LOGINเหลือจะเชื่อ! ที่อยู่ๆก็มีคนมาขอให้ท้องให้หน่อย แล้วเธอจะทำยังไงดี?
View Moreเสียงแฟลชจากกล้องนักข่าวหลากหลายสำนัก และช่องออนไลน์มากมาย ระยิบระยับราวพายุแสงที่พร้อมใจกันถาโถมเข้าใส่บันไดหินอ่อนหน้าห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหกดาวกลางกรุงเทพฯ ส่งเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวขึ้นไปข้างบน เพื่อพักผ่อน รอให้สถานที่จัดฉากใหม่ให้เป็นโต๊ะที่จะทำพิธีจดทะเบียนสมรส เพื่อประกาศให้ทุกคนทั้งในและต่างประเทศรู้ถึงการเชื่อมความสัมพันธ์ของกลุ่มธุรกิจใหญ่ของประเทศที่กำลังจะเกี่ยวดองกัน หลังจากนี้ค่ำคืนที่ควรจะหรูหรากำลังจะกลายเป็นเวทีประกาศศักดาทางธุรกิจมากกว่างานวิวาห์
ป้ายชื่อขนาดมหึมาของ ACs Group x TNs Group ถูกยกขึ้นมาแทนที่ชื่อบ่าวสาวประดับด้วยดอกกล้วยไม้ขาวและกุหลาบสีแชมเปญหลายหมื่นดอก โคมไฟคริสตัลกลางเพดานส่องประกายเย็นเยียบ จับตาแขกเหรื่อระดับนักการเมือง นักลงทุน และนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศ นี่ไม่ใช่แค่งานแต่งงานอย่างเดียวเสียแล้ว แต่มันคืองานประกาศพันธมิตรแห่งปี ก่อนหน้านี้ เพียงแค่ข่าวการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลธุรกิจส่งออกรายใหญ่ ก็ทำให้หุ้นของทั้ง ACs Group และ TNs Group พุ่งทะยานราวติดปีกในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ จากบริษัทส่งออกเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังโซเซเพราะพิษเศรษฐกิจ ACs กลับฟื้นคืนชีพราวคนใกล้ตายที่ถูกกระตุกหัวใจอีกครั้ง แต่วันนี้ จะเป็นวันที่หุ้นของทั้งสองพุ่งขึ้นไปอีกครั้ง และคาดว่าจะติดลมบนไปอีกนานนับเดือน มากพอที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มอีกหลายพันล้าน ทันทีที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวของทั้งสองตระกูลจรดปากกาลงบนทะเบียนสมรส เจ้าสาวของงานนี้ คือ “ไก่” กันยุมา อนุชิตไพศาล ทายาทอันดับหนึ่งของ ACs Group ที่ถูกจับตามองทันทีที่หญิงสาวเข้ามาฝึกงานในบริษัท ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ข่าวการทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยสร้างความฮือฮาในแวดวง เมื่อเธอคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 อย่างไร้ที่ติ แม้เธอจะเป็นลูกคนที่สอง แต่ในโลกธุรกิจตอนนี้ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสามารถของหญิงสาววัยยี่สิบสาม ที่เรียนจบบริหารและบัญชี เธอไต่ระดับจากพนักงานฝึกงานแผนกคลังสินค้า สู่ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายพัฒนาองค์กรทันทีหลังเรียนจบ คุณวรพล อนุชิตไพศาล ผู้เป็นพ่อ ไม่เคยปิดบัง “คนที่จะรับช่วงต่อบริษัท คือคนที่มีความสามารถ ไม่ใช่คนที่เกิดก่อน” คำนั้นเหมือนค้อนหนักทุบลงกลางอกของคุณกิติกา ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของ “กุ้ง” กัลยากร ลูกสาวคนโต แม้ว่าจะเป็นเมียคนแรก แต่ก็ไม่ได้ทะเบียนสมรสเหมือนคุณมณี แม่ของไก่ เพียงเพราะเธอเคยเป็นหญิงขายบริการมาก่อน แม้จะโชคดีมีลูกกับเจ้าของอาณาจักร ACs Group แต่เพราะความเหมาะสม และการกีดกันจากผู้ใหญ่ฝั่งฝ่ายชาย กิติกาจึงได้เป็นเพียงแม่ของลูกนอกสมรสเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ใดในตระกูลหรือบริษัท ใช่แล้ว ไก่ คือลูกคนรอง ที่มีทะเบียนสมรสของพ่อกับแม่เป็นอาภรณ์โอบล้อมชีวิตไว้ แต่กับ กุ้ง คือลูกคนโต ที่มีเพียงผลตรวจ DNA กับเอกสารรับรองบุตรจากพ่อเท่านั้น มันเป็นปมใหญ่ที่ทำให้กิติกาไม่พอใจ เธอรู้สึกมาตลอดว่าทุกอย่างของ ACs Group ต้องเป็นของลูกสาวเธอ แต่ถูกลูกของมณีแย่งไปหมดทุกอย่าง งานแต่งนี้ก็เช่นกัน คืนนี้ กิติกายืนอยู่ในชุดไทยประยุกต์สีเงินอร่าม ใบหน้าสวยคมยังดูแพงแม้อายุล่วงเลย แต่ไม่อาจปกปิดแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ เกลียด และอิจฉาริษยาได้เลย “ยังไงคนที่ควรเป็นเจ้าสาวก็ต้องเป็นลูกฉัน” เธอกระซิบกับกุ้ง เจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้ลูกสาวตน ฝ่ายลูกสาวที่ยืนข้างกายเม้มปากแน่น กุ้งสวยสง่าในชุดราตรีสีแดงไวน์ ผิวขาวจัด และใบหน้าคมเฉี่ยวแบบมารดา เธอถอนใจกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของแม่ “แม่คะ...พอเถอะค่ะ เราเคยคุยเรื่องนี้กันแล้วนะคะ” “แก หุบปากไปเลยนะ นังลูกไม่รักดี” กิติกาหันขวับ “แกควรจะได้ทุกอย่างสิ งานนี้ต้องเป็นของแก ไม่ใช่มายืนเป็นเพื่อนเจ้าสาวแบบนี้ แกมันโง่ ขนาดได้เป็นเมียแทนแล้ว ยังปล่อยให้หลุดมือไปได้” “หนูไม่ได้อยากแย่ง...” “แต่แกมาก่อน แกเป็นเมียแทนก่อนนังลูกอีมณี พวกแกสองคนรักกัน!” คำนั้นทำให้กุ้งนิ่งงัน ใช่แล้ว...เธอรักแทน และพวกเขารักกัน รักมาตั้งแต่ปีสอง เธอรักผู้ชายที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าบ่าวของน้องสาว ทันทีที่พ่อประกาศว่าแทนกับไก่จะแต่งงานกัน เธอแทบล้มทั้งยืน ทั้งสองเกือบจะพากันหนีไปใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว แต่เพราะแทนเป็นทายาทของตระกูล มีภาระต้องรับผิดชอบมากมาย และเธอเองก็ไม่อยากทำร้ายน้องสาวคนเดียว ถึงแม้แม่จะสั่งสอนให้เกลียดน้อง แต่เธอกลับทำไม่ได้ แต่เพราะน้องสาวคนนี้ใจดี เรียบร้อย อ่อนหวานน่ารัก นับถือเธอเป็นพี่สาวอย่างไม่มีเงื่อนไข อีกอย่าง คุณน้ามณี ก็ยังเป็นแม่เลี้ยงที่เมตตาเธอในหลายเรื่อง ทั้งช่วยพูดให้พ่ออนุญาตให้เธอไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้ใช้ชีวิตอิสระ ขณะที่ไก่ ต้องเรียนที่ไทย และเข้ารับการฝึกงานเพื่อเตรียมรับตำแหน่งตั้งแต่เรียนยังไม่จบ เธอไม่อาจทำร้ายจิตใจของคนทั้งสองได้เลย แต่มันก็ทำไม่ได้แล้ว...เมื่อเธอรับรู้ถึงสิ่งที่แทน...เจ้าบ่าวของงาน กำลังจะทำ ก่อนพิธีจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาว กลิ่นสเปรย์ผมกับน้ำหอมราคาแพงลอยคลุ้งจนแทบเวียนหัว ไก่มองเงาตัวเองในกระจกนิ่งนาน ชุดแต่งงานสีขาวปักคริสตัลแนบลำตัวราวสร้างมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ ผ้าคลุมยาวหลายเมตรแผ่บนพื้น ใบหน้าหวานละมุนถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เธอสวยเหมือนเจ้าหญิงในนิยาย และยังตื่นเต้นกับพิธีแต่งงานที่เพิ่งผ่านไปไม่หาย หัวใจเต้นแรงด้วยความสุขที่เธอกำลังจะได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับคนที่เธอรัก “คุณไก่คะ ตื่นเต้นเหรอคะ” ช่างแต่งหน้าถามยิ้มๆ เธอเข้ามาปรับลุคของเจ้าสาวให้เข้ากับขั้นตอนการจดทะเบียน เพราะภาพนั้นจะถูกกระจายไปถึงแขกสำคัญและคู่ค้าของบริษัททั่วโลก ลุคนี้จึงต้องสวยคมกว่าเดิม “นิดหน่อยค่ะ” นิดหน่อยที่ว่า คือแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ตั้งแต่วันดูตัวกับ แทน ธนาพัฒน์ เธอก็เหมือนคนตกหลุมรักโดยไม่ทันตั้งตัว พี่แทน เป็นผู้ชายสุภาพ อ่อนโยน ฉลาด และดูสมบูรณ์แบบจนหัวใจที่ไม่เคยมีใครของเธอเปิดประตูรับเขาอย่างง่ายดาย และสำหรับผู้หญิงที่เติบโตมากับแรงกดดันอย่างเธอ การมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ก็เหมือนมีที่ให้หัวใจได้ผ่อนคลาย และแบ่งเบาภาระลงไปบ้าง เสียงเคาะประตูดังขึ้น “น้องไก่” เธอจำเสียงนั้นได้ทันที “พี่แทน?” ทีมงานมองหน้ากันอมยิ้ม เมื่อเห็นว่าเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวยังอยากใช้เวลาร่วมกันก่อนช่วงสำคัญ แทน ธนาพัฒน์ อริยะไวกูล ทายาทผู้สืบทอด TNs Group ในชุดสูทเจ้าบ่าวสีขาวเดินเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาซีดกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด “ผม...เออ พี่...พี่ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงเขาสั่น ไก่มองสีหน้าอีกฝ่ายแล้วใจเริ่มหวิว เธอหันไปบอกทีมงานทุกคนอย่างสุภาพ “ขอเวลาสักครู่นะคะ” เมื่อประตูปิดลง “พี่แทน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เจ้าบ่าวมองเจ้าสาวผ่านกระจก ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนหญิงสาวเริ่มมือเย็น สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล “ไก่...พี่ขอโทษ” เพียงประโยคเดียว หัวใจเธอก็เหมือนร่วงวูบ “คะ?” “พี่แต่งงาน...จดทะเบียนกับไก่ไม่ได้” เขาพูดออกมาตรงๆ ราวกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้จะไม่มีแรงพอ “พี่ไม่ได้รักไก่...แต่พี่รักกุ้ง” โลกทั้งใบหยุดหมุน ไก่นิ่งสนิทเหมือนถูกสาป แม้แต่ลมหายใจก็เหมือนถูกกระชากหายไป “อะไรนะคะ...” “เราคบกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย” น้ำตาไก่เอ่อขึ้นแทบจะทันที เมื่อความจริงค่อยๆ ทยอยออกมาจากปากของคนที่เธอรัก และไว้ใจ “แล้ว...แล้วทำไม...” “ไก่ก็รู้ดี...ว่าที่บ้านของเราทั้งสองต้องการดีลนี้” “แล้วไก่ล่ะคะ?” เสียงเธอสั่นจนเป็นสะอื้น “ทำไมพี่เพิ่งมาบอกในเวลานี้” แทนหลุบตา “พี่ขอโทษ...พี่ไม่อยากทำเป็นว่ารักไก่ต่อไปอีกแล้ว” คำขอโทษอีกแล้ว และเธอเองก็ใจหาย เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังทำร้ายหัวใจพี่สาวคนเดียว พี่สาวที่แสนดีของเธอ “พี่จะให้ไก่ทำยังไงคะ ในเมื่ออีกไม่กี่นาทีเราก็จะต้องไปจดทะเบียนกันแล้ว” แทนสูดหายใจเข้าลึก “ช่วยหายไปจากงาน ตอนนี้...จะมีการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว” “คะ?” “พี่จะจัดการทุกอย่างเอง พี่จะรับผิดชอบทั้งหมด แต่วันนี้...ขอให้เจ้าสาวคนที่จดทะเบียนกับพี่ เป็นคนที่พี่รัก” ไก่มองผู้ชายที่ตัวเองเพิ่งรู้ว่ารักข้างเดียว และเพิ่งเข้าใจในวินาทีนั้นเอง...ว่าเธออาจกำลังเป็นฝ่ายแย่งชิงคนรักมาจากพี่สาว น้ำตาไหลออกมาแต่ก็พยายามกลืนมันลงไป ไม่ให้ไหล มิน่าล่ะ... ทุกครั้งที่เจอคุณป้ากิติกา ผู้หญิงคนนั้นถึงได้พ่นใส่หน้าเธอเสมอว่าชอบแย่งของของคนอื่น เหมือนแม่ไม่มีผิด ทีแรกเธอคิดว่าเป็นเพียงคำเหน็บแนมตามปกติ แต่ที่ไหนได้... มันกำลังกลายเป็นเรื่องจริง “พี่แทนคะ...พี่คิดมาดีแล้วใช่ไหมคะ” แทนกำมือแน่น “ครับ” “พี่แทน...” เธอร้องไห้เงียบๆ กับคำตอบที่ออกมาแทบจะทันทีโดยไม่ผ่านการลังเลใดๆ แสดงว่าทั้งสองคงรักกันมาก มากจนขาดกันไม่ได้จริงๆ ไม่เช่นนั้น คงไม่กล้ามาสารภาพความจริงกับเธอในกระชั้นชิดเวลานี้ “แล้วพี่กุ้งรู้ไหม” “รู้...แต่ก็พยายามห้ามพี่แล้ว แต่พี่...พี่หลอกไก่ต่อไปไม่ได้จริงๆ” “ไก่เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวสูดลมหายใจลึก แม้เจ็บปวดแต่เธอไม่อยากทำร้ายใคร ขอให้เธอเป็นฝ่ายเจ็บเอง “ไก่ยินดีจะถอยออกมาค่ะ” “ไก่!...หมายถึง...” “ไก่จะหายไปค่ะ ไก่จะไม่ขัดขวางความรักของพี่แทนกับพี่กุ้ง” “พี่ขอบคุณมากจริงๆ” แทนเข้าไปกอดไก่ด้วยความดีใจ และเสียใจในเวลาเดียวกัน ที่ต้องมาทำลายความรู้สึกเธอแบบนี้ “แล้วตอนนี้ไก่ต้องทำอะไรบ้างคะ?” “ปิ่นจะพาคุณออกไป” “ปิ่น? ใครคะ?” “เพื่อนสนิทพี่” ราวกับนัดไว้ ประตูห้องก็เปิดอีกครั้ง ผู้หญิงสูงโปร่งในเดรสกระโปรงสวยสีชมพูเทาหม่นเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปิ่นมาในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว แต่ก็ต้องจำใจช่วยเหลือ เพราะไม่อยากให้เจ้าสาวคนสวยถูกคู่รักคู่นี้เอาเปรียบ และทำร้ายจิตใจไปมากกว่านี้ เธอรับรู้เรื่องของแทนกับกุ้งมาตลอด และพยายามเตือนแทนเสมอให้บอกความจริง แต่แทนไม่กล้าพอ กว่าจะรวบรวมความกล้าได้...ก็มาถึงวินาทีสุดท้าย และอีกอย่าง... เธอเองก็มีแผนการบางอย่างในใจ ไก่มองผู้หญิงที่เดินเข้ามาด้วยความทึ่ง ตะลึงงัน ผู้หญิงคนนั้นสวยคม สะดุดตาแบบไม่ต้องพยายาม ผมยาวถูกรวบต่ำไว้ด้านหลัง ใบหน้าขาวเนียนกับดวงตาเรียบนิ่งเหมือนผิวน้ำกลางคืน ริมฝีปากแดงระเรื่อ ดูเหมือนคนไม่ค่อยยิ้ม แต่พอยืนตรงนั้น กลับดึงสายตาจนน่าโมโห ไก่ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนดูอันตรายและสงบพร้อมกันขนาดนี้มาก่อน แต่ก็ยอมรับ...ว่ามันน่ามองอย่างประหลาด “สวัสดีค่ะ” หญิงแปลกหน้าพูดเสียงเรียบ “ฉัน ปิ่นปวีณ์” “ปิ่น...ขอบใจนะที่มาช่วย” “แกเป็นหนี้ฉัน จำเอาไว้” แทนพยักหน้ายอมจำนน และพร้อมใช้หนี้ให้เพื่อนแท้คนนี้ทุกเมื่อ “ไก่ต้องหายไปนานเท่าไหร่คะ” หญิงสาวถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด เพราะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าบ่าวเจ้าสาวคะ ทุกอย่างพร้อมแล้วค่ะ”เสียงฝนยังเทกระหน่ำใส่หลังคาโรงไม้ไม่หยุด ราวกับฟ้าตั้งใจขังคนสองคนเอาไว้ในโลกใบเล็กที่มีกลิ่นไม้เปียก กลิ่นอุ่นจางๆ ของความรักที่เพิ่งเกิดขึ้นปิ่นนอนบนโซฟาตัวเดิม กอดร่างเปลือยของไก่ไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม หลังผ่านช่วงเวลาแสนหวานยาวนานตั้งแต่เช้าจนล่วงเข้าบ่ายสอง ความเหน็บเย็นของอากาศปลุกให้ไก่ขยับตัวตื่นช้าๆทันทีที่ลืมตา ภาพทุกอย่างก็ย้อนกลับมาเล่นงานหัวใจเธออีกครั้งรสจูบ กอดสัมผัส และความอุ่นระอุที่มือสาวของปิ่นทำให้เธอวาบหวามจนซ่านถึงปลายเท้า มันงุ้มงอและสั่นเกร็ง ร่างกายของเธอทั้งตอบสนองและหลงใหลได้ปลื้มจากสิ่งที่ปิ่นมอบให้หญิงสาวเม้มปาก หน้าแดงจัดเมื่อพบว่าตัวเองยังเปลือยเปล่า ขณะที่ปิ่นเพียงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเท่านั้น เธอรีบซ่อนหน้าลงกับอกอีกฝ่ายทันทีปิ่นตื่นขึ้นมากระชับแขนกอดแน่นขึ้นไก่ลังเลเพียงนิดเดียว ก่อนจะกอดตอบหัวใจสองดวงที่เคยเดินสวนกันมาตลอด ค่อยๆ ขยับเข้าสู่จังหวะเดียวกันทีละน้อย"หลับสบายจัง""สบายตรงไหนคะ โซฟาตัวนิดเดียว"“มาขนาดนี้แล้ว...” เสียงเธอนุ่มจนแทบละลายไปกับสายฝน “คงทำให้คุณรักที่นี่มากขึ้นนะคะ”“คุณปิ่น...” ไก่หน้าแดงหนักกว่าเดิม รีบซ่อนหน้า “ก็ดูพฤติกร
เสียงลมคำรามดังสนั่นไปทั่วเกาะชะวะลาฝนที่ตกต่อเนื่องมาตั้งแต่หัวค่ำไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งอย่างรุนแรง น้ำทะเลหนุนสูงจนกลืนชายหาดหายไปทั้งหมด เหลือเพียงยอดต้นมะพร้าวที่โผล่พ้นผืนน้ำสีเทาหม่นชั้นล่างของบ้านพักคนงานที่อยู่ติดทะเลถูกน้ำท่วมจนเกือบมิดหลังคา แต่ไม่มีใครแตกตื่น เพราะทุกคนบนเกาะต่างคุ้นชินกับพายุแบบนี้ดี บ้านทุกหลังถูกล็อกแน่นหนา ของจำเป็นถูกเก็บไว้ในกล่องกันน้ำขนาดใหญ่ที่ปิ่นสั่งทำเป็นพิเศษให้ทุกบ้านใช้ยามน้ำท่วมส่วนบ้านใหญ่สามชั้นของปิ่นยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางพายุราวกับป้อมปราการและโรงไม้ที่อยู่ด้านข้าง…น้ำทะเลขึ้นสูงจนเกือบถึงขอบหน้าต่างกระจกด้านล่าง ระดับน้ำภายนอกสูงถึงช่วงเอวของเจ้าของเกาะไก่ยืนมองภาพตรงหน้าตาโต ทั้งตกใจทั้งตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน“สูงขนาดนี้เลยเหรอคะ…”ภายนอกเต็มไปด้วยเสียงลม เสียงฝน และเสียงคลื่นกระแทกกำแพงกันคลื่นอย่างหนัก แต่ภายในโรงไม้กลับอบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มอ่อนและกลิ่นไม้สดจาง ๆปิ่นยังคงนั่งแกะสลักไม้ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นค้อนเล็กกระทบสิ่วดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอกึก… กึก… กึก…“ตอนน้ำท่วมกรุงเทพ…” ไก่พูดขึ้นพลางมองออ
ภายในห้องพักของโรงแรมเงียบสนิทเสียงลมหอบใหญ่พัดกระแทกกระจกเป็นระยะ จนม่านสีอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลมทะเลด้านนอก ไฟจากเมืองค่อย ๆ ลดน้อยลงเมื่อร้านค้าหลายแห่งเริ่มปิดหนีฝนที่กำลังตั้งเค้าบนเตียงด้านซ้ายมือ ไก่นอนหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มบาง เส้นผมสีเข้มกระจายบนหมอนอย่างอ่อนโยน หลังจากเดินทางและคิดมากมาทั้งวัน หญิงสาวก็หมดแรงจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวปิ่นยืนพิงระเบียง มองพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ไกลสุดสายตาตื้ด ตื้ด ตื้ด!เสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นดวงตาคมก้มลงมองหน้าจอ ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ เรียบนิ่งลง ประทีปส่งรายงานมาแล้วเจ้าของเกาะกดเปิดอ่านข้อความช้า ๆ เมื่อยิ่งอ่าน...หัวใจก็ยิ่งหนักอึ้ง เมื่อรู้แล้วว่าสาเหตุการแท้งของมาลินี จริง ๆ แล้วไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็น “ยาขับเลือด” แบบอ่อน ที่ถูกให้ในปริมาณเล็กน้อยต่อเนื่อง จนสะสมในร่างกาย เหมือนระเบิดเวลาที่ไม่มีใครรู้ว่าจะทำงานเมื่อไรปิ่นกำโทรศัพท์แน่นขึ้นทันที เพราะภาพวันนั้นย้อนกลับมาในหัวอีกครั้ง วันที่มาลินีร้องไห้ ตัวสั่น และเลือดไหลไม่หยุดต่อหน้าต่อตาเธอ วันนั้นเธอรีบพาอีกฝ่ายส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเธอดูแลอย่างด
ค่ำคืนสุดท้ายก่อนออกจากฝั่งหลังจากออกไปตรวจความเรียบร้อยของเรือและดูคนงานที่กำลังขนเสบียงขึ้นเรือ เพื่อเตรียมรับมือพายุที่กำลังจะเข้าเกาะชะวะลา ปิ่นก็กลับมาถึงโรงแรมเกือบสามทุ่มท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดสนิทลมทะเลพัดแรงขึ้นกว่าปกติ กลิ่นฝนลอยอยู่ในอากาศ ราวกับพายุกำลังคลานเข้ามาช้า ๆทันทีที่เปิดประตูห้องพักเข้าไป ปิ่นก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังแว่วมาจากระเบียง“…ไก่จะช่วยค่ะ พี่กุ้งไม่ต้องกังวลนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”เจ้าของเสียงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ปิ่นหยุดเท้าโดยอัตโนมัติ เธอไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่เสียงของไก่ดังพอจะได้ยิน เพราะประตูกระจกถูกเปิดรับลมทะเลเอาไว้หญิงสาวร่างบางยืนหันหลังอยู่ตรงระเบียง ผมยาวปลิวตามแรงลม แสงไฟจากเมืองสะท้อนเงาของเธอบนกระจกบางเบา“…ถ้าไก่ช่วยได้ ไก่ก็จะช่วยค่ะ”น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ปิ่นถอนหายใจเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจทันทีใจดีอีกแล้วสินะ…ทางด้านไก่ทันทีที่เห็นชื่อ “พี่กุ้ง” โทรเข้ามา หัวใจเธอก็เต้นแรงด้วยความดีใจ ตั้งแต่งานแต่งวันนั้น เธอไม่กล้าโทรกลับไปหาอีกฝ่ายเลยทั้งเพราะรู้สึกผิด ทั้งกลัวจะรบกวนชีวิตใหม่ของพี่สาวอีกอย่าง…เธอก็รู้ว่