ログインในเกมนี้ เขาคือผู้ล่า เธอคือเหยื่อ แต่สุดท้ายกลับเป็นเขาที่คลานเข้ามาขอให้เธอรัก!
もっと見るบทที่ 1
ราชินีนางร้าย
แชะ! แชะ! แชะ!
แสงแฟลชจากกล้องดังระรัวไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางแสงสปอร์ตไลฟ์สีทองที่ส่องสว่าง หญิงสาวร่างเพรียวระหงเดินผ่านพรมแดงเข้ามายังลานด้านหน้าของงานเลี้ยงหรูหราที่โรมแรมชื่อดังในนิวยอร์ก ผิวขาวอมชมพูตัดกับชุดสีแดงเลือดนกรัดรูปยาวด้านหนึ่งของกระโปรงถูกแหวกข้างจนเห็นขาเนียนขาว ที่คอเรียวงามประดับด้วยเครื่องเพชรน้ำงามสุดหรูหรา ใบหน้าเรียวยาวคมสวยรับดวงตาสีน้ำตาลแวววาว จมูกโด่งได้รูปตัดกับริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด เธอจิกสายตาไปยังกล้องรอบตัวบรรยากาศถูกสะกดทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาในงาน
“อลิเซีย วาเรนไทน์”
ราชินีนางร้ายแห่งวงการสังคมและชีวิตจริง ผู้หญิงที่ไม่มีใครกล้าตอแย เธอเป็นที่รู้จักในนามสวยสังหาร ผู้หญิงที่สามารถทำอะไรได้มากจนผู้ชายทั้งหลายต่างหวาดกลัว เธอกำลังยืนโพสท่าอยู่ที่หน้าโพเดี่ยมสุดอลังการของงานเลี้ยงในคืนนี้และไม่ลืมที่จะส่งยิ้มหวานราวกับน้ำผึ้งเคลือบยาพิษ ให้แก่ผู้สื่อข่าวและแขกผู้มีเกียรติ
...จนกระทั่งเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนกระชากบรรยากาศที่ทรงพลังนั้นให้แตกเป็นเสี่ยงๆ
“บอกทุกคนไปสิ! ว่าเธอไม่ใช่ อลิเซีย วาเรนไทน์ ราชินีนางร้ายของวงการอีกแล้ว เธอคือ อลิเซีย คลาสโต และฉันคือผัวในนามที่เธอแอบแต่งด้วยเมื่อ 3 วันก่อน!!!”
ฝีเท้าหนักก้าวเข้ามาที่หน้าโพเดี่ยม ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเข้มเข้ารูป แววตาเย็นเฉียบแต่กลับฉายแววยิ้มเยาะชัดเจน ใบหน้าคมเข้มดุดันแต่กลับหล่อเหลาราวกับรูปปั้นกรีกโบราณ จมูกโด่งๆ รับกับริมฝีปากบางที่แสยะยิ้มอย่างถูกใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
“ดานเต้! หุบปากซ๊ะ” อลิเซียเอ่ยเสียงเย็นดวงตาตวัดกลับไปหาต้นเสียง ในขณะที่ตากล้องและแขกผู้มีเกียรติต่างทำสีหน้าตกใจและหันไปสนใจกับประโยคที่ดานเต้พูดเมื่อสักครู่
“ทำไมล่ะที่รัก...นี่คือความจริง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงยิ้มเยาะ พลางเอื้อมมือหยิบแชมเปญจากถาด เขาเดินตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ นั่งไขว่ห้างพลางยกมือขึ้นกระดิกนิ้วเรียกเธอ อลิเซียชะงักแต่เพียงเสี้ยวนาทีเธอเงยหน้าขึ้น ยิ้มอย่างนางร้ายและสบตาเขาตรงๆ
“คุณกำลังทำให้ตัวเองดูไร้มารยาทนะคะดานเต้” เธอปรายตามองเขาอีกครั้ง
“come on lady…อำลาตำแหน่งราชินีนางร้ายในวันนี้ซ๊ะ” เขายกแชมเปญขึ้นและหัวเราะอย่างสะใจ
“ไม่มีใครมีสิทธิ์มาลากฉันลงจากบังลังก์...ยกเว้นฉันเลือกจะกระโดดลงเอง!!!”
“งั้นก็กระโดดสิ...” อลิเซียขบกรามแน่นด้วยความโมโห เธอหันมองรอบตัว
เสียงในห้องจัดเลี้ยงดังสนั่นไปด้วยคำถาม กล้องทุกตัวในงานถ่ายภาพอลิเซียและดานเต้สลับกันไปมา จนดรีม ผู้จัดการส่วนตัวของหญิงสาวรีบวิ่งมาจากด้านข้างเวทีพร้อมผ้าคลุมปิดหน้าและพาเธอฝ่าฝูงชนออกไปอย่างยากลำบาก เสียงของนักข่าวดังแว่วมาจากด้านหลังด้วยคำถามมากมายถึงสถานะความสัมพันธ์ของหญิงสาวและชายหนุ่มชื่อดังแห่งวงการมาเฟีย
“คุณโอเคมั้ย...อลิเซีย” เสียงของดรีมปลุกเธอจากภวังค์ เธอนั่งกำมือแน่นอยู่ในรถลีมูซีนหลังจากที่ออกมาจากโรงแรม ใบหน้าเรียบนิ่งแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะเอ่ย
“พาฉันกลับบ้าน...” อลิเซียหันมองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาเหม่อลอยไร้ทิศทาง
ราชินี...ถูกกระชากลงจากบัลลังก์ในคืนเดียว และทั้งเมืองได้รู้แล้วว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่สูงส่งไร้เทียมทานอีกต่อไป แต่เป็นเมียของมาเฟียผู้ไร้หัวใจ ที่ผู้คนต่างสาปแช่งในความร้ายกาจของชายผู้นั้น
ลีมูซีนสีดำสนิทจอดลงที่หน้าปราสาทวาเรนไทน์ทาวน์ ที่ซึ่งเป็นหลุมหลบภัยของหญิงสาวมาตั้งแต่เล็ก อลิเซียโตขึ้นในปราสาทหลังใหญ่ ใช้ชีวิตราวกับเจ้าหญิงในนิยาย เธอมีทุกอย่างที่ต้องการจนวินาทีนี้ที่ทุกๆ อย่างกำลังสิ้นสุดลงเพราะความไม่เอาไหนของพ่อเลี้ยงของเธอ
“เก็บของเสร็จรึยัง...” เสียงของเดล พ่อเลี้ยงของเธอดังขึ้นในห้องโถ่ง อลิเซียถอดรองเท้าส้นสูงเธอเงียบนิ่งและไม่เอ่ยคำพูดใดๆ ชายแก่จึงรีบเดินออกมาหาเธอทันที
“กลับมาแล้วเหรอ...นายท่านรออยู่ด้านใน”
“ฉันจะขึ้นห้อง!” เธอประกาศแกมตวาดจนพ่อเลี้ยงของเธอสะดุ้ง อลิเซียเงยหน้าขึ้นมองระเบียงห้องโถง ร่างสูงจับราวระเบียงยืนมองเธอด้วยใบหน้าแสยะยิ้มพลางหยิบซิก้าในกระเป๋าขึ้นมาดูด
“อย่าขัดใจนายท่านสิอลิเซีย พวกเราจะซวยกันหมด”
“หุบปากเดล...ที่ฉันต้องมีสภาพแบบนี้ไม่ใช่เพราะคนไร้สมอง โง่เง่าแบบยูเหรอ!” อลิเซียจิกสายตาใส่เดล เสียงตวาดกร้าวของเธอ ทำร่างสูงบนระเบียงบ้านหัวเราะเสียงร่า
“จุ๊ๆ ใจเย็นๆ สิดาลิ้ง อย่ามีอารมณ์ให้มาก เดี๋ยวจะเสียงานเสียการ”
“อย่ามาสั่งฉัน! เก่งสุดคุณก็ได้แค่นี้ล่ะดานเต้”
“แค่นี้เหรอ ฮ่าๆ ที่รัก...แค่นี้ก็ทั้งชีวิตของเธอแล้วนะที่กำลังจะพัง” เขาพ่นควันออกมา แววตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวเขม่น อลิเซียเดินชนไหล่เดลด้วยสายตาแข็งกร้าว พลางก้าวเท้าขึ้นบันไดหินอ่อนเงาวับ ร่างบางเดินขึ้นมาประจันหน้ากับดานเต้ ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อจะตบหน้าเขา แต่มือหนาคว้าไว้ได้ทัน ไม่ทันตั้งตัวมืออีกข้างบีบคอบางเล็กหลวมๆ และกระชากร่างบางเข้ามาใกล้อกกว้าง ใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจที่กรุ่นไปด้วยซิก้าหวานๆ
“คิดดีๆ นะอลิเซีย เธอจะได้ตบฉันอย่างที่เธอตั้งใจแน่ แต่แม่ของเธอ...อาจจะต้องนอนโคม่าในโรงพยาบาลตลอดไป” เสียงของเขาเบาจนคล้ายกระซิบแต่หนักอึ้งในใจเธอราวกับก้อนหินก้อนใหญ่ อลิเซียกำมือจนห้อเลือด เม้มริมฝีปากอวบอิ่มแน่นจนรับรู้ถึงรสเลือด เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางกระชากมือออกจากเขา
“ทุกอย่างจะไม่เป็นแบบนี้ตลอดไปดานเต้...จำไว้ว่าฉันจะกลับมาทวงบัลลังก์ของฉันคืน” เธอกัดฟันแน่นจนเห็นกราม
“แน่นอนเบบี๋...แต่หลังจากที่เธอชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้ซ๊ะก่อน” เขาผละออกจากเธอ ใบหน้าคมเข้ายิ้มเยาะอย่างได้ใจ
“แม่ฉันเป็นยังไงบ้าง....”
“คำถามนี้...ไว้ตอบบนเตียงดีกว่านะที่รัก ฮ่าๆ” ดานเต้หัวเราะพลางเดินไปยังห้องของอลิเซีย หญิงสาวทำสีหน้าหนักใจมากที่ถูกล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ของตัวเอง เธอพยายามตั้งสติและเดินตามเขาไปยังห้องนอนของเธอ
เบื้องหน้าห้องนอนสไตล์วินเทจหรูหรา ผนังสีขาวถูกตกแต่งแนวยุโรปหรูหราผสานกับกระเบื้องหินอ่อนสีขาวนวลราวกับไข่มุก ผ้าม่านสีทองกวัดแกว่งไปมาตามแรงลม ดานเต้นั่งลงบนเตียงเจ้าหญิงมองเหม่อออกไปยังระเบียงที่มืดทึบ สีหน้าคมเข้มเรียบเฉยไร้ความรู้สึกทำให้อลิเซียเสียวสันหลังวาบ
“จีน คุยกับอลิเซียสิ...” เขาต่อสายถึงจีนคนดูแลแม่ของอลิเซียพลางโยนมือถือให้เธอ อลิเซียรีบเข้ามารับ
“อาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ แต่ยังไม่ฟื้นเลย...คุณหมอคาดว่าจะฟื้นในอีก 2-3 วันค่ะ”
“ขอบคุณค่ะจีน...ฝากคุณแม่ฉันด้วย” เสียงของอลิเซียสั่นเครือ
“แน่นอนค่ะ ฉันขอไปวัดความดันต่อนะคะ” อลิเซียยื่นมือถือคืนให้ดานเต้ด้วยแววตาที่เจือน้ำตา
“ขอบคุณดานเต้ที่คุณยัง...ยอมช่วยรักษาแม่ฉัน”
“ก็แค่มันอยู่ในข้อตกลง อย่าเพิ่งอ่อนแอไป...เกมนี้เพิ่งเริ่มนะที่รัก” ตานเด้เอื้อมมือหนากระชากร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมอก ใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ที่ติดอยู่ตามเสื้อของสูทของเขา อลิเซียเบี่ยงหน้าหนีใช้สองมือดันอกกว้างไว้เพื่อสร้างระยะห่าง
“ใช่ เกมนี้เพิ่งเริ่ม...อย่าด่วนบุ่มบ่ามเลยค่ะ เดี๋ยวคนเขาจะคิดว่า มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หลงติดกับนางร้ายอย่างฉันจนถอนตัวไม่ขึ้น!” คำพูดของเธอคือไฟ ที่ปลุกแววตานิ่งเรียบนั้นลุกโชนขึ้นด้วยการอยากเอาชนะ
ร่างสูงกระชากร่างเธอลงบนเตียง อลิเซียหัวเราะเบาๆ ริมฝีปากแดงยกยิ้มร้ายกาจ แม้ถูกตรึงมือไว้แน่น เธอก็ไม่แสดงท่าทีกลัวเกรงเขาสักนิด ดานเต้ซุกไซ้ใบหน้าและริมฝีปากหยาบกระแทกลงบนเรียวปากเธออย่างรุนแรงจนเสียงครางต่ำหลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพยายามผลักเขาออกแต่ยิ่งต่อต้าน เขาก็ยิ่งบดจูบหนักหน่วงมากขึ้น มือหนาเลื่อนไปตามสรีระโค้งเว้า เขาถลกกระโปรงขึ้นพลางเลื่อนมือลูบไล้เรียวขาเนียนขาว มือหนาแยกขาของเธอออกช้าๆ ก่อนจะแทรกนิ้วแข็งแตะสัมผัสทางเข้าร่องรักที่ชุ่มฉ่ำ หมุนวนบดที่จุดกระสันช้าๆ และรัวถี่ขึ้นจนหญิงสาวครางเสียงหลง เขารัวกระหน่ำนิ้วแข็งเข้าที่ช่องรักระรัวจนปากทางรักแฉะชุ่ม ร่างเล็กเกร็งกระตุกเบาๆ ในขณะที่ปากทางรักขมิบถี่ ตอดรัดนิ้วเรียวนั้นถี่รัว
“ซี๊ดดด...อ่า...”
“จำไว้อลิเซีย...” เขากระซิบแผ่วเบาระหว่างที่ปากยังไล่จูบอย่างหิวกระหาย มืออีกข้างรัดคอบางไว้แน่นเพื่อให้เธอมองลึกเข้าไปในแววตาดุดันของเขาอย่างชัดเจน
“เกมนี้เพิ่งเริ่มต้น...ฉันจะเป็นคนกระชากทุกอย่างในชีวิตเธอให้ลงมาอยู่ใต้เท้าตระกูลคลาสโตของฉัน จ้องมองบัลลังก์ที่เธอเคยครองไว้ให้ดีๆ อลิเซีย เพราะฉันนี่ล่ะที่จะพังมันลงด้วยตัวของฉันเอง” เธอหอบแรง ดวงตาคมสวยตวัดมองกลับรอยยิ้มที่เหมือนปีศาจของชายหนุ่ม ในขณะที่เขาหัวเราะเสียงต่ำ ลุกขึ้นจัดสูทให้เข้าที่และเดินออกจากห้องไป
อลิเซียนอนนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาคมสวยมองจ้องเพดานห้องนิ่งแม้นางร้ายอย่างเธอจะเคยคุมเกมได้ทุกเกม แต่กับดานเต้ คลาสโต ปีศาจในเงามืดของโลกใต้ดินนั้นเขาคือบุคคลที่เธอไม่ควรเข้าไปข้องแวะมากที่สุด แต่สุดท้ายโชคชะตาก็กลับพาให้เธอมาพบเจอกับเขา ในฐานะคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต
ตอนพิเศษ 3แสงแดดยามเช้าสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ สายลมพัดเอากลิ่นหญ้าและน้ำเข้ามาเบาๆ เข้าช่วงหน้าหนาวของปีแล้วอากาศเย็นขึ้นเป็นพิเศษ คฤหาสห์ริมทะเลสาบที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีเสียงข่าว มีแค่เสียงหัวเราะเบาๆ ของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่ที่สวน อลิเซียนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่ระเบียงไม้ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหลวม ใบหน้าฉาบรอยยิ้มหวานอ่อนโยน ผมปล่อยยาวตามธรรมชาติในอ้อมแขนของเธอ ‘แคทเธอรีน’ หลับตาพริ้ม อีกฝั่งหนึ่ง ‘คัลแลน’ กำลังกำลังตั้งไข่ ล้มบ้าง ลุกบ้าง โดยมีเอมม่าช่วยประคองดูแลอย่างใกล้ชิด“ช้าๆ สิคะ” เธอพูดเบาๆ เสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนประตูบ้านเปิดออก ดานเต้เดินออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงสบายๆ เขาอุ้มลูกชายขึ้นมาแบบยังเก้ ๆ กัง ๆ“เขาไม่ยอมฟังฉันเลย” อลิเซียหัวเราะเบา ๆ“ลูกชายคนนี้เหมือนเธอเกินไป” เขามองลูกแล้วยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็นในห้องประชุม“ช่วงบ่ายพ่อกับแม่จะมา แม่เธอด้วย” ดานเต้หยิบ “กำไลหิน” ออกมา เส้นเดิมที่เคยขาดและเคยถูกซ่อม เขาคุกเข่าลงเบาๆ ต่อหน้าลูกสาวที่หลับพริ้ม แล้วใส่มันที่ข้อมือเล็กๆ นั้นอย่างเบามือ“ครั้ง
ตอนพิเศษ 2ประตูกระจกบานสูงถูกเปิดออกจนมองเห็นแสงดาวกราดเกลื่อนบนฟากฟ้า สายลมกลางคืนพัดเอากลิ่นดอกไม้ขาวลอยมาเบาๆ เสียงดนตรีในฮอลล์ยังดังคลอชวนให้หวั่นไหว แต่ห่างออกไปพอให้เหลือเพียงความเงียบระหว่างสองคน อลิเซียยืนพิงราวระเบียงหินอ่อน ชุดราตรีสีทองแชมเปญสะท้อนแสงไฟสวนยิ่งขับผิวของร่างบางให้สว่าง ผมของเธอปลิวพริ้วเบาๆ ตามแรงลม ดานเต้เดินออกมาด้านหลังเธอพลางโอบกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ลมหายใจของเขารดรินอยู่ข้างๆ หูของเธอพอให้ใจสั่นด้านหน้า เมืองสว่างไสวราวกับดาวอีกผืนหนึ่งบนพื้นดิน เสียงนับถอยหลังจากในฮอลล์เริ่มดังขึ้นสิบ… เก้า… แปด…อลิเซียหันไปมองเขาเล็กน้อย“คุณคิดว่าเราบ้าไหม” เขาเลิกคิ้วบาง ๆ“ที่เปลี่ยนเจ้าบ่าวกลางงาน?” เธอพยักหน้าเบาๆ เขายิ้ม“ฉันคิดว่าเรากล้าพอมากกว่า...ที่จะทำตามเสียงหัวใจ” เสียงนับถึงศูนย์พลุลูกแรกพุ่งขึ้นฟ้า แสงสีทองแตกกระจายเหนือศีรษะเป็นวงกว้างเกือบครึ่งท้องฟ้าสะท้อนในดวงตาของเธอ อลิเซียเบิกตากว้างกับพลุที่แตกกระจายสว่างไสวนั้น สวยงามมากกว่าพลุทุกลูกในชีวิตของเธอ เธอเงยหน้ามองให้ชัด ใบหน้าอาบด้วยประกายไฟและรอยยิ้มกว้าง ดานเต้ไม่ได้มองพลุเลยดวงตาของเขามองเ
ตอนพิเศษ 1 ฮอลล์จัดเลี้ยงถูกตกแต่งด้วยโทนดำทอง โต๊ะยาวปูผ้ากำมะหยี่สีเข้ม เทียนสีทองอร่ามถูกวางเรียงทุกสองที่นั่งจนทำให้งานทั้งงานดูมีมนต์วิเศษ จอ LED ขนาดยักษ์ฉายภาพพรีเวดดิ้งริมทะเลสลับกับภาพมหาวิหารเมื่อครู่ เมนูอาหารระดับมิชลินเริ่มทยอยเสิร์ฟ ไวน์ปีเก่าหายากถูกวางเตรียมไว้สำหรับแขก รวมถึงของหวานที่ประดับประดาด้วยทองคำเปลวเวทีกลางถูกยกสูงมีวงออร์เคสตราเต็มรูปแบบ อลิเซียเปลี่ยนเป็นชุดราตรีสีทองแชมเปญ ไหล่เปิด โชว์ความสง่าเต็มที่ ร่างบางเรียวระหงเดินฉิดฉายไปทั่วงานเลี้ยง ดานเต้ในชุดสูทสีดำสนิทจับมือเธอขึ้นเต้นบนฟลอร์เต้นรำเพื่อเปิดงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้แสงไฟสาดลงตรงกลางฟลอร์กับเสียงดนตรีที่ลอยนุ่มลึก ทั้งสองหมุนตัวอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนภาพในเทพนิยาย อลิเซียมองหน้าดานเต้อย่างสงสัย จนเขาเผลอขำออกมา“ฉันว่า ฉันคุ้นจังหวะการเต้นนี่”“ดีใจที่เธอจำได้...” ดานเต้ยิ้มละมุนกับความน่ารักของภรรยาคนสวย“อย่าบอกว่า งานเลี้ยงที่ปราสาทไวท์แฮริสวันนั้น...”“ก็ฉันคิดถึงเธอน่ะ มากจน...”“นี่ปลอมตัวเข้ามาในงานเลี้ยงวันนั้นเหรอเนี่ย?” อลิเซียทำหน้าแบบเหลือในเชื่อก่อนจะหมุนตัวตามจังหวะเพลง“ฉ
บทที่ 69คำตัดสินสุดท้ายของความรักเสียงฮือฮาดังแผ่วๆ ไปทั่วงาน ก่อนจะเงียบลงอีกครั้ง ดานเต้เงยหน้ามองเธอจากระดับต่ำกว่า จ้องมองใบหน้าของอลิเซียที่ดูตกใจกับท่าทีของมาเฟียหนุ่ม เธอไม่คิดว่าคนที่เคยใช้อำนาจบังคับเธอเข้าสู่เกมลวงรักและเงื่อนไขต่างๆ จะยอมแพ้ลงต่อหน้าเธอในวันนี้“ฉันขอโทษ....” ไม่มีคำอธิบายยืดยาวก่อนหน้านั้น“ฉันขอโทษที่คิดว่าฉันมีสิทธิ์ ทั้งที่ฉันทำร้ายเธอและทำให้เธอต้องเจ็บมาตลอด” สายตาเขาไม่หลบ“ดานเต้ ลูกขึ้น”“ฉันแต่งงานกับเธอเพื่อเกมแก้แค้น ฉันข่มขู่เธอทำให้เธอรู้สึกไร้อำนาจ ทั้งที่เธอในความจริงคือ ราชินีที่ทรงอำนาจจริงๆ” อลิเซียหายใจแรง มือกำช่อดอกไม้แน่น เขาพูดต่อ“ฉันทำให้เธอรักฉัน ยอมเจ็บตัวแทนฉันแต่ฉันไม่เคยพูดเลยว่า ฉันรักเธอ” เสียงเริ่มแตก“แม้แต่วันที่เธอต้องการฉันมากที่สุด ฉันกลับลืมเธอและขอคนอื่นแต่งงาน” คำพูดนั้นหนักพอจะทำให้หลายคนในลานเบือนหน้าหนี มาเฟียหนุ่มผู้แข็งกร้าว เย็นชาบัดนี้กำลังลดทุกศักดิ์ศรีเพื่อผู้หญิงที่เขารักจริงๆ“ฉันไม่ได้คุกเข่าเพื่อขอเธอยกโทษให้” เขากลืนน้ำลาย หยดน้ำตาใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาข้างหนึ่ง ความเจ็บปวดที่พยายามจะรับผิดชอบความผิดของต
บทที่ 52ไร้เหตุผล ทางเดินด้านหลังห้องโถงเงียบงัน อลิเซียนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ ในห้องหลังการประกาศแต่งงาน หุ้นของ Bellavita Milano และของไวท์แฮริสรวมถึงธุรกิจแฟชั่นของราฟาเอลกราฟปรับตัวสูงขึ้นเกิน 20% ภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง เห็นได้ชัดว่าการแต่งงานมีผลมากกับธุรกิจและคนที่เธอกำลังเกี
บทที่ 43คนร้ายตัวจริงวิเวียนนั่งนิ่งอยู่ในรถลิมูซีนคันหรู ภายในรถที่ติดกระจกกันเสียงแบบหน้า โทรศัพท์แนบหูถูกกำแน่นด้วยความโกรธ น้ำเสียงที่นิ่งและเย็น แต่ปกปิดความร้อนรุ่มในใจไว้ไม่ได้“ใช่ จัดการให้เรียบร้อยภายในคืนนี้ ฉันไม่ต้องการให้มันซักทอดมาถึงฉันได้” ปลายสายเงียบก่อนตอบรับสั้น ๆวิเวียนจ้องม
บทที่ 20ทางเลือก แสงไฟจากห้องโถงกลางชั้นสองของคฤหาสห์ดานเต้ส่องสว่างซึมผ่านกระจกบานสูงในห้องทำงานของดานเต้ โต๊ะยาวกลางห้องเต็มไปด้วยเอกสาร สัญญา และตัวเลขที่มีมูลค่ามหาศาล โลกที่เขาคุมได้เสมอจนกระทั่งวันนี้ อลิเซียนั่งรอตรงข้ามบัลลังก์ธุรกิจของเขา สีหน้าเรียบ สงบ แต่เด็ดขาด“ฉันจะไปปา
บทที่ 18ที่ยืน อลิเซียกลับเข้าไปหลังเวทีเพื่อเซทคิวครั้งสุดท้ายก่อนพิธีตัดเค้กจะเกิดขึ้น ใบหน้าของเธอนิ่งเรียบ ท่าทีสงบนิ่งกว่าที่ควรจะเป็น เสียงดนตรีของคอนเสิร์ตใกล้จบลงเพื่อส่งต่อให้พิธีตัดเค้ก ช่วงเวล