่างยาออกมาเท่าที่เอาไหว”

เซวียนอิงแค่มองเขาตอบ ไม่ได้พูดคำว่าระวังหรืออย่าตาย เพราะต่างรู้ดีว่าคำพวกนั้นไม่มีประโยชน์กับคืนเช่นนี้อยู่แล้ว สิ่งเดียวที่สำคัญคือเข้าไปให้ถึง และออกมาให้ได้

เมื่อยามไห่มาถึง เมืองด้านหน้าค่อย ๆ ลดเสียงลงทีละชั้น ทว่าในเขตหลังสมาคมกลับยังมีแสงไฟบางจุดวูบไหวคล้ายคนทำงานดึก ทั้งสองอ้อมผ่านตรอกเงียบ ลัดกำแพงเตี้ยด้านสวนหลังหอรับรอง แล้วชะงักใต้แนวต้นไผ่แห้งที่บดบังตัวศาลาเหนือไว้ครึ่งหนึ่ง

ศาลาเหนือในเวลากลางคืนดูไม่ต่างจากอาคารเก็บเอกสารจริง ๆ ตัวอาคารสองชั้นไม่ใหญ่โตนัก หลังคากระเบื้องสีมืด หน้าต่างชั้นบนปิดสนิท แสงที่ลอดออกมามีเพียงจากห้องชั้นล่างด้านหน้าและตะเกียงแขวนตรงมุมเสา คนภายนอกเห็นเช่นนี้ย่อมคิดว่ามีเพียงพนักงานเฝ้าหอเอกสารค้างเวรเท่านั้น

แต่เซวียนอิงกลับรู้สึกได้ถึงสิ่งที่ไม่เข้าที่ ความเงียบของอาคารที่เก็บกระดาษไม่ควรมีกลิ่นเช่นนี้ ลมที่พัดมาจากด้านหลังพาเอากลิ่นสมุนไพรแห้ง กลิ่นน้ำมันอุ่น และกลิ่นฝาดเย็นบางอย่างเจือมาอย่างแผ่วเบา มันอ่อนมากจนคนทั่วไปคงไม่เอะใจ แต่สำหรับนาง กลิ่นเช่นนี้คือกลิ่นของห้องชั่งยา ไม่ใช่ห้องเก็บเอกสาร

นางกระซิบ “หลังอาคารจริงด้วย”

จ้าวเยี่ยนพยักหน้า เขานำทางเลาะแนวกำแพงไปจนถึงสวนสมุนไพรแคบด้านหลัง ศาลาเหนือบังแสงด้านหน้าไว้หมด ตรงนี้จึงมืดกว่าบริเวณอื่น พืชที่ปลูกในแปลงไม่ใช่ไม้ประดับสวยงาม หากเป็นสมุนไพรจำพวกที่ใช้กลบกลิ่นและกันแมลง บางชนิดมีใบแรงกลิ่นจัดผิดกับสิ่งที่สมาคมชอบแสดงต่อสายตาผู้คน

เซวียนอิงย่อตัวลงแตะดินใกล้แปลงปลูกแล้วมองรอยรองเท้าหลายรอยที่ทับซ้อนกัน “มีคนเดินประจำ”

จ้าวเยี่ยนมองไปที่ผนังหลังอาคาร “ตรงนั้น”

หลังศาลาเหนือมีระเบียงแคบกว่าที่เห็นจากด้านหน้า และมีห้องไม้ยื่นต่อออกไปหนึ่งช่วง หากไม่อ้อมมาดูด้านหลังจริงจะไม่มีทางรู้เลยว่ามีส่วนต่อเติมนี้อยู่ ประตูห้องนั้นไม่มีป้าย ไม่มีโคม ไม่มีหน้าต่างใหญ่ มีเพียงบานไม้หนาทึบกับช่องระบายอากาศสูงกว่าศีรษะคน

เซวียนอิงรู้สึกถึงเลือดในร่างไหลแรงขึ้นชั่วขณะ นี่เอง ห้องผสมหลังศาลาเหนือ

จ้าวเยี่ยนลองแตะกลอนแล้วหรี่ตา “ล็อกจากข้างใน”

เซวียนอิงก้มลงมองพื้นตรงธรณี มีผงสีแดงน้ำตาลละเอียดติดตามรอยแตกของไม้ นางใช้นิ้วแตะเล็กน้อยแล้วดม กลิ่นหวานนำแล้วขมเย็นตามหลัง “ผงเคลือบยา”

“มีคนอยู่หรือไม่”

นางฟังเงียบ ๆ แล้วส่ายหน้า “ถ้ามีก็ไม่มาก ข้าไม่ได้ยินเสียงชั่งหรือบด”

จ้าวเยี่ยนหยิบเครื่องมืองัดกลอนจากแขนเสื้อออกมา เขาใช้เวลาไม่นานนัก เสียงเบามากดังแกร๊กหนึ่งครั้ง บานประตูก็คลายล็อก ทั้งสองเปิดเข้าไปเพียงพอให้แทรกตัวผ่านแล้วปิดตามหลังทันที

ความมืดด้านในแน่นกว่าในคลังใต้หอสมาคม กลิ่นยากลับแรงกว่าเป็นเท่าตัว เซวียนอิงจุดตะเกียงเล็กที่เตรียมมา แสงสีอ่อนค่อย ๆ เผยห้องไม่กว้างนักแต่แน่นไปด้วยของ โต๊ะผสมยาสองชุดตั้งขนานกัน ด้านหนึ่งมีช้อนชั่ง ครกหิน ถาดตากผง และขวดสารสกัดหลายสิบใบ อีกด้านมีแม่พิมพ์เม็ดยา แผ่นไม้สำหรับตากยา และภาชนะสำหรับเคลือบผิวยาให้เงา ที่ผนังมีชั้นไม้สูงเรียงกล่องและขวดติดป้ายรหัสอย่างเป็นระเบียบเกินไปจะเรียกว่าห้องลับชุ่ย ๆ

มันคือสถานที่ทำงานของคนที่มั่นใจในระบบของตนเองมากพอจะจัดทุกอย่างไว้เหมือนห้องยาในฝัน เพียงแต่วิชาที่ใช้ในห้องนี้ไม่ใช่เพื่อช่วยคน

เซวียนอิงเดินช้า ๆ ผ่านโต๊ะแรก สายตากวาดจับทุกอย่างรวดเร็ว ทักษะนิติเวชแพทย์ขั้นต้นและความเข้าใจด้านพิษที่สะสมมาตลอดหลายวันทำให้รายละเอียดที่ก่อนหน้านี้อาจเล็ดลอดสายตา ตอนนี้กลับชัดเป็นเส้น รอยเปื้อนสีเข้มบนขอบถาดบางอันเป็นคราบเคลือบที่ใช้กลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขวดบางใบมีน้ำมันหอมซึ่งไม่จำเป็นต่อยาจริง แต่จำเป็นต่อการลวงประสาทคนกิน ส่วนผงหลายชนิดถูกเก็บใกล้กันอย่างจงใจเพื่อสะดวกต่อการปรับสูตรทันที

“ดูนี่” นางกระซิบ

จ้าวเยี่ยนเดินมาข้างโต๊ะ เซวียนอิงชี้ไปที่กล่องไม้แคบชุดหนึ่ง บนฝามีสัญลักษณ์เล็กมากคล้ายครึ่งวงกลมกับจุดหนึ่ง หากไม่เพ่งแทบมองไม่เห็น

“เหมือนตราที่ถูกขูดออกในสมุดใต้หอ” เขากล่าว

“ใช่” นางตอบทันที หัวใจเต้นหนักขึ้น “และเหมือนรอยครึ่งหนึ่งบนกระดาษฉีก”

กระดาษฉีกครึ่งที่นางเก็บได้จากของกลางก่อนหน้านี้ แม้ยังไม่มีชื่อเต็ม แต่มีสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งคล้ายเครื่องหมายลับของห้องยา ตอนนั้นยังไม่อาจยืนยันว่าเป็นอะไร บัดนี้เครื่องหมายตรงหน้ากลับต่อรอยขาดนั้นพอดี ราวกับชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายเริ่มกลับมาเข้ารูป

จ้าวเยี่ยนเปิดกล่องหนึ่งใบ ข้างในมีซองกระดาษเรียงตามลำดับ แต่ละซองเขียนรหัสและชื่อโรคกำกับอย่างเรียบร้อย

ปอดอ่อน

เลือดคั่งหลังคลอด

ธาตุเย็นเด็ก

เส้นเอ็นเสื่อมผู้สูงวัย

หัวใจพร่อง

ไอเรื้อรังแห้ง

เซวียนอิงมองคำเหล่านั้นแล้วรู้สึกเย็นวาบถึงปลายนิ้ว คำพวกนี้คือฉลากหน้ากากของความตาย ทุกชื่อคือข้ออ้างอันนุ่มนวลที่ใช้แต่งพิษให้เหมือนตำรับเฉพาะราย

นางเปิดซองหนึ่งออกดู ผงยาด้านในแบ่งเป็นสองชั้นละเอียดต่างสีกันชัดเจน “พวกมันเตรียมชุดพื้นไว้ก่อน แล้วค่อยปรับเพิ่มตามคนไข้”

จ้าวเยี่ยนหยิบอีกซองขึ้นมาดู “ที่นี่คือต้นทางจริง”

เซวียนอิงพยักหน้า สีหน้าเคร่งกว่าเดิม “ห้องใต้หอสมาคมใช้เฝ้าผลกับเก็บบันทึก แต่ที่นี่คือห้องสร้างยา มันมีทั้งแม่พิมพ์ ทั้งสารเคลือบ ทั้งชุดรหัส และดูสิ”

นางยกฝาโต๊ะชั้นล่างขึ้น ข้างในมีสมุดบัญชีสามเล่มผูกเชือกสีต่างกัน เล่มหนึ่งเขียนรหัสตำรับ เล่มหนึ่งเขียนจำนวนส่งออก และอีกเล่มเขียนชื่อร้านหรือคนรับของโดยใช้อักษรย่อ นอกจากนั้นยังมีแผ่นไม้บางเสียบคั่นหน้าไว้หลายจุด

จ้าวเยี่ยนเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้ เซวียนอิงเปิดเล่มที่สอง หน้าแรกมีหัวข้อเรียบง่ายแต่เย็นชาจนชวนสะท้าน

บันทึกการเบิกชุดเฉพาะราย

ข้างใต้แบ่งเป็นช่องอย่างชัดเจน ชื่อผู้รับหรือรหัสร้าน วันส่ง สูตรพื้น ปรับเพิ่ม และหมายเหตุการตอบสนอง บางหน้ามีรายชื่อร้านยาจริงที่นางเคยได้ยิน บางหน้าเป็นชื่อบุคคลที่มีเพียงตัวย่อ แต่มีจำนวนเงินและคำกำกับแปลก ๆ เช่น เหมาะกับคนไอมีเสมหะ เหมาะกับหญิงเสียเลือดง่าย เหมาะกับเด็กนอนมากหลังไข้ลด

เซวียนอิงกดปลายนิ้วลงบนกระดาษแน่น “ไม่ใช่แค่ทดลอง มันขายจริง”

จ้าวเยี่ยนหน้าตึง “มีรายชื่อผู้ซื้อด้วย”

นางพลิกหน้าไปอีกหลายแผ่นแล้วหยุดทันที เมื่อเจอรายการหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจสะดุด

ซุ่นอันถัง

ชุดธาตุเย็นเด็ก

ปรับเพิ่ม รุ่นสอง

หมายเหตุ ตอบสนองดีในรายมีประวัติไอเปลี่ยนฤดู

นี่คือร้านเดียวกับที่หญิงหม้ายพาลูกมาหา และประโยคหมายเหตุก็ตรงกับโจวอวี้ราวเขาถูกบันทึกไว้ล่วงหน้าเป็นตัวอย่างคนไข้ทั้งที่ยังไม่ตาย

นางพลิกต่ออย่างเร็ว คราวนี้เจอชื่อร้านที่เกี่ยวกับหญิงหลังคลอด และอีกหน้าหนึ่งมีร้านยาจากตลาดตะวันตกซึ่งขายเม็ดยาให้ชายไอเรื้อรัง ทุกเส้นเชื่อมกันชัดจนไม่เหลือที่ให้สงสัย

“พวกมันใช้คนเป็นเป็นข้อมูลขาย” เซวียนอิงพูดเสียงต่ำ แต่ความเย็นในเสียงนั้นคมยิ่งกว่าใบมีด “ขายตำรับเฉพาะรายเหมือนขายผ้า ทั้งที่ของพวกนี้บางชุดคือยาพิษแฝง”

จ้าวเยี่ยนหยิบเล่มสามขึ้นเปิด “เล่มนี้ต่างออกไป”

ข้างในไม่ใช่บันทึกยอดส่งหรือรหัสตำรับ หากเป็นรายชื่อบุคคลบางกลุ่ม มีทั้งชื่อจริง ชื่อเล่น และตำแหน่ง เช่น พ่อค้าสมุนไพร หัวหน้าร้านยา หมอรับจ้าง และบางคนมีคำว่า คุ้มครอง อยู่ด้านหลัง บางบรรทัดมีตราเล็กแบบเดียวกับสัญลักษณ์ครึ่งวงกลมและจุดหนึ่งกำกับไว้

เซวียนอิงก้มดูอย่างเร็ว แล้วสายตาก็หยุดที่แถวหนึ่ง

กวานซื่อเหอ คลังเหนือ

ชงซื่อหาน ห้องปรุง

เฉินซุ่น ร้านซุ่นอันถัง

หลัวเจิ่ง ผู้ประสานหอชิงหลาน

จ้าวเยี่ยนกล่าว “เราได้ชื่อคนระดับกลางแล้ว”

“และมากกว่าระดับกลางด้วย” นางตอบ “ดูตรงคำว่า คุ้มครอง”

ใต้ชื่อนั้นมีตัวย่ออีกชุดที่ไม่เต็ม แต่พออ่านได้บางส่วน เช่น หลิน... รอง... และอีกบรรทัดขึ้นต้นด้วยคำว่า แพทย์ถวาย... ก่อนถูกเขียนย่อไว้ ที่สุดแล้วเส้นของคดีกำลังเริ่มลามไปแตะคนในเครือข่ายที่มีเกราะหนากว่าร้านยาทั่วไปมาก

ทันใดนั้น จ้าวเยี่ยนยกมือแตะข้อมือนางเบา ๆ เป็นสัญญาณให้เงียบ ทั้งสองดับตะเกียงในชั่วพริบตาแล้วขยับเข้าหลังชั้นไม้ เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอกระเบียงหลังอาคาร ไม่รีบ แต่มั่นคงเหมือนคนคุ้นเคยกับที่นี่ดี บานประตูห้องผสมถูกดันเปิดแง้ม แสงจากโคมด้านนอกลอดเข้ามาเป็นเส้นยาวบนพื้น

เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น “ข้าบอกแล้วให้เก็บชุดเด็กออกก่อน หมอหานยังไม่มาอีกหรือ”

อีกเสียงหนึ่งตอบ “กำลังจัดบัญชีห้องหน้า ท่านอย่าเสียงดัง”

“เสียงดังอะไร ห้องนี้ใครจะเข้ามาได้”

ฝีเท้าสองคู่เดินเข้ามาใกล้โต๊ะ พวกมันยังไม่เห็นว่าบัญชีถูกเปิดค้างไว้ เพราะความมืดด้านในหนากว่าแสงจากโคมภายนอก ชายคนแรกวางบางอย่างลงบนโต๊ะ เกิดเสียงแก้วกระทบไม้เบา ๆ

“นี่ชุดใหม่จากตลาดใต้” เขาว่า “ร้านซุ่นอันถังร้องขอเพิ่มอีก เขาบอกว่าลูกค้ารายก่อนเกือบพลาด”

อีกคนหัวเราะสั้น “เกือบพลาดก็ยังดีกว่าพลาดจริง หากเด็กนั่นตายที่โรงหมอหลี่คงวุ่นไปแล้ว”

เซวียนอิงรู้สึกเลือดทั้งร่างเย็นเฉียบ เด็กนั่น โจวอวี้ คนพวกนี้รู้แล้วว่าลูกชายหญิงหม้ายรอด และรู้ด้วยว่าเขารอดที่โรงหมอหลี่ แปลว่าพวกมันเริ่มจับตานางใกล้กว่าที่คิด

จ้าวเยี่ยนเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ กระซิบเบาที่สุด “ต้องถอย”

เซวียนอิงพยักหน้าเพียงนิด แต่ก่อนจะขยับ นางเหลือบเห็นบางอย่างที่ชายคนมาใหม่วางไว้บนโต๊ะ มันคือกระดาษฉีกครึ่งอีกชิ้นหนึ่ง มุมกระดาษนั้นมีสัญลักษณ์เดียวกับกล่องชุดยา และรอยฉีกตรงขอบมีรูปทรงคล้ายพอดีกับเศษกระดาษที่นางเก็บไว้จริง

หัวใจของนางกระตุกแรง หากได้ชิ้นนี้ไป พวกเขาอาจต่อข้อความที่หายไปได้ครบ

ชายสองคนนั้นเริ่มเปิดลิ้นชักด้านหน้า เสียงพลิกสมุดดังขึ้นหนึ่งครั้ง หนึ่งในนั้นสบถเบา “ใครเปิดเล่มนี้ไว้”

ไม่มีเวลาคิดต่อ จ้าวเยี่ยนพุ่งออกจากเงามืดรวดเร็วดุจลม มือหนึ่งตัดโคมให้ดับ อีกมือฟาดท้ายทอยชายที่ใกล้ตัวสุดจนทรุดฮวบ ขณะเดียวกันเซวียนอิงถลาไปที่โต๊ะ กวาดสมุดสองเล่ม ซองยาหลายชุด และกระดาษฉีกครึ่งชิ้นนั้นใส่ถุงผ้าในคราวเดียว อีกคนร้อง “ผู้บุกรุก”

เสียงนั้นไม่ทันจบ จ้าวเยี่ยนก็เข้าประชิด เขาไม่ได้ฆ่า เพียงบิดแขนอีกฝ่ายจนมีเสียงกระดูกดังกรึบแล้วผลักชนชั้นไม้ ชายคนนั้นร้องเจ็บเซไป แต่ยังพยายามคว้ากระดิ่งเตือนตรงประตู เซวียนอิงไม่รอช้า นางคว้ามีดเล็กปาใส่เชือกกระดิ่ง เสียงโลหะกระทบดังแค่ครึ่งจังหวะแล้วเงียบลงเพราะเชือกขาด

“ไป” จ้าวเยี่ยนสั่ง

ทั้งสองพุ่งออกทางระเบียงหลัง เสียงคนในห้องหน้าศาลาเหนือเริ่มดังขึ้นทันที มีใครบางคนตะโกนถามว่าเกิดอะไรขึ้น จ้าวเยี่ยนผลักเซวียนอิงไปทางสวนสมุนไพรแคบ ขณะตัวเองหันกลับเตะกล่องไม้ชุดหนึ่งล้มขวางประตูหลัง เสียงขวดตกแตกดังขึ้นหลายใบ กลิ่นยาแรงฟุ้งกระจายจนคนด้านในชะงักไปชั่วขณะ

ทั้งสองวิ่งผ่านแปลงสมุนไพรสู่กำแพงเก่า แต่ยังไม่ทันพ้นก็มีเงาคนสองคนกระโดดลงมาจากด้านข้าง หนึ่งในนั้นถือกระบองสั้น อีกคนถือมีดแทงปลาไม่ยาวนัก คงเป็นยามลับที่เฝ้าบริเวณหลังอาคาร

จ้าวเยี่ยนชักดาบสั้นออกในที่สุด แสงจันทร์บางสะท้อนคมโลหะวาบ เขารับกระบองของคนแรกแล้วสวนกลับด้วยด้ามดาบเข้าชายโครง ส่วนอีกคนพุ่งเข้าหาเซวียนอิงโดยตรงเพราะเห็นว่านางอุ้มถุงผ้าไว้แนบอก นางถอยหนึ่งก้าว หลบปลายมีดได้ฉิวเฉียด จากนั้นฝังเข็มยาวที่ซ่อนในแขนเสื้อใส่จุดอ่อนใต้ข้อมืออีกฝ่ายอย่างแม่นยำ คนคนนั้นร้องเฮือก มือชาวาบ มีดหล่นกระทบพื้น

“ขึ้นกำแพง” จ้าวเยี่ยนตวาด

เซวียนอิงไม่เสียเวลามองผลอีก นางปีนขึ้นจากก้อนหินที่เขาเตะมาวางรองไว้แล้วโหนขอบกำแพง จ้าวเยี่ยนตามติดมาในอีกไม่กี่ชั่วลมหายใจ เสียงคนตะโกนข้างหลังเริ่มมากขึ้น โคมไฟหลายดวงส่องสว่างตามระเบียงศาลาเหนือ แต่เมื่อทั้งสองกระโดดลงอีกฝั่งเข้าสู่ตรอกมืด คนเหล่านั้นก็ตามไม่ทันในทันที

ทั้งสองวิ่งเลาะกำแพงเมืองเก่าจนพ้นเขตสมาคม จึงค่อยชะลอใต้ชายคาเรือนร้างแห่งหนึ่ง ลมหายใจของเซวียนอิงแรงกว่าปกติ แต่มือที่กอดถุงผ้ายังคงมั่น นางเปิดดูทันทีภายใต้แสงจันทร์จาง สมุดสองเล่มยังอยู่ ซองยาแปดชุดอยู่ครบ และที่สำคัญ กระดาษฉีกครึ่งชิ้นใหม่ก็อยู่ในมือแล้ว

จ้าวเยี่ยนมองทางกลับไปทางสมาคมก่อนหันมาหา “เจ็บตรงไหนหรือไม่”

นางส่ายหน้า “เจ้าเล่า”

“ไม่เป็นไร” เขาตอบสั้นแล้วมองถุงผ้า “ได้ของพอหรือ”

เซวียนอิงสูดหายใจช้า ๆ ก่อนยื่นกระดาษสองครึ่งออกมาประกบกัน ขอบรอยฉีกต่อกันเกือบพอดี เหลือเพียงรอยยับนิดหน่อย เมื่อรวมกันแล้วข้อความที่เคยขาดหายก็ปรากฏครบขึ้น

ชุดเหนือ สี่ สาม

ส่งต่อเฉพาะรายผ่านหอชิงหลาน

ประทับตราชงซื่อหาน

ดวงตาของเซวียนอิงค่อย ๆ แข็งขึ้นทีละน้อย “ชงซื่อหาน”

ชื่อเดียวกับในบัญชีบุคคล จ้าวเยี่ยนมองกระดาษนั้นแล้วกล่าว “คนปรุงระดับหลัก”

“และอาจเป็นคนที่ผู้เฒ่าอู๋พยายามชี้ถึงก่อนตาย” นางตอบ

นางเปิดสมุดอีกเล่มอย่างรวดเร็ว หน้าแผ่นหนึ่งมีรายชื่อผู้ซื้อชุดเหนือ สี่ สาม อยู่จริง แต่ส่วนที่สำคัญกว่านั้นคือหมายเหตุใต้รายการ

ใช้กับรายมีโรคเดิมต้องอาศัยการกลบร่องรอย

ให้คำแนะนำต่อร้านด้วยวาจาเท่านั้น

ห้ามบันทึกชื่อผู้ป่วยตรง

จ้าวเยี่ยนเปล่งลมหายใจออกช้า “มันระวังมาก”

“แต่คืนนี้มันพลาด” เซวียนอิงตอบ ดวงตาคู่นั้นส่องวาบในความมืด “เรารู้แล้วว่าศาลาเหนือไม่ใช่แค่ที่เก็บเอกสาร เรารู้ว่าห้องผสมลับมีอยู่จริง รู้ว่ามีชุดยาหลายแบบขายออกสู่ร้านยา และรู้ชื่อคนปรุงหลักคนหนึ่ง”

จ้าวเยี่ยนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง “อีกอย่างหนึ่ง”

“อะไร”

“พวกมันรู้แล้วว่าเราเข้าใกล้ถึงแกนแล้ว”

ประโยคนี้ทำให้ความเย็นจากยามค่ำคืนลึกลงอีกชั้น เซวียนอิงไม่เถียง เพราะในห้องผสมชายคนนั้นเอ่ยชื่อโรงหมอหลี่ออกมาแล้ว นั่นหมายความว่าศัตรูไม่ได้เพียงสงสัย แต่เริ่มจับตานางจริงจัง พวกมันจะไม่ปล่อยให้โรงหมอหลี่เป็นเพียงที่พักคนป่วยเงียบ ๆ อีกต่อไป

กระนั้นเมื่อมองสมุดในมือ มองรหัสเหนือ สี่ สาม มองรายชื่อร้านยาและชุดพิษเฉพาะราย ความหวาดระแวงในอกกลับถูกบางอย่างที่หนักแน่นกว่าแทนที่

คืนนี้พวกเขาไม่ได้เพียงแอบเข้าอาคารหนึ่งหลัง

พวกเขาได้เปิดหน้ากากอีกชั้นของโครงสร้างที่แฝงพิษไว้ในยาทั้งเมือง

เมื่อกลับถึงโรงหมอหลี่ ฟ้ายังไม่สาง เซวียนอิงไม่แม้แต่เปลี่ยนเสื้อคลุม นางตรงเข้าห้องใน จุดตะเกียง วางสมุด บัญชี ซองยา และกระดาษฉีกครึ่งที่ต่อสมบูรณ์แล้วเรียงเป็นแถวบนโต๊ะ มือของนางเคลื่อนไหวเร็วแต่มั่นคงราวกลัวว่าหากช้ากว่านี้ ความจริงที่เพิ่งดึงออกมาจะละลายหายไปกับความมืด

ในห้วงความคิด ระบบโอสถบัญชาชะตาดังขึ้นหนักแน่น

ภารกิจย่อยคืบหน้าครั้งใหญ่

ค้นพบห้องผสมลับหลังศาลาเหนือสำเร็จ

ได้รับหลักฐานระดับแกนกลางของเครือข่ายยาและพิษ

ปลดล็อกข้อมูลสำคัญ ชุดเหนือ สี่ สาม และชื่อ ชงซื่อหาน

แต้มคุณธรรมเพิ่มยี่สิบห้าแต้ม

คำเตือน ขั้นต่อไปของศัตรูจะเป็นการทำลายพยาน หลักฐาน หรือผู้สืบโดยตรง

เซวียนอิงหลับตาลงเพียงชั่วใจ แล้วเปิดขึ้นอีกครั้งอย่างมั่นคง จ้าวเยี่ยนยืนเงียบอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ แสงตะเกียงทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวทับกันบนพื้นไม้

“คืนนี้เราเข้าไปได้ลึกกว่าที่คิด” เขากล่าว

เซวียนอิงมองข้อความบนกระดาษที่ต่อครบแล้ว “ใช่”

“แล้วต่อจากนี้”

นางใช้นิ้วแตะชื่อ ชงซื่อหาน เบา ๆ เหมือนแตะชีพจรของศัตรูโดยตรง “ต่อจากนี้ คดีนี้จะไม่ใช่แค่ตามร้านยาอีกแล้ว”

นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมนิ่งราวข้ามผ่านความเหนื่อยล้าทั้งหมดไปแล้ว “เราจะเริ่มตามคนที่ชงความตายด้วยมือตนเอง”

ข้างนอก ท้องฟ้ายังมืดสนิท แต่ที่ปลายขอบฟ้าด้านตะวันออกมีเส้นสีอ่อนบางมากเริ่มก่อตัว

คืนแห่งศาลาเหนือผ่านพ้นไปแล้ว

และพร้อมกับมัน ประตูลับของคดีก็เปิดออกสู่ระดับที่ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลก

    ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลกข่าวเดินเร็วกว่าไฟลามฟางเสมอ โดยเฉพาะข่าวที่มีทั้งชื่อเสียง สมาคมแพทย์ และคำว่าขโมยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงครึ่งวันหลังหมอฉู่เหวินซานพาคนมาปรากฏตัวที่โรงหมอหลี่ คำลือก็เริ่มแตกแขนงไปทั่วตรอก ผู้คนบางส่วนพูดว่าโรงหมอหลี่กำลังสืบคดียาลวงจริง บางส่วนกลับพูดว่าเซวียนอิงทำตัวเกินฐานะจนไปแตะของต้องห้ามของสมาคม และอีกไม่น้อยเริ่มไม่แน่ใจว่าหญิงสาวผู้ตรวจยาจนคนยอมต่อคิวหน้าประตูนั้นเป็นหมอที่กล้าหาญ หรือเป็นคนหัวแข็งที่กำลังพาตัวเองและคนรอบข้างลงเหวในห้องหน้าของโรงหมอ หลี่เซวียนอิงยังนั่งตรวจคนไข้ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคำถามที่ดังขึ้นวันนี้ล้วนต่างจากเมื่อวาน“ท่านหมอหลี่ ยาบำรุงนี้กินได้จริงหรือ”“ท่านไปเอาของจากสมาคมมาจริงหรือไม่”“สมาคมว่าอย่างนั้น โรงหมอหลี่จะมีปัญหาหรือเปล่า”“ถ้าข้าส่งยามาให้ท่านดู ชื่อข้าจะหลุดหรือไม่”คำถามเรื่องโรคกับคำถามเรื่องความเชื่อใจถักปนกันจนแยกไม่ออก อาเยวี่ยวิ่งเข้าออกจนหน้าซีดแต่ยังไม่บ่นสักคำ เพราะรู้ดีว่าตั้งแต่นาทีนี้ไป โรงหมอหลี่ไม่ใช่แค่ที่รักษาคนอีกต่อไป มันกำลังกลายเป็นสนามที่คนทั้งตรอกใช้ตัดสินว่าตนจะเชื่อหมอแ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับ

    ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับเช้าวันถัดจากคืนที่ศาลาเหนือถูกแตะต้อง เมืองหลวงดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน แผงขายโจ๊กยังตั้งเรียงตรงหัวมุมตรอกเหมือนเดิม คนหาบสมุนไพรยังเดินตะโกนชื่อของแห้งตามถนน และหน้าหอสมาคมแพทย์ก็ยังมีรถม้ามาจอดส่งแขกตามปกติ หากมองเพียงผิวเผิน ทุกอย่างสงบเรียบร้อยราวกับความลับทั้งหลายยังนอนนิ่งใต้พื้นไม้แต่หลี่เซวียนอิงรู้ดีว่า ความเงียบเช่นนี้มักเป็นความเงียบก่อนมีดจะลงนางนั่งอยู่ในห้องด้านในของโรงหมอหลี่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ สมุดสองเล่มที่นำออกมาจากห้องผสมหลังศาลาเหนือถูกกางไว้ตรงหน้า ซองยาหลายชุดเรียงอยู่บนผ้าสะอาด ส่วนกระดาษฉีกครึ่งที่ประกบกันสมบูรณ์แล้ววางอยู่ข้างตะเกียงเช่นหลักฐานที่มีลมหายใจของตัวเอง แสงเช้าตกลงบนข้อความ ชุดเหนือ สี่ สาม ส่งต่อเฉพาะรายผ่านหอชิงหลาน ประทับตราชงซื่อหาน อย่างเย็นชาจนแม้แต่หมึกก็ดูเหมือนจะซ่อนพิษไว้จ้าวเยี่ยนยืนพิงเสาใกล้หน้าต่าง มองออกไปยังลานด้านหน้าโรงหมอซึ่งเริ่มมีคนทยอยมารอคิวตั้งแต่เช้า ท่าทีของเขายังนิ่ง แต่เซวียนอิงเห็นว่าเขาระวังมากกว่าปกติ สายตาไม่ได้หยุดเพียงคนไข้ หากกวาดถึงเงามุมถนนและชายชุดเรียบที่ยืนคุยกันไกลออกไปด

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 86 ศาลาเหนือ

    ตอนที่ 86 ศาลาเหนือคืนวันนั้นมาเร็วกว่าปกติ หรืออย่างน้อยหลี่เซวียนอิงก็รู้สึกเช่นนั้น แสงสนธยาบนหลังคาเมืองหลวงยังไม่ทันเลือนหมดดี ความมืดกลับเหมือนค่อย ๆ ไหลลงมาตามชายคาและตรอกซอยราวน้ำหมึกที่มีเจตนา โรงหมอหลี่ปิดประตูหน้าเร็วกว่าทุกวัน อาเยวี่ยถูกกำชับให้นับจำนวนยาทุกขวด ลั่นกลอนทุกบาน และห้ามเปิดรับใครหลังยามซวีเด็ดขาด แม้จะมีคนไข้มาเคาะประตูก็ตามจ้าวเยี่ยนยืนอยู่ในลานหลังเรือนใต้เงาไม้แห้ง มือหนึ่งถือแผนผังที่ขีดอย่างคร่าวจากความทรงจำของผู้เคยเข้าเขตสมาคม อีกมือแตะดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอว เขาไม่พูดมากตั้งแต่กลับจากศาลาเก่า บางทีเพราะเขาเองก็รู้ว่าคำว่า ห้องผสมหลังศาลาเหนือ นั้นมีน้ำหนักเพียงใด หากเป็นเพียงห้องเก็บตำรับผิดกฎหมายก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อผูกเข้ากับห้องยาใต้หอสมาคม บัญชีเก่า รหัสเหนือ สี่ สาม และคนคุมคลังที่ถูกปิดปาก มันย่อมหมายถึงศูนย์กลางระดับหนึ่งของเครือข่ายนี้เซวียนอิงเดินออกมาจากห้องในพร้อมเสื้อคลุมสีเข้มกว่าปกติ รวบผมขึ้นแน่นไม่มีปิ่นเงินใ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปาก

    ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปากยามบ่ายของเมืองหลวงอบอ้าวกว่าปกติ แม้ฟ้าจะมีเมฆบางคลุมอยู่ตลอด แต่ลมกลับไม่ยอมพัดให้หายแน่นหน้าอกสักนิด กลิ่นสมุนไพรตากแดดจากลานหลังโรงหมอหลี่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นหมึกและกระดาษเก่าจากห้องใน หลี่เซวียนอิงกำลังนั่งจัดบันทึกร่องรอยนิติเวชจากสองศพที่เพิ่งตรวจไปในช่วงเช้า ปลายพู่กันของนางลากลงบนกระดาษอย่างมั่นคง เขียนแยกอาการที่เกิดจากโรคธรรมชาติออกจากอาการที่ถูกเร่งด้วยตำรับพิษอย่างละเอียดทีละบรรทัดนับจากระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น ดวงตาของนางก็ดูเหมือนจะมองเห็นความผิดปกติในร่างคนมากขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เพียงสีลิ้น เล็บ หรือตาขาวที่ต่างไปจากเดิม แต่คือความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเล็กที่สุดกับสาเหตุของความตายที่คนทั่วไปมักมองข้าม ความรู้เช่นนี้ทำให้คดีใต้หอสมาคมคมชัดขึ้น ทว่าก็ทำให้ความน่ากลัวของศัตรูยิ่งเด่นชัดขึ้นเช่นกัน เพราะยิ่งมองออกมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้ว่าคนเหล่านั้นตั้งใจซ่อนความตายได้ลึกเพียงใดอาเยวี่ยเพิ่งจะยกชาร้อนเข้ามาวางข้างมือ เมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านหน้าโรงหมอ พร้อมเสียงหอบหายใจของเด็กใช้คนหนึ่งที่แทบพุ่งเข้ามาทั้งตัว“ท่านหมอหลี่ ท่าน

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น

    ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้นเสียงฝนเมื่อคืนเพิ่งหยุดไปเมื่อยามอิ๋น แต่โรงหมอหลี่กลับไม่เคยได้พักตามสายฝนเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ข่าวเรื่องยาบำรุงลวงแพร่ไปอย่างเงียบ ๆ ตามตรอกซอย คนที่เคยกล้ำกลืนสงสัยอยู่ในใจเริ่มหอบขวดยา ห่อยา ใบสั่งยาเก่า และอาการประหลาดของคนในบ้านมาหาเซวียนอิงทีละราย บางคนมาด้วยท่าทีลังเลคล้ายกลัวว่าตนกำลังคิดมากไปเอง บางคนมาด้วยสีหน้าขาวซีดราวเพิ่งเดินออกจากเงื้อมมือสิ่งที่มองไม่เห็น และบางคนไม่ได้มาด้วยหวังเพียงตรวจยา แต่อยากถามให้แน่ใจว่าคนที่จากไปแล้วตายเพราะชะตาจริงหรือถูกใครบางคนทำให้ดูเหมือนชะตาโต๊ะในห้องด้านในของเซวียนอิงจึงเต็มไปด้วยขวดยาและถุงผ้าจากหลายบ้าน เรียงกันจนดูเหมือนคลังยาขนาดย่อม แต่สำหรับนาง มันคือกองเงื่อนปมที่ส่งกลิ่นคาวจาง ๆ ของความตาย บนกระดาษแผ่นใหญ่ซึ่งกางอยู่กลางโต๊ะ นางเขียนชื่ออาการหลักของแต่ละรายไว้ด้วยหมึกดำแล้วโยงเส้นเข้าหากัน บางเส้นโยงไปทางพิษที่กระทบเลือด บางเส้นโยงไปทางพิษที่เล่นกับปอดหรือหัวใจ บางเส้นยังขาดอยู่เพราะหลักฐานไม่พอ แต่ทุกเส้นล้วนชี้ไปในทิศเดียวกันคนทำไม่เพียงเก่งแพทย์ หากยังเก่งการซ่อนแพทย์ไว้ใต้ผิวหน้าข

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวง

    ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวงฝนปรอยบาง ๆ ตั้งแต่ยามเฉินจนกระทั่งสาย ละอองชื้นเกาะตามขอบหน้าต่างไม้ของโรงหมอหลี่เป็นเม็ดเล็กละเอียด กลิ่นดินเปียกผสมกับกลิ่นสมุนไพรตากแห้งในห้องโถงจนเกิดความรู้สึกสะอาดเงียบแบบที่ทำให้คนเจ็บอยากพูดความลับออกมาเอง หลี่เซวียนอิงนั่งคัดใบสั่งยาจากสองคดีเมื่อวานอยู่หลังโต๊ะตรวจ มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างแตะเม็ดยาที่เก็บมาจากบ้านชายไอเรื้อรังเป็นครั้งคราวราวกับจะบังคับให้ตัวเองจำพื้นผิวและกลิ่นของมันให้ติดถึงกระดูกนางยังไม่ได้หลับเต็มตาตั้งแต่คืนที่ลอบเข้าไปในห้องยาใต้หอสมาคม แต่สมองกลับยิ่งคมขึ้นทุกชั่วยาม คล้ายเมื่อเส้นทางของคดีเริ่มปรากฏ ความเหนื่อยทั้งหมดก็ถูกแรงค้ำจากความโกรธและความแน่วแน่กลบไปชั่วคราว บนกระดาษตรงหน้านางมีตัวอักษรเรียงแน่นเป็นสามคอลัมน์ คอลัมน์แรกคือโรคเดิมของเหยื่อ คอลัมน์ที่สองคืออาการแปลกหลังรับยา คอลัมน์ที่สามคือชนิดพิษหรือทิศทางพิษที่นางคาดไว้ ยิ่งเขียนมากเท่าไร รูปแบบยิ่งชัด คนทำกำลังใช้ตำรับลวงที่แทรกพิษเข้าไปอย่างกลมกลืนกับร่างเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status