Share

ตอนที่ 4 คิดถึงความหลัง

last update Huling Na-update: 2025-12-22 11:45:07

ไปถึงลานวัดสามสาวที่ยังโสดก็ปูเสื่อนั่งดูหมอลำด้วยกัน หนุ่ม ๆ หลายคนจ้องสาวสวยกลุ่มนี้ไม่วางตา แต่เพราะรอบข้างมีพ่อแม่นั่งอยู่ด้วย หนุ่ม ๆ พวกนั้นจึงอดได้เข้าใกล้ ใครจะรู้ว่าคืนนั้นจันทร์แรมแอบพกเบียร์ไปด้วยสองขวด และเทียวรินให้จันดีกับเบญญาหมุนเวียนกันไปจนหมดพร้อมกับดูหมอลำไปด้วย เนื่องจากวันนั้นเป็นงานบุญใหญ่ขุนกับฉวีจึงปล่อยลูกให้กินดื่มอย่างอิสระ อย่างไรลูกก็อยู่ในสายตาพ่อกับแม่ตลอดเวลา

            เวลาประมาณตีสองจันดีรู้สึกไม่ไหวจึงชวนพี่สาวทั้งสองกลับ จันทร์แรมรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะยังอยากดูฉากที่ตัวโกงกำลังจะตบนางเอก แต่เธอก็รู้สึกเมาเหมือนกันจึงยอมกลับไปกับน้องสาวและเบญญาแต่โดยดี

            กลับมาถึงบ้านจันดีรีบบอกพี่สาวว่าอยากจะอาเจียนจึงรีบวิ่งไปหลังบ้านซึ่งมีห้องน้ำอยู่ตรงนั้น พี่สาวทั้งสองที่เมามากเหมือนกันก็ไม่ได้สนใจ จากนั้นต่างคนต่างนอนที่ลานบ้านชั้นล่างโดยจันทร์แรมกับเบญญาไม่ได้สนใจว่าจันดีจะเข้ามานอนหรือยัง

            จันดีอาเจียนไปมาก พอจะเดินกลับเข้าไปในบ้านก็รู้สึกว่าตนเดินไม่ไหวเสียแล้ว เธอเหลือบเห็นกระท่อมที่อยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำ จึงคิดจะเดินไปนั่งพักตรงนั้นสักครู่ ถึงตรงนั้นจะมีต้นมะม่วงและมืดมากก็ตาม แต่ที่นี่ก็เป็นบ้านญาติ จันดีทิ้งกายโอนเอนลงนอนแผ่หลาบนกระท่อมที่ปูด้วยริ้วไม้ไผ่ ถึงแม้คืนนั้นเธอจะเมามากแต่เธอก็ยังมีเวลาฝันว่าได้ร่วมรักกับผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่ง ในฝันเธอมองไม่เห็นหน้าเขา รู้เพียงว่าเธอกับเขาส่งเสียงครางกระเส่าประสานกันไม่ขาดสาย และเธอไม่ได้ฝันเพียงแค่ครั้งเดียว น่าจะสามหรือสี่กระมัง

            เกือบรุ่งสางจันดีได้ยินเสียงเรียกมาจากทางหน้าบ้าน เธอสะดุ้งตื่นแล้วลุกพรวดขึ้น สายตาเหลือบมองด้านข้างก็ตกใจสุดขีด เมื่อรู้ว่าเมื่อคืนตนไม่ได้ฝันไป แต่เธอยังมีสติที่ไม่ได้กรีดร้องออกมา เพราะข้างกายมีผู้ชายตัวใหญ่นอนขดตัวหันหลังให้ เธอไม่มีโอกาสได้มองหน้าเขา เพราะเสียงแม่กำลังเดินมาทางนี้ ก้มสำรวจร่างตนเอง รีบดึงกางเกงยีนที่อยู่เกือบถึงแข้งขึ้นมาสวมให้เรียบร้อย จันดีลนลานหยิบผ้าห่มที่เขาคลุมส่วนล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่มาปิดก้นเขาไว้ เธอไม่มีเวลาไตร่ตรองอะไรอีก จำได้เพียงว่าก่อนวิ่งออกมาจากระท่อมเธอจำปานดำที่แก้มก้นข้างซ้ายของเขาได้อย่างขึ้นใจ

            จันดีถอนหายใจเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ กล่าวกับตนในใจว่า ฉันจะไปตามหาผู้ชายที่มีปานดำอยู่ที่ก้นได้อย่างไร ใครจะมาเปิดก้นให้ฉันดู

            “ใกล้ถึงบ้านหนองแสงแล้วครับ” จันดีสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเด็กรถเดินมาบอกเธอถึงที่ จันดีจึงรีบปลุกลูกทั้งสองให้ตื่น

            จันดีพาลูกนั่งรอรถสามล้อรับจ้างที่ศาลารอรถ พร้อมกับป้อนข้าวลูกกับข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ซื้อมาด้วย หมู่บ้านหนองแสงเป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่มาก มาปีนี้ถนนกลายเป็นถนนลาดยางไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าก่อนที่เธอจะมาถึงฝนเพิ่งจะหยุดตกไป เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ฝนกำลังตกชุกทีเดียว

            นั่งรอแล้วเกือบหนึ่งชั่วโมงยังไม่มีรถสามล้อรับจ้างมาสักคัน มีเพียงรถอีแต๊กขับผ่านเข้าหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครกล้าจอดเพราะเธอไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากพวกเขา จันดีตัดสินใจพาลูกทั้งสองเดินเท้าเข้าหมู่บ้าน ป้ายด้านหน้าบอกว่าอีกสี่กิโลเมตรถึงบ้านหนองแสง ระหว่างทางเธอต้องเจอรถสักคันบ้างละ

            ลูกทั้งสองเดินขนาบข้างแม่อย่างไม่ย่อท้อ ถึงจะมีเหงื่อไหลอาบแก้มแต่พวกเขาก็ไม่บ่นสักคำ ยังดีที่มีรองเท้าแตะหนีบให้สวมใส่ เดินมาได้เกือบครึ่งทางท้องฟ้าด้านหน้าก็เริ่มมืดครึ้มมาอีกแล้ว และมีฝนเริ่มลงเม็ดเล็ก ๆ จันดีและเด็กทั้งสองเหลียวกลับไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงรถไถนาวิ่งมา

            อ้อ มันคือรถอีแต๊ก เธอจึงรีบโบกมือเพื่อให้ผู้ชายคนนั้นจอดทันที ดูแล้วเขาน่าจะอายุมากกว่าเธอหลายปี บนรถของเขามีไม้ไผ่พาดอยู่หลายลำ

            เขาจอดรถเมื่อขับมาถึงข้างหน้าสามแม่ลูก ทั้งสามท่าทางเหนื่อยมาก เพราะพวกเขาไม่เคยเดินไกลขนาดนี้ จันดีรีบเอ่ย “ฉันขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ”

            “จะพากันไปไหนเหรอครับ”

            “ไปบ้านหนองแสงค่ะ”

            “ไปบ้านใครเหรอครับ คนในหมู่บ้านนี้ผมรู้จักดี”

            “ไปบ้านป้าเฉิดค่ะ”

            “อ๋อ ที่แท้ก็เป็นญาติป้าเฉิดนี่เอง ขึ้นมาเลยครับเดี๋ยวผมไปส่งถึงบ้านแกเลย” ชายคนนั้นพูดอย่างอัธยาศัยดีและเต็มใจช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง

            จันดีรีบขอบคุณแล้วอุ้มลูกขึ้นรถอีแต๊กด้วยท่าทางกระตือรือร้น เธอดีใจมากที่มีรถผ่านมา คิดว่าวันนี้จะต้องเดินจนขาลากเสียแล้ว

            “คุณชื่ออะไรเหรอครับ”

            “จันดีค่ะ ส่วนนี่ฉัตรกับฉายลูกฉันเองค่ะ” จันดีพูดแล้วหันไปบอกลูกแฝดชายหญิงแล้วกล่าว “ไหว้ลุงสิลูก”

            ทั้งสองพนมมือไหว้ แต่ไม่ได้กล่าวคำใด แถมยังทำท่าคล้ายกับกลัวผู้ชายคนนั้นอยู่บ้าง มือทั้งสองกอดแขนแม่คนละข้าง เพราะพวกเขาไม่เคยได้ออกไปไหนมาไหน ไม่เคยคุยกับคนแปลกหน้า

            ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มให้เด็กทั้งสอง รู้สึกถูกชะตาสามแม่ลูกนี้ยิ่งนัก “ผมอาทิตย์ครับ”

            จันดียิ้มให้ด้วยความยินดีที่ได้รู้จักคนมีน้ำใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แปลว่าเธอจะไว้ใจเขา ถึงผู้ชายคนนี้จะรูปร่างสูงโปร่ง และหน้าตาดีมากแค่ไหนก็ตาม

            ลูกทั้งสองมองดูแนวภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากถนนด้วยแววตาตื่นเต้น แล้วหันมาส่งยิ้มให้แม่ รอยยิ้มนี้หาได้ยากนักหากเธอกับลูกยังอยู่บ้านหลังเดิม เด็กทั้งสองไม่เคยได้ออกไปเที่ยวไหนเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก จันดียีผมลูกทั้งสองอย่างรักใคร่ บางครั้งการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายนัก เพราะแค่ได้เห็นรอยยิ้มของลูก ๆ เธอก็รู้สึกมีความสุขแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 54 ความลับไม่มีในโลก (จบ)

    สุริยายิ้มกว้าง โอบกอดภรรยาไว้แน่น เขาดีใจจนไม่รู้ว่าจะพูดคำใดออกมา เพราะเขาไม่เคยเห็นเงินทองมากขนาดนี้มาก่อน “แล้วยังมีอีกไหม” เขาถามเสียงสั่น ที่เขาถามไม่ใช่เพราะความโลภ แค่อยากรู้เท่านั้น เพราะอย่างไร เรื่องเงินเขาก็ให้ภรรยาจัดการทุกอย่างอยู่แล้ว อีกทั้งเธอยังฝากเงินให้เขากับลูกไม่เคยขาด“มีค่ะ แต่เอาไว้วันหน้าเราค่อยขุดกันนะคะ วันนี้เราเอาเงินในนี้ไปฝากธนาคารก่อนค่ะ” ไหแรกเธอนำไปซื้อรถ และฝากให้เขากับลูกหมดแล้ว ส่วนไหนี้เธอจะเอาไปฝากให้ตัวเองให้มากหน่อย และแบ่งฝากให้ลูกกับสามีอีกคนละหนึ่งล้านบาท และคงเอาไปฝากครั้งเดียวไม่ได้ อีกทั้งต้องทยอยนำทองคำออกไปฝากด้วยเช่นเดียวกันเงินไหที่สองจันดีหยิบไปฝากธนาคารบ้างแล้ว ส่วนไหที่สาม และสี่เธอยังไม่ได้หยิบออกไปใช้ เพราะรายได้ที่ได้จากการทำสวนดอกไม้และปลูกแตงยังมีเหลือเฟือให้ใช้จ่าย และเก็บออม แถมยังใช้เป็นต้นทุนในการทำสวนอีกด้วย เพราะในหนึ่งปีครอบครัวของเธอใช้เงินไม่ถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นบาท และไม่มีหนี้สินทางอื่น เงินที่ได้จากการทำสวนจึงนับว่าเพียงพอ แต่เมื่อลูกทั้งสามเติบโตขึ้นมากกว่านี้ เธอคิดว่าต้องได้ใช้เงินพวกนี้เป็นแน่“ท่านทั้งสองคงเอ็

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 53 ขุดสมบัติ

    ในวันที่จันดีปลูกแตงโมกับแตงไทย รำเพยกับสมจิตยังไปช่วยปลูก แต่จันดีก็จ่ายค้าจ้างให้ทุกคน นอกจากนั้นยังมีชยุต พิมพา และยมนาด้วย เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงคราวต้องไถดินแรกนา ซึ่งจันดีใช้เวลาปลูกสี่วันก็เสร็จ ในขณะที่คนในหมู่บ้านปลูกอ้อย ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง จันดีปลูกแตงไทยกับแตงโม และผลผลิตที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ แตงโมได้กำไรเจ็ดหมื่นบาท ส่วนแตงไทยได้กำไรแปดหมื่นบาท ภายในเวลาสามเดือนจันดีมีกำไรจากการปลูกแตงสองชนิดถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท คนในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาตาร้อน และอยากทำตาม โดยเฉพาะรินรดากับอาทิตย์ พวกเขาอยากได้กำไรมากเหมือนจันดี จึงแบ่งพื้นที่นาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกปลูกแตงโมแตงไทย ส่วนที่สองปลูกดอกไม้ แต่ผลผลิตที่ได้ก็ขาดทุนเพราะแตงโมกับแตงไทยทั้งแตกทั้งมีรสจืด เพราะช่วงที่ใกล้เก็บเกี่ยวนั้นฝนกำลังตกชุก พอหันมาปลูกดอกไม้ตอนปลายฤดูฝนก็น้ำท่วม เพราะพื้นที่นาของอาทิตย์เหมาะสำหรับปลูกข้าวมากกว่า ทั้งสองจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น “เป็นไง พี่บอกแล้วว่าอย่าทำตามเขา ทีนี้จะทำยังไง ปีนี้จะเอาข้าวที่ไหนกิน” เพราะข้าวปีก่อน ๆ ก็ขายออกเกือบหมดแล้ว

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 52 ช่วยเหลือครั้งสุดท้าย

    เช้าวันต่อมาฉวีตบหน้าจันทร์แรมที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา พร้อมเสียงด่าทอ “ทำไมแกโง่อย่างนี้ฮะ แล้วทีนี้เราจะไปอยู่ที่ไหน”“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้นี่แม่ ใครจะไปรู้ว่าจันดีมันจะตื่นมาเจอฉันพอดี” จันทร์แรมพูดอย่างหน้าไม่อาย“แล้วแกจะให้มันเป็นยังไง แกจะให้คนนินทาไปทั่วเหรอว่าแกอยากได้ผัวน้องสาวจนตัวสั่น” เรื่องนี้ฉวีไม่ได้เข้าข้างจันทร์แรมเลยสักนิด“แม่!”เพียะ!ฉวีตบหน้าลูกอย่างแรงอีกครั้ง “หุบปาก” พูดแล้วหันไปมองลูกสาวคนเล็ก กล่าวออกเสียงอ้อนวอนว่า “จันดี ให้โอกาสพี่เขาอีกสักครั้งเถอะนะลูก แม่ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”“สุริยาส่ายหน้าให้ภรรยาเป็นคำตอบ เธอจึงบอกออกไปว่า “อย่าทำร้ายความรู้สึกกันมากไปกว่านี้เลยค่ะ พวกคุณกลับไปเถอะ”“แต่ว่า พวกเราไม่มีที่ไปแล้วนะจันดี” ขุนบอกลูกสาวเสียงเศร้า“ให้โอกาสฉันเถอะนะจันดี ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกจริง ๆ นะ ๆ” จันทร์แรมจับแขนน้องสาวเขย่า แต่จันดีสะบัดออก ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์“พี่แสงช่วยไปหยิบกระเป๋าผ้าบนบ้านมาให้ฉันหน่อยค่ะ”สุริยาเดินเร็วขึ้นไปบนบ้านตามคำไหว้วานของภรรยารับกระเป๋ามาแล้ว มือเล็กล้วงเ

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 51 อยากเป็นใหญ่

    ตลอดทางกลับบ้านจันทร์แรมก็คิดหาวิธีที่จะอยู่ในบ้านของน้องสาวตลอดไป จันดีมีทุกอย่างในเวลาไม่ถึงปี ถึงแม้เงินที่นำมาซื้อทุกอย่างจะเป็นเงินกู้ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเธอตอนนี้ อย่างน้อยอยู่บ้านจันดีก็มีทุกอย่าง หากเธอไปอยู่ที่อื่นต้องลำบากมากแน่ เช่นนั้นเธอจะทำทุกวิถีทางให้เธอได้อยู่ที่นี่ต่อไป และขึ้นเป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้ให้ได้ช่วงบ่ายจันทร์แรมจึงทำทีเข้ามาช่วยงานน้องสาว เพียงแต่จะเลือกทำงานใกล้สุริยามากกว่า และยังสวมชุดเดรสตัวใหม่ที่แหวกอกจนเห็นเนินเนื้อมาทำงานที่เรือนเพาะชำด้วยสุริยารู้สึกอึดอัดจนยากจะระงับความรังเกียจเอาไว้ได้เขาแอบเดินมาคุยกับภรรยา “ถ้าเธอให้จันทร์แรมอยู่ที่นี่ถึงสิบห้าวันพี่ทนไม่ไหวแน่”“ทำไมคะ” จันดีรู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ก็ยังถาม“เธอไม่เห็นกิริยาที่พี่สาวเธอทำหรือไง” ชอบเดินเฉียดกายเข้าไปใกล้เขา ยามก้มก็ไม่ระมัดระวังตัวสักนิด สุริยาไม่ได้อยากดูของไร้ค่าพวกนั้นสักหน่อย“ทนอีกนิดนะคะ พี่แสงก็อย่าไปสนใจก็แล้วกัน ฉันเชื่อค่ะ ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานหรอก” อีกหน่อยก็คงเผยธาตุแท้ออกมาวันนี้สุริยาจึงอาสาไปรับลูกที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่โดยที่ไม่มี

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 50 มีคนคิดไม่ซื่อ

    ฉวีพยักหน้า ขุนจึงพูดขึ้น “พวกเราอยู่ไม่นานหรอกนะจันดี”“อยู่กี่วันคะ”จันทร์แรมทนไม่ไหวจึงพูดแทรกขึ้น “แกกับลูกก็เคยอยู่บ้านฉันมาหลายปีนะจันดี ฉันหวังว่าแกคงไม่ใจดำเกินไป” พูดพร้อมกับปรายตามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้องสาวด้วยดวงตาวาววาม“บังเอิญว่าฉันเป็นคนใจดำด้วยสิ” จันดีเอ่ยขึ้นไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น“ให้พวกเขาปลูกกระท่อมอยู่ชั่วคราวก็ได้จันดี แต่จะให้อยู่กี่วันจันดีตัดสินใจเองก็แล้วกัน” เฉิดฉันกล่าวขึ้น“อย่างน้อยฉันก็คลอดแกมา แกก็ควรแสดงความกตัญญูรู้คุณบ้าง” ฉวีเริ่มทวงบุญคุณจันดีมองหน้าลุงกับป้า พวกเขาพยักหน้าน้อย ๆ เธอจึงเอ่ยออก “ฉันให้อยู่ได้แค่สิบห้าวันค่ะ จะขายที่ได้หรือไม่ได้ก็ต้องย้ายออกไป” จันดียื่นคำขาดฉวีกับขุนจึงยิ้มออก มีเพียงจันทร์แรมที่มองน้องสาวด้วยแววตาเกลียดชัง พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “รวยขนาดนี้ยังแล้งน้ำใจอีก”“หรือจะไม่อยู่ล่ะ ฉันไม่ติดอะไรนะ” จันดีพูดอย่างไม่ยี่หระ“อยู่จ้ะอยู่” ฉวีหันไปหยิกแขนจันทร์แรมพร้อมถลึงตาใส่ ค่อยหันกลับมาถามจันดี “แล้วนี่ผัวแกเหรอ”“ค่ะ”สุริยายกมือไหว้ตามมารยาท นัยน์ตายังมีแววกรุ่นโกรธ“ฉัตรกับฉายมาหายายสิลูก ยายคิดถึงพวกเรามากเล

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 49 ขออาศัยอยู่ด้วย

    สามคนพ่อแม่ลูกนิ่งงัน ฉวีตกอยู่ในภวังค์อยู่นาน แสดงว่าเงินที่จันดีใช้หนี้คืนเธอ เป็นเงินของจันดีจริง ๆ “แล้วมันไปทำอะไรมาถึงได้รวยขนาดนั้นคะ” ความอิจฉาเข้าครอบงำจันทร์แรมขึ้นทันตา “ทำสวนดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครับ” “ทำสวนดอกไม้อย่างนั้นเหรอ” ฉวี “ค่ะ ถ้าถึงแล้วฉันจะชี้ให้ดูนะคะ ตอนนี้เขาปิดไปแล้วค่ะ” รินรดา ทุกคนเงียบไปเกือบสิบนาที อาทิตย์ก็ชะลอรถอีแต๊ก และชี้ให้ทุกคนดู “นั่นไงครับ สวนดอกไม้จันดี” ฉวี ขุน และจันทร์แรม มองไปยังสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่ ในพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ มันยังคงดูสวยงาม แม้ดอกไม้เริ่มร่วงโรยไปบางส่วนแล้ว แต่เฟื่องฟ้ายังชูใบดอกอวดอ้างสายตาผู้คนที่ผ่านไปมาหลายหลากสีเช่นเดียวกับพวงครามที่ยังมีพวงดอกสีม่วงสดให้คนชื่นชมเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จันดีจึงเลือกปลูกเฟื่องฟ้า และพวงคราม เพราะมันทั้งทนแดดและออกดอกตลอดทั้งปี อีกทั้งใบดอกยังมีสีสันสวยงาม รถอีแต๊กเคลื่อนผ่านสวนดอกไม้จันดีไปแล้ว ฉวีจึงเอ่ยถาม “คนมาเที่ยวเยอะไหมคะ” “เยอะค่ะ วันนึงน่าจะไม่ต่ำกว่าสามสี่ร้อยคนค่ะ” ร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status