Share

บทที่ 4 ลาออก - 40% -

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-05 19:00:12

“ไปกันเถอะ อย่าสนใจเลย” ภัทรมัยสะบัดหน้าเดินนำไปก่อนทันที ขณะที่เหมียวกับเจนมองหน้ากันแล้วเดินตามไป เพราะยืนดูไปก็เท่านั้น ไม่อาจได้ยินเลยว่าชยาวุธกับแฟนเก่าพูดคุยอะไรกันบ้าง

ชยาวุธขึ้นลิฟต์มาพร้อมเฟิร์น แต่หญิงสาวลงที่ชั้นสิบสี่ ส่วนเขาก็ขึ้นไปออฟฟิศของตนที่อยู่ชั้นยี่สิบ เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่ชายหนุ่มทำคือมองไปยังโต๊ะทำงานของภัทรมัย เห็นกระเป๋าสะพายของเธอวางอยู่บนโต๊ะก็ยิ้มเล็กน้อยเพราะรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว เขาจึงเดินไปนั่งโต๊ะของตนเองแล้วส่งข้อความไปหา

Chaya Wave : แก้มลงไปกินข้าวกับเจนใช่ไหม

Chaya Wave : ไปกินในซอย 8 รึเปล่า

Chaya Wave : ถ้าไป พี่ฝากซื้อโกโก้เย็นร้านนั้นหน่อยสิ

Chaya Wave : แต่ถ้าไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไรครับ

เขาเห็นเธออ่านแล้วแต่ไม่ตอบ คิดว่าหญิงสาวคงกำลังนั่งกินข้าวกับเพื่อนอยู่เลยไม่สะดวกแชต เขาจึงไม่ได้ส่งข้อความไปรบกวนเธออีก จากนั้นก็เร่งทำงานอีกตัวซึ่งสินค้าเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะช่วงบ่ายสี่โมงครึ่งเขามีนัดกับจิตแพทย์

ขณะที่ชายหนุ่มนั่งทำงานอยู่นั้น ภัทรมัยก็มายืนอยู่หน้าฉากกั้นพร้อมกับวางแก้วเครื่องดื่มไว้ให้แล้วพูดว่า

“โกโก้ไม่เหมาะกับพี่หรอก เอาสตรอว์เบอร์รีปั่นไปละกัน เข้ากั๊นเข้ากันดี” พูดจบก็เดินกลับไปนั่งโต๊ะของตัวเอง ส่วนเขาได้แต่มองตามไปอย่างมันเขี้ยวระคนขบขัน

Chaya Wave : จะเปรี้ยวไหมเนี่ย แต่ถ้าแก้มซื้อให้น่าจะหวานนะ

Gam Phattramai : กิน ๆ ไปเถอะ ไม่ได้ใส่ยาเสน่ห์ก็แล้วกัน

Chaya Wave : แก้มไม่ต้องใส่พี่ก็หลงแล้ว

Gam Phattramai : ไม่ต้องมาพูดดีเลย ไปกินข้าวกับแฟนเก่ามาหน้าบานเชียวนะ หมั่นไส้

Chaya Wave : เห็นด้วยเหรอ 555 ไม่มีอะไรหรอก

Chaya Wave : เขามาทำธุระเรื่องประกันชีวิตของแม่เขาน่ะ ออฟฟิศอยู่ชั้น 14 นี่เอง

Chaya Wave : เขาเห็นว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว เลยมาชวนไปกินข้าว

ชายหนุ่มนึกถึงตอนที่เฟิร์นมาหา นอกจากเธอจะแวะมาชวนไปกินข้าวแล้ว เธอมาขอโทษเรื่องเมื่อคืนด้วยที่สติแตกใส่เขา เขาจึงถือโอกาสบอกอีกฝ่ายไปว่าคืนนี้เขาจะไม่ไปช่วยงานที่วัดเพราะอยากนอนพักผ่อน

Chaya Wave : และคืนนี้พี่ไม่ได้ไปงานสวดคืนสุดท้ายด้วย จะไปวันเผาพรุ่งนี้ทีเดียวเลย

Gam Phattramai : แล้วทำไมไม่ได้ไปล่ะ

Chaya Wave : ช่วงบ่ายแก่ ๆ พี่มีนัดกับหมอน่ะเลยอยากกลับบ้านนอนมากกว่า ขี้เกียจไปวัด

Gam Phattramai : พี่เป็นอะไร ทำไมต้องหาหมอ

ชยาวุธชะงักมือที่กำลังพิมพ์ทันทีเมื่อเห็นภัทรมัยถาม เขาไม่รู้ว่าควรบอกเธอดีหรือไม่ที่ตนต้องพบจิตแพทย์เพราะเป็นโรคเครียด คิดไปคิดมาจึงตัดสินใจไม่บอก

Chaya Wave : พักนี้ปวดหัวบ่อย พารามันเอาไม่อยู่ก็เลยไปหาหมอน่ะ

เขามองไปทางโต๊ะของภัทรมัย เห็นเธอหันมองมาทางนี้พอดีเขาจึงส่งยิ้มให้ จากนั้นก็พิมพ์ลงไปอีกว่า

Chaya Wave : ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่ไม่เป็นอะไรมากหรอก

Gam Phattramai : ยังไม่ได้พูดสักคำว่าห่วง

Chaya Wave : เห็นหน้ามองตาก็รู้แล้ว 555

Gam Phattramai : หลงตัวเอง เชอะ

เขาส่งสติ๊กเกอร์รูปจูบไปให้แล้วไม่พิมพ์อะไรต่อเพราะอยากเร่งปั่นงานให้เสร็จ อีกทั้งคืนนี้เขามีแผนว่าจะไปค้างกับภัทรมัยที่คอนโดฯ ของเธอด้วย

แชตคุยกันมันไม่เท่ากับการได้นั่งคุยต่อหน้า เขาอยากพูดเรื่องเฟิร์นให้เธอเข้าใจ และมั่นใจว่าระหว่างเขากับแฟนเก่าจะไม่มีความสัมพันธ์แบบเดิมเกิดขึ้นอีกแน่นอน

ชยาวุธนั่งเหม่ออยู่บนระเบียงห้องพักของคอนโดมิเนียม สายตาทอดมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย แสงสีส้มจากพระอาทิตย์ยามใกล้ลาลับอาบไล้ไปทั่วกาย หากแต่แววตาของชายหนุ่มกลับมีแต่ความกังวลไม่เป็นประกายอย่างเคย

เขานึกถึงคำพูดของหมอวริศ จิตแพทย์ประจำตัวหลังจากที่เขาเล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับเฟิร์นให้อีกฝ่ายฟัง

“แฟนเก่าของคุณคงรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนตัวเองถูกทิ้งขว้าง รู้สึกว่าตัวเองโชคร้าย และตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ การที่เขาบอกว่าคุณมีแฟนใหม่ แต่เขาไม่มีใครเลย ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขาค่อนข้างอิจฉาคุณอยู่นิด ๆ เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ แต่คุณกลับมีแต่เรื่องดี ๆ มันเลยทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยพยายามทำให้คุณเป็นเหมือนอย่างเขา คือไม่มีใคร และไม่มีความสุขเหมือนเขา”

เฟิร์นคิดแบบนี้กับเขาจริงหรือ ครั้นพอนึกถึงตรงนี้ ชยาวุธก็คิดขึ้นได้ว่ามีหลายครั้งที่แฟนเก่าพูดในทำนองว่าเขาตัดช่องน้อยแต่พอตัว มีความสุขอยู่คนเดียว แต่เพราะเขาไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจจึงไม่เก็บคำพูดของเธอมาเป็นอารมณ์

เช่นนั้นจบงานศพมารดาของเฟิร์นเมื่อไร เขาคงต้องงดการติดต่อกับเธอเสียแล้ว ต่างคนต่างอยู่ไปก็คงดี เพราะภัทรมัยคงไม่ชอบใจเช่นกันที่เขายังติดต่อกับแฟนเก่าอยู่

ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ชยาวุธมองนาฬิกา ตั้งใจว่าสักสองทุ่มจะออกจากที่นี่เพื่อไปหาภัทรมัยที่คอนโดฯ เขามีเรื่องอยากคุยกับเธอมากมาย และที่สำคัญ เขาจะอ้อนวอนขอให้เธอเลิกบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขาสักที

ภัทรมัยยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อส่องตาแมวที่ประตูแล้วเห็นร่างสูงโปร่งของชยาวุธยืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเปิดประตู แต่ยังไม่ยอมให้เขาเข้ามาด้านใน

“มาหาใครมิทราบคะ”

“มาหาแฟนครับ แฟนผมชื่อแก้ม เธอเป็นเจ้าของห้องนี้ ไม่ทราบว่าเธออยู่รึเปล่า” เขายิ้มแป้นจนน่าหมั่นไส้

“ตกคำว่าเก่านะคะ ต้องเรียกว่าแฟนเก่าถึงจะถูก”

ชยาวุธหัวเราะเบา ๆ “ถ้างั้น ขอผมเข้าไปข้างในหน่อยได้ไหมครับ คุณแฟนเก่าที่รัก”

ภัทรมัยเกือบกลั้นยิ้มไม่อยู่จนต้องเม้มปากไว้แล้วคลายออก

“เชิญค่ะ คุณแฟนเก่าที่ไม่รัก”

หญิงสาวเบี่ยงตัวให้เขาเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเขาเข้ามาแล้วจึงปิดประตูไว้ตามเดิม เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็ถูกสวมกอดจากทางด้านหลังพร้อมกับถูกหอมแก้มฟอดใหญ่

“ใจร้ายจัง ไม่รักกันจริง ๆ หรือ” เขาพูดชิดใบหู ลมหายใจเป่ารดเข้าไปในนั้นจนเธอขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

“ก็จริงน่ะสิ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย” เธอตีแขนเขาเบา ๆ เมื่อเขาปล่อยแล้วจึงเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบโกโก้ที่ตนซื้อแบบแยกน้ำแข็งเอาไว้มาจัดการใส่แก้วให้เขา

ชยาวุธยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเครื่องดื่มในแก้วนั้นคืออะไร

“แก้มนี่รู้ใจพี่ไปหมด”

หญิงสาวนั่งบนโซฟาอีกฝั่งแล้วถามเขาว่า “ไปหาหมอเป็นไงมั่งคะ”

ชายหนุ่มวางแก้วลงหลังจากดื่มไปอึกใหญ่ “ก็ได้ยาแก้ปวดมานั่นแหละ แต่ฤทธิ์ยาจะแรงกว่าพาราทั่วไปหน่อย แล้วก็มียาที่ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เพราะที่พี่ปวดหัวบ่อย ๆ เป็นเพราะนอนไม่หลับน่ะ”

ภัทรมัยขมวดคิ้วเล็กน้อย “นอนไม่หลับ? พี่มีเรื่องเครียดหรือคะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 100% -

    “แล้วน้องเขารู้รึยังว่ามึงชอบเขา” ทิวากรถามยิ้ม ๆ“จะรู้ได้ไง ก็กูไม่ได้บอก”ทิวากรกลอกตาพลางเอ่ยว่า “เหรอออ ไอ้คุณเวฟครับ กูว่าน้องเขาน่าจะรู้แล้วละครับ เพราะมึงน่ะมองเขาตาเชื่อมขนาดนั้น แหม...ไม่แสดงออกเลยสักนิด แค่คนเขารู้เขาเห็นกันทั้งบริษัทแค่นั้นเอง”“เฮ้ยถามจริง น้องเขารู้หรือวะ” คนอื่นเขาไม่สนใจ ใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป แต่ภัทรมัยนั้นเขาต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเธอยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขาโสด ถ้าเขาเผลอมองเธอตาเชื่อมจริง เธอจะต้องคิดแน่ว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้หลายใจ“ไม่ได้การแล้วไอ้ทิว มึงรีบไปป่าวประกาศให้กูด่วนเลยว่ากูโสดแล้ว”และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะเริ่มจีบภัทรมัยอย่างจริงจังสักทีชยาวุธกับทีมงานคนอื่น ๆ นั่งฟังบรีฟงานจากภัทรมัยในห้องประชุมเล็ก ตลอดเวลาที่นั่งประชุม ชายหนุ่มแทบไม่ละสายตาไปจากเออีคนสวยเลย และเขาไม่ใช่แค่มองอย่างเดียว แต่ยังยิ้มนิด ๆ ตลอดเวลาด้วยภัทรมัยรู้ตัวว่าถูกชยาวุธจ้องเอา ๆ ก็อดประหม่าไม่ได้ หญิงสาวต้องตั้งสติและใช้สมาธิอย่างมา

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 70% -

    “เฮ้อ...” ภัทรมัยถอนหายใจอีกครั้งทั้งยังเผลอมองเขาไม่วางตา จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น หัวคิ้วของหญิงสาวพลันขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ทันทีตาคนนี้ปล่อยให้คนอื่นเขาแซงคิวอีกแล้ว...นังแก้มจะไม่ทน!หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาชยาวุธด้วยสีหน้าเอาเรื่อง แต่ไม่ได้พูดกับเขา เธอพูดกับผู้หญิงคนนั้น“ขอโทษนะคะ ท้ายแถวอยู่ตรงนั้นค่ะ กรุณาไปต่อคิวด้วย”“อะไรกัน ก็คุณคนนี้...” ผู้หญิงคนนั้นยังพูดไม่จบ ภัทรมัยก็ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก“ถึงพี่ฉันจะยอมให้คุณแซงคิว แต่ฉันไม่ให้ และฉันจะเข้าคิวแทนพี่เขาเอง เพราะฉะนั้นกรุณาไปต่อท้ายแถวค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทางท้ายแถว จากนั้นหันไปพูดกับชายหนุ่มว่า“พี่เวฟไปนั่งรอก่อนเลย แก้มจะแลกการ์ดเอง” พูดจบก็หันไปมองหน้าผู้หญิงคนนั้นต่อ เจ้าหล่อนเห็นคนเริ่มมองมาหลายคน อีกทั้งคนที่ต่อแถวบางคนก็ทำหน้าไม่พอใจ จึงเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากแถวทันทีเมื่อแลกการ์ดเรียบร้อยแล้ว ภัทรมัยจึงเดินไปหาชยาวุธที่นั่งรออยู่ จากนั้นก็ยื่นการ์ดให้เขา&

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   ตอนพิเศษ - 35% -

    เออีน้องใหม่ภัทรมัยเดินออกจากลิฟต์ด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ วันนี้เธอเริ่มงานวันแรกกับบริษัทโฆษณาที่จัดว่าเป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เธอใฝ่ฝันอยากทำบริษัทนี้มานานแล้ว เคยมาสัมภาษณ์สองครั้ง แต่ไม่ถูกเรียกให้เข้าทำงาน หญิงสาวจึงต้องไปสมัครบริษัทอื่น ทำอยู่หลายปีจนกระทั่งทราบข่าวว่าบริษัทนี้เปิดรับ Account Executive เธอจึงลองยื่นใบสมัครดูอีกครั้ง หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็กลับบ้านไปรอฟังผล ผ่านไปสองวันจึงได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายบุคคลว่าเธอได้รับการพิจารณาให้เป็นพนักงานของบริษัทแล้วภัทรมัยจำได้ว่าวันนั้นตนกรี๊ดลั่นห้องจนเพื่อนชายที่อยู่ห้องติดกันรีบมาเคาะประตูถามด้วยความเป็นห่วง เพราะนึกว่าเธอเกิดอันตรายขณะที่หญิงสาวกำลังจะผลักประตูเข้าไป เสียงทุ้มจากด้านหลังพลันดังขึ้นจนทำให้เธอสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่ามาติดต่อธุระอะไรรึเปล่าครับ”ภัทรมัยลดมือลงจากที่จับประตูแล้วหันไปมองคนถาม ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนนี้หน้าตาใช้ได้ อายุน่าจะประมาณยี่สิบปลายถึงสามสิบปี สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนกับรองเท้าผ้าใบ ดูท่าทางเป

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 100% -

    โลกใบแรกที่เป็นทนายปราบต์ได้ตายไปแล้ว แต่ยังเหลือโลกใบที่สองคือนวัช เจ้าของบ่อปลาน้ำจืดขนาดใหญ่เขาเหลือชีวิตเดียวแล้ว คงต้องรักษาเอาไว้ให้ดี ให้สมกับที่มารดาของเขายอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้เขาเติบโต...เมี้ยว...เสียงร้องแผ่วเบาของแมวตัวหนึ่งทำให้ความคิดของชายหนุ่มหยุดชะงักลงทันที เขามองหาที่มาของเสียงจึงเห็นลูกแมวตัวเล็กยืนห่างเขาออกไปประมาณสามก้าว“แมวบ้านไหนเนี่ย” เขาไม่เคยได้ยินว่าคนแถวนี้เลี้ยงแมวสักคน จึงคิดจะจับตัวมันมาดูว่าสวมปลอกคอเอาไว้หรือไม่ แต่เจ้าตัวเล็กก็กระโดดหนีไปเสียก่อน และเพราะความมืดเขาจึงไม่แน่ใจว่ามันมีสีอะไร แต่ในเมื่อมันไปแล้วเขาจึงไม่ได้สนใจอีกทว่าพอเขาเดินเข้าบ้าน กลับเห็นลูกแมวตัวน้อยนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาราวกับเป็นบ้านของมัน“จะมาอยู่ด้วยกันรึไงเจ้าเหมียวน้อย” เขาก้มตัวลงมองมันชัด ๆ เป็นแมวไทยทั่วไปสีส้มท้องขาว มีปลอกคอสวมอยู่แสดงว่าเป็นแมวมีเจ้าของ“กลับบ้านไปได้แล้ว เจ้าของหาแย่แล้วมั้ง”มันเงยหน้ามองเขาเหมือนจะฟังรู้เรื่อง แต่พอเห็นมันเอนตัวลงนอนฟุบบนโซฟาเหมื

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 75% -

    “น่ารักจังเลย กี่เดือนแล้วคะ” ภัทรมัยมองเด็กน้อยลูกครึ่งด้วยความเอ็นดู สีผมของทั้งคู่เป็นสีน้ำตาล นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเช่นกัน พวงแก้มแดงระเรื่อทั้งสองข้าง แขนขาจ้ำม่ำดูน่ากอดทั้งคู่“แปดเดือนแล้ว กำลังคลานเลย เวฟกับแก้มล่ะ เมื่อไรจะมีตัวเล็กบ้าง” เฟิร์นถามยิ้ม ๆ“คงอีกสักพักค่ะ” ภัทรมัยยิ้มแหย“โห นี่แปลว่าไปอยู่ที่โน่นได้ไม่นานก็แต่งงานเลยสิเนี่ย แฟนเป็นคนอเมริกันใช่ไหม แล้วรู้จักกันได้ยังไง” ชยาวุธยิ้มกว้างเช่นกัน ดีใจที่เห็นอดีตคนรักมีชีวิตที่ดี“ใช่ ตอนมาถึงที่นี่เฟิร์นก็ช่วยน้าทำงานในคลินิกสัตว์ และเพ็ทชอปน่ะ เขาเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ เพราะพาแมวมาถ่ายพยาธิและหยอดยากันเห็บหมัดทุกเดือน มาซื้ออาหารแมว ทรายแมวบ่อย ๆ ก็เลยได้รู้จักกัน บ้านเขาอยู่ไม่ไกลจากคลินิกด้วย เขาจะออกมาวิ่งทุกเช้าเลยได้คุยกันทุกวัน”“ดีใจด้วยนะเฟิร์น ลูก ๆ น่ารักมาก แก้มแดงน่าหยิกมากเลย ไฮ...”ชายหนุ่มโบกมือทักทายเด็กน้อยที่มองตนตาแป๋วผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะหันไปยิ้มกับภรรยาอย่างถูกใจเมื่อเห

  • แฟนเก่าที่(ไม่)รัก   บทส่งท้าย - 50% -

    “ไอ้เสี่ยกวงมันอยู่ได้อีกไม่นานหรอก เชื่อพี่ น่าจะตายอยู่ในคุกนั่นแหละ ไม่ได้ออกมาเห็นโลกภายนอกอีกหรอก”“แล้วคุณทนายล่ะ แก้มว่าเขาก็ทำบาปกับคนอื่นไว้ไม่น้อยเลยนะนั่น อยากรู้จริงว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่”แม้จะผ่านมาสองปีแล้ว แต่ภัทรมัยยังคงเชื่อว่าทนายปราบต์ยังไม่ตาย และคิดว่าเขาคงอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้แน่นอน“จะไปคิดถึงมันทำไม มันทำให้พี่เกือบตายเชียวนะ” เขาตัดพ้อเสียงขุ่น ภัทรมัยจึงรีบกอดเขาไว้อย่างเอาใจ“แหม ก็แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าเขาทำยังไงถึงรอด หมายถึงว่าเขาทำยังไงถึงทำให้ตัวเองกลายเป็นคนตายไปได้ แล้วตอนนี้เขาจะใช้ชื่อว่าอะไร ยังอยู่ในประเทศไทยรึเปล่าแค่นั้นเอง”“เขาอยู่กับเสี่ยกวงมานาน ยังไงก็ต้องมีทางออกให้ตัวเองเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วละ แต่ไอ้เรื่องชุบตัวเป็นคนใหม่หรือสวมรอยเป็นคนอื่นรึเปล่าเราก็ไม่รู้กับเขาหรอก พี่ว่าเรื่องแบบนี้มันน่าจะรู้กันเฉพาะกลุ่มว่ามีขบวนการทำให้ ดีไม่ดี เจ้าหน้าที่พวกนั้นอาจจัดการให้เขาเองก็ได้ ช่างมันเถอะ แค่อย่ามาให้เจอหน้าก็แล้วกัน บอกตามตรงเลยนะ พี่ไม่ถูกชะตา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status