Partager

ตอนที่ 5 มิติซ้อนทับ

last update Date de publication: 2024-11-10 07:07:32

ตอนที่ 5 มิติซ้อนทับ

ณ ห้องพักฟื้นผู้ป่วยในโรงพยาบาล

“ป้าดีใจที่วารินมาเยี่ยมป้านะ เราไม่ได้เจอกันนานเลย” คนป่วยบนเตียงเอ่ยพลางฉีกยิ้ม

“ครับ อาการป่วยของคุณป้าเป็นยังไงบ้างครับ?” วารินถามด้วยความเป็นห่วง

“ก็...แค่ก! แค่ก!” ป้าของวารินไอ้อย่างหนักเป็นคำตอบว่า ป่วยหนักมาก!

“คุณแม่!” ลูกชายของคุณป้าของวารินหรือธันวารีบเข้าไปประคองแม่ของตัวเอง

“เดี๋ยวผมรินน้ำให้นะครับ” วารินรีบหันไปรินน้ำให้ป้าของเขา

ฉันยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเหมือนนั่งดูละคร ฉันล่ะรังเกียจนักที่ป้าของวารินทำท่าเหมือนดีใจที่วารินมาเยี่ยมทั้งที่ใจจริงไม่เคยคิดจะสนใจวารินเลยและลูกชายของยัยป้านั่นด้วย มาทำตัวกตัญญูอะไรตอนนี้

“ถ้าได้ผ่าตัดละก็คุณแม่จะต้องดีขึ้นแน่ๆ เลยแต่เงินที่เรามีกลับไม่พอ” ธันวากล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าทุกข์ใจ

ฉันยืนกลอกตาอย่างรำคาญอยู่มุมห้องให้ขณะที่คนอื่นในห้องกำลังทำท่าทางทุกข์ใจอย่างมาก เกริ่นนำขึ้นมาแบบนี้มีหรือที่ฉันจะไม่รู้เจตนาของเขา เรียกวารินมาเพื่อขอเงินชัดๆ

“เดี๋ยวผมจะช่วยจ่ายเอง” วารินก็ใจดีเสนอเงินให้แบบไม่หวง

“จริงเหรอ!? ดีจริงๆ” ธันวามีสีหน้าชื่นบานขึ้นมาทันที ความทุกข์ใจก่อนหน้านี้เหมือนไม่เคยมีอยู่จริง

ไม่กังวลเรื่องเงินแล้วแต่ก็ช่วยกังวลเรื่องการผ่าตัดด้วย จะผ่าตัดสำเร็จและหายป่วยไหมก็ไม่รู้ ดีใจเร็วไปไหม? ว่าแต่ป่วยเป็นอะไรถึงต้องผ่าตัด? ป่วยถึงขนาดต้องผ่าตัดจริงๆ ใช่ไหม? ไม่ได้จะหลอกวารินของฉันหรอกใช่ไหม?

ฉันหรี่ตามองสองแม่ลูกอย่างเคลือบแคลงใจ คนพวกนี้เคยขูดรีดเงินจากวารินจนเงินที่พ่อแม่ของวารินเหลือทิ้งไว้ถูกใช้จนเกือบจะหมด คนพวกนี้คงไม่ได้แกล้งป่วยหนักเพราะอยากได้เงินจากวารินหรอกนะ?

เพราะอคติล้วนๆ ฉันก็เลยอดไม่ได้ที่จะมองพวกเขาในแง่ร้าย

วารินใช่เวลาเยี่ยมไข้ป้าของเขากว่าครึ่งชั่วโมง ซึ่งในช่วงเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงนั้นวารินต้องเสียเงินหลักหมื่นไปอย่างเสียเปล่า มันทำให้ฉันอารมณ์บูดมากแม้ว่าจะออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้แล้วก็ตาม

“เลอา...” วารินเรียกชื่อของฉันและส่งสายตาขอความเห็นใจมาให้ เขารู้ดีว่าการให้เงินคนพวกนั้นจะทำให้ฉันอารมณ์บูดแต่เขาก็ยังทำ หลังจากออกมาจากโรงพยาบาลเขาก็เลยพยายามส่งสายตามาง้อฉันให้หายอารมณ์บูดอย่างที่เห็น

“เธอให้คนพวกนั้นมาเพียงพอแล้ว คราวหน้าอย่าช่วยคนพวกนั้นมากเกินไป” ฉันรู้ว่าถ้าคนพวกนั้นมาขอความช่วยเหลือจากวารินอีกวารินก็จะช่วย ฉันก็เลยเอ่ยเตือนเขาไว้ได้แค่นี้เท่านั้น

“ครับผม” วารินเอ่ยรับคำของฉันพลางยิ้มกว้าง

ยิ้มสดใสแล้วนั้นใครจะทำหน้าดุต่อไปได้ลงกัน! ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะเข้าใจและจดจำสิ่งที่ฉันต้องการเตือนนะ

“หมดธุระแล้วเรากลับกันเถอะ” ฉันว่า

“ฉันโทรเรียกรถแท็กซี่มาให้แล้วค่ะ” ดรีมเอ่ยอย่างรู้งาน

“ขอบคุณ” วารินเอ่ย จากนั้นพวกเราก็เดินออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปรอรถแท็กซี่ ทว่าทันใดนั้นเองสิ่งแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น

วูบ!

“อะไรน่ะ?” ฉันอุทานขึ้นมาเป็นคนแรก

ทันทีที่ก้าวขาออกจากโรงพยาบาลพวกฉันก็มองเห็นรอบข้างเป็นแสงวูบวาบและต่อมาเพียงเสี้ยววินาทีทุกอย่างก็เงียบสนิท ไม่มีเสียงผู้คนหรือเสียงรถที่สัญจรไปมา นั่นก็เพราะว่านอกจากพวกฉันสามคนแล้วมันก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นปรากฏให้เห็นเลย!

มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!? แปลกเกินไปแล้ว! โดนดีดนิ้วให้กลายเป็นฝุ่นไปหมดแล้วรึไง?

“ทานอสคงดีดนิ้วสำเร็จ” ฉันหันไปมองวารินที่เป็นคนพูด พวกเราทั้งคู่มองหน้ากันสักพักก่อนที่จะยกมือขึ้นมาแปะมือกันครั้งหนึ่ง

“คิดเหมือนกันเลยที่รัก!”

“...” ดรีมไร้คำพูดและมองฉันและวารินด้วยสายตาว่างเปล่า ฉันและวารินก็เลยไม่เล่นต่อ พวกเรารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาเล่นแต่เหตุการณ์ที่พวกเราไม่เข้าใจเกิดขึ้นกะทันหันนั่นทำให้พวกเราเครียดอย่างเฉียบพลัน เพื่อไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในความกลัวจนเครียดและคิดอะไรไม่ออกก็เลยเรียกสติตัวเองด้วยการคิดเรื่องไร้สาระที่ทำให้อารมณ์คงที่ขึ้นมา

“คุณรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” วารินเอ่ยถาม บอดี้การ์ดของเราพยักหน้า

“สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะพลังพิเศษอย่างหนึ่ง ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดมันคือพลังสร้างมิติซ้อนทับ มันคือการสร้างมิติแยกออกมาซ้อนทับโลกความเป็นจริงหรือจะเรียกว่าโลกคู่ขนานก็ได้” ดรีมอธิบาย

“นั่นเทพเกินไปแล้ว” ฉันและวารินพูดพร้อมกันด้วยสีหน้าตกตะลึง แม้ว่าวารินจะเป็นผู้มีพลังพิเศษ แต่พวกเราก็ไม่เคยเข้าโลกของผู้มีพลังพิเศษอย่างจริงจังเลย พวกเราก็เลยไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับผู้มีพลังพิเศษ

“งั้นหมายความว่าพวกเราถูกดึงเข้ามาในมิติแยกที่ใครบางคนสร้างขึ้นมาสินะครับ?” วารินว่า

“เป้าหมายของฝ่ายนั้นใช่เรารึเปล่า?” ฉันถามเสียงเครียด

“เป็นพวกเราแน่นอน ที่นี่ไม่ใช่ว่าใครจะหลุดเข้ามาได้ง่ายๆ นอกเสียจากว่าผู้ที่สร้างมิตินี้ตั้งใจดึงเข้ามา” ดรีมมีท่าทีระมัดระวังตัวอย่างมาก หากมีการโจมตีเข้ามาเธอคงตอบสนองเป็นคนแรก

“ฆาตกรนั่นใช่รึเปล่าที่ทำ?” ฉันเอ่ยถามพลางหรี่ตาลงเมื่อนึกถึงฆาตกรที่ชื่อว่าอิระ

“อาจจะเป็นเขาและอาจจะเป็นพวกของเขา” ดรีมตอบ

ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัย อิระเพิ่งจะหนีออกจากศูนย์วิจัยของอาเธอร์ได้ไม่นาน เขาไม่น่าจะรวบรวมพรรคพวกได้เร็วขนาดนี้นี่นา...ไม่สิ เดี๋ยวนะ อิระเคยอยู่ในองค์กรที่รวมผู้มีพลังจิตด้วยนี่นา มันอาจจะไม่ยากสำหรับเขาที่จะตามหาและรวบรวมผู้มีพลังจิตที่เคยรู้จักมาเป็นพรรคพวก นั่นหมายความว่าเขาสามารถรวบรวมพรรคพวกได้เร็วกว่าที่ฉันคาดไว้มากน่ะสิ!

“เป้าหมายของพวกมันจะต้องเป็นวารินแน่” พลังของศัตรูน่าจะเป็นปัญหามากแน่ ฉันจะทำไงดีล่ะเนี่ย! ตอนนี้ฉันไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับพรรคพวกของฆาตกรอิระนั่นเลยเพราะทนอ่านนิยายต่อไม่ได้ สงสัยฉันต้องกลับไปอ่านต่ออีกแล้ว

“ขอบเขตการสร้างมิติซ้อนทับมีพื้นที่จำกัด ถ้าเราหนีออกจากเขตที่มีมิติซ้อนทับได้เราก็จะสามารถออกจากที่นี่ได้และกลับสู่โลกความจริง” เมื่อดรีมบอกอย่างนั้นพวกฉันก็พยักหน้าอย่างเข้าใจและเตรียมจะปรึกษากันว่าควรไปทางไหนดี ทว่าทันใดนั้นเองดรีมก็รีบดึงพวกฉันออกจากจุดที่ยืนอยู่เมื่อครู่อย่างกะทันหันและก็ปรากฏว่าตรงจุดที่พวกฉันอยู่เมื่อครู่ได้มีรอยกระสุนปืนปรากฏให้เห็น

พวกเราถูกลอบยิง!

ฉัน วาริน และดรีมวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลทันทีเพื่อหลบกระสุนปืนที่ยิงรัวมาหาพวกฉันอย่างต่อเนื่อง พวกเราหลบอยู่ข้างประตูสักพักจนกระทั่งฝ่ายนั้นหยุดยิง น่าจะเพราะกระสุนหมด

“มันมาจากไหน” ฉันชะโงกหัวออกไปมองหาที่มาของกระสุน แต่ฉันก็ไม่เห็นใครสักคนนอกจากบ้านเมืองที่เหมือนถูกกดหยุดนิ่ง ดูเหมือนว่ามันจะคัดลอกทุกอย่างจากโลกจริงมาไว้ที่นี่ทั้งหมดยกเว้นสิ่งมีชีวิต

“น่าจะมาจากดาดฟ้าตึกตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลนะ” วารินชี้ไปยังตึกที่อยู่ออกไปแต่ทางเข้าออกของโรงพยาบาลและตึกนั้นหันหน้าเข้าหากันพอดี ฉันพยายามหรี่ตามองดาดฟ้าตึกนั้น แต่เพราะสายตาของฉันไม่ได้ยาวขนาดนั้นจึงเห็นได้เลือนรางมาก “ผมเห็นคนแล้ว อ๊ะ เขายกบางอย่างขึ้นมา มันดูเหมือน...บาซูก้า!”

“เดี๋ยว บาซูก้ากลางเมืองเนี่ยนะ!? ไม่สิ ตอนนี้เราอยู่มิติซ้อนทับนี่นา...นั่นก็หมายความว่าฝ่ายนั้นคิดจะยิงแบบไม่เกรงใจเลยใช่ไหม!?” ฉันจะเอาไปสู้กับบาซูก้าได้กัน! ดาบไม้ที่เอามาด้วยเหมือนจะกลายเป็นของไร้ประโยชน์ทันที

ในขณะที่ฉันพยายามคิดว่าควรทำอะไรต่อไปดรีมก็พุ่งออกไปหน้าประตูโรงพยาบาลอีกครั้งและทำบางอย่างที่ทำให้เกิดลมลมหมุนจนกลายเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่ และพายุหมุนนั้นไม่ได้มีเพียงลูกเดียว มันมีถึงสามลูก! มันจะต้องเป็นพลังของดรีมแน่นอน เมื่อบาซูก้าถูกยิงมามันก็ได้ปะทะเข้ากับพายุหมุนของดรีม

ตูม!

มันเกิดการระเบิด แต่ฉันและวารินก็ยังปลอดภัยดี แต่พายุหมุนของดรีมสลายหายไปลูกหนึ่งเพราะรับแรงระเบิด แต่ดรีมก็ยังเหลือพายุหมุนอีกสองลูกที่เหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมันขยายเต็มที่ดรีมก็สะบัดไปข้างหน้า ทันใดนั้นพายุหมุนก็มุ่งหน้าไปยังตึกที่มีศัตรูอยู่และดูดทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า

ฉันและวารินมองตึกที่กลายเป็นซากในพริบตาเดียว พลังทำลายล้างสุดยอด การต่อสู้ของผู้มีพลังจะทำให้บ้านเมืองเสียหายประมาณนี้สินะ โชคดีนะที่ที่นี่คือมิติซ้อนทับที่ถูกสร้างขึ้นมา ไม่งั้นคนงานก่อสร้างคงน่าสงสารแย่

“ออกไปทางด้านหลังโรงพยาบาลกันเถอะครับ ถ้าเรามุ่งหน้าไปทางตรงกันข้ามที่ศัตรูอยู่เราอาจจะหลุดออกจากที่นี่ได้” วารินเอ่ยขึ้นมา ดรีมหันมาพยักหน้าเห็นด้วย พวกเราจึงออกจากโรงพยาบาลด้วยประตูหลังและมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวเพื่อหาขอบเขตของมิติซ้อนทับ แต่การออกไปจากที่นี่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะอุปสรรคกำลังตามมา

บรื้น!

ฉันได้ยินเสียงเหมือนเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ที่ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฟังจากเสียงมันน่าจะมีกันสองคัน ฉันหยิบดาบที่สะพายอยู่ข้างหลังขึ้นมาเตรียมพร้อมในขณะเดียวกันก็ยังวิ่งไปข้างหน้า ในเขตของศัตรูแบบนี้การเลือกที่จะหนีเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าการเลือกที่จะต่อสู้นะ แต่ถ้าถูกบังคับให้เลือกต่อสู้ฉันก็ไม่ลังเลที่จะต่อสู้อย่างเต็มกำลัง

“มาแล้ว” ดรีมพูด

ข้างหลังของพวกฉันปรากฏชายสองคนขับรถมอเตอร์ไซค์พุ่งตรงเข้ามาหาพวกฉันด้วยความเร็วและคนขับรถมอเตอร์ไซค์ถือปืนอยู่ด้วย ในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังยกปืนขึ้นมาเล็งยิง ดรีมก็มองหาที่หลบกระสุนปืนที่กำลังจะมา

“ฉันต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะใช้พลังได้อีกครั้ง ตอนนี้ควรหลบก่อน ทางนั้น!” ดรีมชี้ไปยังทางเลี้ยวข้างหน้า

แต่ฉันหยุดวิ่งและหันไปเผชิญหน้ากับพวกมัน

“เลอา!” วารินหยุดวิ่งและตะโกนเรียกฉันด้วยความเป็นห่วง

ไม่รอให้พวกมันยิงปืนมาฉันก็ขว้างดาบไม้ไปข้างหน้าเหมือนหอกสุดแรง อีกฝ่ายไม่คิดว่าฉันจะทำเช่นนั้นจึงหลบดาบของฉันไม่ทันและถูกดาบปักเข้าที่ไหล่เต็มๆ จนเสียหลักหงายหลังตกจากมอเตอร์ไซค์ รถมอเตอร์ไซค์ที่ไร้คนขับก็ล้มลงมาขวางทางถนน อีกคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ตามมาจึงต้องหักเลี้ยวกะทันหันและ...

ตูม!

อีกฝ่ายชนเข้ากับกำแพงข้างทางเต็มๆ ฉันชายตามองเล็กน้อยและเดินไปหยิบดาบไม้คืนมา ดูเหมือนว่าคนที่โดนดาบเสียบจนหงายหลังตกรถมอเตอร์ไซค์จะหมดสภาพไปแล้ว ส่วนคนที่ขับรถชนกำแพงก็น่าจะไม่รอด

“บ้าเอ๊ย! ถ้าฉันไม่มีพลังที่มีร่างกายแข็งแกร่งคงไม่รอด” ทว่าผิดคาดคนที่ควรจะสลบไปแล้วหลังจากขับรถมอเตอร์ไซค์ชนกำแพงกลับลุกขึ้นมาโดยไร้รอยขีดข่วน

ฉันสังหรณ์ใจว่ามันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากเสียแล้ว ชนกำแพงเสียขนาดนั้นกลับไม่เป็นอะไร แล้วดาบไม้เคลือบเรซินของฉันมันจะโจมตีได้ผลเหรอ? ฉันประเมินศัตรูอย่างใจเย็นเพราะฉันไม่อยากประมาทพวกที่มีพลังจิต ในตอนนั้นดรีมก็ชาร์ตพลังเสร็จพอดีและฟาดคลื่นลมใส่ศัตรู แต่เพราะอีกฝ่ายน่าจะมีพลังทำให้ร่างกายแข็งแกร่งลมนั่นจึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ดรีมจึงเปลี่ยนเป็นสร้างลมหมุนล้อมรอบตัวของมันแทน ลมหมุนของดรีมรุนแรงพอที่จะทำให้หินหนักหลายร้อยกิโลลอยได้ การจะทำให้ผู้ชายตัวใหญ่คนหนึ่งลอยจึงไม่เป็นปัญหา

แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมปลิวไปตามลมของดรีม ชายคนนั้นฝ่าออกมาจากกลางลมหมุนโดยไม่สนใจว่าลมที่หมุนแรงจะบาดผิวหนังตัวเองหรือไม่

“แค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!” มันว่าอย่างอวดดี ฉันตั้งดาบเตรียมปะทะ แต่ไม่ทันได้ปะทะวารินก็ตะโกนขึ้นมา

“เลอา ถอยออกมาก่อน” วารินพูดเร็วเพราะกำลังรีบร้อน ฉันไม่คิดหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงบอกให้ฉันถอย ฉันถอยตามที่เขาบอกทันที และทันใดนั้นเองสายฟ้าก็ปรากฏรอบตัวของวาริน สายฟ้ากระจายไปตามพื้นแต่ส่วนมากพุ่งไปยังชายที่มีพลังร่างกายทนทานคนนั้นโดยตรง

เปรี้ยง!

“อ้าก!” ชายคนนั้นกรีดร้องเมื่อถูกสายฟ้าช็อตจนได้กลิ่นไหม้ สุดท้ายชายคนนั้นก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น

ฉัน ดรีม และวารินต่างนิ่งเงียบอย่างคาดไม่ถึงเล็กน้อย ขับรถมอเตอร์ไซค์ชนกำแพงไม่เป็นไร ต้านใบมีดลมและฝ่าลมหมุนรุนแรงได้โดยไร้รอยขีดข่วน แต่ดูเหมือนว่าจะทนพลังสายฟ้าไม่ได้นะ

“ก่อนจะมีพวกตัวเกะกะมาเพิ่มเราไปกันเถอะ” ฉันพูดพลางลดดาบลงเพราะคิดว่าศัตรูถูกจัดการไปหมดแล้ว ฉันก็เลยไม่ทันระวังตัวยกเว้นดรีมที่ระวังตัวตลอดเวลา เธอสังเกตเห็นได้ก่อนใครว่าชายที่ถูกจัดการไปคนแรกได้ลุกขึ้นมาและเล็งปืนมาที่ฉัน

“ระวัง!” ดรีมตะโกน

ปัง!

ไม่ทันทีฉันจะได้ตอบสนองดรีมก็วิ่งเข้ามาขวางกระสุนให้กับฉัน ในขณะเดียวกันเธอก็ใช้พลังใบมีดลมโจมตีไปที่อีกฝ่าย ดรีมและชายคนนั้นทรุดตัวลงไปกับพื้นพร้อมกัน ฉันและวารินนิ่งอึ้งอยู่สองวิเพราะตอบสนองไม่ทัน

“คุณบอดี้การ์ด!” ฉันอุทานเรียกดรีมที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ดูเหมือนว่าเธอจะถูกยิงที่ไหล่ขวาเพราะมาขวางกระสุนให้กับฉัน ฉันค่อนข้างรู้สึกแย่ ฉันห่างหายจากการต่อสู้มานานทำให้สัญชาตญาณระวังอันตรายแข็งทื่อไปหมด

“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ เรารีบไปกันเถอะ เราไม่ควรอยู่ในเขตของศัตรูนานเกินไป” ดรีมลุกขึ้นพลางกดแผลไม่ให้เลือดไหลมากกว่านั้น

“ไม่ห้ามเลือดก่อนจะดีเหรอครับ” วารินเอ่ยด้วยใบหน้าซีดเผือด การถูกยิงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย

ดรีมส่ายหัว เราก็เลยต้องรีบสุ่มเส้นทางตรงไปเพื่อออกจากมิติซ้อนทับแห่งนี้ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานเพราะก็ออกมาได้ ดรีมเรียกแท็กซี่มารับกลับคอนโดทันที เธอบอกว่าที่นั่นมีหมอประจำอยู่ด้วยพวกเราไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปที่โรงพยาบาล

“ใช้ผ้านี่กดแผลให้เธอ” เมื่อเข้าไปในรถคนขับแท็กซี่โยนผ้าให้ฉัน ฉันมองคนขับแท็กซี่ เขามองดรีมด้วยสีหน้านิ่งสนิทแต่แววตาฉายแววเป็นห่วงอย่างชัดเจน เขาเป็นคนเดียวกับคนที่มาส่งพวกฉัน เขาจึงน่าจะเป็นคนของอาเธอร์ด้วย ฉันจึงวางใจอีกฝ่ายขึ้นมาเล็กน้อยและช่วยห้ามเลือดให้กับดรีม วารินก็ช่วยเช่นกันแม้ว่าเขาจะมีสีหน้าแหยงเลือดมากก็ตาม

ฉันมองวารินอย่างเป็นห่วง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์วารินไม่พูดอะไรเลย สีหน้าของเขาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้วารินเศร้าใจด้วย

“วาริน เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ฉันเอ่ยถามวาริน เขาส่ายหัวตอบและเงียบไปสักพักและเริ่มเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจ

“มันไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้แต่...ถ้าผมอยากฝึกควบคุมพลังและทักษะการต่อสู้ ผมต้องทำยังไงครับ” วารินถามดรีม

“วาริน นี่เธอคิดว่าฝึกต่อสู้งั้นเหรอ?” ฉันรู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างมาก วารินที่ฉันทะนุถนอมอย่างดีและไม่ยอมให้เขาเจอเรื่องลำบากหรือรู้สึกเศร้า ตอนนี้เขากลับมีความคิดที่จะฝึกฝนพลังของเขาและวิชาการต่อสู้ ร่างกายอันบอบบางของวารินจะต้องได้รับภาระหนักแค่ไหนกันถ้าเขาคิดจะฝึกฝนวิชาการต่อสู้! แค่คิดฉันก็เจ็บปวดหัวใจแล้ว

“คุณอาเธอร์พร้อมจะช่วยเหลือคุณถ้าคุณคิดจะฝึกใช้พลังของคุณ” เป็นคนขับรถที่ตอบ

“คุณอาเธอร์เหรอครับ?” วารินพูด

“อย่างที่คุณทราบ คุณอาเธอร์เป็นนักวิจัยพลังจิต เขาพร้อมที่จะจัดหาคนที่จะสอนการควบคุมพลังจิตให้กับคุณตราบใดที่คุณให้ข้อมูลกับเขา” คนขับรถกล่าว

“ไม่! ฉันจะไม่ให้ข้อมูลของวารินกับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด!” ฉันรีบพูดขึ้นมาอย่างรีบร้อน แค่คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะเข้ามาใกล้วารินฉันก็แทบอยากจะบีบคอมันให้ตายไปซะ และถ้ามันรู้ว่าร่างกายของวารินพิเศษมันคงจับวารินไปเป็นหนูทดลองแน่! “อันตรายแน่ อันตรายสุดๆ เลย” ฉันพึมพำอย่างหวาดกลัวเมื่อคิดอย่างนั้น

“พวกเราแค่จะตรวจร่างกายและจับตาดูระหว่างใช้พลัง มันไม่มีอันตราย” คนขับรถพูดต่อ ฉันกำลังจะโต้กลับวารินก็พูดขึ้นมา

“ไม่ต้องเป็นห่วงเลอาแค่ตรวจร่างกายและให้พวกเราจับตาดูระหว่างใช้พลังมันไม่ใช่เรื่องลำบากใจสำหรับผม ผมอยากจะเก่งขึ้นเพื่อจะได้ปกป้องคุณ สิ่งที่พวกเขาทำน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผม เพราะงั้นคุณไม่ต้องกังวลอะไรนะ” วารินเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังและน้ำเสียงหนักแน่น

จะไม่ให้กังวลได้ยังไง! ถ้าไอ้อาเธอร์นั่นลวนลามเธอฉันคงได้อกแตกตายแน่! แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังและสายตาที่เหมือนจะบอกฉันว่าให้เชื่อมั่นในตัวเขาทำเอาฉันไม่กล้าโต้แย้งอีก

อ่า...ที่รักของฉันอยากเติบโต (ในทางที่ทำให้ฉันแสนเจ็บปวดหัวใจ) ฉันคงไม่อาจทำลายความตั้งใจของเขาได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 64 วารินแปลกไป

    ตอนที่ 64 วารินแปลกไป“ขอบคุณที่ให้ผมได้เจอกับเลอาอีกครั้ง”“แต่คุณ….จะไม่บอกเลอางั้นเหรอ?”“ผมไม่ต้องการให้เลอารู้เรื่องที่เกิดขึ้นทางฝั่งนั้น….เธอจะเสียใจ”“…อย่างไรก็ตามผมหวังว่าคุณจะไม่ทำอะไรเกินเลยกันเลอา”“เลอาก็แฟนฉัน”“ไม่ เธอคือแฟนของผม”“…เราจะเถียงกันทำไมในเมื่อเรา---”“เลอาคือแฟนของผม”“…ก็ได้!”…………จากคำยืนยันจากวาริน ผู้นำผู้ก่อการร้ายอย่างอิระและหน้ากากอีกาได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากนั้นสองวันหมอกสีแดงก็ถูกกำจัด เจ้าหน้าที่มุ่งหน้าจับกุมคนร้ายเพื่อคืนความสงบสุข อาจจะใช้เวลานานในการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่ทุกอย่างจะต้องถูกจัดการเก็บกวาดในท้ายที่สุดในขณะที่เจ้าหน้าที่ไล่จับกุมผู้มีพลังพิเศษที่ถูกสงสัยว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบแก๊ง DH ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุด้วยเกือบจะถูกจับกุมไปด้วย แต่โชคดีที่พวกเขาได้รับการคุ้มครองจากอาเธอร์ที่ได้รับความดีความชอบที่สามารถกำจัดหมอกแดงได้และยังได้รับการยืนยันจากนายกว่าพวกเขาเป็นพลเมืองที่ถูกบีบให้ต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง พวกเขาจึงยังไม่ได้รับบทลงโทษอะไรที่ใช้พลังเมื่อเลอาได้ทราบถึงเรื่องที่อาเธอร์ช่วยเหลือเธอก็แค่บิดยิ้มออกมาและกลอกตา

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 63 บทสุดท้ายของ ´ปกป้องหัวใจวาริน´

    ตอนที่ 63 บทสุดท้ายของ ´ปกป้องหัวใจวาริน´ บทสุดท้ายของ ‘ปกป้องหัวใจวาริน’เขาแก้แค้นสำเร็จ เขาทำสำเร็จแล้ววารินยืนนิ่งท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเมืองที่พังทลาย ไฟจากพลังจิตของอิระยังโหมกระหน่ำรอบตัวเขาแต่เจ้าของพลังจิตอย่างอิระได้ตายจากไปแล้ว ด้วยฝีมือของวารินเอง ไฟฟ้าของวารินเริ่มสงบลง ไม่สิ มันราวกับกำลังสูญเสียพลัง แก้แค้นสำเร็จแล้วอย่างไรต่อ? สุดท้ายแล้วคนรักของเขาก็ไม่อาจกลับมาได้ เขาสูญเสียจิตใจที่จะใช้พลังวารินไร้จุดมุ่งหมายที่จะมีชีวิตไปแล้ว เขาเดินข้ามศัตรูคนสุดท้ายของเขา ก้าวข้ามผู้ที่บอกว่ารักเขา โนอาห์ ก้าวข้ามอาเธอร์ที่เคยบอกว่าหลงใหลเขา วารินมองโนอาห์และอาเธอร์เพียงหาตา แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะโอนอ่อนต่อคำบอกรักของพวกเขา แต่แท้จริงแล้วเขาไม่เคยรู้สึกรักเลย แท้จริงแล้วเขาก็แค่หลอกใช้คนพวกนี้แล้วเขาจะทำอะไรต่อไปดีนะ…วารินเร่ร่อนอยู่นาน จนโลกที่วุ่นวายจากการกระทำของอิระเริ่มฟื้นตัว ทุกอย่างกลับมาสงบสุขดั่งเช่นวันวานแต่วารินรู้ว่าเขาไม่อาจเป็นดั่งเช่นวันวานได้“นายอยากได้จุดจบใหม่งั้นเหรอ?”วารินไม่แน่ใจนักว่าใครเป็นพูดกับเขา เขาพยักหน้าตอบกลับแต่ก็คิดใหม่และส่ายหน้า “ไม

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 62 ดวงจันทร์สีแดง

    ตอนที่ 62 ดวงจันทร์สีแดงวารินสัมผัสได้ถึงสายฟ้าที่แล่นอยู่บนฝ่ามือของเขา ศัตรูอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว หากเป็นตัวเขาเมื่อก่อนที่หวาดกลัวพลังของตัวเองจะต้องไม่กล้าใช้พลังนี้ออกมาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้วารินรับรู้ดีว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว… ไม่สิ ความจริงแล้วตัวตนอันเย็นชานี้อาจเป็นตัวตนที่เขาพยายามเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจมาตลอดวารินคิดว่าในตอนนี้เขาสามารถสังหารศัตรูได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลยวารินและอิระยืนเผชิญหน้ากันอยู่ในสนามของโรงเรียน“คุณมาถึงขั้นนี้แล้วคงไม่คิดจะถอยสินะครับ และคงน่าจะเตรียมใจไว้แล้ว” วารินเอ่ย“เตรียมใจอะไรกัน? ถ้าเตรียมใจที่จะกลายเป็นราชาของมนุษย์ยุคใหม่ละก็ใช่” อิระเอ่ยขณะที่ปัดฝุ่นบนตัวที่ติดมาตอนที่ถูกลากออกมาจากโรงยิม “ว่าแต่ทำไมต้องเป็นนายทุกครั้งเลยนะที่ฉันต้องสู้ด้วย และทุกครั้งฉันก็กำจัดนายไม่ได้สักที โชคดีเกินไปแล้ว”วารินอดนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาไม่ได้ ตัวเอกของหนังสือมักถูกโชคชะตาเข้าข้าง แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงเขาไม่รู้สึกว่าถูกโชคชะตาเข้าข้างเลย เพราะการที่ต้องสูญเสียคนรักไปมันเป็นคำสาปมากกว่ามือของทั้งสองข้างของวารินถือปืนไว้ ทันใดนั้นเสียงเสียดสีบางอย่างก็

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 61 ห้องบอส

    ตอนที่ 61 ห้องบอสพวกเราถูกย้าย หลายคนที่นี่ ผู้มีพลังจิตคนอื่น- บอส ที่นี่นั่นคือสัญญาณขอความช่วยเหลือสุดท้ายที่ระบบขอความช่วยเหลือของแก๊ง DH ได้รับ ผู้ขอความช่วยเหลือไม่ได้อธิบายสถานการณ์อย่างละเอียดหมายความว่าสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่ไม่ค่อยจะดีนัก“ผมพอจะเข้าใจสถานการณ์ได้คร่าวๆ เลยพยายามหนีออกจากที่นี่แล้ว แค่ดูเหมือนจะไม่ทัน” วารินอธิบายอย่างกังวลใจถูกย้าย ผู้มีพลังจิตคนอื่น…. ทันใดนั้นฉันก็นึกถึงผู้หญิงหน้ากากกวางฉันเห็นเมื่อครู่ เธอมีพลังเคลื่อนย้ายไม่ผิดแน่ เธอจะต้องเคลื่อนย้ายคนอื่นๆ ไปรวมกันในที่เดียว เธออะไรบางอย่าง‘บอส ที่นี่’ ในข้อความอาจจะหมายถึงพวกเขาถูกพาไปหาอิระ แล้วอิระทำไปเพื่ออะไรบางอย่างที่ไม่น่าจะดีนัก…คงไม่ใช่แผนอย่างกำจัดศัตรูให้หมดก่อนที่ศัตรูจะได้ตั้งตัวนะ พอคิดแบบนั้นฉันก็มองกำแพงหมอก ยิ่งคิดสีหน้ายิ่งแย่ลงเอาจริงดิ?[มีการแจ้งเตือนจาก ถล่มให้แหลก]การแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ถล่มให้แหลก เนี่ยหมายถึงแอปสื่อสารพิเศษที่พวกเจมส์สร้างขึ้นมานั่นเอง ฉันก็ลืมมันไปเลยเพราะไม่ค่อยได้ใช้ในห้องแช็ตกลุ่มเจมส์: เลอาเจมส์: มีข้อความจากเจ้าคนที่ชื่อลันก

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 60 หมอกแดง

    ตอนที่ 60 หมอกแดงคุณต้องการเข้าร่วมก่อนช่วยเหลือหรือไม่?[เข้าร่วม] [ปฏิเสธ]ข้อความจากผู้ขอความช่วยเหลือ : ช่วยด้วย! พวกเราถูกจับเป็นตัวประกัน! (ส่งตำแหน่งที่อยู่)ฉันแค่เข้ามาอวดพลัง : เจ้าจะให้ข้าไปช่วยเหลือเจ้าอย่างไร? นั้นมันกลางเมืองที่รัฐบาลประกาศว่าเป็นเขตอันตรายสูงไม่ใช่รึไง!? และโดยรอบเมืองถูกกองทัพทหารปิดกันเส้นทางไว้หมดแล้ว!ฉันแค่เข้ามาเล่นเกม : ไม่ใช่ว่าเราต้องรอฟังคำสั่งนอกรอบไม่ใช่รึไง ไหงไปอยู่ตรงนั้นได้โลกเริ่มอยู่ยากมากขึ้น : ถึงฉันจะอยู่ใกล้ก็ไปช่วยไม่ได้หรอก…ฉันไม่ได้มีพลังขนาดนั้น!พริกไทยป่น : สมาชิกหลักของแก๊งน่าจะอยู่ไม่ไกลนะ พวกเขาอาจไปช่วยได้สมาชิกวงใน : อันที่จริงหัวหน้ากับหัวหน้าใหญ่ก็อยู่ใกล้ๆ นั่นล่ะพริกไทยป่น : พวกเขาจะไปช่วยเหรอ? (สติกเกอร์ตื้นเต้น)สมาชิกวงใน : ไม่สมาชิกวงใน : หัวหน้าเลออนเล่นเกมอยู่ หัวใหญ่ก็นอนกกแฟนอยู่มะเขือ: !?มะละกอ: !!???อ่านแล้วสัมผัสถึงความไร้ความผิดชอบอย่างมาก ฉันก็เลยต้องยอมออกจากบ้านมาทำงานสักที ก็อยากจะปล่อยให้ทหารหรือไม่ก็หน่วยพิเศษจัดการเองอยู่หรอกแต่ก็ไร้ความรับผิดชอบเกินไป ดูเหมือนว่ากลุ่มแก๊งเล็กๆ ของฉันเหมือน

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 59 สิ่งไม่สำคัญก็ลืมมันไป

    ตอนที่ 59 สิ่งไม่สำคัญก็ลืมมันไปการใช้ร่างจิตมีประโยชน์ตรงที่ไม่มีใครสังเกตเห็นตัวตนได้ มันเหมาะที่จะใช้สำหรับสังเกตการณ์ ฉันจึงใช้พลังถอดจิตของโนอาห์เพื่อที่จะได้มาสังเกตการณ์การต่อสู้ของวารินและอิระอย่างใกล้ชิด แต่ตอนนี้การต่อสู้เงียบมาสักพักแล้ว ฉันไม่เห็นว่าพวกเขาไปอยู่ส่วนไหนของเมืองที่เสียหายแห่งนี้แล้ว“งั้นคงต้องไปสำรวจรอบๆ ก่อน” ตอนนี้ฉันยังไม่รู้อย่างชัดเจนว่าลูกน้องของอิระซุ่มรอเวลาลงมืออยู่ที่ไหน ถึงจะคาดไว้ว่าพวกนั้นอาจจะกำลังซุ่มอยู่ในมิติขนาดของหน้ากากหมี แต่มันก็ยังไม่มีอะไรมายืนยันอีกทั้งมันค่อนข้างน่าสงสัยที่พวกนั้นยังอยู่เงียบๆ โดยไม่ยอมลงมือทำอะไรเลย อย่างอิระมันจะยอมให้ลูกน้องรออยู่เฉยๆ เพื่อช่วยตัวเองยามสู้กับวารินไม่ไหวเหรอ? ไม่น่าใช่ เจ้านั่นน่าจะสั่งให้ลูกน้องทำลายทุกอย่างที่ความขวางหน้าเพื่อเป้าหมายของตัวเองมากกว่าฉันจึงลองออกไปสำรวจรอบเมืองแต่ก็ไม่พบคนที่น่าจะเป็นคนของอิระ แต่ฉันพบคนธรรมดาแทน พวกเขาอยู่ในเขตที่น่าจะมีการอพยพไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่ยังหลงเหลืออยู่และไม่ได้ถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของวารินและอิระประชาชนมากมายได้รับความเสียหายจากความวุ่นวาย

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 53 ฉันถูกใจเธอแล้ว

    ตอนที่ 53 ฉันถูกใจเธอแล้วช่างเป็นสถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นเสียจริง คนที่ฉันจะมาช่วยเหลือดันถูกจับเป็นตัวประกัน ส่วนฉันก็ถูกศัตรูล้อมหน้าล้อมหลัง นับจำนวนแล้วมีเกือบสิบคน ในที่แคบๆ แบบนี้พวกนายก็อุตส่าห์เบียดกันมาล้อมฉันได้นะ แต่ละคนก็เป็นผู้ชายตัวใหญ่กันทั้งนั้น ถ้าไม่ได้กลัววิถีดาบของฉันไปถึงตัวพวกนั

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 50 พบปะพูดคุยกับลันกะ

    ตอนที่ 50 พบปะพูดคุยกับลันกะคำสั่งคือสืบหาตัวจริงขององค์กรปริศนาที่คอยขัดขวางแผนการของอิระ แต่สิ่งแรกที่ลันกะมุ่งให้ความสนใจก็คือผู้มีพลังจิตสายฟ้าปีศาจคนนั้น ถึงเขาจะกลัวถูกสายฟ้านั่นฟาดเข้ากระบาลอีกรอบแต่เขาก็ต้องการพบคนคนนั้นให้ได้ ซึ่งเหตุผลที่เขาอยากพบคนคนนั้นไม่ใช่เพราะว่าเขาเดาได้หรอกนะว่าผู้

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 49 จะไม่อยู่เผย

    ตอนที่ 49 จะไม่อยู่เผยฉันลากวารินเข้าห้องน้ำโดยหวังจะถามสิ่งที่วารินอยากจะทำ…จริงๆ นะฉันผลักวารินให้เข้าไปในห้องน้ำและเดินตามเข้าไปโดยไม่ลืมปิดประตูห้องน้ำและล็อกมันอย่างแน่นหนา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่มีความเป็นส่วนตัวหรอกนะเพราะห้องน้ำสาธารณะนั้นมันไม่มีที่เก็บเสียง งั้นบัญชีอย่างแรกที่ฉันต้องคิ

  • แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย   ตอนที่ 48 หน้ากากกระต่าย

    ตอนที่ 48 หน้ากากกระต่ายพลังจิตกลายพันธุ์ก็คือพลังจิตที่มีการวิวัฒนาการ พลังจิตกลายพันธุ์มีความสามารถแตกต่างจากพลังจิตที่รู้จักกันมาหลายพันปีและมีระดับพลังจิตที่สูงมาก เกือบทุกคนที่มีพลังจิตกลายพันธุ์มีระดับพลังจิตแตะ 100 จุดกันทั้งนั้น และจากการสำรวจมันมีการค้นพบว่าผู้มีพลังจิตกลายพันธุ์มีจำนวนเพิ่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status