Beranda / โรแมนติก / แฟนเก่าที่(ไม่)รัก / บทที่ 3 ตราบาปติดตัว - 20% -

Share

บทที่ 3 ตราบาปติดตัว - 20% -

last update Tanggal publikasi: 2025-08-31 19:00:58

มารดาของเฟิร์นยังคงโทรศัพท์หาชยาวุธอย่างไม่ลดละความพยายาม ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดรำคาญด้วยการรับสาย

“ครับ คุณแม่”

“ตาเวฟ วันนี้ไม่มาหรือลูก”

“ผมติดธุระสำคัญครับ ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่ง” ธุระสำคัญที่เขาพูดถึงคือการตามง้อภัทรมัย

“แหม ยุ่งแค่ไหนก็น่าจะแวะมาหาแม่บ้าง หรือไม่ก็แวะมากินข้าวกับยายเฟิร์นสักมื้อก็ยังดี เป็นแฟนกันมันต้องใส่ใจกันนะลูกนะ ไปทำตัวห่างเหินกันเหมือนตอนนั้นมันไม่ดีหรอก แม่นี่ใจไม่ดีเลย”

ชยาวุธลอบถอนหายใจ เขาคิดว่าเรื่องนี้อดีตคนรักน่าจะคุยกับมารดาของตนบ้างแล้ว แต่ท่านคงไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นเขาคงต้องเอ่ยปากออกไปด้วยตนเองเสียแล้ว

“คุณแม่ครับ ผมไม่ได้คบกับเฟิร์นแล้ว ความจริงเราเลิกกันตั้งแต่ปีที่แล้วครับคุณแม่”

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจจนเขาคิดว่าสายหลุดไปแล้ว กำลังคิดจะเรียกอีกฝ่าย แต่ทางนั้นก็เอ่ยปากพูดขึ้นก่อน

“อะไรกันพวกเธอนี่ หมายความว่ายังไงที่ว่าเลิกกัน แล้วยายเฟิร์นลูกสาวแม่ล่ะจะทำยังไง”

“ผมคุยและตกลงกับเฟิร์นเรียบร้อยแล้วครับคุณแม่ เราเลิกกันด้วยดีไม่ได้มีปัญหากันอะไรหรอกครับ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันเท่านั้น ผม...” เขายังพูดไม่จบ อีกฝ่ายก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“เธอจะทิ้งยายเฟิร์นหรือตาเวฟ แม่ไม่ยอมหรอกนะ!”

ชยาวุธพยายามระงับอารมณ์ของตนที่ตอนนี้เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอย่างเต็มที่ แม้เขาจะเป็นคนที่มีความอดทนสูง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทนได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่มีเหตุผล

“ผมไม่ได้ทิ้งเฟิร์นครับ มันเป็นการตกลงกันด้วยดีทั้งสองฝ่าย และเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของผมกับเฟิร์น เราคุยจบไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และทุกวันนี้ผมก็มีแฟนใหม่มาได้เกินครึ่งปีแล้วด้วย เฟิร์นเขาก็รับรู้เรื่องนี้มาตลอด เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกัน”

“อะไรนะ! เธอมีแฟนใหม่ทั้งที่ลูกสาวฉันไม่มีใครเนี่ยนะ จะทำกันเกินไปแล้วนะตาเวฟ ยายเฟิร์นน่ะมันยังรักแกอยู่แท้ ๆ ฉันเป็นแม่มันทำไมฉันจะไม่รู้ แกทำแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าแกจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ อุตส่าห์หลงชื่นชมว่าแกเป็นคนดี ถึงได้อยากให้ยายเฟิร์นลงเอยกับแก...”

ชยาวุธไม่อยากฟังให้ตัวเองยิ่งหงุดหงิดอารมณ์เสีย จึงเอาบลูทูธออกจากหูแล้วขับรถไปยังคอนโดมิเนียมของภัทรมัย ครั้นพอรถติดสัญญาณไฟแดงเขาจึงลองดูหน้าจอ เห็นว่ามารดาของเฟิร์นวางสายไปแล้วจึงเสียบบลูทูธไว้ที่หูตามเดิม

“แม่กูแท้ ๆ ยังไม่บ่นเท่านี้เลย เฮ้อ...”

ถ้าเขาไป อีกฝ่ายก็คงเป่าหู และขุดคุ้ยเรื่องในอดีตสมัยที่เขายังคบหากับเฟิร์นเอามาพูดไม่หยุดแน่ เขาเคยไขว้เขวโลเลจากภัทรมัยเพราะดันไปคิดตามท่าน แต่พอรู้ตัวว่าไม่ใช่เขาจึงไม่อยากทำพลาดอีก

ชายหนุ่มแวะร้านเบเกอรีร้านโปรดของภัทรมัยเพื่อซื้อเค้กกับขนมที่หญิงสาวชอบมาถุงใหญ่ เธอชอบกินรสชาติไหนบ้างเขาจำได้ทั้งหมด เพราะภัทรมัยเป็นคนที่ชอบกินอะไรมักจะสั่งแต่อย่างนั้น ไม่ค่อยยอมเปลี่ยนไปกินอย่างอื่น นิสัยนี้ของเธอเหมือนกันกับเขาไม่ผิดเพี้ยน

ไม่นานนักชยาวุธก็มาถึงคอนโดมิเนียมของภัทรมัย เขาลงจากรถเอสยูวีพร้อมขนมถุงใหญ่พลางเดินฮัมเพลงไปยืนรอลิฟต์อย่างอารมณ์ดี เมื่อเขาเข้าไปในลิฟต์ และประตูลิฟต์ปิดลง ลิฟต์อีกตัวที่อยู่ข้างกันพลันเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของวริศเดินออกมาในชุดทำงาน เพราะได้เวลาที่อีกฝ่ายต้องไปทำงานที่คลินิกจิตเวช

ชยาวุธยืนอยู่หน้าห้องของหญิงสาว หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นถุงอาหารห้อยอยู่ที่ลูกบิดประตู เขากดออดเรียกหลายครั้งแต่ไม่มีคนมาเปิดจึงลองเอาหูแนบประตูเพื่อฟังเสียงด้านใน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครอยู่ในห้อง สุดท้ายเขาจึงห้อยถุงขนมไว้ที่ลูกบิดบ้าง เพราะไม่รู้ว่าภัทรมัยจะกลับเข้ามากี่โมง

“ไปไหนนะแก้ม โทรศัพท์ก็ โทร.ไม่ได้อีก” ถ้าเธอยังบล็อกเบอร์ของเขาไว้ต่อไป เห็นทีคงต้องเปิดเบอร์ใหม่เอาไว้ โทร.ง้อเธอเสียแล้ว

สุดท้ายชยาวุธต้องเดินคอตกกลับห้องพักของตนเองไป ได้แต่หวังว่าเมื่อภัทรมัยกลับมาถึงแล้วเห็นถุงขนมที่เขาซื้อมาให้ เธอจะจำได้ และรู้ว่าเขามาหาเธอที่นี่

เมื่อกลับถึงห้องของตนเอง ชายหนุ่มจัดการปิดเสียงโทรศัพท์มือถือแล้ววางเอาไว้ในห้องนอนเพื่อทำงาน เพราะทุกครั้งที่เขานั่งร่างสตอรีบอร์ด จะต้องใช้ความเงียบและสมาธิอย่างมาก

เขาจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าจนแทบลืมเวลา จึงไม่รู้ว่าโทรศัพท์ของเขามีสายเรียกเข้าจากอดีตคนรักเก่าไม่ต่ำกว่ายี่สิบสายแล้ว!

ภัทรมัยกลับถึงคอนโดมิเนียมในช่วงเย็นเพื่อมาเปลี่ยนชุด และเตรียมชุดสำหรับนอนเฝ้ามารดาที่โรงพยาบาลคืนนี้ หญิงสาวเห็นถุงขนมและของกินห้อยไว้หน้าประตูก็ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไรนัก เพราะคิดว่าวริศเป็นคนนำมาห้อยไว้ ทว่าพอเห็นโลโก้บนถุง และชนิดของขนม เธอก็ต้องเบิกตากว้างพร้อมกับหัวใจเต้นรัวขึ้นมาทันที เพราะขนมร้านนี้มีแต่ชยาวุธเท่านั้นที่รู้ว่าเธอชอบกินอะไร

“พี่เวฟมาที่นี่หรือ”

เธอห้ามไม่ให้ตัวเองยิ้มไม่ได้จึงทำทีเป็นกระแอมเบา ๆ แล้วเปิดประตูเข้าห้องไปโดยหยิบทั้งสองถุงนั้นเข้ามาด้วย ส่วนก๋วยเตี๋ยวหลอดนั้นคงเป็นของวริศที่ซื้อมาฝากเป็นแน่

หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวหลอดหมด ภัทรมัยก็นำขนมเค้กเรดเวลเวตที่ชยาวุธซื้อให้ออกจากตู้เย็นมากิน เธอกินไปก็นึกหน้าคนให้ไป ป่านนี้ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาติดต่อเธอไม่ได้เพราะเธอบล็อกไว้หมดทุกทาง อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำอย่างไร

ทันใดนั้นภัทรมัยก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เธอถ่ายรูปเค้กที่ยังไม่ได้กินแล้วอัปขึ้นโซเชียลโดยใส่แค็ปชันว่า

...ฉลองที่เป็นโสดมาครบ 1 อาทิตย์แล้ว...

หลังจากนั้นก็มีคอมเมนต์ทักมาถามกันมากมายว่าทำไมถึงโสด เลิกกับแฟนแล้วหรือ และสารพัดคำถามที่แต่ละคนอยากรู้ ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนในออฟฟิศ เธอจึงตอบไปสั้น ๆ แค่ว่า

“เลิกแล้วจ้า ตอนนี้โสดแบบสวย ๆ”

ขณะที่เธอกำลังไถหน้าฟีดเฟซบุ๊กอยู่นั้น ระบบก็มีการแจ้งเตือนว่ามีคนเข้ามาคอมเมนต์สเตตัสเมื่อครู่ เธอจึงลองเข้าไปอ่านดู จึงเห็นว่าเป็นทนายหนุ่มที่ชื่อปราบต์ ผู้ซึ่งมารดาบอกว่าเขามาถามหาเธอบ่อย ๆ

“ผมจีบได้ไหม ช่วยรับผมไว้พิจารณาสักคนได้รึเปล่าครับ”

ภัทรมัยได้แต่ยิ้มแห้งเพราะไม่รู้จะตอบเขาไปอย่างไรดี ผู้ชายคนนี้จะว่าไปแล้วก็นับว่ามีดีไม่น้อย หากแต่รูปร่างหน้าตา และบุคลิกของเขาคล้ายวริศมากเกินไป แม้ปราบต์จะไม่หล่อเหลาเท่าวริศก็ตาม ดังนั้นเธอจึงมองเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งมาตลอด ไม่เคยคิดเกินเลยกับเขาเหมือนที่เธอคิดกับวริศ

ครั้นพอได้อ่านคอมเมนต์ถัดไป ภัทรมัยก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะคนคนนั้นคอมเมนต์ไว้ว่า

“กินเค้กให้อร่อยนะ ใส่ยาเสน่ห์เอาไว้ และบอกแล้วไงว่าไม่เลิก เดี๋ยวจะเริ่มจีบใหม่ เตรียมตัวตั้งรับไว้ให้ดีเถอะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 100% -

    “แล้วน้องเขารู้รึยังว่ามึงชอบเขา” ทิวากรถามยิ้ม ๆ“จะรู้ได้ไง ก็กูไม่ได้บอก”ทิวากรกลอกตาพลางเอ่ยว่า “เหรอออ ไอ้คุณเวฟครับ กูว่าน้องเขาน่าจะรู้แล้วละครับ เพราะมึงน่ะมองเขาตาเชื่อมขนาดนั้น แหม...ไม่แสดงออกเลยสักนิด แค่คนเขารู้เขาเห็นกันทั้งบริษัทแค่นั้นเอง”“เฮ้ยถามจริง น้องเขารู้หรือวะ” คนอื่นเขาไม่สนใจ ใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป แต่ภัทรมัยนั้นเขาต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเธอยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขาโสด ถ้าเขาเผลอมองเธอตาเชื่อมจริง เธอจะต้องคิดแน่ว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้หลายใจ“ไม่ได้การแล้วไอ้ทิว มึงรีบไปป่าวประกาศให้กูด่วนเลยว่ากูโสดแล้ว”และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะเริ่มจีบภัทรมัยอย่างจริงจังสักทีชยาวุธกับทีมงานคนอื่น ๆ นั่งฟังบรีฟงานจากภัทรมัยในห้องประชุมเล็ก ตลอดเวลาที่นั่งประชุม ชายหนุ่มแทบไม่ละสายตาไปจากเออีคนสวยเลย และเขาไม่ใช่แค่มองอย่างเดียว แต่ยังยิ้มนิด ๆ ตลอดเวลาด้วยภัทรมัยรู้ตัวว่าถูกชยาวุธจ้องเอา ๆ ก็อดประหม่าไม่ได้ หญิงสาวต้องตั้งสติและใช้สมาธิอย่างมา

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 70% -

    “เฮ้อ...” ภัทรมัยถอนหายใจอีกครั้งทั้งยังเผลอมองเขาไม่วางตา จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น หัวคิ้วของหญิงสาวพลันขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ทันทีตาคนนี้ปล่อยให้คนอื่นเขาแซงคิวอีกแล้ว...นังแก้มจะไม่ทน!หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาชยาวุธด้วยสีหน้าเอาเรื่อง แต่ไม่ได้พูดกับเขา เธอพูดกับผู้หญิงคนนั้น“ขอโทษนะคะ ท้ายแถวอยู่ตรงนั้นค่ะ กรุณาไปต่อคิวด้วย”“อะไรกัน ก็คุณคนนี้...” ผู้หญิงคนนั้นยังพูดไม่จบ ภัทรมัยก็ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก“ถึงพี่ฉันจะยอมให้คุณแซงคิว แต่ฉันไม่ให้ และฉันจะเข้าคิวแทนพี่เขาเอง เพราะฉะนั้นกรุณาไปต่อท้ายแถวค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทางท้ายแถว จากนั้นหันไปพูดกับชายหนุ่มว่า“พี่เวฟไปนั่งรอก่อนเลย แก้มจะแลกการ์ดเอง” พูดจบก็หันไปมองหน้าผู้หญิงคนนั้นต่อ เจ้าหล่อนเห็นคนเริ่มมองมาหลายคน อีกทั้งคนที่ต่อแถวบางคนก็ทำหน้าไม่พอใจ จึงเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากแถวทันทีเมื่อแลกการ์ดเรียบร้อยแล้ว ภัทรมัยจึงเดินไปหาชยาวุธที่นั่งรออยู่ จากนั้นก็ยื่นการ์ดให้เขา&

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 35% -

    เออีน้องใหม่ภัทรมัยเดินออกจากลิฟต์ด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ วันนี้เธอเริ่มงานวันแรกกับบริษัทโฆษณาที่จัดว่าเป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เธอใฝ่ฝันอยากทำบริษัทนี้มานานแล้ว เคยมาสัมภาษณ์สองครั้ง แต่ไม่ถูกเรียกให้เข้าทำงาน หญิงสาวจึงต้องไปสมัครบริษัทอื่น ทำอยู่หลายปีจนกระทั่งทราบข่าวว่าบริษัทนี้เปิดรับ Account Executive เธอจึงลองยื่นใบสมัครดูอีกครั้ง หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็กลับบ้านไปรอฟังผล ผ่านไปสองวันจึงได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายบุคคลว่าเธอได้รับการพิจารณาให้เป็นพนักงานของบริษัทแล้วภัทรมัยจำได้ว่าวันนั้นตนกรี๊ดลั่นห้องจนเพื่อนชายที่อยู่ห้องติดกันรีบมาเคาะประตูถามด้วยความเป็นห่วง เพราะนึกว่าเธอเกิดอันตรายขณะที่หญิงสาวกำลังจะผลักประตูเข้าไป เสียงทุ้มจากด้านหลังพลันดังขึ้นจนทำให้เธอสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่ามาติดต่อธุระอะไรรึเปล่าครับ”ภัทรมัยลดมือลงจากที่จับประตูแล้วหันไปมองคนถาม ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนนี้หน้าตาใช้ได้ อายุน่าจะประมาณยี่สิบปลายถึงสามสิบปี สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนกับรองเท้าผ้าใบ ดูท่าทางเป

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 100% -

    โลกใบแรกที่เป็นทนายปราบต์ได้ตายไปแล้ว แต่ยังเหลือโลกใบที่สองคือนวัช เจ้าของบ่อปลาน้ำจืดขนาดใหญ่เขาเหลือชีวิตเดียวแล้ว คงต้องรักษาเอาไว้ให้ดี ให้สมกับที่มารดาของเขายอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้เขาเติบโต...เมี้ยว...เสียงร้องแผ่วเบาของแมวตัวหนึ่งทำให้ความคิดของชายหนุ่มหยุดชะงักลงทันที เขามองหาที่มาของเสียงจึงเห็นลูกแมวตัวเล็กยืนห่างเขาออกไปประมาณสามก้าว“แมวบ้านไหนเนี่ย” เขาไม่เคยได้ยินว่าคนแถวนี้เลี้ยงแมวสักคน จึงคิดจะจับตัวมันมาดูว่าสวมปลอกคอเอาไว้หรือไม่ แต่เจ้าตัวเล็กก็กระโดดหนีไปเสียก่อน และเพราะความมืดเขาจึงไม่แน่ใจว่ามันมีสีอะไร แต่ในเมื่อมันไปแล้วเขาจึงไม่ได้สนใจอีกทว่าพอเขาเดินเข้าบ้าน กลับเห็นลูกแมวตัวน้อยนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาราวกับเป็นบ้านของมัน“จะมาอยู่ด้วยกันรึไงเจ้าเหมียวน้อย” เขาก้มตัวลงมองมันชัด ๆ เป็นแมวไทยทั่วไปสีส้มท้องขาว มีปลอกคอสวมอยู่แสดงว่าเป็นแมวมีเจ้าของ“กลับบ้านไปได้แล้ว เจ้าของหาแย่แล้วมั้ง”มันเงยหน้ามองเขาเหมือนจะฟังรู้เรื่อง แต่พอเห็นมันเอนตัวลงนอนฟุบบนโซฟาเหมื

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 75% -

    “น่ารักจังเลย กี่เดือนแล้วคะ” ภัทรมัยมองเด็กน้อยลูกครึ่งด้วยความเอ็นดู สีผมของทั้งคู่เป็นสีน้ำตาล นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเช่นกัน พวงแก้มแดงระเรื่อทั้งสองข้าง แขนขาจ้ำม่ำดูน่ากอดทั้งคู่“แปดเดือนแล้ว กำลังคลานเลย เวฟกับแก้มล่ะ เมื่อไรจะมีตัวเล็กบ้าง” เฟิร์นถามยิ้ม ๆ“คงอีกสักพักค่ะ” ภัทรมัยยิ้มแหย“โห นี่แปลว่าไปอยู่ที่โน่นได้ไม่นานก็แต่งงานเลยสิเนี่ย แฟนเป็นคนอเมริกันใช่ไหม แล้วรู้จักกันได้ยังไง” ชยาวุธยิ้มกว้างเช่นกัน ดีใจที่เห็นอดีตคนรักมีชีวิตที่ดี“ใช่ ตอนมาถึงที่นี่เฟิร์นก็ช่วยน้าทำงานในคลินิกสัตว์ และเพ็ทชอปน่ะ เขาเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ เพราะพาแมวมาถ่ายพยาธิและหยอดยากันเห็บหมัดทุกเดือน มาซื้ออาหารแมว ทรายแมวบ่อย ๆ ก็เลยได้รู้จักกัน บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากคลินิกด้วย เขาจะออกมาวิ่งทุกเช้าเลยได้คุยกันทุกวัน”“ดีใจด้วยนะเฟิร์น ลูก ๆ น่ารักมาก แก้มแดงน่าหยิกมากเลย ไฮ...”ชายหนุ่มโบกมือทักทายเด็กน้อยที่มองตนตาแป๋วผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะหันไปยิ้มกับภรรยาอย่างถูกใจเมื่อเห

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 50% -

    “ไอ้เสี่ยกวงมันอยู่ได้อีกไม่นานหรอก เชื่อพี่ น่าจะตายอยู่ในคุกนั่นแหละ ไม่ได้ออกมาเห็นโลกภายนอกอีกหรอก”“แล้วคุณทนายล่ะ แก้มว่าเขาก็ทำบาปกับคนอื่นไว้ไม่น้อยเลยนะนั่น อยากรู้จริงว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่”แม้จะผ่านมาสองปีแล้ว แต่ภัทรมัยยังคงเชื่อว่าทนายปราบต์ยังไม่ตาย และคิดว่าเขาคงอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้แน่นอน“จะไปคิดถึงมันทำไม มันทำให้พี่เกือบตายเชียวนะ” เขาตัดพ้อเสียงขุ่น ภัทรมัยจึงรีบกอดเขาไว้อย่างเอาใจ“แหม ก็แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าเขาทำยังไงถึงรอด หมายถึงว่าเขาทำยังไงถึงทำให้ตัวเองกลายเป็นคนตายไปได้ แล้วตอนนี้เขาจะใช้ชื่อว่าอะไร ยังอยู่ในประเทศไทยรึเปล่าแค่นั้นเอง”“เขาอยู่กับเสี่ยกวงมานาน ยังไงก็ต้องมีทางออกให้ตัวเองเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วละ แต่ไอ้เรื่องชุบตัวเป็นคนใหม่หรือสวมรอยเป็นคนอื่นรึเปล่าเราก็ไม่รู้กับเขาหรอก พี่ว่าเรื่องแบบนี้มันน่าจะรู้กันเฉพาะกลุ่มว่ามีขบวนการทำให้ ดีไม่ดี เจ้าหน้าที่พวกนั้นอาจจัดการให้เขาเองก็ได้ ช่างมันเถอะ แค่อย่ามาให้เจอหน้าก็แล้วกัน บอกตามตรงเลยนะ พี่ไม่ถูกชะตา

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 3 ตราบาปติดตัว - 40% -

    “Chaya Wave งั้นหรือ อะไรกัน อีพี่เวฟมีกี่ไอดีกันเนี่ย มีหลายไอดีไว้จีบสาวรึไง อีตาบ้า!” หญิงสาวกดไอคอน “โกรธ” ให้กับคอมเมนต์นั้น แต่เขากลับกด “หัวใจ” ให้กับสเตตัสของเธอชยาวุธร่างสตอรีบอร์ดเสร็จไปหนึ่งแบบจึงลุกขึ้นยืนยืดเส้นสาย เขา

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 2 ไม่ต้องทอน - 100% -

    “เมื่อกี้แก โทร.ไปหาตาเวฟหรือยายเฟิร์น” เสียงของมารดาถามขึ้นทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูกระจกเข้าไปในห้อง“เปล่าสักหน่อย เฟิร์นคุยกับเพื่อนที่ทำงาน” เธอเดินไปนั่งบนโซฟายาวสำหรับให้แขกนอนเฝ้าคนป่วย“วันนี้ตาเวฟจะมาเยี่ยมแม่รึเปล่า&rd

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 2 ไม่ต้องทอน - 80% -

    ผู้เป็นมารดามองหน้าบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าภัทรมัยชอบแต่งตัวสวย ๆ ชอบการพบปะผู้คนตามประสาหญิงสาวที่ชอบเข้าสังคมและมีเพื่อนเยอะ จึงบอกกับอีกฝ่ายว่า“ไม่ต้องรีบหรอก แกก็ทำงานของแกไปให้เต็มที่นั่นแหละ อยากลาออกเมื่อไรก็ค่อยว่ากัน แม่ไม่ได้บังคับว่าแกต้องลาออกมาช่วยแม่ทันทีสักหน่

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทที่ 2 ไม่ต้องทอน - 60% -

    “ความดันต่ำนั่นแหละ พักผ่อนไม่เพียงพอก็เลยทำให้หน้ามืดวูบไป หมอให้น้ำเกลือกับยาที่ช่วยให้หลับพักผ่อนได้นานหน่อย รอดูอาการถึงพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีอะไรก็กลับบ้านได้”หญิงสาวพยักหน้าขณะเดินไปยืนข้างเตียง มารดาของเธอเป็นคนผอมบางอยู่แล้ว ยิ่งมาสวมชุดผู้ป่วยก็ยิ่งทำให้ดูอ่อนแอลงไปอีก ทั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status