เข้าสู่ระบบ“แล้วคุณเอกรินทร์เชื่อไหมครับ”
“ไม่นะครับ แวมไพร์มันเป็นแค่เรื่องเล่า ที่นี่ประเทศไทยนะครับ แวมไพร์คงไม่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาฆ่าดูดเลือดคนไกลขนาดนี้”
เอกรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงติดตลกโดยไม่สังเกตเลยว่าแววตาของภาคินทร์ที่จ้องมองเขากำลังเปลี่ยนไป
“แต่ผมเชื่อนะครับ”
คำพูดของพระนายเป็นเสียงเรียกความสนใจของภาคินทร์ได้เป็นอย่างดี
“คือพี่ชายผมมันค่อนข้างคลั่งเรื่องพวกนี้มาก ๆ ซื้อหนังสือเป็นร้อย ๆ เล่มมาอ่าน จะบอกว่าผมถูกล้างสมองให้เชื่อตามมันก็คงไม่ผิด ทุกเรื่องเล่ามันก็มักจะมาจากเรื่องจริงทั้งนั้นแค่รอให้มีใครค้นพบหลักฐานมายืนยันแค่นั้นเองครับ”
พระนายพูดไปตามที่คิด
เขาเองก็เคยได้ยินเรื่องของซอยแวมไพร์แห่งนี้มาไม่น้อย ถึงจะไม่มีหลักฐานมายืนยันว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เกิดขึ้น
สำหรับเขา ทุกอย่างที่จะทำให้เชื่อหรือไม่เชื่อต้องมีองค์ประกอบหลายเรื่องด้วยกัน ถ้ายังไม่แน่ใจเขาก็มักจะไม่โยนไปทางใดทางหนึ่งแค่รอวันพิสูจน์ความจริงให้ได้ก็เท่านั้น
“น่าสนใจดีนะครับ เอาเป็นว่าถ้าไม่รังเกียจผมอยากจะเชิญคุณทั้งสองคนอยู่ทานข้าวเย็นร่วมกัน ระหว่างรอเวลาเดี๋ยวให้เพลงพรพาชมบ้านผมไปพลาง ๆ คิดว่าคงมีอะไรให้พวกคุณได้ทำเพื่อฆ่าเวลาอย่างแน่นอน”
“แล้วคุณภาคินทร์จะไปไหนเหรอครับ”
เอกรินทร์พลั้งปากถามขึ้น แต่ก็ต้องชะงักเพราะสายตาเย็นชาของภาคินทร์ที่มองกลับ
“คุณท่านไม่ค่อยสบายค่ะ เลยต้องพักผ่อน เดี๋ยวมื้อเย็นคุณท่านจะลงมารับประทานอาหารด้วยนะคะ”
เพลงพรรีบบอกก่อนที่ภาคินทร์จะไม่พอใจแล้วพลั้งเผลอทำอะไรลงไป
ภาคินทร์เพียงพยักหน้าช้า ๆ แล้วเดินกลับขึ้นไปด้านบน
“กิ่งแก้ว...”
“ค่ะคุณเพลงพร”
“พาคุณสองคนไปเดินสำรวจบ้านหน่อยไป เขาอยากดูอะไรตรงไหนก็พาไป ยกเว้นชั้นสามเพราะคุณท่านจะพักผ่อน เข้าใจใช่ไหม”
“รับทราบค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”
พระนายและเอกรินทร์เดินตามแม่บ้านของคฤหาสน์ไปเรื่อย ๆ หลายต่อหลายห้องล้วนแล้วแต่ตกแต่งด้วยของโบราณทั้งสิ้น บางชิ้นเขาสองคนแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน รวม ๆ มูลค่าคงนับเป็นเงินไม่ได้
“ตรงนี้เป็นห้องหนังสือค่ะ อยากเข้าไปด้านในไหมคะ”
“ครับ รบกวนคุณกิ่งแก้วด้วยนะครับ”
ภายในห้องหนังสือขนาดใหญ่ ถูกบรรจุไปด้วยหนังสือนับพันเล่ม กว่าครึ่งเป็นหนังสือต่างประเทศและหนังสือของต่างประเทศเหล่านั้นมีอายุเก่าแก่มากกว่าร้อยปี
“มีแต่หนังสือน่าสนใจทั้งนั้นเลย หัวหน้าจะไปตรงอื่นไหมครับ ผมอยากอ่านหนังสืออยู่ในนี้”
“ไม่ไปแล้วขี้เกียจเดิน เดินมาตั้งนานยังไม่ถึงครึ่งบ้านเลย พักก่อนผมเดินต่อไม่ไหวแล้ว”
“งั้นผมสองคนคงอยู่ในห้องนี้จนถึงเวลาอาหาร คุณกิ่งแก้วไปทำงานต่อก็ได้นะครับ”
พระนายหันไปบอกแม่บ้านของภาคินทร์ เพราะตัวเขาเองก็เกรงใจเธอไม่น้อยที่ต้องมาคอยพาเขาสองคนเดินดูนู่นชมนี่ไปเรื่อย ทั้ง ๆ ที่ดูท่าทางงานที่เธอต้องรับผิดชอบในคฤหาสน์แห่งนี้ก็คงไม่น้อย
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวกิ่งไปเอาเครื่องดื่มกับขนมมาให้นะคะ”
“เดี๋ยวครับคุณกิ่งแก้ว ไม่ทราบว่าห้องน้ำไปทางไหนครับ”
เอกรินทร์รีบเรียกเอาไว้ก่อนที่เขาจะอดทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้วเผลอฉี่ราดกางเกง
“ตามกิ่งมาค่ะ เดี๋ยวกิ่งพาไป”
เอกรินทร์เดินตามแม่บ้านออกไปจากห้องหนังสือ ปล่อยพระนายไว้กับกองหนังสือที่น่าสนใจตรงหน้าตามลำพัง
พระนายค่อย ๆ ไล่ดูหนังสือไปทีละเล่มจนไปสะดุดตาเข้ากับหนังสือเกี่ยวกับตระกูลอีแวนสันซึ่งเป็นนามสกุลของภาคินทร์ และนั่นทำให้เขารู้สึกสนใจใคร่รู้ขึ้นมาทันที
“ตระกูลอีแวนสันถือกำเนิดขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อนโดยไม่ปรากฏหลักฐาน มีเพียงเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่าเป็นตระกูลลึกลับต้องคำสาปที่ทำให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นตระกูลของแวมไพร์...”
บทส่งท้าย“เอาวะ ก็คิดซะว่ามาตรวจเลือดประจำปีแล้วกัน”ปลายเข็มแทงเข้าที่ต้นแขน เลือดสีแดงสดไหลออกมาตามสายก่อนที่จะยกขึ้นมาเทใส่ในแก้วพระพายประคองศีรษะของภาคินทร์ขึ้นมาแล้วกรอกเลือดของเขาใส่ปากภาคินทร์ไปจนหมด“คุณพระพายทำอะไรคะ”เพลงพรที่ตั้งใจมาเยี่ยมภาคินทร์เข้ามาเจอพอดีเธอมองดูอุปกรณ์เจาะเลือดที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ แล้วหันมองหน้าพระพายอีกครั้ง“ผมก็แค่ช่วยคุณภาคินทร์”ทั้งสองคนจดจ้องไปที่ร่างบนเตียง แล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเมื่อภาคินทร์ค่อย ๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา“คุณท่าน!!!”“คุณภาคินทร์”“พระพาย เพลงพร...”พระพายกอดภาคินทร์เอาไว้จนแน่น น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบทั่วสองแก้มในที่สุดภาคินทร์ก็กลับมาหาเขาสักที“คราวหน้าอย่าทำแบบนั้นอีกรู้ไหมครับ มันอันตราย”“ก็ถ้าผมไม่ทำ คุณก็คงไม่มานั่งบ่นผมอยู่ตรงนี้หรอกนะ”หลังร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ ภาคินทร์ก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสัน พร้อมทั้งให้พระนายกับมีจันทร์มาพักอยู่กับเขาด้วยหลังจากที่กิ่งแก้วรู้ว่าเจ้านายของเธอไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่เธอก็ยืนยันว่าจะขอรับใช้ภาคินทร์ต่อไปโดยมีพระนายที่อาสามาช่วยดูแลเธออีกที“สรุปคุณจะขออะไรฉัน คิดออกหรือยัง ถ้า
ตอนที่ 77เมฆาทนฝืนรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ก่อนจะปัดร่างของมีจันทร์จนกระเด็นไปกองอยู่ที่พื้นข้าง ๆ กับเพลงพร“คุณนี่มันจริง ๆ เลยนะ”“อืม... สู้กับแวมไพร์ก็สนุกดี คุณไหวหรือเปล่า”“ไหว”มีจันทร์ค่อย ๆ ชันตัวเองให้ลุกขึ้น สายตาสอดส่องหาสร้อยแต่ก็ไม่พบ ส่วนกระเป๋าใบสีดำของเธอก็ตกอยู่ข้างพระพาย ด้านในมีของสำคัญอีกอย่างที่มันจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะใช้จัดการเมฆาเมฆากระชากตัวพระพายออกจากภาคินทร์ ก่อนที่จะขึ้นไปคร่อมตัวของภาคินทร์ไว้ สองมือกดใบหน้าของภาคินทร์แนบไปกับพื้นเพื่อหมายจะฝังคมเขี้ยวของเขาลงไปภาคินทร์ที่หมดแรงขัดขืนหันไปสบตากับพระพายที่นอนเจ็บอยู่ไม่ไกล“คุณพระพายคะ ในกระเป๋า ตอกเข้าไปที่หัวใจมันเลยค่ะ”มีจันทร์ตะโกนเสียงดังจนทุกสายตาหันไปมองที่เธอ พระพายรีบคว้าลิ่มไม้ที่อยู่ในนั้นแล้วปักมันเข้าไปที่อกด้านซ้ายของเมฆาทันทีเสียงเมฆากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจนเขาต้องยอมปล่อยมือออกจากภาคินทร์ แล้วลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้นภาคินทร์สบโอกาส ลุกขึ้นมาแล้วกดลิ่มไม้ซ้ำลงไปจนทะลุด้านหลัง พร้อมกับร่างของเมฆาที่แน่นิ่งไป“คุณภาคินทร์”และนั่นคือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่ภาคินทร์ใช้มันเพื่อปกป้
ตอนที่ 76“กิ่งแก้วพาตัวพระนายออกไปก่อน”มีจันทร์หันไปบอกกิ่งแก้วพร้อมกับส่งไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ให้ร่างของเพลงพรค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับรอยเขี้ยวที่คอของเธอ“เลือดพวกอีแวนสันเนี่ย ไม่อร่อยเลยเนอะ ฉันจำได้นะว่าเลือดแวมไพร์มันเคยอร่อยกว่านี้”“แวมไพร์ไม่กินเลือดเผ่าพันธุ์ของตัวเอง”ภาคินทร์พูดลอดผ่านไรฟันด้วยความโกรธแค้น เขาจ้องมองเพลงพรที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นในตอนนั้นที่เขาตัดสินใจใช้เลือดตัวเองรักษาเพลงพรเพราะหวังจะให้เธอหายเร็วขึ้น และอยากตอบแทนเธอที่ดูแลเขามาเป็นอย่างดี “มันก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราอยากเป็นใหญ่ จะเลือดของใครฉันก็ไม่สน”“พวกโรเจอร์มันน่ารังเกียจอย่างไรในครั้งอดีต จนมาถึงตอนนี้ก็ยังน่ารังเกียจเหมือนเดิม”“โรเจอร์เหรอ”มีจันทร์สะดุดในคำพูดของภาคินทร์เพราะตระกูลโรเจอร์เป็นคนที่ทำให้แม่บุญธรรมของเธอต้องตาย“เธอมีปัญหาอะไรกับนามสกุลฉันเหรอแม่มนุษย์ตัวน้อย”เมฆาย่างสามขุมเข้าไปหามีจันทร์ แต่ภาคินทร์ใช้ความว่องไว ดึงตัวมีจันทร์ให้มาอยู่ข้าง ๆ เขากับพระพายได้ทันเวลา“คุณมีจันทร์ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ”พระพายหันไปบอกเธอ“ฉันจะเย็นได้ยังไงคะ ในเมื่อมันเป็นคนฆ่าแม่ฉัน”
ตอนที่ 75“คุณพระนาย... ช่วยด้วย”“กิ่งแก้ว”“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”“กิ่ง”“คุณพระนายอย่าออกไป”“ไม่ได้ผมต้องไปช่วยกิ่ง”กิ่งแก้วถูกเงาดำลากตัวหายออกไปจากหน้าร้าน พระนายรีบวิ่งตามไปในทันทีแม้ว่ามีจันทร์จะพยายามรั้งแขนไว้สุดแรงที่มี แต่พระนายก็สะบัดแขนหลุดแล้ววิ่งตามเงานั่นไป“คุณจันทร์ เสียงเอะอะอะไรกันคะ”“กิ่งแก้ว... แล้วเมื่อกี้”“คุณพระนายหายไปไหนคะ”“แย่แล้วแน่ ๆ ฉันต้องไปช่วยคุณพระนาย”มีจันทร์คว้ากระเป๋าสีดำบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งออกไปโดยมีกิ่งแก้วตามไปติด ๆ เธอเองก็ห่วงพระนายไม่แพ้กัน“กิ่ง กิ่งอยู่ไหน ผมมาช่วยแล้ว ส่งเสียงหน่อย”“คุณพระนายช่วยด้วย”“กิ่ง!!”พระนายวิ่งตามเสียงของกิ่งแก้วไปเรื่อย ๆ สองข้างทางมีเพียงความมืดมิดเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่ที่ไหน เขารู้แค่เพียงว่าเขาต้องไปช่วยกิ่งแก้วให้เร็วที่สุด กว่าจะคิดได้ก็ในตอนที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมายืนอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสันเรียบร้อยแล้ว“ไงไอ้นายกว่าจะยอมออกมาได้นะ”“ไอ้เมฆ!!!!!”เมฆาโผล่มาจากด้านหลัง แล้วตรงเข้าไปจับตัวพระนายเอาไว้อย่างรวดเร็วโดยที่พระนายไม่ทันตั้งตัว เขาถูกจับมัดด้วยความรวดเร็วในชั่วพริบตาเพียง
ตอนที่ 74“คุณเพลงพรบอกว่าถ้าจบเรื่องนี้กิ่งจะได้รู้ทุกอย่าง แล้วพอถึงตอนนั้นคุณเพลงพรจะให้กิ่งเลือกว่ายังอยากจะทำงานให้ที่บ้านอีแวนสันต่อไปหรือเปล่า ฉันเองเป็นคนนอก อดทนรอหน่อยนะกิ่ง”เพียงละสายตา ผู้ชายรูปร่างคล้ายคลึงกับเมฆาก็หายตัวไป บริเวณโดยรอบเงียบลงอีกครั้ง เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ“ไอ้นายช่วยกูด้วย”“ทุกคนได้ยินเสียงอะไรไหมครับ”“ไม่นะคะ”“ไอ้นาย... ภาคินทร์มันทำร้ายกู ช่วยกูด้วย”“นี่ไงครับ เสียงมันชัดมากเลยนะครับ”“คุณพระนายคะ กิ่งกับคุณจันทร์ไม่ได้ยินเสียงอะไรจริง ๆ ค่ะ”กิ่งแก้วเอื้อมมือไปแตะที่แขนพระนายเบา ๆ สีหน้าแววตาพระนายตอนนี้ดูลังเล สับสนระคนตื่นตระหนกอยู่ในคราวเดียว “แต่ผมได้ยินจริง ๆ นะกิ่ง ผมต้องเป็นบ้าตายก่อนแน่ ๆ กว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้”“ใจเย็น ๆ นะคะ คุณพระนาย”กิ่งแก้วมองพระนายด้วยความเป็นห่วงแล้วจู่ ๆ พายุด้านนอกก็เริ่มพัดโหมกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไฟในร้านติด ๆ ดับ ๆ บรรยากาศเริ่มใกล้เคียงหนังสยองขวัญมากเข้าไปทุกทีเพล้ง!!เสียงของบางอย่างที่ชั้นล่างแตกจนทุกคนหันมาสบตากัน แล้วไฟในร้านก็ดับลง“แบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ”“หมายความว่ายังไงเหรอครับคุณมีจันทร์”“ฉัน
ตอนที่ 73คืนวันพระจันทร์เต็มดวงมาถึงแล้ว กิ่งแก้วถูกสั่งให้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าโดยที่เพลงพรฝากมีจันทร์ให้ช่วยดูแลพระนายอีกแรง แม้ในตอนแรกพระนายจะไม่ยินยอมแต่พระพายก็ช่วยพูดจนยอมใจอ่อนทำตามที่เขาต้องการ“ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้เห็นทีผมคงจะไม่ขอดื่มเลือดคุณอีกนะพระพาย”“ทำไมเหรอครับ”“ใครจะทนเห็นคนรักต้องมาเจ็บตัวซ้ำได้ล่ะ แต่ที่คืนนี้ผมต้องใช้เลือดจากคุณเพราะผมต้องการมีพลังให้มากที่สุด จะได้จัดการเรื่องเมฆาให้มันสิ้นซากสักที”“จำเป็นต้องถึงตายเลยเหรอครับ”“ก็ถ้าเขาไม่ตาย คนที่ตายก็คือผม”ภาคินทร์รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจ ถึงจะรู้ว่าเมฆาคือแวมไพร์แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนกันมาก่อน การที่จะต้องมารับรู้ว่าวันนี้เพื่อนของตัวเองอาจจะต้องตายด้วยฝีมือของคนรัก มันก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรนะพระพาย แต่ถ้าจะให้ผมพูดมันคือเรื่องปกติที่พวกเราหนีไม่เคยพ้น หากคิดจะเผชิญหน้าก็ต้องยอมรับความสูญเสีย”“คุณท่านกับคุณพระพายไปรอที่ห้องพิธีก่อนดีกว่าค่ะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว”เพลงพรพาทั้งสองคนไปที่ห้องสำหรับทำพิธีดื่มเลือดในเวลานี้ด้านนอกเงียบสงบ สายลมที่เคยพัดอยู่ก็นิ่งสนิท ไร้ความ
ตอนที่ 12ภาพที่เธอเห็นคือกลุ่มคนสี่คนกำลังเดินวนเวียนอยู่ในบ้าน ดวงตาสีแดงสะท้อนแสงในความมืด วรรณิภาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว จนกระทั่งดวงตาคู่หนึ่งหันมาเห็นเธอเข้าพอดี คล้ายเป็นสัญญาณเข้าจู่โจม วรรณิภารีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เมื่อเสียงการไล่ตามดังกระชั้นชิดเข้ามา จู่ ๆ เธอก็ถูกมือของใครบ
ตอนที่ 11“ผมก็คือภาคินทร์ อีแวนสัน”ภาคินร์เดินมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันทีที่เขานั่งลงฝูงค้างคาวก็พากันบินออกจากในห้อง เหลือทิ้งไว้แค่เจ้าของบ้านกับอีกหนึ่งชีวิตที่ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเสียงสัตว์ด้านนอกที่เคยร้องกันอย่างเซ็งแซ่กลับเงียบลงฉับพลัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจจากมนุษย์ที่อยู่ในห้องนี
ตอนที่ 10“ได้มาครอบครองเสียทีนะ เลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์ พาเขาไปที่ห้องใต้ดิน พาไปรอฉลองคืนพระจันทร์เต็มดวงไปพร้อมกับเรา”เพลงพรใช้มือเพียงข้างเดียวก็สามารถยกพระนายขึ้นพาดบนหัวไหล่ แล้วยกร่างของพระนายที่ไม่ได้สติเดินลงไปที่ห้องลับใต้ดิน ห้องอันเป็นสถานที่ที่ภาคินทร์ใช้ทำพิธีดื่มเลือดในคืนพระจันทร์เ
ตอนที่ 9“แล้วแกไปเจอหนังสือเล่มนั้นได้ไง”“ก็...บริษัทผมได้เซ็นสัญญาร่วมลงทุนธุรกิจกับคุณภาคินทร์ อีแวนสัน แล้ววันนี้เขาเชิญไปเซ็นสัญญาที่บ้าน ผมบังเอิญได้เข้าไปห้องหนังสือเขาแล้วเจอเข้า เสียดายอยากอ่านให้จบ”“แกพูดซะฉันอยากอ่านด้วยเลยว่ะ ประวัติของตระกูลนี้มีน้อยมากใน internet แต่มีการพูดถึงอย่าง







