Share

แสงจันทร์แห่งภพนี้
แสงจันทร์แห่งภพนี้
Author: จือหนานอี

บทที่ 1

Author: จือหนานอี
"แอนนี่ เธอเก่งจริงๆ นะ ถึงขั้นทำให้พ่อแม่พี่ใช้วิธีอดอาหารมาบีบบังคับให้พี่แต่งงานกับเธอได้ เธอคิดว่าถ้าเราแต่งงานกันแล้วพี่จะรักเธองั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!" เสียงที่เย็นชาดังขึ้นข้างหู ฉันลืมตาขึ้นมองกู้เซินที่ยืนอยู่ตรงหน้า ชุดสูทสีดำเนี้ยบ คิ้วและดวงตาที่ดูขวางโลก ทั้งบุคลิกและน้ำเสียงต่างจากกู้เซินในอีกห้าปีข้างหน้า

นี่คือกู้เซินในวัยยี่สิบปี

ฉันเก็บความปวดร้าวในใจเอาไว้ มองเขาอย่างอาลัยอาวรณ์

ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉันถึงฝืนยิ้มอย่างขื่นขมแล้วถามว่า "ที่พี่ไม่อยากแต่งงานกับฉัน เป็นเพราะคนที่พี่อยากแต่งงานด้วยจริงๆ คือเซี่ยโม่ใช่ไหม?"

กู้เซินหัวเราะอย่างเย็นชา "คนที่พี่รักมีแค่เซี่ยโม่คนเดียว ทำไมล่ะ เธอจะยอมแล้วเหรอ?"

ฉันตอบอย่างจริงจัง "ค่ะ"

พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตจากการปะทะกันของแก๊งมาเฟีย คุณปู่ตระกูลกู้จึงคอยดูแลปกป้องฉันให้พ้นจากอันตราย ทั้งยังเซ็นข้อตกลงฉบับหนึ่งกับฉันไว้ว่า สิ่งที่ตระกูลกู้ติดค้างฉัน จะชดใช้คืนให้ด้วยการแต่งงาน

และในขณะเดียวกัน ฉันก็สามารถใช้กระดาษแผ่นนี้แลกกับอิสรภาพของใครก็ได้เช่นกัน

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห

"เธอใช้ข้อตกลงนั่นกดดันพี่ พ่อพี่ก็บีบให้พี่แต่งกับเธอ การ์ดเชิญงานแต่งของเราก็แจกออกไปหมดแล้ว แล้วตอนนี้เธอกลับบอกว่ายอมแล้ว แอนนี่ นี่เธอกำลังล้อพี่เล่นหรือไง?"

"แอนนี่ พี่ไม่รู้ว่านี่เป็นลูกไม้ใหม่แบบไหนของเธอ เอาเป็นว่าเอาข้อตกลงนั่นไปคืนคุณปู่เองเถอะ พี่จะรออยู่ตรงนี้"

พูดจบเขาก็หันหลังไปพิงเสาหินที่ระเบียงทางเดิน

เมื่อสัมผัสได้ถึงความรังเกียจในสายตาของเขา ใจของฉันก็สั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด จนเกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจ

ฉันรักกู้เซินมาหลายปีจริงๆ

กู้เซินเองก็เคยช่วยชีวิตฉันอย่างไม่คิดชีวิตถึงสามครั้ง ฉันนึกว่าที่เขาเต็มใจทำแบบนั้นเป็นเพราะเขาก็ชอบฉันเหมือนกัน และเพราะเหตุนี้ฉันถึงยอมรับการคลุมถุงชนและแต่งงานกับเขา

จนกระทั่ง รักแรกของเขาตายไป ฉันถึงได้ตัดใจและรู้ว่าคนที่กู้เซินรักคือคนอื่น

ต่อให้ฉันจะพยายามเอาอกเอาใจแค่ไหน ก็ไม่มีทางเปลี่ยนความจริงข้อนี้ได้เลย

ชาติที่แล้ว ฉันอธิษฐานต่อพระเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้ชีวิตแลกชีวิต จนในที่สุดก็ขอโอกาสให้กู้เซินได้ย้อนกลับมาอีกครั้งสำเร็จ

ก่อนจะย้อนกลับมา บาทหลวงเคยเตือนฉันว่า "ภายในหนึ่งวันหลังเกิดใหม่ ลูกต้องทำตามความปรารถนาที่ค้างคาใจสามอย่างของเขาให้สำเร็จ เมื่อทำครบแล้วต้องจากไปทันที"

"แต่การเกิดใหม่ก็ต้องแลกมาด้วยข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง ลูกแอนนี่ต้องคิดให้ดีนะ"

ฉันยิ้มอย่างขมขื่น ต่อให้ต้องจ่ายด้วยอะไรก็ตาม ขอแค่ได้ชดใช้สิ่งที่ติดค้างกู้เซิน ทุกอย่างก็คุ้มแล้ว

ฉันไปพบคุณปู่ตระกูลกู้ เพื่อใช้ข้อตกลงนั้นเป็นข้ออ้างให้กู้เซินและเซี่ยโมมีอิสระที่จะรักกันได้

ฉันอยู่กับกู้เซินมาหลายปี ฉันรู้ว่ากู้เซินมีเรื่องที่เสียใจอยู่สามเรื่อง เพราะมันถูกบันทึกไว้ในสมุดโน้ตของเขา

"เสียใจที่แต่งงานกับแอนนี่ เสียใจที่ไม่ได้ต่อต้านการคลุมถุงชนของที่บ้าน และเสียใจที่ช่วยชีวิตเซี่ยโม่ไว้ไม่ได้"

ตอนนี้ เมื่อถอนหมั้นได้สำเร็จ ความเสียใจเรื่องแรกของเขาก็ถือว่าได้รับการเติมเต็มแล้วสินะ

ฉันเดินออกมาพร้อมกับข้อตกลงยกเลิกการหมั้นที่คุณปู่เซ็นแล้ว แล้วส่งมันให้กับกู้เซิน

เขามองฉันด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามพร้อมยื่นมือจะเปิดดูข้อตกลงนั้น

ฉันกดมือเขาไว้แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน "ตอนนี้อย่าเพิ่งรีบดูเลยค่ะ รอวันพรุ่งนี้ดีกว่า"

กู้เซินเหลือบมองฉัน "ไร้สาระ แอนนี่ เธอคิดลูกไม้อะไรใหม่อีกแล้ว? หรือดีใจจนเสียสติที่ได้แต่งกับพี่?”

ก็ดีใจจริงๆ นั่นแหละ เพราะในที่สุดฉันก็ได้เห็นกู้เซินอีกครั้ง

ฉันยิ้ม "พี่กู้เซิน ในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือความสามารถ พี่คือคนที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ การได้แต่งงานกับพี่คือเรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิต"

กู้เซินได้ยินแล้วก็หัวเราะอย่างเย็นชา ก่อนหันหลังพูดว่า "กลับบ้าน"

ระหว่างทางกลับบ้าน รถติดพอดี ฉันบังเอิญได้ยินผู้คนพูดคุยกันว่า

"วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ได้ยินมาว่าถ้าไปอธิษฐานที่โบสถ์จะได้รับพรจากคิวปิด ให้ได้อยู่กับคนรักไปตลอดไป"

ฉันได้ยินคำนั้นแล้วก็ได้แต่ยิ้มอย่างข่มขื่นให้กับตัวเอง

ชาติที่แล้วพอได้ยินแบบนี้ ฉันก็อ้อนวอนขอให้กู้เซินพาไปอธิษฐานที่โบสถ์

ตอนนั้นพอกู้เซินได้ยิน เขาก็ไม่ใส่ใจ แถมยังเยาะเย้ยความคิดนี้ของฉันว่า "แอนนี่ เรื่องที่พี่ไม่ชอบเธอน่ะ ต่อให้ใครมาช่วยก็ช่วยไม่ได้หรอก"

“แล้วเรื่องแบบนี้ฟังก็รู้ว่าโกหก มีแต่ยัยโง่อย่างเธอเท่านั้นแหละที่เชื่อ อย่าลากพี่ให้โง่ด้วยเลย"

เมื่อนึกย้อนกลับไปอีกครั้ง ฉันอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น

ฉันหันหน้ากลับมา ไม่มองออกไปนอกหน้าต่างอีก และไม่กล้าที่จะมีความหวังใดๆ ในใจอีกแล้ว

แต่ไม่คิดเลยว่า กู้เซินกลับพูดออกมาเรียบๆ ว่า "ทำไม อยากไปเหรอ?"

"วันนี้พี่ไม่มีธุระอะไรพอดี พาเธอไปที่โบสถ์ได้ แต่หลังจากงานแต่งงานกัน พี่จะยุ่งมาก อย่าหาเรื่องไร้สาระมาให้พี่อีกก็แล้วกัน"

ฉันมองกู้เซินอย่างไม่อยากเชื่อ และรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

แต่พอมาคิดดูอีกที มันก็ดูเป็นสิ่งที่กู้เซินน่าจะทำจริงๆ

เมื่อก่อนเขาก็เป็นแบบนี้ ปากแข็งเย็นชา แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ให้กับความดื้อดึงของฉันเสมอ

อาจเป็นเพราะเขาใจดี

ไม่อย่างนั้นทำไมทั้งที่ไม่รักฉัน แต่กลับต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสี่ครั้ง

ครั้งแรก ฉันถูกลอบสังหาร เขาปกป้องฉันจนถูกกระสุนยิงทะลุแขน หลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถถืออาวุธหนักได้อีกเลย

ครั้งที่สอง ฉันไข้สูงไม่ลด กู้เซินได้ยินว่าถ้ามีใครยอมอธิษฐานท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บจะมีทางรอด เขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ ยืนใส่เสื้อตัวเดียวท่ามกลางลมหนาวทั้งวันทั้งคืน จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ครั้งที่สาม มีคนลอบวางเพลิงในคฤหาสน์ ทุกคนหนีตายกันหมด มีเพียงกู้เซินที่ยอมย้อนกลับมาช่วยฉัน

ครั้งที่สี่ พวกเราถูกลอบสังหารอีกครั้ง กู้เซินปกป้องฉันด้วยการรับกระสุนแทน และตายในอ้อมกอดของฉัน

กู้เซินดีกับฉันมาก แต่ความใจดีนั้นไม่ได้มาจากความรัก

เมื่อได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ฉันรู้แล้วว่า ต่อให้ไปที่โบสถ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปจริง ๆ

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังห้ามความดีใจที่เอ่อล้นในใจไม่ได้ จึงพยักหน้าตอบว่า "ค่ะ"
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 7

    ตั้งแต่นั้นมา กู้เซินก็ไม่ได้มาหาฉันอีกเลย เพียงแต่ที่หน้าประตูร้านของฉันมักจะมีอาหารที่ฉันเคยชอบปรากฏอยู่บ่อยๆกู้เซินดูเหมือนอยากจะใช้วิธีนี้เพื่อชดเชยให้กับฉัน ไม่ว่าจะเป็นขนมที่ฉันชอบหรือผลไม้ที่ฉันชอบฉันไม่เคยคิดเลยว่า ที่แท้กู้เซินจะจำทุกอย่างได้ทั้งหมดวันนี้ มีพวกแก๊งมาเฟียยิงกันแถวๆ นี้ ฉันจึงรีบพาเด็กในละแวกนั้นสองสามคนไปหลบภัยที่ซ่อนนั้นเล็กมาก หลังจากที่เด็กๆ เข้าไปแล้ว ฉันก็ไม่มีที่หลบอีก ฉันทำได้เพียงวิ่งหลบซ่อนอยู่คนเดียว จู่ๆ กระสุนลูกหลงนัดหนึ่งก็พุ่งตรงมาที่ฉัน ฉันหลับตาลง คิดว่าวันนี้คงต้องตายที่นี่แน่ๆแต่ไม่คิดเลยว่า วินาทีต่อมา จะมีแรงหนึ่งผลักฉันออกไป เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็เห็นเพียงกู้เซินที่ยืนรับเคราะห์แทนอยู่ตรงหน้าฉันกู้เซินที่ปกป้องฉันมาตั้งแต่เด็ก ได้ใช้ชีวิตของเขาเพื่อรับกระสุนแทนฉันอีกครั้งกระสุนทะลุหน้าท้องของเขา เลือดไหลออกมานอง ฉันกอดเขาไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุดเขากลับเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน แล้วพูดช้าๆ ว่า "เกือบไปแล้ว พี่เกือบคิดว่าจะต้องเสียเธอไปแล้วจริงๆ"ฉันร้องไห้จนสะอึกสะอื้นพูดไม่ออก“มันคุ้มเหรอคะ? พี่เอาช

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 6

    หลังจากที่ฉันจากมา ฉันไม่ได้ย้ายไปอยู่ที่ลอนดอนทันที แต่กลับเลือกทางสายกลางด้วยการกลับมายังบ้านเกิดที่นี่คือบ้านหลังเก่าของฉัน มันไม่มีความหรูหราแบบเมืองหลวง และไม่ได้มีเอกลักษณ์เหมือนลอนดอน แต่บรรยากาศของชนบทก็ให้ความรู้สึกที่พิเศษไปอีกแบบคนขับรถที่มารับฉันยิ้มแล้วพูดว่า"ดูจากชุดที่ประณีตของคุณหนูแล้ว ไม่น่าใช่คนแถวนี้เลยนะครับ"ฉันยิ้มตอบบางๆ โดยไม่ได้พูดอะไรมากพ่อกับแม่ของฉันต่อสู้ดิ้นรนอยู่ที่นี่มาตลอดทั้งชีวิต การได้กลับมาในตอนนี้จึงทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกฉันใช้เงินเก็บที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มาเปิดร้านดอกไม้เล็กๆ ที่นี่ และยังแบ่งเงินส่วนหนึ่งบริจาคให้กับคริสตจักรเพื่อให้พวกเขาเปิดโรงเรียนเพื่อให้คนที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือในอดีตได้มีการศึกษาและมีความรู้ผิดชอบชั่วดีการศึกษาจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อแข็งแกร่งแล้ว ก็จะไม่ถูกใครรังแกง่าย ๆ อีก กิจการร้านดอกไม้ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็ยุ่งวุ่นวาย วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า รู้ตัวอีกทีฉันก็มาอยู่ที่นี่ได้ครบหนึ่งปีแล้วช่วงนี้ประจวบเหมาะกับฤดูฝนพอดี ฉันยกกระถางดอกไม้ที่วางอยู่ด้านนอกเข้ามาข้างใน เพื่อ

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 5

    พอกู้เซินได้ได้ยินแบบนั้น เดิมทีในใจเขาก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ในวินาทีนี้เขากลับเกิดความรู้สึกอยากต่อต้านขึ้นมา“เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะแอนนี่ไปฟ้องพวกพ่อแม่ก่อน ให้พวกพ่อแม่ออกโรงแทนเธอจนบีบให้เซี่ยโม่ต้องฆ่าตัวตาย ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้น เซี่ยโม่ก็คงไม่ต้องฆ่าตัวตาย และเธอก็ไม่ต้องบริจาคเลือดให้เซี่ยโม่ สรุปแล้ว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแอนนี่”“อีกอย่าง ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ พวกพ่อแม่เข้มงวดกับผมมากมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่คนที่ผมชอบก็ยังไม่ยอมให้เข้าบ้าน หรือแม้แต่เรื่องแต่งงานก็ยังจะมาบงการ ผมล่ะเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มทีแล้ว!”หลังจากกู้เซินพูดจบ คุณพ่อกับคุณแม่ก็อึ้งไปครู่หนึ่งแม่ถามขึ้นว่า “เซินเซิน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกไม่เคยหวั่นไหวกับแอนนี่เลยแม้แต่นิดเลยเหรอ?”“ลูกยอมสละชีวิตเพื่อช่วยนีนี่ตั้งหลายครั้ง แบบนี้ยังไม่เรียกว่ารักอีกเหรอ?”สีหน้าของกู้เซินหม่นลง เขาไม่ได้พูดอะไรเขารักเธอ รักจนร่างกายมีปฏิกิริยาตอบโต้เร็วกว่าปากของเขาเสียอีกเพียงแต่เขาไม่อยากยอมอ่อนข้อให้ความต้องการของพ่อแม่ เขาอยากเป็นคนลิขิตชีวิตของตัวเองความรู้สึกต่อต้านเช่นนั้นค่อย ๆ ครอบงำจนทำให้เขา

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 4

    กู้เซินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมาได้ สีหน้าของเขาค่อย ๆ หม่นลง “คงเป็นแค่ใครบางคนที่หน้าตาคล้ายแอนนี่เท่านั้นแหละ เรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว เธอจะไปทำตัวไม่ระวังแบบนั้นได้อย่างไร”พูดยังไม่ทันจบ คุณหมอก็เดินเข้ามา “คุณกู้เซินครับ เมื่อกี้คุณแอนนี่จากไปแล้วครับ เธอฝากผมมาบอกคุณว่า เธอจะไปลอนดอนแล้ว และขอให้คุณโชคดีในทุกๆ เรื่อง”คำพูดของคุณหมอนั้นราบเรียบมาก แต่กลับทำให้กู้เซินเสียขวัญไปเขาถึงกับเกือบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ ชายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมเยือกเย็นเสมอมา กลับแสดงท่าทีเสียกิริยาต่อหน้าคนนอกเป็นครั้งแรกที่แท้คำพูดของแอนนี่ที่ว่า “ขอให้พี่มีชีวิตที่สงบสุขตลอดไป คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา” นั้นคือการบอกลาเขานั่นเองขอบตาของกู้เซินเริ่มแดงก่ำ เมื่อเขาก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้“เป็นไปได้ยังไง?”เขาไม่เชื่อ ไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียวความปรารถนาของแอนนี่คือการได้แต่งงานกับเขา ในเมื่อตอนนี้กำลังจะได้แต่งงานกันแล้วจริงๆ เธอจะตัดใจทิ้งเขาไปได้อย่างไรลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “พวกเราเห็นคุณแอนนี่มุ่งหน้าไปทางทิศที่เกิดเหตุจร

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 3

    แก้มของฉันแสบร้อนระบมไปหมด ในชาติก่อน หลังฉันแต่งงานกับกู้เซิน เซี่ยโม่ก็กรีดข้อมือฆ่าตัวตายในคืนวันแต่งงานนั้นเอง ตอนนั้นกู้เซินหาเลือดกรุ๊ปที่เข้ากันให้เธอไม่ได้ จึงทำได้เพียงมองดูเซี่ยโม่จากไปต่อหน้าต่อตาเพราะเรื่องนี้ กู้เซินจึงเกลียดฉัน แม้กระทั่งก่อนที่เขาจะตาย เขายังปรารถนาว่าขออย่าได้เจอฉันอีกเลยแต่ในตอนนี้ฉันกับกู้เซินยังไม่ได้แต่งงานกันเลย ทำไมเซี่ยโม่ถึงชิงฆ่าตัวตายก่อนเวลาล่ะ?แต่ก็ดีเหมือนกัน เดิมทีฉันก็ตั้งใจจะชดเชยสิ่งที่กู้เซินเสียใจอยู่แล้ว ในเมื่อโอกาสมาถึงที่ก็เอาเลยฉันมองกู้เซินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบ "กรุ๊ปเลือดของฉันกับเซี่ยโม่เข้ากันได้ พี่คงอยากให้ฉันไปบริจาคเลือดให้เธอใช่ไหมคะ?"กู้เซินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเข้ม “ในเมื่อเรื่องนี้เธอเป็นคนก่อ การที่เธอช่วยด้วยการบริจาคเลือด ก็ถือว่าเป็นการชดใช้ความผิด แล้วเธอยังจะรู้สึกน้อยใจหรือคิดว่าตัวเองโดนเอาเปรียบอีกเหรอ?” ฉันยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไรกู้เซินพาฉันไปที่บ้านของเซี่ยโม่เซี่ยโม่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กๆ ของเธอดูซีดเผือด ไร้สีเลือด และอ่อนเพลียถึงขีดสุดกู้เซินผลักฉันไปหาหมอ หมอคนนั้นไม่ได้ลัง

  • แสงจันทร์แห่งภพนี้   บทที่ 2

    ระหว่างที่รถขับไปได้ครึ่งทาง โทรศัพท์ของกู้เซินก็ดังขึ้นไม่หยุดเป็นเซี่ยโม่นั่นเอง น้ำเสียงของเธอในโทรศัพท์ดูอ่อนแรงมาก "กู้เซิน... ฉันปวดท้อง..."เซี่ยโม่ยังพูดไม่ทันจบ กู้เซินก็สั่งให้คนขับรถหยุดรถทันที ก่อนจะหันมาบอกฉันว่า "เซี่ยโม่ป่วย ตอนนี้เซี่ยโม่ต้องการพี่มาก พี่ต้องไปดูหน่อย""ไม่ต้องห่วงนะ ตอนเย็นพี่จะพาไปที่โบสถ์ตรงเวลา"ฉันหลุบตาลงแล้วพยักหน้ากู้เซินคงไม่คิดว่าฉันจะมีท่าทีแบบนี้ เขาจึงถามว่า "เมื่อก่อนเธอเกลียดที่สุดไม่ใช่เหรอที่พี่ทิ้งเธอไว้กลางทางแบบนี้เพื่อไปหาเซี่ยโม่?"ฉันยิ้มบางๆ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก กู้เซินก็พูดขึ้นอีกว่า "พี่ไม่สนว่าเธอกำลังเล่นลูกไม้อะไร แต่ในเมื่อเราตกลงจะแต่งงานกันแล้ว เซี่ยโม่ก็ไม่มีทางเป็นคนที่เธอต้องกลัวตลอดไป เธออย่าได้คิดแผนชั่วร้ายอะไรเชียว"พูดจบกู้เซินก็ให้ฉันลงจากรถฉันยืนอยู่ที่เดิม มองรถที่ลับสายตาไป ในใจมีเพียงความขมขื่นที่ไร้สิ้นสุดความจริงแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะทำเรื่องไม่ดีกับเซี่ยโม่เลยสักครั้งที่เขามีภาพจำแบบนี้กับฉัน ก็เป็นเพราะเมื่อก่อนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันบังเอิญไปเห็นเซี่ยโม่กำลังจูบกับหัวหน้าแก๊งมาเฟียกลุ่มอื่นตรงบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status