Short
แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน

แยกห้องนอนสามปี พอฉันย้ายออกคุณสามีดันร้อนรน

โดย:  เหนียนเหนียนจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
14บท
1.8Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

หลังแต่งงาน ฉันกับสามีนอนแยกห้องนอนกันมาตลอด ทีแรกฉันถามเขาว่าย้ายเข้าไปนอนในห้องนอนใหญ่ได้ไหม เขาปฏิเสธฉันทันทีโดยไม่ลังเลเลย "ไม่ต้องหรอก รั่วเซิงอาจจะถือได้ ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะคุณ พวกเราก็คงไม่เดินไปถึงขั้นนั้นเหมือนกัน ตอนนี้ก็ให้มันเป็นแบบนี้ไปแล้วกัน" รั่วเซิงคือรักแรกของเขา ฉันยืนอึ้งอยู่กับที่ ผ่านไปนานมากกว่าจะตอบตกลงเขา ตอนหลังฉันก็คิดได้ ว่ายังไงซะการแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นแค่การช่วยให้ครอบครัวฉันผ่านพ้นวิกฤตสภาพคล่องทางการเงิน แล้วถือโอกาสแก้ไขคดีความยุ่งยากของบริษัทเขาไปในตัวด้วย ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว รอให้จัดการเรื่องราวเสร็จ เดี๋ยวก็แยกย้ายกันไปเอง หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฉันก็ไม่เคยพูดถึงมันอีกเลย ในช่วงสามปีหลังจากนั้น ไม่ว่าเขาจะออกงานไหนก็พาเธอไปด้วยทุกครั้ง งานเลี้ยงครอบครัวก็พาเธอไป งานเลี้ยงประจำปีก็พาเธอไป แม้แต่งานวันเกิดแม่ฉัน คนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็ยังเป็นเธออยู่ดี ทุกคนพากันคาดเดา ว่าใครกันแน่คือคุณนายของบ้านนี้ ตอนนี้ก็เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ควรแก้ไขก็แก้ไขหมดแล้ว ฉันเองก็ควรไปสักที

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ฉันนั่งอยู่ในห้องหนังสือ นำสัญญาหย่าขึ้นมาอ่านทบทวนตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบหนึ่ง

ตัวอักษรสีดำบนกระดาษขาว เขียนละเอียดไว้ชัดเจน

ในส่วนของการแบ่งทรัพย์สิน ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรทั้งนั้น

บ้านก่อนแต่งงานหลังนี้เป็นของเขา รถเป็นของเขา หุ้นของบริษัทก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉันเลยสักนิด

สิ่งที่ฉันต้องการนำติดตัวไปมีแค่เงินเก็บของตัวเอง

ฉันเซ็นชื่อตัวเองลงในหนังสือสัญญา

เสิ่นเจาหนิง

เมื่อสามปีก่อนฉันยังหวังอยู่เต็มหัวใจ ว่าแม้การแต่งงานครั้งนี้จะเริ่มต้นจากผลประโยชน์ แต่บางทีอาจจะบริหารความสัมพันธ์ได้ดีก็ได้

ตอนนั้นฉันมันโง่จริง ๆ

ฉันนำสัญญาใส่ลงในซองเอกสาร แล้ววางไว้บนโต๊ะชา

จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แตะเปิดช่องแชทระหว่างฉันกับเขา

"วันนี้กลับเร็วหน่อยนะ มีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย"

หลังจากผ่านไปประมาณสองนาที ข้างรูปโปรไฟล์นั้นก็เด้งข้อความขึ้นมาคำหนึ่ง

"อืม"

ฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วโยนมันไว้บนโซฟา

ฉันหันหลังเดินเข้าห้องครัวไปรินน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่ง

ห้องครัวกว้างขวาง ตู้เย็นเป็นแบบบานเปิดคู่ เตาอบแบบบิวท์อิน เครื่องครัวนำเข้าจากเยอรมนี ทุกอย่างจัดวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่ฉันใช้งานมันน้อยมาก

ช่วงที่เพิ่งแต่งงานใหม่ ๆ ฉันเคยลองทำอาหารอยู่สองสามครั้ง คิดว่าพอเขากลับมาบ้านจะได้กินอาหารร้อน ๆ

ครั้งแรกที่ทำคือซี่โครงหมูน้ำแดง เขาชิมไปคำหนึ่งแล้วบอกว่าพอใช้ได้

จากนั้นก็รับโทรศัพท์สายหนึ่งแล้วออกจากบ้านไป บอกว่าทางรั่วเซิงมีธุระ

ครั้งที่สองทำต้มปลาผักกาดดอง เขาไม่ได้กลับบ้านมาเลยด้วยซ้ำ

ครั้งที่สามฉันทำอาหารเต็มโต๊ะ ยุ่งตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงหนึ่งทุ่มตรง

เขากลับมาจริง ๆ แต่ข้างหลังมีรั่วเซิงเดินตามมาด้วย

ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะขณะเดินเข้ามาในบ้าน พอเห็นอาหารเต็มโต๊ะ เขาก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า

"พวกเรามีนัดแล้ว จะออกไปกินข้างนอก"

รั่วเซิงยืนอยู่ด้านหลังเขา เอียงคอยิ้มมองฉันแล้วพูดว่า "ลำบากเธอแย่เลยนะ"

รอยยิ้มนั้น ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไป ฉันยังรู้สึกพะอืดพะอมอยู่เลย

หลังจากนั้นฉันก็ไม่เคยทำอาหารให้อีกเลย

หนึ่งทุ่มตรง เขายังไม่กลับมา

สองทุ่ม เขาก็ยังไม่กลับมา

พอสามทุ่มโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

ฉันหยิบขึ้นมาดูแวบหนึ่ง เป็นข้อความจากเขา

"ทางรั่วเซิงมีธุระนิดหน่อย ผมต้องกลับดึกหน่อย คุณนอนก่อนเลย ไม่ต้องรอ"

ฉันจ้องมองข้อความนี้อยู่นาน

"คุณนอนก่อนเลย ไม่ต้องรอ"

ประโยคนี้ฉันฟังมาแล้วสามปี

เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ต้องเป็นรั่วเซิงทุกครั้งไป

ทางนั้นมีเรื่องให้ต้องจัดการตลอด เขาก็ต้องคอยไปจัดการให้เสมอ

เป็นหวัดก็ต้องไปอยู่เป็นเพื่อน อารมณ์ไม่ดีก็ต้องไปอยู่เป็นเพื่อน ย้ายบ้านก็ต้องไปอยู่เป็นเพื่อน แค่เลี้ยงแมวตัวเดียวก็ยังต้องไปอยู่เป็นเพื่อน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง รั่วเซิงบอกว่าอยากกินเค้กของร้านที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมือง เขายอมขับรถสี่สิบนาทีเพื่อไปซื้อ ซื้อเสร็จก็ไปส่งให้ถึงอะพาร์ตเมนต์เธอ รอจนเธอกินเสร็จถึงค่อยกลับบ้าน

ตอนนั้นก็เป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว

"คุณกินข้าวเย็นหรือยัง" ฉันถามเขา

เขาตอบว่า "กินมาจากอะพาร์ตเมนต์รั่วเซิงแล้ว"

จากนั้นเขาก็อาบน้ำแล้วเดินเข้าห้องหนังสือไป

จริง ๆ แล้ววันนั้นฉันควรจะคิดได้ตั้งนานแล้ว

แต่ฉันดันไม่ได้ทำอย่างนั้น

ฉันเอาแต่รู้สึกว่า ในเมื่อแต่งงานกันแล้ว ก็ควรให้เวลากันบ้างสิ

บางทีนานวันเข้า เขาอาจจะพบว่าฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้

บางทีถ้าฉันทำดีพอ เขาอาจจะยอมหันกลับมามองบ้านหลังนี้บ้างก็ได้

พอมานึกดูตอนนี้ ถ้าในใจของคนคนหนึ่งไม่มีพื้นที่ให้เราอยู่เลย ต่อให้ทำดีแค่ไหนมันก็สูญเปล่าอยู่ดี

เขาไม่มีทางชอบเธอแค่เพราะเธอดีเลิศ เขามีแต่จะรู้สึกว่าความยอดเยี่ยมของเธอมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย

ฉันไม่ได้ตอบข้อความนั้นของเขา

เมื่อก่อน ฉันจะตอบกลับไปแค่คำว่า "ได้" ทุกครั้ง เพื่อบอกว่าฉันรับรู้แล้ว

บางครั้งฉันยังเสริมด้วยคำว่า 'ระวังความปลอดภัยนะ' เพื่อให้ดูเป็นคนใจกว้างและเข้าอกเข้าใจ

แต่วันนี้ ฉันไม่อยากตอบแบบนั้นอีกแล้ว

ยังไงซะ ผ่านไปอีกไม่กี่วัน ฉันก็จะไม่รับข้อความจากเขาอีกด้วยซ้ำ

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Siwakan
Siwakan
......ดีดีดี
2026-09-10 15:16:00
0
0
14
บทที่ 1
ฉันนั่งอยู่ในห้องหนังสือ นำสัญญาหย่าขึ้นมาอ่านทบทวนตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบหนึ่งตัวอักษรสีดำบนกระดาษขาว เขียนละเอียดไว้ชัดเจนในส่วนของการแบ่งทรัพย์สิน ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรทั้งนั้นบ้านก่อนแต่งงานหลังนี้เป็นของเขา รถเป็นของเขา หุ้นของบริษัทก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉันเลยสักนิดสิ่งที่ฉันต้องการนำติดตัวไปมีแค่เงินเก็บของตัวเอง ฉันเซ็นชื่อตัวเองลงในหนังสือสัญญาเสิ่นเจาหนิงเมื่อสามปีก่อนฉันยังหวังอยู่เต็มหัวใจ ว่าแม้การแต่งงานครั้งนี้จะเริ่มต้นจากผลประโยชน์ แต่บางทีอาจจะบริหารความสัมพันธ์ได้ดีก็ได้ตอนนั้นฉันมันโง่จริง ๆฉันนำสัญญาใส่ลงในซองเอกสาร แล้ววางไว้บนโต๊ะชาจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แตะเปิดช่องแชทระหว่างฉันกับเขา"วันนี้กลับเร็วหน่อยนะ มีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย"หลังจากผ่านไปประมาณสองนาที ข้างรูปโปรไฟล์นั้นก็เด้งข้อความขึ้นมาคำหนึ่ง"อืม"ฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วโยนมันไว้บนโซฟาฉันหันหลังเดินเข้าห้องครัวไปรินน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่งห้องครัวกว้างขวาง ตู้เย็นเป็นแบบบานเปิดคู่ เตาอบแบบบิวท์อิน เครื่องครัวนำเข้าจากเยอรมนี ทุกอย่างจัดวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
ฉันวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะชา แล้วยกรีโมตขึ้นมากดเปลี่ยนช่องทีวีในทีวีมี่รายการวาไรตี้รายการหนึ่งกำลังเล่นอยู่ พวกดาราบนเวทีกำลังหัวเราะเฮฮา เสียงดังมากเป็นพิเศษฉันเอนกายพิงโซฟา จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้มันดูย้อนย้อนและตลกสิ้นดีฉันอยู่ในบ้านขนาดสองร้อยตารางเมตรหลังนี้ คอยรักษาชีวิตคู่ที่มีแต่สถานะ รอคอยผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยเก็บฉันไว้ในใจให้กลับบ้านส่วนเขากลับกำลังคอยดูแลรักแรกของเขาอยู่เคียงข้างเธออย่างชอบธรรม และเฝ้าดูแลอย่างเปิดเผยและถูกต้องเพราะตอนแรกที่แต่งงานกัน เขาก็พูดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า "ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะคุณ พวกเราก็คงไม่เดินไปถึงขั้นนั้นเหมือนกัน"ความหมายของเขาก็คือ ฉันเป็นคนพรากเขากับรั่วเซิงออกจากกันเป็นฉันที่เข้าไปแทรกกลาง บังคับให้พวกเขาทั้งสองต้องเลิกกันฉันใช้อิทธิพลของครอบครัวเดิมตัวเองและคดีความนั้น บังคับผูกมัดเขาไว้บนทะเบียนสมรส แต่ความจริงคืออะไรกันแน่ความจริงก็คือ บริษัทของพ่อฉันเจอปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการเงินหมุนเวียนด่วนส่วนบริษัทของเขาก็กำลังเจอกับคดีความที่ยุ่งยากคดีหนึ่ง ต้องการใช้เส้นสายของบ้านฉันไปช่วยจัดการให้ผู้ใหญ่ข
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
เธอตอบรับคำ แล้วหันตัวเดินกลับเข้าห้องครัวไปฉันกินโจ๊กจนหมด แล้วขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนชุดใหม่วันนี้มีนัดกับนายหน้าไปดูบ้าน ฉันต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ได้ก่อนจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ในสัญญาหย่าฉันไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สินอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไปตัวเปล่าฉันมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งตั้งแต่ก่อนแต่งงานตลอดสามปีนี้ถึงจะไม่ได้ทำงาน แต่บ้านตระกูลลู่จะโอนเงินค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีฉันเดือนละหนึ่งแสนบาท ฉันไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไร ส่วนใหญ่เก็บออมไว้พอรวมกันแล้วก็มากพอให้ฉันเช่าอะพาร์ตเมนต์ดี ๆ ได้สักแห่ง ประคองตัวไปได้สักปีสองปีโดยไม่มีปัญหาส่วนเรื่องอนาคต ค่อยว่ากันอีกทีนายหน้าเป็นเด็กสาววัยรุ่น มัดผมหางม้า พูดจาฉะฉาน เธอพาฉันไปดูห้องแบบสองห้องนอน อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเท่าไร สภาพแวดล้อมในโครงการก็ถือว่าดี"คุณเสิ่นคะ ห้องนี้รับแสงแดดได้ดีมากเลย เจ้าของห้องเพิ่งตกแต่งใหม่ เฟอร์นิเจอร์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่หมดทุกชิ้น ค่าเช่าเดือนละสามหมื่นสองพันห้าร้อยบาท คุณคิดว่ายังไงคะ"ฉันยืนมองออกไปตรงระเบียง ทัศนียภาพกว้างโล่ง มองเห็นสวนสาธารณะอยู่ไกล ๆห้องไม่ได้ใหญ่โต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ซ่งรั่วเซิงอึ้งสนิทฉันหันตัวเดินขึ้นชั้นบน ปล่อยให้เธอยืนอยู่คนเดียวในห้องรับแขกฉันเปิดตู้เสื้อผ้า เริ่มหยิบเสื้อผ้าลงมาทีละตัวสามปีที่ผ่านมา เสื้อผ้าก็ไม่ได้มีมากมายนักลู่สือเยี่ยนไม่เคยพาฉันไปเดินเดินห้างเลย ไม่เคยให้ของขวัญอะไรฉันสักชิ้นเลยด้วยวันครบรอบแต่งงานไม่มี วันเกิดไม่มี วันวาเลนไทน์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพอมานึกดูตอนนี้ มันน่าตลกจริง ๆฉันพับเสื้อคลุมตัวสุดท้ายใส่ลงในกล่องกระดาษ ตอนกำลังจะปิดผนึกกล่อง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นฉันหยิบขึ้นมาดูแวบหนึ่ง เป็นข้อความจากลู่สือเยี่ยน"ตอนเย็นผมมีงานเลี้ยงสังสรรค์ คงไม่กลับไปกินข้าวด้วยนะ รั่วเซิงเพิ่งย้ายเข้ามา คุณช่วยจัดห้องนอนแขกให้เธอหน่อย"ฉันวางโทรศัพท์ลง แล้วลงมือเก็บของต่อไปพอถึงช่วงใกล้ค่ำ ฉันก็เก็บห้องแต่งตัวและห้องหนังสือไปแล้วพอสมควร ตอนที่ฉันเดินลงมาข้างล่าง ซ่งรั่วเซิงกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกพอเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็เงยหน้าขึ้นมองฉันแวบหนึ่ง สายตาหยุดอยู่ที่ซองเอกสารสัญญาหย่าในมือฉัน"นั่นอะไรน่ะ"ฉันไม่ได้ตอบ แค่วางซองเอกสารลงบนโต๊ะชา แล้วนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้ามซ่งรั่วเซิงจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ในห้องรับแขกเงียบไปชั่วขณะซ่งรั่วเซิงนั่งอยู่บนโซฟา นิ้วมือกำหูแก้วกาแฟแน่น สายตาจ้องมองลู่สือเยี่ยนตาไม่กะพริบลู่สือเยี่ยนมองฉัน สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักไม่มีโกรธ ไม่มีการรั้งไว้ และไม่มีแม้กระทั่งความแปลกใจเขาแค่เงียบไปครู่เดียว จากนั้นก็ยื่นมือมารับซองเอกสารไป"ร่างไว้ตั้งแต่เมื่อไร""สัปดาห์ที่แล้ว"เขาเปิดซองเอกสาร ดึงข้อตกลงข้างในออกมา แล้วอ่านตั้งแต่ต้นจนจบพอเห็นถึงช่องแบ่งทรัพย์สิน เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นกว่าเดิม"ไม่เอาอะไรเลยเหรอ""อืม""บ้านหลังนี้คุณก็ไม่เอาเหรอ""นี่เป็นทรัพย์สินก่อนแต่งงานของคุณ ไม่เกี่ยวกับฉัน"เขาเงยหน้ามองฉัน ในดวงตาฉายความรู้สึกบางอย่างที่ฉันมองไม่ออกขึ้นมา"เสิ่นเจาหนิง นี่คุณประชดผมอยู่เหรอ"ฉันแทบจะหัวเราะออกมาประชดเหรอ?คนเราถ้ายังรักอีกฝ่ายอยู่ นั่นต่างหากถึงจะประชดได้ฉันไม่ได้รักแล้ว จะประชดไปทำไม "ไม่ได้ประชด บอกตามตรงนะ ตอนนั้นแต่งงานเพราะความจำเป็นของสองครอบครัว ตอนนี้แก้ปัญหาหมดแล้ว การแต่งงานนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีต่อไปแล้ว"ลู่สือเยี่ยนมองฉัน แล้วเงียบไปนานมากสายตาของเขาแปลกมาก เหมือนกำลังสอบสวนฉัน และ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
คำถามนี้โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยฉันอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ตั้งใจครุ่นคิด"เสียใจคงพูดไม่ได้เต็มปากหรอก แค่รู้สึกว่าเสียเวลานิดหน่อย"เขาเคาะนิ้วมือลงบนโต๊ะเบา ๆ หนึ่งที เคลื่อนไหวแบบแนบเนียนมาก แต่ฉันก็สังเกตเห็น"เสียเวลา"เขาทวนคำอีกครั้ง"คุณรู้สึกว่าการแต่งงานกับผมมันเสียเวลาเหรอ""ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะ" ฉันถามกลับ "คุณคิดว่าสามปีนี้มีอะไรน่าจดจำบ้างเหรอ"เขาไม่ได้พูดอะไร"แต่งงานมาสามปี คุณเคยทานข้าวเป็นเพื่อนฉันกี่มื้อ คุณเคยกลับบ้านกี่ครั้ง คุณรู้ไหมว่าฉันชอบทานอะไร คุณรู้ไหมว่าวันเกิดฉันคือเมื่อไร"ฉันวางชามโจ๊กลงแล้วมองเขา"คุณไม่รู้ไง คุณไม่รู้อะไรเลย เพราะช่วงสามปีนี้ ความคิดจิตใจทั้งหมดของคุณอยู่ที่ซ่งรั่วเซิง"ในที่สุดสีหน้าเขาก็เปลี่ยนแปลงบ้างแล้วนิดหน่อย คิ้วขมวดเข้าหากันเบา ๆ ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง"ตอนแรกที่คุณตอบตกลงแต่งงาน คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันเป็นยังไง"เขาพูด น้ำเสียงทุ้มต่ำลงไปหลายส่วน"ฉันรู้"ฉันพยักหน้า"ฉันถึงไม่ได้โทษคุณไง ฉันบอกแล้ว ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ ตอนนี้จัดการธุระเสร็จแล้ว ก็แยกย้ายกันไปตามทาง"ฉันลุกขึ้นจากเก้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
ฉันหันไปมองเขาโครงหน้าด้านข้างของเขาดูแข็งกร้าว สันกรามแข็งแน่น สายตาทอดมองไปไกล"ตลอดสามปีนี้ ผมทำดีกับคุณไม่พอจริง ๆ""ไม่เป็นไรหรอก มันผ่านไปแล้ว"ฉันก้มลงเก็บใบหย่าใส่กระเป๋า จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเขา"ลู่สือเยี่ยน ขอให้คุณกับซ่งรั่วเซิงมีความสุขนะ"สุดท้ายเขาก็หันกลับมามองฉัน ในสายตามีบางอย่างที่ซับซ้อนมากไม่ใช่ความรู้สึกผิด ไม่ใช่ความอาลัยอาวรณ์ แต่เหมือนกำลังสับสนบางอย่างมากกว่าเหมือนสับสนว่าทำไมฉันถึงจากไปได้อย่างเด็ดขาด เรียบเฉย และไม่เหลือเยื่อใยขนาดนี้"คุณ..."เขาทำปากพะงาบ เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็พูดออกมาแค่ประโยคเดียว"คุณก็เหมือนกันนะ"ฉันยิ้มเบา ๆ แล้วหันตัวเดินไปหารถแท็กซี่ข้างทาง"ไม่ต้องส่งหรอก" ฉันหันหลังให้เขาพลางโบกมือ "ต่อไปนี้ขอให้ต่างคนต่างโชคดี"ฉันเปิดประตูรถแท็กซี่เข้าไปนั่ง แล้วบอกที่อยู่บ้านใหม่ตอนที่รถออกตัว ฉันมองผ่านกระจกมองหลังแวบหนึ่งลู่สือเยี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ในมือกำใบหย่าเล่มนั้นไว้พร้อมจ้องมองมาทางฉันเงาร่างของเขาในกระจกมองหลังเล็กลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นจุดจุดเดียว และเลือนหายไปในกระแสรถราฉันถอนสายตากลับม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
พอวางสายเสร็จ ฉันก็เอนหลังพิงโซฟา จ้องมองเพดานแล้วเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งนอกหน้าต่างมีเสียงนกร้องดังจิ๊บ ๆ คึกคักมากบ้านนี้ถึงแม้จะไม่ใหญ่ แต่ดีตรงที่เงียบสงบ และเก็บเสียงได้ดีไม่เหมือนคฤหาสน์หลังนั้นของตระกูลลู่ พื้นที่กว้างกว่าสองร้อยตารางเมตร โล่งกว้างจนพูดอะไรก็มีเสียงสะท้อนฉันพักอยู่ที่นี่มาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ตกแต่งบ้านให้เป็นรูปแบบที่ตัวเองชอบนอนและตื่นเองตามธรรมชาติทุกเช้า เดินลงไปซื้อกาแฟสักแก้ว เดินเล่นในโครงการ กลับมาอ่านหนังสือ ดูซีรีส์ชีวิตแบบนี้ สบายใจกว่าช่วงสามปีที่อยู่บ้านตระกูลลู่เป็นหมื่นเท่าพอถึงวันที่แปด แม่ของฉันก็โทรศัพท์มา"เจาหนิง พ่อแกบอกว่า ให้แกกลับมากินข้าวที่บ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยนะ เขาคิดถึงแก แล้วก็อยากคุยกับแกด้วย"ฉันตอบตกลงฉันนั่งแท็กซี่ไปถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น พอก้าวเข้าสวน ก็เห็นพ่อยืนรอฉันอยู่ที่ประตูเขาใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีเข้ม ผมหงอกขาวไปไม่น้อยเลย ริ้วรอยบนใบหน้าก็ลึกกว่าเมื่อสามปีก่อนวินาทีที่เห็นฉัน เขาก็ตาแดงขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็รีบเบือนหน้าหนีไปเร็วมาก แล้วกระแอมไอออกมา"กลับมาแล้วเหรอ""ค่ะพ่อ"พ่อมองสำรวจฉันตั้งแต่ห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ฉันจ้องมองการ์ดเชิญใบนี้แล้วเหม่อไปหลายวินาทีจากนั้นก็หัวเราะออกมาเร็วจริง ๆพึ่งหย่ากันได้แค่ครึ่งเดือน การ์ดเชิญก็พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วสงสัยจะเตรียมการไว้นานแล้ว แค่รอให้ก้างขวางคออย่างฉันสละตำแหน่งให้เท่านั้นเองฉันพลิกดูการ์ดเชิญ ด้านหลังพิมพ์ตัวอักษรเล็ก ๆ ไว้แถวหนึ่ง [ร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของเรา ร่วมแบ่งปันความสุขของเราความรักความสุขสองคำนี้พอพูดออกมาจากปากลู่สือเยี่ยน ฟังยังไงก็รู้สึกว่าประชดประชันฉันวางการ์ดเชิญไว้บนโต๊ะชา เอนหลังพิงโซฟาและครุ่นคิดอยู่นานไปหรือไม่ไปดี?ตามหลักแล้ว ฉันควรจะไปถ้าไม่ไปจะดูเหมือนฉันยังตัดใจไม่ได้ แต่ถ้าไปก็จะดูเป็นคนใจกว้างแต่พูดตามตรง ฉันไม่ได้สนใจงานแต่งงานของพวกเขาสองคนเลยสักนิดฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่งข้อความหาลู่สือเยี่ยน[ได้รับการ์ดเชิญแล้วนะคะ ยินดีด้วยค่ะ]ครั้งนี้เขากลับตอบกลับมาไวมาก[คุณจะมาไหม][ไม่แน่ใจ ดูตารางเวลาอีกที]ฝั่งนั้นขึ้นสถานะกำลังพิมพ์ กะพริบอยู่นานทีเดียว สุดท้ายก็ส่งมาแค่ว่า[หวังว่าคุณจะมา]ฉันไม่ได้ตอบกลับอีกพอถึงวันที่ 18 ตุลาคม สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ไปไม่ใช่เพราะยังตัดใ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
หลังจากส่งข้อความนี้เสร็จ ฉันก็คว่ำโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะชา แล้วดูหนังของฉันต่อแต่ข้อความของลู่สือเยี่ยนก็ส่งมาถี่ขึ้นเรื่อย ๆบางครั้งส่งมาตอนดึกมาก บางครั้งก็ส่งมาตอนเช้ามืดเนื้อหาก็เริ่มแปลกขึ้นเรื่อย ๆ[วันนี้ทำโอทีจนดึกมาก ตอนกลับถึงบ้านอยากจะพูดว่า 'กลับมาแล้วนะ' เพราะความเคยชิน แต่ในบ้านดันไม่มีใครเลย][เมื่อก่อนตอนที่คุณอยู่ ไฟห้องรับแขกจะเปิดสว่างไว้ตลอด][วันนี้เดินผ่านร้านเค้กร้านนั้น นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนคุณเองก็เหมือนจะชอบกินของหวาน]ฉันทนมาหลายวัน ในที่สุดก็ตอบกลับไปประโยคหนึ่ง[ลู่สือเยี่ยน คุณแต่งงานแล้วนะ มีอะไรก็ไปคุยกับภรรยาของคุณเถอะ]ฝั่งนั้นเงียบหายไปหนึ่งวันเต็ม ๆจากนั้นก็ส่งข้อความยาวเหยียดข้อความหนึ่งมา[เสิ่นเจาหนิง ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป หลังจากแต่งงานกับรั่วเซิง ผมรู้สึกว่ามีบางไม่ถูกต้องอยู่เสมอ ผมเริ่มสังเกตเห็นเรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน อย่างเช่น เมื่อก่อนคุณจะเปิดไฟทิ้งไว้ในห้องรับแขกดวงหนึ่งทุกคืน รอให้ผมกลับมาก่อนค่อยปิด อย่างเช่น ทุกครั้งที่คุณรินน้ำให้ผมจะเป็นน้ำอุ่น คุณเคยบอกว่าน้ำที่ร้อนเกินไปจะทำร้ายกระเพาะอย่างเ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status