LOGINคู่ที่ 1 พี่เบน&โจซิเฟีย น้องสาวของเพื่อสนิทที่เขารู้จักตั้งแต่เธออายุ16 ไม่รู้ว่าทำไมจนป่านนี้ภาพเธอยังติดอค้างยู่ในใจอย่างที่ลบออกไม่ได้ คู่ที่ 2 พี่ไท&น้องแทม บอดีการ์ดหน้าตาหล่อเคร่งขรึม กับนางเอกสาวสุดฮ็อตของวงการ คู่ที่ 3 พี่ฟี่&มีนา เขาและเธอเป็นเพื่อนกันมานานหลายปี เขาซื้อบ้านริมคลองที่เมืองไทย ใกล้กับบ้านของเธอ
View Moreแฟรงค์ยิ้มพอใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาดีใจที่ได้ตัดสินใจลองเสี่ยงคิดแผนนี้ขึ้นมาร่วมกับเบนและเหล่าผู้ชายของแก๊งค์ลาสเวกัส ชายหนุ่มก้มไปจูบรับขวัญคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนหวาน เกรซโอบแขนไปรอบคอแล้วจูบตอบเขาอย่างเต็มใจ ให้เขารู้ว่าหล่อนรักเขาแค่ไหน ร่างกายเริ่มอุ่นระอุด้วยความรักและคิดถึงกันแฟรงค์ผลักร่างบางให้เอนไปข้างหลังแล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังของหล่อนออก ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ใจ เกรซเอื้อมมือไปดึงเสื้อยืดของเขาออกทางศีรษะบ้าง ชายหนุ่มจุดยิ้มพอใจ รีบจัดการกับเสื้อยืดและบราเซียร์จนท่อนบนของหล่อนเปลือยเปล่า เขาก้มไปอ้าปากดูดเม้มยอดถัน เกรซเอนร่างเปิดทางให้เขาจัดการอย่างเต็มที่แฟรงค์ดูดดื่มยอดทรวงเม็ดสวยจนมันแข็งเป็นเม็ดกลมสีสด เกรซครางอื้อในลำคอ“โอ แฟรงค์...อืม”เสียงพลิ้วแผ่วครางกระซิก แฟรงค์ขยับลุกขึ้นยืน จับร่างบางให้นั่งหย่อนขาลงพื้น เขาดึงกางเกงยีนส์และแพนตี้ตัวบางออก จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้น เกรซยืนพิงมอเตอร์ไซค์ แฟรงค์แยกขาเรียวออกจากกันแล้วยื่นหน้าไประหว่างเนินเนื้อ ใช้ลิ้นแตะทักทายสัมผัสกลีบดอกไม้ที่ฉ่ำน้ำฝนอย่างหลงใหล เขาใช้นิ้วกรีดกลีบดอกไม้งามให้แยกออก ใช้ลิ้นไล้วนไปทั่วบริเวณ เ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ที่มอสโคว์ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีการนำเสนอข่าวว่ามีพลเมืองเสียชีวิต เบนจึงรับจัดการทุกอย่างที่บอสตัน โบสถ์ที่มารดาของเขาเคยอยู่ ทุกคนจัดพิธีอย่างเงียบๆเกรซได้รับการบอกเล่าที่หล่อนฟังอย่างใจเลื่อนลอยว่าแฟรงค์เคยพูดไว้ว่าหากเขาตาย เขาต้องการให้นำเถ้ากระดูกส่วนหนึ่งของเขาไปเก็บไว้ที่บ้านไม้ซุง เกรซรับอาสาจะนำไปเอง หล่อนมีความทรงจำที่ดีกับเขาที่นั่นเมื่อไม่นานมานี้เกรซน้ำตาไหลออกมาอยู่ตลอดเวลากับการที่หัวใจรับรู้ว่าทุกอย่างสายเกินไปสำหรับเขาและหล่อน ถ้าหากรู้สักนิดว่าเหตุการณ์มันจะเป็นเช่นนี้ เกรซจะบอกรักเขา จะดีกับเขา จะไม่ชกเขา หล่อนร้องไห้อีกครั้งเมื่อคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรทำแต่ไม่ได้ทำ... ใครกันนะพูดเอาไว้ว่า... อย่ารีรอที่จะบอกรักคนที่เรารัก เวลานี้สิ่งที่เกรซทำได้ก็คงแค่กอดเถ้ากระดูกและบอกรักวิญญาณที่ไม่มีวันกลับของเขาเท่านั้น****เกรซเดินทางไปถึงมอสโคว์ก็ไปหาไดแอน กอดท่านร้องไห้อีกพักใหญ่ หญิงสาวบอกไดแอนว่าหล่อนจะขับรถไปยังคาบิ้นในป่าเอง...เกรซขับรถโฟร์วีลของเขา สัมผัสทุกอย่างในรถ นึกถึงภาพที่เขาขับอยู่ตรงนี้ให้หล่อนนั่
“โจเห็นด้วยกับแฟรงค์นะคะเกรซ คุณอย่าคิดมาก แฟรงค์เขาทำไปเพราะรักคุณมาก”โจซิเฟียเอ่ย เกรซมองคนนั้นที คนนี้ที ที่นี่มีแต่พวกของเขา หล่อนจึงได้แต่เงียบ คำสั่งจากเบื้องบนงั้นเหรอ ทำไมเบื้องบนถึงสั่งมาแบบนั้น เกรซพยายามเก็บความหงุดหงิดเอาไว้อย่างเต็มที่“ขอบคุณที่ให้การต้อนรับฉันนะคะ ฉันเกรงใจ ความจริงฉันมีที่อยู่ในอเมริกา ฉันไปอยู่ที่บ้านตัวเองจะดีกว่าค่ะ” เกรซเอ่ย“โอ โน่...ไม่ได้ค่ะ แฟรงค์กำชับมาว่าคุณจะต้องอยู่กับเราที่นี่ เพราะที่อื่นคุณอาจจะไม่ปลอดภัย”โจซิเฟียรีบกล่าว เบนพยักหน้าเห็นด้วย เกรซถอนหายใจ“ขอบคุณค่ะ ขอฉันโทรหาแฟรงค์หน่อยได้มั้ยคะ” เกรซเอ่ย“เอ่อ แฟรงค์ว่าเดี๋ยวจะติดต่อคุณเองครับ เขาขอแค่อาทิตย์เดียวเหมือนที่ผมบอกไป” เบนกล่าว เกรซจำต้องพยักหน้ารับทราบเกรซอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของเบนกับโจซิเฟีย หญิงสาวจัดหาเสื้อผ้าและของใช้มาให้อย่างสะดวกสบาย เกรซตกหลุมรักหนูน้อย พาลิซ่าหรือน้องพลีสทันทีที่ได้เห็น เกรซจึงใช้เวลาขลุกกับเจ้าตัวเล็กตัวสีชมพูทั้งวันโดยไม่เบื่อต่อมาระหว่างนั้น เกรซก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับสมาชิกทุกคนในแก๊งค์ของเจ้าพ่อแห่งลาสเวกัส ทุกคนให้การต้อนรับเกรซอย่างอบ
เกรซค่อยลืมตาขึ้นแล้วกระพริบรัวเพื่อปรับสายตา หญิงสาวขมวดคิ้วทันที ห้องนอนใหญ่ตกแต่งเรียบทว่าหรูเหมือนห้องสวีทในโรงแรมห้าดาว ไม่ใช่ห้องนอนของแฟรงค์ที่เพนต์เฮาส์ของเขาในกรุงมอสโคว์ เกรซดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว หล่อนถูกลักพาตัวหรืออย่างไร หญิงสาวก้มมองดูตัวเอง หล่อนสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ก๊อก-ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนมันจะถูกเปิดออกกว้าง ร่างบางของหญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวเลยบ่าเดินถือถาดเครื่องดื่มเข้ามา“ตื่นแล้วเหรอคะเกรซ”โจซิเฟียเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นเกรซนั่งทำตาโตและไม่เข้าใจกับสถานการณ์ เกรซขยับลุกจากเตียงสำรวจร่างกายของตัวเองอีกครั้ง หล่อนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แล้วหล่อนอยู่ที่ไหนกัน“เกิดอะไรขึ้น คุณรู้จักฉัน? ที่นี่ที่ไหนคะ” เกรซเอ่ยถามออกไป“บ้านของโจกับเบนเองค่ะ ลาสเวกัส แฟรงค์ส่งคุณมา”โจซิเฟียเอ่ยบอกทำให้เกรซต้องกำหมัดเข้าหากันแน่น ไอ้คนแส่นั่น ทำหล่อนจนได้สินะ นี่หล่อนอุตส่าห์หลงใจอ่อนและไว้ใจเขา เขากลับทรยศกับความไว้วางใจของหล่อน ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เกรซไม่เคยให้ใครมาก่อนในชีวิตเกรซจำชื่อโจซิเฟียที่เป็นภรรยาของเบน ฝาแฝดผู้
“มันดึกแล้ว เอาไว้วันหลังได้ไหม ริณเพิ่งมาถึง ยังเหนื่อยและตอนนี้ก็ง่วงมาก” หล่อนเอ่ยบอกเสียงเนือย“ริณมีอะไรปิดบังณัฐอยู่ ทำไมณัฐจะเข้าไม่ได้ ในเมื่อเราเป็นอะไรกันริณก็รู้ดีอยู่แก่ใจ”เขาเริ่มทำเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิดที่หล่อนดื้อ หล่อนเคยเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ“เราเป็นอะไรกันเหรอคะ เท่าที่ริณจำได
“ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วก็กลับไปเถอะค่ะ ฉันกำลังมีแขก”มีนภาเอ่ยอย่างพยายามอดทน เมอร์ฟียกกาแฟขึ้นดื่มจนหมด“มีนผมขอกาแฟอีกถ้วยสิ”เขาร้องบอก มีนภาจึงเดินไปหยิบถ้วยกาแฟเดินไปยังหลังร้าน เมอร์ฟีเห็นหล่อนหายลับประตูไป ร่างสูงยืนขึ้นแล้วเดินไปยังกาญนิจ“คุณเป็นใครผมไม่รู้ แต่ผมขอเตือนคุณเอาไว้อย่าง ว่าอย่า
เขายังคงต้องการเป็นแค่เพื่อน... แค่ไหนก็แค่นั้นแหละ หล่อนพยักหน้าง่ายๆ บอกว่าจำได้“ปัญหาก็คือคุณแม่คุณ ทำยังไงจะให้ท่านเปลี่ยนใจ”เขาเอ่ยต่อ มีนภาหันไปเท้าคางมองใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งพิงมุมโซฟาทำท่าครุ่นคิดเพื่อช่วยหาทางแก้ปัญหาให้หล่อนอย่างเอาจริงเอาจัง“คุณบอกท่านตรงๆ ไปแล้วแต่ก็ไม่เวิร์ก...แถมท่
เมอร์ฟีนอนหลับตาต่ออีกหน่อยแล้วลุกจากเตียงเวลาตีห้าครึ่งเดินออกไปนอกระเบียงสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า จากนั้นก็ยืดเส้นยืดสาย ในบ้านเขาได้ทำห้องฟิตเนสเอาไว้ด้วย แต่ไม่รู้สึกอยากจะเข้าไปใช้มันในเช้านี้มองไปยังบ้านข้างๆ เห็นแสงไฟเปิดสว่างตรงระเบียงด้านหลังซึ่งอยู่ติดกับห้องครัว ชายหนุ่มจึงรีบเข้าห้องน้











