All Chapters of แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ : Chapter 1 - Chapter 10

54 Chapters

ตอนที่ 1 ไล่ออกจากบ้าน

ปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบห้า บ้านโคกเล้า จังหวัดสกลนครห้าวันก่อนจันทร์แรมเพิ่งกลับมาจากการขายแรงงานที่ประเทศเกาหลี พอมาถึงบ้านเธอก็ทะเลาะกับพ่อแม่และน้องสาวยกใหญ่ ด้วยเรื่องที่ว่าเธอไม่เต็มใจที่จะให้น้องสาวและลูกอยู่บ้านเดียวกันกับเธอ ตอนที่จันทร์แรมอยู่ที่ประเทศเกาหลีก็เคยบอกให้พ่อกับแม่ไล่จันดีกับลูกออกจากบ้านหลังนี้แล้ว แต่จันดียังดื้อด้านไม่ยอมไปไหนท่าเดียว พอไม่พอใจพ่อกับแม่ก็ขังตัวเองกับลูกอยู่ในห้องแล้วร้องไห้ทั้งวัน แต่ครั้งนี้จันทร์แรมไม่ยอมให้จันดีอยู่ที่นี่ต่ออย่างแน่นอนวันนี้พอตื่นเช้ามาจันทร์แรมก็เริ่มด่าจันดีกับลูกอีก จันดีผู้เป็นน้องสาวนั่งร้องไห้กอดกันกับลูกทั้งสองปานจะขาดใจอยู่โถงบ้าน“พวกแกสามคนย้ายของออกจากบ้านฉันไปเลยนะ” จันทร์แรมชี้หน้าน้องสาวด่ากราดเสียงดัง“ฮือ ๆ ๆ” ลูกของจันดีกอดแม่ร้องไห้ประสานเสียงกันด้วยความหวาดกลัว“พี่จะให้ฉันไปอยู่ที่ไหน” จันดีถามพลางสะอื้น“ช่างหัวแกสิ”ตอนนั้นจันดีมองจันทร์แรมผู้เป็นพี่สาวตาขวาง ขบกรามแน่น พอละสายจากพี่สาวก็มองพ่อกับแม่ที่ยืนมองเธอคล้ายกับไม่ใช่คนในครอบครัวได้ ไม่อยากให้ฉันอยู่ ฉันไม่อยู่ก็ได้ จันดี
Read more

ตอนที่ 2 ฉันจะย้ายไปอยู่ที่อื่น

จันดีตื่นจากภวังค์เมื่อประตูห้องถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างของผู้เป็นแม่ จันดีเงยหน้ามองแม่ ดวงตาของเธอกระจ่างใสไร้แววโศกเศร้า จนฉวีนึกแปลกใจ เมื่อวานเธอยังร้องไห้จะเป็นจะตายที่พี่สาวไล่ไปอยู่ที่อื่น แต่อย่างไรจันดีก็ไม่ยอมท่าเดียว และยังบอกว่าถ้าทุกคนยังบังคับให้เธอย้ายออกจากที่นี่ เธอจะฆ่าตัวตาย กระทั่งตอนเช้ามืดเธอก็ทำมันจริง ๆ ถ้าผู้เป็นแม่ไม่ลุกมาเข้าห้องน้ำกว่าจะรู้ว่าจันดีฆ่าตัวตายก็คงตอนสายแล้ว แต่พอจันดีฟื้นขึ้นมาคราวนี้ทำไมความเศร้าหมองที่มีอยู่เมื่อวานถึงได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง ในที่สุดฉวีก็เอ่ยขึ้น “ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” “เรื่องที่จะให้ฉันย้ายไปอยู่ที่อื่นเหรอคะ” จันดีพูดขึ้นอย่างรู้ทัน “อืม” “ได้ค่ะฉันจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ถ้าอย่างนั้นฉันขอยืมเงินแม่สักก้อนได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันไม่มีเงินสักบาท” เพราะตั้งแต่เธอคลอดลูก เธอก็ไม่มีสิทธิ์ออกไปรับจ้างอีกเลย “แกหมายความว่าแกกับลูกจะยอมย้ายออกจากที่นี่แต่โดยดีใช่ไหม” ในใจพลันโล่งวาบเมื่อรู้ว่าจันดีช่างคุยง่ายเช่นนี้ เธอจะได้ไม่ต้องทะเลาะกับจันทร์แรมอีก “ค่ะ” จากที่ได้
Read more

ตอนที่ 3 ออกเดินทาง

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ จันดีกับลูกก็ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง จันดีคนใหม่ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนเหมือนจันดีคนเก่า เธอดีใจด้วยซ้ำที่จะได้ออกจากกรงขังแห่งนี้ ที่พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน ถึงแม้จะเรียนจบชั้นมัธยมปลายเหมือนกัน แต่พ่อกับแม่ก็รักพี่สาวมากกว่า ยิ่งตอนที่พี่สาวสอบไปทำงานที่ประเทศเกาหลีได้ พ่อกับแม่ยิ่งรักพี่สาวมากขึ้น ถึงเวลาเข้านอนจันดีก็เข้านอนในห้องพร้อมกับลูกโดยไม่พูดไม่จากับใครในบ้านให้เปลืองน้ำลาย ปล่อยให้พ่อแม่และพี่สาวยืนงงอยู่อย่างนั้น จันดีคนใหม่ไม่ได้สนใจสายตาใครอยู่แล้ว ทำเหมือนทุกคนเป็นอากาศ ก็เธอผ่านโลกมามากมายแล้วนี่ เรื่องแค่นี้ทำไมจะรับมือไม่ได้ “จันดีมันดูแปลกไปนะแม่ ตั้งแต่มันฟื้นขึ้นมาฉันยังไม่เห็นน้ำตามันสักหยด ดูเหมือนมันจะดีใจด้วยซ้ำที่มันได้ไปจากบ้านหลังนี้” จันทร์แรมพูดกับแม่โดยมีพ่อนั่งอยู่ด้วย พ่อแม่ลูกทั้งสามกำลังนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันอยู่ชั้นล่างของบ้าน “ฉันก็คิดอย่างนั้น มันเป็นคนบอกเองว่าจะไปอยู่กับป้าเฉิด ไม่รู้ว่ามันกล้าตัดสินใจได้ยังไง” เดิมทีจันดีเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้านั่งรถไปไ
Read more

ตอนที่ 4 คิดถึงความหลัง

ไปถึงลานวัดสามสาวที่ยังโสดก็ปูเสื่อนั่งดูหมอลำด้วยกัน หนุ่ม ๆ หลายคนจ้องสาวสวยกลุ่มนี้ไม่วางตา แต่เพราะรอบข้างมีพ่อแม่นั่งอยู่ด้วย หนุ่ม ๆ พวกนั้นจึงอดได้เข้าใกล้ ใครจะรู้ว่าคืนนั้นจันทร์แรมแอบพกเบียร์ไปด้วยสองขวด และเทียวรินให้จันดีกับเบญญาหมุนเวียนกันไปจนหมดพร้อมกับดูหมอลำไปด้วย เนื่องจากวันนั้นเป็นงานบุญใหญ่ขุนกับฉวีจึงปล่อยลูกให้กินดื่มอย่างอิสระ อย่างไรลูกก็อยู่ในสายตาพ่อกับแม่ตลอดเวลา เวลาประมาณตีสองจันดีรู้สึกไม่ไหวจึงชวนพี่สาวทั้งสองกลับ จันทร์แรมรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะยังอยากดูฉากที่ตัวโกงกำลังจะตบนางเอก แต่เธอก็รู้สึกเมาเหมือนกันจึงยอมกลับไปกับน้องสาวและเบญญาแต่โดยดี กลับมาถึงบ้านจันดีรีบบอกพี่สาวว่าอยากจะอาเจียนจึงรีบวิ่งไปหลังบ้านซึ่งมีห้องน้ำอยู่ตรงนั้น พี่สาวทั้งสองที่เมามากเหมือนกันก็ไม่ได้สนใจ จากนั้นต่างคนต่างนอนที่ลานบ้านชั้นล่างโดยจันทร์แรมกับเบญญาไม่ได้สนใจว่าจันดีจะเข้ามานอนหรือยัง จันดีอาเจียนไปมาก พอจะเดินกลับเข้าไปในบ้านก็รู้สึกว่าตนเดินไม่ไหวเสียแล้ว เธอเหลือบเห็นกระท่อมที่อยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำ จึงคิดจะเดินไปนั่งพักตรงนั้
Read more

ตอนที่ 5 ที่พักพิงหลังใหม่

ไม่ถึงสิบนาทีอาทิตย์ก็จอดรถตรงหน้าบ้านเฉิดฉัน สามแม่ลูกจึงลงจากรถ เธอกล่าวขอบคุณอีกครั้ง แต่ไม่กล้าหยิบเงินค่าโดยสารให้เขา เพราะกลัวเขาจะหาว่าดูถูก อีกอย่างเธอพอรู้ว่าน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ คนต่างจังหวัดไม่เคยเก็บมาใส่ใจ เอาไว้เธอจะหาโอกาสตอบแทนเขาก็แล้วกัน รอให้เขาเคลื่อนรถอีแต๊กออกไปจันดีจึงพาลูกเข้าไปในบ้านของป้า ยังดีที่ฝนไม่ได้ตกลงมาอย่างที่เธอนึกกลัวในคราแรก “จันดีมาได้ยังไง” เฉิดฉันถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นหน้าหลานสาว พร้อมกับเหลือบมองเด็กน้อยหน้าตาดีชายหญิงอีกสองคนที่ยืนมองเธอตาแป๋วอยู่ข้างกายจันดี “แล้วนี่ลูกใคร” คิ้วของเฉิดฉันขมวดเข้าหากันทันที ในใจนึกฉงนขึ้นมา หากเป็นลูกจันดีเหตุใดเธอไม่ได้ข่าวว่าหลานสาวแต่งงาน แต่ถ้าบอกว่าไม่ใช่ ใบหน้าเด็กหญิงก็มีเค้าโครงละม้ายจันดีอยู่หลายส่วน ส่วนเด็กชายนั้นก็ดูหล่อเหลาตั้งแต่เด็ก แต่มองมุมไหนก็ไม่มีส่วนคล้ายกับคนในครอบครัวแม้แต่คนเดียว อาจจะมีส่วนคล้ายกับครอบครัวทางพ่อกระมัง “เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังค่ะ” “เออ ๆ เข้าบ้านก่อน” เฉิดฉันรีบพาหลานเข้าบ้าน ไม่วายยังแอบสังเกตกระเป๋าใบใหญ่ที่
Read more

ตอนที่ 6 คุ้นในแววตาคู่นั้น

เฉิดฉันชะเง้อหน้าออกไปจึงรู้ว่าเพื่อนของลูกชายมาถึงแล้ว เธอจึงตะโกนตอบออกไป “อยู่จ้า กำลังออกไป” เธอหันไปพูดกับหลานสาว “แป๊บนึงนะ ป้าให้คนมาตัดต้นมะม่วงหลังบ้านให้ เมื่อคืนฝนตกหนัก ลมก็พัดแรงจนกิ่งมันหักไปหลายต้น” “ค่ะ” เฉิดฉันเดินออกไป จันดีกับลูกจึงเดินตามออกไปดูด้วย “หักหลายต้นเลยนะครับแม่” สุริยาเอ่ยออกไป สายตามองต้นมะม่วงที่มีกิ่งหักลงมาหลายต้น “ใช่จ้ะ แม่ถึงได้ให้แกมาตัดให้ไง” สุริยาเป็นเพื่อนสนิทของลูกชาย และเขายังมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เพราะที่บ้านไม่มีที่ทำกิน เฉิดฉันจึงจ้างให้เขามาตัดต้นไม้ในบ้านให้เสมอ ๆ บางครั้งก็จ้างตัดหญ้า สุริยาหันกลับมามองแม่ของเพื่อนอีกครั้ง แต่สายตาก็อดไม่ได้ที่จะมองเลยไปยังสามคนด้านหลัง สายตาคมกริบสบประสานกันกับดวงตากลมโตวาววามคู่นั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แวบแรกเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ จากนั้นก็วกกลับมาสนใจคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง “ตัดลงเหมือนเดิมใช่ไหมครับ” “จ้ะ กิ่งไหนมันขึ้นสูงมากก็ตัดลงได้เลย” ฉวีบอก ว่าจบสุริยาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขารีบปีนขึ้นต้น
Read more

ตอนที่ 7 เจ้าของบ้านคนใหม่

เฉิดฉันแนะนำหลานสาวให้รู้จักผู้ใหญ่บ้านกับภรรยาที่เป็นหัวหน้าศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอป แล้วจึงเล่าให้ผู้ใหญ่บ้านฟังคร่าว ๆ ว่าหลานสาวจะย้ายมาอยู่ที่นี่และอยากไปดูบ้านหลังนั้น คมสันต์กับภรรยาตกใจเล็กน้อยไม่คิดว่าหญิงม่ายลูกสองจะสนใจบ้านหลังนั้น “แม่เฉิดยังไม่ได้เล่าให้จันดีฟังเหรอ” มนสิริภรรยาของผู้ใหญ่บ้านถามออกคล้ายเป็นห่วง “บอกแล้วจ้ะแม่มน แต่จันดีมันบอกว่าไม่กลัว ฉันก็เลยพามันมาหาพ่อผู้ใหญ่นี่แหละ” “อ้อ ฉันก็คิดว่ายังไม่ได้เล่า” ผู้ใหญ่บ้านจึงถามจันดีออกไป “แกไม่กลัวจริง ๆ เหรอจันดี ถ้าซื้อแล้วอยู่ไม่ได้จะไม่เสียใจภายหลังเหรอ” “ฉันไม่กลัวจริง ๆ ค่ะพ่อผู้ใหญ่” คมสันต์ถอนหายใจก่อนพูดออกมา “ความจริงบ้านหลังนั้นก็ดูดีมากทีเดียว ถ้าลูกชายฉันมันกล้าไปอยู่ฉันก็อยากจะซื้อให้มันอยู่หรอก” ตอนนี้ลูกชายเขาก็ยังไม่ออกเรือนเช่นกัน “แล้วเขาขายเท่าไรเหรอคะ” “ขายแค่สามหมื่นห้าเอง ที่ตั้งหนึ่งไร่ บ้านก็หลังใหญ่โต” “ลุงผู้ใหญ่พาฉันไปดูได้ไหมคะ” บ้านพร้อมที่ดินหนึ่งไร่ ขายเพียงสามหมื่น
Read more

ตอนที่ 8 หนูไม่มีพ่อค่ะ

“คิดดีแล้วใช่ไหม” เฉิดฉันถามขึ้นอีกครั้ง แววตายังแฝงความห่วงใยเอาไว้ “คิดดีแล้วค่ะ ฉันชอบบ้านหลังนี้ค่ะ” “แต่ผมว่ามันน่ากลัวนะครับแม่” ฉัตรกุลเอ่ยออกมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก หน้าตาไม่ได้บอกว่ากลัวเหมือนคำพูด “หนูก็ว่ามันน่ากลัวค่ะ มีแต่หญ้าเต็มไปหมด” ปากน้อย ๆ ขยับขึ้นลง สายตามองเข้าไปยังตัวบ้านแล้วพูดขึ้นด้วยความไร้เดียงสา “แม่คะหนูเห็นคนยืนอยู่ในบ้านสองคนค่ะ” ทุกคนมองตามด้วยความตกใจ คมสันต์ มนสิริ และเฉิดฉันขนลุกซู่ไปทั่วร่าง จันดีมองตามที่ลูกบอก เอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ เพราะไม่อยากให้ลูกกลัว “ไม่เห็นมีใครนี่นา ฉายตาฝาดแล้วล่ะ” “แต่ผมก็เห็นนะครับ เป็นผู้หญิงกับผู้ชายแก่ ๆ ยืนยิ้มโบกมือให้ผมด้วยครับ” ไม่ว่าเปล่า ฉัตรกุลหันหน้าไปโบกมือให้คนที่ยืนอยู่บนเรือนด้วย ตอนนี้คมสันต์กับภรรยาและเฉิดฉันต่างหน้าเหวอ ขนลุกตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะแล้ว “ฉัน…ฉันว่าเรากลับกันดีกว่า” คมสันต์เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง มนสิริกับเฉิดฉันก็พยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้เริ่มก้าวขาไม่ออกแล้ว แต่เด็กสองคนยังหัวเราะคิกค
Read more

ตอนที่ 9 ทำความสะอาดบ้าน

หลังมื้ออาหารเย็นฉัตรกุลกับฉายระวียอมนั่งเล่นกับคุณภัทรลูกชายของลุงอย่างว่าง่าย จันดีจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟัง เล่าเหมือนกับเล่าให้เฉิดฉันและเบญญาฟัง คือเธอกับสามีเลิกกันตั้งแต่เด็กสองคนนี้ยังไม่เกิด และต่างคนต่างแยกย้ายกันไปโดยไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ถึงจะมีบางอย่างที่เป็นเหมือนช่องโหว่ในเรื่องราวที่จันดีเล่า แต่ทุกคนก็เลือกที่จะปล่อยผ่าน เพราะไม่อยากคาดคั้นเธอมาก บางครั้งกว่าจันดีจะผ่านมาถึงจุดนี้ได้ เธออาจจะบอบช้ำมามากแล้วก็เป็นได้ แต่ทุกคนก็ยังเป็นห่วงเรื่องที่จันดีซื้อบ้านหลังนั้น “แต่บ้านหลังนั้นน่ากลัวมากเลยนะจันดี มีคนที่อยากซื้อบ้านหลังนั้นหลายคน แต่ก่อนถึงวันจ่ายเงินก็ต้องมีอันเป็นไปทุกราย” นอบเอ่ยขึ้นกับหลาน “แต่วันนี้ฉันจ่ายเงินมัดจำไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นนี่คะ” นอบหันมาสบตากับภรรยา เฉิดฉันจึงยืนยันอีกเสียง “ใช่จ้ะพี่ ฉันคิดว่าเจ้าของบ้านอาจจะอยากให้จันดีไปอยู่บ้านหลังนั้นก็ได้” “ฉันก็คิดเช่นนั้นค่ะ” จันดีว่าเสริมขึ้นอีก “ถ้าคิดอย่างนั้นฉันก็คงไม่ขัดข้องอะไร” นอบกล่าว
Read more

ตอนที่ 10 กระพรวนสมบัติ

วันต่อมาจันดีก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว ทั้งที่ยังถางหญ้าไม่เสร็จ แต่เธอรู้สึกเกรงใจลุงกับป้า จึงรีบย้ายออก และคิดว่าจะทำความสะอาดไปทุกวัน ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์บ้านก็คงน่าอยู่มากแล้ว เฉิดฉันเตรียมเสื่อกก ผ้าห่ม ที่นอน หมอนมุ้งผืนใหม่ให้หลานสาวหลายชุด อีกทั้งยังเตรียมพริก เกลือ ปลาร้า และข้าวสารให้หลานสาวอีกด้วย ส่วนเครื่องครัวจันดีบอกป้าว่าจะเข้าไปซื้อในตลาดเอง เย็นวันนั้นจันดีกำลังถางหญ้าอยู่ข้างกำแพง พลันได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอย่างถึงพริกถึงขิง “เมื่อไรแกจะหาเงินไปใช้หนี้ครูถาสักที วันนี้เมียเขามาทวงหนี้ฉันอีกแล้วนะ” “ผมก็หาอยู่นี่ไง แม่ไม่เห็นเหรอ แม่ก็รู้ว่าผมไม่เคยอยู่นิ่งสักวัน วัน ๆ เอาแต่ทำงานงก ๆ แม่เคยเห็นผมพักบ้างไหม” แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ฟังเหตุผล “ถ้าแกไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ แกก็ตัดสินใจแต่งงานกับยัยรินซะ” “ผมไม่แต่ง และจะไม่มีวันแต่งด้วย” จันดีจำได้ว่าเสียงที่ตวาดประโยคสุดท้ายนั้นเป็นเสียงของคนที่ชื่อแสงเพื่อนของชยุต และเขาคงทะเลาะอยู่กับแม่ของตน เธอถอนหายใจคล้ายปลงตก ไม่ว่าครอบคร
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status