Share

บทที่ 3

Penulis: เหนียนเหนียน
เธอตอบรับคำ แล้วหันตัวเดินกลับเข้าห้องครัวไป

ฉันกินโจ๊กจนหมด แล้วขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนชุดใหม่

วันนี้มีนัดกับนายหน้าไปดูบ้าน ฉันต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ได้ก่อนจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้

ในสัญญาหย่าฉันไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สินอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไปตัวเปล่า

ฉันมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งตั้งแต่ก่อนแต่งงาน

ตลอดสามปีนี้ถึงจะไม่ได้ทำงาน แต่บ้านตระกูลลู่จะโอนเงินค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีฉันเดือนละหนึ่งแสนบาท ฉันไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไร ส่วนใหญ่เก็บออมไว้

พอรวมกันแล้วก็มากพอให้ฉันเช่าอะพาร์ตเมนต์ดี ๆ ได้สักแห่ง ประคองตัวไปได้สักปีสองปีโดยไม่มีปัญหา

ส่วนเรื่องอนาคต ค่อยว่ากันอีกที

นายหน้าเป็นเด็กสาววัยรุ่น มัดผมหางม้า พูดจาฉะฉาน

เธอพาฉันไปดูห้องแบบสองห้องนอน อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเท่าไร สภาพแวดล้อมในโครงการก็ถือว่าดี

"คุณเสิ่นคะ ห้องนี้รับแสงแดดได้ดีมากเลย เจ้าของห้องเพิ่งตกแต่งใหม่ เฟอร์นิเจอร์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่หมดทุกชิ้น ค่าเช่าเดือนละสามหมื่นสองพันห้าร้อยบาท คุณคิดว่ายังไงคะ"

ฉันยืนมองออกไปตรงระเบียง ทัศนียภาพกว้างโล่ง มองเห็นสวนสาธารณะอยู่ไกล ๆ

ห้องไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับอยู่คนเดียว

ที่สำคัญที่สุดคือ ที่นี่ไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับลู่สือเยี่ยนเลย

"ได้ค่ะ ตกลงเอาห้องนี้แหละ"

เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวนายหน้าคาดไม่ถึงว่าฉันจะตัดสินใจเร็วขนาดนี้ เธออึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเบิกบานใจเป็นพิเศษ

"ได้ค่ะ ๆ งั้นฉันจะรีบติดต่อเจ้าของห้องให้มาทําสัญญาเลยนะคะ!"

ฉันเซ็นสัญญาเช่าเป็นเวลาหนึ่งปี จ่ายเงินมัดจำและค่าเช่าเรียบร้อย

ตอนที่ถือกุญแจเดินออกมา แสงแดดกำลังดี ส่องกระทบตัวฉันจนรู้สึกอบอุ่นไปทั้งร่าง

ฉันยืนอยู่ข้างทาง มองดูลูกกุญแจในมือ ทันใดนั้นก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

ช่วงบ่ายพอกลับมาถึงบ้าน ป้าแม่บ้านก็ซื้อกล่องกระดาษสองสามใบมาวางไว้ที่ห้องรับแขกแล้ว

ตอนที่ฉันกำลังจะขึ้นชั้นบนไปเก็บของในห้องแต่งตัว ก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากทางประตู

ฉันไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ในใจกลับมีลางสังหรณ์นิดหน่อย

เป็นไปตามคาด วินาทีต่อมา เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"อ้าว อยู่บ้านด้วยเหรอเนี่ย"

ฉันหันตัวกลับไป

ซ่งรั่วเซิงยืนอยู่ตรงบริเวณโถงทางเข้าประตู

พอเธอเห็นกล่องกระดาษในมือฉัน สายตาก็หยุดอยู่ที่ตัวฉันครู่หนึ่ง

"นี่เธอกำลังเก็บของอยู่เหรอ"

ฉันไม่ได้ตอบคำถามเธอ แค่กลับไปอย่างเรียบเฉยว่า "เธอมาทำไม"

"ลู่สือเยี่ยนพาฉันมาน่ะ

ห้องฉันหมดสัญญาพอดี ห้องใหม่ก็ยังหาไม่ได้ เขาเลยบอกให้ฉันมาพักที่นี่ก่อน จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้"

ฉันแค่พยักหน้า แล้วขานรับว่า "อ้อ" คำเดียว

เห็นได้ชัดว่าซ่งรั่วเซิงคิดไม่ถึงว่าจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ รอยยิ้มของเธอแข็งค้างไปชั่วขณะ

"เธอคงไม่เกรงใจ หรืออึดอัดใจหรอกนะ"

เธอเอียงคอมองฉัน

"จริง ๆ ฉันก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยสะดวกเท่าไร แต่สือเยี่ยนจะให้ฉันมาให้ได้ เขาบอกว่า..."

"ในเมื่อเขาให้เธอมา เธอก็อยู่ไปเถอะ"

ฉันพูดตัดบทเธอ

"ยังไงซะที่นี่ก็มีห้องเยอะแยะ"

เธอเม้มริมฝีปาก แล้วเดินไปนั่งลงที่ข้างโซฟา

"เธอนี่ใจกว้างจริง ๆ เลยนะ

ตอนนั้นก็ใจกว้างยอมแต่งเข้ามา ตอนนี้ยังใจกว้างยอมให้ฉันย้ายเข้ามาอยู่อีก"

ฉันมองเธอ แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามันน่าขำนิดหน่อย

ฉันไม่ได้พูดอะไรต่อ หันหลังเตรียมจะเดินขึ้นชั้นบน

ซ่งรั่วเซิงคงจะรู้สึกว่าถูกเมิน เธอจึงเสียงดังขึ้นอีกเล็กน้อย "เสิ่นเจาหนิง ฉันคุยกับเธออยู่นะ"

ฉันหยุดก้าวเท้า แล้วหันกลับไปมองเธอ

"ฉันได้ยินแล้ว

แต่เธอไม่ได้มาเพื่อชวนฉันคุยเล่นซะหน่อย จะทำให้เสียเวลาทั้งคู่ทำไม

ฉันยังต้องเก็บของอีก"

ซ่งรั่วเซิงลุกขึ้นยืน รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปโดยสิ้นเชิง

"เธอจะไปแล้วเหรอ" เธอโพล่งถามออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

"ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะ

ให้อยู่ต่อเป็นก้างขวางคอพวกเธอหรือไง"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 14

    ฉันยืนอยู่ตรงหน้าประตูตึก หันหลังกลับไปมองเขาเขาเปียกโชกไปทั้งตัว ผมเผ้าแนบติดหน้าผาก เสื้อเชิ้ตแนบสนิทลำตัว หนาวจนริมฝีปากสั่นและเริ่มออกสีม่วงแต่เขาก็ยังคงยิ้มอยู่ยิ้มแบบระมัดระวังและพยายามเอาอกเอาใจ"ลู่สือเยี่ยน คุณจะเอายังไงกันแน่""ผมอยากเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ แค่มื้อเดียว ผมเสร็จแล้วก็จะไป ไม่มาตามตื๊อคุณอีก"ฉันจ้องมองเขาอยู่นานมาก"คุณพูดคำไหนคำนั้นใช่ไหม""คำไหนคำนั้น"ฉันเงียบไปแป๊บเดียว แล้วถอนหายใจออกมา"ตกลง แค่มื้อเดียว"เขาตาเป็นประกายเล็กน้อย วินาทีนั้น ดูเหมือนเขาจะได้รับของขวัญที่ดีที่สุดในโลก"ดีเลย! คุณอยากกินอะไร ผมรู้ว่าแถวนี้มีอยู่ร้านหนึ่ง...""อะไรก็ได้ คุณเลือกเลย"เขาเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศเงียบสงบแถวนั้นร้านหนึ่งแสงไฟในร้านอบอุ่นมาก ในห้องส่วนตัวแบบเสื่อทาทามิมีแค่พวกเราสองคนเขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาไม่เคยละไปจากฉันเลย"คุณผอมลงนะ" เขาว่า"ไม่ได้ผอมลง""ผอมลงสิ เมื่อก่อนหน้าคุณยังมีแก้มบ้าง ตอนนี้คางแหลมแล้ว""ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ"เขาเงียบไปครู่เดียว แล้วพยักหน้า"จริงด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับผม"หลังจากอาหารมาเสิร์ฟ เขา

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 13

    ตอนที่ฉันเดินออกจากร้านกาแฟ ได้ยินเสียงเก้าอี้ดังก๊องแก๊งดังขึ้นข้างหลัง เขาตามออกมาแล้ว"เสิ่นเจาหนิง!"ฉันไม่ได้หันกลับไป แต่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเขาพุ่งเข้ามาขวางอยู่ตรงหน้าฉัน"คุณพูดถูก" เขาพูดพลางหอบหายใจ "ผมไม่ชินกับการสูญเสียจริง ๆ นั่นแหละ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือผมเพิ่งค้นพบว่า เรื่องที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตที่ผมเคยทำ ไม่ใช่การแต่งงานกับคุณ แต่เป็นการไม่รู้จักรักษาคุณไว้ให้ดี รั่วเซิงคือรักแรกของผม ผมเคยคิดว่าผมรักเธอ แต่หลังจากอยู่กับคุณมาสามปี ผมถึงได้แยกแยะออก ว่าคนที่ผมชอบจริง ๆ คือคุณต่างหาก ผมชอบที่ทุกวันตอนกลับบ้านมาเห็นคุณกำลังวุ่นวายอยู่ในครัว ชินกับการที่คุณช่วยจัดระเบียบห้องแต่งตัวให้ ชินกับการที่คุณเปิดไฟในห้องรับแขกทิ้งไว้ เรื่องพวกนี้รั่วเซิงทำได้ไม่ดีสักอย่าง ไม่ใช่เพราะเธอทำไม่เป็น แต่เป็นเพราะเธอไม่ใช่คุณ"ตอนที่ฉันกำลังมองเขา จู่ ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยมาก"ลู่สือเยี่ยน คุณเคยคิดบ้างไหม ว่าไอ้ความคุ้นชินที่คุณพูดมาเนี่ย สำหรับฉันแล้วมันคืออะไร"เขาไม่ได้พูดอะไร"มันคือความโดดเดี่ยวสามปี มันคือการรอคอยสามปี มันคือการปลอบใจตัวเองสามปี ค

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 12

    ฉันสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง จากนั้นใช้อีกมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดตัวเลขสามตัวต่อหน้าต่อตาเขาเบอร์แจ้งเหตุด่วน 110 พอเขาเห็นตัวเลขบนหน้าจอ นิ้วมือก็ค่อย ๆ คลายออกฉันปิดประตูใส่หน้าเขาหลังจากปิดประตูแล้ว ฉันเอนหลังพิงบานประตู หัวใจเต้นแรงมากฉันได้ยินว่าด้านนอกประตูเงียบไปนานมาก จากนั้นก็มีเสียงถอนหายใจเบา ๆ เฮือกหนึ่งดังขึ้นเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไปฉันเดินไปที่หน้าต่าง เลิกผ้าม่านขึ้นมุมหนึ่งเพื่อมองออกไปข้างนอกลู่สือเยี่ยนยืนอยู่ข้างแปลงดอกไม้ใต้ตึก เงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างห้องของฉันเขายืนอยู่ตรงนั้นนานมาก ประมาณสิบกว่านาทีได้จากนั้นเขาก็ควักซองบุหรี่ออกจากกระเป๋า ดึงออกมาหนึ่งมวนแล้วจุดไฟควันบุหรี่จางหายไปท่ามกลางแสงแดดยามเช้า เงาร่างของเขาดูโดดเดี่ยวเป็นพิเศษในที่สุดเขาก็จี้ดับบุหรี่ แล้วหันหลังเดินจากไปแผ่นหลังที่เดินจากไปดูอ้างว้างโดดเดี่ยวเหมือนถูกใครสักคนทอดทิ้งฉันดึงผ้าม่านปิด แล้วกลับไปนอนลงบนเตียงแต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ข่มตาหลับไม่ได้อีกแล้วฉันนึกว่าหลังจากวันนั้น ลู่สือเยี่ยนจะยอมหยุดแต่ฉันประเมินความยึดติดของฝั่งผู้ชายต่ำไปในวันต่อ ๆ มา เขาเริ่มปร

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 11

    ฉันกำโทรศัพท์ไว้ นิ่งเงียบไปนานมาก"ลู่สือเยี่ยน" ฉันเอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบมาก "คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คุณพูดตอนนี้มันน่าขำขนาดไหน""ผมรู้สิ""คืนวันแต่งงานคุณบอกฉันว่า ชาตินี้คุณไม่มีวันรักฉัน ให้ฉันเป็นคุณนายลู่อยู่อย่างเจียมตัว อย่าหวังว่าคุณจะแตะต้องตัวฉัน ตลอดสามปี คุณไปฉลองทุกเทศกาลกับซ่งรั่วเซิง ฉันไข้ขึ้น 39.5 องศา คุณยืนมองอยู่ที่หน้าประตูแวบเดียวแล้วก็เดินจากไป ฉันทำอาหารเต็มโต๊ะรอคุณกลับบ้าน คุณกลับพาเธอมาด้วยแล้วบอกว่าจะออกไปกินข้างนอก คุณรู้ไหมว่าวันนั้นเป็นวันอะไร""วันอะไร""มันคือวันครบรอบแต่งงานของเรา"ปลายสายเงียบไปนานมากฉันได้ยินเสียงหายใจที่เริ่มแรงขึ้นของเขา เหมือนกับกำลังสะกดข่มอะไรบางอย่างไว้"เจาหนิง...""อย่ามาเรียกชื่อฉัน"ฉันพูดขัดเขา"ตอนนั้นคุณพูดถูก การแต่งงานนี้ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ตอนนี้เรื่องจบแล้ว ก็ต่างคนต่างไป คุณแต่งงานแล้ว ซ่งรั่วเซิงคือคนที่คุณเลือกเอง ก็ใช้ชีวิตของคุณให้ดีเถอะ อย่ามาหาฉันอีก"ฉันกดวางสาย แล้วบล็อกเขาไปคืนนั้นฉันนอนไม่หลับไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เป็นเพราะแค้น ความเย็นชาและการเมินเฉยตลอดสามปี ตอนนี้แค่คำว่าอยา

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 10

    หลังจากส่งข้อความนี้เสร็จ ฉันก็คว่ำโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะชา แล้วดูหนังของฉันต่อแต่ข้อความของลู่สือเยี่ยนก็ส่งมาถี่ขึ้นเรื่อย ๆบางครั้งส่งมาตอนดึกมาก บางครั้งก็ส่งมาตอนเช้ามืดเนื้อหาก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อย ๆ[วันนี้ทำโอทีจนดึกมาก ตอนกลับถึงบ้านอยากจะพูดว่า 'กลับมาแล้วนะ' เพราะความเคยชิน แต่ในบ้านดันไม่มีใครเลย][เมื่อก่อนตอนที่คุณอยู่ ไฟห้องรับแขกจะเปิดสว่างไว้ตลอด][วันนี้เดินผ่านร้านเค้กร้านนั้น นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนคุณเองก็เหมือนจะชอบกินของหวาน]ฉันทนมาหลายวัน ในที่สุดก็ตอบกลับไปประโยคหนึ่ง[ลู่สือเยี่ยน คุณแต่งงานแล้วนะ มีอะไรก็ไปคุยกับภรรยาของคุณเถอะ]ฝั่งนั้นเงียบหายไปหนึ่งวันเต็ม ๆจากนั้นก็ส่งข้อความยาวเหยียดข้อความหนึ่งมา[เสิ่นเจาหนิง ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป หลังจากแต่งงานกับรั่วเซิง ผมรู้สึกว่ามีบางไม่ถูกต้องอยู่เสมอ ผมเริ่มสังเกตเห็นเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน อย่างเช่น เมื่อก่อนคุณจะเปิดไฟทิ้งไว้ในห้องรับแขกดวงหนึ่งทุกคืน รอให้ผมกลับมาก่อนค่อยปิด อย่างเช่น ทุกครั้งที่คุณรินน้ำให้ผมจะเป็นน้ำอุ่น คุณเคยบอกว่าน้ำที่ร้อนเกินไปจะทำร้ายกระเพาะอย่างเ

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 9

    ฉันจ้องมองการ์ดเชิญใบนี้แล้วเหม่อไปหลายวินาทีจากนั้นก็หัวเราะออกมาเร็วจริง ๆพึ่งหย่ากันได้แค่ครึ่งเดือน การ์ดเชิญก็พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วสงสัยจะเตรียมการไว้นานแล้ว แค่รอให้ก้างขวางคออย่างฉันสละตำแหน่งให้เท่านั้นเองฉันพลิกดูการ์ดเชิญ ด้านหลังพิมพ์ตัวอักษรเล็ก ๆ ไว้แถวหนึ่ง [ร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของเรา ร่วมแบ่งปันความสุขของเราความรักความสุขสองคำนี้พอพูดออกมาจากปากลู่สือเยี่ยน ฟังยังไงก็รู้สึกว่าประชดประชันฉันวางการ์ดเชิญไว้บนโต๊ะชา เอนหลังพิงโซฟาและครุ่นคิดอยู่นานไปหรือไม่ไปดี?ตามหลักแล้ว ฉันควรจะไปถ้าไม่ไปจะดูเหมือนฉันยังตัดใจไม่ได้ แต่ถ้าไปก็จะดูเป็นคนใจกว้างแต่พูดตามตรง ฉันไม่ได้สนใจงานแต่งงานของพวกเขาสองคนเลยสักนิดฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่งข้อความหาลู่สือเยี่ยน[ได้รับการ์ดเชิญแล้วนะคะ ยินดีด้วยค่ะ]ครั้งนี้เขากลับตอบกลับมาไวมาก[คุณจะมาไหม][ไม่แน่ใจ ดูตารางเวลาอีกที]ฝั่งนั้นขึ้นสถานะกำลังพิมพ์ กะพริบอยู่นานทีเดียว สุดท้ายก็ส่งมาแค่ว่า[หวังว่าคุณจะมา]ฉันไม่ได้ตอบกลับอีกพอถึงวันที่ 18 ตุลาคม สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ไปไม่ใช่เพราะยังตัดใ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status