LOGINผ้าลูกไม้สีขาว อาจซ่อนความบริสุทธิ์ แต่ไข่มุกเม็ดงาม ซ่อนความลับของการแต่งงานครั้งนี้ เธอคือเจ้าสาว "จำแลง" ที่ก้าวเข้าสู่ชีวิตของเขา ด้วยชื่อคนอื่น และหัวใจที่ไม่อาจเป็นของใคร เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นจากคำลวง แต่ความรู้สึกกลับจริงยิ่งกว่าสิ่งใด ระหว่างความลับกับหัวใจ เขาจะเลือกเก็บอะไรไว้ และทำลายอะไรลง
View More‘เธอทำถูกแล้วธารา มันต้องสำเร็จสิ’
ริมฝีปากบางนั้นพึมพำปลอบใจเจ้าของของมัน
ธาราไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อน อดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วใช่มั้ย ที่เธอเลือกปลอมตัวมาเป็นพี่สาวเพื่อเข้าพิธีแต่งงานนี้แทน
แต่หากธาราไม่ทำแบบนี้ลำธารพี่สาวที่แสนน่ารักและอ่อนโยนของเธออาจจะหนีไม่ทัน แล้วต้องถูกลากกลับมาแต่งงาน กลับมารับกรรมอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รัก
ผู้ชาย คนที่เห็นการแต่งงานเป็นแค่เรื่องธุรกิจ คนไม่มีหัวใจ ที่กำลังอาบน้ำอยู่ตอนนี้
ที่พี่ลำธารจำต้องหนีงานแต่งไป เพราะเธอยังมีความฝันที่ต้องวิ่งตามและอยากทำมากกว่าการแต่งงาน
ตัวธาราเอง เธอยังไม่รู้ชัดด้วยซ้ำว่าตัวเองชอบอะไร เพราะฉะนั้นการสนับสนุนลำธารให้ทำตามฝันจึงเป็นสิ่งที่ธาราจะทำเพื่อพี่สาวได้
ส่วนผู้ชายที่หลงตัวเอง เอาแต่ใจ เก่งแต่ใช้อำนาจข่มขู่ผู้ที่ด้อยกว่าเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ
คนแบบนั้นไม่มีค่าควรที่จะได้ผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่างพี่ธารไปครอบครองหรอก
โชคยังดีที่งานแต่งงานคราวนี้เหมือนจะจัดแบบจีนผสมตะวันตกหรืออะไรสักอย่าง
เจ้าสาวจึงต้องสวมผ้าคลุมหน้าตลอดพิธีจนถึงเข้าเรือนหอ ให้เปิดผ้าออกได้โดยเจ้าบ่าวตอนอยู่ในห้องหอเท่านั้น โชคดีที่ผ้าคลุมหน้าไม่ใช่แบบโปร่งใส
คนนอกมองเข้ามาเห็นหน้าได้ไม่ชัด แต่คนในผ้าคลุมอย่างธารายังคงพอมองเห็นทางและคนที่มาร่วมงานอยู่ แม้จะเห็นเพียงรางๆ ก็เถอะ
ไม่อย่างนั้นธาราก็ไม่รู้จะหลอกคนตั้งมากมายได้อย่างไร
‘คิดสิธารา จะเอาไงต่อดี ป่านนี้เขาคงอาบน้ำใกล้เสร็จแล้วมั้ง’
ถ้าเขารู้ว่าเราไม่ใช่พี่ธารเขาจะฆ่าเรามั้ย หรือเขาจะไปตามล่าพี่ธาร
‘แล้วถ้าพี่ธารยังหนีไปได้ไม่ไกลล่ะ จะทำยังไง’
‘ป่านนี้พ่อกับแม่จะรู้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้น’
‘คิดเร็วสิธารา แกมีเวลาไม่มากแล้วนะ’
เสียงเล็กๆ ที่พร่ำบ่นกับตัวเองแสดงให้เห็นถึงความกังวลใจที่มี ธาราไม่อยากนึกภาพตอนที่พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้เลย ว่าจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน
แต่เธอคงต้องช่างเรื่องนั้นก่อน เพราะเรื่องที่น่ากลัวกว่าคือเรื่องตอนนี้ต่างหาก
ถ้าผู้ชายไร้หัวใจที่อยู่ในห้องน้ำนั้นได้รู้ว่า หญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาว คนที่นั่งรอเขาอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เจ้าสาวที่แท้จริง มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
ขณะที่ธารากำลังวิตกกังวลอยู่กับปัญหาที่ประเดประดังเข้ามาในหัว ไม่ทันรู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังยืนมองด้วยสายตาที่ปรารถนาในตัวเธอยิ่งนัก
ร่างกายกำยำซึ่งพราวไปด้วยหยดน้ำ ทั้งตัวของเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวเกาะอยู่ที่เอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ เห็นแต่เพียงกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวยที่อยู่เหนือปมผ้าขนหนูนั้น
ผมของภูผาเปียกลู่แนบไปกับใบหน้าจนเขาต้องหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาขยี้ไปมา
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นดูร้อนแรงยามเมื่อจ้องมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
‘เป็นผู้หญิงที่อยู่ในชุดเจ้าสาวได้งดงามมากจริงๆ เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดสำหรับฉัน’
ภูผาอดที่คิดชื่นชมหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เมื่อเขามองดูร่างอวบอิ่มในชุดเกาะอกสีขาว แต่ไหนแต่ไรเวลาที่มองลำธารภูผาไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวมากแบบนี้
ผิดกับคนน้องจริงๆ นั่นแหละ
สายตาคมของภูผาจดจ้องอยู่ที่เนินอกอวบอิ่มที่รัดรึงอยู่ภายใต้ชุดสวย ประปรายไปด้วยชายผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว มองเลื่อนลงมาที่เอวคอดไล่ไปจนสุดปลายเท้าเรียวเล็กสีอมชมพู
เพราะนิ้วเท้าของเธอที่งอจิกอยู่บนพื้น ดูคล้ายกับว่าเธอกำลังตื่นกลัวในตัวของเขาไม่น้อย
“เธอไปอาบน้ำก่อนดีมั้ย วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” น้ำเสียงเข้มดุก็จริงแต่สัมผัสได้ถึงความห่วงใย
ภูผาเอ่ยถามขึ้นอย่างที่ไม่ทันให้คนฟังได้ตั้งตัว ทำให้เจ้าสาวของเขาถึงกับสะดุ้ง ร่างบางสั่นไหวนิดๆ จนเขานึกเอ็นดู
ต่างจากธาราที่ตอนนี้ในหัวอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวมากมายที่ปกปิดไว้ ได้แต่รอลุ้นว่าความจะแตกตอนไหน
เรื่องจะแดงแล้วเหรอวะ
เอาไงดี ธารา จะตอบเขาดีมั้ย
แล้วเวลาแบบนี้ต้องตอบว่าอะไรวะ
แต่ถ้าตอบเขาก็รู้สิว่าเราไม่ใช่พี่ธาร เสียงไม่เหมือนกันสักหน่อย
แต่ถ้าไม่ตอบเขาจะสงสัยมั้ยล่ะ ว่าเป็นอะไร
สงสัยก็ช่างแล้ว ถึงยังไงก็ห้ามตอบ ตอบไม่ได้เด็ดขาด!
ชายหนุ่มจ้องมองเจ้าสาวของตนอย่างสงสัย ที่เธอไม่พูดกับเขาเป็นเพราะเธอตื่นเต้นจนพูดไม่ออกหรือเธอไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูดกันแน่
“ฉันว่าเธอไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว เธอคงไม่คิดจะนอนทั้งชุดนี้หรอกนะ”
เสียงเข้มของภูผาดูดุดันและน่ากลัวมากขึ้นเมื่อเขาเพิ่มความดังของน้ำเสียง เพราะคิดว่าเจ้าสาวของเขาไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูดในตอนแรก
ธาราลุกขึ้นยืนเกือบจะทันทีด้วยความตกใจในเสียงดุนั้น เนื้อตัวสั่นๆ ของเธอค่อยๆ ก้าวเท้าทีละก้าวโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ห้องน้ำตามที่ภูผาบอก
เพราะนั่นอาจจะเป็นที่ปลอดภัยที่สุดแล้วของเธอสำหรับคืนนี้ก็ได้
เมื่อเท้าข้างหนึ่งของธาราก้าวถึงหน้าประตูห้องน้ำ เธอรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
รอดแล้วธารา
อยู่ในนี้ละกันนะคืนนี้จะได้ยืดเวลาการหนีให้พี่ธารได้อีกนิด
ทว่า...
“เดี๋ยวก่อน”
สองเท้าเรียวหยุดแทบจะทันที มือของธารากำชายกระโปรงแน่นรอลุ้นอยู่ว่าชายไร้หัวใจคนนี้ต้องการอะไร
“ผมพึ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เปิดผ้าคลุมหน้าออกให้คุณเลย”
ทันทีที่พูดจบภูผาก้าวเท้าอย่างเร็วเหมือนไม่อยากเสียเวลาไปแม้สักวินาที ที่จะได้เห็นหน้าเจ้าสาวของตนชัดๆ อย่างใกล้ชิด
ธาราแม้ยืนหันหลังให้เขาอยู่ แต่ก็พยายามยกไม้ยกมือบอกปฏิเสธแทนคำพูด
โอ้ยยยย จะรีบนึกได้ไปไหนเนี่ยยยยย
ภูผาไม่สนใจท่าทางปฏิเสธนั้น ยื่นมือทั้งสองจับปลายผ้าคลุมหน้าตรงเนินอกอวบหมายที่จะเปิดขึ้น แต่หญิงสาวกลับเบี่ยงหน้าหนีซึ่งหากมองผิวเผินคล้ายกับเธอเขินอาย
เป็นผลให้หัวใจของชายหนุ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้นเล็กน้อยหวังที่จะได้ยลโฉมเจ้าสาวของตัวเองเร็วๆ
“อายอะไร นี่เราแต่งงานกันแล้วนะ อีกอย่างคุณแม่ก็กำชับว่าผมต้องเป็นคนเปิดผ้าคลุมหน้าให้คุณ” ตอนนี้ภูผาเองก็รอไม่ไหวแล้ว
เขาจับปลายผ้าคลุมหน้าเปิดขึ้นจนเห็นใบหน้าชัดเจนของเจ้าสาวดวงตากลมโต รับกันดีกับจมูกรั้น ริมฝีปากเรียวบางแต่ดูอวบอิ่มแบบนี้เขาจำได้ดี ผู้หญิงที่ตกเขาได้แค่เพียงแรกเจอ
จะต่างกับวันนั้นก็ตรงรอยยิ้มในวันนี้ เป็นยิ้มแห้งๆ ยิ้มแหยๆ อย่างคนกลัวความผิด
“ธารา!” ภูผาได้แต่เพียงมองหน้าสวยนั้นแล้วเรียกชื่อเธอ เมื่อเห็นว่าธาราทำหน้าสงสัยเขาจึงคิดได้ “ทำไมเป็นเธอล่ะ แล้วลำธารอยู่ไหน”
“กะ... ก็ไม่ทำไม ก็แค่เป็นฉัน” แปลกใจนิดหน่อยเมื่อแวบแรกที่เห็นหน้าของภูผาไม่ได้ตกใจมากอย่างที่คิดไว้
“ฉันต้องแต่งงานกับลำธารสิ ไม่ใช่เธอ เธอมันไม่คู่ควร”
จากความวิตกกังวลและหวาดกลัวของหญิงสาวได้แปรเปลี่ยนไปเป็นความโกรธทันทีที่ได้ยินคำพูดดูถูกของภูผา
“ใช่... นายพูดถูกฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่คู่ควรกับนายเพราะว่านายมันเป็นคนไร้หัวใจไงล่ะ ไม่มีผู้หญิงดีๆ คนไหนคู่ควรกับนายหรอก พี่สาวฉันก็ด้วย”
ร่างเล็กแต่กลับดูอวบอิ่มของธาราพูดพร้อมกับยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าถลึงตาใส่ภูผาอย่างคนอวดดีที่ไม่มีทางยอมแพ้ให้กับคำพูดที่ดูถูกเธอ
“งั้นเดี๋ยวอ้อคู่กับนนแล้วกันค่ะ” เมื่อเห็นว่าไม่เหลือใครแล้ว ต้นอ้อรีบดึงแขนของนนไว้ทันที เพราะเธอไม่อยากคู่กับเจ้านายจอมเผด็จการ“ไม่ได้หรอกครับคุณอ้อ นนมีคู่แล้ว” ชิษณุออกแรงเพียงนิด ก็ดึงตัวนนมาไว้ข้างกายได้แล้ว“นี่คุณ!” นนทำได้เพียงแค่เรียกชื่อเขาพร้อมถลึงตาใส่ แต่นอกจากเขาจะไม่สะเทือนแล้วยังออกแรงบีบแขนนนแน่นขึ้นอีกสายตาดุๆ ที่ณุส่งมาทำให้นนจำต้องยอมคู่กับเขาไปโดยปริยาย“อย่าขัดคู่คนอื่นเขานักเลยน่า คุณก็มีผมนะ... อย่าลืมสิ” ทิวไผ่ดึงเอาคนที่ตัวเล็กสุดมายืนข้างๆ ตัวเอง แล้วก้มลงไปกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคนหลังจากแบ่งคู่กันเสร็จแล้ว การแข่งขับรอบที่สองก็เริ่มขึ้น ทั้งสี่คู่เรียกว่าฝีมือสูสีกันไม่น้อย เพราะบรรดาพ่อบ้านฝีมือเรียกว่าเสมอกันจะรู้ว่าใครแพ้ใครชนะก็ขึ้นอยู่กับว่าแม่บ้านใครจะเจ๋งกว่ากันแค่นั้น ซึ่งถ้าให้เทียบฝีมือเฉพาะฝั่งแม่บ้านผลการแข่งขันก็ออกมาเป็นอย่างที่คิดคู่ณุนนได้ที่หนึ่งไปตามคาด ตามด้วยภูผาธารา ตฤณลำธาร และทิวไผ่กับต้นอ้อเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งคะแนนไม่ได้ทิ้งห่างกันเท่าไร“คู่สุดท้ายเชิญที่ด้านหน้าเวทีได้เลยค่า” ธาราส่งเสียงเรียกนักร้องจำเป็น ซึ่งเรื่องกา
ตฤณที่เห็นว่าทีมแม่บ้าน ยืนรวมกลุ่มปรึกษากันอยู่นานไม่พร้อมสักทีจึงส่งเสียงเรียก “สาวๆ พร้อมนะคะ งานนี้ไม่มีออมมือนะ ถ้าแพ้เนี่ยต้องร้องเพลงและเต้นให้พวกพี่ดูน๊า”ธาราได้ยินแบบนั้น ก็ออกปากข่มขู่คู่ต่อสู้ทันที “พวกพี่ซ้อมท่าเต้นไว้เลยก็ได้ค่ะ”“มั่นใจจังนะคะตัวเล็ก” ภูผาอดแซวให้เมียตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ฝีมือการเล่นของตัวเองก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร ต่างจากพวกเขาที่เคยมาประลองฝีมือกันอยู่บ่อยๆซึ่งฝีมือแต่ละคนคือไม่ธรรมดาเลย เพราะพวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่สมัยเรียนกันแล้ว ผลัดกันแพ้ชนะแบบแต้มเฉียดฉิวกันนิดเดียวอยู่ตลอด“เมื่อกี้พี่ภูยังแพ้น้องเลย แล้วนนกับพี่ธารเนี่ยเก่งกว่าน้องอีก จะไม่ชนะได้ไง”พอได้ยินคำตอบของธารา อีกสามหล่อที่เหลือก็หันมามองภูผาเป็นตาเดียว“มึงเนี่ยนะ แพ้ให้น้องธารา” ตฤณเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะในกลุ่มพวกเขาสี่คน ภูผาเรียกว่าชนะบ่อยที่สุดก็ว่าได้“อ่อนให้เมียหรอวะ” ทิวไผ่ออกปากแซวอีกคน“เป็นพวกมึงจะไม่ยอมอ่อนให้เหรอ” ทว่าภูผาก็ยอมรับออกมาอย่างไม่อาย ยอมให้เมียชนะแล้วได้เห็นรอยยิ้มสดใสเป็นใครก็ยอมทั้งนั้น“ก็จริง” / “กูไม่เถียง” ตฤณกับทิวไผ่ตอบออกมาแทบจะพร้อมกันเหลือแต
ภูผาคงไม่กล้าสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเพราะเขากลับไปเปลี่ยนอดีตไม่ได้ เขาห้ามหน้าเก่าๆ ไม่ให้มาวุ่นวายไม่ได้ก็จริงแต่เขายับยั้งไม่ให้มีหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ เมื่อเห็นว่าธาราน่าจะเย็นลงบ้างแล้ว ภูผาจับเอามือเรียวมากุมไว้ก่อนที่จะบอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจ“พี่กลับไปแก้ไขอดีตให้น้องไม่ได้ พี่ขอโทษนะคะ แต่พี่จะทำให้น้องรู้ว่าปัจจุบันและอนาคตของพี่มีแค่น้องธาราคนดีของพี่คนเดียวนะ”ธาราที่เห็นสีหน้าและแววตาที่จริงจังแบบนั้นของคนรัก ก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ “ยังเหลืออีกกี่คนคะ อดีตของพี่น่ะ” น้ำเสียงไม่ได้จริงจังเท่าไหร่ เพียงแค่อยากแซวเขาเล่นบ้างเท่านั้นตอนแรกนึกโกรธอยู่ก็จริง แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วที่พี่ภูพูดมันก็ไม่ผิด ไม่มีใครย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดของตัวเองได้แล้วธาราก็ไม่ใช่คนใจแคบถึงขนาดจะไม่แยกแยะอะไรขนาดนั้นภูผาที่เห็นว่าใบหน้าหวานของเมียคนสวยแต้มไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ก็รับรู้ได้ว่าถูกเมียแกล้งเข้าแล้ว “โธ่...น้อง”“คราวหน้าถ้ามีมาอีกนะ น้องจะล็อกประตูตอนอาบน้ำ”คำขู่อาจไม่ได้ดูน่ากลัวสำหรับใคร แต่ไม่ใช่กับภูผาที่ติดเมียหนักมาก “ได้ไงคะ ก็เราตกลงกันแล้วนี่”“...” ธาราเอียงห
หลายๆ งานให้หลังเธอบังเอิญเจอภูผาทุกครั้งจนเริ่มคุยกันถูกคอ จนกระทั่งงานสุดท้ายที่เธอไป แม้ว่าภูผาจะไม่ค่อยสนใจจะคุยกับเธอเหมือนทุกทีท่าทีดูหมางเมินแปลกๆ ตอนนั้นธาราคิดว่าเขาอาจจะแค่เหนื่อยงาน แต่มันก็มาชัดเจนในตอนหลังว่าที่จริงแล้วเขาน่าจะเบื่อเด็กอย่างเธอมากกว่าธาราไม่เคยบอกภูผาว่าจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาคืนให้ เพราะภูผาเองก็ไม่เคยถามถึงด้วย แต่มันคือสิ่งที่ธาราอยากใช้เป็นข้ออ้างเพื่อที่จะได้เจอเขาที่อื่นนอกจากงานเลี้ยงของพ่ออยากรู้ว่าภูผาที่ไม่ได้อยู่ในหน้ากากตอนที่ต้องพบปะลูกค้าจะเป็นยังไง แล้วความรู้สึกของธาราที่มีต่อผู้ชายคนนี้จะเปลี่ยนไปมั้ยเธอจึงตัดสินใจขอนัดเขาให้มาหา บอกว่ามีของจะคืนให้ และเพราะไม่รู้ว่าจะชวนภูผาไปไหนดี ธาราจึงนัดไปที่คาเฟ่เจ้าประจำแถวมหาลัยของเธอเองแล้ววันนั้นภูผาก็พาคุณครีมคนสวยคนนี้มาด้วย ตอนนั้นภูผาแนะนำคุณครีมในฐานะผู้หญิงของเขา ไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนและไม่ใช่ภรรยา แค่เป็นผู้หญิงของเขาตอนนั้นธาราไม่เข้าใจว่าภูผาหมายความว่ายังไง จนกระทั่งได้บังเอิญเห็นภูผาตามสถานที่ต่างๆ กับผู้หญิงอีกหลายๆ คนจะมีที่เห็นซ้ำหน่อยก็คุณครีมนี่แหละ ครีมเหรอ พอคิดถึงชื่อครีม จู่





