Masuk[5]
ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้
________________
เวลา 20:00 นาฬิกา
ร่างสูงใหญ่ของกวิน ก้าวเข้ามาภายในห้องพักของแพรวรุ้งอย่างเงียบเชียบ ในห้องกว้างมีแสงไฟจากหัวเตียงส่องเพียงรำไร มันช่วยพรางกายจนเขาเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงมุมห้องได้อย่างง่ายดาย ในอ้อมแขนของแพรวรุ้งมีร่างตุ้ยนุ้ยของมีนา ทั้งสองกำลังหลับอยู่บนเตียงใหญ่ เจ้าลูกชายตัวดีหลับอย่างเป็นสุขในอ้อมแขนของคนที่เขาเพิ่งตบหน้าไปหยกๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ผู้หญิงคนนี้มีกี่หน้ากันนะ มีกี่ตัวตนกันแน่ บางครั้งหล่อนก็วี้ดว้ายเสียงดังน่ารำคาญ ไม่มีเหตุผล และเอาแต่ใจเป็นที่สุด แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้มันกลับต่างออกไป หล่อนช่างดู...อบอุ่นและอ่อนโยน
“อือ...เหนียวตัวจังเลย ไม่ไหวแล้ว หลับไปก่อนนะเจ้าหนู น้าแพรวขอไปวิ่งผ่านน้ำแป๊บเดียว” แพรวรุ้งปรือตามาพึมพำ รู้สึกเหนียวตัวแม้ว่าในห้องจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ลมทะเลทำให้เนื้อตัวเหนียวหนึบจนต้องลุกมาอาบน้ำ
“ซกมก” กวินพึมพำกับตัวเอง
“หือ? นั่นใคร?” แพรวรุ้งถามออกไปแล้วลุกมานั่งอย่างงงๆ ห้องนี้เธอพักคนเดียว จะมีสิ่งมีชีวิตอะไรได้อีก นอกจากเธอและมีนาที่กำลังหลับอุตุ
“สงสัยจะหูฝาดแฮะเรา” เดาว่าตนเองหูฝาด หากล่วงรู้สักนิดว่าเพราะความขี้เกียจลุกไปเปิดไฟ มันจะนำภัยมาถึงตัว เธอคงไม่รีรอที่จะเดินไปเปิดมัน
นางแบบสาวลุกมายืนข้างเตียง มือเรียวแตะตะขอบราเพียงเล็กน้อย ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นทั้งสองข้างก็เด้งออกมา เธอรูดสายเสื้อออกทางแขนข้างหนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เลยจำต้องชะโงกดูเจ้าหนูจอมแสบว่ามีทีท่าตื่นขึ้นมาหรือไม่ เธอยิ้มออกเมื่อมีนายังหลับ เลยกลับมาจัดการลอกคราบตัวเอง
เพียงเสี้ยวนาทีก็เหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวจิ๋ววางพาดไว้เพียงน้อยนิดบนสะโพกกลมกลึง ทว่ามันกำลังโจมตีส่วนล่างของกวินได้มากมายทีเดียว ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ในนาทีนั้น โผเข้าหาร่างที่ยืนกึ่งเปลือยอยู่ข้างเตียง
หมับ!
“อย่าร้อง...ได้โปรด”
มิใช่วอนขอทว่าบังคับ แพรวรุ้งใจเต้นแรง นัยน์ตากลิ้งไปมาอย่างหวาดหวั่น ปากเธอถูกปิดด้วยมืออุ่นร้อนของกวิน ให้ตายเถอะ! เธอตกอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้อีกครั้งในสภาพที่...
“อื้อออ!!!” ร้องอู้อี้เมื่อมือใหญ่ของเขาปิดปากเธอไว้
“ชู่ว์...” กวินปรามมิให้หล่อนส่งเสียง แขนแกร่งกอดสาวเจ้าแล้วลากเข้าไปในห้องน้ำ ไม่ลืมปิดประตูลงกลอน
“จะทำอะไร ปล่อยนะ!”
“บ้าหรือเปล่า อุตส่าห์แก้ผ้ายั่วกันซะขนาดนี้จะให้ปล่อยไปง่ายๆ ได้ยังไง ไม่เอาน่า...ไม่ต้องกลัวเสียฟอร์มหรอกแพรวรุ้ง รับรองว่าผมจ่ายไม่อั้น” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้กวินพูดออกไปอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะมาขอโทษแท้ๆ
“ฉันเปล่ายั่ว!” แพรวรุ้งตวาดแหว สองมือเพียรกอบกุมทรวงอกที่แม้กางนิ้วออกจนสุด ก็ไม่สามารถโอบอุ้มเจ้าก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นให้มิด
“คุณยั่วและผมก็พร้อมสนองซะด้วยสิ”
“ยะ...ยะ...อย่านะ! อย่าทำแบบนี้ ฉันขอร้อง” เปลี่ยนจากขัดขืนเป็นวอนขอเมื่อเขาผลักเธอเข้าชิดผนัง ก่อนจะหมุนก๊อกน้ำเพื่อเปิดทางให้สายน้ำอุ่นๆ ไหลลงสู่อ่างอาบ
“อย่าช้าหรือเปล่าแพรวรุ้ง รู้หรือเปล่าว่าปากคุณห้ามแต่ร่างกายคุณมันเรียกร้อง”
เขายั่วเย้า ตะปบฝ่ามือเข้ากับกางเกงชั้นในตัวบาง เอาปลายนิ้วกรีดใจกลางกายสาวให้แยกออกจากกัน มันกำลังเบ่งบานต้อนรับนิ้วของเขา น่าแปลกที่มันยังแนบสนิทราวกับว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้แตะต้องสัมผัส
“ไม่จริง อ๊ะ! อย่าทำแบบนี้กวิน อย่า... อืม...”
แพรวรุ้งครางผะแผ่วพลางวอนขอ เขาย่อกายลงไปด้านล่างเพื่อถึงกางเกงชั้นในเธอลง มือขวายังบีบขยำพุ่มทรวงข้างหนึ่งของเธอ ส่วนมือซ้ายวางแนบกับเนินเนื้อที่อยู่ระหว่างซอกขา จงใจใช้นิ้วแทรกเข้าไปในร่องรูเล็กๆ ที่อยู่กลางกลีบพูแห่งความสาว แล้วเธอจะอดใจมิให้ครางได้อย่างไร มันเสียวซ่านจนร่างอ่อนระทวยไปหมด
“โอ...แพรว ปลดปล่อยตัวเอง ร้องออกมาคนดี อย่าฝืนมัน อืม..”
กวินเอ่ยเสียงแหบพร่าเมื่อลิ้นสากได้ลิ้มรสน้ำหวานที่ติดนิ้วเรียวออกมา รสชาติของหล่อนช่างยอดเยี่ยม รสแห่งกามาที่ถูกใจเขาเหลือเกิน เขาไม่รอช้า ซุกใบหน้าและปลายจมูกเข้าใจกลางกายสาว เรียวลิ้นพลิกพลิ้วเฝ้าดูดชิมเม็ดเสียวอย่างหื่นกระหาย ราวกับว่าหากไม่รีบตักตวงจ้วงชิมจะมีชายอื่นมาแย่งมันไป แค่คิดเขาก็ไม่อาจยอมได้ หล่อนต้องเป็นของเขา เป็นนางบำเรอของเขาเท่านั้น!
ชายหนุ่มลุกยืนเต็มความสูง กางเกงตัวใหญ่ถูกรูดลงจากท่อนขา แพรวรุ้งไม่มีโอกาสประท้วง เพราะแม้เขาจะทำอย่างนั้น ก็ไม่ยอมปล่อยริมฝีปากอิ่มเต็มตึงของหล่อนให้เป็นอิสระ เฝ้าตะโบมจูบจนหล่อนแทบไร้อากาศหายใจ ในขณะที่นิ้วแกร่งก็วนคลึงที่กระเปาะแห่งความกระสัน และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ
“พอแล้ว! อ๊ะ! พอแล้วกวิน นาย...จะหยุดมันไม่ได้ อา...อื้อ!”
แพรวรุ้งเม้มปากแน่น เมื่อเขาบดขยี้ส่วนนั้นของเธอถี่ยิบ ร่างสวยแอ่นโหนกนูนเข้าหาฝ่ามือเขาอย่างสุดจะห้าม โลหิตทั่วร่างสูบฉีดเร็วแรง หัวใจเต้นถี่ระรัว ต้องส่งเสียงระบายความหฤหรรษ์ที่กำลังพบเจอ
“อ๊า! อ๊ะ กวินๆๆ กวิน!”
ใบหน้างามฟุบลงกับแผ่นอกหนาอย่างอ่อนแรง ปลายรุ้งที่กวินเพิ่งพาเธอเอื้อมแตะ ได้สูบเอาเรี่ยวแรงที่มีไปจนหมดสิ้น
“อย่าเพิ่งหมดแรงสิ นี่เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น”
เขาบอกเสียงแหบพร่า นึกเอ็นดูคนที่อ่อนปวกเปียกในอ้อมแขนด้วยว่าเสร็จสมล่วงหน้าไปก่อน ทั้งที่เขายังไม่ได้สอดใส่ด้วยซ้ำ เขาอุ้มร่างบางไปวางในอ่างน้ำอุ่นที่เปิดไว้รอท่า ให้หล่อนนั่งบนตัก แผ่นหลังบางแนบแผ่นอกเขา มวลน้ำอุ่นสูงระดับเอวเขาในขณะนี้
“กวิน...ฉัน...”
แพรวรุ้งหน้าแดงก่ำ เมื่อแก่นกายร้อนผ่าวแข็งขึงของเขา ตั้งเด่ทะลุซอกขาของเธอขึ้นมาถูไถกับเนินนูนที่ไวต่อการสัมผัส
“อย่าทำเป็นกลัวแพรวรุ้ง ผมรู้ว่าคุณชอบมัน” ว่าแล้วก็สูดดมที่ท้ายทอยขาวผ่อง ก่อนจะจูบหนักๆ พร้อมกับฝากรอยคิสมาร์กตีตราไปทั่ว ตั้งแต่ท้ายทอยไปจนถึงแผ่นหลังเนียนกริบ
“อย่านะ ไม่...ฉันยังไม่เค...”
กวินไม่รอให้แพรวรุ้งพูดจบ เขาดึงใบหน้าหล่อนมาหา ก่อนจะมอบจุมพิตหนักๆ ที่ริมฝีปากอีกครั้ง เฝ้าดูดดึงลิ้นอ่อนบางจนกายสาวอ่อนระทวยเปิดอ้าเรียวขาให้เขาอย่างง่ายดาย
“แพรวรุ้ง คุณพร้อมแล้วใช่ไหม” ถามทว่าไม่รอคำตอบ เพราะใบหน้าเนียนที่พวงแก้มแดงก่ำกับนัยน์ตาปรือหวานฉ่ำที่ทอดมองมา มันตอบคำถามเขาอย่างชัดเจน เขาจัดการให้แพรวรุ้งหันหน้าเข้าหา ทุกอย่างกระทำอย่างรีบร้อนด้วยกลัวว่าสาวเจ้าจะเปลี่ยนใจ
“โอ...นมสวยชะมัด” เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชม ยิ่งได้มองใกล้ๆ เต้าทรวงอวบใหญ่ก็ยิ่งงดงาม เขาอ้าปากงับเอายอดอกสีชมพูระเรื่อ มือก็ประคองบั้นท้ายหล่อนให้วางลงยังตำแหน่งที่ถูกที่ควร
“โอ๊ย! เจ็บ! กวินฉันเจ็บนะ!” แพรวรุ้งน้ำตาริน เจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน เหมือนว่ากลีบสาวกำลังปริแยกออกจากกัน
กวินมึนงง เลือดมันซึมออกมาจากตรงนั้น ตรงที่เขาเพิ่งสอดใส่แก่นกายเข้าไปเพียงครึ่งเดียว
“แพรวรุ้ง...นี่เธอ!?”
เขาพูดไม่ออก ได้แต่จูบซับน้ำตาให้หล่อน มันคงจะไม่เจ็บมากหากว่าตัวตนเขาจะเล็กกว่าข้อมือของหล่อนสักหน่อย นาทีนี้กวินนึกเคืองบิดามารดาเหลือเกินที่ให้เขามามากเกินกว่าที่หญิงสาวจะรับไหว
“กวิน...ฉันเจ็บ! ช่วยเอามันออกไปที ฉันเจ็บจริงๆ ฮือออ...”
แพรวรุ้งวอนขอทั้งน้ำตา กวินไม่รอให้หญิงสาวเจ็บนาน เขาจับเอวบางไว้มั่นแล้วบังคับให้มันขยับขึ้นลง ไม่แยแสเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของหล่อน นาทีนี้เขาหยุดมันไม่ได้แล้ว
แพรวรุ้งสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกเติมเต็มเข้าไปจนจุก มันเจ็บราวกับว่ามีมีดแหลมคมมาเฉือนกายเนื้อออกไปทีละน้อยแล้วเอาน้ำเกลือราดรดอีกที มันทั้งเจ็บทั้งแสบ จนเธอไม่อาจอดกลั้นหยดน้ำตา
ตอนพิเศษลูกรัก ร้าย เดียงสา--------------“อืม...อา..แพรว...”สองผัวเมียกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มภายใน ตู้เสื้อผ้า ใช่! ตู้เสื้อผ้านั่นละ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ถ้ามันทำให้ทั้งสองบรรลุธรรมราคะขั้นสูงได้ ทั้งคู่ยอม!“กรี๊ดดด!!!”เสียงกรีดร้องของนายน้อยคนรองดังมาจากที่ในสักแห่งของคฤหาสน์ มันดังเสียจนคนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ายังได้ยิน“แพรว....ลูกร้องแล้วที่รัก”สามีเป็นคนกระซิบบอกขณะพยายามทำรักกับเมียกลางวันแสกๆ“อ๊ากกก! ซี้ดดด!”หลายคงคนคิดว่าเป็นเสียงพ่อหรือไม่ก็แม่ที่คงบรรลุธรรมราคะขั้นสูง แต่ความจริงมันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น!“พี่มีน! เอาของเค้าคืนมาน้า”นายน้อยคนรองวัยห้าขวบ เค้นเอาของบางอย่างจากพี่ชาย ด้วยสองมือน้อยๆ ของแม่หนู“อ๊ากกก! ซี้ดดด! เจ็บนะยัยมิว! ปล่อยผมพี่ก่อน!”มีนาโอดโอย เขากำลังถูกนัมเบอร์ทูของบ้านนั่งคร่อม สองมือน้อยขยุ้มหัวเขาจนหนังมันแทบจะหลุดติดมือออกมา แน่นอนว่าเขาทำอะไร พราวรุ้ง ไม่ได้ เพราะว่าพราวรุ้งคือนัมเบอร์ทู (ร้ายนัมเบอร์ทู)ขณะเดียวกัน...ในตู้เสื้อผ้า“อ๊ะ! ก้องขา....”คนที่ถูกเรียกยิ่งได้ยินเสียงหวานยิ่งได้ใจ บรรเลงเพลงกามาในตู้เสื้อผ้าอย่างเมามันประหนึ่งว่าพ
เขาก้าวไปช้าๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยเกรงว่าเขาจะทำเสียงดังจนหล่อนตกใจและหายไปในที่สุด แค่เพียงแผ่นหลังเขายังคุ้นตาเหลือเกิน ได้โปรดเถอะสวรรค์ ใช่หล่อนทีเถิด“มาแล้วหรือแก้วตา ช่วยพยุงฉันที เจ้าตัวน้อยโจมตีจนลุกไม่ขึ้นแล้ว”กวินรีบเข้าไปประคองหล่อนให้ลุกยืน แพรวรุ้งรับรู้ถึงความผิดปกติ ไม่ใช่แก้วตา แต่เป็น...“กวิน!? มาแล้วเหรอ...นานจังเลย รู้ไหมว่าฉันรอนายตั้งนาน”แพรวรุ้งก้มบอกคนที่นั่งคุกเข่ากอดเอวเธออยู่ ลมทะเลที่พัดสะบัดโบก ยังไม่ไหวโยกเท่าหัวใจในตอนนี้“แพรว...ไม่มีงานแต่งที่นี่ แต่เธอ...ก็..ยัง...มา มาหาฉัน มา...อยู่กับเราใช่ไหม”กวินถามทั้งน้ำตา เพราะเข้าใจผิดเรื่องเจ้าสาวของทัศเทพ เขาจึงไม่กลับมาที่นี่ และเมื่อรู้ความจริงหลังจากนั้น เขาก็ตะลอนหาหล่อนในทุกๆ ที่ที่คิดว่าหล่อนจะไป แต่ไม่เคยเจอ ที่ไหนได้ หล่อนมารอเขาที่นี่ และอาจมารอนานแล้ว นานจนลูกในท้องจะลืมตาขึ้นมาดูโลก และถ้าเขามาช้ากว่านี้ เขาคงไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนคลอด“ฉะ...ฉัน อ่า...แพรว....แพรวมาอยู่กับคุณ แพรวกลับมาหาพ่อของลูก แพรวรู้ว่ามันฟังดูโง่เหลือเกิน แต่แพรวยอมเป็นคนโง่ถ้าครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า”แพร
“ฉัน...ฉัน จะ...จะเปิดแล้วนะ” เขาบอกเสียงสั่น ชมจันทร์ใจเต้นระรัวเมื่อเจ้าบ่าวของเธอค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้า แล้วดวงตาสองคู่ก็ได้สานสบกันนิ่งนาน มือสองข้างที่สั่นระริกของทัศเทพเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของเจ้าสาวเอาไว้ เขาทำทุกอย่างด้วยสัมผัสบางเบาราวปีกผีเสื้อ เขากลัวว่าหากทำรุนแรง ชมจันทร์ที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป“จันทร์...จันทร์! เธอจริงๆ ด้วย จันทร์!”ทัศเทพกอดร่างเจ้าสาวเนิ่นนาน ราวกับอยากสัมผัสร่างนี้เพื่อให้ชัดแก่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปจริงๆ“ฉันคงฝันไปแน่ๆ” ทัศเทพกระซิบชิดริมฝีปากเจ้าสาว เขาช้อนร่างอรชรตรงดิ่งไปที่เตียงนอน วางหล่อนลงอย่างเบามือก่อนจะขึ้นไปนอนเคียงข้าง เฝ้าพร่ำพูดคำว่ารักจนหนำใจจึงได้เปลี่ยนท่ามาสวมกอดหล่อนไว้หลวมๆ“ฉันดีใจที่สุดที่เจ้าสาวเป็นเธอ” ทัศเทพสารภาพ“จันทร์ก็ดีใจ ที่...ที่ได้ไหว้ฟ้าดินกับคุณเทพ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” เธอบอกเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า“ครับคุณแม่เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ สามีจะเข้าหอได้หรือยัง” เขาพูดจบก็กดจูบบนพวงแก้มหล่อนแรงๆ“คุณสามีเข้าหอไปหลายรอบแล้ว ทำเป็นลืม”ทัศเทพหน้าเง้างอเมื่อโดนย้อน“แต่วันนี้มันเป็นหน้าที่ พรุ่งนี้ต้อ
[19]คืนใจให้กัน------------ปัง! ปัง! ปัง!“เปิดประตู! เปิดสิวะ!”บทโศกของทัศเทพถูกเบรกด้วยเสียงโวยวายที่ดังขึ้นหน้าห้องหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจ้องไปที่บานประตู พวกเขาคิดตรงกันว่าเวลานี้มันยังไม่ถึงเวลางานเลี้ยงช่วงค่ำ แต่ทำไมมีคนมาเรียกได้ล่ะ แต่เอ...จะเรียกว่ามาเรียกได้หรือเปล่า ในเมื่อส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างนั้น“เดี๋ยวฉันไปดูเอง แกนั่งรอตรงนี้นะ” เขาสั่งความเจ้าสาวชมจันทร์ได้ยินเสียงเขาสูดน้ำมูกแรงๆ คงกำลังเช็ดน้ำมูกน้ำตากระมังปัง!ทัศเทพยังไม่ทันได้เดินจนถึงประตูด้วยซ้ำ คนที่อยู่ด้านนอกก็พังประตูเข้ามา วินาทีแรกที่เขาได้เห็นบุรุษร่างหนา เขาอยากรู้เหลือเกินว่าไอ้บ้าหน้ายับคนนี้มันเป็นใคร!?“แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!?”เจ้าบ่าวรูปหล่อพยายามถามไถ่ทั้งที่ใจก็อยากฝากรอยหมัดบนหน้ายับๆ อีกซักรอย มันไม่รู้หรือไงว่านี่มันห้องหอ ห้ามคนนอกเข้า“แพรวรุ้งอยู่ไหน!?”กวินถามไปหอบไป เขาเพิ่งฝ่าด่านการ์ดข้างล่างขึ้นมาได้ และเขาจะไม่กลับไปหากไม่ได้ตัวเจ้าสาว“ทำไม? หรือว่าแกคือไอ้สารเลวที่ทำเพื่อนฉันท้องแล้วไม่ยอมรับ”ทัศเทพเริ่มตั้งสติ แต่เหมือนสติจะไม่ยอมให้เขาจับมันมาตั้ง มันคอยแต่จ
“ถ้าจะขับช้าเป็นเต่าอย่างนี้นะ! ฮึ่ม! น้องมีน! บอกพ่อเราซิว่าเราเก็บช็อกโกแลตไว้ให้ใคร เผื่อพ่อเราจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง”เกล็ดมุกหาตัวช่วย พ่อหนูที่นั่งอยู่ข้างคนขับส่ายหน้าดิก“นั่นสิหนูเล็ก ตกลงเก็บไว้ให้ใคร เฮียอยากรู้”เมฆาที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามน้องสาวบ้าง“ไม่บอก! อยากให้ใครบางคนแถวนี้กินหญ้าต่อไป สะใจดี!”“ไม่บอกจริงเหรอ อ่า...ทำไมวันนี้พวกแม่ๆ ดุจัง เข้าหน้าไม่ติดเลยแฮะ ถามเจ้ามีนดีกว่า” เมฆาหาทางเค้นหาความจริงกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า“ตกลงมีนาเก็บขนมเจ้าปัญหาไว้ให้ใครครับ บอกลุงเมฆหน่อยเร็ว”“ว่าไงลูก? มีนเก็บขนมพวกนั้นไว้ทำไม”กวินพูดกับลูกชาย แต่เจ้าหนูไม่สน ยังสมัครใจเล่นสงครามเงียบโดยการทอดสายตาออกไปกินลมชมวิวนอกหน้าต่าง“มีนา”กวินส่งเสียงต่ำกว่าปกติเพื่อปรามลูกชาย เขาชอบใช้วิธีนี้ก็จริง แต่เขาไม่ชอบให้มีนาใช้วิธีเดียวกันมากดดันเขา“ม่ายบอก หมั่นไฉ้!”“มีน! ใครสอนเนี่ย!” กวินตกใจที่บุตรชายพูดจาเกินเด็ก“ไม่มีใครสั่งสอนหรอก เด็กมันจำเอาแถวๆ นี้ละ มันหัวดีไม่เหมือนพ่อมัน!”เกล็ดมุกไม่วายเสริม ยิ่งเห็นหน้าคุณกวินที่เธอรักและนับถือเหมือนพี่ชายแล้วมันยิ่งมีอารมณ์ โง่ไ
กวินลุกพรวดเมื่อเห็นเกล็ดมุกและวารินทร์ลุกเดินมาทางนี้ ใบหน้าเขาบอบช้ำเพราะหมัดหนักๆ แต่หัวใจเขา มันบอบช้ำเพราะผู้หญิงที่ชื่อแพรวรุ้ง“ทุกคนไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้! คุณวาเอากุญแจรถมา เดี๋ยวมุกขับเอง”วาคิมไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบส่งกุญแจให้เมีย ถ้าเกิดแม่ศรีภรรยาสั่งความเป็นงานเป็นการและใจร้อนขนาดต้องขับรถเองอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องดังกล่าวคงใหญ่เอาการ“นายเหมืองอุ้มหลานทีเร็วเข้า!” วารินทร์ออกคำสั่งแล้วค่อยๆ เดินไปขึ้นรถ มันทุลักทุเลเพราะมือข้างหนึ่งต้องประคองท้องนูนเด่น ส่วนอีกข้างต้องจับจูงหลานชายเมฆาอุ้มเจ้าหนูขึ้นมาอย่างไว มือข้างที่ว่างก็ประคองภรรยาไม่ห่าง“นี่คุณ! ตกลงมันเรื่องอะไร ทำไมน้องเล็กถึงได้รีบขนาดนั้น”เมฆาถามภรรยา แต่ได้คำตอบเพียงสั้นๆ ว่า“หุบปากแล้วไปขึ้นรถ!”เกล็ดมุกสตาร์ตเครื่องยนต์รอสมาชิก ทว่าพอทุกคนมาขึ้นรถแล้วเธอกลับไม่เห็นหัวเจ้าตัวต้นเรื่อง“คุณวา! แล้วน้องชายคุณไปไหน!?”วาคิมแบะมือออกบอกให้รู้ทางภาษากายว่า ไม่ทราบ และนั่นทำให้เกล็ดมุกโกรธจนควันออกหู“ไปลากคอกวินมาเดี๋ยวนี้! ถ้าเอาเขาขึ้นรถไม่ได้วันนี้นอนนอกห้อง!”วาคิมแทบจะกระโดดลงจากรถ มันเรื่องอะไรที่เขาจะต้องระ







