Beranda / โรแมนติก / แฟนเก่าที่(ไม่)รัก / บทที่ 2 ไม่ต้องทอน - 100% -

Share

บทที่ 2 ไม่ต้องทอน - 100% -

last update Tanggal publikasi: 2025-08-31 12:30:15

“เมื่อกี้แก โทร.ไปหาตาเวฟหรือยายเฟิร์น”

เสียงของมารดาถามขึ้นทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูกระจกเข้าไปในห้อง

“เปล่าสักหน่อย เฟิร์นคุยกับเพื่อนที่ทำงาน” เธอเดินไปนั่งบนโซฟายาวสำหรับให้แขกนอนเฝ้าคนป่วย

“วันนี้ตาเวฟจะมาเยี่ยมแม่รึเปล่า”

“ไม่มามั้ง เห็นบอกว่าติดงานนี่นา ทำไมแม่ต้องให้เวฟมาทุกวันด้วยเนี่ย ไม่เกรงใจเขาหรือไง วันหยุดทั้งทีเขาก็อยากพักผ่อนอยู่ห้องบ้าง”

“อีกหน่อยก็ต้องมาเป็นลูกเขยแม่อยู่แล้ว เขาก็ต้องมาคอยดูแลแม่สิ”

เฟิร์นถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย “ต้องให้เฟิร์นพูดอีกกี่ครั้งแม่ถึงจะเข้าใจเนี่ย เราเลิกกันแล้ว เฟิร์นไม่ได้เป็นแฟนกับเวฟแล้ว ทุกวันนี้คือเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แม่หยุดทำให้เขาลำบากใจได้ไหม แม่ไม่เห็นหน้าเวฟเวลาแม่พูดเรื่องเก่า ๆ บ้างหรือ ทุกอย่างมันจบไปแล้วแม่ และเวฟก็มีแฟนใหม่ไปแล้วด้วย”

“แล้วแกจะยอมหรือยายเฟิร์น ตาเวฟน่ะดีจะตาย คบกับแกมาตั้งสิบกว่าปีไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงมาให้กวนใจแกสักครั้ง แกจะยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้ยังไงกัน แม่ถามหน่อยเถอะว่า ถ้าแกพลาดจากตาเวฟไป แกจะหาผู้ชายดี ๆ อย่างนี้ได้ที่ไหนอีก หา! ไม่รู้ละ แม่ชอบตาเวฟ ถ้าแกคิดจะแต่งงานก็ต้องเป็นตาเวฟนี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านก็รู้จักกันดี แม่กับคุณชม แม่ของตาเวฟก็สนิทสนมกัน แกยังมาบอกแม่อีกหรือว่าเลิกกันแล้ว”

“ก็เลิกกันแล้วจริง ๆ นี่ เลิกกันตั้งแต่ปีที่แล้วเลยด้วย เฟิร์นจะโกหกแม่ไปทำไม”

“ถ้าเลิกกันจริงแล้วทำไมตาเวฟยังมาเยี่ยมแม่เกือบทุกวันล่ะ นั่นก็เพราะเขาอยากเห็นหน้าแก เขายังรักแกอยู่”

เฟิร์นได้แต่กลอกตามองเพดาน “โอ๊ย...พอเถอะแม่ ถ้าแม่ไม่ โทร.ตามให้เวฟมาหา แม่คิดว่าเขาจะมาไหม แม่เลิกมโนได้แล้ว เรื่องเฟิร์นกับเวฟมันเป็นไปไม่ได้แล้วแม่”

“แต่แกก็ยังรักเขาอยู่ใช่ไหม แม่รู้นะ แกเป็นลูกสาวแม่มากี่ปี ทำไมแม่จะมองไม่ออก”

“แม่ฟังเฟิร์นนะ เราไม่ได้คบกันแบบแฟนอีกแล้ว ตอนนี้เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น แม่จำได้ไหมตอนที่แม่จับมือเวฟให้วางลงบนมือเฟิร์นวันก่อน เวฟเกร็งมือแทบแย่ เกร็งจนดูไม่เป็นธรรมชาติขนาดนั้นนั่นก็เพราะเขาไม่อยากแตะตัวเฟิร์น เวฟเป็นคนโกหกไม่เก่ง เขารู้สึกยังไงก็แสดงออกมาทางสีหน้าท่าทางหมดนั่นแหละ เราสองคนไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกันอีกแล้วแม่ และที่เวฟมาเยี่ยมแม่ก็เพราะเวฟเคารพแม่เหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งแค่นั้นเอง”

“ยายเฟิร์น...แกไม่เสียดายเวลาหรือไง แกสองคนคบกันมานานขนาดนั้น ไม่เหลือเยื่อใยให้กันบ้างเลยหรือ”

เฟิร์นถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ในฐานะแฟนคงไม่เหลือแล้วแม่ แต่ถ้าในฐานะเพื่อนน่ะยังมีอยู่”

หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับคว้ากระเป๋ามาสะพาย

“แม่จะเอาอะไรไหม เฟิร์นจะลงไปซื้อของที่เซเว่น”

เมื่อเห็นมารดาส่ายหน้าให้แทนคำตอบ เธอจึงเดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วย

เฟิร์นเดินมาที่ม้านั่งใกล้กับลิฟต์ หญิงสาวทรุดตัวนั่งพลางทอดสายตามองวิวด้านนอกตึกผู้ป่วยใน สมองครุ่นคิดถึงคำพูดที่มารดาพร่ำกรอกหูตนเมื่อครู่แล้วได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

คบกันมาสิบกว่าปีแล้วอย่างไร ถ้าความรักมันจืดจางลงก็ต้องแยกย้ายต่างคนต่างไปอยู่ดี ชยาวุธหมดรักเธอไปนานแล้วตั้งแต่ย่างเข้าปีที่แปด เธอเองก็เช่นกัน อาจเพราะความห่าง และต่างคนต่างต้องทำงานของตนจึงทำให้ช่องว่างระหว่างกันยิ่งมากขึ้น ทั้งที่อยู่กรุงเทพฯ เหมือนกัน แต่กลับเจอกันแค่เดือนละครั้ง แต่ละครั้งแทบไม่มีเรื่องคุยกันมากนัก เรื่องเซ็กซ์ยิ่งแล้วใหญ่ เธอกับเขาไม่มีอะไรกันมาเกือบสี่ปีได้แล้วกระมัง

แต่เพราะความเกรงใจในกันและกัน เรื่องจึงคาราคาซังไม่ยอมจบ จนกระทั่งปีที่แล้วหลังจากที่ไม่ได้โทรศัพท์คุยกันมาเกือบเดือน จู่ ๆ ชยาวุธก็นัดเธอออกไปคุยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในที่สุดก็ตกลงยุติความสัมพันธ์แบบคนรัก และกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง

‘เราแอบชอบรุ่นน้องในที่ทำงานน่ะ ก็เลยมาคุยกับเฟิร์นให้เคลียร์ก่อน’

‘งั้นหรือ ก็ดีสิ เฟิร์นก็ว่าจะคุยเรื่องนี้กับเวฟหลายครั้งแล้ว แต่ไม่กล้าสักที เวฟมาพูดก่อนอย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย’

เป็นการบอกเลิกที่ง่ายดายที่สุด แต่ก็โล่งใจที่สุดเช่นกัน ทั้งยังเป็นการบอกเลิกที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งต้องเจ็บปวดอีกด้วย

ทว่าวันที่มารดาของเธอล้มลงเพราะอาการโรคหัวใจกำเริบ เธอแทบทำอะไรไม่ถูก ขณะนั่งรอมารดาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สิ่งแรกที่นึกถึงคือโทรศัพท์หาชยาวุธ และร้องไห้กับเขา เมื่อชายหนุ่มมาถึงโรงพยาบาล เธอโผเข้ากอดเขาทันทีราวกับต้องการหาที่พึ่ง นับเป็นกอดแรกในรอบสี่ปีกว่านี้เลยก็ว่าได้

เธออยู่กับมารดาแค่สองคนไม่มีพี่น้อง ญาติสนิทส่วนใหญ่ก็อยู่ไกล ดังนั้นชยาวุธจึงนั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอหน้าห้องฉุกเฉินทั้งคืน และคอยช่วยเป็นธุระเรื่องโรงพยาบาลให้ เพราะเธอเป็นห่วงมารดาจนไม่มีสมาธิจะทำอะไรเลย

ยอมรับว่าตลอดหลายวันมานี้เธออดคิดถึงอดีตที่มีร่วมกันไม่ได้ ยิ่งเขาทำดีกับเธอ เธอก็ยิ่งคิดถึงวันเก่า ๆ แต่พอเห็นสายตา และการกระทำบางอย่างที่ฝืนใจของเขา ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเรื่องระหว่างเราเป็นอดีตไปแล้วจริง ๆ

ช่วงนี้คงต้องห้ามชยาวุธไม่ให้มาเยี่ยมมารดาของเธอแล้วกระมัง เพราะเขามาทีไร ท่านมักจะหาเรื่องเป่าถ่านไฟเก่าให้ลุกโชนขึ้นมาทุกที เธอสงสารเขา จะปฏิเสธไปตามตรงก็ไม่ได้เพราะเป็นห่วงอาการของท่าน ได้แต่ทำหน้าจืดเจื่อนกับรอยยิ้มที่ฝืดเฝื่อนเต็มทน

“เฮ้อ...เวฟเอ๊ย โดนแม่เราเล่นงานซะแล้ว”

เฟิร์นลุกขึ้นยืนรอลิฟต์เพื่อลงไปซื้อของข้างล่าง โดยไม่รู้เลยว่ามารดาของตนกำลังใช้โทรศัพท์ โทร.ออกไปหาชยาวุธ เพราะต้องการให้ชายหนุ่มมาเยี่ยมตนที่โรงพยาบาล

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ชยาวุธจึงหยิบกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือกับกุญแจรถมาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วออกจากห้องพัก เขาอยาก โทร.ไปหาภัทรมัย แต่เพราะหญิงสาวบล็อกเบอร์และไอดีไลน์ของเขาไว้เพื่อตัดขาดการติดต่อทุกทาง ดังนั้นเขาจึงต้องไปหาเธอถึงคอนโดมิเนียมเสียเอง

ชายหนุ่มยิ้มกริ่มขณะเข้ามานั่งในรถ คิดในใจว่าจะซื้ออะไรไปง้อเธอดี ทว่ายังไม่ทันที่จะเคลื่อนรถออกจากซอง โทรศัพท์ของเขาก็แผดเสียงดังขึ้น ครั้นพอหยิบมาดูชื่อคน โทร.ก็เห็นว่าเป็นมารดาของเฟิร์น เขาทำท่าจะกดรับ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่รับสาย และปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งปลายสายถอดใจวางหูไปเอง

...หรือเราจะกลับมาคบกันเหมือนเดิมดี...

แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวที่เฟิร์นพูดออกมา ทำให้เขาได้รู้ว่าเยื่อใยหนึ่งเดียวที่เขามีให้เธอนั้นเป็นไปในลักษณะเพื่อนสนิท หรือญาติใกล้ชิดมากกว่าการเป็นคนรัก แม้เขาจะไม่รู้สึกอะไรตอนที่ได้ยิน แต่ลึก ๆ แล้วเขารู้ตัวเองดีว่าใจเขากำลังปฏิเสธคำชวนทีเล่นทีจริงนี้อยู่

และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้ใจตัวเอง คือตอนที่มารดาของเฟิร์นจับมือของเขาไปวางบนมือของเฟิร์น แล้วบอกให้รักและดูแลกันดี ๆ ตอนนั้นร่างกายของเขาปฏิเสธไปตามสัญชาตญาณ เขาไม่กล้า และไม่ปรารถนาจะสัมผัสอดีตคนรัก เพราะรู้สึกว่าเธอคือคนอื่นไปแล้ว ผิดกับภัทรมัยที่เขาอยากกอด และอยากนัวเนียกับเธอตลอดเวลา

เขาคงต้องห่างออกมาจากเฟิร์นและมารดาของเธอ ในเมื่อเรื่องของเขากับเธอกลายเป็นอดีต ก็ไม่ควรกลับไปใกล้ชิดกันอีก เฟิร์นเองก็คงคิดเหมือนเขา แต่มารดาของเธอกลับพยายามโน้มน้าวให้เขากับบุตรสาวของตนกลับไปเป็นเหมือนเดิมทั้งคำพูดและการกระทำ

ส่วนภัทรมัย เขาคงต้องตามง้อตามจีบเธอใหม่ เขาจะง้อจนกว่าเธอจะยอมให้อภัย และกลับมาคบกับเขาอีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 100% -

    “แล้วน้องเขารู้รึยังว่ามึงชอบเขา” ทิวากรถามยิ้ม ๆ“จะรู้ได้ไง ก็กูไม่ได้บอก”ทิวากรกลอกตาพลางเอ่ยว่า “เหรอออ ไอ้คุณเวฟครับ กูว่าน้องเขาน่าจะรู้แล้วละครับ เพราะมึงน่ะมองเขาตาเชื่อมขนาดนั้น แหม...ไม่แสดงออกเลยสักนิด แค่คนเขารู้เขาเห็นกันทั้งบริษัทแค่นั้นเอง”“เฮ้ยถามจริง น้องเขารู้หรือวะ” คนอื่นเขาไม่สนใจ ใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป แต่ภัทรมัยนั้นเขาต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเธอยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขาโสด ถ้าเขาเผลอมองเธอตาเชื่อมจริง เธอจะต้องคิดแน่ว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้หลายใจ“ไม่ได้การแล้วไอ้ทิว มึงรีบไปป่าวประกาศให้กูด่วนเลยว่ากูโสดแล้ว”และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะเริ่มจีบภัทรมัยอย่างจริงจังสักทีชยาวุธกับทีมงานคนอื่น ๆ นั่งฟังบรีฟงานจากภัทรมัยในห้องประชุมเล็ก ตลอดเวลาที่นั่งประชุม ชายหนุ่มแทบไม่ละสายตาไปจากเออีคนสวยเลย และเขาไม่ใช่แค่มองอย่างเดียว แต่ยังยิ้มนิด ๆ ตลอดเวลาด้วยภัทรมัยรู้ตัวว่าถูกชยาวุธจ้องเอา ๆ ก็อดประหม่าไม่ได้ หญิงสาวต้องตั้งสติและใช้สมาธิอย่างมา

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 70% -

    “เฮ้อ...” ภัทรมัยถอนหายใจอีกครั้งทั้งยังเผลอมองเขาไม่วางตา จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น หัวคิ้วของหญิงสาวพลันขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ทันทีตาคนนี้ปล่อยให้คนอื่นเขาแซงคิวอีกแล้ว...นังแก้มจะไม่ทน!หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาชยาวุธด้วยสีหน้าเอาเรื่อง แต่ไม่ได้พูดกับเขา เธอพูดกับผู้หญิงคนนั้น“ขอโทษนะคะ ท้ายแถวอยู่ตรงนั้นค่ะ กรุณาไปต่อคิวด้วย”“อะไรกัน ก็คุณคนนี้...” ผู้หญิงคนนั้นยังพูดไม่จบ ภัทรมัยก็ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก“ถึงพี่ฉันจะยอมให้คุณแซงคิว แต่ฉันไม่ให้ และฉันจะเข้าคิวแทนพี่เขาเอง เพราะฉะนั้นกรุณาไปต่อท้ายแถวค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทางท้ายแถว จากนั้นหันไปพูดกับชายหนุ่มว่า“พี่เวฟไปนั่งรอก่อนเลย แก้มจะแลกการ์ดเอง” พูดจบก็หันไปมองหน้าผู้หญิงคนนั้นต่อ เจ้าหล่อนเห็นคนเริ่มมองมาหลายคน อีกทั้งคนที่ต่อแถวบางคนก็ทำหน้าไม่พอใจ จึงเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากแถวทันทีเมื่อแลกการ์ดเรียบร้อยแล้ว ภัทรมัยจึงเดินไปหาชยาวุธที่นั่งรออยู่ จากนั้นก็ยื่นการ์ดให้เขา&

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 35% -

    เออีน้องใหม่ภัทรมัยเดินออกจากลิฟต์ด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ วันนี้เธอเริ่มงานวันแรกกับบริษัทโฆษณาที่จัดว่าเป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เธอใฝ่ฝันอยากทำบริษัทนี้มานานแล้ว เคยมาสัมภาษณ์สองครั้ง แต่ไม่ถูกเรียกให้เข้าทำงาน หญิงสาวจึงต้องไปสมัครบริษัทอื่น ทำอยู่หลายปีจนกระทั่งทราบข่าวว่าบริษัทนี้เปิดรับ Account Executive เธอจึงลองยื่นใบสมัครดูอีกครั้ง หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็กลับบ้านไปรอฟังผล ผ่านไปสองวันจึงได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายบุคคลว่าเธอได้รับการพิจารณาให้เป็นพนักงานของบริษัทแล้วภัทรมัยจำได้ว่าวันนั้นตนกรี๊ดลั่นห้องจนเพื่อนชายที่อยู่ห้องติดกันรีบมาเคาะประตูถามด้วยความเป็นห่วง เพราะนึกว่าเธอเกิดอันตรายขณะที่หญิงสาวกำลังจะผลักประตูเข้าไป เสียงทุ้มจากด้านหลังพลันดังขึ้นจนทำให้เธอสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่ามาติดต่อธุระอะไรรึเปล่าครับ”ภัทรมัยลดมือลงจากที่จับประตูแล้วหันไปมองคนถาม ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนนี้หน้าตาใช้ได้ อายุน่าจะประมาณยี่สิบปลายถึงสามสิบปี สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนกับรองเท้าผ้าใบ ดูท่าทางเป

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 100% -

    โลกใบแรกที่เป็นทนายปราบต์ได้ตายไปแล้ว แต่ยังเหลือโลกใบที่สองคือนวัช เจ้าของบ่อปลาน้ำจืดขนาดใหญ่เขาเหลือชีวิตเดียวแล้ว คงต้องรักษาเอาไว้ให้ดี ให้สมกับที่มารดาของเขายอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้เขาเติบโต...เมี้ยว...เสียงร้องแผ่วเบาของแมวตัวหนึ่งทำให้ความคิดของชายหนุ่มหยุดชะงักลงทันที เขามองหาที่มาของเสียงจึงเห็นลูกแมวตัวเล็กยืนห่างเขาออกไปประมาณสามก้าว“แมวบ้านไหนเนี่ย” เขาไม่เคยได้ยินว่าคนแถวนี้เลี้ยงแมวสักคน จึงคิดจะจับตัวมันมาดูว่าสวมปลอกคอเอาไว้หรือไม่ แต่เจ้าตัวเล็กก็กระโดดหนีไปเสียก่อน และเพราะความมืดเขาจึงไม่แน่ใจว่ามันมีสีอะไร แต่ในเมื่อมันไปแล้วเขาจึงไม่ได้สนใจอีกทว่าพอเขาเดินเข้าบ้าน กลับเห็นลูกแมวตัวน้อยนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาราวกับเป็นบ้านของมัน“จะมาอยู่ด้วยกันรึไงเจ้าเหมียวน้อย” เขาก้มตัวลงมองมันชัด ๆ เป็นแมวไทยทั่วไปสีส้มท้องขาว มีปลอกคอสวมอยู่แสดงว่าเป็นแมวมีเจ้าของ“กลับบ้านไปได้แล้ว เจ้าของหาแย่แล้วมั้ง”มันเงยหน้ามองเขาเหมือนจะฟังรู้เรื่อง แต่พอเห็นมันเอนตัวลงนอนฟุบบนโซฟาเหมื

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 75% -

    “น่ารักจังเลย กี่เดือนแล้วคะ” ภัทรมัยมองเด็กน้อยลูกครึ่งด้วยความเอ็นดู สีผมของทั้งคู่เป็นสีน้ำตาล นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเช่นกัน พวงแก้มแดงระเรื่อทั้งสองข้าง แขนขาจ้ำม่ำดูน่ากอดทั้งคู่“แปดเดือนแล้ว กำลังคลานเลย เวฟกับแก้มล่ะ เมื่อไรจะมีตัวเล็กบ้าง” เฟิร์นถามยิ้ม ๆ“คงอีกสักพักค่ะ” ภัทรมัยยิ้มแหย“โห นี่แปลว่าไปอยู่ที่โน่นได้ไม่นานก็แต่งงานเลยสิเนี่ย แฟนเป็นคนอเมริกันใช่ไหม แล้วรู้จักกันได้ยังไง” ชยาวุธยิ้มกว้างเช่นกัน ดีใจที่เห็นอดีตคนรักมีชีวิตที่ดี“ใช่ ตอนมาถึงที่นี่เฟิร์นก็ช่วยน้าทำงานในคลินิกสัตว์ และเพ็ทชอปน่ะ เขาเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ เพราะพาแมวมาถ่ายพยาธิและหยอดยากันเห็บหมัดทุกเดือน มาซื้ออาหารแมว ทรายแมวบ่อย ๆ ก็เลยได้รู้จักกัน บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากคลินิกด้วย เขาจะออกมาวิ่งทุกเช้าเลยได้คุยกันทุกวัน”“ดีใจด้วยนะเฟิร์น ลูก ๆ น่ารักมาก แก้มแดงน่าหยิกมากเลย ไฮ...”ชายหนุ่มโบกมือทักทายเด็กน้อยที่มองตนตาแป๋วผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะหันไปยิ้มกับภรรยาอย่างถูกใจเมื่อเห

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 50% -

    “ไอ้เสี่ยกวงมันอยู่ได้อีกไม่นานหรอก เชื่อพี่ น่าจะตายอยู่ในคุกนั่นแหละ ไม่ได้ออกมาเห็นโลกภายนอกอีกหรอก”“แล้วคุณทนายล่ะ แก้มว่าเขาก็ทำบาปกับคนอื่นไว้ไม่น้อยเลยนะนั่น อยากรู้จริงว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่”แม้จะผ่านมาสองปีแล้ว แต่ภัทรมัยยังคงเชื่อว่าทนายปราบต์ยังไม่ตาย และคิดว่าเขาคงอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้แน่นอน“จะไปคิดถึงมันทำไม มันทำให้พี่เกือบตายเชียวนะ” เขาตัดพ้อเสียงขุ่น ภัทรมัยจึงรีบกอดเขาไว้อย่างเอาใจ“แหม ก็แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าเขาทำยังไงถึงรอด หมายถึงว่าเขาทำยังไงถึงทำให้ตัวเองกลายเป็นคนตายไปได้ แล้วตอนนี้เขาจะใช้ชื่อว่าอะไร ยังอยู่ในประเทศไทยรึเปล่าแค่นั้นเอง”“เขาอยู่กับเสี่ยกวงมานาน ยังไงก็ต้องมีทางออกให้ตัวเองเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วละ แต่ไอ้เรื่องชุบตัวเป็นคนใหม่หรือสวมรอยเป็นคนอื่นรึเปล่าเราก็ไม่รู้กับเขาหรอก พี่ว่าเรื่องแบบนี้มันน่าจะรู้กันเฉพาะกลุ่มว่ามีขบวนการทำให้ ดีไม่ดี เจ้าหน้าที่พวกนั้นอาจจัดการให้เขาเองก็ได้ ช่างมันเถอะ แค่อย่ามาให้เจอหน้าก็แล้วกัน บอกตามตรงเลยนะ พี่ไม่ถูกชะตา

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 3 ตราบาปติดตัว - 40% -

    “Chaya Wave งั้นหรือ อะไรกัน อีพี่เวฟมีกี่ไอดีกันเนี่ย มีหลายไอดีไว้จีบสาวรึไง อีตาบ้า!” หญิงสาวกดไอคอน “โกรธ” ให้กับคอมเมนต์นั้น แต่เขากลับกด “หัวใจ” ให้กับสเตตัสของเธอชยาวุธร่างสตอรีบอร์ดเสร็จไปหนึ่งแบบจึงลุกขึ้นยืนยืดเส้นสาย เขา

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 3 ตราบาปติดตัว - 20% -

    มารดาของเฟิร์นยังคงโทรศัพท์หาชยาวุธอย่างไม่ลดละความพยายาม ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดรำคาญด้วยการรับสาย“ครับ คุณแม่”“ตาเวฟ วันนี้ไม่มาหรือลูก”“ผมติดธุระสำคัญครับ ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่ง” ธุระสำคัญที่เขาพูดถึงคือการตามง้อภัทรมัย

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 2 ไม่ต้องทอน - 80% -

    ผู้เป็นมารดามองหน้าบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าภัทรมัยชอบแต่งตัวสวย ๆ ชอบการพบปะผู้คนตามประสาหญิงสาวที่ชอบเข้าสังคมและมีเพื่อนเยอะ จึงบอกกับอีกฝ่ายว่า“ไม่ต้องรีบหรอก แกก็ทำงานของแกไปให้เต็มที่นั่นแหละ อยากลาออกเมื่อไรก็ค่อยว่ากัน แม่ไม่ได้บังคับว่าแกต้องลาออกมาช่วยแม่ทันทีสักหน่

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 2 ไม่ต้องทอน - 60% -

    “ความดันต่ำนั่นแหละ พักผ่อนไม่เพียงพอก็เลยทำให้หน้ามืดวูบไป หมอให้น้ำเกลือกับยาที่ช่วยให้หลับพักผ่อนได้นานหน่อย รอดูอาการถึงพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีอะไรก็กลับบ้านได้”หญิงสาวพยักหน้าขณะเดินไปยืนข้างเตียง มารดาของเธอเป็นคนผอมบางอยู่แล้ว ยิ่งมาสวมชุดผู้ป่วยก็ยิ่งทำให้ดูอ่อนแอลงไปอีก ทั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status