LOGINเมื่อวานที่โรงพยาบาลเกิดความวุ่นวายเพราะเลือดหายไปจากคลัง ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วคลังเลือดมีการเก็บรักษาและดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา
แต่ตอนที่เธอออกมามีคนบอกว่าไฟที่โรงพยาบาลขัดข้องและหลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติพอตรวจสอบดูถึงได้รู้ว่าเลือดในคลังหายไป
“สวัสดีค่ะคุณเพลงพร”
“พาฉันไปดูหน่อยค่ะ”
หลังจากเสร็จธุระเรื่องรถเพลงพรก็มาที่โรงพยาบาล
“กล้องวงจรปิดตอนเกิดเหตุจู่ ๆ ก็ขัดข้องทำให้เราไม่ได้ภาพช่วงเวลานั้นตรงหน้าคลังเก็บเลือดเลยค่ะ”
“แล้วมีใครน่าสงสัยหรือเปล่า”
“ช่วงไฟดับคนไข้ไม่ได้เยอะมากแต่ก็ไม่มีใครน่าสงสัยเลยนะคะ”
“ฉันขอดูกล้องวงจรปิดหน่อย ทั้งหมด ทุกตัว จะเสียไม่เสียก็เอามาเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
เพลงพรหันไปสั่งเจ้าหน้าที่แล้วเดินกลับขึ้นไปที่ชั้นบนอันเป็นห้องทำงานของเธอ
ไม่นานไฟล์กล้องทั้งหมดก็ถูกส่งมาให้
เพลงพรใช้เวลาไล่ดูอยู่นานก่อนจะหยุดพักหน้าจอเอาไว้ตรงภาพของกล้องตัวที่เกิดความเสียหาย เวลานั้นเธอรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง
“เมฆา...”
เพราะเป็นเชื้อสายแวมไพร์เหมือนกันเธอจึงสัมผัสได้ถึงอีกฝ่าย
เมื่อรู้เบาะแสทั้งหมดเธอจึงไม่รีรอที่จะเข้าไปจัดการ เพลงพรหาข้อมูลไม่นานจนได้รู้ว่าเมฆาแฝงตัวอยู่ที่ใด
“คุณเพลงพรมาที่นี่ได้ยังไงครับ”
พระนายที่ลงจากอาคารเพื่อข้ามไปร้านอาหารฝั่งตรงข้าม บังเอิญมาเจอเพลงพรเข้าพอดี
“ดิฉันผ่านมาและอยากจะพูดคุยกับเพื่อนคุณพระนายเป็นการส่วนตัวสักหน่อย”
“เพื่อนผมเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ ดิฉันหมายถึงคุณเมฆา”
“มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ”
เจ้าของชื่อปรากฏตัวราวกับรู้อยู่แล้วว่าเพลงพรจะมา
“ถ้าไม่เป็นการรบกวน คุณเมฆาพอจะไปคุยกับดิฉันเป็นการส่วนตัวได้ไหมคะ”
“ผมมีงานต้องทำ”
“หรืออยากจะให้ดิฉันพูดมันเสียตรงนี้”
เพลงพรจ้องหน้าเมฆาอย่างไม่เกรงกลัว
“ไอ้นาย งั้นฝากลางานครึ่งบ่ายให้หน่อยนะ ท่าทางคุณเพลงพรน่าจะมีเรื่องคุยกับกูเยอะเลย”
“เออ ๆ เดี๋ยวจัดการให้”
ถึงพระนายจะไม่เข้าใจว่าเพลงพรไปรู้จักเมฆาเป็นการส่วนตัวได้อย่างไร
แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้วคงไม่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะไปนั่งซักถาม
เอาไว้เมฆากลับมาเขาค่อยคุยกับเพื่อนสนิทของตัวเองคงจะง่ายกว่า
“ว่ามาเลยครับ มีธุระอะไรกับผมถึงได้มาหาผมถึงที่ทำงาน”
“คุณเมฆาต้องการอะไร”
เพลงพรพาเมฆามาที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลจากผู้คนและความวุ่นวาย
“เดี๋ยวนะครับคุณเพลงพร จู่ ๆ มาถามผมแบบนี้หมายความว่ายังไงเหรอครับ ผมกับคุณเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แล้วผมจะไปต้องการอะไรจากคุณ”
“คุณจะยอมเผยตัวตนออกมาดี ๆ หรือจะให้ฉันไปตามคุณปีเตอร์มาคุยด้วยกันดีคะ คุณเมฆา ทายาทรุ่นสุดท้ายของตระกูลโรเจอร์”
“คุณอย่าล้ำเส้นผมจะดีกว่า”
ดวงตาสีน้ำตาลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดุดัน ผิดกับเมฆาคนเดิมโดยสิ้นเชิง
“คุณล้ำเส้นเราก่อน คุณเข้าไปขโมยเลือดในคลังของคุณท่าน ทำไปทำไม”
“เพื่อเตือนนายของคุณด้วยความหวังดี”
“คุณท่านเกี่ยวอะไรด้วย”
“ปล่อยพระพายออกมาซะ ไม่อย่างนั้นไม่ว่าจะโรงพยาบาลหรือแม้แต่บ้านของตระกูลอีแวนสัน ผมก็ลบมันทิ้งจากประเทศนี้ได้เหมือนกัน”
“คุณอย่ามายุ่งกับพวกเราดีกว่า ต่างคนต่างอยู่อย่างที่เคยเป็นมา”
เพลงพรพยายามพูดอย่างประนีประนอม เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากสร้างปัญหาหรือทำให้อีแวนสันต้องเดือดร้อน
“จะให้ต่างคนต่างอยู่ได้ยังไงในเมื่อคุณเอาคนของผมไป”
“คุณพระพายไม่ใช่คนของคุณ คุณอาจจะใกล้ชิดกับเขาแต่คุณก็เป็นเพียงสหายคนหนึ่งของคุณพระพายเท่านั้น”
“ผมจะเป็นอะไรมันก็สิทธิ์ของผม อย่างน้อยผมก็ไม่ได้คิดจะใช้เลือดของเขาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ฉะนั้นปล่อยพระพายออกมาซะ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้มันไม่จบแค่เลือดหายออกไปจากคลังแน่ ๆ”
เมฆาเอ่ยเตือน
เดิมทีเขาเองก็หวังจะครอบครองมนุษย์อันมีเลือดบริสุทธิ์ที่พบเจอได้ยากเช่นพระพาย
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







