เข้าสู่ระบบ“อ่านอะไรอยู่เหรอครับ”
“คุณภาคินทร์!!!”
พระนายรีบปิดหนังสือในมือลงทันที ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรแต่เขากลับรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยในเวลาที่อยู่ต่อหน้าภาคินทร์ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ ๆ
“เอ่อ...คือ”
“ประวัติตระกูลอีแวนสัน… นี่คุณพระนายให้ความสนใจประวัติตระกูลของผมด้วยเหรอครับ”
พระนายมั่นใจว่าภาคินทร์น่าจะเพิ่งเข้ามา เขาไม่มีทางรู้ได้แน่ ๆ ว่าพระนายอ่านหนังสือเล่มไหนอยู่ แล้วเพราะเหตุผลใดเขาจึงเดาถูกในเมื่อหนังสือในห้องนี้ก็มีเป็นร้อยเป็นพันเล่ม
“กำลังคิดอยู่เหรอครับว่าผมรู้ว่าคุณพระนายอ่านหนังสือเล่มไหน ได้อย่างไร”
“หมายถึงอะไรเหรอครับ”
พระนายแสร้งทำเฉไฉเสมือนไม่ได้มีอะไรน่าสงสัยอย่างที่ภาคินทร์บอก
“ด้านหลังคุณมันมีกระจกอยู่ ผมมองเห็นจากในกระจกครับเลยทราบว่ามันเป็นหนังสืออะไร”
พระนายหันมองกลับไปตามระยะสายตาของภาคินทร์ ก่อนจะเห็นว่ามีกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ในตอนแรกเขาไม่ทันเห็นมันเลยด้วยซ้ำ
“คือจริง ๆ ผมไม่ได้อยากละลาบละล้วงเรื่องของตระกูลคุณภาคินทร์หรอกนะครับ พอดีเห็นมันมีเรื่องราวน่าสนใจเลยลองอ่านดู แต่ถ้าคุณภาคินทร์ไม่สะดวกใจ...”
“เปล่าครับผมไม่ได้ว่าอะไร แค่แปลกใจที่คุณสนใจเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อหรือเรื่องลี้ลับพวกนี้ ที่เขาเขียนบันทึกกันเอาไว้”
“ก็อย่างที่บอกครับพี่ชายผมมันเป็นพวกคลั่งเรื่องความเชื่อ สิ่งลี้ลับ แบบที่คุณภาคินทร์ว่าผมก็เลยเหมือนคุ้นชินไปโดยปริยาย แล้วอีกอย่าง อ่านไปอ่านมาก็สนุกตื่นเต้นดี”
พระนายเอาหนังสือที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมาวางก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย
“ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตถามได้ไหมครับ ว่าจริง ๆ แล้วคุณพระนายคิดอย่างไรกับเรื่องของแวมไพร์ ผีดูดเลือดเหรอครับ”
“มันก็อาจจะมีอยู่จริงนะครับ แต่มาถึงสมัยนี้แล้วมันคงจะไม่มีแวมไพร์ที่ไหนออกมาไล่ดูดเลือดคนหรอกครับ เขาก็คงต้องปรับตัว”
“ปรับตัว แวมไพร์ปรับตัวเหรอครับ ตลกดีนะครับผมไม่เคยได้ยิน”
แม้วาจาจะกล่าวว่ามันคือเรื่องขบขัน หากแต่ใบหน้าเรียบเฉย ไร้การแสดงออกทางอารมณ์ตามที่ควรจะเป็น
“ครับ ถ้าไม่ปรับตัวก็คงสูญพันธุ์ไปแล้วจริง ๆ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ลำพังคนธรรมดายังต้องปรับตัวเลยครับ ถ้าแวมไพร์จะมีชีวิตอยู่เป็นร้อยเป็นพันปี ก็คงต้องปรับตัวเหมือนกัน”
ภาคินทร์รู้สึกทึ่งในความคิดของพระนายนิดหน่อย ที่ดูเหมือนจะเชื่อและไม่เชื่ออยู่ในคราเดียว
แถมยังมีความคิดแปลกออกไปจากหลาย ๆ คนที่เขาเคยเจอและมันช่างดูน่าสนใจเสียจริง
“แล้วถ้าสมมุติคุณได้เจอแวมไพร์ขึ้นมาจริง ๆ คุณจะทำอย่างไรครับ”
“ผมไม่อยากเจอหรอกครับ ถ้าเป็นพี่ชายผมก็ไม่แน่ ถึงจะไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าให้เลือกผมก็ไม่อยากเจอครับ”
ดวงตาสีแดงจ้องไปที่ใบหน้าของพระนาย แม้ใกล้ขนาดนี้แต่เขายังไม่สามารถสัมผัสถึงกลิ่นเลือดบริสุทธิ์ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แปลกมาก
หรือบางทีร่างกายของเขาอาจจะยังอ่อนแอเกินไป
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเจอกันมื้อเย็น เชิญคุณกับหัวหน้าคุณตามสบายนะครับ ส่วนหนังสือถ้าชอบเล่มไหนก็อ่านได้ตามสบายหรือจะยืมไปอ่านต่อก็ได้นะครับ ผมไม่หวง”
“ครับ ขอบคุณมากนะครับ”
ภาคินทร์ขอตัวออกมาจากห้องหนังสือ
ระหว่างทางเขาเดินสวนกับเอกรินทร์ โดยไม่แม้แต่จะหยุดมองหน้าด้วยซ้ำราวกับเอกรินทร์ไม่ได้มีตัวตนในบ้านหลังนี้
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เอกรินทร์ใส่ใจแต่อย่างใด เพราะสำหรับเขางานที่ทำสำเร็จแล้วเท่านั้นที่สมควรให้คุณค่ามากที่สุด
“นายว่าคุณภาคินทร์เขาแปลก ๆ ไหม”
“แปลก แล้วไอ้คำว่าแปลกของพี่นี่มันเป็นยังไงเหรอครับ”
“ก็ดูเนิบ ๆ ช้า ๆ แข็ง ๆ เหมือนลืมพกวิญญาณมาด้วย”
“หัวหน้าครับ เรานินทาเขาในบ้านเขาเลยนะครับ ถ้าเขาเปลี่ยนใจฉีกสัญญาขึ้นมาจะแย่นะครับ”
“เออจริงด้วย ก็มันรู้สึกแปลก ๆ จริง ๆ นี่นา”
เอกรินทร์คิดวกไปวนมาถึงท่าทางต่าง ๆ ของภาคินทร์ที่เจอในวันนี้ จะให้ทำใจมองว่าเป็นเรื่องปกติก็ยากเย็นอยู่
ลำพังแค่บุคลิกภายนอกก็แสนแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นสีผม ดวงตา สีผิวที่ขาวซีดไร้เลือดฝาดแบบนั้น ถึงจะบอกว่าเป็นลูกครึ่งต่างชาติก็ยังแปลกอยู่ดี
แต่เพราะตอนนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของภาคินทร์อย่างที่พระนายบอก มันก็คงไม่เหมาะเท่าไรหากพูดเรื่องพวกนี้ออกไปแล้วมีใครมาได้ยิน
บริษัทรวมถึงงานของเขาก็อาจจะเสียหายได้
บทส่งท้าย“เอาวะ ก็คิดซะว่ามาตรวจเลือดประจำปีแล้วกัน”ปลายเข็มแทงเข้าที่ต้นแขน เลือดสีแดงสดไหลออกมาตามสายก่อนที่จะยกขึ้นมาเทใส่ในแก้วพระพายประคองศีรษะของภาคินทร์ขึ้นมาแล้วกรอกเลือดของเขาใส่ปากภาคินทร์ไปจนหมด“คุณพระพายทำอะไรคะ”เพลงพรที่ตั้งใจมาเยี่ยมภาคินทร์เข้ามาเจอพอดีเธอมองดูอุปกรณ์เจาะเลือดที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ แล้วหันมองหน้าพระพายอีกครั้ง“ผมก็แค่ช่วยคุณภาคินทร์”ทั้งสองคนจดจ้องไปที่ร่างบนเตียง แล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเมื่อภาคินทร์ค่อย ๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา“คุณท่าน!!!”“คุณภาคินทร์”“พระพาย เพลงพร...”พระพายกอดภาคินทร์เอาไว้จนแน่น น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบทั่วสองแก้มในที่สุดภาคินทร์ก็กลับมาหาเขาสักที“คราวหน้าอย่าทำแบบนั้นอีกรู้ไหมครับ มันอันตราย”“ก็ถ้าผมไม่ทำ คุณก็คงไม่มานั่งบ่นผมอยู่ตรงนี้หรอกนะ”หลังร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ ภาคินทร์ก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสัน พร้อมทั้งให้พระนายกับมีจันทร์มาพักอยู่กับเขาด้วยหลังจากที่กิ่งแก้วรู้ว่าเจ้านายของเธอไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่เธอก็ยืนยันว่าจะขอรับใช้ภาคินทร์ต่อไปโดยมีพระนายที่อาสามาช่วยดูแลเธออีกที“สรุปคุณจะขออะไรฉัน คิดออกหรือยัง ถ้า
ตอนที่ 77เมฆาทนฝืนรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ก่อนจะปัดร่างของมีจันทร์จนกระเด็นไปกองอยู่ที่พื้นข้าง ๆ กับเพลงพร“คุณนี่มันจริง ๆ เลยนะ”“อืม... สู้กับแวมไพร์ก็สนุกดี คุณไหวหรือเปล่า”“ไหว”มีจันทร์ค่อย ๆ ชันตัวเองให้ลุกขึ้น สายตาสอดส่องหาสร้อยแต่ก็ไม่พบ ส่วนกระเป๋าใบสีดำของเธอก็ตกอยู่ข้างพระพาย ด้านในมีของสำคัญอีกอย่างที่มันจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะใช้จัดการเมฆาเมฆากระชากตัวพระพายออกจากภาคินทร์ ก่อนที่จะขึ้นไปคร่อมตัวของภาคินทร์ไว้ สองมือกดใบหน้าของภาคินทร์แนบไปกับพื้นเพื่อหมายจะฝังคมเขี้ยวของเขาลงไปภาคินทร์ที่หมดแรงขัดขืนหันไปสบตากับพระพายที่นอนเจ็บอยู่ไม่ไกล“คุณพระพายคะ ในกระเป๋า ตอกเข้าไปที่หัวใจมันเลยค่ะ”มีจันทร์ตะโกนเสียงดังจนทุกสายตาหันไปมองที่เธอ พระพายรีบคว้าลิ่มไม้ที่อยู่ในนั้นแล้วปักมันเข้าไปที่อกด้านซ้ายของเมฆาทันทีเสียงเมฆากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจนเขาต้องยอมปล่อยมือออกจากภาคินทร์ แล้วลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้นภาคินทร์สบโอกาส ลุกขึ้นมาแล้วกดลิ่มไม้ซ้ำลงไปจนทะลุด้านหลัง พร้อมกับร่างของเมฆาที่แน่นิ่งไป“คุณภาคินทร์”และนั่นคือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่ภาคินทร์ใช้มันเพื่อปกป้
ตอนที่ 76“กิ่งแก้วพาตัวพระนายออกไปก่อน”มีจันทร์หันไปบอกกิ่งแก้วพร้อมกับส่งไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ให้ร่างของเพลงพรค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับรอยเขี้ยวที่คอของเธอ“เลือดพวกอีแวนสันเนี่ย ไม่อร่อยเลยเนอะ ฉันจำได้นะว่าเลือดแวมไพร์มันเคยอร่อยกว่านี้”“แวมไพร์ไม่กินเลือดเผ่าพันธุ์ของตัวเอง”ภาคินทร์พูดลอดผ่านไรฟันด้วยความโกรธแค้น เขาจ้องมองเพลงพรที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นในตอนนั้นที่เขาตัดสินใจใช้เลือดตัวเองรักษาเพลงพรเพราะหวังจะให้เธอหายเร็วขึ้น และอยากตอบแทนเธอที่ดูแลเขามาเป็นอย่างดี “มันก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราอยากเป็นใหญ่ จะเลือดของใครฉันก็ไม่สน”“พวกโรเจอร์มันน่ารังเกียจอย่างไรในครั้งอดีต จนมาถึงตอนนี้ก็ยังน่ารังเกียจเหมือนเดิม”“โรเจอร์เหรอ”มีจันทร์สะดุดในคำพูดของภาคินทร์เพราะตระกูลโรเจอร์เป็นคนที่ทำให้แม่บุญธรรมของเธอต้องตาย“เธอมีปัญหาอะไรกับนามสกุลฉันเหรอแม่มนุษย์ตัวน้อย”เมฆาย่างสามขุมเข้าไปหามีจันทร์ แต่ภาคินทร์ใช้ความว่องไว ดึงตัวมีจันทร์ให้มาอยู่ข้าง ๆ เขากับพระพายได้ทันเวลา“คุณมีจันทร์ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ”พระพายหันไปบอกเธอ“ฉันจะเย็นได้ยังไงคะ ในเมื่อมันเป็นคนฆ่าแม่ฉัน”
ตอนที่ 75“คุณพระนาย... ช่วยด้วย”“กิ่งแก้ว”“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”“กิ่ง”“คุณพระนายอย่าออกไป”“ไม่ได้ผมต้องไปช่วยกิ่ง”กิ่งแก้วถูกเงาดำลากตัวหายออกไปจากหน้าร้าน พระนายรีบวิ่งตามไปในทันทีแม้ว่ามีจันทร์จะพยายามรั้งแขนไว้สุดแรงที่มี แต่พระนายก็สะบัดแขนหลุดแล้ววิ่งตามเงานั่นไป“คุณจันทร์ เสียงเอะอะอะไรกันคะ”“กิ่งแก้ว... แล้วเมื่อกี้”“คุณพระนายหายไปไหนคะ”“แย่แล้วแน่ ๆ ฉันต้องไปช่วยคุณพระนาย”มีจันทร์คว้ากระเป๋าสีดำบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งออกไปโดยมีกิ่งแก้วตามไปติด ๆ เธอเองก็ห่วงพระนายไม่แพ้กัน“กิ่ง กิ่งอยู่ไหน ผมมาช่วยแล้ว ส่งเสียงหน่อย”“คุณพระนายช่วยด้วย”“กิ่ง!!”พระนายวิ่งตามเสียงของกิ่งแก้วไปเรื่อย ๆ สองข้างทางมีเพียงความมืดมิดเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่ที่ไหน เขารู้แค่เพียงว่าเขาต้องไปช่วยกิ่งแก้วให้เร็วที่สุด กว่าจะคิดได้ก็ในตอนที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมายืนอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสันเรียบร้อยแล้ว“ไงไอ้นายกว่าจะยอมออกมาได้นะ”“ไอ้เมฆ!!!!!”เมฆาโผล่มาจากด้านหลัง แล้วตรงเข้าไปจับตัวพระนายเอาไว้อย่างรวดเร็วโดยที่พระนายไม่ทันตั้งตัว เขาถูกจับมัดด้วยความรวดเร็วในชั่วพริบตาเพียง
ตอนที่ 74“คุณเพลงพรบอกว่าถ้าจบเรื่องนี้กิ่งจะได้รู้ทุกอย่าง แล้วพอถึงตอนนั้นคุณเพลงพรจะให้กิ่งเลือกว่ายังอยากจะทำงานให้ที่บ้านอีแวนสันต่อไปหรือเปล่า ฉันเองเป็นคนนอก อดทนรอหน่อยนะกิ่ง”เพียงละสายตา ผู้ชายรูปร่างคล้ายคลึงกับเมฆาก็หายตัวไป บริเวณโดยรอบเงียบลงอีกครั้ง เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ“ไอ้นายช่วยกูด้วย”“ทุกคนได้ยินเสียงอะไรไหมครับ”“ไม่นะคะ”“ไอ้นาย... ภาคินทร์มันทำร้ายกู ช่วยกูด้วย”“นี่ไงครับ เสียงมันชัดมากเลยนะครับ”“คุณพระนายคะ กิ่งกับคุณจันทร์ไม่ได้ยินเสียงอะไรจริง ๆ ค่ะ”กิ่งแก้วเอื้อมมือไปแตะที่แขนพระนายเบา ๆ สีหน้าแววตาพระนายตอนนี้ดูลังเล สับสนระคนตื่นตระหนกอยู่ในคราวเดียว “แต่ผมได้ยินจริง ๆ นะกิ่ง ผมต้องเป็นบ้าตายก่อนแน่ ๆ กว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้”“ใจเย็น ๆ นะคะ คุณพระนาย”กิ่งแก้วมองพระนายด้วยความเป็นห่วงแล้วจู่ ๆ พายุด้านนอกก็เริ่มพัดโหมกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไฟในร้านติด ๆ ดับ ๆ บรรยากาศเริ่มใกล้เคียงหนังสยองขวัญมากเข้าไปทุกทีเพล้ง!!เสียงของบางอย่างที่ชั้นล่างแตกจนทุกคนหันมาสบตากัน แล้วไฟในร้านก็ดับลง“แบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ”“หมายความว่ายังไงเหรอครับคุณมีจันทร์”“ฉัน
ตอนที่ 73คืนวันพระจันทร์เต็มดวงมาถึงแล้ว กิ่งแก้วถูกสั่งให้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าโดยที่เพลงพรฝากมีจันทร์ให้ช่วยดูแลพระนายอีกแรง แม้ในตอนแรกพระนายจะไม่ยินยอมแต่พระพายก็ช่วยพูดจนยอมใจอ่อนทำตามที่เขาต้องการ“ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้เห็นทีผมคงจะไม่ขอดื่มเลือดคุณอีกนะพระพาย”“ทำไมเหรอครับ”“ใครจะทนเห็นคนรักต้องมาเจ็บตัวซ้ำได้ล่ะ แต่ที่คืนนี้ผมต้องใช้เลือดจากคุณเพราะผมต้องการมีพลังให้มากที่สุด จะได้จัดการเรื่องเมฆาให้มันสิ้นซากสักที”“จำเป็นต้องถึงตายเลยเหรอครับ”“ก็ถ้าเขาไม่ตาย คนที่ตายก็คือผม”ภาคินทร์รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจ ถึงจะรู้ว่าเมฆาคือแวมไพร์แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนกันมาก่อน การที่จะต้องมารับรู้ว่าวันนี้เพื่อนของตัวเองอาจจะต้องตายด้วยฝีมือของคนรัก มันก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรนะพระพาย แต่ถ้าจะให้ผมพูดมันคือเรื่องปกติที่พวกเราหนีไม่เคยพ้น หากคิดจะเผชิญหน้าก็ต้องยอมรับความสูญเสีย”“คุณท่านกับคุณพระพายไปรอที่ห้องพิธีก่อนดีกว่าค่ะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว”เพลงพรพาทั้งสองคนไปที่ห้องสำหรับทำพิธีดื่มเลือดในเวลานี้ด้านนอกเงียบสงบ สายลมที่เคยพัดอยู่ก็นิ่งสนิท ไร้ความ
ตอนที่ 12ภาพที่เธอเห็นคือกลุ่มคนสี่คนกำลังเดินวนเวียนอยู่ในบ้าน ดวงตาสีแดงสะท้อนแสงในความมืด วรรณิภาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว จนกระทั่งดวงตาคู่หนึ่งหันมาเห็นเธอเข้าพอดี คล้ายเป็นสัญญาณเข้าจู่โจม วรรณิภารีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เมื่อเสียงการไล่ตามดังกระชั้นชิดเข้ามา จู่ ๆ เธอก็ถูกมือของใครบ
ตอนที่ 11“ผมก็คือภาคินทร์ อีแวนสัน”ภาคินร์เดินมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันทีที่เขานั่งลงฝูงค้างคาวก็พากันบินออกจากในห้อง เหลือทิ้งไว้แค่เจ้าของบ้านกับอีกหนึ่งชีวิตที่ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเสียงสัตว์ด้านนอกที่เคยร้องกันอย่างเซ็งแซ่กลับเงียบลงฉับพลัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจจากมนุษย์ที่อยู่ในห้องนี
ตอนที่ 10“ได้มาครอบครองเสียทีนะ เลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์ พาเขาไปที่ห้องใต้ดิน พาไปรอฉลองคืนพระจันทร์เต็มดวงไปพร้อมกับเรา”เพลงพรใช้มือเพียงข้างเดียวก็สามารถยกพระนายขึ้นพาดบนหัวไหล่ แล้วยกร่างของพระนายที่ไม่ได้สติเดินลงไปที่ห้องลับใต้ดิน ห้องอันเป็นสถานที่ที่ภาคินทร์ใช้ทำพิธีดื่มเลือดในคืนพระจันทร์เ
ตอนที่ 9“แล้วแกไปเจอหนังสือเล่มนั้นได้ไง”“ก็...บริษัทผมได้เซ็นสัญญาร่วมลงทุนธุรกิจกับคุณภาคินทร์ อีแวนสัน แล้ววันนี้เขาเชิญไปเซ็นสัญญาที่บ้าน ผมบังเอิญได้เข้าไปห้องหนังสือเขาแล้วเจอเข้า เสียดายอยากอ่านให้จบ”“แกพูดซะฉันอยากอ่านด้วยเลยว่ะ ประวัติของตระกูลนี้มีน้อยมากใน internet แต่มีการพูดถึงอย่าง







