คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands

คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-11
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
39บท
1.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นิยายรักที่ฉีกทุกกรอบของแนวคิดความเป็นนิยายรัก แต่ยังคงอบอวลด้วยความรักอันอบอุ่นของอามันด์ หนุ่มผู้ดีชาวปารีสที่เขามีความรักต่อสาวโลกอนาคตอย่าง ‘อรรวินทร์’ หญิงสาวในโลกอนาคตที่บังเอิญเจอเขาเข้าผ่านอักขระโบราณ ความรักของหนุ่มในสมัยโกธิค กับติวเตอร์สาวผู้หลงใหลในกลศาสตร์เลขควอนตัมจะเป็นเช่นไร ทุกคำถามอาจอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ แต่นั่นอาจไม่ใช่ทั้งหมด บางครั้งอาจตอบได้ด้วย ‘ความรัก’ ของเขาและเธอ ++

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 1- ความผิดที่ไม่ได้ก่อ 1/1

“Landon? Why were you not saying anything? Were you so happy you went speechless?”

That familiar laugh sounded in my ear.

I struggled to swallow the last trace of bitterness in my mouth, as though I had hurriedly swallowed a lifetime of pain along with it. There were no tears, nor any trace of pain, only a bone-deep chill that seeped through the very marrow of me.

“I knew this kind of surprise was no different from getting rich overnight. It was perfectly normal that you could not take it all in right away.

“But you had to understand, we did all of this for your own good. Without this test, would you have ever made this much money? Would you have grown into such a strong and capable man?”

He laughed even more happily.

“Landon, every hardship you endured was worth it. You were about to inherit billions in assets and stand at a height most people could never reach in their entire lives.”

Then I heard my mother’s delighted voice in the background.

“Your dad and I are coming to your apartment right now. We will be there soon.”

I lay on my hard mattress, staring at the dim, yellowed ceiling light.

After a long silence, I finally let out a quiet laugh.

“So, it was all fake? Even when I was nine and Mom was diagnosed with leukemia and needed medication for the rest of her life, when Dad broke his spine and could never work again, was all of that fake too?”

The first half of my life had been nothing but suffering.

It began when I was nine, when my mother fell ill and my father had to quit his job. They said poverty forced children to grow up too soon. I was ripped from childhood and forced into adulthood before I ever had a choice.

Desperate to raise enough money for their medical bills, I knelt until my knees were bloody and raw. Not a single person was willing to lend me money.

I looked at my mother’s reddened eyes and my father’s graying hair. I swore to the heavens that either I died, or I made something of myself.

For ten years, I scavenged through garbage, I delivered food, I hauled bricks at construction sites, and I worked until I passed out and pushed myself until I vomited blood.

I even knelt before wealthy people and let them humiliate me for their amusement. Poverty had worn away every sharp edge of my pride. I did not care.

All I wanted was to hold this family together, was for my parents to live good lives, and for them to be safe and healthy.

“Fake. It was all fake. Those were just excuses we came up with to put you through hardships. After all, a person only truly grows after experiencing suffering.

“Landon, you did not disappoint your mother and me.”

My mother did not hear the tremor in my voice. Nor did she think, even for a moment, that deceiving me for all those years had been wrong.

The pain in my stomach began to twist and tear. My vision slowly blurred. The poison was taking effect.

For a moment, I even wondered if the pesticide had made me hallucinate. Perhaps the billions, the test, and all of it were fake.

It was not until my silence finally exhausted my father’s patience.

“Actually, you had an older brother. We spoiled him rotten from the moment he was born. He always spent money like it meant nothing. Even now, he dropped millions on sports cars and luxury watches without a second thought. All he knew how to do was waste money. He had no sense of responsibility whatsoever.

“So after you were born, we started to reconsider. If we raised you the way we raised him, giving you everything you wanted and showering you with love, you would have ended up just as spoiled and useless.

“Then what would happen to the company? Who would inherit the family fortune?

“You should at least try to understand why we had to do this.”

So I had an older brother who had been loved and spoiled his entire life.

All of this was real.

“Landon, we were already downstairs.

“From now on, you would never have to do those exhausting, miserable jobs again.”

I was just about to answer when a mouthful of black blood spilled from my lips.

All at once, my body felt strangely light. It was as though I had finally set down the weight I had carried on my shoulders for years. I floated freely in the air.

I really would never have to do those exhausting, miserable jobs again.

It was because I was already dead.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
39
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 1- ความผิดที่ไม่ได้ก่อ 1/1
แคว้นโอดฟร็องส์เบื้องหน้าของชายหนุ่มในเวลานี้คืออาสนวิหารนัวยงสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าที่สุดในสายตาของชนชั้นแรงงานอย่างพวกเขาอามันด์นึกชื่นชมนักออกแบบอาสนวิหารนัวยงในกรุงปารีสแห่งนี้ ทว่าความงดงามของอาสนวิหารนัวยงนี้ไม่อาจทำให้ในใจของชายหนุ่มสงบลงได้เลยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาถือเป็นวันที่ชนชั้นแรงงานในกรุงปารีสเดินขบวนกันทั้งเมือง ทว่ากลับเกิดการนองเลือดขึ้น สร้างความโศกเศร้าในใจให้กับอามันด์เป็นอย่างยิ่ง “จับไอ้หัวขโมยนั่นให้ได้” เสียงตะโกนดังไล่มาจากด้านหลังของชายหนุ่มอย่างอามันด์เวลานี้อามันด์รู้ได้แต่เพียงว่าเขาต้องหนีไปจากปารีสให้ได้ หนทางรอดมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะพาเขาออกไปจากนรกเหล่านี้ได้ มันคือ...มัจจุราช!เท้าสองข้างของชายหนุ่มเหยียบย่างไปบนอาสนวิหารนัวยงไม่นานนักเขาก็ปีนขึ้นมาสูงจนมองเห็น ‘นายจ้าง’ คนนั้นชายแก่ลงพุงสวมชุดผู้ดีตามแบบที่เห็นกันเกร่อในลอนดอนที่ตัดเย็บอย่างประณีตจากห้องเสื้อบูติคที่ชนชั้นสูงมักสวมใส่กัน ...บนบ่าของชายแก่ลงพุงแบกปืนลูกซองขนาดยาว แล้วเล็งขึ้นมาทางอามันด์อย่างรวดเร็ว...อามันด์รู้ดี เขามีทางเลือกแล้วและทางเลือกนั้นคือความตายเปรี้ยง...กร
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 1.ความผิดที่ไม่ได้ก่อ 1/2
หนังสือที่อรรวินทร์อ่านนั้นเป็นหนังสือที่เพิ่งซื้อมาใหม่หมาด ๆ จากร้านขายหนังสือเก่าที่เป็นหนังสือตำราวิทยาศาสตร์ของ‘ทฤษฎีบทเกี่ยวกับภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วงในกรอบของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป’นักวิทยาศาสตร์คนโปรดของอรรวินทร์เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวยิวอย่าง ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ ที่ก้าวเข้ามาสู่แวดวงในวงการวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์มากความสามารถที่คว้ารางวัลโนเบลด้วยผลงานของเขาเอง แม้ว่าจะเกิดหลายข้อกังขาในทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะคนนี้ก็ตาม กระนั้นอรรวินทร์ก็รักเขาเสมือนว่าเขาคือไอดอลต้นแบบบุคคลในใจเธอแต่ไหนแต่ไร...ตั้งแต่เกิดมาอรรวินทร์ก็ชื่นชอบวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด เธอชื่นชอบมากเสียจนเลือกเรียนแผนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ตอนมัธยมปลายทว่าเกรดเฉลี่ยผลคะแนนการเรียนของเธอกลับดิ่งลงเหวทั้ง ๆ ที่อรรวินทร์ตั้งใจเรียนอย่างมาก นั่นก็เพราะหญิงสาวไปสะดุดกับวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนเท่าไหร่เธอกลับไม่เคยเข้าใจในการแก้ปัญหาของวิชานี้ทุกทีอรรวินทร์ตัดสินใจทิ้งความฝันการเป็นนักวิทยาศาสตร์มาสอบคณะที่มารดาของเธอจัดสรรไว้ให้อย่างนิเทศศาสตร์ ซึ่งการเบนเข็มทิศในชีวิตครั้งนี้ได้ส่งผลให้เธอได้กลายเป็นนักเข
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 1. ความผิดที่ไม่ได้ก่อ 1/3
อรรวินทร์เงื้อไม้กวาดขึ้นทำมุมสี่สิบห้าองศาเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงร้องโหวกเหวกดังขึ้นมาจากหลังเคหาสน์ของเธอหญิงสาวตัดสินใจปล่อยหนูท่อขนดำไป ปลายเท้าเรียวขาวสะอาดจึงสาวเท้าผ่านห้องโถงนั้นไปยังหลังเคหาสน์บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงัด ท้องคคนานต์ในยามนี้ถูกความมืดมิดปกคุลมไปทั่ว รองเท้ากีฬาคู่โปรดของอรรวินทร์สาวเท้าไปยังต้นเสียงพร้อมกับไม้กวาดด้ามยาวที่ถือติดมือมาด้วยหญิงสาวเดินผ่านไม้สุมพุ่มหญ้าขนาดใหญ่ ลัดเลาะไปตามทางที่แสงจันทราสาดส่องไปทั่วอาณาบริเวณรัศมีจันทราสาดอาบไล้ไปยังต้นไม้แห่งหนึ่งทว่าภาพที่อยู่เบื้องหน้าของหญิงสาวทำให้อรรวินทร์เบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา บุรุษหนุ่มรูปงามคนหนึ่งสวมแจ็กเกตสีน้ำเงินคล้ายผ้าเดนิม ทว่าหากคะเนด้วยสายตาอันเฉียบคมของหญิงสาว อรรวินทร์คิดว่ามันหนามากกว่า ผ้าเดนิมที่เราเห็นกันในศตวรรษที่ 21 เสียอีกอรรวินทร์รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปยังบริเวณพุ่มไม้ที่ชายวัยกลางคนนอนสลบอยู่ในอาณาบริเวณนั้น ภาพที่ปรากฎชัดเจนแก่สายตาของติวเตอร์สาวเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง ชายหนุ่มตรงหน้าของอรรวินทร์จัดได้ว่าเข้าขั้นหล่อแบบผู้ดีชาวฝรั่งเศสเลยทีเดียวเขามีผิวขาวนว
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 2. ชายผู้ความจำเสื่อม 1/1
ไฟบนเพดานสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว ยามเมื่อมือเรียวกดเอื้อมเปิดไฟในโรงพยาบาลแห่งนี้“จำได้ไหมว่า...คุณชื่ออะไร” เสียงหวานใสเอ่ยออกมาจากเรียวปากอวบอิ่มรูปกระจับ ดวงตาคู่สีดำสนิทของหญิงสาวทอดมองชายหนุ่มด้วยสายตาจับสังเกต“ชือ” สำเนียงแปร่งเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากงามของชายหนุ่มปริศนาที่อรรวินทร์เพิ่งช่วยเหลือมาเมื่อเที่ยงคืนแล้วรีบพาบุรุษผู้นี้มาส่งที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว“ฉันหมายถึงว่า...คุณชื่ออะไร” หญิงสาวผมสั้นเอ่ยย้ำอีกครั้งอย่างเหลืออดทว่าคราวนี้หญิงสาวพยายามอย่างใจเย็นที่จะถามเขาด้วยน้ำเสียงชัดเจนชัดถ้อยชัดคำกว่าเดิม“ผมมีนามว่า อามันด์” ชายหนุ่มปริศนาที่โผล่มาบ้านของอรรวินทร์ตอบหญิงสาวด้วยสุ้มเสียงสำเนียงแปร่งแตกต่างจากสำเนียงคนในประเทศของหญิงสาว“นาม” อรรวินทร์ทวนคำอย่างประหลาดใจ แม้เธอจะเคยอ่านหนังสือเทพนิยายกรีกโรมันมาบ้างแต่การที่หญิงสาวได้เจอบุรุษหนุ่มในศตวรรษที่ 21 เรียกขานคำว่านามแทนที่จะเรียกเป็นคำว่าชื่อของตนเองนั้น อดทำให้หญิงสาวผมสั้นอย่าง ‘อรรวินทร์’ อดรู้สึกขันในใจขึ้นมาไม่ได้“ผมมีนามว่า อามันด์” ชายหนุ่มปริศนาเอ่ยกับหญิงสาวอีกครั้ง อรรวินทร์พยักหน้ารับรู้แล้วเอ่ยบอก
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 2. ชายผู้ความจำเสื่อม 1/2
“พี่ขนุนคะ...ตอนนี้อรยุ่งอยู่ค่ะ คงจะถึงบ้านเย็นๆ เดี๋ยวอรฝากพี่ขนุนหาเจ้าเลอนัวร์ให้ทั่วบ้านก่อนนะคะ ห้ามหายนะคะพี่ขนุน เลอนัวร์มีตัวเดียวนะคะ แถมสมบัติของคุณย่าเชียวนะคะ” ท้ายประโยคอรรวินทร์กล่าวเสียงเข้มแล้วปิดโทรศัพท์ลงอย่างกระวนกระวายใจมือเรียวของหญิงสาวกำเข้าหากันแน่น อรรวินทร์รู้สึกราวกับว่าเวลานี้เธอเป็นลูกโป่งพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ“คุมตัวเองเอาไว้อร” หญิงสาวกล่าวกับตนเองด้วยสีหน้าถมึงทึงอย่างหาที่สุดไม่ได้ในตอนนี้ขมับทั้งสองข้างของตึงไปหมด คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดมุ่นเข้าหากันละม้ายคล้ายเชือกปมใหญ่ที่มัดติดกันจนแน่นหนา หญิงสาวอดรู้สึกถึงความตึงเครียดไม่ได้ เมื่อเวลานี้ทุกเรื่องได้ถาโถมเข้ามาหาเธอ“คุณอรรวินทร์คะ” เสียงหนึ่งเอ่ยดังขึ้นปลุกหญิงสาวออกมาจากภวังค์ที่หญิงสาวได้เผลอจมดิ่งไปชั่วครู่“คะ” หญิงสาววัยยี่สิบสองปีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง จนพยายาลที่มาอดกลัวใจไม่ได้ ในเรื่องที่ต้องแจ้งกับหญิงสาว“คุณหมอมีเรื่องจะปรึกษากับคุณค่ะ” พยาบาลคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงล่ะล่ำละลัก..ยามเมื่อเวลานี้หญิงสาวตรงหน้ามีสีหน้าถมึงทึงอย่างที่ไม่มีสตรีใดในโลกนี้จะมีใบหน้าเหมือนเธออีกแล้วภ
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 2. ชายผู้ความจำเสื่อม 1/3
“หัว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่ร่างสูงโปร่งเกาศีรษะเลียนแบบตามหญิงสาวอย่างงงงวย“หัวเหรอ...นายเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างเดียวเหรอนี่” อรรวินทร์กล่าวกับตนเองอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้ “อังกฤษ...อิงลิซ” อามันด์ทวนคำพูดของหญิงสาว ท้ายประโยคชายหนุ่มออกเสียงชัดถ้อยชัดคำ อรรวินทร์เลิกคิ้วเข้มทั้งสองข้างของเธอขึ้น หญิงสาวรู้สึกปวดหัวในสภาพของชายหนุ่มตรงหน้า“นายเดินตามมาแล้วกัน” หญิงสาวเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนรำคาญใจ รองเท้ากีฬาสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อรรวินทร์เดินไปข้างหน้า โดยมีอามันด์ ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า ‘สามีของเธอ’ ตามมาติดๆรถสปอร์ตคันหรูอยู่เบื้องหน้าของอรรวินทร์และอามันด์ มือเรียวของหญิงสาวเอื้อมเปิดประตูฝั่งคนนั่งให้กับชายหนุ่ม“เข้าไป” อรรวินทร์เอ่ยเสียงดุดันทว่าเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษอามันด์ก้าวเข้าไปนั่งในรถด้วยสีหน้าและแววตาตื่นเต้นโดยที่หญิงสาวไม่ทันสังเกตเห็น แววตาของชายหนุ่มพราวระยับ มันเปล่งประกายมือเรียวบางปิดประตูรถสปอร์ตคันหรูของตนเองลงอย่างเบามือ อรรวินทร์เดินอ้อมไปอีกด้านฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูออกพลางสอดตัวเข้ามาในรถแล้วปิดประตูลง“คาดเข็
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 3. เลอนัวร์...เจ้าตูบสื่อรัก 1/1
รถสปอร์ตคันหรูแล่นขึ้นไปบนเขาอย่างรวดเร็ว เส้นทางการไปยังเคหาสน์แห่งนี้ค่อนข้างคดเคี้ยวลดเลี้ยวพอสมควรอรรวินทร์หมุนพวงมาลัยรถให้เลี้ยวไปตามถนนอย่างใจร้อนด้วยข่าวที่เพิ่งได้รับมานั้นไม่อาจทำให้เธอใจเย็นลงได้เลย“ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างนะ” อรรวินทร์กล่าวกับตนเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหญิงสาวผินดวงหน้าหวานหันมามองดูอามันด์ที่เวลานี้หลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว“เออ หลับไปก็ดี ปวดหัวเหมือนกัน” อรรวินทร์กล่าวกับตนเองอย่างแผ่วเบาด้วยกลัวชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมาคฤหาสน์หลังโตตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว เคหาสน์หลังนี้เป็นสมบัติของอรรวินทร์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นประตูรั้วสีขาวสะอาดตาที่มองเห็นได้ในระยะไกลเปิดออกกว้าง...รถสปอร์ตราคาแพงเหยียบล้านเคลื่อนเข้าไปในรั้วระแนงสีขาวกระจ่างตาที่อรรวินทร์บังคับให้พี่เจมส์ขัดรั้วเหล่านี้ทุกวันอรรวินทร์ขับรถเข้าไปจอดในโรงรถ มือเรียวบางเอื้อมบิดกุญแจเพื่อดับเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว“นายตื่นได้แล้ว” หญิงสาวกล่าวเป็นภาษาอังกฤษกับอามันด์ชายหนุ่มที่หลับตาพริ้มด้วยความอ่อนแรงมาตลอดทั้งวันหญิงสาวเอื้อมปลดเข็มคัดนิรภัยให้ชายหนุ่มที่หลับสนิทตรงหน้าอย
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 3. เลอนัวร์...เจ้าตูบสื่อรัก 1/2
สำเนียงเมื่อครู่ของชายหนุ่มแม้จะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา หากแต่ก็ดังพอที่อรรวินทร์จะได้ยินสำเนียงภาษาฝรั่งเศสที่ชัดถ้อยชัดคำของชายหนุ่ม จนทำให้หญิงสาวอดสงสัยในที่มาที่ไปของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้“หรือตานี่จะมาจากประเทศฝรั่งเศส แล้วเขาเกี่ยวอะไรกับบ้านของเราล่ะ” อรรวินทร์เอ่ยกับตนเองอย่างแผ่วเบาหญิงสาวสะบัดไล่ความคิดในหัวไปเสียดื้อๆ เวลานี้บุรษหนุ่มคนนี้ควรต้องไปพักผ่อน อรรวินทร์เดินอ้อมรถสปอร์ตคันหรูไปอีกทางอรรวินทร์เผชิญหน้ากับอามันด์ มือเรียวบางของหญิงสาวเอื้อมไปจับมือของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจนอามันด์สะดุ้งโหยง“ตามมานายอามันด์” หญิงสาวเจ้าของฤหาสน์หลังโตเอ่ยเป็นสำเนียงภาษาฝรั่งเศสแล้วกึ่งลากกึ่งจูงอย่างถูลู่ถูกังชายหนุ่มที่เธอเพิ่งช่วยเหลือให้เดินตามเธอไปในคฤหาสน์อรรวินทร์ออกแรงเพียงเล็กน้อย ไม่นานนัก..สองขาก็พาหญิงสาวและชายหนุ่มมาหยุดอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหราฬหลังหนึ่งมือเรียวบางปล่อยมือของชายหนุ่มออกให้เป็นอิสระ หญิงสาวเจ้าของคฤหาสน์ผายมือเชื้อเชิญอามันด์เข้าไปพักในคฤหาสน์ของเธอทันที“เข้าไปซิ ห้องนอนของนายอยู่ทางขวาติดกับห้องโถงใหญ่” อรรวินทร์กล่าวกับชายหนุ่มเป็นภาษาฝรั่งเศสด้ว
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 3. เลอนัวร์...เจ้าตูบสื่อรัก 1/3
ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยมือหนาของชาวนาหนุ่ม ดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนทอดมองห้องนอนใหม่ของเขาด้วยแววตาเปล่งประกายห้องนอนใหม่ของอามันด์หรูหราเสียจนเขาแทบไม่กล้าจะนั่งลงแต่ก็จำใจต้องนอนเพราะนี่คือคำสั่งของหญิงสาวต่างดาวคนนั้น ภายในห้องนอนแบ่งเป็นสัดส่วนระหว่างห้องน้ำและห้องนอนอย่างชัดเจน...อามันด์ถอดรองเท้าของเขาออกแล้วเอนหลังพิงเตียงนอนขนาดกว้างที่ชายหนุ่มมองว่ามันหรูหราที่สุดที่เขาเคยพบเจอมา!เอ๋งเอ๋งเอ๋ง” เสียงร้องลั่นของสุนัขพันธ์หนึ่งดังขึ้นขณะที่ชายหนุ่มกำลังเอนพิงและเข้าสู่ภวังค์อยู่อามันด์เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่าเวลานี้ชายหนุ่มกำลังเผชิญหน้ากับเจ้าตูบหน้าย่นตัวหนึ่งเจ้าตูบตัวนี้มีผิวสีดำสนิท มันเป็นสุนัขที่ดวงตากลมโตแป๋วสดใสแลดูร่าเริง ทว่าเวลานี้ขาของมันติดอยู่กับซี่ล้อจักรยานคันใหญ่ที่อามันด์ไม่เคยเห็นจักรยานคันยักษ์แบบนี้ที่ไหนมาก่อนมือหนาของอามันด์เอื้อมลูบหัวเจ้าตูบอย่างแผ่วเบา อามันด์สังเกตว่าเสียงร้องของมันเวลานี้คล้ายกับว่ากำลังบาดเจ็บอยู่ ไวกว่าความเร็วแสง...ชายหนุ่มเอื้อมมือออกแรงดันขาข้างหลังของสุนัขที่ติดอยู่เบื้องหลังจักรยานออกมาอย่า
อ่านเพิ่มเติม
คำสาปบัญชารัก...The Love of Aamands : 4. ห้วงรัก 1/1
ตั้งแต่เกิดมาอามันด์ไม่เคยเจอสตรีใดที่ใจดีเฉกเช่นอรรวินทร์มาก่อน...นับแต่เขาได้ก้าวเข้ามาในบ้านที่ดูเหมือนปราสาทราชวังมากกว่าจะเป็นคฤหาสน์บ้านเรือนของคนธรรมดาบ่อยครั้งที่เขามักฝันถึงสตรีใบหน้าละม้ายคล้ายหญิงสาวเจ้าของเคหาสน์ในความฝัน…ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่านี่เขาตกหลุมรักอรรวินทร์ไปเสียแล้วหรือนี่กระไร!รอยยิ้มที่สดใส ร่าเริงและท่าทีที่ไม่เคยหวาดกลัวบุรุษหรือผู้ใดนั้นไม่อาจทำให้ดวงใจของชายหนุ่มกรุงปารีสสงบลงได้เลยชายหนุ่มลอบมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพของเขาอออกมาในตอนแรกที่เขาได้เจอกับอรรวินทร์ เขาคิดแต่เพียงว่าสตรีผู้นี้ผิดแผกแตกต่างจากสตรีในกรุงปารีสยิ่งนัก นั่นก็เพราะว่าสตรีที่อามันด์เคยพบเห็นพวกหล่อนมักจะไหว้ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง แม้จะทำทรงผมทรงพองๆประหลาดตาไว้บนศีรษะก็ตามทีทว่าผิดกันกับอรรวินทร์ หล่อนเป็นสตรีที่พูดจาโผงผาง ท่าทีไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน ทำให้อามันด์อดตกหลุมรักเธอไม่ได้ภาพที่สะท้อนในกระจกบานกว้างเป็นภาพของอามันด์ที่กำลังเปลือยแผ่นอกกำยำล่ำสัน ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มนั่นทำให้เขาอดสงสัยตนเองไม่ว่าเพียงวูบเดียวเขาสามารถตกหลุมรักหญิงสาวเฉกเช่นอรรวินทร์ได้ม
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status