Share

บทที่ 2 การรอคอย

last update Last Updated: 2025-12-12 17:36:09

‍สกุล‍หลี่‍เป็นตระกูลเก่าแก่ของ‍แคว้น‍จ้าว‍ ในทุกรุ่นจะให้กำเนิดแม่ทัพเลื่องชื่อทั้งนั้น ทำให้แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบหนึ่งร้อยปี ‍สกุล‍หลี่‍ก็ยังคงเรืองอำนาจและสืบทอดตำแหน่งแม่ทัพมาตลอด กอปรกับความจงรักภักดีและรู้ว่าควรทำเช่นไรถึงไม่โดดเด่นจนเกิดความระแวง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 

และแน่นอนว่าอำนาจและเงินตราเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ ดังนั้นชนชั้นสูงในเมืองหลวงจึงอยากสานสัมพันธ์กับตระกูลหลี่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบัน‍สกุล‍หลี่‍มีทายาทค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ตระกูลอื่น เพราะอดีตแม่ทัพใหญ่หรือ‍นาย‍ท่าน‍หลี่‍มีบุตรชายทั้งหมดสามคนบุตรสาวหนึ่งคน บุตรชายคนโต คนที่สามและบุตรสาวเกิดจากภรรยาเอก ส่วนบุตรชายคนรองเกิดจากอนุที่ได้รับพระราชทานมาจากฝ่าบาทพระองค์ก่อน

ถึงจะมีน้อยทว่าแต่ละคนก็มีความสามารถโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบุตรชายคนโตที่เก่งกาจทั้งบู๊และบุ๋น ดังนั้นเขาจึงวางใจลงจากตำแหน่งให้บุตรชายสานต่อ ส่วนตัวเองก็ถอยไปเป็นเบื้องหลังคอยปูทางให้บุตรชายได้ขึ้นไปเป็นผู้นำตระกูลอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะสหายที่คบหา หรือภรรยาที่ตบแต่งล้วนผ่านการคิดมาอย่างดี ไม่เหมือนบุตรชายอีกสองคนที่เขาไม่เคร่งครัด ขอเพียงเป็นตระกูลที่ด้อยลงมาหน่อยเพื่อไม่ให้ฝ่าบาทเคลือบแคลงก็พอแล้ว

ทว่าแผนการทุกอย่างกลับชะงัก เมื่อการเดินทางไปรบกับชนเผ่านอกด่านที่บุตรชายคนโตและคนที่สามร่วมเดินทางไปนั้น มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เข้าปีที่สองของการปะทะ หลี่เจี้ยนหลงพลาดท่าเสียชีวิตในสนามรบ ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍จึงรับหน้าที่นำทัพแทนพี่ชาย จนกระทั่งเข้าปีที่สาม ในที่สุดศึกที่ยืดเยื้อมานานก็จบลง

ในตอนที่ศพของหลี่เจี้ยนหลงถูกส่งกลับมาทำพิธี ทั้งจวนสกุลหลี่ต่างตกอยู่ในวังวนแห่งความเศร้า การสูญเสียที่เกิดขึ้นทำให้‍ซู‍อี้‍หราน‍หวาดกลัวมากเป็นเท่าตัวว่าคนต่อไปอาจเป็นสามีของนาง ในทุกวันจึงหมกตัวอยู่ในหอบรรพชนเพื่อสวดมนต์ขอพรให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย ถือศีลกินเจและไปอารามหลวงตั้งโรงทานบ่อย ๆ เผื่อว่าบุญกุศลที่นางทำจะช่วยให้เขากลับมาหานางได้อย่างปลอดภัยเหมือนที่‍ชาย‍หนุ่ม‍ให้คำมั่น

และในที่สุดก็มีข่าวส่งมาจากชายแดนว่ากองทัพหลวงได้รับชัยชนะแล้ว เมื่อจัดการเยียวยาชาวบ้านและให้ทหารพักฟื้นเสร็จก็จะเดินทางกลับเมืองหลวง โดยฮ่องเต้มีรับสั่งว่าจะจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อวีรบุรุษทุกคนที่เสียสละ กลายเป็นเรื่องมงคลอันดีที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับจวน‍สกุล‍หลี่‍ที่มีบรรยากาศเศร้าหมองปกคลุมมาเป็นเวลานาน

แต่ใครจะไปรู้ว่านอกจากความเศร้ากับการจากไปของบุตรชายคนโตแล้ว ‍นาย‍ท่าน‍หลี่‍ยังมีแผนการบางอย่างอีกด้วย สิ้นบุตรชายคนโตก็เหลือคนรองที่เกิดจากอนุและคนที่สามซึ่งเกิดจากภรรยาเอก ไม่ว่าจะมองทางไหนผู้นำตระกูลคนต่อไปก็คือ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ ชาติกำเนิดความสามารถครบครัน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ยกเว้น‍ฮู‍หยิน‍ที่จะช่วยส่งเสริมในหน้าที่การงานได้เพราะ‍ซู‍อี้‍หราน‍เป็นคุณหนูจากตระกูลพ่อค้า จากพึงพอใจก็เปลี่ยนเป็นขัดหูขัดตา เพราะต่อให้มั่งมีเงินทองก็ไม่สามารถช่วยสามีให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เท่าตระกูลที่เป็นขุนนาง

ดังนั้นจากที่เสียใจไม่เป็นอันทำอะไรก็ลุกขึ้นมาสั่งให้‍ฮู‍หยิน‍เฟ้นหาคุณหนูที่เข้าตาเตรียมเอาไว้ เขาเชื่อว่าเมื่อบุตรชายกลับมาจะต้องได้รับตำแหน่งสูงแน่นอน เพราะความดีความชอบที่ได้มานั้นไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะชนเผ่านอกด่านเป็นปัญหาเรื้อรังของ‍แคว้น‍จ้าว‍มานานในที่สุดก็สามารถกำจัดให้สิ้นซากได้เสียที ตำแหน่งย่อมก้าวกระโดดทิ้งคนรุ่นเดียวกันไม่เห็นฝุ่นอย่างแน่นอน

‍ซู‍อี้‍หราน‍ไม่ใช่ไม่รู้ถึงเรื่องที่บิดาแม่สามีกำลังกระทำ ทว่านางเชื่อใจสามีเป็นที่สุด พวกเราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้ว เขาเป็นคนพูดเองว่าการตัดสินใจรับอนุภรรยายกให้นางทั้งหมด หากว่านางไม่พยักหน้าเขาก็จะไม่มีทางรับโดยเด็ดขาด ดังนั้นนอกจากเขียนจดหมายถามสารทุกข์สุกดิบอย่างที่ทำเป็นประจำก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงด้วย แม้ว่าจะนานมากแล้วที่เขาไม่ตอบจดหมายกลับก็ตาม แต่‍ซู‍อี้‍หราน‍ก็เข้าใจว่าการที่ต้องกลายเป็นผู้นำทัพจะต้องยุ่งมากจึงไม่ได้รู้สึกแง่งอนแต่อย่างใด

แต่ต่อมานางถึงได้รู้ว่าการที่พยายามเข้าใจทุกอย่างมากเกินไปหาใช่เรื่องดีไม่...

ตามกำหนดการทัพหลวงจะต้องเดินทางมาถึงเมืองหลวงช่วงเดือนสาม แต่ระหว่างทางบังเอิญพบขบวนเสด็จของ‍องค์หญิงใหญ่เข้า จึงต้องอารักขาทำให้การเดินทางล่าช้าไปเกือบสองเดือน ซึ่ง‍ซู‍อี้‍หราน‍ก็เฝ้ารอสามีอย่างอดทน แต่ใครจะไปคิดว่าแม้เขาจะกลับมาเมืองหลวงแล้วก็ยังไม่มีโอกาสได้พบหน้า พร้อมทั้งข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ทัพหลี่กับ‍องค์หญิงใหญ่

“‍ฮู‍หยิน‍‍เจ้า‍คะ‍ เข้าไปนั่งรอด้านในเถอะ‍เจ้า‍ค่ะ‍” ‍

เถียน‍เถียน‍ย้ำเป็นครั้งที่สาม ตอนนี้ค่ำแล้วอากาศจึงค่อนข้างเย็นทั้งมีฝนปรอย นางกลัวว่าเจ้านายจะล้มป่วยเอาได้ ทว่า‍ซู‍อี้‍หราน‍กลับดื้อรั้น

“รออีกสักพักเถอะ บางทีเขาอาจจะกำลังมา” นางปฏิเสธ เฝ้ารออย่างมีความหวังเช่นเดิม

และในที่สุดสามีก็กลับมาที่จวนหลังจากที่วิ่งวุ่นจัดการความเรียบร้อยที่ค่ายทหารและถูกเรียกตัวเข้าวังอยู่บ่อยครั้ง นอกจากแวะเข้าไปคุยกับบิดาเพื่อขอคำแนะนำก็แทบไม่อยู่ที่จวนเลย แม้แต่นางที่เป็น‍ฮู‍หยิน‍ของเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดกับ‍ชาย‍หนุ่ม‍แม้แต่ครึ่งคำ ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างจากไปครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่กล้าเอ่ยรั้งไว้ด้วยใบหน้าของ‍ชาย‍หนุ่ม‍ที่เคร่งเครียดตลอดเวลา นางที่เป็น‍ฮู‍หยิน‍จึงไม่อยากรบกวน พยายามเข้าใจแม้ความจริงจะน้อยใจมากเพียงใดก็ตาม

“อ๊ะ นั่นอย่างไร ข้าบอกเจ้าแล้ว!” เสียงหวานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นางระบายยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว

รีบคว้าร่มเพื่อตรงไปหา‍ชาย‍หนุ่ม‍ที่กำลังเดินมาทันที “ท่านพี่!”

‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติและดุภรรยาอย่างไม่จริงจังนัก “ออกมาทำไม ประเดี๋ยวจะไม่สบาย”

“งานเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่‍เจ้า‍คะ‍ ในที่สุดท่านก็กลับมา”

“ก็...ประมาณนั้น” ‍ชาย‍หนุ่ม‍หลบตาพูดได้ไม่เต็มปาก

“เข้าไปข้างในกันเถอะ”

‍ซู‍อี้‍หราน‍รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ แต่เมื่อเขาไม่พูดจึงไม่ซักไซ้อะไร ปรนนิบัติเขาตามปกติเพื่อให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมานาน

ส่วนเรื่องข่าวลือข้างนอกก็ปล่อยเอาไว้ก่อน เดี๋ยวรอให้‍ชาย‍หนุ่ม‍ได้พักผ่อนเต็มที่และอารมณ์ดีขึ้นสักหน่อยค่อยถามก็ยังไม่สาย แต่ในอนาคตอันใกล้ ‍ซู‍อี้‍หราน‍ถึงรู้ว่านางไร้เดียงสาเกินไป

เพราะหลังจากที่‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍กลับเรือนของตนได้เพียงครึ่งชั่วยาม ก็มีคนจากเรือนใหญ่วิ่งหน้าตั้งมาแจ้งว่ามีคำสั่งจากในวังเรียกตัวเข้าพบอีกแล้ว ทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาแต่งตัวอีกครั้งและจากไปในทันที ไม่มีเวลาให้‍ซู‍อี้‍หราน‍ได้ถามไถ่แม้แต่ครึ่งคำ

 ข่าวลือความรักของแม่ทัพหลี่และ‍องค์หญิงใหญ่เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ บ้างก็อ้างว่าเป็นทหารที่ร่วมเดินทางในขบวนบังเอิญเห็นว่าสนิทสนมของทั้งสอง และคาดว่าอีกไม่นานคงมีงานมงคลเกิดขึ้น เล่าลือจนไปถึงงานเลี้ยงฉลองที่จะมาถึงนี้ แม่ทัพหลี่อาจขอพระราชทานสมรสกับฝ่าบาทเป็นรางวัลก็ได้ โดยที่ทุกคนต่างลืมไปว่าแม่ทัพหลี่ที่พูดถึงนั้นแต่งงานมีภรรยาเอกแล้ว แต่ต่อให้ไม่ลืมแล้วอย่างไรหากเป็นความต้องการของราชวงศ์คนธรรมดามีสิทธิ์คัดค้านหรือ

‍ซู‍อี้‍หราน‍จะไม่คิดมากกับข่าวลือแม้แต่น้อย หากว่าสามีเสียเวลามาอธิบายกับนางสักนิด อย่างน้อยก็ให้เข้าใจกับสถานการณ์ว่าเขากำลังโดนกดดันอยู่หรือไม่ หรือว่าต้องการจากใจจริง ซึ่งหากเป็นอย่างแรกก็พร้อมจะฟันฝ่าไปด้วยกันตามที่เคยให้คำมั่นเอาไว้

แต่ถ้าเกิดเป็นอย่างหลัง ‍ซู‍อี้‍หราน‍ก็พร้อมหลีกทางให้แต่โดยดี ทว่า‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍กลับเงียบ เจตนาหลบหน้าอย่างชัดเจน จากที่พยายามใจเย็นและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ก็เริ่มเย็นไม่อยู่

พอได้ข่าวจาก‍เถียน‍เถียน‍ที่ส่งไปสืบว่าสามีจะกลับจวนมาตอนไหนก็ไม่อาจชักช้าได้อีกต่อไป อย่างไรวันนี้นางก็ต้องได้รับคำอธิบาย

“เข้าไปไม่ได้ขอรับ”

ร่างบางชะงัก มองหน้าคนสนิทของสามีอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยมีปัญหา หากนางอยากเข้าไปห้องหนังสือก็สามารถเข้าไปได้ทุกเมื่อ แต่วันนี้กลับ...

“หมายความว่าอย่างไร‍อา‍เหอ‍” ‍เถียน‍เถียน‍ก้าวไปถาม‍อา‍เหอ‍อย่างไม่เข้าใจ “หรือว่ามีแขก”

“ไม่ใช่ แต่คุณชายสามสั่งไว้ว่าไม่ต้องการให้ใครมารบกวน” ‍อา‍เหอ‍ยืนยันหนักแน่น

“แต่นี่‍ฮู‍หยิน‍สามนะ จะเข้าไปไม่ได้ได้อย่างไร อย่าลืมสิว่าคุณชายสามเคยสั่งไว้ว่าอย่างไร” ไม่พูดเปล่า สาวใช้ตัวน้อยยังเท้าเอวมองหน้า‍อา‍เหอ‍อย่างเอาเรื่อง

จน‍อา‍เหอ‍ต้องยอมถอยหนึ่งก้าว พูดเสียงอ่อนขอความ

เห็นใจ “‍เถียน‍เถียน‍อย่าทำให้ข้าลำบากใจนักเลย ข้าแค่ทำตามคำสั่งของคุณชาย”

‍ซู‍อี้‍หราน‍มอง‍อา‍เหอ‍อย่างใช้ความคิด อย่างไรนางก็ไม่เชื่อว่าสามีจะไม่ยกเว้นนาง “งั้นช่วยไปแจ้งท่านพี่หน่อยได้หรือไม่”

“...ขอรับ” ‍อา‍เหอ‍จนใจยอมเดินเข้าไปด้านใน รออยู่นานก่อนจะกลับมาบอกว่าคุณชายสามไม่ต้องการพบ ต่อให้จะเป็น‍ฮู‍หยิน‍สามที่ใจรักผูกพันมาตั้งแต่วัยเยาว์ก็ตาม

หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างรุนแรงความเพียรพยายามที่ปฏิเสธความจริงว่าเขาเปลี่ยนไปเริ่มสั่นคลอน ไม่ใช่ไม่รู้สึกแต่‍ซู‍อี้‍หราน‍เลือกที่จะเชื่อมั่นในคำสัญญา พวกเราฝ่าฟันมาด้วยกันตั้งเยอะกว่าจะได้แต่งงาน และ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ที่นางรู้จักก็ไม่ใช่คนผิดคำพูด บางทีเขาอาจจะเจอเรื่องเครียดจึงไม่อยากให้นางกังวลไปด้วยก็เป็นได้

“…ท่านพี่คงเหนื่อยมากจริง ๆ เช่นนั้นไว้วันหลังข้ามาใหม่ก็แล้วกัน” ‍หญิง‍สาว‍ฝืนยิ้มก่อนจะจากไปทันที

แต่เดินไปได้ไม่นานก็มีคนของแม่สามีมาดักไว้เชิญให้นางไปพบ คาดว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นท่านคงบอกตั้งแต่ตอนเช้าที่นางไปคารวะและปรนนิบัติแล้ว

ระหว่างที่เดินตามแผ่นหลังของสาวใช้ผู้นั้นไป ในใจของ‍ซู‍อี้‍หราน‍ก็คาดเดาไปต่าง ๆ นานา แต่ไม่รู้เหตุใดจึงสังหรณ์ใจอย่างน่าประหลาดว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน และอาจเป็นเรื่องที่นางแสร้งหลับหูหลับตามาตลอดก็เป็นได้

“คารวะท่านแม่‍เจ้า‍ค่ะ‍”

“มาแล้วหรือ นั่งสิ ๆ” ‍หลี่‍‍ฮู‍หยิน‍‍คลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเรียกสะใภ้คนเล็กมานั่งใกล้ ๆ ความกังวลของ‍ซู‍อี้‍หราน‍จึงลดลงเล็กน้อย แอบมีความหวังว่าบางทีนางอาจคิดมากเกินไป

“ไม่ทราบว่าท่านแม่เรียกหาข้าด้วยเรื่องอันใดหรือ‍เจ้า‍คะ‍”

“เด็กดี ตั้งแต่ที่แต่งเข้ามา‍สกุล‍หลี่‍เจ้าก็เป็นเด็กรู้ความมาโดยตลอด” เมื่อถูกถามเข้าประเด็น ‍หลี่‍‍ฮู‍หยิน‍‍ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา นางปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนมากขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายคล้อยตามโดยง่าย “จริง ๆ แม่ก็ลำบากใจ แต่เจ้าคงได้ยิน

ข่าวลือด้านนอกมาบ้างใช่หรือไม่”

“ขออภัย‍เจ้า‍ค่ะ‍ท่านแม่ ข้าไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกเลยไม่รู้เรื่องเท่าใดนัก” สัญชาตญาณของ‍ซู‍อี้‍หราน‍ร้องเตือน แต่นางก็ยังคงแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องอะไร

“เรื่องเจ้าสามกับ...‍องค์หญิงใหญ่อย่างไรเล่า” ‍หลี่‍‍ฮู‍หยิน‍‍เองก็กระอักกระอ่วนที่จะพูดเรื่องนี้เช่นกัน แต่ในเมื่อมันเป็นคำสั่งของสามี นางที่เป็นภรรยาจะกล้าขัดได้อย่างไร

“...”

“หากว่า...‍องค์‍หญิง‍ใหญ่‍ต้องการจริง ๆ หรือเป็นรับสั่งของฝ่าบาท เจ้าจะทำเช่นไร” ‍หลี่‍‍ฮู‍หยิน‍‍หยั่งเชิง

ใบหน้าหวานจึงปรากฏยิ้มเล็กน้อยแต่ไปไม่ถึงดวงตา “หากเป็นเช่นนั้นจริง ขอเพียงข้าได้คุยกับท่านพี่สักนิด ไม่ว่าเขาต้องการอะไรข้าก็พร้อมทำตามนั้น‍เจ้า‍ค่ะ‍”

“จริงหรือ!?” ‍หลี่‍‍ฮู‍หยิน‍‍เผลอถามด้วยความดีใจ นางไม่อาจควบคุมความรู้สึกตัวเองไว้ได้เพราะหากเป็นตามที่‍ซู‍อี้‍หราน‍พูด ปัญหาทั้งหมดที่‍สกุล‍หลี่‍แบกรับมาเป็นเดือนก็จะคลี่คลายโดยง่าย “ว่าแล้วว่าหรานเอ๋อร์รู้ความที่สุด”

ดวงตากลมโตวูบไหว ปฏิกิริยาเช่นนี้ไม่ต่างจากการตะโกนบอกว่าอีกไม่นานตำแหน่งภรรยาเอกที่นางถือครองไว้จะไม่ใช่ของนางอีกต่อไป

“แต่หรานเอ๋อร์ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรแม่ก็จะอยู่ข้างเจ้า” หลังจากที่เผลอแสดงท่าทางออกหน้าออกตามากเกินไป ‍หลี่‍‍ฮู‍หยิน‍‍ก็ตั้งสติก่อนจะให้คำมั่นกับ‍ซู‍อี้‍หราน‍อีกสองสามคำ

ทว่าตอนนี้‍หญิง‍สาว‍รู้ซึ้งแล้วว่าคำมั่นที่เป็นเพียงลมปากนั้นหาได้น่าเชื่อถือไม่ ต่อให้วันนี้จะเอ็นดูนางแต่ก็ไม่รับประกันว่าวันหน้าจะยังเป็นเช่นนี้อยู่ อย่างไรอีกฝ่ายก็ฐานะสูงส่ง ต่อให้ยังรักเอ็นดูจริงก็คงทำอะไรได้ไม่มากเพราะต้องให้เกียรติ‍องค์‍หญิง‍ใหญ่‍ที่เป็น‍เชื้อ‍พระ‍วงศ์‍

“เอาละ ๆ แม่ไม่รบกวนเจ้าแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ”

“...‍เจ้า‍ค่ะ‍ท่านแม่”

‍เถียน‍เถียน‍มองแผ่นหลังของเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่ที่กลับมาจากเรือนใหญ่ ‍ฮู‍หยิน‍ก็เหม่อลอยนั่งนิ่งเงียบไม่พูด

ไม่จา หากว่าร้องไห้ระบายออกมาสักนิดอาจจะดีกว่านี้ เพราะการทำเช่นนี้ไม่ต่างจากเก็บความทุกข์เอาไว้เพียงคนเดียว ทำให้นางทั้งเป็นห่วงและสงสาร

“‍ฮู‍หยิน‍‍เจ้า‍คะ‍...”

“...มีอะไรหรือ‍เถียน‍เถียน‍”

‍เถียน‍เถียน‍อ้ำอึ้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินมาหน้า‍ซู‍อี้‍หราน‍ และทรุดตัวนั่งกับพื้นกุมมือบางเอาไว้ “ถ้าเสียใจก็อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวนะ‍เจ้า‍คะ‍ ท่านยังมีข้าอยู่”

“ฮึก!” ดวงตากลมโตปรากฏม่านน้ำตาขึ้นทันที ความพยายามทั้งหมดพังทลายเพียงเพราะคำพูดสั้น ๆ ของคนสนิท‍

หญิง‍สาว‍ปล่อยโฮออกมาอย่างอัดอั้น นางร้องไห้ราวกับเด็กน้อยจนดวงตาคู่สวยบวมปูดไม่น่ามอง 

เจ็บปวดหัวใจราวกับมีมีดกรีดแทงซ้ำ ๆ นางไม่รู้ว่าใจของ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍เปลี่ยนไปหรือไม่ แต่แค่การที่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่มุ่งร้ายต่อนาง ใช้วิธีบีบบังคับต่าง ๆ นานาเพื่อเป้าหมาย ก็ทำให้‍ซู‍อี้‍หราน‍เหนื่อยล้าจนหายใจไม่ออก และคนที่เป็นสามีก็ไม่คิดจะเข้ามาช่วย ทั้งยังหมางเมินราวกับเราไม่ได้เป็นคู่ชีวิตกัน ราวกับว่านางกำลังถูกทิ้งอย่างช้า ๆ เพียงเพราะหมดประโยชน์ต่อตระกูลหลี่ 

‍ซู‍อี้‍หราน‍ร้องไห้นานเป็นชั่วยามจนน้ำตาเหือดแห้ง ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ในใจหวังเพียงว่าวันพรุ่งนี้ที่นางตื่นมาทุกอย่างจะดีขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น

เพราะวันต่อมามีขันทีมาจากวังหลวงแจ้งว่าช่วงสายของวัน ‍องค์หญิงใหญ่จะเสด็จมาที่‍สกุล‍หลี่‍เพื่อขอบคุณแม่ทัพหลี่ที่ช่วยเหลือ ซึ่งไม่ว่ามองอย่างไรก็รู้ว่าไม่ใช่แค่คำขอบคุณ เพราะน่าจะได้พูดไปแล้วตั้งแต่‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ถูกเรียกตัวเข้าวัง หรือไม่ก็ตั้งแต่ที่ได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น และการที่มีคำสั่งจากเรือนใหญ่ไม่ให้นางออกไปก็เป็นการบอกได้อย่างดีว่า‍สกุล‍หลี่‍กำลังจะทำอะไร เปลี่ยนจากรายชื่อบุตรีสกุลขุนนาง เป็นอะไรที่สูงไปกว่านั้น

“ท่านพี่ว่าอย่างไรบ้าง”

“เอ่อ...เป็นคุณชายสามที่สั่ง‍เจ้า‍ค่ะ‍”

“!!!” ตอนแรกนางคิดว่าเป็นคำสั่งของพ่อสามี ไหนเลยจะคิดว่าเป็นเขา “ฮ่า ๆ อย่างนั้นหรือ”

น้ำตาที่เหือดแห้งไหลรินอีกครั้ง นางหัวเราะทั้งน้ำตา สั่งให้‍เถียน‍เถียน‍ปิดประตูเรือนเพื่อให้ตรงกับความต้องการของสามีที่ต้องการให้นางนอนป่วยอยู่ที่เรือน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แรกรักยากลืมเลือน   บทที่ 2 การรอคอย

    ‍สกุล‍หลี่‍เป็นตระกูลเก่าแก่ของ‍แคว้น‍จ้าว‍ ในทุกรุ่นจะให้กำเนิดแม่ทัพเลื่องชื่อทั้งนั้น ทำให้แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบหนึ่งร้อยปี ‍สกุล‍หลี่‍ก็ยังคงเรืองอำนาจและสืบทอดตำแหน่งแม่ทัพมาตลอด กอปรกับความจงรักภักดีและรู้ว่าควรทำเช่นไรถึงไม่โดดเด่นจนเกิดความระแวง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และแน่นอนว่าอำนาจและเงินตราเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ ดังนั้นชนชั้นสูงในเมืองหลวงจึงอยากสานสัมพันธ์กับตระกูลหลี่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบัน‍สกุล‍หลี่‍มีทายาทค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ตระกูลอื่น เพราะอดีตแม่ทัพใหญ่หรือ‍นาย‍ท่าน‍หลี่‍มีบุตรชายทั้งหมดสามคนบุตรสาวหนึ่งคน บุตรชายคนโต คนที่สามและบุตรสาวเกิดจากภรรยาเอก ส่วนบุตรชายคนรองเกิดจากอนุที่ได้รับพระราชทานมาจากฝ่าบาทพระองค์ก่อนถึงจะมีน้อยทว่าแต่ละคนก็มีความสามารถโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบุตรชายคนโตที่เก่งกาจทั้งบู๊และบุ๋น ดังนั้นเขาจึงวางใจลงจากตำแหน่งให้บุตรชายสานต่อ ส่วนตัวเองก็ถอยไปเป็นเบื้องหลังคอยปูทางให้บุตรชายได้ขึ้นไปเป็นผู้นำตระกูลอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะสหายที่คบหา หรือภรรยาที่ตบแต่งล้วนผ่านการคิดมาอย่างดี

  • แรกรักยากลืมเลือน   บทที่ 1 งานมงคล

    เมื่อย่างเข้าเดือนสิบเอ็ด อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้ว มีสายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านตลอดเวลาทำให้หนาวสะท้าน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อยเพราะทำใจลุกจากเตียงได้ยาก ยกเว้นจวนเดียวที่บรรยากาศครื้นเครง ใบหน้าทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มเร่งทำงานในมืออย่างกระฉับกระเฉง และสาเหตุก็เป็นเพราะคุณหนูเพียงหนึ่งเดียวจะออกเรือน ทั้งบ้านเจ้าบ่าวก็ไม่ได้เป็นเพียงคุณชายธรรมดาแต่เป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ที่สำคัญทั้งสองยังรักปักใจมาตั้งแต่เล็กจนเกิดเป็นงานมงคลในวันนี้‍ซู‍อี้‍หราน‍ปล่อยให้สาวใช้ช่วยขัดสีฉวีวรรณอย่างอดทน แม้ใต้ตาจะคล้ำเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ทว่าดวงหน้ากลับ เปล่งปลั่งเต็มไปด้วยความสุขเมื่อคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วยาม[1]สถานะของตนก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล เป็นเหตุให้เหล่าสาวใช้ที่มาช่วยแต่งตัวรู้สึกเอ็นดูอย่างอดไม่ได้ ทุ่มสุดความสามารถเพื่อให้คุณหนูงดงามที่สุดและมัดใจคุณชายสามหลี่ให้อยู่หมัดจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วยามการเตรียมตัวอันยาวนานก็เสร็จสิ้น เหลือเพียงประทินโฉมอีกเล็กน้อย ปักปิ่นและคลุมผ้าแดง“หรานเอ๋อร์” ‘เจิ้งหว่านชิง’ เรียกหลานสาวเสียงอ่อนโยน“ท่านย่า”

  • แรกรักยากลืมเลือน   บทนำ

    “‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ ข้าขอหย่ากับท่าน!” ‍หญิง‍สาว‍เหยียดยิ้ม มองสามีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นชา อดนึกย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อนไม่ได้‘‍ซู‍อี้‍หราน‍’ แต่งเข้า‍สกุล‍หลี่‍เป็น‍ฮู‍หยิน‍ของคุณชายสาม ‘‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍’ มาสามปีแล้ว ช่วงสามเดือนแรกพวกเราเป็นสามีภรรยาทั่วไป รักใคร่ปรองดองไม่มีเรื่องหมางใจ ทุกวันเต็มไปด้วยความสุข แต่หลังจากนั้นก็มีราชโองการให้เขาไปประจำการที่ชายแดนทางเหนือ เนื่องจากชนเผ่านอกด่านเริ่มแข็งข้อ ทำให้พวกเราต้องแยกจากกันทั้งที่พึ่งแต่งงานได้ไม่นานใครจะคิดว่าวันคืนที่‍ซู‍อี้‍หราน‍สวดภาวนาขอพระพุทธองค์ให้คุ้มครองเขา รอคอยการกลับมาของสามีด้วยความหวังจะกลับกลายเป็นฝันร้าย เพราะมีข่าวลือว่าฮ่องเต้จะพระราชทานสมรสให้เขากับ‍องค์หญิงใหญ่ ผู้เป็นธิดาองค์โปรดของพระองค์ ทั้งที่มีนางเป็น‍ฮู‍หยิน‍เอกอยู่แล้วเพราะฉะนั้นจึงมีทางรอดให้‍ซู‍อี้‍หราน‍เพียงทางเดียวก็คือนางยอมเป็น‍ฮู‍หยิน‍รองเพราะบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า แม้จะร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของ‍แคว้น‍จ้าว‍ แต่ก็ยังไม่อาจเทียบความสูงศักดิ์ของ‍เชื้อ‍พระ‍วงศ์‍ได้อยู่ดีซึ่งเรื่องทั้งหมด‍หญิง‍สาว‍เข้าใจแตกฉาน ไม่คิดโกรธเคืองท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status