เข้าสู่ระบบนิยายรักที่ฉีกทุกกรอบของแนวคิดความเป็นนิยายรัก แต่ยังคงอบอวลด้วยความรักอันอบอุ่นของอามันด์ หนุ่มผู้ดีชาวปารีสที่เขามีความรักต่อสาวโลกอนาคตอย่าง ‘อรรวินทร์’ หญิงสาวในโลกอนาคตที่บังเอิญเจอเขาเข้าผ่านอักขระโบราณ ความรักของหนุ่มในสมัยโกธิค กับติวเตอร์สาวผู้หลงใหลในกลศาสตร์เลขควอนตัมจะเป็นเช่นไร ทุกคำถามอาจอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ แต่นั่นอาจไม่ใช่ทั้งหมด บางครั้งอาจตอบได้ด้วย ‘ความรัก’ ของเขาและเธอ ++
ดูเพิ่มเติมSinful Affairs With My Stepbrother 1
The New House
Diana’s POV
The house was way too big. It felt more like a hotel than a home. Everything looked brand new and expensive, and the ceilings were so high that my footsteps echoed. It sounded like someone was following me every time I took a step. I hated it already.
"It’s beautiful, right, Diana?" my mom asked. She was beaming. She held her new husband’s arm like she was afraid she’d fall over if she let go. She looked happier than I’d seen her in years. Honestly, that was the only reason I didn't drop my bags, turn around, and walk back to the bus station.
"It’s okay," I mumbled. My suitcase was heavy, and the wheels made a loud, annoying scraping sound on the shiny floors. I gripped the handle so hard my fingers turned white and started to ache.
We walked into the main hallway. It smelled like lemon cleaning spray and a faint scent of men's cologne. I was trying to figure out where the bathroom was when I saw a shadow move at the top of the stairs. I froze.
"Elijah!" my stepdad called out. His voice was loud and proud. "Come down and say hi to Diana. She’s finally here."
I looked up.
He didn't move at first. He just leaned against the dark wood railing and stared down at us. He looked like we were a boring TV show he was forced to watch. He was much taller than I remembered from the wedding, and his shoulders were broader. His eyes were dark and sharp, like he was looking for a reason to dislike me. He didn't smile. He didn't wave. He just stood there, watching me struggle with my heavy bag.
"Diana," he said. My name didn't sound like a greeting. It sounded like a dare.
"Elijah," I said back. I tried to make my voice sound just as cold as his.
He finally started to walk down the stairs. He moved slowly, like he had all the time in the world. He stopped on the very last step, which put him just a few inches taller than me. It got very quiet. My mom shifted her feet and looked at the floor, clearly feeling how awkward it was.
"I’ll show her the room," Elijah said suddenly. He didn't ask if I wanted help. He just turned his back on me.
"That’s perfect," my stepdad said. He was totally oblivious to the frost in the room. "We’ll go start on dinner. Take your time, kids"
As soon as our parents walked into the kitchen and the door swung shut, Elijah’s face changed. The "polite" act was over. He turned back to me, his eyes narrowing.
"Your room is at the end of the hall," he said. His voice was low and mean. He didn't reach for my bags or offer to help me with the stairs. "Do me a favor and stay on your side of the house. I don't like people touching my stuff, and I definitely don't like people in my space."
I felt a rush of heat in my chest. I wasn't going to let him bully me on day one. "I don’t want to be near you either, Elijah. Trust me, I’d rather be back in our tiny apartment than in this giant museum with you."
He took a long step toward me, getting right into my personal space. I had to tilt my head back to look at him. I could smell his cologne now it smelled like rain and something woody. It was a good smell, a really good smell, and that made me even angrier. I didn't want him to smell good.
"Good," he whispered. He leaned down slightly, locking his eyes onto mine so intensely that I actually forgot to breathe for a second. "Then we have a deal. Stay out of my way, keep your mouth shut, and maybe we won’t have a problem."
He didn't wait for me to respond. He turned on his heel and walked off toward the back of the house, leaving me standing alone in the middle of the hallway.
My heart was thumping so hard I could feel it in my throat. He was rude, arrogant, and a total jerk. But as I picked up my bag to head upstairs, I realized my hands wouldn't stop shaking.
รถเก๋งสปอร์ตของอามันด์เลื่อนเข้าไปจอดยังทางรถเลี้ยวที่ไปทางรีสอร์ท เขามองอรรวินทร์ที่หลับไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยนที่กำซาบอยู่ในใจ“ถึงแล้วเหรอคะอามันด์” หญิงสาวมองเห็นชายหนุ่มจอดรถเสียงดังลั่น“ยังหรอกแต่ผมไม่กล้าปลุกคุณก็เท่านั้นเอง” ชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ“อามันด์…ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ” อรรวินทร์กล่าวขณะที่ชายหนุ่มจอดรถอยู่ข้าง ๆ ต้นพญาเสือโคร่ง“อรรวินทร์ผมมีสิ่งของจะให้คุณ” ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเขาก็เดินลงมาจากรถอรรวินทร์รีบเดินตามลงไปอย่างตกใจ หล่อนทิ้งกระเป๋าสะพายของเธอไว้ในรถแล้วรีบเดินตามอามันด์ลงไปอย่างรวดเร็ว“อามันด์คะคุณจะไปไหน” หญิงสาวกล่าวพลางมองแผ่นหลังของเขาที่เดินห่างออกไปอย่างเร่งรีบดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อเวลานี้อามันด์เดินหนีเธอหายเข้าไปในชายป่าลึก หล่อนจึงวิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว“อามันด์รออรด้วย รอฉันด้วยค่ะอย่าเพิ่งไป”“อรๆ” เสียงของชายหนุ่มปลุกเขย่าเรียกหญิงสาวอย่างรวดเร็วแพขนตาของหญิงสาวกระพือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หล่อนลืมตามองไปรอบ ๆ ก็พบกับอามันด์ที่สวมเสื้อกล้ามบางเบาตัวสีขาวเพียงตัวเดียวในห้องนอน“คุณเป็นอ
เวลานี้อามันด์รู้สึกไม่ได้เลยว่าเขากำลังกลายเป็นนกตัวน้อยที่พร้อมจะโผบินเข้าไปได้ในทุกเมื่อ…มันสวยงามมากจริงๆ“อามันด์ดูนั่นซิคะ ทะเลหมอกสวยมาก ๆ เลยค่ะ”อรรวินทร์กล่าวขึ้น พลางเชิญชวนให้เขาดูทะเลหมอก ที่ลอยล้อมรอบตัวพวกเขาอย่างน่าอัศจรรย์ใจดวงตาคู่ความปลาบของอามันด์มองทะเลหมอกที่เวลานี้ค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยตัวเข้ามาปกคลุมฉาบท้องฟ้านภาที่กว้างใหญ่ไพศาล ย้อมสีฟ้าครามให้กลายเป็นสีขาวดุจหิมะช่างงดงามเหนือความคาดหมายของเขาเสียจริงอามันด์ก้มลงมองปลายรองเท้าของตนเองที่ยืนเหยียบพื้นต้นหญ้าอยู่ด้านล่าง เขาเห็นเพียงต้นหญ้าสีเขียวนั้น ค่อยๆ เลือนหายผ่านทะเลหมอกสีขาวพิสูจน์ดุจปุยเมฆ ต้นไม้สูงใหญ่สีเขียวขจีเหล่านั้นก็จางหายไปกลายเป็นทะเลหมอกสีขาวพิสุทธิ์ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจดวงน้อยของเขาอดเต้นรัวๆไม่ได้ อรรวินทร์เองก็เช่นกัน หญิงสาวเคลื่อนมือของหล่อนมาจับกับมือของเขาอย่างรวดเร็วอรรวินทร์บีบมือของเขาอย่างแรง เวลานี้เองที่อามันด์นั้นก็จับมือหล่อนเช่นกันทั้งคู่รู้สึกราวกับว่ากระแสไฟบางอย่างกำลังแล่นผ่านร่างของพวกเขาโดยที่ทั้งสองไม่ทันได้ตั้งตัว อามันด์แล้วอรรวินทร์มองหน้ากันในทันทีดวงหน้า
ในมือของอรรวินทร์เป็นนาฬิกาเรือนสวยที่อามันด์ซื้อให้เธอตั้งแต่เขาได้เจอเธอหลังจากภพชาติที่แล้วของเขา“อิ่มหรือยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิม“อิ่มแล้ว” อามันด์กล่าวขณะปากของเขายังเคี้ยวซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดห้าลูกที่หญิงสาวซื้อมา“กินเร็วๆสิคะอามันด์ เดี๋ยวอรก็ไม่ทันไปดูทะเลหมอกหรอกค่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางทำหน้ามุ่ยขึ้น“เดี๋ยวก็ได้ดูแล้วเดี๋ยวก็ได้ดูแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวขณะมือเรียวหยิบขวดน้ำกรอกน้ำลงไปในปากชายหนุ่มสัมผัสได้ว่าเวลานี้น้ำที่เขากระดกลงไปผ่านลำคอของเขา มันช่างเย็นยะเยือกราวกับธารน้ำแข็งในมหาสมุดอันกว้างใหญ่ไพศาลดวงตาของอรริวินทร์เปล่งประกายวิบวับยามเมื่อเวลานี้หญิงสาวมองเห็นดวงตะวันที่ใกล้จะทอแสงขึ้นมาเบื้องหน้าหญิงสาวไม่รอช้า หล่อนฉวยคว้าข้อมือหนาของชายหนุ่มพลางลากออกไปยังจุดชมวิวทะเลหมอกทันทีอามันด์รีบเก็บถุงซาลาเปาเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขา ไม่นานนักดวงตาของชายหนุ่มพลันเบิกกว้างอย่างตระหนกสุดขีดอามันด์อดรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่รักมากมายต่างพากันมามุงดูยังที่จุดชมวิวแห่งนี้“ที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกค่ะ” หญิงส
“อามันด์คะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกชายหนุ่มที่เอาแต่สนใจขับรถบนท้องถนนในจังหวัดเชียงใหม่ที่เริ่มจะไม่สนใจเสียงเรียกของหญิงสาวอย่างอรรวินทร์“ตรงนั้นค่ะ อามันด์” อรรวินทร์ชี้นิ้วมือให้ชายคนรักขับรถไปจอดยังบริเวณลานจอดรถที่มีช่องว่างมือหนาของอามันด์กำลังสาวพวงมาลัยถอนเข้าไปในซองที่จอดรถอย่างรวดเร็ว“จ้ะ…ที่รัก” เสียงเข้มของชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวพลางเงยหน้ามองอรรวินทร์ที่มีสีหน้าบึ้งตึงไม่น้อยเวลานี้อามันด์และอรรวินทร์มาฮันนีมูนที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากการประกาศวิวาห์อันหวานชื่นของหญิงสาวและชายหนุ่มได้จบไปอรรวินทร์ก็รบเร้าให้เขาพาหล่อนมาดูทะเลหมอกยามเช้าที่ประเทศไทยจนได้สายลมเหยียบเย็นหนาวเหน็บจับเข้าไปยังขั้วกระดูกของอรรวินทร์ หากแต่เวลานี้ใบหน้าของหญิงสาวกลับแต้มระบายรอยยิ้มอ่อนจางบนใบหน้า“หนาวไหมที่รัก” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นดึงความสนใจของหล่อนให้หันมามองยังคนตัวสูงตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยรู้สึกหนาวเย็น ขนาดนี้มาก่อน อามันด์หันมองอรรวินทร์ที่เวลานี้หนาวสั่นอยู่ข้างๆเขาด้วยความรู้สึกประทับใจในตัวของภรรยาสาวนับตั้งแต่วันที่อรวินทร์และอามันด์ได้เจอกันอีกครั้ง ราวกับว่าอามันด
“สดใสให้อรถาม” เจมส์เอ่ยตอบน้องสาวอย่างยียวน “เดี๋ยวตีเลยเจมส์แกล้งอร” มิลค์กล่าวบ้าง “นั่นยังไม่ทันไรเลยนะ ยัยอร” เจมส์เอ่ยขึ้นอย่างประท้วง “เข้าข้างกันซะแล้ว” สุรวินกล่าวแล้วตบบ่าเจ้าบ่าวหนุ่มอย่างหยอกเย้า “รักพี่สะใภ้ที่สุด” อรรวินทร์กล่าว
ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยมือหนาของชาวนาหนุ่ม ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนทอดมองห้องนอนใหม่ของเขาด้วยแววตาเปล่งประกายห้องนอนใหม่ของอามันด์หรูหราเสียจนเขาแทบไม่กล้าจะนั่งลงแต่ก็จำใจต้องนอนเพราะนี่คือคำสั่งของหญิงสาวต่างดาวคนนั้น ภายในห้องนอนแบ่งเป็นสัดส่วนระหว่างห้องน้ำและห้องนอนอย่างชัดเจน...อามันด์ถ
สำเนียงเมื่อครู่ของชายหนุ่มแม้จะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา หากแต่ก็ดังพอที่อรรวินทร์จะได้ยินสำเนียงภาษาฝรั่งเศสที่ชัดถ้อยชัดคำของชายหนุ่ม จนทำให้หญิงสาวอดสงสัยในที่มาที่ไปของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้“หรือตานี่จะมาจากประเทศฝรั่งเศส แล้วเขาเกี่ยวอะไรกับบ้านของเราล่ะ” อรรวินทร์เอ่ยกับตนเองอย่างแผ่วเบาหญิงสาวสะ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นขึ้นไปบนเขาอย่างรวดเร็ว เส้นทางการไปยังเคหาสน์แห่งนี้ค่อนข้างคดเคี้ยวลดเลี้ยวพอสมควรอรรวินทร์หมุนพวงมาลัยรถให้เลี้ยวไปตามถนนอย่างใจร้อนด้วยข่าวที่เพิ่งได้รับมานั้นไม่อาจทำให้เธอใจเย็นลงได้เลย“ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างนะ” อรรวินทร์กล่าวกับตนเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหญิงสาวผินดวงหน้า



![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

