Masukกดหัวใจ คอมเมนท์ = หนึ่งกำลังใจนะคะ ฝากกดติดตาม เพิ่มเข้าชั้น เพื่อไม่พลาดการอ่านฟรีก่อนติดเหรียญ และรับแจ้งเตือนตอนใหม่ เรื่องใหม่ค่ะ ทรายแมว : เขียน
ม่านซาตินสีเข้มภายในห้องนอนใหญ่ของคอนโดมิเนียมหรูถูกปิดสนิท บรรยากาศรอบกายตลบอบอวลไปด้วยอุ่นไอแห่งเสน่หาและกลิ่นหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหย แสงไฟโทนสีส้มทองสลัวลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มอันกระจัดกระจายไปด้วยร่องรอยการเคี่ยวกรำบทรักอันหนักหน่วงตลอดทั้งค่ำคืนร่างเพรียวระหงของ ‘รินรดา’ นอนหอบหายใจโรยแรงอยู่บนเตียง ร่องรอยรักสีเข้มประตราอยู่ทั่วซอกคอและแผ่นอกอิ่มชูชัน หญิงสาวพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ทว่าเอวคอดกิ่วกลับถูกฝ่ามือหนาร้อนผ่าวของ ‘ภวินท์’ รวบกระชับและดึงรั้งกลับลงมาทาบทับใต้เรือนร่างแกร่งสมส่วนอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ!“พะ...พีช พอแล้ว...”รินรดาเอ่ยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสุกใสฉ่ำปรือจ้องมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ทอดทับอยู่เบื้องบน“มึงโหมบทรักหนักหน่วงขนาดนี้มากี่รอบแล้วฮึ?! กูเหนื่อยจนเอวจะหักอยู่แล้วนะ!”ภวินท์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยไฟเสน่หาที่ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกดจูบซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างหนักหน่วง ก่อนจะซุกไซ้ปลายลิ้นร้อนละเลียดเลียไล้ลงบนยอดอกสีหวานอย่างหยอกเย้า“ยังพอไม่ได้หรอกโอปอ...”ภวินท์กระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าข้างหู
แสงแดดยามสายทอดผ่านบานกระจกนิรภัยทรงสูงของห้องประชุมใหญ่สไตล์โมเดิร์นบนชั้นสูงสุดของอาคารสำนักงานใหญ่เดชะอัครโภคินกลุ่ม บรรยากาศภายในห้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเต็มไปด้วยมวลอากาศอันเงียบสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก บอร์ดบริหารระดับสูง คณะกรรมการตระกูล และนักลงทุนรายใหญ่ต่างนั่งประจำที่อย่างพร้อมเพรียงสามเดือนเต็มแห่งการทุ่มเทเคี่ยวกรำงานอย่างหนักหน่วง โดยมีมิตรภาพของเพื่อนรักและการสนับสนุนอันแสนหวานยามค่ำคืนเป็นพลังขับเคลื่อน บัดนี้...เวลาแห่งการตัดสินคำท้าแลกอิสรภาพมาถึงแล้ว!ณ หัวโต๊ะประชุม เกริกเกียรติ ในชุดสูทสากลสีเข้มทรงหรูนั่งเอนหลังพิงเบาะพนักสูง นัยน์ตาคมกริบเยียบเย็นดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังเบื้องหน้า รังสีความทรงอำนาจของผู้นำตระกูลเดชะอัครโภคินยังคงแผ่อบอวลไปทั่วห้อง โดยมี คุณหญิงผกามาศ นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเนียนกริบ ทว่าแววตากลับแฝงความตึงเครียดและกังวลอย่างปิดไม่มิดตรงหน้าเวทีนำเสนอ ภวินท์ ยืนสง่างามในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีต ใบหน้าคมคายฉายแววทระนง มั่นใจ และสุขุมเยือกเย็น ชายหนุ่มถือรีโมตคอนโทรลไร้สายไว้ในมือ ข้างกายของเขาคือ ริน
ความกดดันตลอดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วของสำนักงานใหญ่บริษัทเดชะอัครโภคิน ตัวเลขผลกำไรเป้าหมายที่ถูกตั้งไว้สูงถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเพื่อแลกกับอิสรภาพของสองพี่น้อง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคว้ามาได้ในเวลาอันสั้น แต่ทว่า...พลังแห่งมิตรภาพและเป้าหมายแห่งรักแท้กลับกลายเป็นขับเคลื่อนที่มหาศาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนภายในห้องทำงานประธานบริหาร ภวินท์ นั่งจมอยู่กับกองเอกสารงบประมาณ แผนการตลาด และรายงานการลงทุนข้ามประเทศนับร้อยฉบับ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ตึงเครียด ชายหนุ่มทุ่มเททำงานหนักวันละไม่ต่ำกว่าสิบหกชั่วโมง ข่มความเหน็ดล้าเพื่อพิสูจน์ฝีมือให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นขณะที่ด้านนอกห้องทำงาน ฝ่ายขายภายใต้การนำของ รินรดา และ กษิดิษ ก็เปิดศึกรุกตลาดอย่างหนักหน่วง รินรดาใช้ความเชี่ยวชาญปิดเจรจาดีลใหญ่กับลูกค้ารายสำคัญรายแล้วรายเล่า ส่วนกษิดิษก็ใช้คอนเนกชั่นและวาทศิลป์อันปราบเซียน ดึงยอดขายและผลตอบแทนกลับเข้าสู่บริษัทได้อย่างทลายสถิติ ทางด้านฝ่ายวิศวกรรมและคุมการก่อสร้างโครงการ ภัทรพล ก็ลุยงานสนามอย่างแข็งขัน ควบคุมงบประมาณไม่ให้รั่วไหลและเร่งรัดงานส่ง
เสียงดนตรีจังหวะดังในจังหวะสดใสคลอเคลียไปทั่วผับหรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางเมืองชลบุรี แสงไฟสลัวโทนสีนวลสะท้อนกับแก้วค็อกเทลและขวดเครื่องดื่มชั้นดีบนโต๊ะโซฟา VIP ทรงกว้าง บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความครึกครื้นของนักท่องราตรีทว่า...บนโต๊ะของสามเพื่อนรักอย่าง รินรดา ภัทรพล และ กษิดิษ กลับตลบอบอวลไปด้วยมวลความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลังจากผ่านมรสุมความเข้าใจผิด ความกดดัน และเกมประสาทสารพัด บัดนี้หัวใจของรินรดาพองโตและเบาหวิวราวกับลอยอยู่ในอากาศ หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีหวานนั่งยิ้มละมุน นัยน์ตาสุกใสประกายวาวด้วยความปิติยามนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เธอได้ปรับความเข้าใจและเปิดอกบอกรักกับ ภวินท์ ในคืนนั้น“แหม...ดูทำเข้าสิแม่คุณ!”เสียงของกษิดิษดังขึ้น ขัดจังหวะความฟินในภวังค์หวานของรินรดา เกย์หนุ่มสุดมั่นในชุดเสื้อเชิ้ตลายเก๋ไก๋จีบปากจีบคอกระเซ้าเพื่อนสาว“นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มจะแตกอยู่แล้วยัยโอปอ! หวานจนจะตัดขาอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเคลียร์กับไอ้ท่านประธานพีชเรียบร้อย แล้วก็จัดหนักจัดเต็มจนหวานชื่นจนมดขึ้นผับแล้วใช่มั้ยเนี่ย?!”รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แก้ม
ภายในร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่นยามบ่าย รินรดานั่งกุมแก้วชาคาโมไมล์ไว้ในมือ นัยน์ตาสุกใสจ้องมองภัทรพล ที่นัดเธอมาพบด่วนด้วยสีหน้าตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด“มีอะไรหรือเปล่าไทเกอร์? นัดกูออกมาด่วนขนาดนี้”“อืม”ภัทรพลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดปากเล่าความจริงทั้งหมดที่เขาได้ฟังมาจากปากของภารินทร์ ถึงเรื่องที่ภวินท์ไม่เคยมีใครเลยตลอดหกปีที่ไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องที่ภวินท์แอบรักรินรดามาตลอดตั้งแต่วัยเรียน และสาเหตุที่ภวินท์ต้องสร้างเรื่องโกหกใช้อำนาจเรื่องงานขู่บังคับให้เธอแกล้งทำเป็นเมียท้อง...ทั้งหมดก็เพราะเขารักเธอมากเกินไป และไม่รู้ว่าจะหาทางเข้าใกล้หรือรั้งรินรดาไว้ให้อยู่ในชีวิตของตัวเองได้อย่างไร!ตึก!คำบอกเล่าจากปากเพื่อนรัก เปรียบเสมือนน้ำฝนที่ชโลมลงบนหัวใจอันแห้งแล้งของรินรดาจนพองโตอย่างมหาศาล!ภาพเหตุการณ์ในอดีต สายตาห่วงใยที่ภวินท์ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มเย้ยหยัน และสัมผัสอันแสนดุดันเร่าร้อนยามที่เขาโอบกอดเธอ แล่นวนซ้ำๆ อยู่ในความคิด ความจริงแล้ว...เรื่องร้ายๆ การประชดประชัน และเกมประสาทสารพัดที่เขาจงใจทำใส่เธอ ก็เพราะผู้ชายถือดีคนนั้นรักเธอมากจนหมดหัวใจงั้นเหรอ?ริมฝีปากบางสวยของรินรดายก
บรรยากาศภายในห้องทำงานใหญ่ส่วนตัวของ เกริกเกียรติ บนชั้นสามของคฤหาสน์เดชะอัครโภคิน อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาล โต๊ะทำงานไม้สักทองขนาดยักษ์ ชั้นหนังสือสะสมลายคลาสสิกสะท้อนถึงอำนาจและความยิงใหญ่ของผู้นำตระกูลเกริกเกียรติในชุดสูทสากลสีเทาเข้มทรงหรู นั่งเด่นหราอยู่บนเก้าอี้พนักสูงหลังโต๊ะทำงาน นัยน์ตาคมกริบเยียบเย็นดุจพญาอินทรีย์จับจ้องลูกชายและลูกสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ด้านข้างของเขาคือ คุณหญิงผกามาศ ที่นั่งเชิดหน้า สายตาฉายแววตึงเครียดและไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังจากที่เธอเป็นคนนำเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมด ทั้งเรื่องลูกชายโกหกเรื่องเมียท้องเพื่อเบี้ยวงานหมั้นลูกท่านทูต และเรื่องลูกสาวคนโตแอบหนีออกจากบ้านไปอยู่กับผู้ชาย มาฟ้องผู้เป็นสามีเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด“...”ภวินท์ ยืนตัวตรง ท่าทางทระนงและเยือกเย็นในชุดเชิ้ตทำงานสีเข้ม โดยมี ภารินทร์ พี่สาวของเขายืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าสวยหวานไร้เครื่องสำอางซีดลงเล็กน้อย ทว่าแววตานั้นกลับสู้สายตาผู้เป็นพ่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันฟังเรื่องงามหน้าทั้งหมดมาจากแม่ของแกแล้วนะตาพีช ยัยรินทร์...” เกริกเกียรติเปิดฉากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ“พวกแกสอ







