แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

last updateآخر تحديث : 2024-12-09
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
64فصول
1.1Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

วันหนึ่งมีกล่องปริศนาว่างอยู่หน้าบ้านของเลอาและแฟนหนุ่มของเธอ ในกล่องนั้นมีหนังสือนิยายเล่มหนึ่งด้วยความสงสัยเลอาจึงเปิดอ่านและเธอก็พบว่ามันเป็นนิยายวาย! แถมดูเหมือนมันจะเป็นแนว 3P เสียด้วย ในนิยายมีตัวละครที่ชื่อเหมือนเธอด้วย และนายเอกของนิยายเรื่องนั้นก็มีชื่อเหมือนแฟนของเธอ! เลอาไม่อยากจะอ่านต่อเพราะความหึงหวง แต่เธอก็มาพบภายหลังว่านิยายเล่มนั้นได้เขียนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของเธอและแฟนหนุ่มของเธอ "ฉันจะตายเรอะ!? แถมแฟนของฉันก็จะถูกผู้ชายสองคนรุมทึ้ง!? ไม่! ฉันไม่ยอมให้แฟนสุดที่รักถูกใครหน้าไหนแย่งไปเด็ดขาด! ถ้ากล้าแตะต้องแฟนของฉัน ฉันจะต้องได้ข้ามศพของพวกแกไปก่อน! " เพื่อไม่ให้แฟนหนุ่มถูกผู้ชายอื่นแย่งไปเลอาพยายามหลบเลี่ยงความตายของตัวเองและพยายามขัดขวางเหล่าพระเอกนิยายวายไม่ให้เข้าใกล้แฟนของเธอ แต่ฆาตกรก็ยังพยายามตามฆ่าเธอและแฟนหนุ่มของเธอเสียเหลือเกิน พวกพระเอกนิยายวายก็สลัดทิ้งยากยิ่งกว่าฆาตกร จะรอดไปได้หรือไม่ติดตามกันได้เลย!

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 นิยายเฮงซวย

ตอนที่ 1 นิยายเฮงซวย

วันหนึ่งมีกล่องปริศนากล่องหนึ่งมาวางอยู่หน้าบ้านของฉัน บนกล่องไม่ได้เขียนระบุอะไรไว้เลยแม้แต่ชื่อผู้ส่งก็ไม่มีระบุ ฉันก็เลยไม่รู้ว่ามันคือของใครและมาจากไหนและไม่รู้เลยว่าข้างในมีอะไร ด้วยความอยากรู้อยากเห็นฉันก็เลยลองเปิดดู

ในกล่องมีนิยายเล่มหนึ่ง หน้าปกนิยายมีสีดำทั้งหมดและบนปกมีชื่อเรื่องเขียนไว้ว่า ‘ปกป้องหัวใจวาริน’

แหม ชื่อเหมือนแฟนหนุ่มสุดที่รักของฉันเลยนะ

และในกล่องก็ยังมีการ์ดใบหนึ่งที่เขียนไว้ว่า…

ถึง คุณเลอา

คุณคือผู้โชคดีที่ได้อ่านนิยายพิเศษเรื่อง ปกป้องหัวใจวาริน เนื่องจากว่านิยายเรื่องนี้ไม่เคยมีการวางขายในโลกนี้จึงมีเพียงเล่มเดียวในโลก ขอให้สนุกกับการอ่านนิยาย!

ฉันสงสัยจริงว่านิยายเรื่องนี้มีอะไรพิเศษกัน ทำไมถึงมีแค่เล่มเดียวในโลก มันคือนิยายขายไม่ออกใช่ไหม?

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นเคยฉันก็เลยลองเปิดอ่านนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ นิยายเริ่มต้นมาด้วยบทนำ ตัวละครเอกชื่อ วาริน ปรากฏตัวทันทีในบรรทัดแรกพร้อมกับแฟนสาวชื่อ เลอา ฉันแปลกใจมากเพราะชื่อตัวละครทั้งสองมีชื่อเหมือนกับฉันและแฟนของฉัน และสถานะของตัวละครทั้งสองมีก็ดูเหมือนจะเหมือนกับฉันและแฟนด้วย

มันคือพรหมลิขิตสินะ! ฉันมีความอยากอ่านนิยายเรื่องนี้มากขึ้นเยอะเลย

บทนำได้เล่าถึงความหวานแหววของฉันและแฟน...ฉันหมายถึงตัวละครในนิยายที่มีชื่อว่าวารินและเลอา พวกเขากำลังเดินเที่ยวกันในเดินเที่ยวย่านการค้าแห่งหนึ่ง พวกเขาดูรักกันมากกก

ในบทนำฉันไม่สนใจอ่านอะไรมากนักนอกจากความรักของตัวละครวารินและเลอา ฉันมองข้ามคำบรรยายของตัวละครสำคัญตัวอื่นไปหมด อันที่จริงฉันไม่คิดว่าพวกเขาสำคัญเพราะคำบรรยายทำเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นฉากประกอบเท่านั้น และบทนำก็จบลงไปพร้อมกับประโยคน่าสงสัยว่า

ทว่าความสงบสุขเหล่านี้กลับอยู่ได้ไม่นาน มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...

ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่าบทต่อไปจะต้องเป็นบทที่ทำให้ฉันอยากฉีกหนังสือทิ้ง ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ บทที่หนึ่งของนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ เริ่มมาด้วยฉากสยองขวัญ ตัวละครเลอาเดินไปตามซอยเปลี่ยวและถูกฆาตกรโรคจิตฆ่าตาย ตอนฆาตกรโรคจิตกำลังฆ่าตัวละครเลอามันถูกบรรยายละเอียดซะจนฉันต้องอ่านข้ามไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

เปิดฉากมาซะหวาน ไหงพอตัดฉากมามันถึงกลายเป็นฉากฆาตกรรมไปได้! แล้วทำไมตัวละครเลอาที่ควรเป็นนางเอกถึงได้ตายอนาถแบบนี้!

หลังจากข้ามฉากฆาตกรไปฉากก็ตัดไปยังฉากที่ตัวละครวารินรู้สึกสงสัยว่าทำไมแฟนสาวกลับมาบ้านช้า ด้วยความเป็นห่วงก็เลยออกไปตามหาและพบกับสภาพศพสุดเละเทะของแฟนสาวเข้า

ฉากนี้บรรยายได้สะเทือนใจฉันมาก ฉันห้ามหัวใจไม่ให้เจ็บปวดได้เลย ตัวละครวารินมีชื่อและมีนิสัยคล้ายกับแฟนของฉันมาก ฉันก็เลยเผลอคิดว่าตัวละครวารินคือแฟนของฉัน ฉันถนอมและปกป้องแฟนมาตลอดเพราะงั้นฉันจึงไม่อยากให้เขาเจ็บปวดเลย ฉันอยากปกป้องดูแลเขาให้ดีที่สุด ดีชนิดที่ว่าฉันจะไม่ยอมให้มีตัวสกปรกสักอย่างมาแตะต้องแม้แต่ปลายผมของเขาได้

หลังจากพบศพตัวละครเลอา วารินก็กรีดร้องและร้องไห้อย่างเศร้าเสียใจ เขาสติแตกมากจนกระทั่งเสาไฟสาธารณะและไฟฟ้าในบ้านใกล้เคียงถูกทำลายจนหมด ทันใดนั้นเองชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัว การบรรยายการปรากฏตัวของชายคนนั้นโดดเด่นมากและการบรรยายลักษณะภายนอกของเขาก็ดูน่าประทับใจเช่นกัน อ่านโดยรวมแล้วให้ความรู้สึกว่าชายคนนั้นหล่อมาก

ดวงตาสีเหลืองทองราวกับตาแมว เส้นผมสีเงินเป็นประกายสีแดงเมื่อต้องกับแสงจันทร์

บรรยายซะไม่เหมือนลักษณะของมนุษย์ ฉันเบะปากไม่ชอบใจ ไม่รู้ทำไม แต่ฉันรู้สึกไม่ชอบผู้ชายที่เพิ่งปรากฏตัวออกมามาก สัญชาตญาณความเป็นหญิงของฉันบอกว่าเขาเป็นศัตรู และก็ดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของฉันจะแม่นยำเช่นเดิม ชายตาแมวคนนั้นเดินเข้าไปใกล้วารินที่กำลังเสียสติได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ได้รับความเสียหายจากการอาละวาดของวารินเลย จากนั้นชายตาแมวคนนั้นก็กระชากผมวารินของฉัน!

ไอ้*** ทำอะไรกับสุดที่รักของฉัน!

ฉันโมโหมากเมื่ออ่านถึงบรรทัดนี้และฉันยิ่งโมโหมากกว่าเดิมในบรรทัดต่อไปเพราะผู้ชายตาแมวคนนั้นก้มลงจูบตัวละครวาริน! จูบแบบ...ดุดื่มด้วย จากนั้นชายตาแมวก็แอบเอาเข็มฉีดยาบางอย่างแทงต้นคอของตัวละครวารินจนเขาสลบไป จากนั้นตัวละครวารินก็ถูกอุ้มไป...

ฉันปิดหนังสือทันทีและมองปกหนังสืออย่างละเอียดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และฉันก็พบว่ามันอยู่ในหมวด BL หมวดชายรักชาย! และไม่ใช่แค่นั้นมัน 3P ด้วย! ฉันไม่ได้มีอคติกับชายรักชายหรอกนะ แต่นิยายเล่มนี้มันเฮงซวย!

ตัวละครชื่อเหมือนฉันตายทันทีในบทแรกและตัวละครที่มีชื่อเหมือนแฟนของฉันก็ถูกผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้จูบและอุ้มไป ไม่ต้องอ่านจนจบก็รู้ได้เลยว่าตัวละครวารินคือ...นายเอก!

ไม่ยอม! ฉันไม่ยอมให้แฟนสุดน่ารักของฉันถูกผู้ชายอื่นฉกไปแน่! เขาต้องแต่งงานกับฉัน มีลูกกับฉัน!

ฉันโยนนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ ทิ้งและไม่สนใจไยดีมันอีก อ่านแค่ห้าหน้าฉันก็อินขนาดนี้แล้ว ถ้าฉันยังอ่านอีกฉันคงอกแตกตายแน่

“กลับมาแล้ว” ในขณะที่ฉันกำลังหัวเสียวารินก็กลับมาถึงบ้านพอดี

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” ฉันตะโกนตอบกลับไปแล้ววิ่งไปที่ประตูเพื่อต้อนรับวาริน

ฉันและวารินคบกันมาได้เจ็ดปีแล้ว เราได้ตกลงที่จะอยู่ด้วยกันจึงซื้อบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งและได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังใหม่ได้สามวันแล้ว

“ฉันจัดของในบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นไงบ้าง? ของทุกอย่างใหม่เอี่ยมไม่มีของมือสอง เธอไม่ต้องระวังตอนจับสิ่งของในบ้านก็ได้นะ” ฉันอวดผลงานที่ทำมาทั้งวันทันที เนื่องจากวันนี้วารินมีงานฉันก็เลยต้องจัดบ้านที่เพิ่งย้ายมาคนเดียว

“ดีมากเลย ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่ช่วย” วารินเอ่ยเสียงเบาและนิ่มนวลตามลักษณะนิสัยของเขา

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง เธอน่าจะเหนื่อยมากกว่านะต้องสอนเด็กทั้งวันเลยนี่นา” พอฉันพูดจบวารินก็โผเข้ากอดฉันอย่างหมดแรง

“มีแต่เด็กดื้อทั้งนั้น” เขาอดบ่นไม่ได้

วารินคือครูสอนดนตรีในโรงเรียนประถม ไม่แปลกที่เขาจะหมดแรงแบบนี้ แตกต่างจากงานของฉันที่เป็นนักแปล ฉันสามารถนั่งทำงานในบ้านได้ทั้งวันโดยที่ไม่ต้องไปไหน ไม่เหนื่อยแต่เมื่อยแทนและแอบมีปัญหาเรื่องปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย…

แต่ฉันก็ชอบงานนี้เพราะได้เงินดี ฉันอ่านเขียนได้หลายภาษาก็เลยได้เซ็นสัญญาที่จะเป็นนักแปลนิยายให้กับสำนักพิมพ์หนึ่ง งานก็เลยมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่มีงานฉันก็จะรับแปลเอกสารต่างๆ แม้จะต้องทำงานแบบไม่มีเวลาว่างแต่ก็คุ้มดี

“ไปนั่งพักสักหน่อยแล้วกัน วันนี้ฉันจะรับหน้าที่ทำอาหารเอง” ฉันว่าพลางลากเด็กโตไปนั่งโซฟา แต่กลายเป็นว่าเขาล้มตัวลงไปนอนแทนและลากฉันไปนอนทับ “อะไรกัน วันนี้อยากอ้อนเหรอ?”

“งืม..” วารินบ่นงึมงำในลำคอ ฉันเอื้อมมือไปบีบแก้มของเขาอย่างเอ็นดู “วันนี้ผมบังเอิญแตะตัวเด็กคนหนึ่ง...”

เขาเกริ่นนำเสียงแผ่วเบา ฉันจึงเงียบรอฟังเขาเล่าพลางกอดเขาเพื่อปลอบประโลมเขา

“เด็กคนนั้นสูญเสียครอบครัวทั้งหมด...เขายังเด็กมาก...” วารินพึมพำเสียงเศร้าสร้อย ทันใดนั้นไฟในบ้านก็กะพริบ หลอดไฟใหม่ที่เพิ่งติดตั้งเหมือนจะพัง

“ไม่เป็นไร เด็กคนนั้นต้องผ่านไปได้แน่ เราแค่ต้องให้กำลังใจเขา ฉันเชื่อว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้แน่” ฉันเอ่ยพลางลูบแขนของวาริน ไฟในบ้านจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ “ถ้าเราช่วยเหลือเขาเท่าที่เราจะทำได้ชีวิตของเด็กคนนั้นก็อาจจะไม่โดดเดี่ยวมากเกินไป”

“ผมจะคุยกับเด็กคนนั้นวันพรุ่งนี้” วารินกล่าวอย่างมุ่งมั่น

“เล่นดนตรีให้เขาฟังสิ เสียงดนตรีของเธอคือยาดีสำหรับรักษาจิตใจเลย” ฉันยิ้มให้กำลังใจเขา วารินยิ้มรับด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อย

“วันนี้ผมจะเป็นคนทำอาหารแล้วกันนะครับ” เมื่ออารมณ์ดีขึ้นมาแล้ววารินก็เหมือนจะฟื้นตัวจากความเหนื่อยทันที เขาเสนอตัวที่จะทำอาหารเย็นในวันนี้ ฉันไม่ขัดใจเขาและปล่อยให้เขาเข้าครัวทำอาหาร เดิมทีแล้วหน้าที่ทำอาหารคือของเขาอยู่แล้วเพราะว่าเขาทำอาหารได้อร่อยมากกว่าฉัน ฝีมือทำอาหารของฉันค่อนข้างจะธรรมดาและแอบเอนเอียงไปทางไม่ค่อยจะกินได้เพราะทุกครั้งที่ปรุงอาหารถ้าไม่เค็มเกินไปมันก็จะหวานเกินไป สักวันคงเป็นโรคร้ายสักโรค

“อา วารินช่วยชีวิตฉันไว้เลย” ฉันโผเข้ากอดวารินจากทางด้านหลัง วารินสะดุ้งเบาๆ

“ผมทำอาหารอยู่นะ” วารินคล้ายจะทำเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก

“อาหารของวารินช่วยไม่ให้ฉันมีโรคร้าย ดีจริงๆ” ฉันเอ่ยพลางลูบเอววารินอย่างตั้งใจ วารินยังคงเป็นผู้ชายเอวบางเช่นเดิม แม้จะไม่ได้บางเหมือนผู้หญิงแต่ก็บางกว่าผู้ชายทั่วไปเล็กน้อย เพราะงั้นฉันเลยหวงเขามากไง

“รู้แล้วครับ ไปนั่งรอก่อนนะ อีกไม่นานอาหารก็จะเสร็จแล้ว” วารินพูดเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มอ่อน หัวใจของฉันเหมือนจะละลาย...

ฉันก็เลยยอมไปนั่งรอทานอาหารเย็นอย่างสงบเสงี่ยม ขณะเดียวกันก็จ้องมองทุกท่วงท่าขณะทำอาหารของวาริน เขาช่างเป็นพ่อบ้านที่น่ารักจริงๆ! ยิ่งมองฉันก็ยิ่งหลงเขา หลงยิ่งกว่าตอนเจอกันครั้งแรกซะอีก ฉันยังจำตอนที่เขาทำหน้าตกใจตอนฉันจับก้นได้อยู่เลย

งืม~ คิดแล้วอยากจับก้นแน่นๆ นั่น

“เลอา ผมรู้สึกถึงสายตาหื่นกามของคุณ” วารินหันมายิ้มให้ฉันอย่างรู้ทัน

“แหม นิดเดียวเอง” ฉันหัวเราะพลางส่งสายตาวิบวับ “ว่าแต่เราไม่ได้ไปเดตกันนานแล้วนะ”

“งั้นวันเสาร์นี้เราไปเดตกันไหม?” วารินเอ่ยอย่างเอาใจ

“แน่นอนว่าฉันไปแน่!” ฉันตอบรับอย่างยินดี

และแล้ววันเสาร์ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว ในตอนเช้าของวันเสาร์ฉันรีบตื่นขึ้นมาเลือกชุดและแต่งหน้าเพราะฉันอยากสวยที่สุดในวันที่ได้เดตกับวาริน

“คุณชอบทำเหมือนกับว่ามันเป็นเดตแรกเสียทุกครั้ง” วารินหัวเราะด้วยความเอ็นดู

“วารินคือเดตแรกของฉันเสมอ” ฉันว่าพลางขยิบตาและส่งยิ้มไปให้วาริน วารินยิ้มรับและเดินเข้ามาหอมแก้มของฉันเร็วๆ ก่อนจะหนีไปแต่งตัวบ้าง แต่คิดเหรอว่าจะหนีหลังจากขโมยหอมแก้มฉันไปน่ะ!

ในขณะที่วารินกำลังติดกระดุมเสื้อฉันก็พุ่งเข้าไปใกล้เขาและล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเขาอย่างชำนาญ “ยังนุ่มนิ่มเหมือนเคย”

“อ๊ะ เดี๋ยวเถอะเลอา” วารินทำเสียงดุเพื่อห้ามปรามมืออันอยู่ไม่สุขของฉัน

“น่าเศร้านะที่สร้างกล้ามเนื้อไม่ได้สักที แต่ไม่เป็นไร ฉันชอบแบบนี้ล่ะ” ฉันหัวเราะคิกคักพลางลูบไล้ไปทั่วร่างกายของวาริน

“หยุดเลยไม่งั้นวันนี้ก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกนะ” แววตาของวารินเปลี่ยนไป หัวใจของฉันเต้นแรงด้วยความวาบหวาม

“อีกใจหนึ่งก็อยากออกไปแต่อีกใจหนึ่งก็อยากอยู่บ้านต่อซะแล้วสิ” ฉันกล่าวพลางกุมหัวใจของตัวเองด้วยท่าทางเขินอาย วารินส่ายหัวปลงและหันไปติดกระดุมเสื้อต่อ ฉันก็เลยรีบไปจัดการตัวเองให้เสร็จ พอแต่งตัวแล้วจะได้ออกไปทันที

ซึ่งในขณะที่ฉันกำลังเตรียมของใส่กระเป๋าสะพายฉันก็เหลือบไปเห็นสเปรย์พริกไทยที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันไม่รู้ว่าทำไมแต่ฉันมีความรู้ว่าจะได้เจอศัตรูที่น่าเกลียดชังฉันก็เลยหยิบมันใส่กระเป๋า และหลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้วพวกเราก็พร้อมออกไปเดต

วันนี้เราเลือกที่จะไปเดตในย่านการค้าแห่งหนึ่งเพราะการที่เราได้เดินเล่นและดูนั่นดูนี่ไปด้วยกันมันคือความสุขของพวกเรา

“วันเสาร์คึกคักอย่างนี้สินะ” ฉันมองรอบข้างที่เต็มไปด้วยผู้คน “ใส่ถุงมือเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” ฉันหันไปถามวาริน

“ผมพอควบคุมได้แล้ว ไม่มีปัญหาหรอก” เขายิ้มกว้างเพื่อให้ฉันสบายใจ

“ดื้อ แต่เอาเถอะวันนี้อากาศร้อน ถ้าใส่ถุงมือคงอึดอัดน่าดู”

จากนั้นเราก็เดินเล่นไปทั่ว ซื้อนั่นซื้อนี่หลายอย่าง ซึ่งส่วนมากก็เป็นอาหารกินเล่นทั้งนั้น

ฉันและวารินเดินเล่นกันไปตามประสาคู่รักออกเดต ทุกอย่างราบรื่นดีจนกระทั่งบางอย่างสะกิดใจให้ฉันสังเกตมองคนที่เดินผ่านไปผ่านมาตามถนน ห่างไกลออกไปไม่กี่ก้าวจากฉันกับวารินมีชายร่างสูงคนหนึ่งถือร่มเดินมาตามถนน คนถือร่มในวันแดดออกจัดก็ไม่ถือว่าแปลก ทุกคนเข้าใจกันดีว่าแดดมันร้อน แต่ไม่รู้ทำไมฉันรู้ตะขิดตะขวงใจแปลกๆ

ในจังหวะที่ฉันและวารินเดินผ่านผู้ชายถือร่มคนนั้น พวกเราได้หันหน้ามาสบตากันโดยบังเอิญ ชายคนนั้นสวมแว่นตากันแดดแต่ในมุมมองของฉัน ฉันเห็นดวงตาสีทองเหมือนตาแมวของชายคนนั้น และสิ่งที่สะดุดตามากกว่านั้นก็คือเส้นผมสีเงินประกายสีแดง

ทำไมฉันรู้สึกคุ้นๆ ทั้งที่ไม่น่าจะเคยเห็นนะ…

“อ๊ะ ขอโทษครับ” เสียงของวารินทำให้ฉันที่กำลังเหม่อลอยได้สติกลับมา เมื่อฉันหันไปหาวารินฉันก็พบว่าเขาเดินไปชนชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง

“วาริน เป็นอะไรรึเปล่า” ฉันรีบวิ่งไปหาแฟนหนุ่มทันที ฉันใช้แขนโอบเอววารินและจ้องกลุ่มชายชุดดำเขม็ง

กลุ่มชายชุดดำพวกนั้นน่าจะเป็นบอดี้การ์ดเพราะมีชายหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งยืนอยู่กลางวง ชายคนนั้นมีผมสีดำและดวงตาสีฟ้าสวยงาม

ฉันรู้สึกคุ้นอีกแล้ว

“ไป” ชายตาฟ้าคนนั้นเปรยตามองพวกฉันแวบหนึ่งและเดินไปขึ้นรถหรู จากนั้นพวกเขาก็ขับรถจากไป

“คนพวกนั้นแอบน่ากลัวเนอะ” วารินพูดเสียงเบา

“คราวหน้าก็ระวังสิ”

“เลอา ตรงนั้นมีร้านดอกไม้ด้วย เราแวะไปดูกัน” วารินหันมาเอ่ยชักชวน ดูเหมือนเขาไม่ได้ฟังประโยคเมื่อกี้ของฉันเลย

“อืม ไปสิ” ฉันก็ได้แต่เดินตามเขาไป

และเมื่อเราไปถึงร้านขายดอกไม้พนักงานร้านก็เดินมาต้อนรับ พนักงานคนนั้นเป็นเด็กหนุ่มที่มีผมสีทองและตาสีเขียว

ทำไมฉันรู้สึกคุ้นอีกแล้ว…

“ยินดีต้อนรับครับ อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ” พนักงานหนุ่มถาม

“ผมอยากได้ต้นไม้เล็กๆ ประดับโต๊ะหรือไม่ก็หน้าต่างบ้าน” วารินกล่าว จะว่าไปบ้านที่พวกเราเพิ่งย้ายไปยังไม่มีต้นไม้หรือดอกไม้ประดับสักต้นเลย

“ผมช่วยแนะนำได้นะครับ”

จากนั้นวารินและพนักงานคนนั้นก็เดินเข้าไปเลือกต้นไม้ในร้าน ฉันมองพวกเขาด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ฉันเดาว่าในอนาคตอันใกล้นี้วารินจะสั่งกล้วยไม้สีขาวสามต้น กระบองเพชรอีกหนึ่งและเบญจมาศอีกสามต้น และเขาจะขอให้ทางร้านส่งไปให้ถึงบ้าน และจากนั้นวารินก็จะถือดอกกุหลาบมาให้ฉันและพูดว่า…

“ดอกไม้แห่งความรักเหมาะที่จะให้กับคนที่ผมรักที่สุด”

ใช่ ประโยคนี้แหละที่วารินจะพูด

“พูด พูดแบบนั้นฉันก็เขินสิ” ฉันรับดอกกุหลาบที่วารินยืนมาให้ด้วยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกันหัวใจของฉันเริ่มเต้นกระหน่ำ แต่ไม่ใช่เพราะเขินแน่นอน “ว่าแต่สั่งซื้ออะไรไปบ้างล่ะ?”

“ผมสั่งซื้อกล้วยไม้สีขาวสามต้น เบญจมาศอีกสามต้น และกระบองเพชรอีกหนึ่ง ไม่เกินสามวันเขาบอกว่าจะส่งมาให้ถึงบ้าน” วารินตอบด้วยรอยยิ้มสดใส

“งั้นเหรอ ดีเลย!” ฉันฝืนยิ้มตอบส่วนในใจก็กรีดร้อง

ชัดเลย! มันชัดมาก! เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเหมือนกับเหตุการณ์ที่ถูกเขียนไว้ในนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ ไม่มีผิด!

ฉากลับฉากหนึ่งในนิยาย ปกป้องหัวใจวาริน

หลังฉาก : วาริน

บ่อยครั้งเขาก็สงสัยว่าทำไมเขาต้องมารับรู้เรื่องราวและความรู้สึกของคนอื่น ความเศร้า ความสุข ความกลัว ความโกรธ ความสิ้นหวัง ความรู้สึกพวกนั้นมักถาโถมเข้ามาในหัวของเขาทุกครั้งที่เขาสัมผัสสิ่งของบางอย่างโดยที่ไม่ได้ตั้งใจและเมื่ออารมณ์ของเขาแปรปรวนเขาก็มักจะทำไฟดับและบางครั้งก็พังข้าวของอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เขายังเด็ก นั่นทำให้เขาถูกมองว่าเป็นตัวอันตรายและเป็นเด็กเสียสติเพราะเขามักกรีดร้องด้วยความกลัวเมื่อได้เห็นสิ่งที่ไม่ต้องการจากการสัมผัสสิ่งของแปลกปลอม

เขาควบคุมมันไม่ได้เขาก็เลยต้องเห็นพวกมัน เขาไม่เคยต้องการพลังเช่นนี้เลยเพราะพลังนี้มันทำให้พ่อแม่ของเขากังวลและ...หวาดกลัว

เพราะอย่างนั้นเขาจึงพยายามซ่อนพลังของตัวเองไม่ให้ใครได้เห็นหรือได้รับรู้ แม้จะต้องเจ็บปวดเพราะพลังที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายเขาก็จะอดทนกับมัน เขาหวังว่าเขาจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขไร้ซึ่งความกังวลและหวาดกลัว

แต่อุบัติเหตุก็ได้พรากชีวิตของพ่อแม่ของเขาไป นั่นทำให้เขาต้องไปอยู่กับญาติของเขาที่มีแต่ปัญหาชีวิตและไม่แม้แต่จะเต็มใจรับเลี้ยงเขา ทุกวันเขาจะต้องรับรู้ถึงความรู้สึกด้านลบของคนที่เลี้ยงดูเขา นั่นทำให้เขารู้ตัวว่าแสงสว่างนำทางในชีวิตของเขาได้หายไปแล้ว...

เขามีชีวิตอย่างไร้จุดหมาย จิตใจของเขาเริ่มรู้สึกว่างเปล่าและอ้างว้าง เขาจึงยิ้มและยิ้มเพื่อกลบฝังความว่างเปล่าในใจ จนกระทั่งโชคชะตาได้ทำให้เขาได้มีโอกาสพบคนที่เป็นแสงสว่างของตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวที่ไม่เคยถูกโชคชะตาเข้าข้าง

“ชื่อวารินเหรอ? ว้าวชื่อเพราะดีเหมาะสำหรับมาเป็นกระเป๋าเงินของฉัน”

เป็นกระเป๋าเงินหมายความว่าเขาจะต้องให้เงินกับเธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือก็คือเขาถูกรีดไถเงิน...ในตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดหรอกนะว่าเธอคนนี้จะมาเป็นแสงสว่างให้กับเขา

“ทั้งที่มีพลังน่าปวดหัวแบบนั้นแต่วารินก็ยังเป็นวารินอย่างทุกวันนี้ได้ ทั้งอ่อนโยน ใจดี ยิ้มสวย ดูนุ่มนิ่มน่าปกป้อง อ่า...เธอน่ารักจังชักชอบแล้วสิ” ไม่พูดเปล่าเธอยังลูบไปทั่วหน้าของเขาด้วยสีหน้า...ไม่น่าไว้ใจนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบ

ทั้งที่มือคู่นี้เคยต่อยปากคนจนฟันหลุดมาแล้วแท้ๆ แต่สัมผัสจากมือของเธอกลับให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลมและเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจของเขา

“ดูเหมือนว่าฉันจะตกหลุมรักเธอแล้วล่ะวาริน”

เหมือนกัน...

เพื่อยึดเธอไว้ไม่ให้จากไปเขาจะต้องทำตัวน่ารักและน่าปกป้องอย่างที่เธอต้องการ

“อย่าหวังว่าชีวิตนี้เธอจะหนีไปจากฉันได้!”

คุณก็เช่นกันเลอา ผมจะจับมือคุณไว้ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
64 فصول
ตอนที่ 1 นิยายเฮงซวย
ตอนที่ 1 นิยายเฮงซวยวันหนึ่งมีกล่องปริศนากล่องหนึ่งมาวางอยู่หน้าบ้านของฉัน บนกล่องไม่ได้เขียนระบุอะไรไว้เลยแม้แต่ชื่อผู้ส่งก็ไม่มีระบุ ฉันก็เลยไม่รู้ว่ามันคือของใครและมาจากไหนและไม่รู้เลยว่าข้างในมีอะไร ด้วยความอยากรู้อยากเห็นฉันก็เลยลองเปิดดูในกล่องมีนิยายเล่มหนึ่ง หน้าปกนิยายมีสีดำทั้งหมดและบนปกมีชื่อเรื่องเขียนไว้ว่า ‘ปกป้องหัวใจวาริน’แหม ชื่อเหมือนแฟนหนุ่มสุดที่รักของฉันเลยนะและในกล่องก็ยังมีการ์ดใบหนึ่งที่เขียนไว้ว่า…ถึง คุณเลอาคุณคือผู้โชคดีที่ได้อ่านนิยายพิเศษเรื่อง ปกป้องหัวใจวาริน เนื่องจากว่านิยายเรื่องนี้ไม่เคยมีการวางขายในโลกนี้จึงมีเพียงเล่มเดียวในโลก ขอให้สนุกกับการอ่านนิยาย!ฉันสงสัยจริงว่านิยายเรื่องนี้มีอะไรพิเศษกัน ทำไมถึงมีแค่เล่มเดียวในโลก มันคือนิยายขายไม่ออกใช่ไหม?ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นเคยฉันก็เลยลองเปิดอ่านนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ นิยายเริ่มต้นมาด้วยบทนำ ตัวละครเอกชื่อ วาริน ปรากฏตัวทันทีในบรรทัดแรกพร้อมกับแฟนสาวชื่อ เลอา ฉันแปลกใจมากเพราะชื่อตัวละครทั้งสองมีชื่อเหมือนกับฉันและแฟนของฉัน และสถานะของตัวละครทั้งสองมีก็ดูเหมือนจะเหมือนกับฉันและแฟนด
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 นิยายบอกอนาคต
ตอนที่ 2 นิยายบอกอนาคตเมื่อกลับถึงบ้านฉันก็รีบตรงดิ่งไปหาหนังสือนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ และเปิดอ่านบทนำของนิยายเพื่ออ่านให้แน่ใจว่าตัวเองจำไม่ผิด ซึ่งปรากฏว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉันและวารินวันนี้มันตรงกับสิ่งที่เขียนไว้ในบทนำของนิยายเก้าในสิบส่วนมันเป็นไปได้ยังไง!?จะบอกว่านิยายเล่มนี้เขียนตามสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันและวารินก็ไม่ใช่เพราะนิยายเล่มนี้ส่งมาก่อนที่ฉันจะไปออกเดตกับวารินซะอีก นั่นหมายความว่านิยายเล่มนี้เขียนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต...สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต...นั่นหมายความว่าฉันจะตายเรอะ!? แถมวารินยังจะกลายเป็นของผู้ชายคนอื่น! ฉันอยากกระอักเลือด นั่นเป็นสิ่งที่ฉันยอมรับไม่ได้ วารินเป็นของฉัน!ฉันไม่เชื่อในทันทีว่าในนิยายเล่มนี้เขียนสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ฉันอดทนอ่านต่อจากตรงที่อ่านค้างไว้เพื่อหาเบาะแส หลังจากวารินในนิยายถูกชายตาแมวอุ้มไปฉากก็ตัดมาที่วารินตื่นขึ้นมาในห้องแห่งหนึ่งที่เหมือนห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล แต่มันไม่ใช่โรงพยาบาล มันคือศูนย์วิจัยพลังจิตแห่งหนึ่ง เมื่อฉันอ่านถึงตรงนี้ฉันไม่ได้คิดว่าศูนย์วิจัยนี้เป็นศูนย์วิจัยที่ไร้สาระหรือแต่งเกินจริงเพราะฉันรู้ว
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 อ่านบทต่อไป
ตอนที่ 3 อ่านบทต่อไป สามวันแล้วที่ฉันและวารินย้ายมาอยู่ที่คอนโดมิเนียมสุดหรูที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยระดับสูงของอาเธอร์ ยอมรับเลยว่าไม่เพียงแค่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม ห้องพักที่พวกฉันได้รับมันยอดเยี่ยมมากจริงๆ เพราะมันมีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะห้องน้ำสองห้อง ห้องนอนสองห้อง ห้องครัวและห้องนั่งเล่นที่กว้างมาก มันกว้างใหญ่พอที่จะอยู่เป็นครอบครัวใหญ่เลยเชียวล่ะและมันทั้งหรูหราและสะดวกสบาย อีกทั้งวิวของห้องพักของพวกฉันก็สวยมากด้วยเพราะพวกฉันได้อยู่ชั้นสิบ ห่างจากชั้นสูงสุดเพียงแค่ห้าชั้นเท่านั้น แต่ที่ดีที่สุดคงไม่พ้นเรื่องที่ว่าฉันและวารินสามารถพักที่นี่ได้ฟรีจนกว่าจะจับฆาตกรได้สำเร็จ คุณตำรวจเมลอะไรนั่นดูเหมือนจะต่อรองไว้แบบนั้น ฉันก็เลยสบายใจเรื่องเงินและพักที่คอนโดของอาเธอร์อย่างไม่คิดจะเกรงใจและหวังจะเอากำไรจากมันให้ได้มากที่สุดแต่เพราะยังรู้สึกไม่คุ้นเคยและรู้สึกแปลกที่ไปหน่อยฉันและวารินจึงยังไม่ได้ไปสำรวจที่ไหนนอกจากห้องสุดหรูที่ได้มาแบบไม่ต้องเสียเงิน และพอเริ่มรู้สึกสบายใจแล้วว่าอยู่ที่นี่จะปลอดภัยไม่มีปัญหาพวกฉันก็เริ่มที่จะจัดข้าวของของตัวเองให้เข้าที่“ทั้งที่เมื่อไม่
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 ผะ ผี?
ตอนที่ 4 ผะ ผี?วารินไม่สามารถออกไปทำงานได้และฉันก็จะไม่มีงานเข้ามาสักพัก พวกเราจึงว่างมาก ด้วยความว่างจัดฉันและวารินจึงตกลงกันว่าจะไปสำรวจชั้นหนึ่งถึงชั้นห้าของคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ส่วนกลางไว้พักผ่อนด้วย มันมีทั้งสระว่ายน้ำ สถานที่ออกกำลังกายและสนามกีฬาในร่ม สวนไม้ และโซนสำหรับนั่งทำงานและอ่านหนังสือเงียบๆ มันมีโซนร้านอาหารด้วย ถ้าไม่แวะไปใช้บริการเสียหน่อยคงไม่คุ้มค่าที่ได้อยู่ที่นี่ฟรีโซนแรกที่พวกฉันไปก็คือโซนร้านอาหาร เพราะอาหารคือสิ่งสำคัญ! ถ้าอาหารไม่อร่อยและมีไม่หลากหลายฉันคงไม่สามารถหมกตัวอยู่แต่ในคอนโดได้ ถึงจะมีวารินทำอาหารให้กินก็เถอะ แต่บางครั้งก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อีกอย่างพวกฉันไม่สามารถออกไปเลือกวัตถุดิบอาหารได้ด้วยตัวเอง ถ้าวัตถุดิบหมดก็ต้องรอให้พนักงานมาส่งให้ ซึ่งฉันอาจจะรอไม่ได้“มีร้านขนมหวานด้วย” เมื่อมาถึงโซนอาหารสายตาของฉันไปสะดุดกับร้านของหวานทันที“กินไหม? ผมได้ยินมาด้วยว่าถ้าอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งนี้เราก็จะได้ส่วนลดพิเศษด้วย” วารินพูด“กิน!” ฉันไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปในร้านของหวานทันที ฉันกวาดสายตามองทั่วร้านรอบหนึ่งและเลือกโต๊ะที่อยู่ติดกับหน้าต่างกระจก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 มิติซ้อนทับ
ตอนที่ 5 มิติซ้อนทับณ ห้องพักฟื้นผู้ป่วยในโรงพยาบาล“ป้าดีใจที่วารินมาเยี่ยมป้านะ เราไม่ได้เจอกันนานเลย” คนป่วยบนเตียงเอ่ยพลางฉีกยิ้ม“ครับ อาการป่วยของคุณป้าเป็นยังไงบ้างครับ?” วารินถามด้วยความเป็นห่วง“ก็...แค่ก! แค่ก!” ป้าของวารินไอ้อย่างหนักเป็นคำตอบว่า ป่วยหนักมาก!“คุณแม่!” ลูกชายของคุณป้าของวารินหรือธันวารีบเข้าไปประคองแม่ของตัวเอง“เดี๋ยวผมรินน้ำให้นะครับ” วารินรีบหันไปรินน้ำให้ป้าของเขาฉันยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเหมือนนั่งดูละคร ฉันล่ะรังเกียจนักที่ป้าของวารินทำท่าเหมือนดีใจที่วารินมาเยี่ยมทั้งที่ใจจริงไม่เคยคิดจะสนใจวารินเลยและลูกชายของยัยป้านั่นด้วย มาทำตัวกตัญญูอะไรตอนนี้“ถ้าได้ผ่าตัดละก็คุณแม่จะต้องดีขึ้นแน่ๆ เลยแต่เงินที่เรามีกลับไม่พอ” ธันวากล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าทุกข์ใจฉันยืนกลอกตาอย่างรำคาญอยู่มุมห้องให้ขณะที่คนอื่นในห้องกำลังทำท่าทางทุกข์ใจอย่างมาก เกริ่นนำขึ้นมาแบบนี้มีหรือที่ฉันจะไม่รู้เจตนาของเขา เรียกวารินมาเพื่อขอเงินชัดๆ“เดี๋ยวผมจะช่วยจ่ายเอง” วารินก็ใจดีเสนอเงินให้แบบไม่หวง“จริงเหรอ!? ดีจริงๆ” ธันวามีสีหน้าชื่นบานขึ้นมาทันที ความทุกข์ใจก่อนหน้านี้
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 เพื่อนเก่า
ตอนที่ 6 เพื่อนเก่าในนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ หลังจากที่วารินได้ดอกไม้จากเด็กส่งดอกไม้ชื่อภาคินฉากก็ตัดไปที่บทสนทนาผ่านโทรศัพท์ของอาเธอร์และคนที่น่าจะเป็นผู้ลงทุนในงานวิจัยของอาเธอร์ จากบทสนทนาของพวกเขาจับใจความได้ว่าผู้ลงทุนคนนั้นชื่อว่าโนอาห์และเป็นเพื่อนคนสนิทของอาเธอร์และเป็นผู้มีพลังจิตที่สามารถถอดจิตได้และเขากำลังมีปัญหาเกี่ยวกับพลังของเขามากเพราะพลังของเขาทำงานเองโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจหรือก็คือเขาควบคุมมันไม่ได้ มันทำให้จิตของเขาสามารถหลุดออกจากร่างได้ตลอดเวลามันเป็นปัญหาในชีวิตประจำวันพอสมควรและอาจจะอันตรายถึงชีวิตด้วยเพราะถ้าเขาไม่รู้ว่าจิตตัวเองออกจากร่างและปล่อยให้จิตออกจากร่างนานเกินไปเขาก็จะตายในที่สุด[เมื่อไหร่ยาตัวใหม่จะสำเร็จ ฉันไม่ได้ชอบล้มตัวนอนทุกที่ทุกเวลาแบบนี้หรอกนะ] น้ำเสียงเครียดปนร้อนรนของโนอาห์ดังผ่านโทรศัพท์ของอาเธอร์“ก็คงอีกสักพักล่ะนะ หนูทดลองคราวนี้ฉันอยากจะทะนุถนอมสักหน่อย” อาเธอร์หัวเราะและยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงหนูทดลองของเขา ซึ่งนั่นก็คือวาริน[คนที่นายบอกว่าน่าสนใจสินะ...ฉันอยากเจออยู่เหมือนกัน] โนอาห์คล้ายสนใจขึ้นมา“ฉันจองแล้ว อย่ายุ่งเชียวล่
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 ฝึกร่างกาย
ตอนที่ 7 ฝึกร่างกายก่อนเริ่มฝึกการใช้พลังจิตและวิชาการต่อสู้ อย่างแรกที่ควรทำก่อนหน้านั้นก็คือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย วันนี้ฉันและวารินจึงไปที่ฟิตเนส แน่นอนว่าเป็นฟิตเนสที่อยู่ในเวลเลอร์คอนโดมิเนียมเพราะถ้าไปข้างนอกพวกฉันอาจจะไปสะดุดตาของพรรคพวกของเจ้าฆาตกรนั่นอีกรอบเมื่อวันก่อนพวกฉันไม่ได้ระวังตัวให้ดีจึงถูกดึงเข้าไปในมิติซ้อนทับ แม้ว่าฉันและวารินจะรอดมาได้โดยไม่มีบาดแผลยกเว้นดรีมที่ได้รับบาดเจ็บเพราะมาปกป้องฉัน แต่ในสถานการณ์ที่หลุดเข้าไปในเขตของศัตรูแบบนั้นมันถือว่าอันตรายมาก ในตอนนั้นศัตรูโผล่มาสองคนน่าจะเป็นเพราะพวกฉันปรากฏตัวอย่างกะทันหันเกินไป คนพวกนั้นก็เลยเตรียมคนมาไล่ฆ่าพวกฉันไม่ทัน อีกทั้งคนที่เป็นเจ้าของมิติซ้อนทับไม่แม้แต่จะปรากฏตัวให้พวกฉันเห็นหรือพยายามมาขวางทางพวกฉันไม่ให้ไปออกจากมิติซ้อนทับด้วยซ้ำนั่นหมายความว่าเมื่อวันก่อนฝ่ายนั้นไม่ได้คิดจะล่าวารินอย่างจริงจังหรือพวกนั้นอาจจะแค่อยากจะทดสอบบางอย่างก็ได้ เพราะอย่างนั้นฉันจึงเห็นความจำเป็นที่วารินจะต้องฝึกฝนใช้พลังของเขาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น ฉันจำเป็นต้องเก็บความรู้สึกไม่พอใจไว้ในใจและช่วยวารินฝึ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 แก๊ง DH
ตอนที่ 8 แก๊ง DHฉันทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าบนเตียงอย่างหมดแรง หลังจากกินข้าวอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยฉันก็พบว่าร่างกายมันปวดเมื่อยยิ่งกว่าเดิม ทำเอาฉันไม่อยากจะขยับตัวเลยเพราะไม่ว่าจะขยับท่าไหนก็จะรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อไปหมด“ไม่น่าฝืนร่างกายเลย” ฉันก็ได้แต่บ่นกับตัวเองเพราะทำตัวเองล้วนๆ ซึ่งขณะที่ฉันกำลังนอนทรมานอยู่บนเตียงใครบางคนก็มานวดขาให้กันฉัน คนคนนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแฟนหนุ่มของฉัน“ผมจะนวดให้ คุณจะได้ไม่รู้สึกปวดกว่าเดิมในวันพรุ่งนี้” วารินเอ่ยพลางยิ้มอ่อนโยน ไม่เพียงเท่านั้น การนวดของเขายังอ่อนโยนมากด้วย แรงที่เขาใช้นวดไม่มากหรือไม่น้อยเกินไปและจับถูกจุด การนวดของเขาจึงให้ความรู้สึกสบายและหายปวดเมื่อยไม่น้อย “ถ้าเจ็บตรงไหนก็บอกนะครับ” วารินพูดอย่างใส่ใจขณะนวดตั้งแต่ข้อเท้าของฉันจนถึงขาอ่อน“สบายมากเลยล่ะ” ฉันพึมพำและหายใจเข้าออกอย่างสบายตัว วารินจึงนวดต่อไปโดยไม่พูดอะไร หลังจากนวดขาแล้วเรียบร้อยเขาก็เลื่อนขึ้นมานวดสะโพกและหลังของฉัน มันสบาย
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 เตือน
ตอนที่ 9 เตือนฉันแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ทราบว่าบริษัท DH บริษัทสร้างเกมออนไลน์เติบโตขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนมาก ทั้งที่เมื่อก่อนมีคนทำงานไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับมีมากกว่าร้อยคนแล้ว ส่วนไนต์คลับที่มีชื่อว่า Dark Night ก็ขยายร้านสาขาได้มากถึงยี่สิบสาขาภายในสี่ปี น่าตกใจที่มันมาไกลกว่าที่คาดหวังไว้ในตอนแรกบริษัทเกม DH และ DN ไนต์คลับถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อเจ็ดปีก่อนโดยแก๊ง DH ของพวกฉัน จุดเริ่มต้นที่ฉันและเพื่อนๆ ได้ก่อตั้งบริษัทพวกนี้ขึ้นมามันเริ่มมาจากว่าพวกฉันชอบเล่นเกมมากและติดเกมแบบสุดๆ และไม่รู้ว่านึกคึกคะนองอะไรขึ้นมาถึงตัดสินใจที่จะสร้างเกมขึ้นมาเล่นเอง พอดีว่าเจมส์มีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรมค่อนข้างมากพวกฉันจึงพอจะสร้างเกมออกมาเล่นได้ แต่เพราะอยากสร้างเกมที่ดีว่านี้พอเข้ามหาลัยพวกฉันจึงกระโดดเข้าไปเรียนวิศวะกันหมดทุกคนด้วยความที่พยายามศึกษาอย่างหนักในที่สุดก็สร้างเกมที่แสนยอดเยี่ยมออกมาเล่นได้สำเร็จและด้วยความที่อยากอวดให้คนอื่นได้เห็นว่าตัวเองสร้างเกมสุดยอดออกมาได้ก็เลยปล่อยขายเกมที่ช่วยกันสร้างขึ้นมา ซึ่งมันก็ดันประสบความสำเร็จสุดๆ พวกฉันจึงช่วยกันก่อตั้งบริษัทเล็กๆ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 ขอถีบอีกสักครั้ง
ตอนที่ 10 ขอถีบอีกสักครั้งหลังจากที่เลอาออกไปหาเพื่อนเก่าวารินก็นั่งรอเธอด้วยความรู้สึกกระวนกระวายมาตลอด เขาทำใจเย็นรอไม่ได้จริงๆ เขาจึงวนเวียนอยู่ที่ชั้นหนึ่งของคอนโด ถ้าเลอากลับมาเขาก็จะได้เห็นทันที ซึ่งในตอนนั้นเองชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขา"คุณอาเธอร์ต้องการพบคุณตอนนี้ครับ คุณสะดวกรึเปล่า" คนคนนั้นคือผู้ติดตามของอาเธอร์ วารินได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้นก็เข้าใจทันทีว่าอาเธอร์ว่างที่จะคุยกับเขาเรื่องการฝึกพลังจิตของเขาแล้ว แม้จะยังหวงเลอาอยู่แต่โอกาสที่เขาจะพบอาเธอร์มีไม่บ่อยนัก เขาต้องการที่จะเก่งขึ้นโดยเร็ว นี่จึงเป็นโอกาสที่เขารอคอย วารินจึงยอมที่จะไปพบอาเธอร์ตอนนี้ทันทีผู้ติดตามของอาเธอร์ได้พาวารินไปยังลิฟต์ตัวหนึ่งที่อยู่ลับตาผู้คนและมีคนคอยเฝ้าตลอดเวลา ดูเหมือนว่าถ้าไม่ใช่คนที่ได้รับอนุญาตก็จะไม่สามารถใช้ลิฟต์ตัวนี้ได้ วารินคิดว่ามันจะพาไปยังชั้นสูงสุดแต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ ลิฟต์ตัวนี้มันพาเขาลงไปข้างล่างชั้นใต้ดินงั้นเหรอ?วารินคิดในใจ แม้จะรู้สึกไม่ปลอดภัยนักแต่เขาก็อยู่ในท่าทีสงบ แม้ว่าอาเธอร์จะไม่ค่อยน่าไว้ใจนักแต่เขาก็ควรลองเสี่ยงดู ผู้ติดตามของอาเธอร์พาวารินมายังห้องที่
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status