LOGINขณะกำลังเก็บกระเป๋าสำหรับทริปฮันนีมูน จี้ฮวาอันก็เปลี่ยนจุดหมายปลายทางเป็นเกาะบาหลี สถานที่ท่องเที่ยวที่น้องสาวนึกอยากจะไปมาโดยตลอด ฉันหยุดมือลง สายตาพลันประสานเข้ากับสองพ่อลูกที่สบตากันอย่างรู้กัน “ถ้าแม่มีความเห็นต่าง งั้นเรามาโหวตตัดสินกันครับ” ขอเพียงฉันกับเวินซินมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน พวกเขาก็จะใช้วิธีลงคะแนนเสียงเพื่อทำทีเป็นให้ความเสมอภาค ตอนวันเกิดของฉัน ฉันอยากกินอาหารตะวันตก พวกเขาก็ลงคะแนนเห็นพ้องกับเวินซินว่า กินสลัดเพื่อสุขภาพดีกว่า ตอนฉันจิตใจเหม่อลอยอยากไปพบแพทย์ พวกเขาก็ลงคะแนนเห็นพ้องกับคำพูดของเวินซินที่บอกว่า ฉันก็แค่เครียดมากเกินไปเท่านั้น และครั้งนี้ ผลคะแนนก็ยังคงเป็นสองต่อหนึ่ง ฉันแพ้อีกตามเคย ลำคอของฉันแห้งผากและเจ็บระบม ได้แต่โต้แย้งออกไปด้วยเสียงอันแผ่วเบา “ฮวาอัน ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่คือสถานที่ทำสัญญาหมั้นหมายของเรานะ” เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา มองเพียงหน้าจอขณะกดจองตั๋วเครื่องบินกลุ่มสำหรับไปบาหลี “ที่นี่ก็มีทะเลเหมือนกันไม่ใช่หรือไง? เหมือนกันนั่นแหละ” จี้ฮวาอันกดชำระเงินตั๋วแพ็กเกจสำหรับสามคนเรียบร้อย “มีแต่แพ็กเกจสามคน เธอค่อยซื้อตั๋วแยกต่างหากละกัน” เขาจัดกลุ่มตัวเขาเอง ลูกชาย และน้องเมียไว้ด้วยกัน แล้วกันฉันออกไปอยู่ข้างนอก ฉันถอดแหวนหมั้นออก แล้วกดสั่งจองตั๋วไปทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ด้วยตัวเอง จุดหมายปลายทางที่อยากไปถึง ฉันเดินทางไปเองคนเดียวก็ได้
View Moreจี้ฮวาอันยังคงดื้อดึงไม่ยอมจากไปไหน เขาตั้งหลักเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องของฉันไม่ไหวติงฉันส่งออกไฟล์รูปภาพ และยื่นผลงานเข้าประกวดเรียบร้อยแล้วในช่วงครึ่งเดือนแห่งการรอคอยผลการแข่งขัน เจ้าตัวเล็กจะคอยส่งดอกไม้มาให้ฉันวันละหนึ่งช่อทุกวันส่วนจี้ฮวาอันนั้น ถึงขั้นยอมทุ่มเงินมหาศาลจุดพลุตลอดครึ่งเดือนเต็มดอกไม้ไฟอันวิจิตรตระการตาส่องสว่างไสวไปทั่วครึ่งซีกฟ้า ทว่ากลับไม่อาจส่องสว่างให้อนาคตระหว่างฉันกับจี้ฮวาอันได้อีกต่อไปทุกครั้งที่พลุสิ้นสุดลง บนท้องฟ้าก็จะปรากฏตัวอักษรสามคำขึ้นมา“ขอโทษนะ”เจ้าของโฮมสเตย์จิบเบียร์ พลางเลื่อนถั่วลิสงมาตรงหน้าฉัน“เล่นใหญ่รัชดาลัยขนาดนี้ ยิ่งใหญ่กว่าตอนจีบคุณแรก ๆ อีก คุณไม่มีความรู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอคะ?”ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูผู้ชายคนที่กำลังเฝ้ารอคอยด้วยสายตาละห้อย แล้วยกกล้องถ่ายรูปข้างกายขึ้นมา“ไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ตอนนี้ฉันแค่อยากเป็นตัวของตัวเองเท่านั้นเอง”“ฉันไม่อยากถูกคุมขังอยู่ในครัว หรือโดนจองจำไว้ในบ้านที่ไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว”จี้ฮวาอันที่อยู่นอกหน้าต่างก้มหน้าลง พลางฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่นส่วนเจ้าตัวเล็กก็ไ
ช่างแต่งหน้าลงมือด้วยความชำนาญ ผ่อนแรงสัมผัสลงบนใบหน้าของฉันอย่างแผ่วเบาฉันจ้องมองใบหน้าที่ค่อย ๆ งดงามขึ้นในกระจก แล้วนึกถึงภาพตัวเองเมื่อสิบปีก่อนที่นอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของจี้ฮวาอันทั้งที่หน้าสดไร้เครื่องสำอางโดยไม่รู้ตัวเขาจุมพิตลงบนริมฝีปากของฉัน พลางเอ่ยสัญญาว่าไม่ว่าฉันจะกลายเป็นอย่างไรเขาก็จะรักฉันตลอดไปทว่าในเวลาต่อมา จี้ฮวาอันกลับรังเกียจที่ฉันปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่รู้จักแต่งหน้าแต่งตา แต่กลับเอ่ยปากชมเชยเวินซินว่ารู้จักแต่งตัว สะสวยและดูอ่อนเยาว์เพื่อที่จะมาถ่ายรูปเวดดิ้งที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันต้องเจียดเวลาสัปดาห์ละหลายครั้งไปเข้าคลินิกเสริมความงาม จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวเล่นพิลาทิส เพียงเพราะอยากจะสวยขึ้นกว่าเดิมอีกสักนิด เพื่อเหนี่ยวรั้งหัวใจของจี้ฮวาอันเอาไว้ฉันยกกล้องขึ้นมา บันทึกภาพยามที่ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงสวมเวลเจ้าสาวให้ฉันจี้ฮวาอันและเจ้าตัวเล็กไม่รู้ไปสืบทราบข่าวมาจากไหน ถึงได้ตามรังควานมาจนถึงร้านชุดวิวาห์แห่งนี้ยามที่พวกเขาเปิดประตูเดินเข้ามา ฉันกำลังยืนจัดชายกระโปรงอยู่ภายใต้แสงไฟส่องสว่างดวงตาของเจ้าตัวเล็กเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที เขารีบก้าวเข
จี้ฮวาอันขอบตาแดงก่ำเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าฉัน ก่อนจะดึงร่างของฉันเข้าอ้อมกอดอย่างแรงหยาดน้ำตาเย็นเยียบสองสามหยดร่วงหล่นลงสัมผัสลำคอ เขาซุกไถใบหน้ากับลำคอของฉันด้วยความน่าสงสาร“ที่รัก ไม่หย่าได้ไหม?”เจ้าตัวเล็กขยับเข้ามาจับมือฉันไว้ เอ่ยอ้อนวอนด้วยสายตารื้นน้ำตาชุ่มฉ่ำ“แม่ครับ แม่อย่าทิ้งผมกับพ่อไปเลยนะครับ”ตลอดระยะเวลาบนเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันเคยจินตนาการถึงปฏิกิริยาของจี้ฮวาอันและเจ้าตัวเล็กเมื่อยามที่พบว่าฉันจากมาพวกเขาคงคิดว่าฉันแค่แง่งอน เรียกร้องความสนใจเหมือนเคยฉันเกลียดความเย็นชาของพวกเขากับการไม่เคยเข้าใจฉัน และเกลียดการที่พากันลำเอียงไปเข้าข้างเวินซินฉันเคยคิดว่าหากได้เจอหน้าจี้ฮวาอันกับเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง ฉันคงจะด่าทอแผดเสียงไล่พวกเขาออกไปให้พ้นจากโลกของฉันทว่ายามนี้ หัวใจของฉันกลับไร้ซึ่งระลอกคลื่นใด ๆ ราวกับว่าพวกเขาสองคนเป็นเพียงคนแปลกหน้าเท่านั้นหยาดน้ำตาของจี้ฮวาอันเปียกชุ่มปกเสื้อของฉัน ฉันผลักเขาออกด้วยความรำคาญใจเขาเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้“ขอโทษนะ เป็นเพราะฉันเองที่ละเลยความรู้สึกของเธอ”“ตอนนั้นที่เธอให้น้องสาวของเธอย
เมื่อแลนดิ้งถึงทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันก็มุ่งตรงไปยังโฮมสเตย์ที่จองไว้ล่วงหน้าเจ้าของโฮมสเตย์เป็นแฟนคลับตัวยงของฉัน เธอเดินทางมารอรับฉันที่สนามบินตั้งแต่ไก่โห่เธอมองข้ามไปยังด้านหลังของฉัน พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สามีกับลูกชายของคุณไม่ได้มาด้วยเหรอคะ?”“ไหนว่าตกลงกันไว้ว่าจะมาถ่ายรูปเวดดิ้งครบรอบสิบปีที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ไม่ใช่เหรอคะ?”ฉันเม้มปากแย้มยิ้ม ก่อนจะเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตั้งใจว่าจะหย่าแล้วค่ะ”เจ้าของโฮมสเตย์ส่งเสียง “หา” ออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พลางเอ่ยถามต่อ“ตอนนั้นคุณจี้ฮวาอันทุ่มเงินประเคนจีบคุณอย่างบ้าคลั่ง เดือนที่คุณตอบตกลงรับรักเขาที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่มีโดรนแปรอักษรบินโปรยกลีบกุหลาบทุกคืนเลยนะคะ”“แถมเขายังเคยคุกเข่าสาบานต่อหน้าภูเขาหิมะอีกว่าจะไม่มีวันทรยศหักหลังคุณในชาตินี้ ทำไมถึงเดินมาถึงขั้นหย่าร้างกันได้ล่ะคะ?”ความรักในวันวานนั้นยิ่งใหญ่เกรียงไกรและตราตรึงใจจนยากจะลืมเลือนจริง ๆ นักท่องเที่ยวทุกคนที่เคยมาเยือนทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ต่างก็รู้ดีว่า จี้ฮวาอันรักเวินเยว่มากแค่ไหนพวกเขาต่างพากันอวยพรให้พวกเราครองรักกันชั่วชีวิต จับมือกันเคียงคู่จน





