تسجيل الدخول#หลายวันต่อมา
@คณะสถาปัตย์
โมจิ ที่กำลังนั่งกินขนมกรุบกรอบของโปรดอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณใต้ตึกคณะ สถาปัตย์เพื่อรอเข้ารับน้อง โดยที่นั่งฝั่งตรงข้ามของเธอก็มีจอมใจและฟ้าใส กำลังนั่งวาดแบบแปลนห้องนอนตัวอย่างที่พวกเพื่อนทั้งสองลืมทำส่งอาจารย์สมคิด อย่างขะมักเขม้น
“นังโม มึงวาดแปลนที่จะส่งอาจารย์สมคิดเสร็จแล้วเหรอ”
ฟ้าใส พูดถามเพื่อนด้วยความสงสัย
ก่อนที่จะได้ยินเสียงของโมจิพูดตอบกลับมาเบาๆ
“กุทำเสร็จตั้งแต่วันแรก ที่อาจารย์สั่งแล้วล่ะ”
“นังโม มันไม่ชอบดองเค็มเหมือนพวกเราไง มึงก็ช่างกล้าไปถามมัน” จอมใจพูดแทรกในขณะที่มือก็ใช้ดินสอไล่สีภาพบนกระดาษไปด้วย
“งั้นมึงรอพวกกูชดใช้กรรมก่อนนะ แถมเดดไลน์ต้องส่งงานวันนี้อีก อีฟ้าใสตายแน่ๆ”
“กูว่า มึงรีบทำเหอะ มัวแต่ฝอยแบบนี้แล้ว เมื่อไหร่งานจะเสร็จกันล่ะ” โมจิ เอ่ยแซวเพื่อนรักทั้งสองคน ด้วยรอยยิ้มขบขัน พร้อมกับโทรศัพท์ของเธอก็สั่นแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้า ทำให้เธอหยิบขึ้นมาเปิดดู และเมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงกดเข้าไปตอบกลับในทันที
…ติ๊ง!
ร้านสักPK: มีคิวสักวันเสาร์นี้ ช่วงสองทุ่มว่างไหม
MOJI: ว่างค่ะ
ร้านสักPK: มีลายที่อยากจะสักหรือยัง
MOJI: ฉันกำลังหาแบบอยู่ค่ะ แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจเลย
ร้านสักPK: อยากให้ร้านออกแบบให้ไหม
MOJI: ทางร้านมีออกแบบให้ด้วยเหรอคะ
ร้านสักPK: มี แต่จะมีคิดค่าบริการพิเศษเพิ่ม เธอสนใจหรือเปล่า
MOJI: สนใจค่ะ งั้นฉันขอรบกวนทางร้านช่วยออกแบบให้ด้วยนะคะ
ร้านสักPK: ตกลง
ร้านสักPK: แล้วตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่
MOJI: กำลังคุยแชตกับร้านสักอยู่ค่ะ
ร้านสักPK: กวนตีน
MOJI: ฉันเปล่ากวนตีนสักหน่อย ว่าแต่ถามทำไมเหรอคะ
ร้านสักPK: ก็แค่อยากรู้ ถามไม่ได้
MOJI: ถามได้แต่ก็แค่แปลกใจที่แอดมินร้านสัก พูดถามแบบนี้กับลูกค้าด้วย
ร้านสักPK: ก็ใส่ใจไง
MOJI: ใส่ใจดีจัง มิน่าร้านสักถึงมีสาวๆจองคิวยาวเหยียดเลย
ร้านสักPK: หึงเหรอ
MOJI: ฉันจะไปหึงได้ยังไง ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย
ร้านสักPK: อยากเป็นไหม
MOJI: เป็นอะไรคะ
ร้านสักPK: เป็นเมียช่างสัก
MOJI: ทำไมฉันรู้สึกเหมือนโดนแอดมินร้านจีบเลยล่ะคะ
ร้านสักPK: ไม่ใช่แอดมิน แต่เป็นเจ้าของร้านจีบลูกค้าได้ไหมล่ะ
MOJI: ฉันต้องไปเข้ารับน้องแล้วไว้คุยกันนะคะ
โมจิถึงกับนั่งนิ่งที่เห็นข้อความจากร้านสักลายที่พิมพ์ตอบกลับเธอมาแบบนี้ เธอรีบพิมพ์ตอบด้วยหัวใจที่เต้นแรงระรัวราวกับกลอง ก่อนจะรีบกดออกจากแชต แล้วนั่งก้มหน้าลง และ อมยิ้มออกมาอย่างเขินอาย เพราะเธอสัมผัสได้ว่าเจ้าของร้านสักที่นี่ เหมือนกำลังจะจีบเธอจริงๆ
“ไม่ใช่แอดมิน แต่เป็นเจ้าของร้าน กรี๊ด...จีบเลยค่ะฉันอยากมีแฟนเป็นช่างสัก”
โมจิแอบส่งเสียงกรีดร้องอยู่ภายในหัวของเธอ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นแล้วแสร้งทำสีหน้าให้ดูปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
#อีกด้าน
“เป็นเชี้ยไรวะไอ้เพลิง นั่งยิ้มกับโทรศัพท์ยังกับคนบ้า” ฟาโรห์เอ่ยถาม เพื่อนสนิทที่นั่งกดโทรศัพท์แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวจนเขาอดที่จะเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้
“นั่นดิช่วงนี้ กูรู้สึกว่าแม่งดูแปลกๆ เหมือนจะไปผลุบๆโผล่ๆแถวคณะสถาปัตย์อยู่บ่อยๆ” พระรามได้ทีก็พูดถามขึ้นมาอีกคนแล้วจ้องมองเพื่อนรักอย่างคนจับผิด
“พวกมึงแม่งขี้เสือกฉิบหาย กูก็แค่ทำเอกสารรับน้องนอกสถานที่กับคณะสถาปัตย์ก็แค่นั้น แล้วสรุปพวกมึงจะไปหรือเปล่า”
เพลิงกันต์ รีบละสายตาจากโทรศัพท์ แล้วพูดตอบกลับเพื่อนทั้งสองคนอย่างเก็บอาการเลิ่กลั่กของตัวเองพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องพูดคุยเพื่อไม่ให้มีพิรุธ
“ไม่ไป กูไม่ว่าง” ยูโร พูดปฏิเสธในทันที ก่อนที่ฟาโรห์และพระรามจะพูดแทรกดังตามขึ้นมาติดๆ
“กูมีนัด”
“กูขี้เกียจ”
“มึงถามพวกกูแบบนี้ แล้วคือมึงจะไปค่ายหรือไง” ยูโร เอ่ยถามเพลิงกันต์ออกมาด้วยความสงสัย
“ไป....” เพลิงกันต์ พูดตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“จิ๊จิ๊...ทำไมกูรู้สึกว่ายิ่งฟังมึงพูดแล้ว แม่งก็ยิ่งดูมีพิรุธสัสๆ” ฟาโรห์พูดแทรกขึ้นพร้อมกับส่งสายตามองไอ้เพลิงกันต์อย่างคนจับผิด
“กูก็แค่ว่าง ไม่มีอะไรทำ”
“อ้าวแล้วนั่น มึงจะไปไหนวะ ไม่เข้าดูเชียร์เด็กปีหนึ่งเหรอ” พระรามรีบเอ่ยถามขึ้นมาอีกคน เมื่อเห็นไอ้เพลิงกันต์เก็บของบนโต๊ะอย่างเร่งรีบ
“ไม่อะ กูขอแวะไปดูแมวก่อน”
“ดูแมว? แมวเชี้ยอะไรวะไอ้เพลิง” ยูโร ถึงกับรีบวางโทรศัพท์ลงแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“แมวขี้ดื้อน่ะ” เพลิงกันต์ เลิกคิ้วขึ้นแล้วพูดตอบกลับเพื่อนอย่างยียวน ก่อนที่เขาจะขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกจากโต๊ะเพื่อไปแอบดูแมวดื้อของเขา ที่คณะสถาปัตย์ในทันที
#เวลาต่อมา
หลังจากที่โมจิเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขอตัวแยกจากกลุ่มเพื่อนและวิ่งกระหืดกระหอบมาขึ้นรถพี่ยูโรยังคณะวิศวะอย่างรวดเร็วเพราะวันนี้เธอมีนัดทานข้าวกับที่บ้าน แถมยังต้องมาขอติดรถกับรุ่นพี่จอมขี้เก๊กไปที่ร้านด้วย
ในระหว่างทางเสียงโทรศัพท์ของพี่ยูโรก็ดังขึ้นและพูดคุยกับผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะเป็นแฟนของพี่เขา แต่หลังจากวางสายเสียงตวาดของพี่ยูโรก็ดังตามมาด้วยเช่นกัน
“ทำไมไม่รู้จักปิดเสียงโทรศัพท์วะ!!” ยูโร เอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“หนูขอโทษค่ะ หนูไม่คิดว่าเพื่อนจะโทรมา” โมจิ พูดขึ้นด้วยสีหน้าและแววตาเป็นไปด้วยความรู้สึกผิด แม้ว่าภายในใจ เธอจะเป็นคนส่งข้อความให้เพื่อนโทรหาเธออย่างจงใจ แกล้งพี่ยูโรที่ชอบเอาแต่พูดดุใส่เธอ
“เฮ้อ...!” ยูโร ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะได้ยินเสียงของโมจิเอ่ยดังขึ้น
“พี่ยูโร มีแฟนแล้วเหรอคะ”
“เธอคิดว่าไง” ยูโรพูดถามกลับอย่างยียวน
“คิดว่าพี่มีแฟนแล้วค่ะ” โมจิ พูดตอบด้วยน้ำเสียงเบาหวิว พร้อมกับเหลือบสายตามองพี่ยูโรที่นิ่งเงียบไม่พูดตอบกลับอะไร
“แล้วแบบนี้แฟนของพี่จะเข้าใจผิดหรือเปล่าคะ พี่ยูโรอยากให้หนูโทรไปคุยหรือไปอธิบายให้แฟนของพี่ไหมคะ”
“ไม่ต้อง! แฟนพี่ไม่ใช่คนงี่เง่าและงอแงเป็นเด็กแบบเธอหรอก”
...แชะ!
“ทำอะไร” ยูโร พูดถามออกมาด้วยความสงสัยเมื่อถูกโมจิยกโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
“หนูก็แค่ถ่ายรูป ส่งบอกคุณแม่ว่า หนูอยู่บนรถกับพี่ยูโรกำลังไปค่ะ” โมจิ รีบพูดพร้อมกับชูแชทที่พูดคุยกับคุณแม่ของเธอให้กับพี่ยูโรดู
“ฮึ! เป็นเด็กไม่รู้จักโตจริงๆ สินะ”
โมจิที่ก้มมองภาพของพี่ยูโรในโทรศัพท์ ก็แอบยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ พร้อมกับพูดพึมพำกับตัวเองภายในใจออกมาเบาๆ
“ถ้าแฟนของพี่ยูโรเห็น หนูว่าพี่ยูโรนั่นแหละได้งอแงเป็นเด็กแน่!”
#สามปีต่อมา“ไอ้ม่อน วันนี้เหลือคิวสักอีกกี่คิว” เพลิงกันต์ เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายละเอียดงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บริเวณเคาน์เตอร์ร้านสัก PK หลังจากเรียนจบ เพลิงกันต์ก็ไม่ได้เลือกเดินในเส้นทางที่ครอบครัววางไว้ให้ เขาตัดสินใจกว้านซื้อตึกอาคารพาณิชย์เกือบทั้งแถบที่ตั้งเรียงรายติดกัน เพื่อเปิดเป็นสถาบันสอนศิลปะการสักลายจนปัจจุบันเขามีสาขาเกือบสี่สิบแห่งทั่วประเทศและกลายเป็นแบรนด์ที่คนรักรอยสักต่างยอมรับในฝีมือและเป็นมาตรฐานในระดับประเทศ“วันนี้คิวของพี่เพลิง เหลือแค่ช่วงเย็นอีกหนึ่งคิวครับ”ม่อนเงยหน้าขึ้นตอบ แต่เขาก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของพี่เพลิงกันต์ที่ดูไม่ค่อยสู้ดีจนเขาอดที่จะพูดถามออกมาด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“พี่เพลิง ทำไมหน้าพี่ซีดขนาดนี้ล่ะครับ พี่ไม่สบายหรือเปล่า”“สงสัยเมื่อคืนกูจะนอนน้อย วันนี้เลยรู้สึกมึนๆหัวน่ะ”ชายหนุ่ม พูดอย่างไม่ใส่ใจกับอาการพะอืดพะอมและอาการเวียนหัวราวกับบ้านหมุนที่เกิดขึ้น เพราะในช่วงนี้เขากำลังวุ่นวายกับการสร้างตึกเพื่อเปิดสาขาใหม่ จึงคิดว่าตัวเองคงจะโหมงามหนักมากไปหน่อย“ไม่ไหวก็ไปพักดีกว่าไหม คิวที่เหลือเดี
#หนึ่งปีต่อมา@วิลล่าสุดหรูติดทะเล“อ๊า..พี่เพลิง…”เสียงครางกระเส่าพร้อมกับลมหายใจที่หอบถี่ของเพลิงกันต์และโมจิที่กำลังร่วมกิจกรรมรักกันอย่างร้อนแรง ภายในวิลล่าหรูติดริมทะเลที่กลุ่มเพื่อนสนิทของเขาได้ชวนกันมาพักผ่อนและร่วมแสดงความยินดีหลังจากที่ยูโรได้ขอแต่งงานกับพี่โยเกิร์ตแฟนสาวของมันกลางงานรับปริญญาจนสำเร็จยิ่งเสียงครางร้องเรียกชื่อของเขาดังมากเท่าไร สะโพกหนาของเพลิงกันต์ที่แนบชิดก็ตอกอัดใส่ในความคับแน่นที่ตอด และบีบรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างหนักหน่วงมากเท่านั้น“อ๊ะ~ พี่เพลิงเร็วอีกค่ะ”“ทำไมเมียพี่ถึงได้ร่านแบบนี้ อ่าห์...เอามันสัสๆ” เขาพูดจบก็พลางยกมือ กอบกุมบีบเคล้นคลึงก้อนเนื้อนิ่มที่เด้งกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงจังหวะอย่างมันมือ ในขณะที่มือเล็กของโมจิก็เคลื่อนมาจับตรงข้อมือหนาทั้งสองข้างเพื่อระบายความเสียวซ่านจนเธอแทบจะทนไม่ไหวเพลิงกันต์ค่อยจับผสานมือเล็กเข้าด้วยกันและกดฝังมือแนบลงบนที่นอนก่อนจะโน้มตัวประกบริมฝีปากอิ่มบดขยี้ไปมาอย่างดูดดื่มอีกครั้ง“พี่เพลิงขา อ๊ะ… อือ…โมไม่ไหวแล้ว”“พี่ก็จะแตกแล้วที่รักของพี่ ซี๊ด~” สิ้นเสียงของชายหนุ่มเขาก็จับเรียวขาเล็กกางแยกออกให้กว้างม
#สามเดือนต่อมาณ คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองที่เป็นบ้านพักของครอบครัวโมจิ ที่ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องรับแขก มีผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวกำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอ ในขณะที่เพลิงกันต์และโมจิก็นั่งนิ่งรับฟังพร้อมกับแอบชำเลืองสบตามองกันอย่างไม่มีใครพูดอะไร“คือ เรื่องที่ตาเพลิงทำนิสัยไม่ดี ใส่คุณพี่ทั้งสอง น้องต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยจริงๆ หวังว่าคุณพี่จะไม่ถือสาหาความลูกชายของฉันคนนี้นะคะ”คุณหญิงพิมล แม่ของเพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแฝงไปด้วยความเกรงใจ เพราะหลังจากที่เธอทราบเรื่องที่ลูกชายตัวดีของเธอไปเผาบ้านพักชานเมืองของครอบครัวนักธุรกิจชื่อดังจากสามี ก็ทำเอาเธอลมแทบจับ จนต้องเรียกลูกชายมาอบรมซะยกใหญ่แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากกว่า ก็คือ ลูกชายตัวดีดันเอ่ยปากขอให้เธอมาสู่ขอเมียให้ ซึ่งคำขอนี้ ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนรับนิสัยของลูกชายเธอได้ แถมลูกชายเธอก็เรียกสาวน้อยคนนี้ว่าเมียได้เต็มปาก จึงทำให้เธอต้องรีบชวนสามีมาสู่ขอลูกสะใภ้ให้อย่างเร่งรีบในทันที“ฉันก็ไม่ได้อยากจะถือสาอะไรหรอกค่ะ ถึงภาพที่เห็นมันจะค่อนข้างดูรุนแรงไปสักหน่อย แต่พวกพี่สองคนก็พอเข้าใจได้”มธ
#หนึ่งอาทิตย์ต่อมา@มหาลัยK คณะสถาปัตย์“ว้าย! ตายแล้ว นังโมจิ!” เสียงของจอมใจร้องตะโกนดังขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักกำลังเดินตรงมายังโต๊ะมุมประจำที่พวกเธอชอบนั่งข้างตึกสถาปัตย์ ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วกระโดดเข้ามาสวมกอดไว้แน่นด้วยความคิดถึงโดยมีฟ้าใสที่ขยับตัวลุกขึ้นตามแล้วเข้ามายกแขนโอบกอดเพื่อนด้วยเช่นกัน“นังเพื่อนบ้า กูคิดว่ามึงจะไม่มาเรียนที่นี่แล้วซะอีก” ฟ้าใส เอ่ยขึ้นตามประสาด้วยน้ำเสียงสั่น และน้ำตาคลอด้วยความดีใจ“กูเพิ่งทำเรื่องอะไรเสร็จน่ะและกูก็คิดถึงพวกมึงเหมือนกันกูขอโทษที่กูหายไปโดยไม่บอกอะไรพวกมึง” โมจิ พูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้กับเพื่อนทั้งสองคนอย่างรู้สึกผิดเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอก็ยุ่งวุ่นวายกับเอกสารที่ต้องยื่นให้กับมหาลัยเพื่อใช้ในการลาหยุดเรียนของเธอ โดยเพื่อนของเธอ ต่างคอยส่งข้อความมา และโทรหาเธอด้วยความเป็นห่วงจนเธอรู้สึกซึ้งใจที่มีเพื่อนที่รักเธอมากถึงขนาดนี้ ก่อนที่พวกเธอทั้งสามคนจะพากันมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเสียงของจอมใจเอ่ยดังแทรกขึ้นมาเบาๆ“ต่อจากนี้ไปไม่ว่ามึงจะเจอเรื่องห่าเหวอะไร ขอแค่บอก พวกกูสองคนพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างมึงเสมอเข้าใจหรือเปล่า” จอมใจ เอ
หลังจากที่เพลิงกันต์ขับรถออกมาจากบ้านพักชานเมืองของครอบครัวโมจิ บรรยากาศภายในรถก็เต็มไปด้วยความอึดอัด ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ ออกมาจากคนทั้งคู่ รวมทั้งชายหนุ่มก็ไม่อาจทนฝืนต่อความรู้สึกตัวเองได้อีกต่อไป เขารีบหักรถและจอดรถอยู่ข้างทางในทันที ก่อนจะหันไปมองหน้าของโมจิที่เขาเฝ้าตามหาและคิดถึงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา พร้อมกับยกมือคว้าคอเล็กของเธอเข้ามาประกบริมฝีปากจูบอย่างรวดเร็ว“อื้อ~” ชายหนุ่ม ที่ได้ยินเสียงครางประท้วงเขาจึงค่อยๆ ผละริมฝีปากออกพร้อมกับพูดกระซิบแนบชิดเรียวปากอิ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนที่เขาจะสบตามองดวงตากลมโตที่เขาแสนรักแสนหลงใหลอย่างโหยหา“พี่คิดถึงเรามากเลยนะ โมจิ”“…..” โมจิถึงกับนิ่งเงียบและกวาดสายตามองใบหน้าหล่อของพี่เพลิงกันต์ ที่ดูโทรมและอิดโรยจากการอดนอนมาหลายวัน ด้วยแววตาวูบไหวพร้อมกับรอฟังคำแก้ตัวจากพี่เขาอย่างไม่พูดอะไร“ใจพี่มันแทบบ้าเลยรู้ไหม ตั้งแต่รู้ว่าเราหายไปอย่างนั้น เรื่องวันนั้นที่เกิดขึ้นเป็นเพราะน้องรหัสพี่เข้ามาบอกว่า เค้กก้อนนั้นเธอเป็นคนทำมาให้และพี่ก็ไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้พี่ นอกจากผู้หญิงของพี่ พี่ก็เลยทำแบบนั้นลงไป โมจิพี่ไม่รู้ว่าเค้กนั้นเป็น
#เช้าวันต่อมาเพลิงกันต์ที่เมื่อคืนนี้โทรสั่งให้เลขาส่งลูกน้องเกือบสิบคนมายังบ้านพักชานเมืองของโมจิเพื่อมาคอยเฝ้าและเช็กดูการเข้าออกทั้งหมด เพราะกลัวว่าเธอจะแอบหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่ตัวของเขาเองก็นอนหลับอยู่ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ข้างบ้านตลอดทั้งคืน และพระรามที่กลับไปกับลูกน้องของเขาเพื่อไปจัดการเปิดร้านในช่วงเช้าชายหนุ่มมาหยุดยืนมองอยู่ที่หน้าบ้านก่อนจะเห็นแม่ของโมจิที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างบ้าน จึงรีบเข้าไปทักทายด้วยในทันที“สวัสดีครับคุณน้า คุณน้าจำผมได้ไหม”“นายทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ นายกลับไปเถอะและอย่ามาเหยียบที่นี่อีก” แม่ของโมจิ พูดตอบกลับและมองหน้าของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางไม่พอใจ“ถ้าเป็นเรื่องนั้นผมต้องขอโทษจริงๆ และผมต้องการที่จะอธิบายให้โมจิเข้าใจว่าทุกอย่างมันเกิดอะไรขึ้น” เพลิงกันต์ ที่พยายามจะพูดอธิบายแต่ก็ถูกแม่ของเธอ พูดปฏิเสธสวนขึ้นมาในทันที“ลูกสาวฉัน ไม่อยากคุยกับนายแล้ว”“ขอผมเข้าไปหาเธอสักครั้งได้ไหม” เขายังคงพูดขึ้นอย่างต่อรอง“เธอกลับไปเถอะ”“ถ้าคุณน้าไม่อนุญาต ผมคงจะต้องขอปีนเข้าไปหาเธอเอง”เพลิงกันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้นก่อนที่เขาจะกระโจนเกาะ
![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






