สะใภ้รองสกุลซ่งผู้ถูกบิดาสามีชิงชัง

สะใภ้รองสกุลซ่งผู้ถูกบิดาสามีชิงชัง

last updateDernière mise à jour : 2025-06-29
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
8
2 Notes. 2 commentaires
91Chapitres
7.7KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

จากท่านหญิงสูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นเด็กสาวบ้านป่าฐานะยากจนแถมยังเป็นกำพร้า แรกเริ่มหลัวจืออจื่อที่มาเกิดใหม่ในร่างของหลินหลีฮวาก็คิดว่าตนเองจะใช้ชีวิตให้ดีไม่คิดว่าสุดท้ายพอนางตัดสินใจแต่งงานจะพบหายนะ!

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ||จุดจบของท่านหญิงหลัวจือจื่อ

 

แสงอาทิตย์ยามอัสดงทอดยาวเหนือแนวเขา ดุจม่านสุดท้ายของโชคชะตาลาลับขอบฟ้า ขบวนทูตจากเผ่าเจียงเคลื่อนผ่านผืนป่าเข้าสู่เขตชายแดนแคว้นต้าฉู่ อาภรณ์สีสด พู่ธงไหวลู่ตามลม ราวกับเป็นขบวนเกียรติยศ

หากแท้จริงแล้ว ภายนอกที่ผู้คนรู้คือเผ่าเจียงส่งท่านหญิงหลัวจือจื่อบุตรสาวคนโตของทู่ป๋าอ๋องเผ่าเจียงมาเป็นทูตสันถวไมตรี ทว่าภารกิจลับคือการส่งตัว หลัวจือจื่อ ไปอภิเษกกับ ไท่จื่อจ้าวจื่อหาน องค์รัชทายาทของต้าฉู่ เพื่อสานพันธไมตรีลับระหว่างสองดินแดนตามข้อตกลงทางการทหารของไท่หมิงฮ่องเต้กับทู่ปาอ๋องหลัวเจิงหนาน

แต่นี่คือสิ่งที่ราชสำนักบางฝ่ายไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะ องค์ชายสาม จ้าวจื่อเฉิน ผู้มองการแต่งงานนี้เป็นภัยอำนาจโดยตรงของตนเอง

เขาจึงส่งมือสังหารฝีมือฉกาจในคราบ “โจรป่า” ซุ่มดัก ณ เส้นทางลับ หวังสังหารหลัวจือจื่อตั้งแต่ก่อนนางจะข้ามพรมแดน

เสียงฝีเท้าม้ากระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง สะเทือนจนฝุ่นปลิวว่อน เงาดำมากมายพุ่งออกจากแนวไม้หนาทึบ ประกายดวงตาแต่ละคู่ฉายแววกระหายเลือด เหล็กในมือพวกมันส่องแสงเย็นเฉียบยามกระทบแสงสุดท้ายของวัน

"ศัตรู! ปกป้องท่านหญิง!!"

เสียงตะโกนขององครักษ์ดังลั่น พวกเขาชักดาบออกจากฝัก โลหะปะทะกันดังกึกก้อง เสียงลมหายใจขาดห้วง เสียงเลือดพุ่งสาด ดังก้องแทนบทเพลงอำลาชีวิต

ในขบวนรถม้า หลัวจือจื่อ ท่านหญิงวัยเพิ่งจะครบสิบห้าปี เข้าสู่วัยแรกรุ่นเบิกตากว้าง นางสัมผัสถึงคลื่นอันตรายที่ซัดเข้าหัวใจราวพายุพัด นางไม่เคยคาดคิดว่าวันที่ควรเป็นการเริ่มต้นของชีวิตแต่งงาน จะกลายเป็นจุดจบของการมีชีวิต

แต่…นางไม่ใช่เด็กสาวผู้อ่อนแอ

หลัวจือจื่อ ผู้เคยดื้อดึงตามท่านอาออกศึกตั้งแต่ยังเยาว์ แม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมรบอย่างเปิดเผย แต่นางกลับเรียนรู้การต่อสู้จากข้างสนาม และฝึกเพลงกระบี่ พระจันทร์คู่ เพลงกระบี่ที่มีเพียงทหารม้าเกราะเหล็กของเผ่าเจียงเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้ฝึกฝนได้ นางก็จนช่ำชอง เป็นดั่งจันทราทรงพลังคู่หนึ่งในเงามืดของสงคราม

นางกระชากดาบคู่จากข้างเอว ร่างบางกระโจนลงจากรถม้าอย่างสง่างาม เงาดาบในมือนางวูบไหวดั่งแสงจันทร์เฉือนเมฆ หมุนฟันเข้าใส่ศัตรูอย่างแม่นยำ

ฉัวะ!

ดาบซ้ายเฉือนไหล่ ดาบขวาตวัดกรีดเอ็นข้อมือของอีกคน เสียงร้องโหยหวนดังลั่น เลือดสาดกระเซ็นเปื้อนอาภรณ์สีขาวจนย้อมแดง

นางกัดฟันแน่น แม้หัวใจจะเต้นระรัว แต่มือไม่สั่น ความกลัวถูกกลบด้วยความตั้งใจแน่วแน่

"เจ้าจะฝึกกระบี่เพื่ออะไร…ในเมื่อสุดท้ายก็ยังเป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็กๆ คิดว่าจะรอดไปได้หรือ เพ้อฝันเสียจริง!"

เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากเงามืด หัวหน้าโจร ในชุดดำสนิทก้าวออกมาช้าๆ แววตาของมันไร้ความปรานี ดาบในมือเคลือบประกายสีเขียวคล้ำวาววับกลิ่นของ “พิษ” ร้ายลอยแตะปลายจมูก

หลัวจือจื่อรู้ทันที…มันไม่ใช่ศัตรูธรรมดาเสียแล้ว

นางพุ่งเข้าใส่ด้วยกระบี่คู่ โจมตีเป็นจังหวะรวดเร็ว ราวระบำแห่งดวงจันทร์ ทั้งอ่อนช้อยและแม่นยำ แต่ดาบของมันกลับรับไว้ได้ทั้งหมด ด้วยพลังที่ไม่สมควรเป็นของมนุษย์

และในจังหวะหนึ่ง…เพียงครึ่งกระพริบตา

ฉึก!

กระบี่ซ้ายในมือนางหลุดจากการควบคุม ร่างของนางชะงักไปทั้งร่าง บาดแผลเล็กๆ ที่ต้นแขนลึกเพียงปลายมีด แต่กลับแล่นความเจ็บจนถึงไขสันหลัง ดวงตาของนางเบิกกว้างเมื่อรู้สึกถึงพิษที่ไหลผ่านกระแสเลือด

มือเริ่มสั่น ความร้อนแผ่ซ่านจากภายในสู่ภายนอก

องครักษ์ของนางร่วงลงไปทีละคนถูกหั่น ถูกเฉือน ร่างแหลกเหลวไร้ชิ้นดี เสียงของพวกเขากลายเป็นเสียงร้องขอชีวิตสุดท้ายก่อนจะเงียบงัน

"ท่านหญิง! หนี…"

เสียงสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อดาบของโจรตวัดเฉือนกลางร่างขององครักษ์ผู้ภักดี ร่างนั้นทรุดลงกับพื้น มือที่ยื่นมาหานางสั่นเทา ก่อนจะหยุดนิ่งตลอดกาล

นางกู่ร้องอย่างโกรธเกรี้ยว พุ่งเข้าหาหัวหน้าโจรในความมืดอีกครั้ง แม้ร่างจะอ่อนแรง แม้พิษจะแล่นไปทั่วกาย

แต่…

ฉึก!

ดาบของมันเสียบทะลุร่างของนางอย่างโหดเหี้ยม ความเจ็บแล่นพล่านเกินทานทน เลือดไหลทะลักจากปากแผล ดวงตาของนางพร่าเลือน

ก่อนสติจะดับลง ภาพสุดท้ายที่เห็น…

คือ ชายในอาภรณ์สีแดงเข้มโดดเด่นท่ามกลางแสงจันทร์ เขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ด้วยอาชาตัวใหญ่กับคนติดตามกลุ่มหนึ่ง

ใคร…กัน?

แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงพร้อมชื่อของนาง ที่เริ่มถูกลืมเลือนจากประวัติศาสตร์ของเผ่าเจียงในวินาทีนั้น…

เสียงฝีเท้าม้าดังสนั่น พัดฝุ่นแดงฟุ้งขึ้นทั่วแนวป่าลำแสงสุดท้ายของอาทิตย์จางหายแทนที่ด้วยแสงจันทร์คืนเพ็ญตกกระทบกับชายอาภรณ์แดงเข้มที่สะบัดไหวกลางสายลม

ราวกับเลือดที่ยังไม่แห้งบนผืนผ้าใบของสนามรบ

ซ่งไป๋เซียว ปรากฏตัวขี่ม้าดำทะมึน มือข้างหนึ่งจับกระบี่ยาวที่บรรจงสวมปลอกไว้แน่น กระบี่เล่มนั้นคือนามแห่งตำนานของ จ้งฉี หน่วยองครักษ์ลับของไท่หมิงฮ่องเต้แห่งต้าฉู่!

-กระบี่แสงเมฆา-

อาวุธประจำตัวที่มีเพียงองครักษ์ระดับสูงขั้นสองขึ้นไปซึ่งผ่านการคัดเลือกหน้าพระที่นั่งเท่านั้นจะครอบครองได้

เขาคือหัวหน่วยจ้งฉีที่ไท่หมิงฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยที่สุดคือมือขวาของไท่จื่อจ้าวจื่อหาน

และคือผู้ที่ได้รับคำสั่งเร่งด่วนให้ รีบเดินทางปกป้องหลัวจือจื่อ ไม่ว่าแลกด้วยสิ่งใด!

"นายท่าน! ทางนี้ขอรับ!! "

เสียงของ หลินลู่เฟย ดังขึ้นนำทางเข้าไปกลางป่าลึก

เมื่อกลุ่มจ้งฉีทั้งแปดนายควบม้าผ่านแนวไม้รกทึบเข้าสู่ลานโล่งสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือ…

นรกบนดิน

ซ่งไป๋เซียวกระตุกบังเหียนม้าจนหยุดนิ่งทันที ดวงตาคมใต้คิ้วเข้มเบิกกว้างน้อย ๆ

ท่ามกลางหมอกเลือดคละคลุ้งศพของขบวนทูตจากเผ่าเจียงนอนเกลื่อนกลาดหญิงสาวในชุด ขาวปัดลวดลายสีทองนอนแน่นิ่งอยู่กลางวงศพองครักษ์ของเผ่าเจียง

..เขามาช้าไปจริง ๆ

หลินลู่เฟยกัดฟันแน่น

"บัดซบ... เรามาช้าไป!"

ซ่งไป๋เซียวไม่พูดสิ่งใด แต่กระบี่แสงเมฆาในมือถูกชักออกอย่างเงียบงันเสียงของโลหะขัดผ่านปลอกดาบ ดังต่ำจนลมหายใจของเหล่าศัตรูสะดุด

"พวกมันยังอยู่! รีบจับกุมพวกมันให้ได้ ข้าต้องการรู้ว่าคือผู้ใดคิดสังหารท่านหญิงทูตจากเผ่าเจียง!"

กลุ่มโจรซึ่งแท้จริงคือมือสังหารขององค์ชายสาม ยังไม่ทันหลบหนี ก็ต้องเผชิญกับจ้งฉีทั้งแปดนายการประทะเริ่มต้นทันทีเสียงดาบฟาดฟันกระหน่ำเหมือนพายุฤดูเหมันต์ เลือดสาดกระเซ็นราวสายฝน ฝีเท้าม้ากระแทกพื้นจนดินกระจาย

ซ่งไป๋เซียวเคลื่อนไหวเร็วราวสายลม กระบี่แสงเมฆาในมือเขาตวัดออกในทุกจังหวะที่แม่นยำ ร่างของศัตรูร่วงลงทีละคน...ทีละคน จนเหลือเอาไว้สอบสวนเพียงห้าชีวิต

เมื่อศึกสงบ ซ่งไป๋เซียวเป็นผู้รีบเข้าไปตรวจดูร่างของท่านหญิงหลัวอจื่อในจังหวะนั้นเอง...

หนึ่งในโจรที่แสร้งทำเป็นตายก็พุ่งตัวขึ้นมาพร้อมดาบที่เคลือบยาพิษ

ฉึก!!!

ดาบเล่มนั้นพุ่งตรงไปที่กลางหลังของซ่งไป๋เซียวแต่ หลินลู่เฟย เห็นเข้าเสียก่อนจึงพุ่งร่างเข้ารับดาบนั้นไว้แทน

เลือดสีแดงฉานทะลักจากร่างที่เคยยืนหยัดเคียงข้างเขาทุกสนามรบมาตลอดสองปีเศษ

"อาลู่!!! "

ซ่งไป๋เซียวประคองร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน ทั้งโลกในยามนี้เหมือนหยุดนิ่ง

ไม่มีเสียงกระบี่…

ไม่มีเสียงลม…

มีเพียงลมหายใจสุดท้ายของสหายรัก…

"นายท่าน…" หลินลู่เฟยฝืนพูดทั้งที่เลือดไหลไม่หยุด เขายังมีห่วง

"ข้า…ยังไม่ได้บอกลาท่านย่ากับน้องสาว…"

ดวงตาเขาแผ่วเบา แต่แววแน่วแน่

"ขอ…นายท่าน…พาเถ้ากระดูกข้ากลับบ้านที… ขอนายท่านนำเงินที่ข้าจะได้…ไปมอบให้…อาหลี…น้อย…ฝาก…"

ซ่งไป๋เซียวกัดฟันแน่นจนเลือดซึมที่ริมฝีปาก

"ข้าสาบาน…จะพาเจ้ากลับบ้านด้วยมือของข้าเอง ข้าจะนำเงินและสิ่งที่เจ้าสมควรได้ไปมอบให้ท่านย่ากับน้องสาวของเจ้าเอง!"

ลู่เฟยยิ้มออกมาทั้งที่น้ำตาไหล เขาพยายามจะพูดบางสิ่งแต่ สุดท้ายเขาก็จากไปในอ้อมแขนของซ่งไป๋เซียวทั้งที่ดวงตามิอาจปิดลง!…

แสดงให้เห็นว่าผู้ตายคงมีบางสิ่งที่เขายากจะปล่อยวาง ไป๋เซียวเจ็บปวดนัก!

หลังจากนั้นซ่งไป๋เซียวเดินไปยังร่างของหลัวจือจื่อที่ไร้ลมหายใจชุดขาวของนางเปรอะเปื้อนเลือดทั่วร่าง กระบี่พระจันทร์คู่วางตกอยู่ข้างมือเล็กที่เย็นเฉียบบอกได้ว่าเด็กสาวก็นับเป็นนักรบคนหนึ่งของเผ่าเจียง

เขาทรุดตัวลงเงียบ ๆ มือที่ฆ่าคนนับร้อยในสนามรบ กลับสั่นเล็กน้อยขณะเอื้อมไปปิดเปลือกตาของนาง

"ข้ามาช้า...เพียงก้าวเดียว…"เสียงเขาเบาจนแทบเป็นเสียงลม วันนี้เขาสูญเสียมากไปแล้ว

"แม้จะเป็นคำสั่งจากฮ่องเต้...แม้จะเป็นความหวังของไท่จื่อ…แต่ข้าก็ยัง…ช่วยท่านหญิงเอาไว้ไม่ได้"

เขาหลับตาลงชั่วครู่และพูดกับลมหายใจสุดท้ายของเธอว่า

"ชาติหน้า…หากท่านหญิงได้เกิดใหม่…ข้าจะไม่ยอมให้ใครพรากลมหายใจของท่านไปอีกแน่!"

สายลมยามราตรีพัดผ่านชายอาภรณ์สีแดงเข้มของเขาสะบัดพลิ้วอยู่ใต้แสงจันทร์ ราวกับเปลวเพลิงที่เงียบงัน แต่ยังคงลุกไหม้ไม่สิ้นสุด

…ก่อนที่ซ่งไป๋เซียวจะเอื้อมมือปิดเปลือกตาของนางสายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเครื่อประดับเล็ก ๆ

ที่ตกอยู่ใกล้ตัวของท่านหญิงตัวน้อยปิ่นหยกจันทรา ซึ่งหักครึ่งหนึ่งเขารู้ทันทีว่านี่คือเครื่องหมายประจำตระกูลของเผ่าเจียง เป็นของสำคัญของผู้มีสายเลือดราชวงศ์

เขานิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นควัก ผ้าแพรสีแดงเข้มที่ปักตรากิเลนเพลิงแห่งจ้งฉี

ออกมาจากอกเสื้อ และพันครึ่งหนึ่งของปิ่นหยกไว้อย่างแน่นหนาเขาวางมันแนบไว้ในอุ้งมือของหลัวจือจื่อเอาไว้

ราวกับฝากคำสัญญาอะไรบางอย่างไว้กับนาง

"ข้าไม่เชื่อในปาฏิหาริย์"

เสียงของเขาแหบพร่าต่ำ

"แต่หากสวรรค์ยังมีเมตตา หากท่านมีชาติหน้ายังได้เกิดใหม่ ขอให้ท่านจงรู้เอาไว้ ข้าผิดต่อท่านที่มาช้าไป หากชาติได้พวกเราได้พบกัน ข้าสัญญาจะปกป้องท่านให้ดี"

ปลายนิ้วเขาสัมผัสแผ่วเบาบนหลังมือนาง เป็นสัมผัสสุดท้ายที่เย็นเฉียบก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและหันหลังให้นางพร้อมคำสั่งให้คนของตนเองจัดการศพของท่านหญิงให้ดีเตรียมส่งกลับเผ่าเจียง เขาตรงไปอุ้มร่างของหลินลู่เฟยขึ้นหลังม้าเตรียมพาสหายร่วมรบไปทำพิธีเผาเพื่อจะนำเถ้ากระดูกกลับไปส่งให้กับครอบครัวของเขาที่คงเฝ้ารออยู่…

ม่านราตรีคลี่คลุมผืนป่า เสียงลมพัดแผ่วผ่านชายอาภรณ์สีแดงเข้มของซ่งไป๋เซียวสะบัดในเงามืด

ละลายหายไปในม่านเงาแห่งราตรี…ทว่าในแววตาเย็นชาคู่นั้นกลับมีร่องรอยของคำว่า เสียใจอย่างสุดซึ้งปราก

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Triple Great
Triple Great
ตอนที่2ถ้ายังแก้ไขได้ก็กลับไปแก้ด้วย เหมือนก๊อปมาจากกูเกิล
2026-02-08 15:54:27
0
0
Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
เนื้อเรื่องสนุกมาก ถ้าไม่ติดตรงตอนที่2ไม่แก้ไข ก้ข้ามตอนไปเลยคะ
2026-07-19 15:17:22
0
0
91
ตอนที่ 1||อดีตยังตามหลอกหลอนข้ามิจาง
ตอนที่ 1||อดีตยังตามหลอกหลอนข้ามิจางเปรี้ยง!เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้อง ราวกับต้องการปลุกทุกสรรพสิ่งให้ตื่นจากความเงียบงันร่างบอบบางของเด็กสาววัยสิบสามปีสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายอย่างรุนแรง ลมหายใจของนางหนักหน่วงราวกับเพิ่งถูกฉุดขึ้นมาจากห้วงน้ำลึก ดวงตาเรียวรีดั่งนัยน์ตาหงส์เบิกกว้าง ก่อนจะกะพริบถี่เพราะยังคงสับสนระหว่างความจริงและภาพฝันอันเลือนรางฝันนั้นอีกแล้ว...ความทรงจำจากอดีตก่อนตายไหลทะลักเข้ามาอีกครั้งเสียงดาบปะทะ เสียงกรีดร้อง การสังหาร และกลิ่นเลือดที่ยังคงคละคลุ้งในสำนึก ราวกับจะไม่มีวันจางหายนางพยายามสะบัดศีรษะ ไล่ภาพอันโหดร้ายเหล่านั้นออกไปจากจิตใจ แต่กลิ่นคาวเลือดจากสนามรบในความฝันยังคงติดแน่นอยู่ในจิตวิญญาณอีกนานเพียงใด...ข้าถึงจะลืมเลือนกันเล่า...?ภายนอก เรือนเล็ก ๆ ยังคงเผชิญกับสายฝนโปรยปรายไม่ขาดสาย หยาดน้ำกระทบหลังคาไม้เสียงแผ่วเบา สายลมหนาวพัดลอดเข้าทางหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหว เงาของเด็กสาวทอดยาวบนผนัง ราวกับเป็นเงาแห่งความเดียวดายที่ยากจะลบเลือน"เหมียว!"เสียงร้องขุ่นเคืองของแมวอ้วนตัวหนึ่งดังขึ้น มันขดตัวอยู่ข้างหมอน นัยน์ตากลมโตจ้องมอง
Read More
ตอนที่ 2||เหลือเพียงกระดูกคืนกลับ
ตอนที่ 2||เหลือเพียงกระดูกคืนกลับหลินหลีฮวามองโถกระเบื้องที่คงบรรจุในกระดูกภายในของเครื่องเทศตรงหน้านักร้องของนางพลานเจ็บเหมือนถูกมือคอบีเคโอเวอร์พี่ใหญ่ของอาหลี หลินลู่เฟยผู้มีอำนาจเป็นเสาสัญญาณครอบครัวการที่เขาจะสามารถมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดคนสุดท้ายในส่วนของร่างนี้เป็นครั้งแรกในชาติก่อนจะไม่เคยพบหน้าผู้สูงอายุสิบเก้าปีผู้นี้เลย แต่เพราะเจ้าของร่างเดิมรักและผู้สมัครกับพี่ชายมาก นางที่มาที่มานี้ต่อเลยถึงความรู้สึกที่จะไปด้วยยามแลเห็นความเมตตากรุณาในความทรงจำเมื่อสามคืนบัดนี้กลับเหลือเพียงไดรฟ์ธุลีในโถกระดูก นางรู้สึกร้อนวาบที่ขอบตา คุณสามารถใช้แห้งผากราวกับถูกคลื่นอารมณ์โหมซัดจนทรงตัวไม่อยู่สายตาของนางตวัดขึ้นไปมองเป็นหลักในอาภรณ์สีแดงเข้มลงไปที่ความหนาเนื้อดีปักลงไปในสีดำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อดูผลของอาภรณ์สีสดเปลวย่างสมุนไพรที่ทำให้ดูโดดเด่นและสูงส่งทว่าชาเย็นยากที่สามารถนำมาใช้เป็นองครักษ์ผู้เชี่ยวชาญของใครหรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้นบุ๋น...“นั่นเป็นพี่ใหญ่ของฉันหรือ?”น้ำเสียงของนางเบาหวิว แต่กลับมาอีกครั้งของความสั่นไหวยามเอ่ยถามออกไปญาติๆ ต่อเนื่องคนในดินแดนชาติใหม่อีกครั้งพร
Read More
ตอนที่3||ข้าขอใช้ร่างกายตอบแทนบุญคุณ!
ตอนที่3||ข้าขอใช้ร่างกายตอบแทนบุญคุณ!ซึ่งตลอดเวลาที่เด็กสาววัยสิบสามปีกำลังนั่งเผากระดาษเงินกระดาษทองเฝ้าอยู่หน้าหลุมศพครอบครัวของนางทั้งห้าหนุ่มจากช่วงสายจนถึงมืดค่ำ ซ่งไป๋เซียวกับคนของเขาทั้งหกคนล้วนไม่มีใครจากไปไหนจนบัดนี้มืดค่ำชาวบ้านทั้งหลายกลับบ้านเรือนของพวกเขาไปหมดแล้ว ซ่งไป๋เซียวจึงคิดว่ามันสมควรที่เขาจะส่งนางกลับเรือนได้แล้ว เขาก้าวเข้าไปหยุดยืนเคียงข้างร่างเล็กๆ ตรงหน้าหลุมศพ ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น"ค่ำแล้วกลับเรือนเถอะ"พอเขาเอ่ยเตือน อาหลีจึงค่อยนึกได้ว่าตลอดเวลา บุรุษที่บอกกับนางว่าเขาคือ สหาย ของหลินลู่เฟย นามว่าซ่งไป๋เซียว หรือท่านหมอซ่งยังไม่ไปไหน"ท่านหมอซ่งเชิญกลับไปก่อนได้เลย หมู่บ้านนี้สำหรับข้าไม่มีอันตรายข้าเกิดและเติบโตที่นี่"เพราะช่วงสามวันมานี้นางทราบว่าท่านหมอซ่งกับคนของเขาพักผู้ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน (หลี่ฉาง) = (里長) ซึ่งอยู่ไกลกว่าเรือนของนางให้เขาเดินทางมืดค่ำ คงดูไม่ดี"คงไม่ได้ ข้าไม่วางใจ อย่างไรเจ้าก็เป็นเด็กสาว ยิ่งเจ้าอยู่ตัวคนเดียวใจคนยากแท้หยั่งถึง"ฟังคำเตือนของท่านหมอซ่ง หลินหลีฮวาก็คิดตามไปด้วยทบทวนครู่หนึ่งนางจึงขยับกายจัดข้าวของลงตะกร้าจ
Read More
ตอนที่4||สู่ขออย่างสมเกียรติ
ตอนที่4||สู่ขออย่างสมเกียรติลมหนาวพัดโชยไปทั่วหมู่บ้านถงหลัว บรรยากาศยังคงสงบราบเรียบเช่นทุกวันที่ผันผ่าน ตามประสาหมู่บ้านเล็กในเมืองติดชายแดนเช่นหยางโจว หลังจากวันที่ซ่งไป๋เซียวพูดคุยเกลี้ยกล่อมจนหลินหลีฮวายอมรับปากจะแต่งงานกับเขา ท่านหมอซ่งก็หายไปราวสามวันพอตกสายของวันที่ห้าหมู่บ้านถงหลัวที่เคยเงียบสงบกลับคึกคักขึ้นมาเมื่อขบวนรถม้าหรูหราเดินทางมาหยุดที่ลานหน้าศาลากลางหมู่บ้านซึ่งเป็นจวนของหัวหน้าหมู่บ้านติง"เฮ้ย นั่นมันตราประจำตัวของผู้ว่าการเมืองหยางโจวใช่หรือไม่?"ท่านป้าผู้หนึ่ง ที่ออกมาร่วมดูชมขบวนรถม้าหรูหรา เพราะอาจจะเท่าชีวิตของนาง ห้าสิบปียังไม่เคยพบเห็นขบวนรถม้าหรูหรายิ่งใหญ่ผ่านเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้มาก่อน"ใช่แล้ว! ท่านผู้ว่าการฮั่นเป็นคนสำคัญของเมืองหยางโจวเชียวนะ แล้วเข้ามาทำอะไรในหมู่บ้านเล็กๆ ของพวกเราทำไมกัน?"บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผู้คนต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบด้วยความสงสัยไม่คลาย"ได้ยินมาว่าวันนี้ท่านหมอซ่งที่มาส่งอัฐิของอาลู่เขาจะมาสู่ขออาหลี…"แล้วก็มีท่านลุงผู้หนึ่งซึ่งคุ้นเคยกับบ้านเว่ยที่เป็นช่างไม้เอ่ยขึ้นและเพียงเท่านั้นข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วหม
Read More
ตอนที่ 5||พิธีสมรสหน้าป้ายวิญญาณ
ตอนที่ 5||พิธีสมรสหน้าป้ายวิญญาณเวลาเจ็ดวันผ่านไปรวดเร็วยิ่งและแล้วฤกษ์มงคลก็มาถึงในวันนี้อากาศแจ่มใสท้องฟ้ากระจ่างแสงแดดอ่อนต้นยามเฉินสาดส่องลงมายังพื้นปฐพี ทุกชีวิตในหมู่บ้านถงหลัวต่างมารวมตัวกันที่เรือนสกุลหลินเพื่อเป็นสักขีพยานให้กับคู่บ่าวสาวในงานสมรสวันนี้ตามธรรมเนียมของชาวต้าฉู่แล้ว หญิงสาวผู้เป็นเจ้าสาวต้องสวมชุดแต่งงานสีแดงเข้ม ปักลวดลายนกยวนยางอันเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคดีและความเจริญรุ่งเรืองหากเป็นคู่แต่งงานเป็นชาวบ้านทั่วไป ส่วนเจ้าสาวที่เป็นเชื้อพระวงศ์ลวดลายที่ปักจะเป็นสงห์ ดังนั้นชุดที่หลินหลีฮวาสวมจะมิได้หรูหราดังเช่นของคุณหนูสูงศักดิ์ แต่ผ้าเนื้อดีสีแดงสดนี้ก็เป็นผ้าไหมที่ซ่งไป๋เซียวจัดหามาให้ ลวดลายที่ปักยังเป็นช่างมากฝีมืออันหนึ่งในหยางโจวอีกด้วย เวลาเพียงสิบเอ็ดวันก็เสร็จเรียบร้อย หากไม่มีเงินยากนักที่จะทำได้เช่นนี้ทำเอาสตรีภายในหมู่บ้านถงหลัวล้วนตื่นตาตื่นใจและมีหลายคนรู้สึกริษยาเจ้าสาวขึ้นมา แต่ก็เพียงส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ก็ล้วนยินดีไปกับอาหลี เด็กน้อยชะตาอาภัพกันทั้งสิ้น ชุดแต่งงานว่างดงามแล้วแต่ด้วยกิริยาสงบนิ่งเกินอายุของหลินหลีฮวากลับทำให้นางงามสง่าไม่แพ้สตรีชั
Read More
ตอนที่ 6 || เดินทางกลับเมืองหลวง
ตอนที่ 6 || เดินทางกลับเมืองหลวงสรุปแล้วคืนนั้นก็จบลงที่ต่างเมาแล้วเผลอหลับกันที่สุสานกันทั้งคู่ พอรุ่งเช้าซ่งไป๋เซียวนั้นร่างกายแข็งแรงย่อมไม่มีผลอันใด ทว่าเด็กสาวเช่นหลินหลีฮวาต่างออกไปเพราะแต่เดิมร่างนี้ก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ตากน้ำค้างทั้งคืน พอถึงยามเช้าเลยป่วยมีไข้เสียแล้ว เป็นอันว่ากำหนดเดินทางกลับเมืองหลวงจึงต้องเลื่อนออกไปอีกสามวันพอรุ่งอรุณของวันที่สี่หลังพิธีแต่งงานมาเยือน หมอกบางลอยเรี่ยอยู่เหนือแนวป่า เสียงนกร้องแว่วมาแต่ไกล สายลมเย็นพัดผ่านเรือนเล็กของอาหลีที่บัดนี้ไม่มีความเงียบสงัดดังเคยเพราะวันนี้มีรถม้ากับคนของซ่งไป๋เซียวร่วมเจ็ดสิบชีวิตมารวมตัวกันและใช่วันนี้เป็นวันที่ซ่งไป๋เซียวจะพาหลินหลีฮวาหรืฮูหยินท่านหมอซ่งกำลังจะออกเดินทางกลับไปยังเมืองหลวงแล้วหลินหลีฮวาออกมายืนอยู่หน้าประตูเรือน ดวงตาจับจ้องไปยังขบวนม้าที่จอดเรียงรายอยู่เบื้องหน้า รถม้าคันใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับนางและอาจ้าน ขณะที่เหล่าองครักษ์ในชุดเกราะหนังสีเข้มยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ แสดงให้เห็นถึงความเป็นระเบียบแบบแผนของกองคุ้มกันนี้นี่แท้จริงซ่งไป๋เซียวเป็นหมอหลวงแน่หรือ?สงสัยแต่นางยังไม่กล้
Read More
ตอนที่7|| เรือนอวี้หลันของพวกเรา
ตอนที่7|| เรือนอวี้หลันของพวกเราทันทีที่ก้าวผ่านประตูใหญ่และเหล่าคนรับใช้ส่วนหนึ่งที่ตั้งแถวต้อนรับคุณชายรอง อาหลีก็กวาดสายตาสังเกตรอบข้างเงียบงัน นางสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่กว้างขวางของจวนแห่งนี้ เพราะจวนซ่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามรูปแบบ เรือนสี่ประสาน หรือ ซื่อเหอย่วน (四合院) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมดินแดนจงหยวนของขุนนางชั้นสูง ภายในประกอบด้วยเรือนหลักและเรือนรองที่เชื่อมต่อกันล้อมรอบลานกว้างตรงกลางพื้นทางเดินปูด้วยหินแกรนิตสีเทาเรียบสนิท บรรยากาศสงบและเข้มขลัง เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปจะเห็นอาคารเรือนใหญ่ที่หลังคามุงกระเบื้องเขียวสลับฟ้า ตัดกับเชิงชายไม้ที่แกะสลักลวดลายเมฆมงคลอย่างวิจิตร เสาไม้ขนาดใหญ่ถูกสลักงดงาม ตัดกับคานไม้สีทองอร่าม แสดงถึงความมั่นคงของจวนขุนนางเสียงรองเท้าของบ่าวไพร่ที่สวมรองเท้าผ้าดังก้องบนพื้นหิน พวกเขาล้วนแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย แต่สะอาดสะอ้าน บ้างถือพัด บ้างถือถาดน้ำชาเดินสวนกันไปมาอย่างเป็นระเบียบ แต่พอพวกเขาแลเห็นคุณชายรองต่างก็ก้มศีรษะและโค้งกายทำความเคารพบ่าวไพร่จำนวนไม่น้อยลอบมองอาหลีด้วยความอยากรู้ ต่างพากันคาดเดาไปต่างๆ นานา บางคนอดใจไม่ไหวก็ถึงกับแอบไปสอบถาม
Read More
ตอนที่8|| นี่หรือพ่อสามี
ตอนที่8|| นี่หรือพ่อสามีภายในห้องโถงใหญ่ของจวนเสนาบดีสกุลซ่ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง หลังจาก คนสนิทของใต้ซ่งผู้นำตระกูลในขณะนี้เข้าไปแจ้งกับนายท่านของเขาว่าบัดนี้ท่านหมอซ่งหรือคุณชายรองซ่งมาขอพบพร้อมกับฮูหยิน ไม่นานเขาก็อนุญาตให้บุตรชายคนรองของตนเองเข้าพบได้"ให้มันเข้ามา!"บุรุษหนุ่มใหญ่นั่งอยู่บนแท่นสูงเอ่ยออกไป ใบหน้าของเขามืดครึ้มดุจพายุคลั่ง ดวงตาเฉียบคมเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด บนโต๊ะไม้แกะสลักอันวิจิตรถูกปกคลุมไปด้วยเอกสารราชการที่ถูกเขวี้ยงทิ้งอย่างไม่ไยดี ด้านหลังบุรุษวัยสี่สิบปลาย ๆ ผู้มีตำแหน่งสูงส่ง แผ่นหลังตั้งตรงราวกับไม้สน แม้จะอายุไม่น้อยแต่ยังคงแข็งแกร่งและทรงอำนาจเสียงฝีเท้าดังขึ้นเมื่อซ่งไป๋เซียวก้าวเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับ หลินหลีฮวา ที่เดินตามมาด้วยกิริยาสงบนิ่ง แม้จะต้องเผชิญกับสายตากดดันของขุนนางใหญ่แห่งแผ่นดิน แต่เด็กสาวเพียงค้อมศีรษะให้เล็กน้อย ก่อนจะคุกเข่าลงข้าง ๆ สามีของตนแต่ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้เอ่ยสิ่งใด เสียงของซ่งป๋อเหยียนก็กระแทกก้องห้องโถง"เจ้าหายหัวไปสามเดือน! พอกลับมาเจ้ากลับพาเด็กสาวที่ใดก็ไม่รู้มาเป็นสะใภ้ของสกุลซ่ง!?"ซ่ง
Read More
ตอนที่ 9 || พบมารดาเลี้ยงสามีใจประเสริฐ
ตอนที่ 9 || พบมารดาเลี้ยงสามีใจประเสริฐหลังจากเสร็จสิ้นพิธียกน้ำชาคารวะใต้เท้าซ่ง แต่กลับต้องเทน้ำชาทิ้ง ซ้ำยังถูกบิดาสามีขับไล่ออกมาอีกด้วย ซ่งไป๋เซียวก็พาหลินหลีฮวาเดินลัดเลาะผ่านโถงทางเดินของจวนซ่งมายังเรือนที่อยู่อีกด้านของเรือนชิงมู่"ท่านหมอซ่ง เรากำลังจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ" อาหลีเอ่ยถาม นางยังคงสลัดบรรยากาศตึงเครียดจากการพบใต้เท้าซ่งเมื่อครู่ไม่หมด จึงอดกังวลไม่ได้ว่าตนจะต้องไปพบผู้ใดอีกเพิ่งมาถึงก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้ อาหลีก็เริ่มรู้สึกท้อขึ้นมาบ้าง ซ่งไป๋เซียวเหลือบมองนางแวบหนึ่ง ก่อนตอบเสียงเรียบเมื่อเห็นแววตาอ่อนล้าของเด็กสาว"ไปพบมารดาเลี้ยงของข้า นางคือฮูหยินเอกของใต้เท้าซ่ง แต่นางไม่เหมือนใต้เท้าซ่ง"อาหลีชะงักเล็กน้อย ดวงตาสะท้อนความแปลกใจ"มารดาเลี้ยงของท่าน?"เด็กสาวถามย้ำออกไป เพราะปกติแล้วฮูหยินเอกมักอยู่เรือนหลักมิใช่หรือ เหตุใดจึงแยกเรือน? แต่คิดไปคิดมา หลินหลีฮวาก็ไม่กล้าถามออกไปทั้งหมด"ท่านแม่ใหญ่นางแต่งเข้ามา แต่มิอาจตั้งครรภ์ได้ นางจึงได้ยกท่านแม่ของข้าที่เป็นน้องสาวต่างมารดาขึ้นมาเป็นอี๋เหนียง เพื่อรักษาฐานะฮูหยินเอกของตนเอาไว้"ซ่งไป๋เซียวเอ่ยเล่าเสี
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status