Masuk“อ๊า! อึก... คีออส... มัน... มั๊นนนน!”
เฟิร์นหวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าสวยสะบัดไปมาบนหมอนจนผมกระจาย หลุดเสียงครางออกมาอย่างไม่เก็บอาการ เมื่อพายุสวาทที่ชายหนุ่มโหมกระหน่ำใส่มันรุนแรงเกินกว่าที่สติสัมปชัญญะของเธอจะรับไหว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงครางสะอื้น ดังระรัว พั่บ! พั่บ! พั่บ! “ซี๊ดดด... แน่นชิบหาย... เฟิร์น... อย่าเกร็งสิ... อึก!” คีออสคำรามในลำคอ ฟันคมขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาจับเอวคอดกิ่วของเธอตรึงไว้แน่น บังคับให้ แอ่นอัดบั้นท้ายรับทุกการกระแทกจากอีกฝ่าย อย่างหนักหน่วงท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนตอกอัดเข้าใส่โพรงเนื้อนุ่มที่กำลังบีบรัดตัวเขาอย่างแน่น ทุกจังหวะที่เขากดกระแทกความใหญ่โตเข้าไป มันเสียดสีครูดผ่านผนังเนื้ออ่อนด้านในจนน้ำเหนียวข้นไหลทะลักออกจากปากรู มากมายเสียงเฉอะแฉะของน้ำรักดัง แจ๊ะ แจ๊ะ แข่งกับเสียงครางกระเส่าของคนใต้ร่าง “อื้อ! ไม่... ไม่เอาแล้วว... มันแปลกๆ... ฮึก! หยุดก่อน” จู่ๆ เฟิร์นก็เริ่มดิ้นพล่าน มือเล็กดันหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามของเขาออกอย่างตื่นตระหนก ความรู้สึกวาบหวามที่ปลายท้องน้อยมันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความปวดหนึบที่เธอไม่คุ้นเคย เหมือนเขื่อนที่กำลังจะแตก “จะหยุดทำไม... กำลังดีเลย... ซี๊ดดด...” คีออสไม่ฟังเสียงห้าม เขาปัดมือเธอออกแล้วรวบข้อมือเล็กขึ้นไปกดไว้เหนือศีรษะ โน้มตัวลงไปบดจูบไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขณะที่ช่วงล่างยังคงซอยกระหน่ำไม่หยุดหย่อน “ไม่! อื้อ! นายไม่เข้าใจ!” เฟิร์นหน้าแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอับอายและความกลัว “ฉัน... ฉันปวด... ปวดฉี่ จะราดแล้ว ปล่อย” คีออสชะงักไปเสี้ยววินาทีก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกสุดขีด “ปวดฉี่” เขาเลิกคิ้วถาม มุมปากกระตุกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้เฟิร์นอยากจะกรี๊ด “แน่ใจเหรอว่าปวดฉี่” “ก็เออสิ! จะออกแล้วเนี่ย! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้บ้า! ฉันอั้นไม่ไหวแล้ว!” เฟิร์นตะโกนใส่หน้าเขา ขาเรียวพยายามหุบเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นสิ่งที่เธอกำลังเข้าใจผิด แต่คีออสกลับใช้เข่าแกร่งแทรกกลาง ดันขาเธอให้อ้ากว้างกว่าเดิม “งั้นก็ฉี่ออกมาเลย...” คีออสกระซิบเสียงพร่า แววตาพราวระยับด้วยความท้าทาย “จะบ้าเหรอ! ใครจะไปฉี่ใส่...” “เอาเลยเฟิร์น... ปล่อยมันออกมา” เขาขัดขึ้นเสียงเข้ม พร้อมกับสวนสะโพกสอบกระแทก ดุ้นแข็งเขื่องเข้าไปเน้นๆ ที่จุดเดิมจุดเสียวที่ไวต่อสัมผัสที่สุดของเธอ ปึก! “กรี๊ดดดด! อ๊าาาา” เฟิร์นตาเหลือกโพลง ร่างกายกระตุกเกร็ง แผดเสียงร้องครางกึกก้อง เมื่อส่วนหัวบานหยักของเขา บังคับส่วนปลายให้เข้าไปบดขยี้กับจุดกระสันภายในโพรงเนื้อได้อย่างตรงจุด “ตรงนี้สินะ...” คีออสยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาไม่รอช้า เร่งจังหวะสะโพกถี่รัว เสียงบดเบียดของท่อนเอ็นที่แตะครูดสัมผัสไปทั่วทุกพื้นที่ดังระงม ตับ ตับ ตับ ตับ! “ไม่! ไม่ไหว! จะฉี่... ฮือ... ออกแล้ว... คีออส! มันจะออกแล้ว!” ความรู้สึกมวลท้องน้อยมันอัดแน่นจนถึงขีดสุด เฟิร์นส่ายหน้าไปมาน้ำตานองหน้า ความเสียวซ่านมันท่วมท้นจนสมองสั่งการอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจากความต้องการปลดปล่อย คีออสเร่งจังหวะตะบันสะโพกใส่ไม่ยั้งเอ็นท่อนเนื้อแข็งแกร่งเสียดสีกับผนังเนื้ออ่อนนุ่มหยุ่นที่ตอดรัดเขาแน่นจนปวดหนึบ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องกว้าง แข่งกับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของทั้งคู่ “ปล่อยมา! ฉันบอกให้ปล่อย!” คีออสตะคอกกระตุ้นเสียงแหบพร่า ขณะที่มือหนากดเนินเนื้ออวบอูม ของเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ดิ้นหนี “ฮือออ... อร๊ายยย! คะ... คุณ... ฉัน... ทนไม่ไหวแล้ว!” เฟิร์นหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายแอ่นโค้งขึ้นจากโซฟาราวกับคันธนู มือจิกขยุ้มผ้าปูจนยับยู่ยี่ ความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ภายในกำลังปะทุเหมือนภูเขาไฟระเบิด “ฉี่แตกแล้ว... กรี๊ดดดดด!” สิ้นเสียงกรีดร้องที่แหลมสูง เฟิร์นกระตุกเกร็งไปทั้งร่าง ปลายเท้าจิกเกร็งสติล่องลอยราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง น้ำหวานใสหนืดจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาจากใจกลางความเป็นสาวชะโลมแก่นกายที่ใหญ่โตของคีออสจนเปียกชุ่มโชก เธอหอบหายใจแฮกๆ นอนแผ่หลาราวกับคนหมดแรง ดวงตาเหม่อลอย น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มแดงก่ำ อกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะ คีออสรับรู้ถึงแรงบีบรัดจากภายใน ร่องกลีบตอดรัดระริก ไม่หยุด ดูดตุ้บๆ จนเขาแทบคลั่ง ผนังเนื้อนุ่มบีบดุ้นยักษ์ ของเขาแน่นเสียจนเขาต้องหยุดขยับสะโพกชั่วคราว เขากัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเพื่อข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้เสร็จตามเธอ “ซี๊ดดดด... อา...” เขาครางต่ำในลำคอ ซึมซับความรู้สึกของการถูกตอดรัดที่แสนวิเศษ ผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อเฟิร์นเริ่มได้สติ เธอรีบเอามือปิดหน้า ร้องไห้โฮออกมาด้วยความอับอายสุดขีด “ฮือ... ฉันฉี่แตก... น่าอายที่สุด... ฮึก... นายถอยออกไปนะ... สกปรก...” คีออสหอบหายใจหนักๆ มองดูสภาพของหญิงสาวใต้ร่างด้วยแววตาพึงพอใจและเอ็นดู เขาค่อยๆ โน้มตัวลงไป ดึงมือที่ปิดหน้าเธอออก แล้วกดจูบซับเหงื่อที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยนผิดวิสัย “ฉี่ที่ไหนกัน...” เขาพูดกลั้วหัวเราะ เสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่บาดใจ “เด็กลามก... ไม่รู้เรื่องอะไรเลย” “โกหก! ก็มันเปียกขนาดนี้... ฮึก...” เฟิร์นยังคงเถียงเสียงเครือ ทั้งที่ยังหลับตาปี๋ไม่กล้าสู้หน้าเขา ความรู้สึกอุ่นวาบที่ท้องน้อยมันยังเต้นตุบๆ ไม่หยุด ราวกับฟ้องว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมันวิเศษแค่ไหน คีออสส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความระอาปนขบขัน เขาถอนสะโพกออกมาเล็กน้อยจนน้ำหวานสีใสที่เคลือบลำท่อน แข็งแกร่งยืดติดออกมาเป็นสาย เขาใช้นิ้วปาดคราบน้ำรักเหล่านั้นขึ้นมา แล้วยื่นไปจ่อที่จมูกรั้นๆ ของเธอ “ลืมตา... แล้วดูซะ” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม เฟิร์นค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองอย่างหวาดระแวง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นหลักฐานบนนิ้วเขา “ดมดูสิ... กลิ่นฉี่ที่ไหนมันหอมหวานแบบนี้ หืม?” คีออสยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะส่งนิ้วนั้นเข้าปากเธอ บังคับให้เธอลิ้มรสชาติของตัวเอง “อื้อ! เค็ม... แหวะ! เอานิ้วออกไปนะ!” เฟิร์นรีบเบือนหน้าหนี หน้าแดงซ่านจนแทบจะระเบิด คีออสหัวเราะในลำคอ เขาโน้มใบหน้าคมคายลงไปกระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อของเธอ นัยน์ตาคมพราวระยับราวกับผู้กำชัยชนะ “เลิกโวยวายได้แล้วยัยเด็กบื้อ... ที่ออกมาน่ะ เขาเรียกว่าน้ำรัก...” เขาเว้นจังหวะ จงใจเน้นคำพูดถัดไปให้ฝังลึกลงในสมองเธอ “เธอเสร็จต่างหากล่ะ... มีความสุขไหม ชอบไหมแบบนี้ ถึงสวรรค์เลยนะเมื่อกี้น่ะ” คำพูดโจ่งแจ้งของเขาทำให้เฟิร์นตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลคำว่าเสร็จและถึงสวรรค์ซ้ำไปซ้ำมา ความอับอายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเขินอายที่รุนแรงยิ่งกว่า ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด “มะ... ไม่จริง... นายมั่ว...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตาเขา “ไม่จริงเหรอ?” คีออสเลิกคิ้ว “งั้นไอ้ที่ของเธอตอดรัดระริก ไม่หยุด ดูดตุ้บๆ จนฉันแทบคลั่งอยู่ตอนนี้... มันคืออะไร ร่างกายเธอมันซื่อสัตย์กว่าปากเธอเยอะนะเฟิร์น” พูดจบ เขาก็แกล้งขยับสะโพกสวนเบาๆ กระแทกส่วนหัวบานหยักเข้าไปชนกับผนังมดลูกที่กำลังบีบตัวรับเขาอยู่"ป๊าคีธ ป๊าวายุ ผมกลับมาแล้วครับ!"เสียงทุ้มกังวานและสดใสของชายหนุ่มวัยยี่สิบปีดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีเอิร์ธโทนดูดีมีระดับทิ้งกระเป๋าเดินทางแบรนด์หรูลงบนพื้นหินอ่อน ก่อนจะอ้าแขนกว้างรับแรงพุ่งชนจากผู้ชายสองคนที่วิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องนั่งเล่น"ไอ้ลูกหมาเอ๊ย โตจนตัวหนากว่ากูแล้วเนี่ย"คีธในวัยสี่สิบต้นๆ ที่ยังคงความหน้าเด็กและสำอางเอาไว้ไม่เปลี่ยน โผเข้ากอดคอลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแน่นจนหน้าดำหน้าแดง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคิดถึง ตอนนี้คืออดีตสารวัตรที่ผันตัวมาคุมคาสิโนเต็มตัว เดินตามมาซ้อนด้านหลัง มือหนาตบลงบนบ่ากว้างของลูกชายหนักๆ ด้วยความภูมิใจ"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะตาวิน เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจากฮ่องกงกลับมาแบบนี้ ป๊าทั้งสองเตรียมรางวัลใหญ่ไว้ให้แล้ว" วายุยิ้มกว้างตาวินสวมกอดพ่อทั้งสองคนแน่นๆ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่ผสมผสานความคมเข้มและละมุนละไมไว้อย่างลงตัว "ผมไม่เอารางวัลอะไรหรอกครับ แค่ได้กลับมากินฝีมือทำกับข้าวของป๊าคีธก็พอแล้ว... อยู่ฮ่องกง อาหารสู้ฝีมือป๊าๆ ไม่ได้เลย""ปากหวานไม่เปลี่ยนเลยนะเรา" คีธผละออกมาบีบจมูกโด่
"เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มชิ้นนี้ของเหมยนะเจ๊ อากงเฉินเป็นคนตักให้เหมยแล้ว!""อะไรของแกยัยหมวยเล็ก ฉันเป็นพี่คนโต ต้องใช้พลังงานสมองเยอะกว่าเว้ย พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปตรวจบัญชีที่คลับกับลุงเชนนะ ส่งจานนั้นมาเลย"เสียงแหวแหลมปรี๊ดที่เถียงกันข้ามโต๊ะอาหารยาวเหยียด ทำเอาบรรยากาศงานฉลองวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบห้าปีของคุณนายหลินครึกครื้นขึ้นมาทันตาเห็น สองสาววัยสิบเจ็ดปีที่หน้าตาถอดแบบกันมาเป๊ะๆ กำลังยื้อแย่งจานเค้กกันอย่างไม่มีใครยอมใคร'เหมยเหมย' แฝดน้องผู้อ่อนหวานแต่บทจะดื้อก็รั้นสุดใจ กำลังถลึงตาใส่ 'หลินหลิน' แฝดพี่ผู้มีนิสัยเด็ดขาด ดุดัน และถอดแบบความห้าวหาญมาจากผู้เป็นพ่อแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์"เพิ่งจะสิบเจ็ด ทำมาเป็นอยากตรวจบัญชีคลับ เรียนบริหารให้จบปริญญาก่อนเถอะยัยตัวแสบ ปะป๊ายังไม่เซ็นอนุมัติให้เราเข้าไปคุมงานเต็มตัวหรอกนะ"คีออสในวัยสี่สิบต้นๆ ที่ความหล่อเหลาและความน่าเกรงขามไม่ได้ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาเลยสักนิด เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คเข้ามาเขกหัวลูกสาวคนโตเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว"โธ่ ปะป๊าอะ" หลินหลินลูบหัวตัวเองปอยๆ ทำหน้างอ "หนูอยากช่วยงานปะป๊าเร็วๆ นี่นา ปะป๊าจะได้มีเวลาไปสวีทกับหม่
"โอ๊ยยยย ไอ้เฮียคีออส กลับมาบ้านเมื่อไหร่กูจะด่าให้หูชาเลยคอยดู ทิ้งลูกไว้ให้คนอื่นเลี้ยงแล้วตัวเองหนีไปกกเมียเนี่ยนะ"เสียงโวยวายของ 'คีธ' นายน้อยคนเล็กแห่งแก๊งมังกรทองดังลั่นออกมาจากห้องน้ำเด็กในบ้าน สภาพของชายหนุ่มหน้าตาดีที่สาวๆ ค่อนประเทศตามกรี๊ด ตอนนี้ดูไม่จืดเอาเสียเลย แขนเสื้อเชิ้ตราคาแพงถูกถลกขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าเล็กๆ ของ 'เหมยเหมย' ยกขึ้น ส่วนมืออีกข้างถือทิชชู่เปียกเตรียมเช็ดทำความสะอาด"ใจเย็นๆ คีธ จับหลานไว้ดีๆ เดี๋ยวพี่เช็ดเอง เราทำหน้าจะอ้วกแบบนั้นเดี๋ยวหลานก็ตกใจหรอก"สารวัตรวายุในชุดเสื้อยืดสบายๆ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แขนแกร่งเอื้อมมาช่วยจับกะละมังน้ำอุ่น พยายามกลั้นขำกับสภาพแฟนหนุ่มที่ปกติจับแต่แก้วเหล้ากับพวงมาลัยรถสปอร์ต แต่วันนี้ต้องมารับบท เจ็กคีธ (คุณอา) จำเป็น"จะไม่ให้จะอ้วกได้ไงพี่วายุ กลิ่นอย่างกับส้วมแตก เหมยเหมย เมื่อวานหม่าม้าให้หนูกินอะไรเข้าไปลูก ทำไมอึหนูเหม็นขนาดนี้เนี่ย!" คีธบ่นอุบอิบ ก้มหน้าหลบกลิ่นมหาภัย"คิกคิก... เจ็กคีธบ่นเหมยเหมย เหมยเหมยจะฟ้องปะป๊า" แฝดคนน้องหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ตีขาป้อมๆ ไปมาด้วยความชอบใจที่เห็นอาตัวแสบทำหน้าเหยเกปรู๊ดด
ร่างบอบบางที่อ่อนปวกเปียกแทบจะไร้เรี่ยวแรงถูกท่อนแขนแกร่งช้อนอุ้มขึ้นแนบอก คีออสกระชับร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ยังคงหอบหายใจรวยรินพิงซบแผงอกเขาไว้แน่น คนตัวโตก้าวเดินออกจากห้องลับใต้ดิน ตรงดิ่งไปขึ้นยังห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่ในเซฟเฮาส์เสียงน้ำดังซู่ซ่า คีออสเปิดน้ำอุ่นจัดเตรียมไว้ในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ ไอน้ำสีขาวลอยอวลไปทั่วบริเวณพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมอาบน้ำกลิ่นอโรม่าที่ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายเขาค่อยๆ วางร่างของใบเฟิร์นหย่อนลงไปในน้ำอุ่นอย่างทะนุถนอม ทันทีที่ผิวเนื้อบอบช้ำสัมผัสกับความอุ่น ใบเฟิร์นก็หลุดเสียงครางฮือในลำคอด้วยความสบายตัว คีออสก้าวตามลงไปซ้อนแผ่นหลังบาง ดึงร่างของเธอให้เอนมาพิงทับกับแผงอกกว้างของเขา จัดแจงให้เธอนั่งแทรกอยู่กลางหว่างขา แขนแกร่งโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วเอาไว้หลวมๆ"อื้มมสบายจังเลย..." ใบเฟิร์นพึมพำ หลับตาพริ้ม เอนศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่แกร่ง ปล่อยให้น้ำอุ่นช่วยโอบอุ้มกล้ามเนื้อที่ปวดร้าวจากการถูกผัวรักจับรังแกอย่างหนักหน่วงมาหลายชั่วโมง"ระบมไปหมดเลยสิเรา... ดูสิ รอยแดงเต็มตัวไปหมด" คีออสกระซิบชิดขมับของเมีย มือหนากวักน้ำอุ่นขึ้นมาลูบไล้ตา
เขาขยับเข้าไปยืนแทรกกลางหว่างขาที่อ้ากว้างบนเก้าอี้ขาหยั่ง มือหนาจับแก่นกายของตัวเอง ถูไถส่วนหัวหยักไปตามร่องกลีบที่ยังคงมีน้ำรักของเธอไหลเยิ้มเปรอะเปื้อน ลากไล้จากปากทางขึ้นไปบดบี้กับเม็ดกระสันที่บวมเป่งอย่างจงใจ"แฉะขนาดนี้... รอกินควยผัวอยู่ล่ะสิ หืมม"คีออสแสยะยิ้มร้ายกาจ มือหนาจับท่อนเนื้อที่แข็งเป็นเต่งฟาดเบาๆ ลงบนกลีบเนื้ออวบอูมอย่างมันมือแปะ! แปะ!"อ๊ะ... ซี๊ดดด พี่คีจ๋า อย่าแกล้งสิค้า มันเสียวอ่า โคตรเงี่ยนเลยอูยยย"ใบเฟิร์นครางกระเส่า ร่างกายบิดเร่า ร่องสวาทขมิบตอดอากาศถี่รัวรับสัมผัสหยาบโลนนั้น เธอยื่นมือไปกดปุ่มที่แผงควบคุมข้างเก้าอี้ ปรับพนักพิงที่เอนราบให้ตั้งชันขึ้นมาอยู่ในท่านั่งกึ่งเอน"ปรับขึ้นมาทำไม หืม" คีออสเลิกคิ้วถาม"ก็เฟิร์นอยากเห็นหน้าผัวของเฟิร์นชัดๆ ไงค้า ผัวขา" เธอช้อนตาฉ่ำน้ำมองเขา แล้วกัดปากอย่างยั่วยวน "อีกอย่าง เมียอยากมองตอนควยพี่มุดเข้ามุดออกหีเฟิร์นชัดๆ... เฟิร์นชอบมองตอนพี่กระแทกเข้ามาอ่ะ""เชี่ย"คำสารภาพแสนร่านทำเอามาเฟียหนุ่มสบถคำหยาบในลำคอ แต่แทนที่เขาจะสอดใส่แก่นกายของตัวเองเข้าไปอย่างที่เธอหวัง มือหนากลับเอื้อมไปหยิบ ดิลโด้ แท่งใหญ่ขึ้นมา บี
เสียงปลดล็อกประตูเซฟเฮาส์ดังคลิกเบาๆ ทันทีที่ประตูเปิดออก คีออสก็ไม่รอให้ภรรยาตัวแสบได้ก้าวเดินเอง แขนแกร่งช้อนอุ้มร่างอวบอิ่มในชุดเดรสสีแดงเลือดนกขึ้นมาในท่าเจ้าสาว ก้าวฉับๆ เข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสงัดใบเฟิร์นหอบหายใจถี่ แขนเรียวคล้องคอสามีไว้แน่น สภาพของเธอตอนนี้แทบดูไม่ได้ ชุดราตรีหรูหรายับยู่ยี่ ซิปด้านหลังยังถูกรูดลงมาครึ่งๆ กลางๆ ผมลอนสวยที่เซ็ตมาอย่างดีหลุดลุ่ยชี้ฟู และที่สำคัญที่สุด ความเหนียวเหนอะหนะตรงง่ามขาที่เกิดจากกิจกรรมเร่าร้อนบนรถสปอร์ตเมื่อครู่ มันยังคงไหลเยิ้มเปรอะเปื้อนซอกขาด้านในทุกครั้งที่ขยับตัว"พี่คี ปล่อยเฟิร์นลงก่อน เหนียวตัวไปหมดแล้วอ่ะ คราบน้ำพี่มันเลอะเทอะเต็มขาเฟิร์นเลย พาไปห้องน้ำหน่อยสิคะ เฟิร์นอยากล้างออก""ล้างทำไม กลิ่นน้ำของเราสองคนผสมกัน โคตรหอม"คีออสกระซิบเสียงพร่าชิดขมับชื้นเหงื่อ เขาไม่สนใจคำท้วงของเมียรัก ขายาวๆ ก้าวตรงดิ่งไปยังประตูลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ จัดการสแกนลายนิ้วมือจนประตูเปิดออกที่นี่คือห้องลับที่เขาเพิ่งสั่งรีโนเวทใหม่ทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์บุหนังสีดำขลับ ผนังบุกำมะหยี่เก็บเสียงอย่างดี แต่สิ่งที่เด่นตระหง่านอยู่กลางห้องและเรี
รถยนต์สีดำเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วอัลลอยด์ดัดลวดลายมังกรทองอร่าม เข้าสู่คฤหาสน์หลังมหึมาที่เป็นศูนย์กลางหลักของตระกูล คีออสจับมือใบเฟิร์นที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้กระชับขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มมีอาการประหม่า"ไม่ต้องเกร็ง... แม่พี่ไม่ดุหรอก" คีออสบอกยิ้มๆ "อย่างมากก็แค่บ่นเรื่องหลาน""บ้า! ใครจะไปเกร็งเรื
ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลงหน้าบ้านหลังใหญ่ ความสงบสุขที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในรถเมื่อครู่ก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นครืด... ครืด...คีออสก้มลงมองหน้าจอ ชื่อที่ปรากฏคือหัวหน้าชุดคุมท่าเรือ สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันที เขากดรับสาย ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู"ว่าไง..."ปลาย
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาตามสายลมยามค่ำคืน ผสานกับเสียงแมลงกลางคืนที่ร้องระงมสร้างบรรยากาศวังเวงแต่โรแมนติกอย่างบอกไม่ถูก หลังจากที่นั่งเรือสปีดโบ๊ทฝ่าคลื่นลมมาเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดวิลล่าส่วนตัว บนเกาะเล็กๆ ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า คีออสพาใบเฟิร์นเดินเข้ามาในตัวบ้านพักที่เปิดโ
"อื้อ..." ความเหนอะหนะที่ไหลย้อนออกมาจากตรงนั้นปลุกใบเฟิร์นให้ตื่นขึ้น ตาโตเบิกโพลงกลางความมืด มือเล็กควานสะเปะสะปะไปข้างตัว เจอแต่ความอุ่นของแผงอกเปลือยเปล่าที่คุ้นเคย "คีออส... คีออส" เธอเขย่าแขนคนข้างๆ แรงๆ "ตื่นสิ" "หือ..." เสียงทุ้มงัวเงียตอบกลับมาทั้งที่ตายังปิดสนิท แขนแกร่งตวัดมาโอบเอวเธออ







