LOGINเสียงหอบหายใจหนักหน่วงค่อยๆ แผ่วลงแต่ความอบอุ่นจากการแนบชิดของผิวเนื้อเปลือยเปล่ายังคงอยู่ คีออสกอดรัดร่างนุ่มนิ่มที่ชุ่มเหงื่อไว้แน่นราวกับกลัวเธอจะหายไปไหน จมูกโด่งซุกไซ้ผมนุ่มหอมกรุ่นอย่างรักใคร่ พลางลูบไล้แผ่นหลังเนียนชื้นเหงื่อเบาๆ“เป็นไง... เสียวไหมคนเก่ง”เขาถามกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงแหบพร่าแต่แฝงแววเย้าแหย่ เฟิร์นที่ยังคงนอนระทดระทวยอยู่ในอ้อมกอดเขา ใบหน้าแดงก่ำซุกอกกว้างไม่ยอมเงยหน้ามาสบตา“อื้อ... คนบ้า... ถามอะไรน่าเกลียด...” เธอตอบเสียงอู้อี้ ตีอกเขาเบาๆ หนึ่งทีแก้เขิน“หึ...” คีออสหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู “ไม่ตอบแสดงว่าชอบ...”เขาหันไปกดจมูกฝังลงบนแก้มป่องที่ขึ้นสีระเรื่อฟอดใหญ่ ก่อนจะผละตัวออกมาเล็กน้อย“แต่ฉันว่า... เธอยังไหวอยู่นะ”“ดะ... เดี๋ยว จะทำอะไร?” เฟิร์นเงยหน้าขึ้นมองตาโตเมื่อรู้สึกถึงแรงพลิกตัวคีออสไม่ตอบ แต่จับร่างบางพลิกคว่ำหน้าลงกับหมอนใบโตอย่างรวดเร็ว“อ๊ะ คีออส!”เขากดสะโพกมนให้ราบลงกับที่นอนเล็กน้อย ก่อนจะรั้งเอวคอดให้ยกสูงขึ้นจนบั้นท้ายกลมกลึงลอยเด่นท้าทายสายตา ท่าทางที่น่าอายนี้ทำให้เฟิร์นต้องซุกหน้าลงกับหมอนแน่นเพื่อซ่อนความขัดเขิน แต่ก็อดไม่ได้ที่จ
ปลายลิ้นสากระคายที่กำลังตวัดรัวเร็วอยู่ตรงจุดอ่อนไหวมันช่างทรมานยิ่งกว่าบทลงโทษไหนๆ ความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานขึ้นสูงทำให้สติของใบเฟิร์นขาดผึง ร่างกายที่บิดเร่าด้วยความทรมานปนสุขสมกำลังเรียกร้องสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น... สิ่งที่จะเข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าภายในที่กำลังปวดหนึบ“อ๊า...ม... ไม่ไหว... คีออส... พอแล้ว...”มือเรียวที่ขยุ้มผมหนาของเขาอยู่เปลี่ยนมาเป็นกระชากเบาๆ เพื่อสื่อความหมาย เธอหอบหายใจสะท้าน หน้าอกกระเพื่อมไหวรุนแรง“อื้อ... คีออส... เฟิร์นต้องการมากกว่านี้... ช่วย... ช่วยเอาเข้ามาหน่อยนะ... อื้อ...เสียววว...”เสียงหวานกระเส่าร้องขออย่างไม่อายปากอีกต่อไป ความเขินอายถูกไฟราคะเผาไหม้จนหมดสิ้น เหลือเพียงอารมณ์ใคร่ที่ต้องการการปลดปล่อยคีออสหยุดการกระทำทันทีที่ได้ยินคำเชิญชวนแสนหวาน เขาผละใบหน้าออกมาจากความฉ่ำเยิ้ม เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวใต้ร่างด้วยแววตาพราวระยับและดำมืด ริมฝีปากหยักได้รูปเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหวานใสวาววับ ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนปีศาจร้ายที่เซ็กซี่จนใจสั่น“หึ... เมื่อกี้ใครนะที่ไล่ฉันไปอาบน้ำ” เขาแกล้งเย้า เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับร่างบางที่นอนระทดระทวย ใช้ศอกยันที่น
คีออสยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นอาการของคนในอ้อมกอด ใบหน้าคมคายซุกไซ้สูดดมความหอมจากซอกคอเธออีกครั้ง ก่อนจะกระซิบเสียงแหบพร่าชิดใบหูที่แดงก่ำ"ไหนบอกว่ารังเกียจไง... กอดคอฉันแน่นเชียวนะ""ก็... ก็มันหนาวนี่" เฟิร์นแก้ตัวเสียงสั่น ทั้งที่น้ำในอ่างอุ่นจนแทบจะร้อน แต่เธอกลับรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ วูบวาบไปทั้งตัวเพราะสัมผัสของเขา"งั้นเดี๋ยวทำให้ร้อนกว่านี้ดีไหม..."คีออสหัวเราะในลำคอ เขาหยิบฟองน้ำที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ใกล้มือขึ้นมา บีบสบู่เหลวเพิ่มจนฟองฟูฟ่อง แล้วเริ่มอาบน้ำ ให้เธออย่างจริงจังตามที่พูดไว้"มา... ฉันจะล้างให้... รับรองว่าสะอาดทุกตารางนิ้ว"มือหนาลูบไล้ฟองนุ่มไปตามแผ่นหลังเนียนลื่น ไล่ลงมาถึงบั้นท้ายกลมกลึงที่เด้งสู้มือใต้น้ำ เขาบีบขยำเบาๆ ราวกับกำลังนวดแป้ง"อื้อ... ขัดเบาๆ สิ... ผิวฉันไม่ใช่กระดาษทรายนะ" เฟิร์นบ่นอุบอิบ พยายามขยับตัวหนีมือซุกซน"ผิวเธอลื่นมือดีชะมัด..." คีออสไม่สนคำท้วง เขาเลื่อนมืออ้อมมาด้านหน้า ลูบไล้ฟองสบู่ผ่านหน้าท้องแบนราบ วนเวียนอยู่แถวสะดือบุ๋ม ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปสู่จุดอ่อนไหวกลางกายสาวเฟิร์นสะดุ้งเฮือก ขาเรียวหนีบเข้าหากันโดยอัตโนมัติ"คีออส! ตรงนั้นไม่ต
“ยอมแล้ว... ยอมแล้ว...” เฟิร์นเสียงอ่อย ใบหน้าหวานแดงก่ำเบี่ยงหนีสายตาคมที่จ้องมองมาราวกับจะกลืนกิน เธอยอมจำนนต่อข้อเสนอ แกมบังคับของเขาที่จะต้องอาบน้ำให้เพื่อพิสูจน์ความสะอาดเขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นตึงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงามเฟิร์นยืนมองตาค้าง มือไม้สั่นเทาขณะยื่นไปช่วยเขาถอดกางเกงออกตามคำสั่งทางสายตาฟุ่บ...กางเกงขายาวร่วงลงไปกองที่ข้อเท้า เผยให้เห็นชั้นในสีเข้มที่ห่อหุ้มความยิ่งใหญ่เอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ เฟิร์นรีบหันหน้าหนีทันที ใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก“หันหนีทำไม... ถอดให้หมดสิ” คีออสสั่งเสียงพร่า จับมือเธอให้ดึงชั้นในเขาลงเฟิร์นหลับตาปี๋ กลั้นใจดึงมันลงจนเขาเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ยืนโทงๆ ต่อหน้าเธอ“ลงอ่าง...” คีออสสั่งสั้นๆ ก่อนจะก้าวลงไปนั่งแช่ในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ที่เปิดน้ำอุ่นรอไว้แล้ว เขาพิงหลังกับขอบอ่าง กางแขนออกวางพาดขอบอย่างสบายใจ“มานี่...มาถูตัวให้ฉัน”เฟิร์นค่อยๆ ก้าวขาที่สั่นเทาลงไปในอ่างทั้ง ชุดเดรสตัวสวยที่ใส่มา น้ำอุ่นจัดทำให้ผ้าเนื้อดีเปียกลู่แนบไปกับเรือน
ร่างบางถูกวางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมผิดวิสัยมาเฟียผู้เหี้ยมโหด คีออสไม่รอช้าที่จะตามลงมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างแกร่ง นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าที่แดงระเรื่อและตื่นตระหนกของเธอด้วยแววตาที่อ่อนลงแฝงความปรารถนาที่ลึกซึ้ง “เลิกต่อต้านได้แล้ว” เขาพึมพำเสียงทุ้ม ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา และอ้อยอิ่ง เหมือนกำลังละเลียดชิมขนมหวานชิ้นโปรด เขาค่อยๆคลอเคลียหยอกเย้าที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ “อื้อ...” เฟิร์นเผลอครางในลำคอ สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าตกใจทำให้กำแพงที่เธอก่อไว้เริ่มสั่นคลอน มือไม้ที่กำแน่นกลับผ่อนแรงลง นิ้วเรียวค่อยๆ คลายออกแล้วเลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอหนาของเขาโดยไม่รู้ตัว จูบของคีออสเหมือนยาเสพติดร้ายกาจ มันหอมหวาน นุ่มนวล แต่ก็มอมเมาสติสัมปชัญญะให้เลือนหาย เขาค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักกดจูบให้ลึกซึ้งขึ้น ปลายลิ้นร้อนแตะเบาๆ ที่รอยแยกของริมฝีปากเป็นการขออนุญาต และร่างกายที่ทรยศของเธอก็ยอมเปิดทางให้อย่างง่ายดาย รสสัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความโกรธเคืองเรื่องที่เขาข่มขู่ ถูกพัดหายไปกับความเสน่หาชั่วขณะ ทำไม ทำไมเขาถึงร้า
“เดี๋ยว! หยุดก่อน!”เฟิร์นรวบรวมแรงฮึดสุดท้าย ผลักอกแกร่งของคีออสออกไปสุดแรง ถอยหลังกรูดไปตั้งหลัก ความสับสนและคำถามมากมายตีกันยุ่งเหยิงในหัว“นายโกหก!” เธอชี้หน้าเขา นิ้วมือสั่นระริก “นายกำลังปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อใส่ร้ายเชอร์รี่!”คีออสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ท่าทางไม่ยี่หระ “โกหก ตรงไหนที่ว่าโกหก”“ก็ตรงที่นายบอกว่าเชอร์รี่ยื่นข้อเสนอบ้าบอนั่นไง!” เฟิร์นสวนกลับเสียงแข็ง พยายามขุดความทรงจำในคืนนั้นขึ้นมาประมวลผลอย่างละเอียด“ฉันจำได้... วันนั้นเชอร์รี่เมามาก! เมาจนคอพับคออ่อน แทบจะทรงตัวไม่อยู่ แล้วยัยนั่นจะเอาสติที่ไหนไปเจรจาต่อรองกับนาย!”เธอก้าวเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าว จ้องตาเขาเขม็งเพื่อจับผิด“คนเมาแอ๋ขนาดนั้นจะพูดรู้เรื่องได้ยังไง? จะไปโบ้ยความผิดให้ฉันตอนไหน? ในเมื่อตอนที่ฉันลากยัยนั่นออกมา... ยัยนั่นแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน!”เฟิร์นสูดหายใจลึก มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น“และที่สำคัญ... ฉันอยู่กับเชอร์รี่ตลอดเวลาจนกระทั่งการ์ดของนายเข้ามาล็อคตัวพวกเราแยกจากกัน! เชอร์รี่ไม่มีจังหวะไหนเลยที่จะคุยกับนายเป็นการส่วนตัว!”คีออสยืนนิ่งฟังเธอระเบิดอารมณ์ มุมปากยกยิ้มที่อ่านไม่ออก







