Share

ตอนที่ 3 ออกเดินทาง

last update Huling Na-update: 2025-12-22 11:35:24

            หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ จันดีกับลูกก็ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง จันดีคนใหม่ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนเหมือนจันดีคนเก่า เธอดีใจด้วยซ้ำที่จะได้ออกจากกรงขังแห่งนี้ ที่พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน ถึงแม้จะเรียนจบชั้นมัธยมปลายเหมือนกัน แต่พ่อกับแม่ก็รักพี่สาวมากกว่า ยิ่งตอนที่พี่สาวสอบไปทำงานที่ประเทศเกาหลีได้ พ่อกับแม่ยิ่งรักพี่สาวมากขึ้น

            ถึงเวลาเข้านอนจันดีก็เข้านอนในห้องพร้อมกับลูกโดยไม่พูดไม่จากับใครในบ้านให้เปลืองน้ำลาย ปล่อยให้พ่อแม่และพี่สาวยืนงงอยู่อย่างนั้น จันดีคนใหม่ไม่ได้สนใจสายตาใครอยู่แล้ว ทำเหมือนทุกคนเป็นอากาศ ก็เธอผ่านโลกมามากมายแล้วนี่ เรื่องแค่นี้ทำไมจะรับมือไม่ได้

            “จันดีมันดูแปลกไปนะแม่ ตั้งแต่มันฟื้นขึ้นมาฉันยังไม่เห็นน้ำตามันสักหยด ดูเหมือนมันจะดีใจด้วยซ้ำที่มันได้ไปจากบ้านหลังนี้” จันทร์แรมพูดกับแม่โดยมีพ่อนั่งอยู่ด้วย พ่อแม่ลูกทั้งสามกำลังนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันอยู่ชั้นล่างของบ้าน

            “ฉันก็คิดอย่างนั้น มันเป็นคนบอกเองว่าจะไปอยู่กับป้าเฉิด ไม่รู้ว่ามันกล้าตัดสินใจได้ยังไง” เดิมทีจันดีเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้านั่งรถไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ตอนนี้เธอกล้าตัดสินใจไปไกลถึงต่างจังหวัด

            ขุนจึงพูดขึ้นอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน “ปล่อยมันไปเถอะน่า มันไม่อยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว คนจะได้เลิกนินทาครอบครัวเราสักที” แค่เรื่องที่จันดีก่อไว้เมื่อเช้า คนก็เอาไปพูดกันสนุกปากแล้ว ถ้าจันดียังอยู่ที่นี่ ย่อมมีเรื่องให้ชาวบ้านนินทาไม่จบไม่สิ้น

            “ใช่แล้วค่ะแม่ ปล่อยมันไปเถอะ ถ้ามันยังอยู่ที่นี่ ฉันคงขายไม่ออกแน่”

            “ต้องขายออกอยู่แล้วแหละ ลูกแม่สวยขนาดนี้” น่าเสียดายที่เธอมีลูกสาวสวยถึงสองคน แต่จันดีกลับทำตัวไร้ค่า แม้แต่ค่าสินสอดบาทเดียวก็ไม่ได้ ซ้ำยังต้องเลี้ยงเด็กสองคนนั้นอีก

            จันทร์แรมยิ้มกว้างทำท่าประจบแม่พร้อมพูดต่อว่า “ไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกยิ่งดี”

            “พ่อกับแม่ไม่ให้มันกลับมาอีกหรอก” ผู้เป็นแม่ย้ำอีกครั้ง

            เช้าวันต่อมาจันดีกับลูกนั่งรถโดยสารประจำทางออกจากหมู่บ้านโคกเล้าเข้าตลาด เพื่อนั่งรถบัสต่อไปที่จังหวัดบึงกาฬอีกทอดหนึ่ง ทั้งพ่อแม่และพี่สาวไม่มีใครคิดจะมาส่งเธอกับลูกแม้แต่คนเดียว พวกเขาคงรู้สึกอายชาวบ้านจนไม่กล้าสู้หน้าใคร ที่จู่ ๆ ลูกสาวคนเล็กที่เป็นคนเรียบร้อย ว่านอนสอนง่ายบวกกับหน้าตาดี จะกลายเป็นแม่ม่ายลูกสองแต่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก โดยที่คนในหมู่บ้านไม่เคยระแคะระคายมาก่อน กระทั่งวันที่เธอคิดฆ่าตัวตาย คนในหมู่บ้านถึงได้รู้เรื่องโดยทั่วกัน และพูดให้จันดีเสียหายไปต่าง ๆ นานา แต่จันดีคนนี้หาได้สนใจคำนินทาพวกนั้นไม่ แม้อยู่บนรถโดยสารโดนคนนินทาระยะเผาขน แต่จันดีก็ทำเป็นหูหนวกตาบอด

แต่เธอจำคำที่คนในครอบครัวบอกเธอกับลูกก่อนเดินออกจากบ้านได้ขึ้นใจ พวกเขาบอกว่า ‘ต่อไปนี้ไม่ต้องคิดว่าพวกเขาเป็นญาติอีก’

แน่นอนเมื่อก้าวขาออกมาแล้ว เธอไม่มีทางกลับไปที่นั่นอีกเป็นอันขาด

            มาถึงตลาดจันดีพาลูกแวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งและน้ำดื่มอีกสองขวด บนบ่าสะพายกระเป๋าเดินทางทรงสี่เหลี่ยมใบใหญ่ มือสองข้างจับจูงลูกทั้งสองตลอดเวลา จากนั้นเดินไปที่ป้ายรถประจำทาง รถบัสที่จะไปจังหวัดบึงกาฬต้องผ่านทางนี้ 

            พอรถมาถึงจันดีให้ลูกขึ้นรถไปก่อน เธอเดินตามหลังจากนั้นก็มองหาที่นั่ง เธอพาลูกเดินไปนั่งเบาะหลังสุดที่ยังว่างอยู่ และเป็นเบาะที่นั่งได้หลายคน นั่งรถมาเกือบสามสิบนาทีลูกทั้งสองก็ผล็อยหลับไป ลมจากหน้าต่างบานกระจกทำให้ปอยผมที่หลุดออกมาจากการรวบมัดปลิวไสว

            จันดีก้มมองลูกด้วยความเวทนา เด็กตัวแค่นี้จะเข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่ได้อย่างไร พวกเขาก็เหมือนผ้าขาว นอกจากไม่รู้ว่าพ่อเป็นใครแล้วยังไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้แม่แท้ ๆ ของพวกเขาก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว จันดีถอนหายใจยาวคราหนึ่ง อย่างไรเธอก็ต้องเลี้ยงเด็กสองคนนี้ให้ดีที่สุด แต่ถึงเธอจะบอกว่าในโลกนี้เธอไม่กลัวอะไรอีกแล้ว แต่ก็ยังนึกหวั่นใจอยู่ว่าเฉิดฉันผู้เป็นป้าจะต้อนรับเธอกับลูกหรือไม่ เพราะไปครั้งนี้เธอไม่ได้แค่ไปเยี่ยมเยียนเหมือนเมื่อคราวห้าปีก่อน

            จันดีโน้มตัวลูกทั้งสองที่นั่งหลับเข้ามาหาตนแล้วโอบไว้ในอ้อมแขน จากนั้นเธอพิงศีรษะกับเบาะแล้วคิดย้อนกลับไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ความทรงจำมันช่างเลือนรางนัก

            วันนั้นเธอกับครอบครัวไปเที่ยวตลาดริมฝั่งแม่น้ำโขงที่อำเภอบึงกาฬ ขากลับแม่จึงบอกพ่อพาไปเยี่ยมป้าเฉิดซึ่งเป็นพี่สาวของแม่แท้ ๆ ที่หมู่บ้านหนองแสง ซึ่งอยู่อำเภอเดียวกัน และหมู่บ้านนั้นยังอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขงอีกด้วย ประจวบเหมาะกับที่ไปถึงหมู่บ้านนั้นมีงานบุญพระเวสสันดรหรือบุญเดือนสี่ตามประเพณีอีสาน ส่วนที่บ้านโคกเล้าจัดไปแล้วเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ทุกคนจะมาเที่ยวที่บึงกาฬ พอเฉิดฉันรู้ว่าน้องสาวพาครอบครัวมาเยี่ยมเธอก็ดีใจมากและรั้งให้น้องสาวอยู่ดูหมอลำคณะใหญ่คืนนี้ด้วยกัน

            ด้วยความที่เหลือกันอยู่เพียงสองคนพี่น้อง เพราะพ่อกับแม่ตายจากไปเมื่อหลายปีก่อน ฉวีจึงตัดสินใจอยู่ร่วมงานบุญกับพี่สาวและยอมนอนค้างคืนที่บ้านพี่สาว จันดีกับจันทร์แรมเพิ่งอยู่ในวัยสาวตอนนั้นจันดีเพิ่งเรียนจบชั้นมอหกหมาด ๆ ทั้งสองดีใจมากที่จะได้ดูหมอลำคณะดังในปีนั้น

            วันนั้นที่บ้านเฉิดฉันมีแขกมาเต็มบ้าน บางส่วนนั่งกินอาหารและดื่มสุรากันอยู่ที่แคร่และกระท่อมด้านนอก มีพี่น้องฝั่งสามีของเฉิดฉันมาจากต่างจังหวัดด้วย จันทร์แรมคอยเดินเข้าออกภายในบ้านและคอยเล่าเรื่องราวให้น้องสาวฟัง ส่วนจันดีได้แต่นั่งอยู่ในบ้านเพราะพี่สาวรินเบียร์ให้เธอไปหลายแก้ว จึงรู้สึกมึนศีรษะอยู่บ้าง เธอกับพี่สาวนั่งดื่มกินอยู่กับเบญญาลูกสาวคนเล็กของเฉิดฉัน แต่ก็อายุมากกว่าจันดีสามปี มากกว่าจันทร์แรมหนึ่งปี

            เวลาล่วงเข้าสู่ช่วงเย็น จันดีเริ่มรู้สึกเมาเล็กน้อย เธอเริ่มไม่อยากไปดูหมอลำแล้วเพราะกลัวตัวเองไม่ไหวและกลัวนอนหลับอยู่หน้าเวทีหมอลำ แต่อย่างไรก็ทนการรบเร้าของพี่สาวทั้งสองไม่ไหวสุดท้ายก็ต้องไปด้วยกัน โดยจันดีกับจันทร์แรมสวมชุดของเบญญา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 54 ความลับไม่มีในโลก (จบ)

    สุริยายิ้มกว้าง โอบกอดภรรยาไว้แน่น เขาดีใจจนไม่รู้ว่าจะพูดคำใดออกมา เพราะเขาไม่เคยเห็นเงินทองมากขนาดนี้มาก่อน “แล้วยังมีอีกไหม” เขาถามเสียงสั่น ที่เขาถามไม่ใช่เพราะความโลภ แค่อยากรู้เท่านั้น เพราะอย่างไร เรื่องเงินเขาก็ให้ภรรยาจัดการทุกอย่างอยู่แล้ว อีกทั้งเธอยังฝากเงินให้เขากับลูกไม่เคยขาด“มีค่ะ แต่เอาไว้วันหน้าเราค่อยขุดกันนะคะ วันนี้เราเอาเงินในนี้ไปฝากธนาคารก่อนค่ะ” ไหแรกเธอนำไปซื้อรถ และฝากให้เขากับลูกหมดแล้ว ส่วนไหนี้เธอจะเอาไปฝากให้ตัวเองให้มากหน่อย และแบ่งฝากให้ลูกกับสามีอีกคนละหนึ่งล้านบาท และคงเอาไปฝากครั้งเดียวไม่ได้ อีกทั้งต้องทยอยนำทองคำออกไปฝากด้วยเช่นเดียวกันเงินไหที่สองจันดีหยิบไปฝากธนาคารบ้างแล้ว ส่วนไหที่สาม และสี่เธอยังไม่ได้หยิบออกไปใช้ เพราะรายได้ที่ได้จากการทำสวนดอกไม้และปลูกแตงยังมีเหลือเฟือให้ใช้จ่าย และเก็บออม แถมยังใช้เป็นต้นทุนในการทำสวนอีกด้วย เพราะในหนึ่งปีครอบครัวของเธอใช้เงินไม่ถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นบาท และไม่มีหนี้สินทางอื่น เงินที่ได้จากการทำสวนจึงนับว่าเพียงพอ แต่เมื่อลูกทั้งสามเติบโตขึ้นมากกว่านี้ เธอคิดว่าต้องได้ใช้เงินพวกนี้เป็นแน่“ท่านทั้งสองคงเอ็

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 53 ขุดสมบัติ

    ในวันที่จันดีปลูกแตงโมกับแตงไทย รำเพยกับสมจิตยังไปช่วยปลูก แต่จันดีก็จ่ายค้าจ้างให้ทุกคน นอกจากนั้นยังมีชยุต พิมพา และยมนาด้วย เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงคราวต้องไถดินแรกนา ซึ่งจันดีใช้เวลาปลูกสี่วันก็เสร็จ ในขณะที่คนในหมู่บ้านปลูกอ้อย ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง จันดีปลูกแตงไทยกับแตงโม และผลผลิตที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ แตงโมได้กำไรเจ็ดหมื่นบาท ส่วนแตงไทยได้กำไรแปดหมื่นบาท ภายในเวลาสามเดือนจันดีมีกำไรจากการปลูกแตงสองชนิดถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท คนในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาตาร้อน และอยากทำตาม โดยเฉพาะรินรดากับอาทิตย์ พวกเขาอยากได้กำไรมากเหมือนจันดี จึงแบ่งพื้นที่นาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกปลูกแตงโมแตงไทย ส่วนที่สองปลูกดอกไม้ แต่ผลผลิตที่ได้ก็ขาดทุนเพราะแตงโมกับแตงไทยทั้งแตกทั้งมีรสจืด เพราะช่วงที่ใกล้เก็บเกี่ยวนั้นฝนกำลังตกชุก พอหันมาปลูกดอกไม้ตอนปลายฤดูฝนก็น้ำท่วม เพราะพื้นที่นาของอาทิตย์เหมาะสำหรับปลูกข้าวมากกว่า ทั้งสองจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น “เป็นไง พี่บอกแล้วว่าอย่าทำตามเขา ทีนี้จะทำยังไง ปีนี้จะเอาข้าวที่ไหนกิน” เพราะข้าวปีก่อน ๆ ก็ขายออกเกือบหมดแล้ว

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 52 ช่วยเหลือครั้งสุดท้าย

    เช้าวันต่อมาฉวีตบหน้าจันทร์แรมที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา พร้อมเสียงด่าทอ “ทำไมแกโง่อย่างนี้ฮะ แล้วทีนี้เราจะไปอยู่ที่ไหน”“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้นี่แม่ ใครจะไปรู้ว่าจันดีมันจะตื่นมาเจอฉันพอดี” จันทร์แรมพูดอย่างหน้าไม่อาย“แล้วแกจะให้มันเป็นยังไง แกจะให้คนนินทาไปทั่วเหรอว่าแกอยากได้ผัวน้องสาวจนตัวสั่น” เรื่องนี้ฉวีไม่ได้เข้าข้างจันทร์แรมเลยสักนิด“แม่!”เพียะ!ฉวีตบหน้าลูกอย่างแรงอีกครั้ง “หุบปาก” พูดแล้วหันไปมองลูกสาวคนเล็ก กล่าวออกเสียงอ้อนวอนว่า “จันดี ให้โอกาสพี่เขาอีกสักครั้งเถอะนะลูก แม่ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”“สุริยาส่ายหน้าให้ภรรยาเป็นคำตอบ เธอจึงบอกออกไปว่า “อย่าทำร้ายความรู้สึกกันมากไปกว่านี้เลยค่ะ พวกคุณกลับไปเถอะ”“แต่ว่า พวกเราไม่มีที่ไปแล้วนะจันดี” ขุนบอกลูกสาวเสียงเศร้า“ให้โอกาสฉันเถอะนะจันดี ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกจริง ๆ นะ ๆ” จันทร์แรมจับแขนน้องสาวเขย่า แต่จันดีสะบัดออก ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์“พี่แสงช่วยไปหยิบกระเป๋าผ้าบนบ้านมาให้ฉันหน่อยค่ะ”สุริยาเดินเร็วขึ้นไปบนบ้านตามคำไหว้วานของภรรยารับกระเป๋ามาแล้ว มือเล็กล้วงเ

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 51 อยากเป็นใหญ่

    ตลอดทางกลับบ้านจันทร์แรมก็คิดหาวิธีที่จะอยู่ในบ้านของน้องสาวตลอดไป จันดีมีทุกอย่างในเวลาไม่ถึงปี ถึงแม้เงินที่นำมาซื้อทุกอย่างจะเป็นเงินกู้ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเธอตอนนี้ อย่างน้อยอยู่บ้านจันดีก็มีทุกอย่าง หากเธอไปอยู่ที่อื่นต้องลำบากมากแน่ เช่นนั้นเธอจะทำทุกวิถีทางให้เธอได้อยู่ที่นี่ต่อไป และขึ้นเป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้ให้ได้ช่วงบ่ายจันทร์แรมจึงทำทีเข้ามาช่วยงานน้องสาว เพียงแต่จะเลือกทำงานใกล้สุริยามากกว่า และยังสวมชุดเดรสตัวใหม่ที่แหวกอกจนเห็นเนินเนื้อมาทำงานที่เรือนเพาะชำด้วยสุริยารู้สึกอึดอัดจนยากจะระงับความรังเกียจเอาไว้ได้เขาแอบเดินมาคุยกับภรรยา “ถ้าเธอให้จันทร์แรมอยู่ที่นี่ถึงสิบห้าวันพี่ทนไม่ไหวแน่”“ทำไมคะ” จันดีรู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ก็ยังถาม“เธอไม่เห็นกิริยาที่พี่สาวเธอทำหรือไง” ชอบเดินเฉียดกายเข้าไปใกล้เขา ยามก้มก็ไม่ระมัดระวังตัวสักนิด สุริยาไม่ได้อยากดูของไร้ค่าพวกนั้นสักหน่อย“ทนอีกนิดนะคะ พี่แสงก็อย่าไปสนใจก็แล้วกัน ฉันเชื่อค่ะ ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานหรอก” อีกหน่อยก็คงเผยธาตุแท้ออกมาวันนี้สุริยาจึงอาสาไปรับลูกที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่โดยที่ไม่มี

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 50 มีคนคิดไม่ซื่อ

    ฉวีพยักหน้า ขุนจึงพูดขึ้น “พวกเราอยู่ไม่นานหรอกนะจันดี”“อยู่กี่วันคะ”จันทร์แรมทนไม่ไหวจึงพูดแทรกขึ้น “แกกับลูกก็เคยอยู่บ้านฉันมาหลายปีนะจันดี ฉันหวังว่าแกคงไม่ใจดำเกินไป” พูดพร้อมกับปรายตามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้องสาวด้วยดวงตาวาววาม“บังเอิญว่าฉันเป็นคนใจดำด้วยสิ” จันดีเอ่ยขึ้นไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น“ให้พวกเขาปลูกกระท่อมอยู่ชั่วคราวก็ได้จันดี แต่จะให้อยู่กี่วันจันดีตัดสินใจเองก็แล้วกัน” เฉิดฉันกล่าวขึ้น“อย่างน้อยฉันก็คลอดแกมา แกก็ควรแสดงความกตัญญูรู้คุณบ้าง” ฉวีเริ่มทวงบุญคุณจันดีมองหน้าลุงกับป้า พวกเขาพยักหน้าน้อย ๆ เธอจึงเอ่ยออก “ฉันให้อยู่ได้แค่สิบห้าวันค่ะ จะขายที่ได้หรือไม่ได้ก็ต้องย้ายออกไป” จันดียื่นคำขาดฉวีกับขุนจึงยิ้มออก มีเพียงจันทร์แรมที่มองน้องสาวด้วยแววตาเกลียดชัง พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “รวยขนาดนี้ยังแล้งน้ำใจอีก”“หรือจะไม่อยู่ล่ะ ฉันไม่ติดอะไรนะ” จันดีพูดอย่างไม่ยี่หระ“อยู่จ้ะอยู่” ฉวีหันไปหยิกแขนจันทร์แรมพร้อมถลึงตาใส่ ค่อยหันกลับมาถามจันดี “แล้วนี่ผัวแกเหรอ”“ค่ะ”สุริยายกมือไหว้ตามมารยาท นัยน์ตายังมีแววกรุ่นโกรธ“ฉัตรกับฉายมาหายายสิลูก ยายคิดถึงพวกเรามากเล

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 49 ขออาศัยอยู่ด้วย

    สามคนพ่อแม่ลูกนิ่งงัน ฉวีตกอยู่ในภวังค์อยู่นาน แสดงว่าเงินที่จันดีใช้หนี้คืนเธอ เป็นเงินของจันดีจริง ๆ “แล้วมันไปทำอะไรมาถึงได้รวยขนาดนั้นคะ” ความอิจฉาเข้าครอบงำจันทร์แรมขึ้นทันตา “ทำสวนดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครับ” “ทำสวนดอกไม้อย่างนั้นเหรอ” ฉวี “ค่ะ ถ้าถึงแล้วฉันจะชี้ให้ดูนะคะ ตอนนี้เขาปิดไปแล้วค่ะ” รินรดา ทุกคนเงียบไปเกือบสิบนาที อาทิตย์ก็ชะลอรถอีแต๊ก และชี้ให้ทุกคนดู “นั่นไงครับ สวนดอกไม้จันดี” ฉวี ขุน และจันทร์แรม มองไปยังสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่ ในพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ มันยังคงดูสวยงาม แม้ดอกไม้เริ่มร่วงโรยไปบางส่วนแล้ว แต่เฟื่องฟ้ายังชูใบดอกอวดอ้างสายตาผู้คนที่ผ่านไปมาหลายหลากสีเช่นเดียวกับพวงครามที่ยังมีพวงดอกสีม่วงสดให้คนชื่นชมเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จันดีจึงเลือกปลูกเฟื่องฟ้า และพวงคราม เพราะมันทั้งทนแดดและออกดอกตลอดทั้งปี อีกทั้งใบดอกยังมีสีสันสวยงาม รถอีแต๊กเคลื่อนผ่านสวนดอกไม้จันดีไปแล้ว ฉวีจึงเอ่ยถาม “คนมาเที่ยวเยอะไหมคะ” “เยอะค่ะ วันนึงน่าจะไม่ต่ำกว่าสามสี่ร้อยคนค่ะ” ร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status