Partager

บทที่ 1 งานมงคล

last update Date de publication: 2025-12-12 17:35:38

เมื่อย่างเข้าเดือนสิบเอ็ด อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้ว มีสายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านตลอดเวลาทำให้หนาวสะท้าน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อยเพราะทำใจลุกจากเตียงได้ยาก ยกเว้นจวนเดียวที่บรรยากาศครื้นเครง ใบหน้าทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มเร่งทำงานในมืออย่างกระฉับกระเฉง และสาเหตุก็เป็นเพราะคุณหนูเพียงหนึ่งเดียวจะออกเรือน ทั้งบ้านเจ้าบ่าวก็ไม่ได้เป็นเพียงคุณชายธรรมดาแต่เป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ที่สำคัญทั้งสองยังรักปักใจมาตั้งแต่เล็กจนเกิดเป็นงานมงคลในวันนี้

‍ซู‍อี้‍หราน‍ปล่อยให้สาวใช้ช่วยขัดสีฉวีวรรณอย่างอดทน แม้ใต้ตาจะคล้ำเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ทว่าดวงหน้ากลับ

เปล่งปลั่งเต็มไปด้วยความสุขเมื่อคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วยาม[1]สถานะของตนก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล เป็นเหตุให้เหล่าสาวใช้ที่มาช่วยแต่งตัวรู้สึกเอ็นดูอย่างอดไม่ได้ ทุ่มสุดความสามารถเพื่อให้คุณหนูงดงามที่สุดและมัดใจคุณชายสามหลี่ให้อยู่หมัด

จนกระทั่งผ่านไปสองชั่วยามการเตรียมตัวอันยาวนานก็เสร็จสิ้น เหลือเพียงประทินโฉมอีกเล็กน้อย ปักปิ่นและคลุมผ้าแดง

“หรานเอ๋อร์” ‘เจิ้งหว่านชิง’ เรียกหลานสาวเสียงอ่อนโยน

“ท่านย่า” เสียงหวานเรียกหาหญิงชราด้วยความดีใจ วันนี้เป็นวันสำคัญของนางจึงตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นการมีท่านย่าอยู่เคียงข้างจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับ‍ซู‍อี้‍หราน‍อย่างยิ่ง

“ไม่ต้องลุก ๆ ชุดของเจ้าน้ำหนักไม่ใช่น้อย เก็บแรงเอาไว้เถอะ” หญิงชราดันบ่าเล็กให้นั่งลงตามเดิม ก่อนจะมองไปที่คันฉ่องซึ่งกำลังสะท้อนใบหน้าของหลานสาวเพียงคนเดียว เป็นทายาทที่บุตรชายหลงเหลือไว้ก่อนจะจากไปพร้อมกับภรรยาเมื่อหลายปีก่อน “หรานเอ๋อร์ของย่างามนัก”

“แน่นอนอยู่แล้ว‍เจ้า‍ค่ะ‍ ท่านย่าของข้างดงามถึงเพียงนี้ หลานเช่นข้าจะขี้เหร่ได้อย่างไร” ‍หญิง‍สาว‍หัวเราะคิกคักชอบใจพร้อมกับประจบประแจงผู้เป็นย่าไปด้วย เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจาก

คนโดยรอบทันที

“แสบนักนะ” มือเหี่ยวย่นอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มของหลานสาวอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะนึกได้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เครื่องประทินโฉมที่แต่งมานานเปื้อนเอาได้

“ไม่เป็นไร‍เจ้า‍ค่ะ‍นายหญิง เติมนิดเติมหน่อยก็ได้แล้ว”

สาวใช้ชราเห็นสีหน้าของผู้เป็นนายจึงรีบอธิบาย ก่อนจะส่งสัญญาณให้สาวใช้เข้ามาดูความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง เพราะสำหรับ‍ฮู‍หยิน‍

ผู้เฒ่าซูแล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าหลานสาว ดังนั้นวันสำคัญจึงไม่ต้องการให้เกิดข้อบกพร่องแม้แต่น้อย

“ขอโทษนะหรานเอ๋อร์ ย่าลืมตัวไป”

“ไม่เป็นไร‍เจ้า‍ค่ะ‍ ถ้าท่านไม่ทำข้าจะน้อยใจมากกว่า ส่วนที่เลอะก็แค่เติมใหม่เท่านั้น อย่างไรก็เหลือเวลาอีกเยอะกว่าขบวนเจ้าบ่าวจะมา” ‍หญิง‍สาว‍วางมือทับมือของย่าเพื่อปลอบใจ

“เด็กดี ๆ” ‍ฮู‍หยิน‍ผู้เฒ่าซูพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อยู่ ๆ ก็กระบอกตาก็ร้อนผ่าว ลำคอตีบตันด้วยความรู้สึกมากมายถาโถม

เข้ามา

เด็กที่นางเห็นมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้เติบใหญ่จนโผบินจากอ้อมอกนางแล้ว ความผูกพันที่ถักทอจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปีไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำใจจากกันได้ง่าย ๆ แม้ว่าจะอยู่

เมืองหลวงเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็แต่งออกไปแล้วย่อมมีหน้าที่ของภรรยาและสะใภ้ที่พึงปฏิบัติต่อครอบครัวสามี

“จากนี้เจ้าต้อง...ดูแลตัวเองให้ดีนะ”

‍ซู‍อี้‍หราน‍หันไปมองใบหน้าของผู้เป็นย่า ก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยหยาดน้ำตาที่กำลังไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวย “‍เจ้า‍ค่ะ‍

ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี ไม่ทำให้ท่านย่าเป็นห่วง”

“อืม แล้วจำเอาไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นย่ากับปู่ของเจ้าอยู่ตรงนี้เสมอ มาหาพวกเราได้ทุกเมื่อ เข้าใจหรือไม่”

“‍เจ้า‍ค่ะ‍ อย่าบ่นรำคาญข้าก็แล้วกัน” ‍หญิง‍สาว‍พูดติดตลกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้ท่านย่าเศร้า

“หึ เจ้านี่นะ เอาเถอะวันมงคลเช่นนี้ไม่ควรเสียน้ำตาเลยจริง ๆ หรานเอ๋อร์นั่งลงเถอะเดี๋ยวย่าจะปักปิ่นให้”

ปกติขั้นตอนปักปิ่นหงส์จะเป็นหน้าที่ของมารดาผู้ให้กำเนิด ทว่ามารดาของ‍ซู‍อี้‍หราน‍จากไปตั้งแต่นางอายุได้เพียงห้าขวบ ตลอดมาจึงเป็นท่านย่าที่คอยดูแลมาตลอด เปรียบเสมือนมารดาอีกคนก็ไม่ผิดนัก

“ขออนุญาต‍เจ้า‍ค่ะ‍ ขบวนเจ้าบ่าวมาถึงแล้ว‍เจ้า‍ค่ะ‍” สาวใช้คนหนึ่งเข้ามารายงาน ทำให้บรรยากาศภายในเรือนหลังเล็กเปลี่ยนไปอีกครั้ง ทุกคนแตกตื่นเร่งตรวจสอบความเรียบร้อยของเจ้าสาวสุดชีวิต แม้แต่‍ฮู‍หยิน‍ผู้เฒ่าก็เกือบจะก้มลงไปปัดฝุ่นที่ชายกระโปรงให้หลานสาว ดีที่คนสนิทมือไวคว้าเอาไว้ทัน

“นายหญิง‍เจ้า‍คะ‍!?”

“ฮ่า ๆ ๆ ข้าลืมตัว” หญิงชราหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“เอาละถึงเวลาแล้ว ย่าจะคลุมผ้าให้เจ้า”

“ขอบคุณ‍เจ้า‍ค่ะ‍”

จากนั้นทิวทัศน์เบื้องหน้าก็กลายเป็นสีแดง บดบัง

การมองเห็นจนหมดสิ้น ดังนั้นระยะทางจากเรือนของนางไปยังหน้าจวนจึงต้องให้สาวใช้เป็นคนประคอง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาร่วมยินดี‍ซู‍อี้‍หราน‍คล้ายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเพราะอีกไม่กี่อึดใจนางก็จะกลายเป็น‍ฮู‍หยิน‍

ของเขาแล้ว

เจ้าสาวเดินมาถึงหน้าจวนตามฤกษ์ ก่อนจะถูกพาขึ้นเกี้ยวแปดคนหามเพื่อไปยังจวน‍สกุล‍หลี่‍ซึ่งตั้งอยู่เขตเมืองชั้นใน ต่างจากตระกูลซูที่เป็นตระกูลพ่อค้าจึงอยู่เขตเมืองชั้นกลาง แต่ถึงตระกูลซูจะเป็นตระกูลพ่อค้า ทว่าความมั่งคั่งกลับไม่น้อยหน้าขุนนางในเมืองหลวงเลย ทำให้ขบวนสินเดิมเจ้าสาวยาวเหยียดบอกถึงน้ำหนักในใจของนายท่านผู้เฒ่าซูที่มีต่อหลานสาว ไม่ว่าใครเห็นต่างก็อิจฉาคุณหนูซูที่ได้รับความรักและเอ็นดู มีสินเดิมมากมายขนาดนี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าบ้านสามีจะปฏิบัติต่อนางไม่ดี

‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍เหลือบมองเกี้ยวด้านหลังด้วยหัวใจพองโต ตั้งแต่หกปีก่อนที่พวกเราเจอกันโดยบังเอิญ เขาก็รัก

ปักใจ‍ซู‍อี้‍หราน‍มาโดยตลอด แม้ว่าชนชั้นจะต่างกันก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาแม้แต่น้อย พยายามขอร้องบิดาเพื่อให้ได้แต่งกับนางในดวงใจ ซึ่ง‍นาย‍ท่าน‍หลี่‍ก็ยอมอนุญาตและจัดการขอหมั้นหมายจอง‍ซู‍อี้‍หราน‍เอาไว้

‍นาย‍ท่าน‍หลี่‍มองว่า‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍เป็นคุณชายสามแห่งตระกูลหลี่ ดังนั้นการเลือกคู่ครองจึงไม่ต้องเคร่งครัดมากเท่ากับบุตรชายคนโตที่จะเป็นผู้นำตระกูลคนถัดไป ขอแค่ฐานะดีหน่อยก็เพียงพอซึ่งตระกูลซูก็ตอบโจทย์ตรงนี้ ไหนจะความมั่งคั่งที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นทรัพย์สมบัติของตระกูลซูจะไปอยู่ที่ใครหากไม่ใช่หลานสาวเพียงคนเดียวอย่าง‍ซู‍อี้‍หราน‍ ด้วยเหตุนี้การแต่งงานของ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍กับ‍ซู‍อี้‍หราน‍จึงราบรื่น ทุกคนต่างยินดีและมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าตลอดทั้งงาน

พิธีการผ่านไปอย่างเชื่องช้า แม้จะเป็นแค่การทำตามที่

แม่สื่อบอก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากินพลังของ‍ซู‍อี้‍หราน‍ไปมากโข โดยเฉพาะน้ำหนักของชุดและเครื่องประดับที่นางต้องแบกเอาไว้

ทั้งการตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่ฟ้าสาง ดังนั้นทันทีที่ถูกพาเข้าไปนั่งรอเจ้าบ่าวในห้องหอ ร่างบอบบางก็แทบจะทิ้งตัวลงนอนหากว่าสาวใช้คนสนิทไม่ห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ห้ามนอนนะ‍เจ้า‍คะ‍คุณหนู!” ‍เถียน‍เถียน‍ร้องห้ามเสียงหลง รีบพุ่งเข้ามาฉุดร่างของเจ้านายเอาไว้ เมื่อครู่แม่สื่อก็กำชับไว้แล้วว่าให้นั่งรอเจ้าบ่าวอยู่ในนี้อย่างสงบเสงี่ยม แต่ละสายตาไม่ทันไรคุณหนูของนางก็ไม่ฟังเสียแล้ว

“...ก็ข้าเหนื่อย”

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่‍เจ้า‍คะ‍ เดี๋ยวข้าจะไปขอแบ่งซาลาเปาจากโรงครัวสักหน่อย ให้ท่านเติมพลังระหว่างรอคุณชายสาม” ‍เถียน‍เถียน‍เสนอ

‍ซู‍อี้‍หราน‍คิดตามที่สาวใช้พูด นางไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้าแต่ไม่รู้สึกหิวแม้แต่น้อย และที่สำคัญกลัวว่าเมื่อถึงเวลาเข้าหอจะ...ไม่สวย

“แค่น้ำชาก็พอแล้ว”

“‍เจ้า‍ค่ะ‍ คุณหนูรอสักครู่”

‍ซู‍อี้‍หราน‍จิบชาได้เพียงอึกเดียว ด้านหน้าเรือนก็มีความเคลื่อนไหว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเจ้าบ่าวจะเดินเข้ามา ‍หญิง‍สาว‍จึงกระวีกระวาดหยิบผ้าคลุมมาคลุมหน้าเอาไว้ตามเดิมพร้อมกับ‍เถียน‍เถียน‍ที่พยายามทำตัวเล็ก ๆ เดินออกไปอย่างรู้งาน

“...” เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที เป็นเหตุให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงมากขึ้น จนกระทั่งเห็นปลายเท้าของเขามาหยุดอยู่ตรงหน้า “หรานเอ๋อร์...”

เสียงทุ้มเรียกสตรีตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น และเชื่อว่าไม่ใช่มีแค่เขาที่รู้สึกเช่นนั้น แม้จะไม่ได้แนบชิดกัน แต่‍

หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍เป็นวรยุทธ์จึงได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวของนางที่ไม่ต่างจากตน ใบหน้าหล่อเหลาจึงคลี่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะจัดการ

ผ้าคลุมสีแดงที่เป็นอุปสรรคทำให้เขาไม่อาจมองใบหน้างามของภรรยาได้

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อย ๆ ช้อนตามองสามีและคลี่ยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่วัยเยาว์ย่อมมีความคุ้นเคยกันอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้สถานะได้เปลี่ยนไปแล้วจึงเกิดความขัดเขินทำตัวไม่ถูก

“หิวหรือไม่” ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍พูดขึ้นทำลายความเงียบ

“...ไม่‍เจ้า‍ค่ะ‍ แล้วท่านพี่ละ‍เจ้า‍คะ‍”

‍ชาย‍หนุ่ม‍พยายามข่มความตื่นเต้นเพื่อแสดงภาพลักษณ์นิ่งขรึม เพื่อไม่ให้ระหว่างเราขัดเขินไปมากกว่านี้ ตั้งใจว่าจะค่อยเป็นค่อยไปเพราะคืนนี้ยังอีกยาวไกล ทว่าหลังจากได้ยินเสียงหวานเรียก ‘ท่านพี่’ ความตั้งใจนั้นก็พังทลายลงทันที

“อ๊ะ!” ร่างบอบบางถูกผลักให้นอนราบลงก่อนที่ริมฝีปากจะถูกครอบครองด้วยฝีมือของคนบนร่างโดยที่‍ซู‍อี้‍หราน‍ไม่ทันตั้งตัว ความแปลกใหม่ที่ได้รับทำให้นางทำตัวไม่ถูก แต่ก็รู้สึกดีเกินกว่าจะผลักไส ดังนั้นจึงปล่อยเลยตามเลยให้สามีเป็นคนชักนำ

ก่อนที่เวลาต่อมานางจะรู้ตัวว่าเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ขอร้องเสียงพร่าให้สามีเห็นใจให้นางได้พักบ้าง ร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงแต่‍ชาย‍หนุ่ม‍ก็ยังไร้ปรานีตักตวงความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจและไม่รู้เบื่อ จนกระทั่ง‍ซู‍อี้‍หราน‍ไม่อาจทนไหวจึงผล็อยหลับไปทั้งที่

เจ้าสิ่งนั้นยังคงคาเอาไว้อยู่ในร่างกาย

ค่ำคืนอันยาวนานได้จบลงแล้ว แต่ไม่ทันไรก็ถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ‍ซู‍อี้‍หราน‍มั่นใจว่าพึ่งได้นอนไม่ถึงสองชั่วยาม แต่เมื่อนึกถึงว่าวันนี้ต้องยกน้ำชาให้กับครอบครัวสามี ต่อให้ง่วงและเมื่อยมากแค่ไหนก็ต้องงัดตัวเองออกจากเตียงให้ได้ ทว่าตัวต้นเหตุที่ทำให้นางนอนน้อยกลับไม่ให้ความร่วมมือ

“ยังไม่เช้าเลย หรานเอ๋อร์นอนต่อเถอะ” ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍รู้สึกว่าร่างบอบบางในอ้อมกอดขยับยุกยิกไปมา จึงกระชับอ้อมแขนบังคับให้นางนอนพัก

“มะ...ไม่ได้‍เจ้า‍ค่ะ‍ พวกเราต้องไปยกน้ำชา” ดวงตากลมโตเสมองไปทางอื่นเมื่อเบื้องหน้าเป็นอกแกร่ง “ปล่อยก่อน‍เจ้า‍ค่ะ‍

ข้าต้องเตรียมตัว”

“...อื้อ” ‍ชาย‍หนุ่ม‍ยังคงดื้อรั้น

“นะ‍เจ้า‍คะ‍...ท่านพี่” นางขอร้องเสียวหวาน แม้จะรู้ว่ามันเสี่ยงที่นางจะต้องเหนื่อยอีกรอบ แต่นอกจากวิธีนี้‍ซู‍อี้‍หราน‍ก็นึกไม่ออก

ซึ่งมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี จากที่งัวเงียไม่อยากตื่น ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ก็ตื่นเต็มตาพร้อมกับเจ้าสิ่งนั้น ดังนั้นพิธียกน้ำชา

เช้านี้จึงถูกเลื่อนออกไปเล็กน้อย และแน่นอนว่าทุกคนต่างเข้าใจดีเพราะเป็นเรื่องธรรมดาของบ่าวสาว และสะใภ้คนนี้ก็เป็นที่รักและเอ็นดูของคน‍สกุล‍หลี่‍ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามจึงไม่มีใครกล้าตำหนิแม้แต่ครึ่งคำโดยเฉพาะเมื่อเห็นของขวัญที่สะใภ้สามมอบให้

แม้จะผ่านวันมงคลไปแล้ว ทว่ากลิ่นอายมงคลและความสุขก็ยังคงอบอวลอยู่ ในทุกวัน‍ซู‍อี้‍หราน‍จะตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของสามีและเห็นใบหน้าของเขาเป็นคนแรกเสมอ วันคืนผ่านไปอย่าง

ชื่นมื่นราวกับล่องลอยอยู่ในห้วงฝัน และนางยินดีอย่างยิ่งที่ความฝันนี้จะอยู่กับนางไปอีกนานแสนนานและไม่ขอตื่นจากมันไปชั่วชีวิต

แต่ชีวิตคนเราไหนเลยจะราบรื่นเช่นนั้น ผ่านไปเพียงสามเดือนก็มีราชโองการให้แม่ทัพ‍สกุล‍หลี่‍บัญชาการทหารจำนวนห้าพันนาย มุ่งหน้าขึ้นเหนือเพื่อไปประจำการที่ชายแดนเหนือ จัดการพวกชนเผ่านอกด่านที่กระด้างกระเดื่อง

ดังนั้นพี่ใหญ่อย่าง ‘หลี่เจี้ยนหลง’ และ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍จึงต้องกรีธาทัพขึ้นไปยังชายแดนเหนือเพื่อจัดการให้สิ้นซากตามพระบัญชา ต่อให้ในใจของ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍จะไม่ยินยอม เพราะพึ่งแต่งงานได้ไม่นานก็ไม่สามารถทำได้ในเมื่อเป็นราชโองการ

“ข้าจะเขียนจดหมายไปหาท่านบ่อย ๆ ‍เจ้า‍ค่ะ‍” ‍

ซู‍อี้‍หราน‍ยิ้มทั้งน้ำตา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

ไม่ต่างจาก‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ที่พยายามจดจำใบหน้างดงามของภรรยาให้มากที่สุด จากกันวันนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พวกเราจะได้เจอกันอีก

“รอพี่ พี่จะรีบกลับมา” ‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ให้คำมั่นก่อนจะกระโดดควบม้าไป

‍หญิง‍สาว‍มองแผ่นหลังสามีจนลับสายตา ก่อนจะประคองแม่สามีเข้าไปพักด้านใน

[1] 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • แรกรักยากลืมเลือน   บทที่ 2 การรอคอย

    ‍สกุล‍หลี่‍เป็นตระกูลเก่าแก่ของ‍แคว้น‍จ้าว‍ ในทุกรุ่นจะให้กำเนิดแม่ทัพเลื่องชื่อทั้งนั้น ทำให้แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบหนึ่งร้อยปี ‍สกุล‍หลี่‍ก็ยังคงเรืองอำนาจและสืบทอดตำแหน่งแม่ทัพมาตลอด กอปรกับความจงรักภักดีและรู้ว่าควรทำเช่นไรถึงไม่โดดเด่นจนเกิดความระแวง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และแน่นอนว่าอำนาจและเงินตราเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ ดังนั้นชนชั้นสูงในเมืองหลวงจึงอยากสานสัมพันธ์กับตระกูลหลี่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบัน‍สกุล‍หลี่‍มีทายาทค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ตระกูลอื่น เพราะอดีตแม่ทัพใหญ่หรือ‍นาย‍ท่าน‍หลี่‍มีบุตรชายทั้งหมดสามคนบุตรสาวหนึ่งคน บุตรชายคนโต คนที่สามและบุตรสาวเกิดจากภรรยาเอก ส่วนบุตรชายคนรองเกิดจากอนุที่ได้รับพระราชทานมาจากฝ่าบาทพระองค์ก่อนถึงจะมีน้อยทว่าแต่ละคนก็มีความสามารถโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบุตรชายคนโตที่เก่งกาจทั้งบู๊และบุ๋น ดังนั้นเขาจึงวางใจลงจากตำแหน่งให้บุตรชายสานต่อ ส่วนตัวเองก็ถอยไปเป็นเบื้องหลังคอยปูทางให้บุตรชายได้ขึ้นไปเป็นผู้นำตระกูลอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะสหายที่คบหา หรือภรรยาที่ตบแต่งล้วนผ่านการคิดมาอย่างดี

  • แรกรักยากลืมเลือน   บทที่ 1 งานมงคล

    เมื่อย่างเข้าเดือนสิบเอ็ด อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้ว มีสายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านตลอดเวลาทำให้หนาวสะท้าน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อยเพราะทำใจลุกจากเตียงได้ยาก ยกเว้นจวนเดียวที่บรรยากาศครื้นเครง ใบหน้าทุกคนต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มเร่งทำงานในมืออย่างกระฉับกระเฉง และสาเหตุก็เป็นเพราะคุณหนูเพียงหนึ่งเดียวจะออกเรือน ทั้งบ้านเจ้าบ่าวก็ไม่ได้เป็นเพียงคุณชายธรรมดาแต่เป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ที่สำคัญทั้งสองยังรักปักใจมาตั้งแต่เล็กจนเกิดเป็นงานมงคลในวันนี้‍ซู‍อี้‍หราน‍ปล่อยให้สาวใช้ช่วยขัดสีฉวีวรรณอย่างอดทน แม้ใต้ตาจะคล้ำเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ทว่าดวงหน้ากลับ เปล่งปลั่งเต็มไปด้วยความสุขเมื่อคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วยาม[1]สถานะของตนก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล เป็นเหตุให้เหล่าสาวใช้ที่มาช่วยแต่งตัวรู้สึกเอ็นดูอย่างอดไม่ได้ ทุ่มสุดความสามารถเพื่อให้คุณหนูงดงามที่สุดและมัดใจคุณชายสามหลี่ให้อยู่หมัดจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วยามการเตรียมตัวอันยาวนานก็เสร็จสิ้น เหลือเพียงประทินโฉมอีกเล็กน้อย ปักปิ่นและคลุมผ้าแดง“หรานเอ๋อร์” ‘เจิ้งหว่านชิง’ เรียกหลานสาวเสียงอ่อนโยน“ท่านย่า”

  • แรกรักยากลืมเลือน   บทนำ

    “‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍ ข้าขอหย่ากับท่าน!” ‍หญิง‍สาว‍เหยียดยิ้ม มองสามีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นชา อดนึกย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อนไม่ได้‘‍ซู‍อี้‍หราน‍’ แต่งเข้า‍สกุล‍หลี่‍เป็น‍ฮู‍หยิน‍ของคุณชายสาม ‘‍หลี่‍เจี้ยน‍หัว‍’ มาสามปีแล้ว ช่วงสามเดือนแรกพวกเราเป็นสามีภรรยาทั่วไป รักใคร่ปรองดองไม่มีเรื่องหมางใจ ทุกวันเต็มไปด้วยความสุข แต่หลังจากนั้นก็มีราชโองการให้เขาไปประจำการที่ชายแดนทางเหนือ เนื่องจากชนเผ่านอกด่านเริ่มแข็งข้อ ทำให้พวกเราต้องแยกจากกันทั้งที่พึ่งแต่งงานได้ไม่นานใครจะคิดว่าวันคืนที่‍ซู‍อี้‍หราน‍สวดภาวนาขอพระพุทธองค์ให้คุ้มครองเขา รอคอยการกลับมาของสามีด้วยความหวังจะกลับกลายเป็นฝันร้าย เพราะมีข่าวลือว่าฮ่องเต้จะพระราชทานสมรสให้เขากับ‍องค์หญิงใหญ่ ผู้เป็นธิดาองค์โปรดของพระองค์ ทั้งที่มีนางเป็น‍ฮู‍หยิน‍เอกอยู่แล้วเพราะฉะนั้นจึงมีทางรอดให้‍ซู‍อี้‍หราน‍เพียงทางเดียวก็คือนางยอมเป็น‍ฮู‍หยิน‍รองเพราะบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า แม้จะร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของ‍แคว้น‍จ้าว‍ แต่ก็ยังไม่อาจเทียบความสูงศักดิ์ของ‍เชื้อ‍พระ‍วงศ์‍ได้อยู่ดีซึ่งเรื่องทั้งหมด‍หญิง‍สาว‍เข้าใจแตกฉาน ไม่คิดโกรธเคืองท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status