Masuk“อุ๊บ...อื้อออ...”
ชมจันทร์อยากจะกรีดร้องดังๆ ทว่าเรียวปากคมๆ ที่ประกบเข้ามาที่กลีบปากนุ่ม ทำให้เสียงใดๆ ไม่สามารถเล็ดลอดออกมาได้ ทัศเทพจูบเธอเนิ่นนาน ตักตวงความหอมหวานจากโพรงปาก ไม่แยแสต่อสองกำปั้นที่เธอประเคนใส่แผงอกเขารัวๆ
“ปะ...ปล่อย อื้อออ...” ส่งเสียงทันทีที่เขาผละออกเพื่อสูดลมหายใจ แต่มันเป็นเวลาเพียงสั้นๆ ร่างสวยถูกดันให้ถอยหลังจนไปสะดุดกับโซฟาตัวหนึ่งตรงหัวมุมของโถงทางเดิน แสงไฟสลัวรางเพราะเป็นมุมอับสายตา หากมีคนมองมาคงเห็นเพียงเงาตะคุ่มของคนทั้งคู่เท่านั้น
ชมจันทร์ยังมัวเมาในรสจุมพิต เสื้อกล้ามหลุดหายตอนไหนมิอาจทราบได้ เธอถูกบังคับให้นอนหงายลงไปบนโซฟาตัวดังกล่าว ก่อนที่ร่างหนาจะทาบทับตามลงมา ความกว้างยาวของโซฟาไม่ได้เอื้ออำนวยนัก แต่ทัศเทพก็ไม่สน ลิ้นสากระคายของเขาเริ่มทำหน้าที่ ทั้งไล้เลียขบเม้มไปทั่วลำคอขาวผ่องเรื่อยมาจนถึงเนินอกอิ่ม เขาจูบหนักๆ เมื่อลิ้นร้อนลากผ่านร่องอกอวบจนถึงแอ่งสะอือบุ๋มน่ารัก ฝากฝังจุมพิตเนิ่นนานบนหน้าท้องแบนราบ ก่อนวกกลับไปจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากหล่อนอีกหน
“อืม...อา...อ๊ะ!”
ชมจันทร์ปล่อยเสียงครางออกมาในที่สุด เมื่อเขาเคลื่อนริมฝีปากลงไปขบเม้มที่ยอดทรวงข้างซ้าย ส่วนข้างขวาก็ถูกบีบเคล้นด้วยมืออีกข้างของเขา แรงกระสันรัญจวนวิ่งไปตามกระแสโลหิต มันร้อนๆ หนาวๆ สั่นระริกไปทั้งกาย อยากให้เขากอด อยากให้เขาลูบไล้ และอยากให้เขาทำอะไรก็ได้กับร่างนี้
“คุณเทพ อะไร?”
ชมจันทร์สะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกดึงให้ลุกขึ้นนั่งทั้งที่กำลังเคลิบเคลิ้ม
“ไม่...อย่านะ!”
เธอร้องห้าม แต่มีหรือเขาจะฟัง ขาเรียวเสลาถูกเขาจับยกให้ตั้งชันบนโซฟา ดึงทึ้งรวดเดียวกางเกงขาสั้นที่ใส่นอนก็หลุดติดมือเขาไป ไม่ต้องถามหาชุดชั้นในให้ยุ่งยากในเมื่อเธอไม่ได้ใส่มัน
ทัศเทพไม่รอช้าใช้ลิ้นสากร้อนเข้าไปคลุกวงในกุหลาบดอกงามที่อยู่ระหว่างซอกขา เฝ้าดูดดึงเคล้าคลึงที่เกสรสีชมพูวาววับ มันเบ่งบานรอคอยเขาอยู่ ยืนยันได้จากน้ำหวานที่เอ่อล้น
ชมจันทร์กัดฟันแน่น เมื่อความรู้สึกที่แปลกประหลาดกำลังจะทำให้เธอขาดใจ หากว่าไม่ได้เติมเต็มจากบางอย่างจากเขา แต่ไม่! เธอทำไม่ได้ เธอรอดมาได้ตั้งหลายครั้งและครั้งนี้เธอก็จะรอด ไม่มีทางยอมตกเป็นของทัศเทพเด็ดขาด ไม่มีวัน!
“ไม่...อย่า!” ร้องห้ามเสียงสั่นพร่าเมื่อเขาลุกขึ้นเตรียมจะถอดกางเกง เธอยกมือกอดตัวเองอย่างหวงแหน
“ชมจันทร์! บ้าฉิบ!” เขาสบถอย่างสุดจะทน นึกว่าหล่อนคล้อยตามแล้วเสียอีก
“คุณเทพอย่าทำจันทร์นะ อย่าทำอะไรจันทร์เลย” วอนขอแววตาสั่นระริก กลัวแสนกลัวว่าเขาจะทำมันจริงๆ
“ทำไมมาขอเอาตอนนี้ฮะ! จันทร์...”
ทัศเทศพูดไม่ออก แก่นกายแกร่งกร้าวที่อยู่ระหว่างซอกขามันขยายคับแน่นกางเกงไปหมด เขาทรมานอย่างที่สุด ทว่าแววหวาดหวั่นในหน่วยตาสวยซึ้งของแม่เลี้ยงคนงาม กลับบอกให้สิ่งนั้นสงบลงซะ
ไม่มีทาง!
ชายหนุ่มดึงทึ้งกางเกงขายาวออก ทำให้บางสิ่งบางอย่างผงาดง้ำชี้หน้าชมจันทร์จนหล่อนต้องกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก!
“ช่วยฉัน!” เขาร้องสั่ง
ชมจันทร์เป็นงง ตาโตแทบถลนออกมานอกเบ้าเมื่อเขากุมกำของรักแล้วรูดมันขึ้นลงถี่ๆ เธอไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัส และให้ตายเถอะ! มันจะใหญ่จะยาวอะไรปานนั้น!
“เร็วสิ! ไม่อย่างนั้นฉันจะจับมันยัดเข้าไปในตัวเธอเดี๋ยวนี้”
ทัศเทพร้องสั่งเสียงแหบพร่า เจ้าหล่อนมัวแต่ตกตะลึงจนลืมว่าตัวเองยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มันน่าใจอ่อนไหมนั่น หล่อนยั่วแบบหน้าซื่อตาใส ไม่รู้ทำไมเขาไม่อยากข่มขืนหล่อน เขาอยากเห็นหล่อนมีความสุขไปพร้อมๆ กัน เพราะฉะนั้นหลายปีที่ผ่านมา เขาเลยไม่เคยล่วงเกินหล่อนมากไปกว่ากอดจูบลูบคลำ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาจะให้หล่อนทำออรัลซ์เซ็กซ์!
“ทำ...ทำอะไรคุณเทพ จันทร์...จันทร์”
ทัศเทพไม่รอให้หล่อนติดอ่างอีกต่อไป เขาจัดการดึงเอาท้ายทอยของหล่อนเข้ามาใกล้ ยังผลให้ริมฝีปากงามแนบชิดกับส่วนอันแข็งขึง
“อ้าปาก” เขาสั่ง
ชมจันทร์ส่ายหน้ารัวๆ ความร้อนผ่าวจากปลายองคชาติกำลังทำให้เธอขนลุกขนผอง กลิ่นของมันคาวอ่อนๆ ชวนให้เธอพะอืดพะอม เขาจะให้เอาเจ้าสิ่งนี้เข้าไปในปากงั้นหรือ ไม่มีทาง!
“เดี๋ยวนี้! ไม่งั้นก็ถ่างขา เลือกเอา!”
“คนบ้า! บังคับเกินไปแล้วนะ” ชมจันทร์อยากจะร้องไห้
“จะทำไม่ทำ” ทัศเทพถามหน้าตาจริงจัง ความอยากปลดปล่อยกำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า
“คนใจร้าย...” ว่าเขาเสียงอ่อยแต่ค่อยๆ อ้าปากงับเอาปลายสุดของส่วนอันแข็งขึง ค่อยๆ ใช้ลิ้นไล้เล็ม ดูดดึงมันเข้ามา หลายครั้งที่มันทำให้เธออยากอาเจียน แต่มือแกร่งของเขาที่บังคับศีรษะเธอจากด้านหลังก็ไม่ยอมให้เธอได้ถอยห่าง เธอทำให้เพียงดูดชิมมันราวกับอร่อยนักหนา
“เอาเลยจันทร์ ช่วยฉันที ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันข่มขืนเธอตรงนี้ อืม...ปากเธอนุ่มเหลือเกิน จันทร์...จันทร์...อ๊า!”
ทัศเทพพร่ำพูดปะปนเสียงคราง ชมจันทร์ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้เมื่อชิ้นส่วนแห่งชายชาตรีคับแน่นในโพรงปาก ให้ตายเถอะ เธออยากอาเจียนเต็มที
“อื้อ...”
“อย่า! แม้แต่จะคิดรังเกียจมันนะชมจันทร์ ไม่อย่างนั้นเธอจะเสียใจ!”
ชมจันทร์คิดตามที่เขาว่า ค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับแก่นกายร้อนผ่าว มันต้องดีกว่าการเสียตัวแน่ๆ เธอหลับหูหลับตาสาวรูดดูดดึงให้เสร็จๆ จะได้หลุดออกจากสถานการณ์นี้เสียที
“ไม่! ไม่ใช่อย่างนั้น อย่าให้ฟันมันครูดตรงนั้น โอ...จันทร์ ลองคิดว่ามันเป็นไอติมแท่งโปรดของเธอสิ อืม...”
ทัศเทพครางไม่เป็นภาษาเมื่อลิ้นชื้นๆ กับโพรงปากน้อยๆ ของหล่อนกำลังดูดดึงแก่นกายของเขาอย่างเอร็ดอร่อย ลิ้นของหล่อนร้อนผ่าวและนุ่มเหลือเกิน เสียวซ่านเกินบรรยายจริงๆ
“ดี...ดีมาก โอ...จันทร์...จันทร์”
ยิ่งได้ยินเสียงเรียก ชมจันทร์ก็ยิ่งได้ใจ เธอดูดดึงแล้วรูดขึ้นรูดลงแก่นแท้ของความเป็นชายด้วยความย่ามใจ มันน่าดีใจหรือสะใจดีล่ะ เมื่อริมฝีปากของเธอแท้ๆ ที่สามารถทำให้เขาครวญครางได้
“อย่างนั้น...จันทร์ อย่างนั้น”
ทัศเทพเร่งเร้าด้วยคำพูด ชมจันทร์เปลี่ยนท่ามานั่งคุกเข่าบนโซฟาตัวเตี้ย มือข้างหนึ่งเกาะเกี่ยวเอวสอบเอาไว้เพื่อพยุงกาย ส่วนอีกข้างประคองแก่นแท้แห่งบุรุษที่ยังเต้นตุบๆ แน่นอนว่าอีกครึ่งหนึ่งของความยาวมันอยู่ในปากของเธอ
“จันทร์? จันทร์ โอ...จันทร์ เธอนี่มัน...แม่มด!”
ทัศเทพสบถลั่น จ้องมองริมฝีปากคู่นั้นที่กำลังกลืนกินตัวตนของเขาอยู่ เขาเลื่อนมือลงมาฟอนเฟ้นหน้าอกของหล่อน เคล้นคลึงและบีบขยำอย่างเมามัน ขณะที่อารมณ์เสียวซ่านกำลังรุกเขาอย่างหนัก แต่เขาไม่มีทางยอมให้มันจบลงง่ายๆ เขาสั่งให้หล่อนหยุดแล้วผลักให้นอนหงายลงไปบนโซฟา เขานั่งคุกเข่าบนโซฟาตัวเดียวกันนั้นแล้วโน้มกายลงไปหาร่างงาม
“คุณเทพ! ไหนบอกว่า...”
“ชู่ว์...ฉันไม่ผิดคำพูดหรอกน่า” เขาบอกเสียงกระเส่า วางแก่นกายทาบนอนบนเกสรรักของแม่เลี้ยงสาวโดยมิได้สอดใส่ จงใจถูไถบดบี้จนกลีบกุหลาบบางแบะออก เกิดการบดเบียดเสียดสีที่เร่งเร้าแรงกำหนัด
ตอนพิเศษลูกรัก ร้าย เดียงสา--------------“อืม...อา..แพรว...”สองผัวเมียกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มภายใน ตู้เสื้อผ้า ใช่! ตู้เสื้อผ้านั่นละ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ถ้ามันทำให้ทั้งสองบรรลุธรรมราคะขั้นสูงได้ ทั้งคู่ยอม!“กรี๊ดดด!!!”เสียงกรีดร้องของนายน้อยคนรองดังมาจากที่ในสักแห่งของคฤหาสน์ มันดังเสียจนคนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ายังได้ยิน“แพรว....ลูกร้องแล้วที่รัก”สามีเป็นคนกระซิบบอกขณะพยายามทำรักกับเมียกลางวันแสกๆ“อ๊ากกก! ซี้ดดด!”หลายคงคนคิดว่าเป็นเสียงพ่อหรือไม่ก็แม่ที่คงบรรลุธรรมราคะขั้นสูง แต่ความจริงมันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น!“พี่มีน! เอาของเค้าคืนมาน้า”นายน้อยคนรองวัยห้าขวบ เค้นเอาของบางอย่างจากพี่ชาย ด้วยสองมือน้อยๆ ของแม่หนู“อ๊ากกก! ซี้ดดด! เจ็บนะยัยมิว! ปล่อยผมพี่ก่อน!”มีนาโอดโอย เขากำลังถูกนัมเบอร์ทูของบ้านนั่งคร่อม สองมือน้อยขยุ้มหัวเขาจนหนังมันแทบจะหลุดติดมือออกมา แน่นอนว่าเขาทำอะไร พราวรุ้ง ไม่ได้ เพราะว่าพราวรุ้งคือนัมเบอร์ทู (ร้ายนัมเบอร์ทู)ขณะเดียวกัน...ในตู้เสื้อผ้า“อ๊ะ! ก้องขา....”คนที่ถูกเรียกยิ่งได้ยินเสียงหวานยิ่งได้ใจ บรรเลงเพลงกามาในตู้เสื้อผ้าอย่างเมามันประหนึ่งว่าพ
เขาก้าวไปช้าๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยเกรงว่าเขาจะทำเสียงดังจนหล่อนตกใจและหายไปในที่สุด แค่เพียงแผ่นหลังเขายังคุ้นตาเหลือเกิน ได้โปรดเถอะสวรรค์ ใช่หล่อนทีเถิด“มาแล้วหรือแก้วตา ช่วยพยุงฉันที เจ้าตัวน้อยโจมตีจนลุกไม่ขึ้นแล้ว”กวินรีบเข้าไปประคองหล่อนให้ลุกยืน แพรวรุ้งรับรู้ถึงความผิดปกติ ไม่ใช่แก้วตา แต่เป็น...“กวิน!? มาแล้วเหรอ...นานจังเลย รู้ไหมว่าฉันรอนายตั้งนาน”แพรวรุ้งก้มบอกคนที่นั่งคุกเข่ากอดเอวเธออยู่ ลมทะเลที่พัดสะบัดโบก ยังไม่ไหวโยกเท่าหัวใจในตอนนี้“แพรว...ไม่มีงานแต่งที่นี่ แต่เธอ...ก็..ยัง...มา มาหาฉัน มา...อยู่กับเราใช่ไหม”กวินถามทั้งน้ำตา เพราะเข้าใจผิดเรื่องเจ้าสาวของทัศเทพ เขาจึงไม่กลับมาที่นี่ และเมื่อรู้ความจริงหลังจากนั้น เขาก็ตะลอนหาหล่อนในทุกๆ ที่ที่คิดว่าหล่อนจะไป แต่ไม่เคยเจอ ที่ไหนได้ หล่อนมารอเขาที่นี่ และอาจมารอนานแล้ว นานจนลูกในท้องจะลืมตาขึ้นมาดูโลก และถ้าเขามาช้ากว่านี้ เขาคงไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนคลอด“ฉะ...ฉัน อ่า...แพรว....แพรวมาอยู่กับคุณ แพรวกลับมาหาพ่อของลูก แพรวรู้ว่ามันฟังดูโง่เหลือเกิน แต่แพรวยอมเป็นคนโง่ถ้าครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า”แพร
“ฉัน...ฉัน จะ...จะเปิดแล้วนะ” เขาบอกเสียงสั่น ชมจันทร์ใจเต้นระรัวเมื่อเจ้าบ่าวของเธอค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้า แล้วดวงตาสองคู่ก็ได้สานสบกันนิ่งนาน มือสองข้างที่สั่นระริกของทัศเทพเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของเจ้าสาวเอาไว้ เขาทำทุกอย่างด้วยสัมผัสบางเบาราวปีกผีเสื้อ เขากลัวว่าหากทำรุนแรง ชมจันทร์ที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป“จันทร์...จันทร์! เธอจริงๆ ด้วย จันทร์!”ทัศเทพกอดร่างเจ้าสาวเนิ่นนาน ราวกับอยากสัมผัสร่างนี้เพื่อให้ชัดแก่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปจริงๆ“ฉันคงฝันไปแน่ๆ” ทัศเทพกระซิบชิดริมฝีปากเจ้าสาว เขาช้อนร่างอรชรตรงดิ่งไปที่เตียงนอน วางหล่อนลงอย่างเบามือก่อนจะขึ้นไปนอนเคียงข้าง เฝ้าพร่ำพูดคำว่ารักจนหนำใจจึงได้เปลี่ยนท่ามาสวมกอดหล่อนไว้หลวมๆ“ฉันดีใจที่สุดที่เจ้าสาวเป็นเธอ” ทัศเทพสารภาพ“จันทร์ก็ดีใจ ที่...ที่ได้ไหว้ฟ้าดินกับคุณเทพ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” เธอบอกเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า“ครับคุณแม่เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ สามีจะเข้าหอได้หรือยัง” เขาพูดจบก็กดจูบบนพวงแก้มหล่อนแรงๆ“คุณสามีเข้าหอไปหลายรอบแล้ว ทำเป็นลืม”ทัศเทพหน้าเง้างอเมื่อโดนย้อน“แต่วันนี้มันเป็นหน้าที่ พรุ่งนี้ต้อ
[19]คืนใจให้กัน------------ปัง! ปัง! ปัง!“เปิดประตู! เปิดสิวะ!”บทโศกของทัศเทพถูกเบรกด้วยเสียงโวยวายที่ดังขึ้นหน้าห้องหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจ้องไปที่บานประตู พวกเขาคิดตรงกันว่าเวลานี้มันยังไม่ถึงเวลางานเลี้ยงช่วงค่ำ แต่ทำไมมีคนมาเรียกได้ล่ะ แต่เอ...จะเรียกว่ามาเรียกได้หรือเปล่า ในเมื่อส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างนั้น“เดี๋ยวฉันไปดูเอง แกนั่งรอตรงนี้นะ” เขาสั่งความเจ้าสาวชมจันทร์ได้ยินเสียงเขาสูดน้ำมูกแรงๆ คงกำลังเช็ดน้ำมูกน้ำตากระมังปัง!ทัศเทพยังไม่ทันได้เดินจนถึงประตูด้วยซ้ำ คนที่อยู่ด้านนอกก็พังประตูเข้ามา วินาทีแรกที่เขาได้เห็นบุรุษร่างหนา เขาอยากรู้เหลือเกินว่าไอ้บ้าหน้ายับคนนี้มันเป็นใคร!?“แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!?”เจ้าบ่าวรูปหล่อพยายามถามไถ่ทั้งที่ใจก็อยากฝากรอยหมัดบนหน้ายับๆ อีกซักรอย มันไม่รู้หรือไงว่านี่มันห้องหอ ห้ามคนนอกเข้า“แพรวรุ้งอยู่ไหน!?”กวินถามไปหอบไป เขาเพิ่งฝ่าด่านการ์ดข้างล่างขึ้นมาได้ และเขาจะไม่กลับไปหากไม่ได้ตัวเจ้าสาว“ทำไม? หรือว่าแกคือไอ้สารเลวที่ทำเพื่อนฉันท้องแล้วไม่ยอมรับ”ทัศเทพเริ่มตั้งสติ แต่เหมือนสติจะไม่ยอมให้เขาจับมันมาตั้ง มันคอยแต่จ
“ถ้าจะขับช้าเป็นเต่าอย่างนี้นะ! ฮึ่ม! น้องมีน! บอกพ่อเราซิว่าเราเก็บช็อกโกแลตไว้ให้ใคร เผื่อพ่อเราจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง”เกล็ดมุกหาตัวช่วย พ่อหนูที่นั่งอยู่ข้างคนขับส่ายหน้าดิก“นั่นสิหนูเล็ก ตกลงเก็บไว้ให้ใคร เฮียอยากรู้”เมฆาที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามน้องสาวบ้าง“ไม่บอก! อยากให้ใครบางคนแถวนี้กินหญ้าต่อไป สะใจดี!”“ไม่บอกจริงเหรอ อ่า...ทำไมวันนี้พวกแม่ๆ ดุจัง เข้าหน้าไม่ติดเลยแฮะ ถามเจ้ามีนดีกว่า” เมฆาหาทางเค้นหาความจริงกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า“ตกลงมีนาเก็บขนมเจ้าปัญหาไว้ให้ใครครับ บอกลุงเมฆหน่อยเร็ว”“ว่าไงลูก? มีนเก็บขนมพวกนั้นไว้ทำไม”กวินพูดกับลูกชาย แต่เจ้าหนูไม่สน ยังสมัครใจเล่นสงครามเงียบโดยการทอดสายตาออกไปกินลมชมวิวนอกหน้าต่าง“มีนา”กวินส่งเสียงต่ำกว่าปกติเพื่อปรามลูกชาย เขาชอบใช้วิธีนี้ก็จริง แต่เขาไม่ชอบให้มีนาใช้วิธีเดียวกันมากดดันเขา“ม่ายบอก หมั่นไฉ้!”“มีน! ใครสอนเนี่ย!” กวินตกใจที่บุตรชายพูดจาเกินเด็ก“ไม่มีใครสั่งสอนหรอก เด็กมันจำเอาแถวๆ นี้ละ มันหัวดีไม่เหมือนพ่อมัน!”เกล็ดมุกไม่วายเสริม ยิ่งเห็นหน้าคุณกวินที่เธอรักและนับถือเหมือนพี่ชายแล้วมันยิ่งมีอารมณ์ โง่ไ
กวินลุกพรวดเมื่อเห็นเกล็ดมุกและวารินทร์ลุกเดินมาทางนี้ ใบหน้าเขาบอบช้ำเพราะหมัดหนักๆ แต่หัวใจเขา มันบอบช้ำเพราะผู้หญิงที่ชื่อแพรวรุ้ง“ทุกคนไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้! คุณวาเอากุญแจรถมา เดี๋ยวมุกขับเอง”วาคิมไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบส่งกุญแจให้เมีย ถ้าเกิดแม่ศรีภรรยาสั่งความเป็นงานเป็นการและใจร้อนขนาดต้องขับรถเองอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องดังกล่าวคงใหญ่เอาการ“นายเหมืองอุ้มหลานทีเร็วเข้า!” วารินทร์ออกคำสั่งแล้วค่อยๆ เดินไปขึ้นรถ มันทุลักทุเลเพราะมือข้างหนึ่งต้องประคองท้องนูนเด่น ส่วนอีกข้างต้องจับจูงหลานชายเมฆาอุ้มเจ้าหนูขึ้นมาอย่างไว มือข้างที่ว่างก็ประคองภรรยาไม่ห่าง“นี่คุณ! ตกลงมันเรื่องอะไร ทำไมน้องเล็กถึงได้รีบขนาดนั้น”เมฆาถามภรรยา แต่ได้คำตอบเพียงสั้นๆ ว่า“หุบปากแล้วไปขึ้นรถ!”เกล็ดมุกสตาร์ตเครื่องยนต์รอสมาชิก ทว่าพอทุกคนมาขึ้นรถแล้วเธอกลับไม่เห็นหัวเจ้าตัวต้นเรื่อง“คุณวา! แล้วน้องชายคุณไปไหน!?”วาคิมแบะมือออกบอกให้รู้ทางภาษากายว่า ไม่ทราบ และนั่นทำให้เกล็ดมุกโกรธจนควันออกหู“ไปลากคอกวินมาเดี๋ยวนี้! ถ้าเอาเขาขึ้นรถไม่ได้วันนี้นอนนอกห้อง!”วาคิมแทบจะกระโดดลงจากรถ มันเรื่องอะไรที่เขาจะต้องระ







