LOGINคู่ที่ 1 พี่เบน&โจซิเฟีย น้องสาวของเพื่อสนิทที่เขารู้จักตั้งแต่เธออายุ16 ไม่รู้ว่าทำไมจนป่านนี้ภาพเธอยังติดอค้างยู่ในใจอย่างที่ลบออกไม่ได้ คู่ที่ 2 พี่ไท&น้องแทม บอดีการ์ดหน้าตาหล่อเคร่งขรึม กับนางเอกสาวสุดฮ็อตของวงการ คู่ที่ 3 พี่ฟี่&มีนา เขาและเธอเป็นเพื่อนกันมานานหลายปี เขาซื้อบ้านริมคลองที่เมืองไทย ใกล้กับบ้านของเธอ
View More9 janvier
Il pleut comme vache qui pisse. C'est le matin et je roule en voiture avec mon petit frère de sept ans pour le déposer à l'école, avant d'affronter mon premier jour de travail.
Vingt kilomètres de trajet à travers les forêts d'Ecosse, et une pluie effroyable.
À mi-chemin, j'aperçois un jeune homme et une femme avec leurs capuches sur la tête et deux gros sacs à dos noirs. Ils marchent courbés, avec leurs pouces en l'air en signe d'auto-stop.
J'active mon clignotant, et une fois à leur niveau, je baisse ma fenêtre pour leur dire :
—Désolé mais je ne peux pas vous prendre.
—Quoi ? s'indigne le jeune homme brun.
Il relève un peu sa capuche noire, et me dévisage avec ses grands yeux marrons d'un air ahuri.
—T'as dit quoi ?
—J'ai dit que je ne peux pas vous prendre. Désolé.
Je redémarre la voiture avec un sourire désolé aux lèvres.
—Attends ! crie le jeune homme.
Deuxième réflexe à la con: écouter un inconnu alors que la sonnerie de l'école va retentir dans environ vingt minutes.
Fait chier.
Je me gare de nouveau un peu plus loin sur le bas-côté.
—Pourquoi tu t'es arrêté ? s'étonne le jeune homme avec un regard espiègle.
—Tu m'as dit d'attendre !
—Tu peux nous déposer à Édimbourg ?
Un long soupir s'échappe de mes lèvres.
—Je t'ai dit que je ne peux pas vous prendre.
—Et pourquoi ? T'as de la place dans ta voiture !
—Je dois ramener mon petit frère à l'école, et après je file travailler.
—Tu vas où ?
—À Édimbourg.
Ses yeux s'arrondissent encore plus.
C'est à ce moment-là que je découvre que des yeux marrons peuvent virer noisettes.
La portière passager s'ouvre brusquement, et le jeune homme saute dans ma voiture.
—Hé ! je m'offusque.
Il jette son sac sur la banquette arrière, avant de me lancer un grand sourire qui illumine ses dents blanches.
—On va au même endroit. Ne fais pas la gamine.
Agacée, surtout profondément énervée qu'un inconnu se permette de rentrer dans MA voiture comme ça, je démarre en trombe.
Les doigts crispés sur le volant, la colère gronde en moi. Je roule vite, très vite, en évitant de le regarder. Je n'ai qu'une hâte : ne pas arriver en retard à l'école.
—On arrive dans dix minutes, je marmonne à mon petit frère Noah. Ne t'inquiètes pas.
Aucune réponse.
—Noah ?
Soudain affolée, je cherche mon petit frère du regard dans le rétroviseur, puis tourne la tête vers la banquette arrière, avant de constater avec effroi qu'il n'est plus là.
Mon cœur s'arrête de battre, et la voiture avec.
—Putain ! Il est où ?
Nullement perturbé, le jeune homme s'essuie son visage trempé avec la manche de sa veste. Il passe ensuite sa main dans ses cheveux noirs avec une nonchalance qui me rend folle.
—Mon petit frère, il est passé où ? Et la fille qui était avec toi ?
Sans me jeter un regard, il répond :
—On les a laissé là-bas.
—Quoi ?! Comment...
Prise d'un état de stress incontrôlable, je braque le volant pour vite faire demi-tour.
Comment mon petit frère est sorti de la voiture sans que je m'en aperçoive ?
Je conduit comme une demeurée jusqu'à l'endroit supposé où ce jeune homme a sauté dans ma voiture.
Plus rien n'a d'importance, juste la panique de retrouver mon petit frère que j'ai laissé au beau milieu de nul part...avec une inconnue ?
Quelques minutes plus tard, je le retrouve sain et sauf sur un bas-côté auprès de la forêt.
Je sors comme une furie de la voiture pour aller le serrer fort dans mes bras.
Avec un grand sourire aux lèvres, il me présente sa nouvelle copine, la femme qui faisait l'auto-stop : "Elodie".
Toujours dans un état second d'avoir laissé mon petit frère sortir de la voiture sans que je m'en aperçoive, je snobe la femme et pousse Noah dans la voiture. Je veille à ce que sa ceinture de sécurité soit bien attachée, avant de claquer la portière pour aller m'installer sur le siège passager.
—Alexandro, je crie au jeune homme qui était sorti de la voiture, on y va !
Il éclate de rire avant de rétorquer :
—Jaden ! Je m'appelle Jaden !
Il s'installe derrière le volant, la rousse prend place sur la banquette arrière avec mon petit frère, et cette voiture démarre enfin.
แฟรงค์ยิ้มพอใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาดีใจที่ได้ตัดสินใจลองเสี่ยงคิดแผนนี้ขึ้นมาร่วมกับเบนและเหล่าผู้ชายของแก๊งค์ลาสเวกัส ชายหนุ่มก้มไปจูบรับขวัญคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนหวาน เกรซโอบแขนไปรอบคอแล้วจูบตอบเขาอย่างเต็มใจ ให้เขารู้ว่าหล่อนรักเขาแค่ไหน ร่างกายเริ่มอุ่นระอุด้วยความรักและคิดถึงกันแฟรงค์ผลักร่างบางให้เอนไปข้างหลังแล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังของหล่อนออก ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ใจ เกรซเอื้อมมือไปดึงเสื้อยืดของเขาออกทางศีรษะบ้าง ชายหนุ่มจุดยิ้มพอใจ รีบจัดการกับเสื้อยืดและบราเซียร์จนท่อนบนของหล่อนเปลือยเปล่า เขาก้มไปอ้าปากดูดเม้มยอดถัน เกรซเอนร่างเปิดทางให้เขาจัดการอย่างเต็มที่แฟรงค์ดูดดื่มยอดทรวงเม็ดสวยจนมันแข็งเป็นเม็ดกลมสีสด เกรซครางอื้อในลำคอ“โอ แฟรงค์...อืม”เสียงพลิ้วแผ่วครางกระซิก แฟรงค์ขยับลุกขึ้นยืน จับร่างบางให้นั่งหย่อนขาลงพื้น เขาดึงกางเกงยีนส์และแพนตี้ตัวบางออก จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้น เกรซยืนพิงมอเตอร์ไซค์ แฟรงค์แยกขาเรียวออกจากกันแล้วยื่นหน้าไประหว่างเนินเนื้อ ใช้ลิ้นแตะทักทายสัมผัสกลีบดอกไม้ที่ฉ่ำน้ำฝนอย่างหลงใหล เขาใช้นิ้วกรีดกลีบดอกไม้งามให้แยกออก ใช้ลิ้นไล้วนไปทั่วบริเวณ เ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ที่มอสโคว์ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีการนำเสนอข่าวว่ามีพลเมืองเสียชีวิต เบนจึงรับจัดการทุกอย่างที่บอสตัน โบสถ์ที่มารดาของเขาเคยอยู่ ทุกคนจัดพิธีอย่างเงียบๆเกรซได้รับการบอกเล่าที่หล่อนฟังอย่างใจเลื่อนลอยว่าแฟรงค์เคยพูดไว้ว่าหากเขาตาย เขาต้องการให้นำเถ้ากระดูกส่วนหนึ่งของเขาไปเก็บไว้ที่บ้านไม้ซุง เกรซรับอาสาจะนำไปเอง หล่อนมีความทรงจำที่ดีกับเขาที่นั่นเมื่อไม่นานมานี้เกรซน้ำตาไหลออกมาอยู่ตลอดเวลากับการที่หัวใจรับรู้ว่าทุกอย่างสายเกินไปสำหรับเขาและหล่อน ถ้าหากรู้สักนิดว่าเหตุการณ์มันจะเป็นเช่นนี้ เกรซจะบอกรักเขา จะดีกับเขา จะไม่ชกเขา หล่อนร้องไห้อีกครั้งเมื่อคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรทำแต่ไม่ได้ทำ... ใครกันนะพูดเอาไว้ว่า... อย่ารีรอที่จะบอกรักคนที่เรารัก เวลานี้สิ่งที่เกรซทำได้ก็คงแค่กอดเถ้ากระดูกและบอกรักวิญญาณที่ไม่มีวันกลับของเขาเท่านั้น****เกรซเดินทางไปถึงมอสโคว์ก็ไปหาไดแอน กอดท่านร้องไห้อีกพักใหญ่ หญิงสาวบอกไดแอนว่าหล่อนจะขับรถไปยังคาบิ้นในป่าเอง...เกรซขับรถโฟร์วีลของเขา สัมผัสทุกอย่างในรถ นึกถึงภาพที่เขาขับอยู่ตรงนี้ให้หล่อนนั่
“โจเห็นด้วยกับแฟรงค์นะคะเกรซ คุณอย่าคิดมาก แฟรงค์เขาทำไปเพราะรักคุณมาก”โจซิเฟียเอ่ย เกรซมองคนนั้นที คนนี้ที ที่นี่มีแต่พวกของเขา หล่อนจึงได้แต่เงียบ คำสั่งจากเบื้องบนงั้นเหรอ ทำไมเบื้องบนถึงสั่งมาแบบนั้น เกรซพยายามเก็บความหงุดหงิดเอาไว้อย่างเต็มที่“ขอบคุณที่ให้การต้อนรับฉันนะคะ ฉันเกรงใจ ความจริงฉันมีที่อยู่ในอเมริกา ฉันไปอยู่ที่บ้านตัวเองจะดีกว่าค่ะ” เกรซเอ่ย“โอ โน่...ไม่ได้ค่ะ แฟรงค์กำชับมาว่าคุณจะต้องอยู่กับเราที่นี่ เพราะที่อื่นคุณอาจจะไม่ปลอดภัย”โจซิเฟียรีบกล่าว เบนพยักหน้าเห็นด้วย เกรซถอนหายใจ“ขอบคุณค่ะ ขอฉันโทรหาแฟรงค์หน่อยได้มั้ยคะ” เกรซเอ่ย“เอ่อ แฟรงค์ว่าเดี๋ยวจะติดต่อคุณเองครับ เขาขอแค่อาทิตย์เดียวเหมือนที่ผมบอกไป” เบนกล่าว เกรซจำต้องพยักหน้ารับทราบเกรซอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของเบนกับโจซิเฟีย หญิงสาวจัดหาเสื้อผ้าและของใช้มาให้อย่างสะดวกสบาย เกรซตกหลุมรักหนูน้อย พาลิซ่าหรือน้องพลีสทันทีที่ได้เห็น เกรซจึงใช้เวลาขลุกกับเจ้าตัวเล็กตัวสีชมพูทั้งวันโดยไม่เบื่อต่อมาระหว่างนั้น เกรซก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับสมาชิกทุกคนในแก๊งค์ของเจ้าพ่อแห่งลาสเวกัส ทุกคนให้การต้อนรับเกรซอย่างอบ
เกรซค่อยลืมตาขึ้นแล้วกระพริบรัวเพื่อปรับสายตา หญิงสาวขมวดคิ้วทันที ห้องนอนใหญ่ตกแต่งเรียบทว่าหรูเหมือนห้องสวีทในโรงแรมห้าดาว ไม่ใช่ห้องนอนของแฟรงค์ที่เพนต์เฮาส์ของเขาในกรุงมอสโคว์ เกรซดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว หล่อนถูกลักพาตัวหรืออย่างไร หญิงสาวก้มมองดูตัวเอง หล่อนสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ก๊อก-ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนมันจะถูกเปิดออกกว้าง ร่างบางของหญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวเลยบ่าเดินถือถาดเครื่องดื่มเข้ามา“ตื่นแล้วเหรอคะเกรซ”โจซิเฟียเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นเกรซนั่งทำตาโตและไม่เข้าใจกับสถานการณ์ เกรซขยับลุกจากเตียงสำรวจร่างกายของตัวเองอีกครั้ง หล่อนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แล้วหล่อนอยู่ที่ไหนกัน“เกิดอะไรขึ้น คุณรู้จักฉัน? ที่นี่ที่ไหนคะ” เกรซเอ่ยถามออกไป“บ้านของโจกับเบนเองค่ะ ลาสเวกัส แฟรงค์ส่งคุณมา”โจซิเฟียเอ่ยบอกทำให้เกรซต้องกำหมัดเข้าหากันแน่น ไอ้คนแส่นั่น ทำหล่อนจนได้สินะ นี่หล่อนอุตส่าห์หลงใจอ่อนและไว้ใจเขา เขากลับทรยศกับความไว้วางใจของหล่อน ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เกรซไม่เคยให้ใครมาก่อนในชีวิตเกรซจำชื่อโจซิเฟียที่เป็นภรรยาของเบน ฝาแฝดผู้
“คุณยังไม่ง่วงเหรอ” เขาเอ่ยถาม ส่วนตัวเองนั้นนอนหลับไปอย่าน้อยหกชั่วโมงตั้งแต่เดินหัวทิ่มกลับมาถึงห้อง“เพิ่งทานข้าวเลยอยู่ต่อสักหน่อยก่อนให้มันย่อยก่อน คุณโอเคแล้วแน่นะคะ”หล่อนถาม เมอร์ฟีดึงมือเล็กมาวางบนอกแล้ววางมือใหญ่ของเขาทับลงไป“ฮื่อ...ขอโทษนะที่ผมทำให้คุณเป็นห่วง ไม่น่าลองของท้องถิ่นเลยให้
รูร่าเอ่ยเดามาอีกชุด มีนภาส่ายหน้าให้กับโทรศัพท์ก่อนจะยิ้มออกมา หล่อนถือว่าโชคดีที่มีเพื่อนที่น่ารักและจริงใจอย่างรูร่ากับกิ๊บซี่ หลายปีมานี้ ก็ได้สองสาวนี่ที่ช่วยต่างมือต่างเท้าทำงานให้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเวลามีนภามีธุระจำเป็นไม่ได้อยู่ร้าน“มีนอยู่เพชรบุรีค่ะ...กับ เอ่อ...ฟี่ ไม่มีอะไรหรอกค
“แทม...” เขาเรียกแล้วหลับตาลง“คะ”“คุณใจร้ายมากรู้ไหม” เขาพึมพำออกมา แทมมิร่ากัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น“ผม...” เขาพูดเพียงเท่านั้น มือใหญ่ยังคงโอบร่างบางไว้กับอกแน่น แทมมิร่าซบหน้าไปกับแผ่นอกกว้างที่แสนอบอุ่นของเขา“ผม...คิดว่าผม...” เขาพึมพำออกมาก็ผล็อยหลับไปแทมมิร่าหอมแก้มคนหลับอีกครั้งก่อนจ
“หวัดดีครับแทมมี่ คุณหลับฝันดีไหมครับ”เสียงทอมทักขึ้นทำให้แทมมิร่าต้องหันไปมอง พระเอกหนุ่มถือกาแฟมาส่งให้ หญิงสาวยื่นมือไปรับพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขาแทมมิร่าชำเลืองมองคนที่ทำให้หล่อนไม่ได้หลับฝันทั้งดีและร้าย รู้แต่ว่าความจริงมันซ่านสยิวยิ่งกว่าความฝันเสียอีก เขายืนคุยกับทีมงานฝ่ายฉาก นี่ก็เหมือนกั





