Masukพรึ่ดดด
“กรี๊ดดดดดด!!!” เสียงกรีดร้องของเฟิร์นดังลั่นห้อง ผ้าห่มที่ปิดหน้าเลื่อนหลุดลงมา เผยให้เห็นใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด น้ำตาเม็ดโตไหลพราก มือเล็กจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของคีออสจนเลือดซิบ “เจ็บ... ฮื้อออ... เจ็บ... เอาออกไป!” เธอร้องไห้โฮ เมื่อท่อนเอ็น ยักษ์นั่นฝ่าเข้ามาได้เพียงแค่ส่วนหัว มันคับแน่นจนเธอรู้สึกเหมือนร่างกายจะฉีกขาดออกจากกัน “ชู่ว์... ใจเย็นๆ” คีออสกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬแตกพลั่กที่ขมับ เขาเองก็ปวดหนึบแทบระเบิด เพราะภายในของเธอมันตอดรัดเขาแน่นจนแทบขยับไม่ได้ “แน่นชิบหาย...” เขาคำราม “อย่าเกร็งเฟิร์น... ผ่อนคลายหน่อย” “ไม่ไหว! ฮึก... มันเจ็บ... เบาๆ หน่อย... อย่าเพิ่งเอาเข้ามา... มันเจ็บ!” เฟิร์นดิ้นพล่าน พยายามดันหน้าท้องแกร่งของเขาให้ออกห่าง “ขอร้อง... ฮือ... มันฉีก... ฉันเจ็บ...” คีออสมองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาด้วยความสงสารปนอารมณ์ดิบ แต่สัญชาตญาณนักล่าเมื่อได้ฝังเขี้ยวลงไปแล้ว ไม่มีทางที่จะถอยหลังกลับ “ทนหน่อย... เดี๋ยวก็ดี” เขาปลอบเสียงพร่า ก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาเธอ แช่ค้างแก่นกายให้อยู่แค่ส่วนหัว เพื่อให้ร่องกลีบของเธอค่อยๆ ปรับสภาพรับขนาดความใหญ่โตของเขา “อึก... นายมันเลว...” เฟิร์นสะอื้น ตัวสั่นระริก “ยอมรับ” คีออสยิ้มร้าย เขาเริ่มขยับสะโพกเนิบนาบ บดคลึงส่วนหัวที่ฝังคาอยู่ให้หมุนวนเบาๆ สร้างความเสียวซ่านแทรกซึมความเจ็บปวด “เลวก็ยอม...” คีออสกัดฟันตอบเสียงพร่า เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผากจากการพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้กระแทกกระทั้นเข้าไปทีเดียวจนมิดด้าม “แต่เธอต้องรับผิดชอบ... เฟิร์น... ผ่อนคลายหน่อยสิ... อย่าเกร็ง” “ฮึก... ทำไม่ได้... มันเจ็บ... เอาออกไป!” เฟิร์นนอนบิดเร่า ใบหน้าสวยเปื้อนคราบน้ำตาส่ายไปมาบนหมอน ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระจายเต็มโซฟา ร่างกายของเธอต่อต้านสิ่งแปลกปลอมขนาดมหึมาที่รุกล้ำเข้ามาคาอยู่ที่ปากทาง คีออสรู้ดีว่าถ้าขยับตอนนี้เธอเจ็บหนักแน่ และเขาเองก็จะหมดสนุก เขาตัดสินใจก้มลงไปประกบปากจูบเธออีกครั้ง คราวนี้อ่อนโยนกว่าเดิม ดูดดึงริมฝีปากล่างเบาๆ สลับกับใช้มือหนาบีบเคล้นดุ้นเนื้อนุ่มนิ่ม ที่หน้าอกสวยอย่างมันมือ เพื่อเบนความสนใจจากความเจ็บปวดด้านล่าง “อึก... อื้อ!” เสียงประท้วงของเฟิร์นถูกกลืนหายไปในลำคออีกครั้งเมื่อคีออสบดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง เขาใช้ลิ้นต้อนให้เธอจนมุม มอมเมาจนสติเธอเริ่มพล่าเลือน ขณะเดียวกัน มือหนาก็ออกแรง บีบเคล้นความนุ่มนิ่มทั้งสองย้ำ ๆ คีออสอาศัยจังหวะที่เธอเผลอแอ่นอกรับสัมผัสที่หน้าอก ค่อยๆ ดันสะโพกสอบไปข้างหน้า... กดความใหญ่โตเข้าไปในโพรงเนื้อที่คับแคบอย่างใจเย็น “อ... อา... เจ็บ... มันคับ...” เฟิร์นเบือนหน้าหนีจูบ หอบหายใจแฮก น้ำตาไหลพรากเมื่อรู้สึกถึง ดุ้นแข็งเขื่องที่ค่อยๆ แทรกผ่านกลีบเนื้อเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ มันขยายตรงนั้นของเธอจนตึงเปรี๊ยะ ราวกับร่างกายจะฉีกขาดออกจากกัน “อย่าเกร็ง... เฟิร์น... ผ่อนคลาย...” คีออสคำรามต่ำข้างหู เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ เขาเองก็แทบคลั่ง เพราะโพรงเนื้อบีบตัวเข้าหากันแน่นขนัด รัดรึงส่วนปลายบวมถี่ระรัวจนคนด้านบนต้องกัดฟันกรอดเพื่อผ่อนอารมณ์ “ฮึก... ไม่ไหว... มันใหญ่เกินไป... เอาออก... อ๊า!” คำร้องขอของเธอไร้ผล เมื่อคีออสตัดสินใจกระแทกสะโพกครั้งเดียวจนแก่นกาย มุดหายเข้าไปจนสุดทาง ปึก! “กรี๊ดดดด! จุก! ฮือออ... จุก...” เฟิร์นตัวงอ เกร็งไปทั้งร่าง ความรู้สึกเหมือนมีท่อนเหล็กร้อนๆ เสียบทะลุเข้ามาในท้องน้อยมันทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่หลุดร้องครวญครางพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลรินข้างแก้ม คีออสหยุดนิ่งแช่แก่นกายให้กลีบเนื้อค่อย ๆ ปรับสภาพเขาก้มลงมองจุดเชื่อมต่อที่กลีบกุหลาบสีหวานกำลังกลืนกินความแข็งแกร่ง ของเขาจนมิดด้ามน้ำเหนียวข้นไหลทะลักออกจากปากรู ผสมปนเปกับหยาดโลหิตก่อนหน้าจนกลายเป็นสีชมพูอ่อน “แน่นชิบหาย... ให้ตายเถอะ...” คีออสสบถเสียงพร่าครางเสียงเครือในลำคอ ด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่าน เกือบจะเสร็จสมตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าไป “ฮือ... บอกว่าเจ็บไง... ทำไมใจร้ายแบบนี้...” เฟิร์นสะอื้นฮัก ใบหน้าสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำตาซุกไซ้เข้าที่ซอกคอแกร่งของเขาอย่างหาที่พึ่ง แม้ปากจะพร่ำต่อว่าความป่าเถื่อนของชายหนุ่ม แต่สัญชาตญาณกลับสั่งให้วงแขนเรียวเล็กโอบกอดรอบลำคอเขาแน่น เล็บคมจิกลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเจ็บระบมที่ใจกลางความเป็นสาว ซึ่งถูกเขาฉีกทึ้งและครอบครองอย่างอุกอาจ เธอกอดเขาแน่น... แน่นจนคีออสรู้สึกได้ถึงแรงสั่นเทา “เด็กดี...” คีออสกระซิบเสียงแหบพร่าชิดใบหูเล็กที่เริ่มแดงระเรื่อ เขาไม่รำคาญเล็บคมที่จิกทึ้งแผ่นหลังเขาจนแสบซิบ กลับกัน... ความเจ็บปวดเล็กน้อยนั่นยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พลุ่งพล่าน เขายังไม่ขยับความใหญ่โตนั้นรอให้โพรงเนื้อ ที่คับแคบของเธอคลายตัวยอมรับขนาดของเขา มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงไปที่ จุดเชื่อมต่อใช้นิ้วหัวแม่มือบดคลึง เม็ดเสียวที่บวมเป่งอยู่เหนือแท่งกายของเขาเบาๆ เพื่อช่วยกระตุ้นน้ำหล่อลื่น “อื้อ... มัน... แน่น...” เฟิร์นครางอู้อี้ซุกหน้ากับซอกคอเขา ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวแกร่ง “ผ่อนคลายหน่อย... อย่าตอดฉันแรงนักสิ เดี๋ยวเสร็จเร็วไม่รู้ด้วยนะ” คีออสเย้าแหย่เสียงต่ำ ก่อนจะเริ่มขยับเอวสอบอีกครั้ง... ครั้งนี้ไม่ใช่การกระแทกแบบผลีผลาม แต่เป็นการถอนแก่นกาย ออกมาช้าๆ จนเกือบสุดทาง แล้วกดสอดแทรกกลับเข้าไปใหม่ เนิบนาบ... หนักแน่น... และลึกซึ้งกว่าเดิม สวบ... “อ๊ะ!” เฟิร์นสะดุ้ง เฮือกเมื่อรู้สึกถึงความเสียดสีที่วาบหวามตรงกลีบเนื้ออ่อนนุ่มภายในถูกครูดถูด้วยความขรุขระของเส้นเลือดปูดโปนบนลำท่อนเอ็น “ฮึก... คีออส... มัน...” “เจ็บน้อยลงหรือยัง หืม” เขาถามพลางโน้มหน้าลงมองสบตาเธอ จังหวะการเคลื่อนไหวเริ่มมั่นคงขึ้น ความเจ็บแสบเมื่อครู่เริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่แล่นปราดขึ้นมาจาก ช่วงล่างความคับแน่นที่เคยทำให้อึดอัด ตอนนี้กลับกลายเป็นความรู้สึกเติมเต็มอย่างน่าประหลาด ทุกครั้งที่เขาถอนตัวตนออก เธอรู้สึกโหวงเหวงเหมือนขาดอะไรไป และเมื่อเขากดกระแทกกลับเข้ามาจนมิด เธอกลับรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งท้องน้อย “มะ... ไม่รู้... อื้อ! ตรงนั้น...” เฟิร์นเชิดหน้าขึ้นหลุดครางเสียงหลงด้วยความรู้สึกสุขสมปนเปกับความทรมานเมื่อปลายหยักของเขาบังคับส่วนปลายให้เข้าไปบดขยี้กับจุดกระสันภายในโพรงร้อนผ่าวได้อย่างตรงจุด “โดนเหรอ? ตรงนี้ใช่ไหม?” จอมวายร้ายรู้ทันทีว่าเจอจุดอ่อนของเธอแล้ว เขาไม่รอช้าที่จะซ้ำเติม คีออสเปลี่ยนจากการขยับเข้าออกธรรมดา เป็นการบดควราบสะโพกเป็นวงกลม เน้นย้ำส่วนหัวให้ครูดเบียดกับผนังเนื้อนุ่มตรงจุดนั้นซ้ำๆ ย้ำๆ “อ๊าา... ยะ... อย่า... มันเสียว... คีออส! ไม่ไหว!” เฟิร์นหวีดร้อง เสียงสะอื้นไห้เมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงครวญครางแหบพร่าฟังระรื่นหูเสียยิ่งกว่าเสียงใดที่เคยได้ฟัง มือที่เคยกอดรัดเขาแน่นเริ่มเปลี่ยนเป็ปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังและลาดไหล่ ขาเรียวที่เคยเกร็งขัดขืน ตอนนี้กลับแอ่นสะโพกขึ้น ๆ ลง ๆ ตามอารมณ์เสียวสยิว รับจังหวะเขาโดยไม่รู้ตัว “หึ... ทีนี้รู้หรือยังว่าฉันให้ทำอะไร” คีออสยิ้มร้ายกาจ เขาเริ่มเร่งจังหวะสะโพกให้เร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงครางสะอื้นปนเสียว ตับ! ตับ! ตับ! “อ๊ะ! อ๊าๆๆ! ลึก... มันลึกไป... จุก...” “ลึกสิดี... จะได้จำแม่นๆ” คีออสไม่ผ่อนแรง เขาจับขาเธอพาดบ่ากว้างข้างหนึ่ง เปิดทางให้ดุ้นแข็งเขื่องตอกอัดเข้าไปได้ลึกสุดโคน กระแทกกระทั้นจนร่างบางสั่นคลอนไปทั้งตัวเสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นตามจังหวะของสะโพกที่สอดกระแทกเข้ามาผสมกับเสียงเฉอะแฉะของเจลหล่อลื่น และน้ำรักที่ไหลออกมาจนเปียกชุ่มไปหมด เฟิร์นตาพร่ามัว สติเลอะเลือนความรู้สึกเจ็บหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงพายุสวาทที่โหมกระหน่ำจนเธอแทบขาดใจ “คีออส... แรงอีก... อื้อ! ไม่ไหวแล้ว ฮือ...แปลกๆอ่ะ” เธอหลุดร้องครางอย่างไม่อาย ร้องขอในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ คีออสแสยะยิ้มพอใจที่เห็นแม่เสือสาวกลายเป็นลูกแมวยั่วสวาทใต้ร่างเขา “ขอร้องฉันสิ...” เขาก้มลงกัดริมฝีปากล่างเธอเบาๆ ขณะที่ช่วงล่างยังคงซอยกระหน่ำไม่ยั้งเสียงเนื้อกระทบโหนกดังระงมไปทั่วห้อง ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก “ขอให้ฉันทำแรงๆ... แล้วฉันจะจัดให้... จนเธอต้องร้องขอชีวิตเลยล่ะ”"ป๊าคีธ ป๊าวายุ ผมกลับมาแล้วครับ!"เสียงทุ้มกังวานและสดใสของชายหนุ่มวัยยี่สิบปีดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีเอิร์ธโทนดูดีมีระดับทิ้งกระเป๋าเดินทางแบรนด์หรูลงบนพื้นหินอ่อน ก่อนจะอ้าแขนกว้างรับแรงพุ่งชนจากผู้ชายสองคนที่วิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องนั่งเล่น"ไอ้ลูกหมาเอ๊ย โตจนตัวหนากว่ากูแล้วเนี่ย"คีธในวัยสี่สิบต้นๆ ที่ยังคงความหน้าเด็กและสำอางเอาไว้ไม่เปลี่ยน โผเข้ากอดคอลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแน่นจนหน้าดำหน้าแดง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคิดถึง ตอนนี้คืออดีตสารวัตรที่ผันตัวมาคุมคาสิโนเต็มตัว เดินตามมาซ้อนด้านหลัง มือหนาตบลงบนบ่ากว้างของลูกชายหนักๆ ด้วยความภูมิใจ"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะตาวิน เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจากฮ่องกงกลับมาแบบนี้ ป๊าทั้งสองเตรียมรางวัลใหญ่ไว้ให้แล้ว" วายุยิ้มกว้างตาวินสวมกอดพ่อทั้งสองคนแน่นๆ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่ผสมผสานความคมเข้มและละมุนละไมไว้อย่างลงตัว "ผมไม่เอารางวัลอะไรหรอกครับ แค่ได้กลับมากินฝีมือทำกับข้าวของป๊าคีธก็พอแล้ว... อยู่ฮ่องกง อาหารสู้ฝีมือป๊าๆ ไม่ได้เลย""ปากหวานไม่เปลี่ยนเลยนะเรา" คีธผละออกมาบีบจมูกโด่
"เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มชิ้นนี้ของเหมยนะเจ๊ อากงเฉินเป็นคนตักให้เหมยแล้ว!""อะไรของแกยัยหมวยเล็ก ฉันเป็นพี่คนโต ต้องใช้พลังงานสมองเยอะกว่าเว้ย พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปตรวจบัญชีที่คลับกับลุงเชนนะ ส่งจานนั้นมาเลย"เสียงแหวแหลมปรี๊ดที่เถียงกันข้ามโต๊ะอาหารยาวเหยียด ทำเอาบรรยากาศงานฉลองวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบห้าปีของคุณนายหลินครึกครื้นขึ้นมาทันตาเห็น สองสาววัยสิบเจ็ดปีที่หน้าตาถอดแบบกันมาเป๊ะๆ กำลังยื้อแย่งจานเค้กกันอย่างไม่มีใครยอมใคร'เหมยเหมย' แฝดน้องผู้อ่อนหวานแต่บทจะดื้อก็รั้นสุดใจ กำลังถลึงตาใส่ 'หลินหลิน' แฝดพี่ผู้มีนิสัยเด็ดขาด ดุดัน และถอดแบบความห้าวหาญมาจากผู้เป็นพ่อแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์"เพิ่งจะสิบเจ็ด ทำมาเป็นอยากตรวจบัญชีคลับ เรียนบริหารให้จบปริญญาก่อนเถอะยัยตัวแสบ ปะป๊ายังไม่เซ็นอนุมัติให้เราเข้าไปคุมงานเต็มตัวหรอกนะ"คีออสในวัยสี่สิบต้นๆ ที่ความหล่อเหลาและความน่าเกรงขามไม่ได้ลดน้อยลงไปตามกาลเวลาเลยสักนิด เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คเข้ามาเขกหัวลูกสาวคนโตเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว"โธ่ ปะป๊าอะ" หลินหลินลูบหัวตัวเองปอยๆ ทำหน้างอ "หนูอยากช่วยงานปะป๊าเร็วๆ นี่นา ปะป๊าจะได้มีเวลาไปสวีทกับหม่
"โอ๊ยยยย ไอ้เฮียคีออส กลับมาบ้านเมื่อไหร่กูจะด่าให้หูชาเลยคอยดู ทิ้งลูกไว้ให้คนอื่นเลี้ยงแล้วตัวเองหนีไปกกเมียเนี่ยนะ"เสียงโวยวายของ 'คีธ' นายน้อยคนเล็กแห่งแก๊งมังกรทองดังลั่นออกมาจากห้องน้ำเด็กในบ้าน สภาพของชายหนุ่มหน้าตาดีที่สาวๆ ค่อนประเทศตามกรี๊ด ตอนนี้ดูไม่จืดเอาเสียเลย แขนเสื้อเชิ้ตราคาแพงถูกถลกขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าเล็กๆ ของ 'เหมยเหมย' ยกขึ้น ส่วนมืออีกข้างถือทิชชู่เปียกเตรียมเช็ดทำความสะอาด"ใจเย็นๆ คีธ จับหลานไว้ดีๆ เดี๋ยวพี่เช็ดเอง เราทำหน้าจะอ้วกแบบนั้นเดี๋ยวหลานก็ตกใจหรอก"สารวัตรวายุในชุดเสื้อยืดสบายๆ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แขนแกร่งเอื้อมมาช่วยจับกะละมังน้ำอุ่น พยายามกลั้นขำกับสภาพแฟนหนุ่มที่ปกติจับแต่แก้วเหล้ากับพวงมาลัยรถสปอร์ต แต่วันนี้ต้องมารับบท เจ็กคีธ (คุณอา) จำเป็น"จะไม่ให้จะอ้วกได้ไงพี่วายุ กลิ่นอย่างกับส้วมแตก เหมยเหมย เมื่อวานหม่าม้าให้หนูกินอะไรเข้าไปลูก ทำไมอึหนูเหม็นขนาดนี้เนี่ย!" คีธบ่นอุบอิบ ก้มหน้าหลบกลิ่นมหาภัย"คิกคิก... เจ็กคีธบ่นเหมยเหมย เหมยเหมยจะฟ้องปะป๊า" แฝดคนน้องหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ตีขาป้อมๆ ไปมาด้วยความชอบใจที่เห็นอาตัวแสบทำหน้าเหยเกปรู๊ดด
ร่างบอบบางที่อ่อนปวกเปียกแทบจะไร้เรี่ยวแรงถูกท่อนแขนแกร่งช้อนอุ้มขึ้นแนบอก คีออสกระชับร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ยังคงหอบหายใจรวยรินพิงซบแผงอกเขาไว้แน่น คนตัวโตก้าวเดินออกจากห้องลับใต้ดิน ตรงดิ่งไปขึ้นยังห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่ในเซฟเฮาส์เสียงน้ำดังซู่ซ่า คีออสเปิดน้ำอุ่นจัดเตรียมไว้ในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ ไอน้ำสีขาวลอยอวลไปทั่วบริเวณพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมอาบน้ำกลิ่นอโรม่าที่ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายเขาค่อยๆ วางร่างของใบเฟิร์นหย่อนลงไปในน้ำอุ่นอย่างทะนุถนอม ทันทีที่ผิวเนื้อบอบช้ำสัมผัสกับความอุ่น ใบเฟิร์นก็หลุดเสียงครางฮือในลำคอด้วยความสบายตัว คีออสก้าวตามลงไปซ้อนแผ่นหลังบาง ดึงร่างของเธอให้เอนมาพิงทับกับแผงอกกว้างของเขา จัดแจงให้เธอนั่งแทรกอยู่กลางหว่างขา แขนแกร่งโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วเอาไว้หลวมๆ"อื้มมสบายจังเลย..." ใบเฟิร์นพึมพำ หลับตาพริ้ม เอนศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่แกร่ง ปล่อยให้น้ำอุ่นช่วยโอบอุ้มกล้ามเนื้อที่ปวดร้าวจากการถูกผัวรักจับรังแกอย่างหนักหน่วงมาหลายชั่วโมง"ระบมไปหมดเลยสิเรา... ดูสิ รอยแดงเต็มตัวไปหมด" คีออสกระซิบชิดขมับของเมีย มือหนากวักน้ำอุ่นขึ้นมาลูบไล้ตา
เขาขยับเข้าไปยืนแทรกกลางหว่างขาที่อ้ากว้างบนเก้าอี้ขาหยั่ง มือหนาจับแก่นกายของตัวเอง ถูไถส่วนหัวหยักไปตามร่องกลีบที่ยังคงมีน้ำรักของเธอไหลเยิ้มเปรอะเปื้อน ลากไล้จากปากทางขึ้นไปบดบี้กับเม็ดกระสันที่บวมเป่งอย่างจงใจ"แฉะขนาดนี้... รอกินควยผัวอยู่ล่ะสิ หืมม"คีออสแสยะยิ้มร้ายกาจ มือหนาจับท่อนเนื้อที่แข็งเป็นเต่งฟาดเบาๆ ลงบนกลีบเนื้ออวบอูมอย่างมันมือแปะ! แปะ!"อ๊ะ... ซี๊ดดด พี่คีจ๋า อย่าแกล้งสิค้า มันเสียวอ่า โคตรเงี่ยนเลยอูยยย"ใบเฟิร์นครางกระเส่า ร่างกายบิดเร่า ร่องสวาทขมิบตอดอากาศถี่รัวรับสัมผัสหยาบโลนนั้น เธอยื่นมือไปกดปุ่มที่แผงควบคุมข้างเก้าอี้ ปรับพนักพิงที่เอนราบให้ตั้งชันขึ้นมาอยู่ในท่านั่งกึ่งเอน"ปรับขึ้นมาทำไม หืม" คีออสเลิกคิ้วถาม"ก็เฟิร์นอยากเห็นหน้าผัวของเฟิร์นชัดๆ ไงค้า ผัวขา" เธอช้อนตาฉ่ำน้ำมองเขา แล้วกัดปากอย่างยั่วยวน "อีกอย่าง เมียอยากมองตอนควยพี่มุดเข้ามุดออกหีเฟิร์นชัดๆ... เฟิร์นชอบมองตอนพี่กระแทกเข้ามาอ่ะ""เชี่ย"คำสารภาพแสนร่านทำเอามาเฟียหนุ่มสบถคำหยาบในลำคอ แต่แทนที่เขาจะสอดใส่แก่นกายของตัวเองเข้าไปอย่างที่เธอหวัง มือหนากลับเอื้อมไปหยิบ ดิลโด้ แท่งใหญ่ขึ้นมา บี
เสียงปลดล็อกประตูเซฟเฮาส์ดังคลิกเบาๆ ทันทีที่ประตูเปิดออก คีออสก็ไม่รอให้ภรรยาตัวแสบได้ก้าวเดินเอง แขนแกร่งช้อนอุ้มร่างอวบอิ่มในชุดเดรสสีแดงเลือดนกขึ้นมาในท่าเจ้าสาว ก้าวฉับๆ เข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสงัดใบเฟิร์นหอบหายใจถี่ แขนเรียวคล้องคอสามีไว้แน่น สภาพของเธอตอนนี้แทบดูไม่ได้ ชุดราตรีหรูหรายับยู่ยี่ ซิปด้านหลังยังถูกรูดลงมาครึ่งๆ กลางๆ ผมลอนสวยที่เซ็ตมาอย่างดีหลุดลุ่ยชี้ฟู และที่สำคัญที่สุด ความเหนียวเหนอะหนะตรงง่ามขาที่เกิดจากกิจกรรมเร่าร้อนบนรถสปอร์ตเมื่อครู่ มันยังคงไหลเยิ้มเปรอะเปื้อนซอกขาด้านในทุกครั้งที่ขยับตัว"พี่คี ปล่อยเฟิร์นลงก่อน เหนียวตัวไปหมดแล้วอ่ะ คราบน้ำพี่มันเลอะเทอะเต็มขาเฟิร์นเลย พาไปห้องน้ำหน่อยสิคะ เฟิร์นอยากล้างออก""ล้างทำไม กลิ่นน้ำของเราสองคนผสมกัน โคตรหอม"คีออสกระซิบเสียงพร่าชิดขมับชื้นเหงื่อ เขาไม่สนใจคำท้วงของเมียรัก ขายาวๆ ก้าวตรงดิ่งไปยังประตูลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ จัดการสแกนลายนิ้วมือจนประตูเปิดออกที่นี่คือห้องลับที่เขาเพิ่งสั่งรีโนเวทใหม่ทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์บุหนังสีดำขลับ ผนังบุกำมะหยี่เก็บเสียงอย่างดี แต่สิ่งที่เด่นตระหง่านอยู่กลางห้องและเรี
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาตามสายลมยามค่ำคืน ผสานกับเสียงแมลงกลางคืนที่ร้องระงมสร้างบรรยากาศวังเวงแต่โรแมนติกอย่างบอกไม่ถูก หลังจากที่นั่งเรือสปีดโบ๊ทฝ่าคลื่นลมมาเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดวิลล่าส่วนตัว บนเกาะเล็กๆ ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า คีออสพาใบเฟิร์นเดินเข้ามาในตัวบ้านพักที่เปิดโ
"อื้อ..." ความเหนอะหนะที่ไหลย้อนออกมาจากตรงนั้นปลุกใบเฟิร์นให้ตื่นขึ้น ตาโตเบิกโพลงกลางความมืด มือเล็กควานสะเปะสะปะไปข้างตัว เจอแต่ความอุ่นของแผงอกเปลือยเปล่าที่คุ้นเคย "คีออส... คีออส" เธอเขย่าแขนคนข้างๆ แรงๆ "ตื่นสิ" "หือ..." เสียงทุ้มงัวเงียตอบกลับมาทั้งที่ตายังปิดสนิท แขนแกร่งตวัดมาโอบเอวเธออ
ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวลงมาปกคลุมห้องวีไอพีทันทีที่ประตูบานหนาปิดลง ไล่หลังร่างสะบักสะบอมของซันที่ถูกลากออกไป เฟิร์นยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจยังหอบกระชั้น มือไม้สั่นระริกพยายามยกขึ้นปาดน้ำตาที่เปื้อนแก้มออกลวกๆ สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ฮึบ... เพื่อเรียกสติที่แตกกระเจิงให้กลับเข้าร่าง แม้ข้างในจะยังสั่น
ประตูรถสปอร์ตสีดำขลับถูกลูกน้องคนสนิทเปิดอ้าออก คีออสวางร่างบางที่ยังดิ้นขลุกขลักลงบนเบาะหนังราคาแพงอย่างเบามือ แต่แฝงความเผด็จการ ก่อนจะก้าวตามขึ้นไปประกบปิดทางหนี ปัง! เสียงประตูปิดลง ตัดขาดโลกภายนอกทันที ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มเบาๆ "ขยับออกไปนะ! ไปน







