Share

ตอนที่ 6 คุ้นในแววตาคู่นั้น

last update Last Updated: 2025-12-22 15:22:00

เฉิดฉันชะเง้อหน้าออกไปจึงรู้ว่าเพื่อนของลูกชายมาถึงแล้ว เธอจึงตะโกนตอบออกไป “อยู่จ้า กำลังออกไป” เธอหันไปพูดกับหลานสาว “แป๊บนึงนะ ป้าให้คนมาตัดต้นมะม่วงหลังบ้านให้ เมื่อคืนฝนตกหนัก ลมก็พัดแรงจนกิ่งมันหักไปหลายต้น”

            “ค่ะ”

            เฉิดฉันเดินออกไป จันดีกับลูกจึงเดินตามออกไปดูด้วย

            “หักหลายต้นเลยนะครับแม่” สุริยาเอ่ยออกไป สายตามองต้นมะม่วงที่มีกิ่งหักลงมาหลายต้น

            “ใช่จ้ะ แม่ถึงได้ให้แกมาตัดให้ไง” สุริยาเป็นเพื่อนสนิทของลูกชาย และเขายังมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เพราะที่บ้านไม่มีที่ทำกิน เฉิดฉันจึงจ้างให้เขามาตัดต้นไม้ในบ้านให้เสมอ ๆ บางครั้งก็จ้างตัดหญ้า

            สุริยาหันกลับมามองแม่ของเพื่อนอีกครั้ง แต่สายตาก็อดไม่ได้ที่จะมองเลยไปยังสามคนด้านหลัง สายตาคมกริบสบประสานกันกับดวงตากลมโตวาววามคู่นั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แวบแรกเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ จากนั้นก็วกกลับมาสนใจคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

            “ตัดลงเหมือนเดิมใช่ไหมครับ”

            “จ้ะ กิ่งไหนมันขึ้นสูงมากก็ตัดลงได้เลย” ฉวีบอก

            ว่าจบสุริยาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขารีบปีนขึ้นต้นไม้ทำตามที่แม่ของเพื่อนสั่งอย่างชำนาญ ไม่ได้สนใจแม่ลูกสามคนนั้นอีก

            จันดีมองหากระท่อมน้อยหลังนั้นเมื่อห้าปีก่อนแต่ก็ไม่เจอแล้ว ก็มันนานมากแล้วนะ ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

เธอกับลูกเดินตามเฉิดฉันเข้ามาในบ้านอีกครั้ง พร้อมทั้งเอ่ยถามขึ้น “ใครเหรอคะป้า”

            “ไอ้แสง เพื่อนไอ้ยุตมัน”

            “อ้อ” แต่เธอไม่ได้รู้จักเขาหรอก ขานรับไปอย่างนั้นแหละ

            “อายุยี่สิบแปดแล้วยังไม่ยอมมีเมียสักที หน้าตารึก็หล่อเหลาเอาการ มีผู้หญิงมาคอยตามจีบอยู่หลายสิบคน แต่มันก็ไม่ยอมเอาใครสักคน ไม่รู้มันจะไปมีลูกตอนไหน” จันดีฟังอย่างเงียบ ๆ เฉิดฉายจึงว่าต่อ “มาคุยเรื่องของเราต่อเถอะ”

            “ค่ะ” เขาก็หล่อจริง ๆ หล่อเข้มสูงใหญ่กำยำกว่าคนที่ชื่ออาทิตย์นั่นเสียอีก แต่ถึงเขาจะตัวสูงใหญ่ก็ไม่ได้แผ่รังสีอำมหิตออกมา หรือว่าเธอแก่แล้ว ถึงไม่ได้รู้สึกกลัวกับอะไรง่าย ๆ

            ทั้งสองนั่งลงบนเสื่ออีกครั้ง เฉิดฉันถอนหายใจแล้วพูดต่อ “บ้านที่ประกาศขายก็พอมีอยู่” เธอเว้นวรรคก่อนจะกล่าวต่อ “แต่บ้านหลังนั้นประกาศขายมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าซื้อ”

            “ทำไมเหรอคะ” จันดีถามด้วยความสนใจ

            “ผีดุ”

            “หือ?” จันดีตาโต ลูกทั้งสองได้ยินคำว่าผีก็ขยับเข้ามาหาแม่โดยอัตโนมัติ และนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ “แล้วสภาพบ้านเป็นยังไงบ้างคะ”

            “ตัวบ้านยังดีมากถึงตอนนี้จะดูรกไปหน่อยก็ตามเถอะ” รกเพราะปล่อยทิ้งร้างไว้นาน

            “ทำไมถึงบอกว่าผีดุละคะ มีคนเคยเห็นอย่างนั้นเหรอ”

            เฉิดฉันพยักหน้า “มี บ้านหลังนั้นเป็นบ้านของอดีตนายพลกับภรรยาที่ย้ายมาจากกรุงเทพฯ หลังจากเกษียณแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเมียเขาป่วย เพราะเจ้าของบ้านไม่ค่อยสุงสิงกับคนในหมู่บ้านมากนัก รอบด้านมีกำแพงปูนสูง กระทั่งวันที่มีคนได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงในบ้านหลังนั้น กำนันและผู้ใหญ่บ้านจึงเข้าไปดู จึงพบว่าผู้เป็นสามีนอนอืดกอดศพภรรยาที่กำลังเน่าเปื่อยเอาไว้ ชาวบ้านถึงได้รู้ว่าทั้งสองตายแล้ว ทางตำรวจสันนิษฐานว่าเมียของเขาคงตายก่อนนานแล้ว”

            “น่าสงสารนะคะ แกคงรักเมียมาก” จันดีเอ่ยออกอย่างทอดถอนใจ ชายหญิงที่รักกันจนแก่เฒ่านั้นหาได้ยากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี “แล้วเขาไม่มีลูกเหรอคะ”

            “มีลูกชายเพียงคนเดียว แต่เขาเป็นพวกชายรักชาย ทั้งสองจึงไม่มีทายาทอีก หลังจากผู้ใหญ่บ้านและตำรวจติดต่อไปยังลูกชายเขาที่อยู่กรุงเทพฯ เขาก็เดินทางมาจัดพิธีศพอยู่ที่นี่เลย เพราะพ่อกับแม่อยากอยู่กับธรรมชาติ ส่วนเรื่องบ้านเขาบอกเพียงว่าถ้าขายบ้านหลังนั้นได้ก็จะบริจาคให้กับทางวัดทั้งหมดเลย เพราะมันเป็นความต้องการของพ่อกับแม่ที่เคยสั่งเสียเอาไว้” แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครซื้อบ้านหลังนั้นได้ ถึงแม้จะขายถูกแค่ไหนก็ตาม

            “ฉันอยากไปดูบ้านหลังนั้นจังเลยค่ะ” จันดีฟังแล้วรู้สึกสนใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

            “แกไม่กลัวเหรอ”

            จันดียิ้มน้อย ๆ แล้วพูดด้วยท่วงท่าสบายใจ “ไม่กลัวหรอกค่ะ ผีก็อยู่ส่วนผี คนก็อยู่ส่วนคน เราไม่ได้มาร้ายสักหน่อย” บางครั้งคนยังน่ากลัวกว่าผีด้วยซ้ำ

            “ได้ สักบ่ายสามป้าจะพาแกไปหาผู้ใหญ่บ้าน” เพราะเรื่องที่ดินของสองสามีภรรยา กลายเป็นธุระของผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว “เดินทางมาเหนื่อย ๆ แกกับลูกไปหาอะไรกินก่อนเถอะ แล้วก็นอนหลับสักงีบป้าจะออกไปดูเจ้าแสงมันหน่อย”

            “ขอบคุณป้าอีกครั้งนะคะ” จันดีกระพุ่มมือไหว้ป้าอีกครั้ง เฉิดฉันโน้มตัวไปกอดหลานไว้ ในใจยังไม่คลายสงสัยว่าเหตุใดฉวีกับสามีถึงไม่มาส่งลูกด้วยตัวเอง ทั้งที่มีรถยนต์ส่วนตัว

            จันดีกับลูกจึงเข้าครัวหาของกิน ก่อนจะเข้าไปจัดของในห้องที่ป้าเตรียมไว้ให้

            เฉิดฉันนั่งมองสุริยาทำงานอยู่เกือบสองชั่วโมงเขาจึงทำเสร็จ เขาล้างหน้าล้างมือเสร็จแล้วจึงเดินมาหาแม่ของเพื่อน

            เฉิดฉันยื่นเงินให้เพื่อนลูกชายพร้อมกับเอ่ยขึ้น “ขอบใจมากนะ”

            “ไม่เป็นไรครับ มีอะไรแม่เรียกใช้ผมได้ตลอด” งานพวกนี้เขาถนัดอยู่แล้ว

            “จ้ะ”

            สุริยารับเงินมาก้าวขาจะเดินออกไป แต่พอนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถาม “ผู้หญิงคนนั้นใช่คนที่เคยมางานบุญที่บ้านแม่เมื่อห้าปีก่อนหรือเปล่าครับ” เขารู้สึกคุ้นหน้า ในคราแรกยังแค่คลับคล้ายคลับคลา แต่ใช้สมองเค้นออกมาตอนปีนต้นมะม่วงเขาจึงพอนึกออก มิน่าเขาถึงรู้สึกคุ้นดวงตาคู่นั้นนัก แต่คราวนี้เธอไม่หลบตาเขาเหมือนกับตอนนั้น

            “ใช่จ้ะ แสงจำได้ด้วยเหรอ”

            “ครับ ผมก็ว่าทำไมถึงคุ้นหน้าจัง แต่ว่ามาคราวนี้มีลูกสองซะแล้ว” เมื่อปีนั้นเขามองเห็นเพียงผ่าน ๆ แต่ก็ยังพอจำได้

            “อือ พาลูกย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยนะ วันนี้แม่จะพาพวกเขาไปหาบ้านเช่าสักหน่อย”

            “ครับ” สุริยาอยากถามอะไรบางอย่าง แต่กลัวจะเป็นการเสียมารยาทจึงไม่ได้เอ่ยออกไป สามีเธอคงพาย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่กระมัง “งั้นผมกลับก่อนนะครับ”

            “จ้ะ”

            บ่ายสามโมงวันนั้นเฉิดฉันจึงพาหลานสาวไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 54 ความลับไม่มีในโลก (จบ)

    สุริยายิ้มกว้าง โอบกอดภรรยาไว้แน่น เขาดีใจจนไม่รู้ว่าจะพูดคำใดออกมา เพราะเขาไม่เคยเห็นเงินทองมากขนาดนี้มาก่อน “แล้วยังมีอีกไหม” เขาถามเสียงสั่น ที่เขาถามไม่ใช่เพราะความโลภ แค่อยากรู้เท่านั้น เพราะอย่างไร เรื่องเงินเขาก็ให้ภรรยาจัดการทุกอย่างอยู่แล้ว อีกทั้งเธอยังฝากเงินให้เขากับลูกไม่เคยขาด“มีค่ะ แต่เอาไว้วันหน้าเราค่อยขุดกันนะคะ วันนี้เราเอาเงินในนี้ไปฝากธนาคารก่อนค่ะ” ไหแรกเธอนำไปซื้อรถ และฝากให้เขากับลูกหมดแล้ว ส่วนไหนี้เธอจะเอาไปฝากให้ตัวเองให้มากหน่อย และแบ่งฝากให้ลูกกับสามีอีกคนละหนึ่งล้านบาท และคงเอาไปฝากครั้งเดียวไม่ได้ อีกทั้งต้องทยอยนำทองคำออกไปฝากด้วยเช่นเดียวกันเงินไหที่สองจันดีหยิบไปฝากธนาคารบ้างแล้ว ส่วนไหที่สาม และสี่เธอยังไม่ได้หยิบออกไปใช้ เพราะรายได้ที่ได้จากการทำสวนดอกไม้และปลูกแตงยังมีเหลือเฟือให้ใช้จ่าย และเก็บออม แถมยังใช้เป็นต้นทุนในการทำสวนอีกด้วย เพราะในหนึ่งปีครอบครัวของเธอใช้เงินไม่ถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นบาท และไม่มีหนี้สินทางอื่น เงินที่ได้จากการทำสวนจึงนับว่าเพียงพอ แต่เมื่อลูกทั้งสามเติบโตขึ้นมากกว่านี้ เธอคิดว่าต้องได้ใช้เงินพวกนี้เป็นแน่“ท่านทั้งสองคงเอ็

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 53 ขุดสมบัติ

    ในวันที่จันดีปลูกแตงโมกับแตงไทย รำเพยกับสมจิตยังไปช่วยปลูก แต่จันดีก็จ่ายค้าจ้างให้ทุกคน นอกจากนั้นยังมีชยุต พิมพา และยมนาด้วย เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงคราวต้องไถดินแรกนา ซึ่งจันดีใช้เวลาปลูกสี่วันก็เสร็จ ในขณะที่คนในหมู่บ้านปลูกอ้อย ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง จันดีปลูกแตงไทยกับแตงโม และผลผลิตที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ แตงโมได้กำไรเจ็ดหมื่นบาท ส่วนแตงไทยได้กำไรแปดหมื่นบาท ภายในเวลาสามเดือนจันดีมีกำไรจากการปลูกแตงสองชนิดถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท คนในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาตาร้อน และอยากทำตาม โดยเฉพาะรินรดากับอาทิตย์ พวกเขาอยากได้กำไรมากเหมือนจันดี จึงแบ่งพื้นที่นาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกปลูกแตงโมแตงไทย ส่วนที่สองปลูกดอกไม้ แต่ผลผลิตที่ได้ก็ขาดทุนเพราะแตงโมกับแตงไทยทั้งแตกทั้งมีรสจืด เพราะช่วงที่ใกล้เก็บเกี่ยวนั้นฝนกำลังตกชุก พอหันมาปลูกดอกไม้ตอนปลายฤดูฝนก็น้ำท่วม เพราะพื้นที่นาของอาทิตย์เหมาะสำหรับปลูกข้าวมากกว่า ทั้งสองจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น “เป็นไง พี่บอกแล้วว่าอย่าทำตามเขา ทีนี้จะทำยังไง ปีนี้จะเอาข้าวที่ไหนกิน” เพราะข้าวปีก่อน ๆ ก็ขายออกเกือบหมดแล้ว

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 52 ช่วยเหลือครั้งสุดท้าย

    เช้าวันต่อมาฉวีตบหน้าจันทร์แรมที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา พร้อมเสียงด่าทอ “ทำไมแกโง่อย่างนี้ฮะ แล้วทีนี้เราจะไปอยู่ที่ไหน”“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้นี่แม่ ใครจะไปรู้ว่าจันดีมันจะตื่นมาเจอฉันพอดี” จันทร์แรมพูดอย่างหน้าไม่อาย“แล้วแกจะให้มันเป็นยังไง แกจะให้คนนินทาไปทั่วเหรอว่าแกอยากได้ผัวน้องสาวจนตัวสั่น” เรื่องนี้ฉวีไม่ได้เข้าข้างจันทร์แรมเลยสักนิด“แม่!”เพียะ!ฉวีตบหน้าลูกอย่างแรงอีกครั้ง “หุบปาก” พูดแล้วหันไปมองลูกสาวคนเล็ก กล่าวออกเสียงอ้อนวอนว่า “จันดี ให้โอกาสพี่เขาอีกสักครั้งเถอะนะลูก แม่ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”“สุริยาส่ายหน้าให้ภรรยาเป็นคำตอบ เธอจึงบอกออกไปว่า “อย่าทำร้ายความรู้สึกกันมากไปกว่านี้เลยค่ะ พวกคุณกลับไปเถอะ”“แต่ว่า พวกเราไม่มีที่ไปแล้วนะจันดี” ขุนบอกลูกสาวเสียงเศร้า“ให้โอกาสฉันเถอะนะจันดี ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกจริง ๆ นะ ๆ” จันทร์แรมจับแขนน้องสาวเขย่า แต่จันดีสะบัดออก ใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์“พี่แสงช่วยไปหยิบกระเป๋าผ้าบนบ้านมาให้ฉันหน่อยค่ะ”สุริยาเดินเร็วขึ้นไปบนบ้านตามคำไหว้วานของภรรยารับกระเป๋ามาแล้ว มือเล็กล้วงเ

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 51 อยากเป็นใหญ่

    ตลอดทางกลับบ้านจันทร์แรมก็คิดหาวิธีที่จะอยู่ในบ้านของน้องสาวตลอดไป จันดีมีทุกอย่างในเวลาไม่ถึงปี ถึงแม้เงินที่นำมาซื้อทุกอย่างจะเป็นเงินกู้ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเธอตอนนี้ อย่างน้อยอยู่บ้านจันดีก็มีทุกอย่าง หากเธอไปอยู่ที่อื่นต้องลำบากมากแน่ เช่นนั้นเธอจะทำทุกวิถีทางให้เธอได้อยู่ที่นี่ต่อไป และขึ้นเป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้ให้ได้ช่วงบ่ายจันทร์แรมจึงทำทีเข้ามาช่วยงานน้องสาว เพียงแต่จะเลือกทำงานใกล้สุริยามากกว่า และยังสวมชุดเดรสตัวใหม่ที่แหวกอกจนเห็นเนินเนื้อมาทำงานที่เรือนเพาะชำด้วยสุริยารู้สึกอึดอัดจนยากจะระงับความรังเกียจเอาไว้ได้เขาแอบเดินมาคุยกับภรรยา “ถ้าเธอให้จันทร์แรมอยู่ที่นี่ถึงสิบห้าวันพี่ทนไม่ไหวแน่”“ทำไมคะ” จันดีรู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ก็ยังถาม“เธอไม่เห็นกิริยาที่พี่สาวเธอทำหรือไง” ชอบเดินเฉียดกายเข้าไปใกล้เขา ยามก้มก็ไม่ระมัดระวังตัวสักนิด สุริยาไม่ได้อยากดูของไร้ค่าพวกนั้นสักหน่อย“ทนอีกนิดนะคะ พี่แสงก็อย่าไปสนใจก็แล้วกัน ฉันเชื่อค่ะ ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานหรอก” อีกหน่อยก็คงเผยธาตุแท้ออกมาวันนี้สุริยาจึงอาสาไปรับลูกที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่โดยที่ไม่มี

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 50 มีคนคิดไม่ซื่อ

    ฉวีพยักหน้า ขุนจึงพูดขึ้น “พวกเราอยู่ไม่นานหรอกนะจันดี”“อยู่กี่วันคะ”จันทร์แรมทนไม่ไหวจึงพูดแทรกขึ้น “แกกับลูกก็เคยอยู่บ้านฉันมาหลายปีนะจันดี ฉันหวังว่าแกคงไม่ใจดำเกินไป” พูดพร้อมกับปรายตามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้องสาวด้วยดวงตาวาววาม“บังเอิญว่าฉันเป็นคนใจดำด้วยสิ” จันดีเอ่ยขึ้นไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น“ให้พวกเขาปลูกกระท่อมอยู่ชั่วคราวก็ได้จันดี แต่จะให้อยู่กี่วันจันดีตัดสินใจเองก็แล้วกัน” เฉิดฉันกล่าวขึ้น“อย่างน้อยฉันก็คลอดแกมา แกก็ควรแสดงความกตัญญูรู้คุณบ้าง” ฉวีเริ่มทวงบุญคุณจันดีมองหน้าลุงกับป้า พวกเขาพยักหน้าน้อย ๆ เธอจึงเอ่ยออก “ฉันให้อยู่ได้แค่สิบห้าวันค่ะ จะขายที่ได้หรือไม่ได้ก็ต้องย้ายออกไป” จันดียื่นคำขาดฉวีกับขุนจึงยิ้มออก มีเพียงจันทร์แรมที่มองน้องสาวด้วยแววตาเกลียดชัง พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “รวยขนาดนี้ยังแล้งน้ำใจอีก”“หรือจะไม่อยู่ล่ะ ฉันไม่ติดอะไรนะ” จันดีพูดอย่างไม่ยี่หระ“อยู่จ้ะอยู่” ฉวีหันไปหยิกแขนจันทร์แรมพร้อมถลึงตาใส่ ค่อยหันกลับมาถามจันดี “แล้วนี่ผัวแกเหรอ”“ค่ะ”สุริยายกมือไหว้ตามมารยาท นัยน์ตายังมีแววกรุ่นโกรธ“ฉัตรกับฉายมาหายายสิลูก ยายคิดถึงพวกเรามากเล

  • แม่ม่ายจำยอมพร้อมกับกระพรวนสมบัติ    ตอนที่ 49 ขออาศัยอยู่ด้วย

    สามคนพ่อแม่ลูกนิ่งงัน ฉวีตกอยู่ในภวังค์อยู่นาน แสดงว่าเงินที่จันดีใช้หนี้คืนเธอ เป็นเงินของจันดีจริง ๆ “แล้วมันไปทำอะไรมาถึงได้รวยขนาดนั้นคะ” ความอิจฉาเข้าครอบงำจันทร์แรมขึ้นทันตา “ทำสวนดอกไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครับ” “ทำสวนดอกไม้อย่างนั้นเหรอ” ฉวี “ค่ะ ถ้าถึงแล้วฉันจะชี้ให้ดูนะคะ ตอนนี้เขาปิดไปแล้วค่ะ” รินรดา ทุกคนเงียบไปเกือบสิบนาที อาทิตย์ก็ชะลอรถอีแต๊ก และชี้ให้ทุกคนดู “นั่นไงครับ สวนดอกไม้จันดี” ฉวี ขุน และจันทร์แรม มองไปยังสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่ ในพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ มันยังคงดูสวยงาม แม้ดอกไม้เริ่มร่วงโรยไปบางส่วนแล้ว แต่เฟื่องฟ้ายังชูใบดอกอวดอ้างสายตาผู้คนที่ผ่านไปมาหลายหลากสีเช่นเดียวกับพวงครามที่ยังมีพวงดอกสีม่วงสดให้คนชื่นชมเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จันดีจึงเลือกปลูกเฟื่องฟ้า และพวงคราม เพราะมันทั้งทนแดดและออกดอกตลอดทั้งปี อีกทั้งใบดอกยังมีสีสันสวยงาม รถอีแต๊กเคลื่อนผ่านสวนดอกไม้จันดีไปแล้ว ฉวีจึงเอ่ยถาม “คนมาเที่ยวเยอะไหมคะ” “เยอะค่ะ วันนึงน่าจะไม่ต่ำกว่าสามสี่ร้อยคนค่ะ” ร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status