นอกจากนี้ เงินที่เหลือยังสามารถใช้ซื้ออาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเพื่อสร้างความน่าเกรงขามได้อีกด้วยเฉินซิ่วน่ารู้สึกใจหาย “คุณเย่จะไปแล้วเหรอคะ?”เย่ซิวพยักหน้า “อีกสองวันก็จะไปแล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรหาผมได้เสมอนะ”เฉินซิ่วน่ารู้สึกเสียดายแต่ก็ไม่แสดงอะไรออก เพียงเอ่ยด้วยความจริงจัง “วางใจได้เลยค่ะ ครั้งหน้าที่คุณกลับมา ที่นี่จะเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน!”วันถัดมาตอนเที่ยง บ้านหลังแรกก็สร้างเสร็จเรียบร้อยหลังคาบ้านติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำที่ใช้ในบ้านก็มาจากน้ำพุบนภูเขาเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และข้าวของต่าง ๆ ในบ้านก็ถูกขนส่งมาจากประเทศหลงเถิงค่าใช้จ่ายทั้งหมดเมื่อเทียบกับสิ่งที่เย่ซิวได้รับมาแล้ว ถือเป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้นผู้หญิงและเด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างพากันยืนมองบ้านทันสมัยที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบครันด้วยความตะลึงงันแต่ละคนยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ไม่กล้าก้าวเข้าไป กลัวจะทำให้ของข้างในสกปรกเย่ซิวหัวเราะ “ไม่ต้องเกรงใจนะ นี่เป็นบ้านของพวกเธอแล้ว เลือกห้องของตัวเองได้ตามหมายเลขบ้านที่ได้รับเลย”เฉินซิ่วน่าก็พูดเสริมอีกคำ เหล่าคนในหมู่บ้านจึงพากันร้อง
บนเครื่องบินจากประเทศหยวนมุ่งสู่ประเทศหลงเถิงเย่ซิวนั่งที่นั่งเฟิร์สคลาส พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพงหญ้าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน…ด้วยใบหน้าที่ปรากฏความอิ่มเอมใจเขากลับมาเพียงลำพัง โดยปล่อยให้ถังต้าไห่คอยดูแลสถานการณ์ที่นั่น ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ถังต้าไห่ทำงานได้ดีมาก เย่ซิวจึงให้รางวัลเขาด้วยโอสถเพิ่มพลังความแข็งแกร่ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เขาสามารถช่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแต่สิ่งที่เย่ซิวคาดไม่ถึงเลยก็คือ การเดินทางมาประเทศหยวนในครั้งนี้และการบ่มเพาะเฉินซิ่วน่าในช่วงเวลาสั้น ๆ จะกลายเป็นความประหลาดใจที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต“หืม ตรงนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยเหรอ!” ชายหนุ่มที่แต่งตัวจัดจ้าน ผมสีฉูดฉาด เจาะหู สวมแจ็กเกตหนัง ท่าทางหยิ่งยโสได้เดินเข้ามาเมื่อเห็นเย่ซิว ใบหน้าของเขาก็บึ้งตึงขึ้นมาทันที เขาเดินตรงเข้ามาหาเย่ซิว และเอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจว่า “คนอย่างพวกนายนี่น่ารำคาญจริง ๆ ไปไหนก็เจอทุกที่ รีบไสหัวไปซะ อย่ามาขวางทางฉัน!”เย่ซิวขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณจำคนผิดแล้วล่ะ”อีกฝ่ายหัวเราะเยาะ “ยังจะเถียงอีก พวกแฟนคลับคลั่งแบบนี้น่ารังเกียจสิ้นดี!”แววตาเย่ซิวฉายแววเย
“บริษัทสตาร์รี่สกาย?” เย่ซิวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมขมวดคิ้วแน่นใครกันนะที่คิดจะจ้างคนอย่างหมอนี่มาเป็นพรีเซนเตอร์?ท่าทีที่เย่ซิวแสดงออก ทำให้หลี่คุนนึกว่าเขากำลังกลัวเขาเริ่มยิ้มเยาะอย่างได้ใจ “เริ่มกลัวแล้วสินะ ถ้ากลัวแล้วก็รีบไสหัวไปซะ แล้วฉันจะเมตตายอมปล่อยแกไปสักครั้ง”เย่ซิวส่ายหน้า “นายไม่จำเป็นต้องไปบริษัทสตาร์รี่สกายหรอก เพราะบริษัทคงไม่จ้างคนอย่างนายเป็นพรีเซนเตอร์แน่ ๆ”หลี่คุนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง “นายล้อฉันเล่นอยู่หรือเปล่า? คิดว่าตัวเองเป็นใคร หรือว่าคิดว่าตัวเองเป็นประธานของบริษัทสตาร์รี่สกายกันล่ะ!”เย่ซิวพยักหน้าอย่างจริงจัง “นายเดาถูกแล้ว ฉันเป็นประธานบริษัท”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”หลี่คุนและพนักงานต้อนรับหัวเราะไม่หยุด สายตาพวกเขามองเย่ซิวราวกับมองคนบ้าผ่านไปสักพัก หลังจากหัวเราะจนพอใจแล้ว หลี่คุนก็เชิดหน้าเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “ดูสารรูปนายสิ แต่งตัวกระจอกขนาดนี้ ทั้งตัวรวมกันคงไม่เกินห้าพันหรอกถ้านายเป็นประธานของบริษัทสตาร์รี่สกายล่ะก็ ฉันจะคุกเข่าลงเลียรองเท้าให้นายตรงนี้เลย!”พนักงานต้อนรับหยุดหัวเราะก่อนจะส่งเสียงเตือน “คุณคะ นี่เป็นคำถามครั้
ด้านนอกสนามบินเมืองหลวงมีกลุ่มคนมากมายกำลังเบียดเสียดกันอยู่พวกเขาถือป้ายหลากสีพร้อมข้อความที่คล้าย ๆ กันเขียนไว้ว่า‘คุนคุน ฉันรักคุณ’‘คุนคุนเจ๋งที่สุด’‘คุนคุนมีพรสวรรค์ล้นเหลือ’……ทางสนามบินจึงต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากมาควบคุมความสงบเรียบร้อยและที่ห้องรับรองวีไอพีของสนามบิน อวี่เฟยเฟยก็ปรากฏตัวขึ้นเธอไม่ได้มาที่นี่เพราะหลี่คุน แต่บังเอิญต้องมาตรวจสอบสายการบินของบริษัทที่เธอถือหุ้นพอดีใช่แล้ว เที่ยวบินที่หลี่คุนนั่งมาเป็นของสายการบินที่อวี่เฟยเฟยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เธอกวาดตาดูผลประกอบการของสายการบินก่อนจะพยักหน้าด้วยความพอใจจากนั้นก็หันไปมองทางประตูพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย “คนพวกนั้นบ้ากันเกินไปแล้ว”ผู้จัดการสนามบินยิ้มเจื่อน “ก็ช่วยไม่ได้นี่ครับ ตอนนี้รสนิยมของคนทั่วไปบิดเบือนไปมากไม่ชอบผู้ชายที่มีความเป็นชายแท้แล้ว แต่กลับชอบผู้ชายที่ดูนุ่มนวลแทน”อวี่เฟยเฟยส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างไม่อยากใส่ใจอะไรมากไปกว่านั้นเครื่องบินลงจอดแล้วประตูเครื่องเปิดออก เย่ซิวลุกขึ้นยืนและก้าวออกไปด้านนอกทันทีที่ออกไป เขาก็เห็นกลุ่มแฟนคลับมากมายด้านนอกกำลังต
ผู้จัดการมีสีหน้ามืดครึ้ม เบี่ยงตัวไปด้านข้างและพูดว่า "ท่านนี้คือประธานอวี่ เธอได้ยินเรื่องของคุณ ก็เลยมาที่นี่ด้วยตนเอง"แอร์โฮสเตสตกใจมาก เมื่อเธอเห็นอวี่เฟยเฟยยังเด็กมากขนาดนี้ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกสงสัยว่าเธอเกาะผู้ชายจนขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้หรือไม่อย่างไรก็ตาม เธอไม่กล้าที่จะแสดงออกผ่านสีหน้า และแสร้งทำเป็นรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่ง "ขอบคุณบอสที่ตัดสินใจแทนฉัน"อวี่เฟยเฟยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เธอโอเคไหม?"แอร์โฮสเตสส่ายหัวของเธออวี่เฟยเฟยถามว่า "คนลามกนั่นอยู่ที่ไหน พาฉันไปดูหน่อย ถ้าเป็นเรื่องจริงเขาต้องชดใช้!"แอร์โฮสเตสก้าวออกไปและชี้ไปที่เย่ซิวซึ่งอยู่ในระยะไกล "คนนั้นแหละค่ะ"อวี่เฟยเฟยมองไปยังทิศทางที่นิ้วของเธอชี้ ฉับพลันร่างกายอันชดช้อยของเธอก็สั่นสะท้าน จากนั้นเธอก็จ้องมองแอร์โฮสเตสด้วยสีหน้าน่าเกลียด "เธอแน่ใจเหรอ?"แอร์โฮสเตสไม่ได้สังเกตว่าน้ำเสียงของอวี่เฟยเฟยผิดปกติไป และพูดอย่างหนักแน่นว่า "เป็นเขาค่ะ เขานี่แหละที่พยายามจะลวนลามฉันบนเครื่องบินยิ่งไปกว่านั้น เขายังพูดอย่างไร้ยางอายด้วยว่าเขาเป็นประธานบริษัทสตาร์รี่สกาย น่าขำจริง ๆ”อวี่เฟยเฟยกำหมัดของเธอแน่นใ
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้ใส่ร้ายประธาน เป็นหลี่คุน หลี่คุนต่างหากที่ขู่ให้ฉันทำเช่นนี้!”เมื่อต้องเผชิญกับการเลือกระหว่างไอดอลและอนาคตของตัวเอง แอร์โฮสเตสตัดสินใจเลือกอนาคตของเธออย่างไม่ลังเลหลี่คุนตกตะลึงไปอย่างสิ้นเชิงชายที่เขาเยาะเย้ยเมื่อกี้นี้ มีภูมิหลังที่น่ากลัวเช่นนี้เลยเหรอ?เขาอยากที่จะตบตัวเองสักสองครั้งหลังจากได้ยินสิ่งที่แอร์โฮสเตสพูด เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้น "ไร้สาระ เห็นได้ชัดว่าคุณหวังใช้เต้าไต่ ยัดเยียดตัวเองมาให้ผม ผมไม่ได้ข่มขู่คุณ!"แอร์โฮสเตสโกรธมาก "คุณนั่นแหละที่ข่มขู่ฉัน!"ทั้งสองคนทะเลาะกันหนักเย่ซิวไม่มีเวลามาฟังพวกเขาตะโกนใส่กัน ตัดสินใจ ออกคำสั่งจัดการพวกเขาด้วยคำพูดที่เย็นชาอย่างมากก่อนอื่นเขามองไปที่แอร์โฮสเตส "คุณไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด ศีลธรรมต่ำตม บริษัทขอยุติการจ้างงานกับคุณนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปนอกจากนี้ คุณยังใส่ร้ายผู้อื่น ตามกฎหมายคุณจะต้องถูกจำคุกหนึ่งปีไม่ต้องเล่นลิ้น บนเครื่องบินมีกล้องวงจรปิด แก้ตัวไปก็มีแต่จะทำให้โทษของคุณหนักขึ้นเท่านั้น”ปึก!ขาของแอร์โฮสเตสอ่อนแรง เธอทรุดลงไปกับพื้น ใบหน้าซีดขาว ดูสิ้นหวังมากเย่ซิวมองไปที่หลี่
กริ๊งกริ๊งกริ๊ง!ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเมื่อเห็นเจ้าของเบอร์โทรเข้า หัวใจก็เต้นตึก ๆ ตัก ๆ“ฮัลโหล ประธาน คุณโทรหาผม มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”จางหลี่ด่ากราดอย่างฉุนเฉียว "ไอ้โง่ ไม่มีสมองหรือไง กล้าไปทำให้บริษัทสตาร์รี่สกายขุ่นเคืองใจซะได้!ตอนนี้ฉันขอแจ้งให้นายทราบอย่างเป็นทางการว่า สัญญาของนายได้ถูกยกเลิกแล้ว!”หลี่คุนตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็วางสายไปแล้วเขาพยายามโทรกลับไป แต่พบว่าโทรไม่ติด และเบอร์ก็โดนบล็อกไปแล้วด้วยความตื่นตระหนก เขาจึงโทรหาผู้จัดการของเขา จากนั้นฝ่ายนั้นก็รับสายแต่แทนที่จะพูดด้วยความเคารพต่อเขาเหมือนเมื่อก่อน กลับพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบว่า“เป็นบ้าอะไรเนี่ย บริษัทยกเลิกสัญญากับนายไปแล้ว นายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ประตูของบริษัทอีกแม้เพียงครึ่งก้าวและก็อย่าคิดที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย เนื่องจากบริษัทมีอำนาจเหนือคุณเยอะ”หลี่คุนรู้สึกหนาวไปทั้งตัว ผลกระทบในครั้งนี้รุนแรงมากสำหรับเขา จนเขารู้สึกเหมือนท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา“ฉันยังมีแฟนคลับอยู่ยี่สิบล้านคน และยังมีโอกาสคัมแบ็กกลับมา!”ทันทีที่เ
เนื่องจากได้มีการค้นพบเหมืองหินหยกบริเวณนี้ เซี่ยซิ่วซิ่วจึงได้จัดเตรียมคนจำนวนมากขึ้น จากนั้นอพยพย้ายผู้เช่าในอาคารใกล้เคียงหลายแห่งออกไปโดยให้ย้ายไปยังพื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น แต่ค่าเช่าก็ยังเหมือนกับที่นี่ เพราะส่วนต่างที่เกินมาบริษัทสตาร์รี่สกายจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยหากจะกล่าวว่าบริษัทสตาร์รี่สกายในปัจจุบันมีรายได้มหาศาลต่อวัน ฉะนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในการจ่ายค่าเช่าจำนวนนี้ในไซต์งานก่อสร้าง มีจอมยุทธ์ยอดฝีมือหลายร้อยคนที่คอยเฝ้าอยู่ ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยตัวตนอย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีดวงตาเย็นชาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่สถานที่นี้จากในความมืด“วิชาล่องหน!”ชายที่อยู่ในความมืดผู้นั้น ถึงกับเป็นผู้บำเพ็ญตนเป็นเซียนคนหนึ่งเขาล่องหนปกปิดกาย จากนั้นเดินผ่านเหล่าจอมยุทธ์ยอดฝีมือที่เดินไปมาอยู่อย่างชิวๆ เมื่อมาถึงหลุมใหญ่แล้ว จึงกระโดดลงไปเขาร่อนลงไปที่ก้นหลุมอย่างเงียบ ๆ และเมื่อเห็นฉากตรงหน้าอย่างชัดเจนแล้ว เขาก็แสดงสีหน้าดีใจมาก "ถึงกับเป็น..."......“เยี่ยมมาก ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว”หลังจากได้รับโทรศัพท์จากเย่ซิว เซี
เจ้าสำนักจ้องมองห้าพี่น้องตรงหน้า พยายามทำให้ท่าทางของตัวเองดูเป็นมิตรมากที่สุด “ไม่ต้องกลัวไปนะ พวกเราไม่ได้มาร้าย เคยได้ยินชื่อสำนักอวิ้นหลิงกันบ้างไหม…”ทั้งห้าคนพยักหน้าเบา ๆผ่านไปครึ่งชั่วโมง เหล่าผู้อาวุโสที่ออกไปตรวจสอบหมู่บ้านก็กลับมาจากที่ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่พบอะไรผิดปกติ ห้าพี่น้องก็อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มาตลอดแต่พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่า คนทั้งหมู่บ้านถูกฝังความทรงจำบางอย่างเพิ่มเติมเข้าไปและเรื่องนี้ แน่นอนว่าเป็นฝีมือของจอมมารโลหิตนั่นเอง ซึ่งเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะส่วนระดับพลังของห้าร่างแยกในตอนนี้ ก็ถูกถ่ายโอนมาไว้ที่ร่างหลักของเย่ซิวชั่วคราวทั้งหมดดังนั้น พวกเขาจึงดูเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่มีใครจับพิรุธได้แม้แต่น้อยแนวคิดนี้ เย่ซิวเคยคิดไว้ตั้งแต่ตอนสอบเข้าเป็นศิษย์ใหม่แล้วสายเซียนกระบี่ในลัทธิ เป็นสายที่มีอิทธิพลและมีพลังมากการเผชิญหน้าตรง ๆ ไม่มีทางชนะแน่นอนเย่ซิวจึงวางแผนจะส่งร่างแยกไปแฝงตัวอยู่ฝั่งนั้นเพราะหากเจออัจฉริยะระดับนี้ แน่นอนว่าทางสำนักต้องทุ่มสุดตัวในการฝึกฝนแน่ซึ่งก็หมายความว่าเหล่าศิษย์รุ่นใหม่คนอื่น ๆ จะได้รับทรัพยากรน้อยลงอย่างมาก
เจ้าสำนักนำเหล่ายอดฝีมือมาถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหุบเขาหนึ่งในผู้อาวุโสเอ่ยถามขึ้นว่า “เจ้าสำนัก พวกเรามาที่นี่ทำอะไรกันแน่? ตลอดทางที่มาคุณก็ไม่พูดอะไรสักคำ”เจ้าสำนักส่ายหน้า “ก่อนอื่น ไปปิดล้อมหมู่บ้านนี้ไว้ก่อน แล้วลองหาดูว่ามีเด็กชายที่มีหน้าตาเหมือนกันห้าคนไหม”แม้ทุกคนจะไม่เข้าใจนัก แต่ก็เริ่มลงมือทันทีเจ้าสำนักระงับพลังของตัวเองไว้ แล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับปล่อยพลังจิตออกไปตรวจสอบทั่วพื้นที่ที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านธรรมดา ผู้คนภายในก็ล้วนแต่เป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่มีอะไรผิดปกติแต่เมื่อเขาเดินมาถึงกลางหมู่บ้าน กลับพบเด็กหนุ่มที่หน้าตาธรรมดาห้าคน แต่เปล่งพลังวิญญาณออกมาอย่างชัดเจน แต่ละคนกำลังช่วยกันแบกฟืนและตักน้ำอย่างขยันขันแข็งบรรยากาศอบอุ่นและมีความสุขอย่างน่าประหลาดหัวใจของเจ้าสำนักสั่นสะเทือนเบา ๆ ก่อนที่เขาจะไปเคาะประตูบ้านหลังหนึ่งไม่นานก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินมาเปิดประตู “สวัสดีครับ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”เจ้าสำนักยิ้มอย่างเป็นมิตร “พอดีผ่านมาแถวนี้ รู้สึกคอแห้งนิดหน่อย เลยอยากขอน้ำดื่มสักแก้วน่ะ”เด็กหนุ่มเกาหัวแล้วยิ้มอย่างซื่อ
“แกจะส่งมาดี ๆ หรือจะให้ฉันลงมือเอามาเอง”เย่ซิวขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผมไม่เข้าใจว่าคุณพูดเรื่องอะไร”“แกน่าจะรวยมากเลยสินะ บอกไว้เลยนะ ฉันนี่แหละที่เป็นคนขายปีศาจแมวให้แก”เย่ซิวจึงเข้าใจทันที “ก็แสดงว่านายแอบทำอะไรไว้ในตัวเสี่ยวโหรว เพื่อใช้ติดตามฉัน… ดูท่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่นายทำแบบนี้สินะ”ดูจากท่าทางก็รู้ว่าเป็นมืออาชีพใช้วิธีเอาเสี่ยวโหรวไปขายในตลาดมืด พอมีคนซื้อก็ค่อยตามไปแล้วหาจังหวะชิงตัวกลับมาจากนั้นก็เอาไปขายใหม่ วนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆถือเป็นวิธีหาเงินที่รวดเร็วจริง ๆแต่น่าเสียดายที่คราวนี้ดันมาเจอของแข็งเข้าแล้ว“ใช่เลย แกน่ะเป็นคนที่อ่อนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยนะ อยู่แค่ระดับสร้างรากฐานปราณแท้ ๆ แต่กลับพกศิลาวิญญาณมามากขนาดนั้น อย่างนี้ต้องรวยมากแน่…”พูดยังไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็ลอบโจมตีทันทีทั้งที่มีพลังระดับวิญญาณก่อกำเนิด แต่ยังเล่นสกปรกด้วยการลอบจู่โจม เรียกได้ว่าทั้งเลวทั้งเจ้าเล่ห์สุด ๆเปรี้ยง!ทันใดนั้นก็มีสายฟ้าสีม่วงเส้นหนึ่งก็ผ่าลงมากลางหัวอย่างจังชายคนนั้นถูกฟาดจนร่างแหลกละเอียดกลายเป็นเศษธุลีแทบไม่เหลือชิ้นดีเสี่ยวโหรวที่ยืนข้าง ๆ ถึงกับหน้าซีด
“สินค้าชิ้นที่สองของงานประมูล เป็นจิตวิญญาณนักรบระดับถอดจิตขั้นต้นเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้สภาพจิตวิญญาณจึงยังไม่คงที่เราต้องใช้วิชาเฉพาะตัวเพื่อรักษาสภาพเอาไว้ชั่วคราว ต้องพาไปที่ที่มีพลังหยินหนาแน่น หรือไม่ก็ต้องมีจิตวิญญาณนักรบที่แข็งแกร่งช่วยรักษาให้ ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งแสนศิลาวิญญาณ”พูดจบ เธอก็หยิบลูกแก้วคริสตัลออกมา ภายในมีวิญญาณของปีศาจหมาป่าตนหนึ่งถูกผนึกไว้บนร่างมันมีรูโหว่อยู่หลายแห่งมีหลายคนให้ความสนใจ ต่างเริ่มเสนอราคากันเย่ซิวเองก็ถูกจิตวิญญาณนักรบตนนั้นดึงดูดสายตาเข้าแล้วเขาไม่ได้สังเกตเลยว่าหลังจากให้กระบี่แม่ลูกกับเสี่ยวโหรวไป เธอก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่นานราคาก็ถูกดันขึ้นไปถึงสองล้านกว่าศิลาวิญญาณถ้ามันไม่บาดเจ็บล่ะก็ ต่อให้มีหลายสิบล้านก็อาจจะยังซื้อไม่ได้ด้วยซ้ำจำนวนคนที่ร่วมประมูลค่อย ๆ ลดลงเย่ซิวจึงเสนอราคาไปที่สามล้านศิลาวิญญาณในครั้งเดียว และชนะการประมูลไปอย่างราบรื่นของก็ถูกส่งมาถึงมือเย่ซิวอย่างรวดเร็วเขานำมันเก็บเข้าไปในธงหมื่นวิญญาณแล้วให้จิตวิญญาณนักรบทั้งสามที่อยู่ภายในช่วยรักษาบาดแผลให้แน่นอนว่าจอมมารโลหิตดู
แน่นอนว่าการค้างคืนด้วยกันนั้นไม่ได้ทำให้เย่ซิวเสียสมาธิอะไรหากพูดถึงความเย้ายวน ก็ไม่มีใครจะสู้เสวี่ยเหมยได้อยู่แล้วในตลาดมืดแห่งนี้มีขายเสื้อคลุมแบบเดียวกับที่เย่ซิวสวมอยู่เขาซื้อมาเพิ่มอีกสองชุดเก็บไว้หนึ่งชุด อีกชุดให้เสี่ยวโหรวสวมไม่งั้นสายตาโลมเลียจากรอบข้างจะมากเกินไปหน่อยจากนั้นเขาก็พาเสี่ยวโหรวเดินเล่นในตลาดมืดต่อจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อของอะไรเดินวนไปหนึ่งรอบก็ไม่เจอของอะไรที่ดูมีค่าเป็นพิเศษแบบที่ในนิยายบางเรื่องชอบเขียนว่าพระเอกเดินผ่านตลาดแป๊บเดียวก็เจอสมบัติล้ำค่าอะไรแบบนั้น เรื่องแบบนั้นไม่มีเกิดขึ้นที่นี่หรอกสุดท้ายเขาก็มาถึงอาคารจัดประมูลของตลาดมืดถึงจะเรียกว่าอาคาร แต่จริง ๆ ก็แค่โรงเรือนที่มีขนาดใหญ่กว่าร้านทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้นเองการเข้าไปข้างในต้องจ่ายค่าผ่านประตูคนละหนึ่งร้อยศิลาวิญญาณเย่ซิวจ่ายไปสองร้อยแล้วก็จับมือเสี่ยวโหรวเดินเข้าไปมือของเธอนุ่มมาก แถมยังเย็นนิด ๆ ชวนให้รู้สึกอยากจับไม่ปล่อยตอนเข้าไป ที่นั่งก็เหลือว่างอยู่ไม่มากแล้วคนอื่น ๆ แค่เหลือบมองเย่ซิวแล้วก็หันหน้ากลับไปทันทีเพราะที่นี่ ถ้าจ้องใครนานเกินไปจะถูก
“วันนี้บังเอิญมีงานประมูลจัดขึ้นพอดี หนึ่งในของประมูลสำคัญคือหุ่นเชิดโบราณตัวหนึ่งมีพลังระดับถอดจิต ถ้าคุณมีฝีมือก็ลองประมูลดูได้”เย่ซิวสะดุดใจขึ้นมาทันที พลังต่อสู้ของหุ่นเชิดระดับถอดจิตนั้นสูงมากถ้าได้มาจะช่วยยกระดับพลังโดยรวมของเขาได้มากทีเดียวเขาพยักหน้าแล้วก็ตรงเข้าสู่เขตตลาดมืดทันทีบรรยากาศภายในตลาดมืดดูไม่ต่างจากตลาดนัดทั่วไปผู้บำเพ็ญตนนั่งเรียงกันสองฝั่งข้างทาง หน้าแต่ละคนมีแผงเล็ก ๆ วางของขายหลากหลาย“แวะมาดูได้เลย ของดีราคาถูก รับประกันไม่มีโกง”“คัมภีร์ประจำตระกูลของแท้ ขอแลกกับหินธาตุไฟ”“หญิงแท้ ขอแลกแต่งงานกับร้อยศิลาวิญญาณ”……ของหลากหลายจนมองตามแทบไม่ทันเย่ซิวเดินผ่านแผงขายของทีละอันของบางอย่างเขาก็สนใจ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีประโยชน์กับเขามากนัก เลยไม่ได้ซื้ออะไรจู่ ๆ เขาก็หยุดที่แผงหนึ่งแผงนี้ไม่ได้มีของวางขายเหมือนแผงอื่น ๆ แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่แทนเธอสวมเสื้อผ้าบางเบา ร่างเล็กบอบบางแต่รูปร่างกลับพอดีสัดส่วน หน้าตาจัดว่าระดับแปดเต็มสิบที่เด่นที่สุดคือดวงตาสีฟ้าราวกับไพลินแค่เห็นแวบเดียวก็ยากจะละสายตามีคนจำนวนไม่น้อยหยุดมองที่แผงนี้
เย่ซิวเก็บร่างแยกทั้งห้าไว้ในจุดตันเถียนจากนั้นเขาก็ขังตัวเองบำเพ็ญตนในถ้ำอยู่อีกหลายวันเมื่อออกมาอีกครั้ง เขาก็ทยอยส่งมอบโอสถให้กับแต่ละคนตามที่สั่งไว้ แลกกับวัตถุดิบล้ำค่าหลายชิ้นหลังจากนั้นเย่ซิวก็ตรงไปหาจางเสี่ยวอวี๋ “ฉันอยากไปตลาดมืด เธอพอมีช่องทางไหม”ตลาดมืดนี่ เย่ซิวเคยได้ยินมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในสำนักอวิ้นหลิงแล้วเขาว่ากันว่าสถานที่ตั้งลึกลับสุด ๆนอกจากคนในสำนัก ก็ยังมีผู้บำเพ็ญจากสำนักอื่น ๆ แอบเข้ามาทำการค้าด้วยเบื้องหลังตลาดมืดเหมือนจะมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่หลายรายการซื้อขายข้างในถือว่าปลอดภัยมากมีของดี ๆ หลายอย่างที่โลกภายนอกหาไม่ได้แน่นอนว่าถ้ามีสมบัติติดตัวมากเกินไปแล้วโดนรู้เข้าตอนออกจากตลาดมืดอาจถูกตามฆ่าปิดปากหรือโดนปล้นก็ได้“ฉันรู้สิ สถานที่แบบนั้นต้องใช้ชุดพิเศษในการเข้าไปด้วย”จางเสี่ยวอวี๋พูดจบก็ดึงชุดคลุมสีดำออกมาจากแหวนผนึกของ“ในนั้นทุกคนต้องใส่ชุดนี้ ห้ามเปิดเผยตัวตน และต้องจ่ายค่าผ่านประตูสิบศิลาวิญญาณด้วยนะ”เย่ซิวรับเสื้อคลุมมาถือไว้แล้วจางเสี่ยวอวี๋ก็อธิบายเส้นทางไปตลาดมืดให้ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากสำนัก เป็นเมืองเล็ก ๆ แ
“อะไรนะ? แค่วันเดียวนายก็กลั่นสำเร็จจริงเหรอ?”ทันทีที่เห็นเย่ซิว เจ้าสำนักก็รีบถามขึ้นด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังเขาเองก็ไม่ได้เพิ่มพลังตัวเองมานานแล้วเหตุผลหลักก็เพราะไม่มีโอสถที่เหมาะสมพอให้ใช้โอสถระดับปฐมญาณนั้นหาได้ยากมากในตลาดต่อให้มีก็จะปรากฏแค่ในงานประมูลเท่านั้น และราคาก็มักจะพุ่งขึ้นสูงเทียมฟ้าเสมอแม้รั่วอวิ๋นจะสามารถกลั่นยาได้แต่เธอต้องลองห้าหกครั้งถึงจะสำเร็จสักครั้ง แถมแต่ละครั้งต้องใช้ต้นทุนมหาศาล“ผมไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังครับ” เย่ซิวยื่นโอสถเก้าเม็ดที่ถูกเจือจางแล้วให้ ก่อนถอนหายใจหนึ่งที “ไม่คิดเลยว่าฝีมือกลั่นโอสถของผมจะแย่ขนาดนี้ ทั้งหมดออกมาเป็นแค่ระดับต่ำ”เจ้าสำนักมองโอสถระดับปฐมญาณในมือแล้วถึงกับตกใจ แม้เขาจะเป็นคนสุขุมมาก แต่ก็ยังเผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมาแล้วก็หัวเราะลั่นด้วยความยินดี “ดี ดีมาก ๆ ฝีมือกลั่นโอสถของนายอาจจะแซงหน้าอาจารย์ของตัวเองไปแล้วก็ได้นะ”เย่ซิวยิ้มเก้อ ๆ “ไม่น่าเป็นไปได้หรอกครับ ผมยังพัฒนาอีกมาก เอ่อ…”จู่ ๆ สีหน้าเขาก็ซีดเผือด ร่างกายโงนเงนเหมือนจะล้มเจ้าสำนักหรี่ตา “นายเป็นอะไรไป?”“ไม่เป็นไรครับ แค่เสียพลังมากเก
เย่ซิวเอ่ยรายชื่อวัตถุดิบออกมาติดต่อกันเป็นสิบ ๆ อย่างหนึ่งในนั้นก็คือวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายสำหรับการหลอมร่างแยกธาตุดินเขามีแผนการบางอย่างในใจ และจำเป็นต้องสร้างร่างแยกธาตุทั้งห้าสำเร็จเสียก่อนถึงจะลงมือได้ดวงตาของเจ้าสำนักเปล่งประกายวาบ “ฉันมีหินดินธาตุดั้งเดิมอยู่ก็จริง แต่ของสิ่งนี้ล้ำค่ามาก เว้นเสียแต่นายจะสามารถกลั่นโอสถระดับปฐมญาณออกมาได้”เย่ซิวพยักหน้า เขารู้จักโอสถประเภทนี้ดี มันสามารถเพิ่มพลังระดับปฐมญาณได้แต่กระบวนการกลั่นซับซ้อนมาก แถมวัตถุดิบยังหาได้ยากสุด ๆแค่ต้นทุนวัตถุดิบสำหรับหนึ่งเตากลั่นก็เกินสิบล้านศิลาวิญญาณแล้วผู้บำเพ็ญสายอิสระทั่วไปไม่มีทางสู้ราคาไหวแน่“แล้วเจ้าสำนักอยากได้กี่เม็ด ถึงจะยอมแลกล่ะครับ”“นายกลั่นได้จริงเหรอ?” เจ้าสำนักมองเย่ซิวด้วยสีหน้าตกตะลึง ดวงตาฉายแววไม่เชื่อโอสถชนิดนี้ไม่เหมือนกับโอสถวิญญาณหยก ระดับความยากสูงกว่ากันหลายเท่าเย่ซิวไม่ได้รีบตอบในทันที แต่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ผมขอลองก่อน ยังไม่กล้ารับประกันว่าจะสำเร็จเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เจ้าสำนักให้วัตถุดิบสำหรับหนึ่งเตากลั่นกับผมก่อนถ้ากลั่นไม่ได้ ผมยินดีจ่ายค่าต้นทุน