Short
แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน

แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน

By:  เหนียนเหนียนCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
14Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลังแต่งงาน ฉันกับสามีนอนแยกห้องนอนกันมาตลอด ทีแรกฉันถามเขาว่าย้ายเข้าไปนอนในห้องนอนใหญ่ได้ไหม เขาปฏิเสธฉันทันทีโดยไม่ลังเลเลย "ไม่ต้องหรอก รั่วเซิงอาจจะถือได้ ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะคุณ พวกเราก็คงไม่เดินไปถึงขั้นนั้นเหมือนกัน ตอนนี้ก็ให้มันเป็นแบบนี้ไปแล้วกัน" รั่วเซิงคือรักแรกของเขา ฉันยืนอึ้งอยู่กับที่ ผ่านไปนานมากกว่าจะตอบตกลงเขา ตอนหลังฉันก็คิดได้ ว่ายังไงซะการแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นแค่การช่วยให้ครอบครัวฉันผ่านพ้นวิกฤตสภาพคล่องทางการเงิน แล้วถือโอกาสแก้ไขคดีความยุ่งยากของบริษัทเขาไปในตัวด้วย ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว รอให้จัดการเรื่องราวเสร็จ เดี๋ยวก็แยกย้ายกันไปเอง หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฉันก็ไม่เคยพูดถึงมันอีกเลย ในช่วงสามปีหลังจากนั้น ไม่ว่าเขาจะออกงานไหนก็พาเธอไปด้วยทุกครั้ง งานเลี้ยงครอบครัวก็พาเธอไป งานเลี้ยงประจำปีก็พาเธอไป แม้แต่งานวันเกิดแม่ฉัน คนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็ยังเป็นเธออยู่ดี ทุกคนพากันคาดเดา ว่าใครกันแน่คือคุณนายของบ้านนี้ ตอนนี้ก็เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ควรแก้ไขก็แก้ไขหมดแล้ว ฉันเองก็ควรไปสักที

View More

Latest chapter

More Chapters
No Comments
14 Chapters
บทที่ 1
ฉันนั่งอยู่ในห้องหนังสือ นำสัญญาหย่าขึ้นมาอ่านทบทวนตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบหนึ่งตัวอักษรสีดำบนกระดาษขาว เขียนละเอียดไว้ชัดเจนในส่วนของการแบ่งทรัพย์สิน ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรทั้งนั้นบ้านก่อนแต่งงานหลังนี้เป็นของเขา รถเป็นของเขา หุ้นของบริษัทก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉันเลยสักนิดสิ่งที่ฉันต้องการนำติดตัวไปมีแค่เงินเก็บของตัวเอง ฉันเซ็นชื่อตัวเองลงในหนังสือสัญญาเสิ่นเจาหนิงเมื่อสามปีก่อนฉันยังหวังอยู่เต็มหัวใจ ว่าแม้การแต่งงานครั้งนี้จะเริ่มต้นจากผลประโยชน์ แต่บางทีอาจจะบริหารความสัมพันธ์ได้ดีก็ได้ตอนนั้นฉันมันโง่จริง ๆฉันนำสัญญาใส่ลงในซองเอกสาร แล้ววางไว้บนโต๊ะชาจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แตะเปิดช่องแชทระหว่างฉันกับเขา"วันนี้กลับเร็วหน่อยนะ มีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย"หลังจากผ่านไปประมาณสองนาที ข้างรูปโปรไฟล์นั้นก็เด้งข้อความขึ้นมาคำหนึ่ง"อืม"ฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วโยนมันไว้บนโซฟาฉันหันหลังเดินเข้าห้องครัวไปรินน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่งห้องครัวกว้างขวาง ตู้เย็นเป็นแบบบานเปิดคู่ เตาอบแบบบิวท์อิน เครื่องครัวนำเข้าจากเยอรมนี ทุกอย่างจัดวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยแ
Read more
บทที่ 2
ฉันวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะชา แล้วยกรีโมตขึ้นมากดเปลี่ยนช่องทีวีในทีวีมี่รายการวาไรตี้รายการหนึ่งกำลังเล่นอยู่ พวกดาราบนเวทีกำลังหัวเราะเฮฮา เสียงดังมากเป็นพิเศษฉันเอนกายพิงโซฟา จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้มันดูย้อนย้อนและตลกสิ้นดีฉันอยู่ในบ้านขนาดสองร้อยตารางเมตรหลังนี้ คอยรักษาชีวิตคู่ที่มีแต่สถานะ รอคอยผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยเก็บฉันไว้ในใจให้กลับบ้านส่วนเขากลับกำลังคอยดูแลรักแรกของเขาอยู่เคียงข้างเธออย่างชอบธรรม และเฝ้าดูแลอย่างเปิดเผยและถูกต้องเพราะตอนแรกที่แต่งงานกัน เขาก็พูดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า "ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะคุณ พวกเราก็คงไม่เดินไปถึงขั้นนั้นเหมือนกัน"ความหมายของเขาก็คือ ฉันเป็นคนพรากเขากับรั่วเซิงออกจากกันเป็นฉันที่เข้าไปแทรกกลาง บังคับให้พวกเขาทั้งสองต้องเลิกกันฉันใช้อิทธิพลของครอบครัวเดิมตัวเองและคดีความนั้น บังคับผูกมัดเขาไว้บนทะเบียนสมรส แต่ความจริงคืออะไรกันแน่ความจริงก็คือ บริษัทของพ่อฉันเจอปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการเงินหมุนเวียนด่วนส่วนบริษัทของเขาก็กำลังเจอกับคดีความที่ยุ่งยากคดีหนึ่ง ต้องการใช้เส้นสายของบ้านฉันไปช่วยจัดการให้ผู้ใหญ่ข
Read more
บทที่ 3
เธอตอบรับคำ แล้วหันตัวเดินกลับเข้าห้องครัวไปฉันกินโจ๊กจนหมด แล้วขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนชุดใหม่วันนี้มีนัดกับนายหน้าไปดูบ้าน ฉันต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ได้ก่อนจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ในสัญญาหย่าฉันไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สินอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไปตัวเปล่าฉันมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งตั้งแต่ก่อนแต่งงานตลอดสามปีนี้ถึงจะไม่ได้ทำงาน แต่บ้านตระกูลลู่จะโอนเงินค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีฉันเดือนละหนึ่งแสนบาท ฉันไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไร ส่วนใหญ่เก็บออมไว้พอรวมกันแล้วก็มากพอให้ฉันเช่าอะพาร์ตเมนต์ดี ๆ ได้สักแห่ง ประคองตัวไปได้สักปีสองปีโดยไม่มีปัญหาส่วนเรื่องอนาคต ค่อยว่ากันอีกทีนายหน้าเป็นเด็กสาววัยรุ่น มัดผมหางม้า พูดจาฉะฉาน เธอพาฉันไปดูห้องแบบสองห้องนอน อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเท่าไร สภาพแวดล้อมในโครงการก็ถือว่าดี"คุณเสิ่นคะ ห้องนี้รับแสงแดดได้ดีมากเลย เจ้าของห้องเพิ่งตกแต่งใหม่ เฟอร์นิเจอร์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่หมดทุกชิ้น ค่าเช่าเดือนละสามหมื่นสองพันห้าร้อยบาท คุณคิดว่ายังไงคะ"ฉันยืนมองออกไปตรงระเบียง ทัศนียภาพกว้างโล่ง มองเห็นสวนสาธารณะอยู่ไกล ๆห้องไม่ได้ใหญ่โต
Read more
บทที่ 4
ซ่งรั่วเซิงอึ้งสนิทฉันหันตัวเดินขึ้นชั้นบน ปล่อยให้เธอยืนอยู่คนเดียวในห้องรับแขกฉันเปิดตู้เสื้อผ้า เริ่มหยิบเสื้อผ้าลงมาทีละตัวสามปีที่ผ่านมา เสื้อผ้าก็ไม่ได้มีมากมายนักลู่สือเยี่ยนไม่เคยพาฉันไปเดินเดินห้างเลย ไม่เคยให้ของขวัญอะไรฉันสักชิ้นเลยด้วยวันครบรอบแต่งงานไม่มี วันเกิดไม่มี วันวาเลนไทน์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพอมานึกดูตอนนี้ มันน่าตลกจริง ๆฉันพับเสื้อคลุมตัวสุดท้ายใส่ลงในกล่องกระดาษ ตอนกำลังจะปิดผนึกกล่อง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นฉันหยิบขึ้นมาดูแวบหนึ่ง เป็นข้อความจากลู่สือเยี่ยน"ตอนเย็นผมมีงานเลี้ยงสังสรรค์ คงไม่กลับไปกินข้าวด้วยนะ รั่วเซิงเพิ่งย้ายเข้ามา คุณช่วยจัดห้องนอนแขกให้เธอหน่อย"ฉันวางโทรศัพท์ลง แล้วลงมือเก็บของต่อไปพอถึงช่วงใกล้ค่ำ ฉันก็เก็บห้องแต่งตัวและห้องหนังสือไปแล้วพอสมควร ตอนที่ฉันเดินลงมาข้างล่าง ซ่งรั่วเซิงกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกพอเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็เงยหน้าขึ้นมองฉันแวบหนึ่ง สายตาหยุดอยู่ที่ซองเอกสารสัญญาหย่าในมือฉัน"นั่นอะไรน่ะ"ฉันไม่ได้ตอบ แค่วางซองเอกสารลงบนโต๊ะชา แล้วนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้ามซ่งรั่วเซิงจ
Read more
บทที่ 5
ในห้องรับแขกเงียบไปชั่วขณะซ่งรั่วเซิงนั่งอยู่บนโซฟา นิ้วมือกำหูแก้วกาแฟแน่น สายตาจ้องมองลู่สือเยี่ยนตาไม่กะพริบลู่สือเยี่ยนมองฉัน สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักไม่มีโกรธ ไม่มีการรั้งไว้ และไม่มีแม้กระทั่งความแปลกใจเขาแค่เงียบไปครู่เดียว จากนั้นก็ยื่นมือมารับซองเอกสารไป"ร่างไว้ตั้งแต่เมื่อไร""สัปดาห์ที่แล้ว"เขาเปิดซองเอกสาร ดึงข้อตกลงข้างในออกมา แล้วอ่านตั้งแต่ต้นจนจบพอเห็นถึงช่องแบ่งทรัพย์สิน เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม"ไม่เอาอะไรเลยเหรอ""อืม""บ้านหลังนี้คุณก็ไม่เอาเหรอ""นี่เป็นทรัพย์สินก่อนแต่งงานของคุณ ไม่เกี่ยวกับฉัน"เขาเงยหน้ามองฉัน ในดวงตาฉายความรู้สึกบางอย่างที่ฉันมองไม่ออกขึ้นมา"เสิ่นเจาหนิง นี่คุณประชดผมอยู่เหรอ"ฉันแทบจะหัวเราะออกมาประชดเหรอ?คนเราถ้ายังรักอีกฝ่ายอยู่ นั่นต่างหากถึงจะประชดได้ฉันไม่ได้รักแล้ว จะประชดไปทำไม "ไม่ได้ประชด บอกตามตรงนะ ตอนนั้นแต่งงานเพราะความจำเป็นของสองครอบครัว ตอนนี้แก้ปัญหาหมดแล้ว การแต่งงานนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีต่อไปแล้ว"ลู่สือเยี่ยนมองฉัน แล้วเงียบไปนานมากสายตาของเขาแปลกมาก เหมือนกำลังสอบสวนฉัน และ
Read more
บทที่ 6
คำถามนี้โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยฉันอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ตั้งใจครุ่นคิด"เสียใจคงพูดไม่ได้เต็มปากหรอก แค่รู้สึกว่าเสียเวลานิดหน่อย"เขาเคาะนิ้วมือลงบนโต๊ะเบา ๆ หนึ่งที เคลื่อนไหวแบบแนบเนียนมาก แต่ฉันก็สังเกตเห็น"เสียเวลา"เขาทวนคำอีกครั้ง"คุณรู้สึกว่าการแต่งงานกับผมมันเสียเวลาเหรอ""ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะ" ฉันถามกลับ "คุณคิดว่าสามปีนี้มีอะไรน่าจดจำบ้างเหรอ"เขาไม่ได้พูดอะไร"แต่งงานมาสามปี คุณเคยทานข้าวเป็นเพื่อนฉันกี่มื้อ คุณเคยกลับบ้านกี่ครั้ง คุณรู้ไหมว่าฉันชอบทานอะไร คุณรู้ไหมว่าวันเกิดฉันคือเมื่อไร"ฉันวางชามโจ๊กลงแล้วมองเขา"คุณไม่รู้ไง คุณไม่รู้อะไรเลย เพราะช่วงสามปีนี้ ความคิดจิตใจทั้งหมดของคุณอยู่ที่ซ่งรั่วเซิง"ในที่สุดสีหน้าเขาก็เปลี่ยนแปลงบ้างแล้วนิดหน่อย คิ้วขมวดเข้าหากันเบา ๆ ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง"ตอนแรกที่คุณตอบตกลงแต่งงาน คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันเป็นยังไง"เขาพูด น้ำเสียงทุ้มต่ำลงไปหลายส่วน"ฉันรู้"ฉันพยักหน้า"ฉันถึงไม่ได้โทษคุณไง ฉันบอกแล้ว ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ ตอนนี้จัดการธุระเสร็จแล้ว ก็แยกย้ายกันไปตามทาง"ฉันลุกขึ้นจากเก้า
Read more
บทที่ 7
ฉันหันไปมองเขาโครงหน้าด้านข้างของเขาดูแข็งกร้าว สันกรามแข็งแน่น สายตาทอดมองไปไกล"ตลอดสามปีนี้ ผมทำดีกับคุณไม่พอจริง ๆ""ไม่เป็นไรหรอก มันผ่านไปแล้ว"ฉันก้มลงเก็บใบหย่าใส่กระเป๋า จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเขา"ลู่สือเยี่ยน ขอให้คุณกับซ่งรั่วเซิงมีความสุขนะ"สุดท้ายเขาก็หันกลับมามองฉัน ในสายตามีบางอย่างที่ซับซ้อนมากไม่ใช่ความรู้สึกผิด ไม่ใช่ความอาลัยอาวรณ์ แต่เหมือนกำลังสับสนบางอย่างมากกว่าเหมือนสับสนว่าทำไมฉันถึงจากไปได้อย่างเด็ดขาด เรียบเฉย และไม่เหลือเยื่อใยขนาดนี้"คุณ..."เขาทำปากพะงาบ เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็พูดออกมาแค่ประโยคเดียว"คุณก็เหมือนกันนะ"ฉันยิ้มเบา ๆ แล้วหันตัวเดินไปหารถแท็กซี่ข้างทาง"ไม่ต้องส่งหรอก" ฉันหันหลังให้เขาพลางโบกมือ "ต่อไปนี้ขอให้ต่างคนต่างโชคดี"ฉันเปิดประตูรถแท็กซี่เข้าไปนั่ง แล้วบอกที่อยู่บ้านใหม่ตอนที่รถออกตัว ฉันมองผ่านกระจกมองหลังแวบหนึ่งลู่สือเยี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ในมือกำใบหย่าเล่มนั้นไว้พร้อมจ้องมองมาทางฉันเงาร่างของเขาในกระจกมองหลังเล็กลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นจุดจุดเดียว และเลือนหายไปในกระแสรถราฉันถอนสายตากลับม
Read more
บทที่ 8
พอวางสายเสร็จ ฉันก็เอนหลังพิงโซฟา จ้องมองเพดานแล้วเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งนอกหน้าต่างมีเสียงนกร้องดังจิ๊บ ๆ คึกคักมากบ้านนี้ถึงแม้จะไม่ใหญ่ แต่ดีตรงที่เงียบสงบ และเก็บเสียงได้ดีไม่เหมือนคฤหาสน์หลังนั้นของตระกูลลู่ พื้นที่กว้างกว่าสองร้อยตารางเมตร โล่งกว้างจนพูดอะไรก็มีเสียงสะท้อนฉันพักอยู่ที่นี่มาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ตกแต่งบ้านให้เป็นรูปแบบที่ตัวเองชอบนอนและตื่นเองตามธรรมชาติทุกเช้า เดินลงไปซื้อกาแฟสักแก้ว เดินเล่นในโครงการ กลับมาอ่านหนังสือ ดูซีรีส์ชีวิตแบบนี้ สบายใจกว่าช่วงสามปีที่อยู่บ้านตระกูลลู่เป็นหมื่นเท่าพอถึงวันที่แปด แม่ของฉันก็โทรศัพท์มา"เจาหนิง พ่อแกบอกว่า ให้แกกลับมากินข้าวที่บ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยนะ เขาคิดถึงแก แล้วก็อยากคุยกับแกด้วย"ฉันตอบตกลงฉันนั่งแท็กซี่ไปถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น พอก้าวเข้าสวน ก็เห็นพ่อยืนรอฉันอยู่ที่ประตูเขาใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีเข้ม ผมหงอกขาวไปไม่น้อยเลย ริ้วรอยบนใบหน้าก็ลึกกว่าเมื่อสามปีก่อนวินาทีที่เห็นฉัน เขาก็ตาแดงขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็รีบเบือนหน้าหนีไปเร็วมาก แล้วกระแอมไอออกมา"กลับมาแล้วเหรอ""ค่ะพ่อ"พ่อมองสำรวจฉันตั้งแต่ห
Read more
บทที่ 9
ฉันจ้องมองการ์ดเชิญใบนี้แล้วเหม่อไปหลายวินาทีจากนั้นก็หัวเราะออกมาเร็วจริง ๆพึ่งหย่ากันได้แค่ครึ่งเดือน การ์ดเชิญก็พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วสงสัยจะเตรียมการไว้นานแล้ว แค่รอให้ก้างขวางคออย่างฉันสละตำแหน่งให้เท่านั้นเองฉันพลิกดูการ์ดเชิญ ด้านหลังพิมพ์ตัวอักษรเล็ก ๆ ไว้แถวหนึ่ง [ร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของเรา ร่วมแบ่งปันความสุขของเราความรักความสุขสองคำนี้พอพูดออกมาจากปากลู่สือเยี่ยน ฟังยังไงก็รู้สึกว่าประชดประชันฉันวางการ์ดเชิญไว้บนโต๊ะชา เอนหลังพิงโซฟาและครุ่นคิดอยู่นานไปหรือไม่ไปดี?ตามหลักแล้ว ฉันควรจะไปถ้าไม่ไปจะดูเหมือนฉันยังตัดใจไม่ได้ แต่ถ้าไปก็จะดูเป็นคนใจกว้างแต่พูดตามตรง ฉันไม่ได้สนใจงานแต่งงานของพวกเขาสองคนเลยสักนิดฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่งข้อความหาลู่สือเยี่ยน[ได้รับการ์ดเชิญแล้วนะคะ ยินดีด้วยค่ะ]ครั้งนี้เขากลับตอบกลับมาไวมาก[คุณจะมาไหม][ไม่แน่ใจ ดูตารางเวลาอีกที]ฝั่งนั้นขึ้นสถานะกำลังพิมพ์ กะพริบอยู่นานทีเดียว สุดท้ายก็ส่งมาแค่ว่า[หวังว่าคุณจะมา]ฉันไม่ได้ตอบกลับอีกพอถึงวันที่ 18 ตุลาคม สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ไปไม่ใช่เพราะยังตัดใ
Read more
บทที่ 10
หลังจากส่งข้อความนี้เสร็จ ฉันก็คว่ำโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะชา แล้วดูหนังของฉันต่อแต่ข้อความของลู่สือเยี่ยนก็ส่งมาถี่ขึ้นเรื่อย ๆบางครั้งส่งมาตอนดึกมาก บางครั้งก็ส่งมาตอนเช้ามืดเนื้อหาก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อย ๆ[วันนี้ทำโอทีจนดึกมาก ตอนกลับถึงบ้านอยากจะพูดว่า 'กลับมาแล้วนะ' เพราะความเคยชิน แต่ในบ้านดันไม่มีใครเลย][เมื่อก่อนตอนที่คุณอยู่ ไฟห้องรับแขกจะเปิดสว่างไว้ตลอด][วันนี้เดินผ่านร้านเค้กร้านนั้น นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนคุณเองก็เหมือนจะชอบกินของหวาน]ฉันทนมาหลายวัน ในที่สุดก็ตอบกลับไปประโยคหนึ่ง[ลู่สือเยี่ยน คุณแต่งงานแล้วนะ มีอะไรก็ไปคุยกับภรรยาของคุณเถอะ]ฝั่งนั้นเงียบหายไปหนึ่งวันเต็ม ๆจากนั้นก็ส่งข้อความยาวเหยียดข้อความหนึ่งมา[เสิ่นเจาหนิง ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป หลังจากแต่งงานกับรั่วเซิง ผมรู้สึกว่ามีบางไม่ถูกต้องอยู่เสมอ ผมเริ่มสังเกตเห็นเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน อย่างเช่น เมื่อก่อนคุณจะเปิดไฟทิ้งไว้ในห้องรับแขกดวงหนึ่งทุกคืน รอให้ผมกลับมาก่อนค่อยปิด อย่างเช่น ทุกครั้งที่คุณรินน้ำให้ผมจะเป็นน้ำอุ่น คุณเคยบอกว่าน้ำที่ร้อนเกินไปจะทำร้ายกระเพาะอย่างเ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status