Share

บทที่ 2

Author: เหนียนเหนียน
ฉันวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะชา แล้วยกรีโมตขึ้นมากดเปลี่ยนช่องทีวี

ในทีวีมี่รายการวาไรตี้รายการหนึ่งกำลังเล่นอยู่ พวกดาราบนเวทีกำลังหัวเราะเฮฮา เสียงดังมากเป็นพิเศษ

ฉันเอนกายพิงโซฟา จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้มันดูย้อนย้อนและตลกสิ้นดี

ฉันอยู่ในบ้านขนาดสองร้อยตารางเมตรหลังนี้ คอยรักษาชีวิตคู่ที่มีแต่สถานะ รอคอยผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยเก็บฉันไว้ในใจให้กลับบ้าน

ส่วนเขากลับกำลังคอยดูแลรักแรกของเขา

อยู่เคียงข้างเธออย่างชอบธรรม และเฝ้าดูแลอย่างเปิดเผยและถูกต้อง

เพราะตอนแรกที่แต่งงานกัน เขาก็พูดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า "ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะคุณ พวกเราก็คงไม่เดินไปถึงขั้นนั้นเหมือนกัน"

ความหมายของเขาก็คือ ฉันเป็นคนพรากเขากับรั่วเซิงออกจากกัน

เป็นฉันที่เข้าไปแทรกกลาง บังคับให้พวกเขาทั้งสองต้องเลิกกัน

ฉันใช้อิทธิพลของครอบครัวเดิมตัวเองและคดีความนั้น บังคับผูกมัดเขาไว้บนทะเบียนสมรส

แต่ความจริงคืออะไรกันแน่

ความจริงก็คือ บริษัทของพ่อฉันเจอปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการเงินหมุนเวียนด่วน

ส่วนบริษัทของเขาก็กำลังเจอกับคดีความที่ยุ่งยากคดีหนึ่ง ต้องการใช้เส้นสายของบ้านฉันไปช่วยจัดการให้

ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนั่งทานข้าวด้วยกันแค่มื้อเดียว ก็ตกลงเรื่องงานแต่งงานนี้แล้ว

ไม่เคยมีใครถามฉันสักคำว่าอยากแต่งงานไหม

และก็ไม่มีใครเคยถามเขาด้วยว่าเต็มใจจะแต่งหรือเปล่า

แต่ในสายตาของทุกคน นี่เป็นแค่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ยุติธรรมเรื่องหนึ่ง

เขาจ่ายเงิน บ้านฉันใช้เส้นสาย ต่างฝ่ายต่างได้สิ่งที่ต้องการ

มีแค่รั่วเซิงคนเดียว ที่กลายเป็นเหยื่อสังเวยของการแลกเปลี่ยนครั้งนี้

เขาคงรู้สึกว่าฉันเป็นคนแย่งตำแหน่งของเธอไป เป็นฉันที่ทำให้เธอต้องเปลี่ยนจากแฟนตัวจริงกลายเป็นรักแรกที่ไม่สามารถเอาออกหน้าออกตาได้

ดังนั้น ความรู้สึกผิดทั้งหมดของเขาจึงเกิดกับรั่วเซิง ส่วนสิ่งที่เหลือให้ฉันมีแต่ความเย็นชา

ในคืนวันแต่งงาน เขาดื่มเหล้าไปเยอะมาก มีคนช่วยพยุงเขาเข้ามาในห้องนอน

ฉันช่วยเขาถอดเสื้อนอก แก้เนกไท แต่เขากลับคว้าข้อมือของฉัน แรงเยอะมากจนน่าตกใจ

"เสิ่นเจาหนิง"

เขาเรียกชื่อจริงเต็ม ๆ ของฉันด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"การแต่งงานครั้งนี้มันเป็นยังไง คุณเองรู้ดีอยู่แก่ใจ ผมไม่ได้รักคุณ และชาตินี้ก็ไม่มีวันรักคุณด้วย ถ้าคุณฉลาดพอ ก็อยู่อย่างเจียมตัวในฐานะคุณนายลู่ไป อย่าหวังว่าผมจะแตะต้องคุณ"

จากนั้นเขาก็ปล่อยมือ แล้วเดินโซเซไปที่ห้องนอนแขก

หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกเราก็นอนแยกห้องกันมาโดยตลอด

เขานอนห้องแขก ฉันนอนห้องนอนใหญ่

จู่ ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมา เข้าย่างกรายเข้ามาในห้องนอนใหญ่นี้แค่สองครั้งเท่านั้น

ครั้งหนึ่งคือคืนวันแต่งงาน เขาเข้ามาเพื่อพูดอะไรพวกนั้น

ส่วนอีกครั้งคือเมื่อปีที่แล้วตอนฉันตัวร้อน ไข้ขึ้นสูงถึง 39.5 องศา จนสะลึมสะลือไปทั้งตัว

ป้าแม่บ้านโทรศัพท์หาเขา ผ่านไปสองชั่วโมกว่าเขาจะกลับมา เขายืนมองฉันแวบหนึ่งตรงประตูห้องนอน แล้วสั่งให้ป้าแม่บ้านพาฉันไปโรงพยาบาล

ส่วนเขาก็เดินออกไปอีกครั้ง

บอกว่าทางรั่วเซิงมีงานเลี้ยงสำคัญงานหนึ่ง เขาต้องไปร่วมงานให้ได้

คืนนั้นทั้งคืนเขาไม่ได้กลับบ้านอีกเลย

เมื่อฉันตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ก็ไม่มีข้อความอะไรส่งมาเลย

พอฉันอาบน้ำล้างหน้าเสร็จเดินลงมาข้างล่าง ป้าแม่บ้านก็ได้เตรียมอาหารเช้าไว้แล้ว

ป้าแม่บ้านเห็นฉันลงมาคนเดียว เธอทำท่าอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ได้แค่ถามว่า

"คุณนายคะ วันนี้อยากทานอะไรดีคะ"

"โจ๊กก็พอค่ะ"

ฉันนั่งลงที่โต๊ะอาหาร หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้นวูบหนึ่ง

เป็นข้อความที่เขาส่งมา

"เมื่อคืนรั่วเซิงดื่มเยอะไปหน่อย ผมเลยอยู่เฝ้าดูแลเธอทางนั้นทั้งคืน เช้าวันนี้มีประชุม คงไม่กลับแล้วนะ"

ฉันวางโทรศัพท์ลง ยกชามโจ๊กขาวขึ้นมากินคำหนึ่ง

"คุณป้าคะ ช่วงไม่กี่วันนี้ช่วยซื้อกล่องกระดาษกลับมาไว้ให้ฉันเยอะหน่อยนะคะ"

เธออึ้งไปครู่หนึ่งแล้วถาม "คุณนายจะย้ายบ้านเหรอคะ"

"ค่ะ อีกไม่กี่วันก็จะย้ายแล้ว"

เธออ้าปากพะงาบ แต่พอเห็นสีหน้าของฉัน ก็กลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป

ตลอดสามปีที่ป้าแม่บ้านอยู่ในบ้านหลังนี้ ทุกอย่างอยู่ในสายตาเธอหมดแล้ว และเธอก็เข้าใจดีทุกเรื่อง

"ได้ค่ะ คุณนาย"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 14

    ฉันยืนอยู่ตรงหน้าประตูตึก หันหลังกลับไปมองเขาเขาเปียกโชกไปทั้งตัว ผมเผ้าแนบติดหน้าผาก เสื้อเชิ้ตแนบสนิทลำตัว หนาวจนริมฝีปากสั่นและเริ่มออกสีม่วงแต่เขาก็ยังคงยิ้มอยู่ยิ้มแบบระมัดระวังและพยายามเอาอกเอาใจ"ลู่สือเยี่ยน คุณจะเอายังไงกันแน่""ผมอยากเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ แค่มื้อเดียว ผมเสร็จแล้วก็จะไป ไม่มาตามตื๊อคุณอีก"ฉันจ้องมองเขาอยู่นานมาก"คุณพูดคำไหนคำนั้นใช่ไหม""คำไหนคำนั้น"ฉันเงียบไปแป๊บเดียว แล้วถอนหายใจออกมา"ตกลง แค่มื้อเดียว"เขาตาเป็นประกายเล็กน้อย วินาทีนั้น ดูเหมือนเขาจะได้รับของขวัญที่ดีที่สุดในโลก"ดีเลย! คุณอยากกินอะไร ผมรู้ว่าแถวนี้มีอยู่ร้านหนึ่ง...""อะไรก็ได้ คุณเลือกเลย"เขาเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศเงียบสงบแถวนั้นร้านหนึ่งแสงไฟในร้านอบอุ่นมาก ในห้องส่วนตัวแบบเสื่อทาทามิมีแค่พวกเราสองคนเขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาไม่เคยละไปจากฉันเลย"คุณผอมลงนะ" เขาว่า"ไม่ได้ผอมลง""ผอมลงสิ เมื่อก่อนหน้าคุณยังมีแก้มบ้าง ตอนนี้คางแหลมแล้ว""ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ"เขาเงียบไปครู่เดียว แล้วพยักหน้า"จริงด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับผม"หลังจากอาหารมาเสิร์ฟ เขา

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 13

    ตอนที่ฉันเดินออกจากร้านกาแฟ ได้ยินเสียงเก้าอี้ดังก๊องแก๊งดังขึ้นข้างหลัง เขาตามออกมาแล้ว"เสิ่นเจาหนิง!"ฉันไม่ได้หันกลับไป แต่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเขาพุ่งเข้ามาขวางอยู่ตรงหน้าฉัน"คุณพูดถูก" เขาพูดพลางหอบหายใจ "ผมไม่ชินกับการสูญเสียจริง ๆ นั่นแหละ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือผมเพิ่งค้นพบว่า เรื่องที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตที่ผมเคยทำ ไม่ใช่การแต่งงานกับคุณ แต่เป็นการไม่รู้จักรักษาคุณไว้ให้ดี รั่วเซิงคือรักแรกของผม ผมเคยคิดว่าผมรักเธอ แต่หลังจากอยู่กับคุณมาสามปี ผมถึงได้แยกแยะออก ว่าคนที่ผมชอบจริง ๆ คือคุณต่างหาก ผมชอบที่ทุกวันตอนกลับบ้านมาเห็นคุณกำลังวุ่นวายอยู่ในครัว ชินกับการที่คุณช่วยจัดระเบียบห้องแต่งตัวให้ ชินกับการที่คุณเปิดไฟในห้องรับแขกทิ้งไว้ เรื่องพวกนี้รั่วเซิงทำได้ไม่ดีสักอย่าง ไม่ใช่เพราะเธอทำไม่เป็น แต่เป็นเพราะเธอไม่ใช่คุณ"ตอนที่ฉันกำลังมองเขา จู่ ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยมาก"ลู่สือเยี่ยน คุณเคยคิดบ้างไหม ว่าไอ้ความคุ้นชินที่คุณพูดมาเนี่ย สำหรับฉันแล้วมันคืออะไร"เขาไม่ได้พูดอะไร"มันคือความโดดเดี่ยวสามปี มันคือการรอคอยสามปี มันคือการปลอบใจตัวเองสามปี ค

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 12

    ฉันสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง จากนั้นใช้อีกมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดตัวเลขสามตัวต่อหน้าต่อตาเขาเบอร์แจ้งเหตุด่วน 110 พอเขาเห็นตัวเลขบนหน้าจอ นิ้วมือก็ค่อย ๆ คลายออกฉันปิดประตูใส่หน้าเขาหลังจากปิดประตูแล้ว ฉันเอนหลังพิงบานประตู หัวใจเต้นแรงมากฉันได้ยินว่าด้านนอกประตูเงียบไปนานมาก จากนั้นก็มีเสียงถอนหายใจเบา ๆ เฮือกหนึ่งดังขึ้นเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไปฉันเดินไปที่หน้าต่าง เลิกผ้าม่านขึ้นมุมหนึ่งเพื่อมองออกไปข้างนอกลู่สือเยี่ยนยืนอยู่ข้างแปลงดอกไม้ใต้ตึก เงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างห้องของฉันเขายืนอยู่ตรงนั้นนานมาก ประมาณสิบกว่านาทีได้จากนั้นเขาก็ควักซองบุหรี่ออกจากกระเป๋า ดึงออกมาหนึ่งมวนแล้วจุดไฟควันบุหรี่จางหายไปท่ามกลางแสงแดดยามเช้า เงาร่างของเขาดูโดดเดี่ยวเป็นพิเศษในที่สุดเขาก็จี้ดับบุหรี่ แล้วหันหลังเดินจากไปแผ่นหลังที่เดินจากไปดูอ้างว้างโดดเดี่ยวเหมือนถูกใครสักคนทอดทิ้งฉันดึงผ้าม่านปิด แล้วกลับไปนอนลงบนเตียงแต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ข่มตาหลับไม่ได้อีกแล้วฉันนึกว่าหลังจากวันนั้น ลู่สือเยี่ยนจะยอมหยุดแต่ฉันประเมินความยึดติดของฝั่งผู้ชายต่ำไปในวันต่อ ๆ มา เขาเริ่มปร

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 11

    ฉันกำโทรศัพท์ไว้ นิ่งเงียบไปนานมาก"ลู่สือเยี่ยน" ฉันเอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบมาก "คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คุณพูดตอนนี้มันน่าขำขนาดไหน""ผมรู้สิ""คืนวันแต่งงานคุณบอกฉันว่า ชาตินี้คุณไม่มีวันรักฉัน ให้ฉันเป็นคุณนายลู่อยู่อย่างเจียมตัว อย่าหวังว่าคุณจะแตะต้องตัวฉัน ตลอดสามปี คุณไปฉลองทุกเทศกาลกับซ่งรั่วเซิง ฉันไข้ขึ้น 39.5 องศา คุณยืนมองอยู่ที่หน้าประตูแวบเดียวแล้วก็เดินจากไป ฉันทำอาหารเต็มโต๊ะรอคุณกลับบ้าน คุณกลับพาเธอมาด้วยแล้วบอกว่าจะออกไปกินข้างนอก คุณรู้ไหมว่าวันนั้นเป็นวันอะไร""วันอะไร""มันคือวันครบรอบแต่งงานของเรา"ปลายสายเงียบไปนานมากฉันได้ยินเสียงหายใจที่เริ่มแรงขึ้นของเขา เหมือนกับกำลังสะกดข่มอะไรบางอย่างไว้"เจาหนิง...""อย่ามาเรียกชื่อฉัน"ฉันพูดขัดเขา"ตอนนั้นคุณพูดถูก การแต่งงานนี้ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ตอนนี้เรื่องจบแล้ว ก็ต่างคนต่างไป คุณแต่งงานแล้ว ซ่งรั่วเซิงคือคนที่คุณเลือกเอง ก็ใช้ชีวิตของคุณให้ดีเถอะ อย่ามาหาฉันอีก"ฉันกดวางสาย แล้วบล็อกเขาไปคืนนั้นฉันนอนไม่หลับไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เป็นเพราะแค้น ความเย็นชาและการเมินเฉยตลอดสามปี ตอนนี้แค่คำว่าอยา

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 10

    หลังจากส่งข้อความนี้เสร็จ ฉันก็คว่ำโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะชา แล้วดูหนังของฉันต่อแต่ข้อความของลู่สือเยี่ยนก็ส่งมาถี่ขึ้นเรื่อย ๆบางครั้งส่งมาตอนดึกมาก บางครั้งก็ส่งมาตอนเช้ามืดเนื้อหาก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อย ๆ[วันนี้ทำโอทีจนดึกมาก ตอนกลับถึงบ้านอยากจะพูดว่า 'กลับมาแล้วนะ' เพราะความเคยชิน แต่ในบ้านดันไม่มีใครเลย][เมื่อก่อนตอนที่คุณอยู่ ไฟห้องรับแขกจะเปิดสว่างไว้ตลอด][วันนี้เดินผ่านร้านเค้กร้านนั้น นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนคุณเองก็เหมือนจะชอบกินของหวาน]ฉันทนมาหลายวัน ในที่สุดก็ตอบกลับไปประโยคหนึ่ง[ลู่สือเยี่ยน คุณแต่งงานแล้วนะ มีอะไรก็ไปคุยกับภรรยาของคุณเถอะ]ฝั่งนั้นเงียบหายไปหนึ่งวันเต็ม ๆจากนั้นก็ส่งข้อความยาวเหยียดข้อความหนึ่งมา[เสิ่นเจาหนิง ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป หลังจากแต่งงานกับรั่วเซิง ผมรู้สึกว่ามีบางไม่ถูกต้องอยู่เสมอ ผมเริ่มสังเกตเห็นเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน อย่างเช่น เมื่อก่อนคุณจะเปิดไฟทิ้งไว้ในห้องรับแขกดวงหนึ่งทุกคืน รอให้ผมกลับมาก่อนค่อยปิด อย่างเช่น ทุกครั้งที่คุณรินน้ำให้ผมจะเป็นน้ำอุ่น คุณเคยบอกว่าน้ำที่ร้อนเกินไปจะทำร้ายกระเพาะอย่างเ

  • แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน   บทที่ 9

    ฉันจ้องมองการ์ดเชิญใบนี้แล้วเหม่อไปหลายวินาทีจากนั้นก็หัวเราะออกมาเร็วจริง ๆพึ่งหย่ากันได้แค่ครึ่งเดือน การ์ดเชิญก็พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วสงสัยจะเตรียมการไว้นานแล้ว แค่รอให้ก้างขวางคออย่างฉันสละตำแหน่งให้เท่านั้นเองฉันพลิกดูการ์ดเชิญ ด้านหลังพิมพ์ตัวอักษรเล็ก ๆ ไว้แถวหนึ่ง [ร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของเรา ร่วมแบ่งปันความสุขของเราความรักความสุขสองคำนี้พอพูดออกมาจากปากลู่สือเยี่ยน ฟังยังไงก็รู้สึกว่าประชดประชันฉันวางการ์ดเชิญไว้บนโต๊ะชา เอนหลังพิงโซฟาและครุ่นคิดอยู่นานไปหรือไม่ไปดี?ตามหลักแล้ว ฉันควรจะไปถ้าไม่ไปจะดูเหมือนฉันยังตัดใจไม่ได้ แต่ถ้าไปก็จะดูเป็นคนใจกว้างแต่พูดตามตรง ฉันไม่ได้สนใจงานแต่งงานของพวกเขาสองคนเลยสักนิดฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่งข้อความหาลู่สือเยี่ยน[ได้รับการ์ดเชิญแล้วนะคะ ยินดีด้วยค่ะ]ครั้งนี้เขากลับตอบกลับมาไวมาก[คุณจะมาไหม][ไม่แน่ใจ ดูตารางเวลาอีกที]ฝั่งนั้นขึ้นสถานะกำลังพิมพ์ กะพริบอยู่นานทีเดียว สุดท้ายก็ส่งมาแค่ว่า[หวังว่าคุณจะมา]ฉันไม่ได้ตอบกลับอีกพอถึงวันที่ 18 ตุลาคม สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ไปไม่ใช่เพราะยังตัดใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status