Share

บทที่ 263

Author: อี้ซัวเยียนอวี่
เฟิ่งจิ่วเหยียนหันตัว โยนคนที่อยู่ใกล้นางที่สุดผ่านบนไหล่

ตูม!

คนนั้นกระแทกบนโต๊ะ ถล่มตกลงพื้นพร้อมกับโต๊ะที่แตกหัก เสียงกรีดร้องดังไม่หยุด

“อ้าก...”

คนอื่นเห็นดังนี้แล้วก็รวมตัวต่อสู้พร้อมกัน

แต่ไม่นาน พวกเขาทั้งหมดล้มกองลงบนพื้นอย่างระเกะระกะ ร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด

เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสบาย ข้างหลังหน้ากาก ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นอาฆาต

ทหารกลุ่มนั้นพูดเตือนนางว่า

“เจ้า เจ้ากล้าทำร้ายพวกเรา? พวกเราเป็นคนของค่ายทหารเป่ยต้า แม่ทัพน้อยเมิ่งเคยได้ยินไหม พวกเราล้วนเป็นทหารของนาง! ค่ายทหารเป่ยต้า เจ้ากล้ามีเรื่องด้วยหรือ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมาด้วยเสียงเย็นชา

“กฎค่ายทหารเป่ยต้านั้นเข้มงวด ปล่อยให้พวกเจ้ารังแกเอาเปรียบผู้หญิงบริสุทธิ์ได้อย่างไร”

ทหารกลุ่มนั้นส่งเสียงหัวเราะเย้ย

“พวกเราปกป้องดินแดน มีคุณงามความดี! นี่ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเราควรได้!”

“ใช่! หากไม่มีพวกเรา คนรัฐเหลียงคงโจมตีมาตั้งแต่แรกแล้ว! ยังจะมีชีวิตที่สงบเหมือนอย่างตอนนี้ได้อย่างไร!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหิ้วคนหนึ่งขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว จับปกเสื้อของเขาไว้ด้วยสายตากดดัน

“งั้นก็ตามข้าไปยังค่
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (3)
goodnovel comment avatar
Rukchanaporn Nui
สมควรตายให้หมดคนรอบตัว คิดแค่เรื่องตัวเองไม่ทันคนอื่นสักเรื่องคอยแต่ตามแก้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วอย่างเดียว อ่านแล้วก็เหนื่อยใจกับนางเอกจะฉลาดแต่ก็เหมือนโง่
goodnovel comment avatar
Kru Jum Ratiphakteemar Ltn
สนุกมากๆ เล่าเรื่องได้น่าติดตามจริงๆ
goodnovel comment avatar
Sawarost Sontijai
เลวมากๆอีเฉียวม่อ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 264

    “ทำไมเจ้าก็สงสัยนาง?” ฮูหยินเมิ่งค่อนข้างแปลกประหลาดใจคนที่เฟิ่งจิ่วเหยียนไว้ใจที่สุด ก็มีแต่อาจารย์หญิงนางเล่าเรื่องเกี่ยวกับเวยเฉียงให้ฟังทุกอย่าง และอธิบาย เหตุผลที่นางสงสัยเฉียวม่อฮูหยินเมิ่งฟังแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะผงกหัว“เจ้าคิดแบบนี้ ก็ใช่ว่าไม่มีเหตุผล”“หากเฉียวม่อ หมายปองตำแหน่งแม่ทัพน้อยเมิ่งตั้งแต่แรก งั้นนางก็ต้องกันเจ้าออกไป ลงมือทำร้ายเวยเฉียง บีบบังคับให้เจ้ากลับไป”“หากเป็นฝีมือของนางจริงๆ ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างที่สุด!”ฮูหยินเมิ่งอย่างไรก็คาดคิดไม่ถึง เรื่องของเวยเฉียง ก็เป็นฝีมือของเฉียวม่อยัยเด็กคนนี้ นับตั้งแต่เมื่อไหร่ กลายเปลี่ยนเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้!อารมณ์จิตใจเฟิ่งจิ่วเหยียนซับซ้อน“ข้าก็ไม่อยากสงสัยนาง แต่เรื่องทุกสิ่งอย่าง ล้วนพุ่งความน่าสงสัยไปที่นาง”ฮูหยินเมิ่งเห็นด้วย“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เดิมข้าคิดว่ารอตรวจสอบได้ผลชัดเจนแล้ว ค่อยบอกกับเจ้า“ตอนนี้ สู้บอกกับเจ้าเสียเลย“ข้าสงสัยว่า เรื่องที่กองทัพมังกรพยัคฆ์ถูกทำลายล้าง เฉียวม่อต้องมีส่วนร่วมทำอะไรสักอย่างแน่ ช่วงหลายวันก่อน ข้าได้แอบสืบเรื่องนี้มาตลอด น่าเสียดายที

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 265

    ตรงมุมหนึ่งของกำแพง มีร่องรอยเก่ากับใหม่ผสานกันอย่างไม่ถูกต้องเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้ทำอะไรในทันที แสร้งทำเป็นตรวจดูเสร็จ แล้วก็ขอตัวกลับ พูดเน้นย้ำอาสะใภ้หกว่า ห้ามเอาเรื่องของนางไปบอกใครหลังจากดึกดื่น นางแอบเข้ามาในห้องทางทิศตะวันตกอีกครั้งหลังจากดันสิ่งของที่วางกองรวมกันอยู่ออกไป ก็พบว่าบนพื้นหลวมๆ เมื่อจัดการกับดินบนนั้นแล้ว ก็พบไม้กระดานสี่เหลี่ยมชิ้นหนึ่งเมื่อดันไม้กระดานนั้นขึ้นมา ก็เป็นเส้นทางใต้ดินนางใช้เพียงพับไฟส่องสว่าง แล้วก็คิดเข้าใจทันที เฉียวม่อย้ายสิ่งของหลายหีบนั้นเข้าไปในจวนแม่ทัพได้อย่างไรวันถัดมาเฟิ่งจิ่วเหยียนมาหาฮูหยินเมิ่งอีกครั้งไม่รอให้นางนำเรื่องที่พบเมื่อวานบอกกับอาจารย์หญิง ฮูหยินเมิ่งก็ชิงพูดเรื่องลับเรื่องหนึ่งขึ้นมาก่อน“นี่เป็นจดหมายด่วนจากพ่อของเจ้า เดิมนั้นส่งให้อาจารย์ของเจ้า ฉันเอามาดูก่อน เจ้าเองก็ดูด้วย”แววตาฮูหยินเมิ่ง เต็มไปด้วยความหนักใจเฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันทีเมื่อเปิดจดหมายดู ค่อยรู้ว่า ฮ่องเต้ทรราชคนนั้น ไม่เชื่อว่านางตายแล้ว บีบบังคับให้นายท่านเฟิ่งส่งคนมาให้ฮูหยินเมิ่งจับมือข้างหนึ่งของนางไว

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 266

    เฉียวม่อพบแหล่งที่มาสิ่งของที่เป็นของกลาง พิสูจน์ว่าเป็นของที่ได้มาจากกลุ่มโจรปล้นสุสานเพื่อซ่อนสิ่งที่ได้มาเป็นพิเศษพวกนี้ จึงขนส่งไปยังจวนแม่ทัพเดิมคิดว่าสถานที่อันตรายที่สุดก็คือสถานที่ปลอดภัยที่สุด คิดไม่ถึงว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะกล้าค้นจวนแม่ทัพเมิ่งฉวีไร้ความผิดถูกปล่อยตัวออกมา ข้าหลวงผู้ตรวจการนำความจริงของคดีนี้ กราบทูลฝ่าบาทที่อยู่ห่างไกลถึงเมืองหลวงเรื่องนี้ ดูเหมือนจะผ่านไปเสียแบบนี้แล้วและเรื่องที่แม่ทัพน้อยเมิ่งช่วยพ่อของตนเองไว้ กลายเป็นเรื่องเล่าอย่างน่าชื่นชมภายในค่ายทหารจวนแม่ทัพถูกปลดปล่อยวันที่แม่ทัพเมิ่งกลับมา ฮูหยินเมิ่งกับเฉียวม่อรอรับอยู่ตรงหน้าประตูจวน“ท่านพ่อ!” เฉียวม่อร้องเรียกอย่างตื่นเต้น วิ่งเร็วยิ่งกว่าฮูหยินเมิ่งฮูหยินเมิ่งมองเงาแผ่นหลังของนางด้วยสายตาหม่นหมอง พร้อมเงียบไปอยู่นานตอนกลางคืนฮูหยินเมิ่งกับเฟิ่งจิ่วเหยียนนัดเจอกันนางค่อนข้างไม่เข้าใจ“เฉียวม่อคิดอยากทำอะไรกันแน่?”วางแผนใหญ่โตขนาดนี้ มีผลประโยชน์ต่อนางอย่างไร?เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมาว่า“บางที นางรู้ว่าท่านกำลังสืบเรื่องกองทัพมังกรพยัคฆ์”ฮูหยินเมิ่งเข้าใจขึ้นมาทันท

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 267

    ในตำหนักจื้อเฉิน พระราชวังเฉินจี๋เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว แสดงออกถึงความร้อนใจอย่างเห็นได้น้อยครั้ง“ฝ่าบาท มีข่าวแจ้งมาว่า ฮองเฮาอยู่ชายแดนเหนือ!”เวลาต่อมา มีคนหนึ่งเดินออกมาจากในม่านบัง รอบกายเต็มไปด้วยความโกรธที่รุนแรง ราวกับชูร่าในนรก ภายใต้เงาร่างสูง แสงแดดแลดูหม่นหมองแววตาเซียวอวี้กำลังก่อตัวพร้อมกับพายุฝนที่ใกล้เข้ามาในความมืด สีหน้าเยือกเย็นอย่างที่สุดเขารู้อยู่แล้ว นางไม่มีทางตายหนีไปยังชายแดนเหนือหรือจักรพรรดิตรัสสั่งขึ้นมาพร้อมความขุ่นเคืองว่า “เจ้าพาคนจำนวนหนึ่ง ไปยังชายแดนเหนือ”พูดถึงตรงนี้ เขาก็เปลี่ยนความคิดผู้หญิงคนนั้นมีความสามารถอย่างยิ่ง รับมือได้หนึ่งต่อร้อย เฉินจี๋ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง……ในที่ว่าราชการนายท่านเฟิ่งเหม่อลอย เตรียมพร้อมกับการถูกประหารแล้วใครใช้ให้เขามีลูกสาวอกตัญญูเล่านางสนใจแต่เพียงความอิสรเสรี ทำให้ทุกคนในตระกูลต้องตายเพื่อนางไม่ง่ายกว่าจะรอจนถึงว่าราชการเสร็จสิ้น เดิมเขาคิดว่า ฝ่าบาทจะมีรับสั่งให้เขาอยู่ต่อ เพื่อทำการลงโทษเขาสุดท้าย เหมือนฝ่าบาทจะจำที่นัดหมายไว้หนึ่งเดือนไม่ได้ จบการว่าราชการเสร็จก็ออกไปเลยนายท่านเฟิ่ง

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 268

    ผู้ชายที่อยู่ในห้องค่อยๆ หันมา จับจ้องมองดูเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างเยือกเย็นชาริมฝีปากของเขาแฝงไปด้วยความเลือดเย็น ส่วนที่กระตุกขึ้นมาเล็กน้อยแฝงไปด้วยความหนาวเหน็บ“ที่นี่สุขสบายกว่าพระราชวังหรือ”คำพูดประโยคนี้พูดขึ้นมาอย่างสบายอารมณ์ เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับรู้สึกได้ถึง ความขุ่นเคืองจัดที่เขาอดกลั้นไว้ก็ถูกนางในฐานะที่เป็นฮองเฮาหนีไปแล้วถือเป็นการเหยียบย่ำเกียรติของเขาที่เป็นกษัตริย์กับสามีเซียวอวี้ก้าวเท้าเดินมา ค่อยๆ เข้าใกล้นางนางไม่ได้ก้าวถอยหลัง และก็ไม่มีความคิดที่จะหนีไปชายหนุ่มหยุดชะงักตอนอยู่ห่างจากนางหนึ่งก้าว รูปร่างสูงใหญ่ราวกับเมฆดำบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้เกิดเงาใหญ่โตบนใบหน้าของนางทันใดนั้น เขาเอื้อมมือดึงม่านคลุมหน้าของนางออกนิ้วเรียวยาวยังคงวางอยู่บนแก้มของนาง ลูบไล้ไปตามกรามของนาง ในที่สุดก็หยุดตรงใต้คางของนาง“ทำไมต้องหนี?”น้ำเสียงของเขาลาวยาวนุ่มนวล ราวกลับก่อนการฆาตกรรม ที่กำลังล้อเหยื่อเล่น กลั่นแกล้งอย่างโหดเหี้ยมเฟิ่งจิ่วเหยียนสบกับสายตาของเขาอย่างไม่หวาดกลัว“เพราะหวาดกลัว”ทันใดนั้น ฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มบีบคอของนางไว้ มองดูนางอย่างเยือกเย็นชา

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 269

    เฉียวม่อตรงไปยังกระโจมหลักของฮ่องเต้กับฮองเฮาแม่ทัพเมิ่งกำลังให้การต้อนรับด้วยตนเองเฉียวม่อกลับมองเห็น ศิษย์พี่ที่นั่งอยู่ด้านข้างฝ่าบาท ริมฝีปากค่อนข้างแดง ยังมีรอยช้ำบนผิว เห็นได้ชัดว่า...เกิดจากการจูบอย่างรุนแรงและแววตาของฝ่าบาท เหลือบมองดูศิษย์พี่อยู่บ่อยครั้ง ราวกับให้ความสนใจนางเป็นอย่างยิ่งนี่ไม่ใช่ภาพที่เฉียวม่อคาดคิดไว้ฝ่าบาทจับตัวนางสนมที่หลบหนีได้ ควรลงโทษอย่างสาหัสถึงจะถูกและจากที่นางสังเกตเห็นได้จากเมื่อตอนที่ไปยังเมืองหลวงก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทไม่ชอบศิษย์พี่ส่วนศิษย์พี่...ศิษย์พี่ไม่อยากกลับพระราชวังไม่ใช่หรือ น่าจะต่อต้านถึงจะถูก!ระหว่างพวกเขา เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้ากันได้ดีถึงขนาดนี้!เฉียวม่ออดกลั้นเก็บความสงสัยมากมายไว้ แล้วถวายบังคมอย่างฝืนยิ้ม“กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาท ฮองเฮา”“ไม่ต้องมากพิธี”สิ่งที่เซียวอวี้ป่าวประกาศต่อภายนอกก็คือ เดิมครั้งนี้ฮองเฮาก็เดินทางมาพร้อมกับเขา เดินทางมาให้กำลังใจพวกทหาร แต่เพราะทนการเดินทางไกลอย่างเหน็ดเหนื่อยไม่ไหว จึงพักอยู่ในที่พักแรมเป็นการชั่วคราวรถม้าของนางจึงมาถึงช้ากว่าเขาการอธิบายนี้มีพิรุธ แต่ก็ไ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 270

    เรื่องที่ให้ย้ายเฉียวม่อกลับไปยังเมืองหลวง เฟิ่งจิ่วเหยียนอธิบายว่า“ฝ่าบาท ท่านเป็นกังวลว่าพ่อลูกตระกูลเมิ่ง มีอำนาจทางทหารมากเกินไปมาตลอด”“เฉียวม่อเป็นลูกศิษย์ของเมิ่งฉวี หลายปีมานี้รักใคร่นางเหมือนลูก หากสามารถรั้งตัวเฉียวม่อไว้ในเมืองหลวง เมิ่งฉวีก็จะต้องมีความกังวล”เซียวอวี้ฉีกยิ้มหัวเราะเย้ย“ให้เมิ่งเฉียวม่อไปเป็นตัวประกันหรือ ฮองเฮา เจ้าทำกับคนที่มีบุญคุณช่วยชีวิตเจ้าแบบนี้หรือ?”เฟิ่งจิ่วเหยียนก้มหน้าลงเล็กน้อย“เทียบกับความสัมพันธ์ส่วนตัว หม่อมฉันอยากที่จะแบ่งเบาภาระท่านมากกว่า”“ความน่าเชื่อถือของแม่ทัพน้อยเมิ่งในค่ายทหารเป่ยต้าตอนนี้ มากเกินกว่าจักรพรรดิแล้ว”“หม่อมฉันคิดว่า มีอำนาจเหนือนายไปแล้ว“ย้ายแม่ทัพน้อยไป ก็สามารถค่อยๆ ทำให้ค่ายทหารเป่ยต้า กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของท่าน”ดูเหมือนนางเสนอแนะอย่างจริงใจ ทำให้เซียวอวี้ค่อยๆ มองข้ามกฎที่ “วังหลังห้ามยุ่งเรื่องการเมือง”เขาก็คิดว่า สิ่งที่นางพูดมานี้ไม่ผิดพ่อลูกตระกูลเมิ่งมีคุณความดีทางทหารอันเลื่องลือ หากจะพูดว่าเขาไม่หวาดระแวงอะไรเลย นั่นคือความเท็จกษัตริย์มักชอบสงสัย เขาเองก็ไม่ยกเว้นยามทำศึกต่อสู

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 271

    ปฏิกิริยาของเฟิ่งจิ่วเหยียนในครั้งนี้รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง นางเอียงหน้าหลบจูบนั้นไปได้อย่างเฉียดฉิวริมฝีปากของบุรุษปัดผ่านใบหน้าของนางไปเจอกับความว่างเปล่าสายตาของนางมีรังสีสังหารเย็นเยียบวาบผ่านเซียวอวี้ไม่ได้ลงมือต่อ เขาหัวเราะแล้วกล่าวข้างหูนางว่า“เจ้ากล่าวว่าอันใดนะ ตอบแทนบุญคุณ ทำเพื่อเรา โกหกทั้งเพ“เจ้ารู้ว่าเมิ่งเฉียวม่อนั่นทรยศเจ้า จึงคิดจะเอานางมาไว้ข้างกาย จะได้ค่อย ๆ ทรมานนาง“เราเดาถูกใช่หรือไม่?”เฟิ่งจิ่วเหยียนสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อยจากนั้นก็ได้ยินบุรุษผู้นั้นถามต่ออีกว่า“เจ้าคิดอยากจะกลับมาจริง ๆ หรือว่าถูกบังคับ?”เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมตนเองให้สงบนิ่ง“ข้า...”“วันนี้ยามที่เจอเจ้าในกระท่อมไม้ เจ้าสะพายกระเป๋าเดินทางเอาไว้ เดิมเจ้าตัดสินใจจะหนีต่อไปใช่หรือไม่?”เซียวอวี้มีท่าทางราวกับว่าเขามองนางจนทะลุปรุโปร่งแล้ว ทั้งยังทำราวกับกำลังเล่นกับเหยื่อที่อยู่ในกำมืออย่างไรอย่างนั้นเขาอยากเห็นนางหวาดกลัว หวาดผวา อยากได้ยินนางขอร้องให้เขายกโทษให้ทว่านางเพียงเงยหน้าขึ้นอย่างสงบนิ่งแล้วใช้ดวงตาที่ไร้ความเกรงกลัวคู่นั้นมองมาที่เขาทุ

Latest chapter

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1214

    เฉินจี๋ได้รับการช่วยเหลือจากนายพรานผู้หนึ่ง ด้วยอาการบาดเจ็บรุนแรง กระทั่งตอนนี้ก็ยังหมดสติอยู่นี่จึงไม่น่าแปลกใจที่เขายังไม่ปรากฏตัว ที่แท้เป็นเพราะร่างกายไม่อาจเคลื่อนไหวได้นายพรานรู้ว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนกับคณะรู้จักกับเฉินจี๋ จึงรู้สึกโล่งใจ“ข้าลำบากใจจริง ๆ เพราะคิดว่านี่คือชีวิตคนคนหนึ่ง จึงไม่อาจทอดทิ้งได้ ทว่าจะรักษาอาการบาดเจ็บของเขา ข้าก็ต้องใช้เงิน...”ไม่รอให้นายพรานพูดจบ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ส่งสัญญาณให้อู๋ไป๋นำเงินให้อู๋ไป๋ถนัดการจัดการเรื่องต่าง ๆ สักพักก็เริ่มคุ้นเคยกับนายพราน และเอ่ยขอบคุณอย่างสนิทสนม“พี่ชาย ขอบคุณจริง ๆ ที่เจ้าช่วยสหายข้าไว้! เงินเล็กน้อยนี้ไม่พอจะทดแทนคำขอบคุณได้! ใช่แล้ว เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่า เจอสหายข้าที่ใด แล้วเขาได้รับบาดเจ็บอย่างไร? และเจอคนที่น่าสงสัยคนอื่นหรือไม่?“เจ้าอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ข้าเพียงแค่อยากรู้ให้ชัดเจน ว่าผู้ใดทำร้ายสหายข้า บาปมีคนก่อหนี้ย่อมมีเจ้าหนี้”คำพูดของอู๋ไป๋ ล้วนเป็นความรู้สึกตามธรรมชาติของคนนายพรานลองคิดทบทวนอย่างละเอียดรอบหนึ่ง“ข้าช่วยเขาตรงริมแม่น้ำ ตอนนั้นไม่พบผู้อื่น ขอโทษจริง ๆ ที่ข้าช่วยพวกท่านไม่ได้”“

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1213

    ปลายเดือนสิบสอง ปีใหม่ใกล้เข้ามาเส้นทางมุ่งหน้าไปทางเหนือเต็มไปด้วยน้ำแข็ง การเดินทางนั้นยากลำบากเฟิ่งจิ่วเหยียนในช่วงอยู่ไฟมิได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ ตอนนี้ยังต้องเดินทางท่ามกลางพายุหิมะอีก จึงมักจะปวดเมื่อยเอว และเหงื่อออกมากอยู่บ่อย ๆในช่วงกลางคืนเข้านอน ก็มักรู้สึกเย็นที่ไหล่ และหนาวอย่างรุนแรงอู๋ไป๋เห็นสีหน้าของนางไม่สู้ดีนัก จึงเตือนนาง“นายท่าน ไม่สู้ให้หมอมาตรวจดูบ้าง?”เฟิ่งจิ่วเหยียนรีบร้อนจะตามหาคน จึงไม่อยากล่าช้าครั้งนี้อู๋ไป๋ยืนหยัดอย่างเต็มที่“นายท่าน ต่อให้ท่านไม่คำนึงถึงตนเอง ก็ควรนึกถึงฝ่าบาท หากท่านเจ็บป่วย จะยิ่งไม่ล่าช้ามากกว่าหรอกหรือ?”เขาเอ่ยเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเริ่มลังเลก็จริงหากนางเจ็บป่วยจนลุกไม่ขึ้น ก็จะไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไปตรงชายแดนหนานฉี เฟิ่งจิ่วเหยียนได้ไปที่สำนักการแพทย์แห่งหนึ่งหลังจากหมอจับชีพจรของนาง ก็เอาแต่ส่ายหัว“ฮูหยินท่านนี้ ท่านมีภาวะร่างกายไม่สมดุลหลังคลอด จึงเป็นต้นเหตุเกิดโรคเรื้อรัง“อาการปวดตามข้อเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในระยะนี้ที่ฝนหิมะรุนแรง แน่นอนว่าย่อมไม่สบายตัว“ในยามปกติรู้สึกว่าไม่เป็นไร ทนหน่อยก็ผ่

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1212

    บนบัลลังก์มังกร เซียวถงเต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของจักรพรรดิ “เรารับพระราชโองการจากเสด็จอา มาทำหน้าที่รักษาการแทนตำแหน่งฮ่องเต้ชั่วคราว ทุกท่านมีเรื่องใดก็เสนอได้”เหล่าขุนนางในราชสำนักมองไปรอบ ๆ ด้วยความงุนงงบางคนถึงกับสงสัยว่าเซียวถงแย่งชิงบัลลังก์ทว่าคิดดูอีกที ฮองเฮาทรงมีทักษะเพียงนั้น ผู้ใดจะกล้าแย่งชิงบัลลังก์?ณ วังหลังเฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกอาวรณ์อย่างยิ่งที่จะกล่าวอำลาต่อบุตรทั้งสองพวกเขายังคงนอนหลับอยู่ ใบหน้าขณะหลับดูสงบนิ่งเป็นพิเศษ นางจุมพิตบนหน้าผากของพวกเขา หัวใจราวกับถูกบีบเข้าหากันสาวใช้หว่านชิวรู้สึกเศร้าใจ “ฮองเฮา จักต้องเสด็จไปให้ได้หรือเพคะ?”ฮองเฮาทรงตัดใจจากเลือดเนื้อเชื้อไขของตนได้อย่างไร?เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าอย่างหนักแน่นการไปของนางครั้งนี้ จะมีชีวิตอยู่หรือตายยังไม่แน่นอนการพาบุตรทั้งสองคนไปด้วย หนึ่งจะเป็นภาระให้กับนาง สองอาจจะนำภัยอันตรายถึงแก่ชีวิตมาให้พวกเขาการแยกจากบุตร ย่อมต้องทุกข์ใจอยู่แล้ว ทว่าหากให้นางกับลูกรออยู่ในวัง และทนทรมานกับการรอฟังข่าว นางยิ่งไม่ยินยอม“ฮองเฮา หนิงเฟยมาถึงแล้วเพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนรีบปรับอารมณ์ทันที และเ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1211

    ที่ดินที่โซ่วอ๋องได้รับมอบไม่ถือว่าไกลจากเมืองหลวงมากนัก หลังจากได้รับคำสั่งจากฮองเฮา ซื่อจื่อเซียวถงก็ออกเดินทางภายในวันเดียวกันห้าวันต่อมา เซียวถงก็มาถึงพระราชวัง และตรงไปยังห้องทรงพระอักษรเพื่อเข้าเฝ้าครั้งล่าสุดที่เขามาเมืองหลวง ก็คือเมื่อสามปีก่อน ช่วงที่เกิดความวุ่นวายในวิหารบรรพบุรุษ เขาได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากฮ่องเต้ ให้ขึ้นครองบัลลังก์ชั่วคราว เพื่อหลอกลวงพรรคเทียนหลงกับกองทัพศัตรูให้สับสนในตอนนั้นเขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก พระราชโองการพินัยกรรมของฝ่าบาท ได้แต่งตั้งให้เขาเป็นว่าที่จักรพรรดิครั้งนี้ฮองเฮาทรงเรียกเขามา ไม่รู้ว่ามาเพราะเรื่องใดทว่าก็รู้สึกอยู่ลึก ๆ ว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับพระราชโองการพินัยกรรมก่อนที่เขาจะมาเมืองหลวง ท่านพ่อก็ยังเตือนเขาว่า ตอนนี้ฮองเฮาทรงประสูติองค์ชายแล้ว เช่นนั้นเขาที่เคยเป็นคนที่อ้างถึงในพระราชโองการพินัยกรรม ก็เท่ากับเป็นตัวขัดขวางขององค์ชายดังนั้น การมาเมืองหลวงครั้งนี้ ก็เสี่ยงอันตรายอย่างมากในใจของเซียวถงเต็มไปด้วยความสงสัยมากมาย ทว่าสีหน้ายังคงสงบนิ่ง ไม่ถือตัวไม่ถ่อมตนเกินพอดีแต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยสนใจตำแหน่งฮ่องเต้ แล

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1210

    วันต่อมา องค์หญิงเซี่ยนอี๋เสด็จมาพบองค์ชายสี่ด้วยพระองค์เององค์ชายสี่ทรงยิ้มแย้ม ทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“แขนของน้องหญิงเป็นอย่างไรบ้าง?”องค์หญิงเซี่ยนอี๋โมโหจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่“เหตุใดเสด็จพี่ต้องขัดขวางข้า!”รอยยิ้มขององค์ชายสี่เลือนหายไป และตอบอย่างมีเหตุมีผล“เซี่ยนอี๋ ข้าคิดว่าเจ้าแค่พาลไร้เหตุผล นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะโง่เขลาเพียงนี้ เจ้าคิดได้อย่างไรที่จะวางยาผู้อื่น แล้วบังคับขืนใจเขา?“หากเจ้าพลีกายให้กับฮ่องเต้ฉี แล้วจะให้ข้าทูลเสด็จพ่ออย่างไร?“คืนก่อนเจ้าเกือบจะแขนหักไปข้างหนึ่ง ก็น่าจะจำเป็นบทเรียนได้แล้วกระมัง”เซี่ยนอี๋รู้ตัวว่าทำผิดทว่าเรื่องที่นางยังทำไม่เสร็จสิ้น จะไม่ยอมแพ้และเลิกล้มเช่นนี้“หากข้าได้เป็นฮองเฮาของหนานฉี หนานฉีก็จะไม่เล่นงานเป่ยเยี่ยนอีก นี่ไม่ดีหรอกหรือ?”องค์ชายสี่แย้มพระสรวล“เซี่ยนอี๋ หากเสด็จพ่อได้ยินคำพูดนี้ของเจ้า เกรงว่าจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก“การเกี่ยวดองของสองแคว้น เดิมทีไม่อาจหยุดยั้งความโหดเหี้ยมของหนานฉีได้“เจ้าจะทำให้ตนเองเสียหายโดยเปล่าประโยชน์ และถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ“บุรุษดี ๆ ในเป่ยเยี่ยนของเรามีมากมาย เหตุใดเจ้าต

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1209

    ช่วงหลายวันที่เซียวอวี้ถูกขังอยู่ในคุกลับ หาได้นั่งนิ่งรอความตายไม่ จากการสังเกตของเขา องค์ชายสี่แห่งเป่ยเยี่ยนมิได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เยี่ยน แต่กลับเป็นหินที่ไว้ปูทางเดิน เพื่อผลักดันความทะเยอะทะยานให้องค์ชายเจ็ด หากสามารถโน้มน้าวใจองค์ชายสี่ได้ เขาก็จะหนีออกจากที่นี่ได้ กระนั้น องค์ชายสี่ของเป่ยเยี่ยนไม่โง่ ทันทีที่เขาได้ยินคำพูดของเซียวอวี้ ก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการชนะใจตน เพื่อยุแยงเขากับเจ้าเจ็ด รวมถึงตัวเขาและเสด็จพ่อด้วย “ฮ่องเต้ฉี ยิ่งพูดยิ่งพลาด ท่านตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ควรพูดให้น้อยลงจะดีกว่า” องค์ชายสี่พูดจบก็คิดจะเดินจากไป จู่ ๆ เซียวอวี้หัวเราะเยือกเย็นขึ้นมา “ในเวลาหนึ่งเดือน ฮ่องเต้เยี่ยนจะแต่งตั้งองค์ชายเจ็ดเป็นองค์รัชทายาท” องค์ชายสี่หยุดชะงัก ฮ่องเต้ฉีมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือ? ตำแหน่งองค์รัชทายาทนั้นเย้ายวนใจนัก องค์ชายสี่ต้องหันกลับมา พิจารณาเซียวอวี้อีกครั้ง เขาหาได้รุกถามใด ๆ ไม่ เพียงรอให้เซียวอวี้พูดต่ออย่างเงียบ ๆ เซียวอวี้ไม่ทำให้ผิดหวัง เอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “กองทัพเยี่ยนเดินทัพลงใต้ เพื่อพิชิตแ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1208

    ในคุกลับ เซียวอวี้กินอาหารตามปกติ ไม่นานก็รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย เขาตระหนักได้ทันที มันเป็นฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด! ดวงตาเย็นชาของเขามืดลง ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมา ไม่ต้องคิดก็รู้ว่า เป็นฝีมือของผู้ใด จริงตามคาด เพียงไม่นาน องค์หญิงเซี่ยนอี๋ก็มาที่คุกลับ คืนนี้นางแต่งกายอย่างพิถีพิถัน สวมอาภรณ์สีสันสดใส ประทินโฉมประณีตงดงาม สายตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความต้องการครอบครอง นางมองใบหน้าที่แดงเพราะฤทธิ์ยาของเซียวอวี้ รู้สึกปรีดาบนความทุกข์ของผู้อื่น “สิ่งใดที่ข้าอยากได้ ไม่มีคำว่าไม่ได้!” เซียวอวี้พยายามสงบจิตใจอย่างหนัก เพื่อไม่ให้ถูกควบคุมโดยฤทธิ์ยา เขาไม่กล้าคิด หากสัมผัสผู้หญิงคนอื่นแล้ว เขาจะเผชิญหน้ากับจิ่วเหยียยอย่างไรในอนาคต ให้ตาย! เขาอยากจะฆ่าคน ทว่ากลับสูญเสียกำลังภายในทั้งหมด แม้คุกลับจะคุมขังผู้คนไว้มากมาย แต่ห้องขังของเซียวอวี้อยู่ในจุดที่ลับตาคน และเป็นเอกเทศ องค์หญิงเซี่ยนอี๋จึงไม่กลัวที่จะมีคนมารบกวน นางปลดอาภรณ์ชั้นนอกของตนออก หัวเราะอย่างหยาบคาย “ฮ่องเต้ฉี ข้ารอให้เจ้าขอร้องข้าอยู่” ถูกฤ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1207

    ตำหนักหย่งเหอ เมื่อไทเฮาและหนิงเฟยมาถึง กลับไม่เห็นฮองเฮา เด็กทารกน้อยร้องไห้ระงมราวกับหัวใจจะแตก แม้พวกนางได้ยินแล้วยังรู้สึกปวดใจนัก หมอหลวงกำลังถวายโอสถให้องค์ชายน้อย ปริมาณยาทำให้คนเห็นแล้วอกสั่นขวัญแขวน หนิงเฟยขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะเตือน “พวกเจ้าระวังหน่อย! อย่าทำให้เด็กสำลัก!” ไทเฮาอดไม่ได้ที่จะตำหนิ “ฮองเฮาอยู่ที่ใด? นี่คือลูกชายแท้ ๆ ของนาง กลับทิ้งไว้แบบนี้รึ?” สาวใช้หว่านชิวตอบ “มีรายงานด่วนจากชายแดนเพคะ ฮองเฮาประทับที่ห้องทรงพระอักษร เพื่อหารือกับเหล่าแม่ทัพ...” ไทเฮาทนไม่ไหวอีกแล้ว น้ำเสียงจริงจังขึ้น “หารือตลอดทั้งวัน นางคิดถึงลูกชายทั้งสองบ้างหรือไม่? “คนหนึ่งถูกนางใช้เป็นเครื่องมือว่าราชการหลังม่าน อีกคนถูกนางทิ้งให้โดดเดี่ยวในวังหลัง นางทนได้อย่างไร!” ไทเฮาทราบดีว่าฮองเอามีราชกิจรัดตัว ทว่าเห็นเด็กน้อยที่น่าสงสารเช่นนี้ ก็อดจะทุกข์ใจมิได้ หว่านชิวไม่กล้าโต้แย้ง หนิงเฟยเกลี้ยกล่อม “ท่านป้าเพคะ ฮองเฮาต้องเห็นราชกิจสำคัญที่สุด ส่วนองค์ชายมีหมอหลวงถวายการดูแล เขาจะปลอดภัยแน่นอนเพคะ” ไทเฮามองทารกด้วยค

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1206

    หลังจากที่ฮ่องเต้เยี่ยนได้ฟังคำขอของพระธิดา ก็หาได้ปฏิเสธทันทีไม่ ฮองเฮาของเซียวอวี้——เฟิ่งจิ่วเหยียน มิใช่สตรีธรรมดา สาเหตุที่เป่ยเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อหนานฉีหลายครั้ง ล้วนมีฝีมือของสตรีคนนี้อยู่ในนั้น ถึงแม้เซี่ยนอี๋ไม่เอ่ย เขาก็ต้องการกำจัดเฟิ่งจิ่วเหยียนอยู่แล้ว “ได้ พ่อรับปากเจ้า” องค์หญิงเซี่ยนอี๋รู้สึกพอใจมาก “ขอบพระทัยเสด็จพ่อ!” สิ่งใดที่นางไม่ได้ครอบครอง คนอื่นก็อย่าหวังจะได้ ทว่า ฮ่องเต้เยี่ยนยังไม่หายแคลงใจ เขาถาม “เรื่องในคุกลับนั้น ผู้ใดบอกเจ้า” องค์หญิงเซี่ยนอี๋ยังมีจิตสำนึกอยู่ หาได้ทรยศองค์ชายสี่ไม่ “เป็น...เสด็จพี่เจ็ดเพคะ” สีหน้าของฮ่องเต้เยี่ยนพลันมืดลง เจ้าเจ็ดนี่ เลอะเลือนเกินไปแล้ว! องค์หญิงเซี่ยนอี๋ขอร้อง “เสด็จพ่อ เสด็จพี่เจ็ดก็ถูกหม่อมฉันบังคับ ท่านอย่าตำหนิเขาเลย และอย่าบอกเขาด้วยว่า หม่อมฉันพูด มิฉะนั้นต่อจากนี้เขาคงไม่รักเอ็นดูหม่อมฉันอีกเพคะ” ใบหน้าของฮ่องเต้เยี่ยนแสดงความอดกลั้นไม่ใส่ใจ “ได้ เราเข้าใจแล้ว”…… เมื่อองค์หญิงเซี่ยนอี๋ออกจากวังหลวง ก็ตรงไปที่คุกลับอีกครั้ง ครั้

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status