LOGINสารวัตรวายุยืนกอดอกพิงผนังห้อง มองภาพคู่รักบนเตียงที่กำลังกอดปลอบประโลมกันด้วยสายตาที่อ่านยากวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ เขาใช้ศอกสะกิดแขนคนข้างๆ เบาๆ"เฮ้ย... ตัวเล็ก" วายุกระซิบเสียงเบา พยักพเยิดหน้าไปทางประตู "ไปกันเถอะ... อยู่เป็นก้างขวางคอชาวบ้านเขาเปล่าๆ ปล่อยให้เฮียแกเคลียร์ใจกับเมียไป"คีธสะดุ้งเล็กน้อย รีบยกหลังมือปาดน้ำตาที่ยังคลอเบ้าทิ้งลวกๆ หันมามองรุ่นพี่ตาแป๋ว "อ่า... ครับๆ ไปครับ"เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แม้สายตายังคงเป็นห่วงเพื่อนรักที่นอนซมอยู่บนเตียง แต่เขาก็รู้ดีว่าเวลานี้... ยาใจขนานเอกของใบเฟิร์นไม่ใช่เพื่อนอย่างเขา แต่เป็นสามีอย่างพี่คีออสต่างหากทั้งคู่พากันย่องออกจากห้องพักฟื้น VVIP ราวกับแมวขโมย ทันทีที่ประตูบานหนาปิดลง คลิก! เสียงสะอื้นและบรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่ก็ถูกตัดขาด เหลือเพียงความเงียบสงัดของทางเดินโรงพยาบาลยามดึก และเสียงฝีเท้าของคนสองคนที่ก้องสะท้อนเบาๆวายุเดินล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ผิวปากเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผิดกับคีธที่เดินตัวลีบไหล่ห่อ เกร็งไปหมดทุกส่วน ยิ่งนึกถึงประโยคที่พี่วายุหยอดไว้ในห้องเมื่อกี้... คิดถึงนะ... แถมเ
เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องพักฟื้น VVIP ดังหึ่มแข่งกับเสียงสูดน้ำมูกเป็นระยะ "ฮึก... ไอ้คีธ..." ใบเฟิร์นกำชายเสื้อคนข้างกายแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ใบหน้าหวานที่เคยสดใสตอนนี้บวมช้ำ แววตาเหม่อลอยจับจ้องไปที่หน้าท้องแบนราบของตัวเอง มือสั่นเทาค่อยๆ ยกขึ้นมาลูบมันแผ่วเบา ราวกับกำลังตามหาบางสิ่งที่หายไป "แก... ฮึก... แกเชื่อฉันไหม..." เสียงของเธอขาดห้วง แหบพร่ายิ่งกว่าเศษแก้วที่ถูกบดละเอียด "ฉันยังรู้สึกเหมือนลูก... เหมือนเขายังอยู่ตรงนี้อยู่เลย..." คีธกัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นก้อนสะอื้นในคอ เขาขยับตัวเข้าไปโอบไหล่บางที่สั่นเทานั้นไว้แน่นขึ้น ฝ่ามือหนาลูบศีรษะเพื่อนรักซ้ำไปซ้ำมา "ฉันมันแย่... เป็นแม่ภาษาอะไร... แค่รักษาเขาไว้ก็ทำไม่ได้..." "หยุดพูดแบบนั้นนะไอ้เฟิร์น" คีธดุเสียงสั่น แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกัน "มองหน้าฉัน... แกมองหน้าฉันเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ความผิดแก... แกทำดีที่สุดแล้วเว้ย ได้ยินไหม แกทำดีที่สุดแล้ว" "แต่..." "ไม่มีแต่... เดี๋ยวพอมันผ่านไป แกก็จะมีใหม่ได้ เชื่อฉันสิ... เชื่อฉันนะ" แอ๊ด... เสียงเปิดประตูขัดจังหวะความโศกเศร้า ทั้งสองหันขวับไปมองผู้มาใ
แสงไฟนีออนเก่าๆ ที่ติดๆ ดับๆ ในโกดังร้างส่องกระทบเงาร่างสูงในชุดเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อนที่ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่มุมมืด สารวัตรวายุ ถอนหายใจยาวพรืด เฮ้อ... สายตาคมกริบภายใต้หมวกตำรวจมองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกเบื้องหน้าของเขาคือศาลเตี้ยที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงกรีดร้องของเชอร์รี่เริ่มแผ่วลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ หลังจากบทลงโทษชุดใหญ่ผ่านพ้นไป ส่วน ภาคิน สภาพดูไม่ได้ ใบหน้าปูดบวมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้"มึงจะยืนดูอีกนานมั้ยไอ้วายุ..."คีออสเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง มือหนาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่กระเด็นมาโดนรองเท้าหนังราคาแพงของตัวเองวายุขยับตัวเดินออกมาจากเงามืด รองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูนดังก้อง ตึก... ตึก..."กูแค่มาดูให้แน่ใจ... ว่ามึงจะไม่เผลอฆ่าใครตายคาตีนจนกูต้องมาตามเช็ดล้างให้ทีหลัง""หึ... กูรู้ลิมิตน่า" คีออสแสยะยิ้มเย็น "ขอบใจมากนะมึง... เรื่องกล้องวงจรปิด""เออ..." วายุตอบรับสั้นๆ แต่น้ำเสียงแฝงความหนักใจ "ถ้ากูไม่เจาะระบบกล้องจราจรให้มึง... ป่านนี้เมียมึงคง..."เขาเว้นคำพูดไว้ เพราะรู้ว่ามันจะไปสะกิดแผลใจเพื่อน"ถ้าไม่ได้มึงช่
คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองภายในห้องพักของเชอร์รี่ หญิงสาวกำลังลนลานเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางด้วยมือที่สั่นเทา กึกกัก... กึกกัก... ใบหน้าสวยที่เคยฉาบด้วยเครื่องสำอางตอนนี้ซีดเผือด เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬแห่งความหวาดกลัว"ฮือ... ต้องหนี... ต้องรีบหนี..."เชอร์รี่พึมพำกับตัวเองเสียงสั่น มือไม้พันกันจนซิปกระเป๋ารูดไม่ไป"ป่านนี้อีเฟิร์นจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้... ถ้ามันตาย พี่คีออสเอาฉันตายแน่... หรือถ้ามันรอด... มันต้องฟ้องผัวมันแน่ๆ"เธอรู้นิสัยของคีออสดี มาเฟียโหดอย่างเขาไม่มีทางปล่อยคนที่แตะต้องของรักของหวงให้มีชีวิตรอด ยิ่งตอนนี้เธอทำเรื่องใหญ่หลวงด้วยการส่งใบเฟิร์นไปให้ศัตรูคู่อาฆาตอย่างภาคินตึก... ตึก... ตึก...เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เชอร์รี่ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่...โครม!!!!ประตูห้องพักราคาแพงถูกถีบจนพังยับเยินด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของ คีออส ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวเย็นเยือก ตามมาด้วยเชนและลูกน้องนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ"พะ... พี่คีออส..."เชอร์รี่เข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น ตุ้บ!
บรรยากาศภายในห้องผู้ป่วยพิเศษระดับ VVIP ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน มีเพียงเสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงสัญญาณชีพที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ติ๊ด... ติ๊ด... คีออสนั่งกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่น ดวงตาคมดุที่เคยกราดเกรี้ยวบัดนี้แดงช้ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เขานั่งเฝ้าเธอมาตลอดหลายชั่วโมงหลังจากการผ่าตัดขูดมดลูกเสร็จสิ้น แอ๊ด... ประตูห้องเปิดออกเบาๆ คีธ รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องทันทีที่ทราบข่าวร้าย "เฮีย..." คีธเรียกพี่ชายเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นสภาพของพี่ชายและเพื่อนรัก "ไอ้เฟิร์น... มันเป็นไงบ้าง?" คีออสส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อล้น "ยังไม่ฟื้น... หมอบอกว่าร่างกายบอบช้ำมาก ทั้งเสียเลือด ทั้งช็อค..." คีธเดินเข้าไปเกาะขอบเตียง มองหน้าเพื่อนสนิทที่ซีดเผือดไร้สีเลือดด้วยความสงสารจับใจ เขาเอื้อมมือไปลูบหัวใบเฟิร์นเบาๆ "ตื่นสิวะแก... ตื่นมาด่าฉันเหมือนเดิมสิ..." "อือ..." เสียงครางเบาๆ จากบนเตียงเรียกความสนใจของทุกคน คีออสรีบลุกขึ้นยืนโน้มตัวลงไปหาทันที "เฟิร์น... หนูฟื้นแล้วเหรอคนดี? พี่อยู่นี่นะ" เปลือกตาบางค่
ภายในห้องนอนของเซฟเฮาส์ สถานการณ์กำลังเลวร้ายถึงขีดสุด ภาคินที่หมดความอดทนกระชากเสื้อนักศึกษาของใบเฟิร์นจนกระดุมหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง แคว่ก! เผยให้เห็นบราลูกไม้สีหวานและผิวขาวเนียนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแดงจากการขัดขืน "ปล่อยกูนะ! ไอ้สารเลว! ฮือออ... พี่คีออส! พี่จ๋าช่วยเฟิร์นด้วย!!" ใบเฟิร์นร้องไห้โฮ ร้องเรียกหาคนรักสุดเสียง ขณะที่ภาคินก้มลงมาซุกไซ้ซอกคอเธออย่างหยาบโลน ริมฝีปากหนาดูดเม้มผิวเนื้ออ่อนจนขึ้นรอยจ้ำสีกุหลาบแดงเถือก "ร้องเรียกมันไปเถอะ! มันไม่มาช่วยมึงหรอก!" ภาคินตะคอกกลับ มือหนาพยายามจะปลดตะขอเสื้อใน แต่ใบเฟิร์นรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย คว้าขวดไวน์ที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงฟาดเข้าที่ศีรษะของภาคินเต็มแรง เพล้ง!! "โอ๊ย!! อีเวรเอ้ย!" ภาคินร้องลั่น เลือดสีสดไหลอาบลงมาที่หน้าผาก ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความโมโหร้าย เพียะ!! ฝ่ามือหนาตบเข้าที่ใบหน้าสวยจนใบเฟิร์นหน้าหัน เลือดกลบปากทันที แต่แค่นั้นยังไม่สาแก่ใจ ภาคินกำหมัดแน่นแล้วชกเข้าที่หน้าท้องน้อยของเธออย่างจัง ปึก! ปึก! "อึก..." ใบเฟิร์นตาเหลือกโพลง ความจุกและเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยจนตัวงอเป็นกุ้ง ร่างกายสั่นเทิ้มไ







